ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผู้โดยสาร"

แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.ย. 61

ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น! วิน จยย. ปะทะคารมเดือด แกร็บไบค์ ทิ้งผู้โดยสารต่อคิวยาว

ชาวเน็ตโพสต์คลิปนาทีปะทะคารม วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างทะเลาะกับแกร็บไบค์จนผู้โดยสารยืนต่อคิวยาว ระบุว่า “เจออีกแล้ว หน้าพระราม 9 คนที่จะนั่งวินประตู 3 ก็ยืนต่อคิวรอยาวๆ แต่พี่วินมารุมยืนไล่แกร็บแค่คันเดียว แต่ผู้โดยสารวินก็รอต่อไปค่ะ สิ่งสำคัญคือแกร็บรับอีกประตู วินอยู่อีกประตู สามารถดันไล่แกร็บมาให้ใกล้วินตัวเองได้อะ       ด้านวิน จยย. รับจ้างเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจบลงด้วยการให้ตำรวจมาจัดการ โอดกว่าพวกตนจะได้เสื้อวินและป้ายเหลืองต้องผ่านขั้นตอนมากมาย แต่สุดท้ายกลับต้องมาเจอกับแกร็บไบค์ป้ายขาวแย่งผู้โดยสารต่อหน้าต่อหน้าอีก                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Ga3TG-Sv5tM

 1,513
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ก.ค. 61

'บีทีเอส' วอนชาวเน็ตหยุดแชร์ภาพอุจจาระบนรถไฟฟ้า แจงเหตุสุดวิสัย-ผู้โดยสารเป็นผู้สูงอายุ

จากกรณีโลกโซเชียลฯ แห่แชร์ภาพอุจจาระบนรถไฟฟ้าบีทีเอส ล่าสุดทางบีทีเอสได้ออกมาขอความร่วมมือจากประชาชนให้งดแชร์ภาพดังกล่าว ผ่านทางไลน์ @BTSSKYTRAIN  ระบุว่า เหตุการณ์ผู้โดยสารถ่ายหนักบนขบวนรถไฟฟ้า ที่แชร์ต่อกันอยู่ในขณะนี้ อยากขอความกรุณาเห็นใจ ผู้ที่ประสบเหตุสุดวิสัย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และขอความเห็นใจงดแชร์ภาพที่มีผู้โดยสารท่านอื่นที่ปรากฏอยู่ในภาพด้วย เพราะถูกเข้าใจผิด จนได้รับความเดือดร้อน     "สวัสดีครับ   แอดมินขออนุญาตแจ้งเรื่องเหตุการณ์ผู้โดยสารถ่ายหนักบนขบวนรถไฟฟ้า ที่แชร์ต่อกันอยู่ในขณะนี้   อยากขอความกรุณาเห็นใจ ผู้ที่ประสบเหตุสุดวิสัย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และขอความเห็นใจงดแชร์ภาพที่มีผู้โดยสารท่านอื่นที่ปรากฎอยู่ในภาพด้วยครับ เพราะถูกเข้าใจผิด จนได้รับความเดือดร้อนครับ   สำหรับในเรื่องของห้องน้ำ ปัจจุบันบีทีเอสเดินรถรวม 35 สถานี โดยมี 12 สถานีส่วนต่อขยาย มีห้องน้ำเปิดให้ใช้ได้ทั่วไป ส่วน 23 สถานีเดิมของบีทีเอสมีห้องน้ำให้บริการและไม่ได้สงวนสิทธิ์เฉพาะพนักงาน   หากผู้โดยสารต้องการใช้งาน สามารถแจ้งพนักงานสถานีให้อำนวยความสะดวกได้ เพราะห้องน้ำใน 23 สถานีเดิม อยู่ใกล้ทางเข้าห้องไฟฟ้าและเครื่องกล เพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องคอยดูแลเมื่อใช้งานครับ   แอดมินขอขอบพระคุณทุกท่านล่วงหน้าครับ"                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/0u0pGWAStK4

 9,835
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 พ.ค. 61

การบินไทยแจงปมผู้โดยสารโวยโดนชาร์จค่าตั๋วเพิ่มเหตุชื่อยาวเกิน แนะจองผ่านคอลเซ็นเตอร์

จากกรณีผู้โดยสารโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้ทำการสำรองบัตรโดยสารการบินไทยผ่านอินเตอร์เน็ต โดยขณะสำรองบัตรโดยสารไม่สามารถใส่ชื่อตนเองทั้งหมดได้ เนื่องจากมีความยาวเกินจากที่ระบบกำหนด แต่เมื่อไปเช็คอินกลับถูกเรียกเก็บธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารนั้น   ล่าสุด นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า เนื่องจากเป็นข้อจำกัดของระบบสำรองบัตรโดยสารที่กำหนดให้ผู้โดยสารสามารถใส่ชื่อและนามสกุลได้อย่างละ 25 ตัวอักษร โดยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำการบันทึกชื่อให้ครบทุกตัวอักษร ทั้งนี้ เมื่อผู้โดยสารไปเช็คอินที่สนามบิน เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกับที่ปรากฏบนเอกสารการเดินทาง จึงจะอนุญาตให้ทำการเช็คอิน เนื่องจากเป็นข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสนามบินทั่วโลกที่กำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO   อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะตรวจสอบกับผู้โดยสารและยินดีคืนเงินค่าเปลี่ยนแปลงชื่อกับผู้โดยสารท่านนี้เต็มจำนวน และบริษัทฯ จะปรับปรุงข้อมูลในการแจ้งเตือนการสำรองที่นั่งบนระบบอินเตอร์เน็ตสำหรับผู้โดยสารที่มีชื่อและนามสกุลยาวเกินจากที่ระบบกำหนดต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/l9cYqcPZ1eQ

 3,937
สังคม-อาชญากรรม
25 มี.ค. 61

รวบผู้โดยสารปากพล่อยพูดถึง 'ระเบิด' ตอนเช็คอิน อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุมตัว นายณภัทช์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 29 ปี หลังพูดถึง “ระเบิด”  ขณะกำลังเช็คอินในสนามบินสุวรรณภูมิ   ด้านนายณภัทช์เปิดเผยว่า ขณะเช็คอินและโหลดกระเป๋าได้สอบถามพนักงานสายการบินเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบินขากลับ เนื่องจากมาทราบภายหลังว่าสายการบินเลื่อนไฟท์ โดยแจ้งผ่านทางอีเมล์ ซึ่งกว่าตนเองจะรู้ ก็วางแผนการเดินทางไม่ทัน จึงมีการต่อว่าการให้บริการนิดหน่อย หลังจากนั้นพนักงานได้ถามว่าจะโหลดกระเป๋าหรือไม่และในกระเป๋ามีของต้องห้ามหรือไม่ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์บวกกับอารมณ์หงุดหงิด  จึงพูดไปว่าสิ่งของต้องห้ามนั้นไม่มีหรอก มีแต่ระเบิด แต่เมื่อทราบว่ามีความผิดก็ความอนุโลมจากพนักงานแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล    ขณะที่นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การพูดถึงระเบิดถือเป็นคำต้องห้ามใช้ในสนามบินทั่วโลก จึงอยากฝากเตือนผู้ที่จะใช้บริการว่าให้ศึกษาให้ดีและห้ามพูดอย่างเด็ดขาด                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Og7uPs9N_P4

 4,281
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 มี.ค. 61

แบบนี้ก็ได้เหรอ? โชเฟอร์แท็กซี่เมา-แฮงก์หนัก ให้ผู้โดยสารมาขับแทนแต่คิดราคาเต็ม

เพจ แหม่มโพธิ์ดำ แชร์เรื่องราว อเมซซิ่งไทยแลนด์ “แท็กซี่เถื่อนเมาแฮงก์ขับรถไม่ไหว ใช้ฝรั่งขับแทนเรียกค่ารถพันกว่า” โดยเจ้าของโพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า ตนและแฟนหนุ่มซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้เรียกรถจากตลาดเกษตรเพื่อต่อรถไปท่าเรือปากบารา เพราะรถตู้คนจองเต็มไม่มีรถตู้ เลยเลือกคันนี้ พอขับมาได้สักพักก็เห็นคนขับอาการไม่ค่อยดีจอดรถบ่อย ตนเลยถามว่าพี่เป็นอะไรหรือเปล่า มีโรคประจำตัวหรอ คนขับบอกป่าวแต่เมื่อคืนกินเหล้าเลยแฮงก์ แม่งบอกแฟนน้องขับรถได้ไมเปลี่ยนแทนพี่หน่อยพี่ไม่ไหว ใจสั่นและกลัว เฮ้ย เสียเงินไม่ใช่ถูกๆถ้าแฮงก์ทำงานไม่ได้ก็ไม่ต้องรับลูกค้า สรุปแฟนเราต้องขับไปส่งมึงท่าเรือแทน อย่างน้อยก็ดีกว่าให้_ขับไม่งั้นคงจะขึ้นเรือไม่ทันแน่   หลังจากนั้นตนได้โทรเข้าไปที่บริษัทรถปรากฏว่า เจ้าของบริษัทยอมรับว่าทราบเรื่องแล้วเพราะดื่มเหล้าด้วยกัน พร้อมบอกว่าให้คิดซะว่าทำบุญ                            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Q4A_JPdfjf0

 11,020
ข่าวต่างประเทศ
19 ม.ค. 61

เพลิงไหม้รถบัสในคาซัคสถาน ผู้โดยสารเสียชีวิต 52 ราย หนีรอดมาได้เพียง 5

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถบัสโดยสารคันหนึ่งวอดทั้งคัน ในเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของคาซัคสถาน ขณะบรรทุกผู้โดยสารชาวอุซเบกิสถาน ไปทำงานในเขตก่อสร้างของรัสเซีย ทำให้คนบนรถ 52 คนเสียชีวิต พบมีผู้รอดชีวิตเพียง 5 คนเท่านั้นที่หนีรอดออกมาจากกองเพลิงได้   ภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Unfortunately, only five managed to escape the burning bus. เป็นที่น่าโชคร้าย มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่หนีตายจากเหตุไฟไหม้รถบัสได้ 

 6,348
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 61

47 ชีวิตเคว้ง เช่ารถบัสไปงานศพ ดันถูกคนขับทิ้ง ตร.ไปเจอรถจอดคาปั๊ม ซุกของหนีภาษีอื้อ

ระนอง-ตร.รับแจ้งเหตุรถบัสโดยสารไม่ประจำทางเช่าเหมาคัน ทิ้งผู้โดยสาร 47 ชีวิต ไว้ที่วัดสุวรรณคีรีวิหาร หลังเดินทางมาจากสุราษฎร์ธานี เพื่อมาร่วมงานสวดศพที่ จ.ระนอง เมื่อโทรติดตามก็ไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งที่ขณะทเดินทางมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคนขับ มีเพียงขอแวะเข้าห้องน้ำและแวะซื้อสินค้าบ้าง จึงอาจทำให้คนขับรู้สึกหงุดหงิด ดูมีอารมณ์ไม่พอใจ ก่อนตัดสินใจขับรถออกไป ทำให้ผู้โดยสารต้องเข้าแจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ   ซึ่งในเวลาต่อมา ภายหลังจากเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองระนอง ได้ออกติดตามรถบัสคันดังกล่าว และไปพบรถบัสคันสีน้ำเงิน ถูกจอดทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนเพชรเกษม ห่างกับวัดสุวรรณคีรีวิหาร จุดที่ทิ้งผู้โดยสารประมาณ 3 กม.   จากการตรวจสอบภายในรถไม่พบคนขับรถบัสดังกล่าว ประตูโดยสารไม่ได้ล็อค และพบเพียงกุญแจรถที่เสียบทิ้งไว้คาพวงมาลัย โดยเด็กปั๊มบอกว่ารอบแรกแวะมาเติมน้ำมัน และรอบสองเข้ามาจอดแล้วเห็นเดินออกจากปั๊มน้ำมันไป   ทั้งนี้มีสายข่าวรายงาน น่าจะมีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย เป็นสินค้าหนีภาษีจากประเทศเมียนมา เมื่อทำการตรวจสอบร่วมกัน ถึงกับผงะ เมื่อในช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถด้านหลัง ใต้ที่นั่งผู้โดยสาร พบกระสอบสินค้าหนีภาษี จำนวนเกือบ 20 กระสอบ และกล่องลังกระดาษอีก 3 กล่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ประเภทอาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป ของกินของใช้ และเครื่องเทศพม่า ที่นำเข้ามาจาก จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา ก่อนทำการตรวจยึดทันที ซึ่งข้างกล่องจะมีชื่อผู้รับและหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ รวมทั้งข้างกระสอบ จะระบุปลายทาง เกาะพงัน เพื่อนำไปขายจำหน่ายให้กับแรงงานชาวเมียนมา ที่ทำงานจำนวนมาก ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตามจังหวัดต่างๆทางภาคใต้   ในเวลาต่อมาทางเจ้าภาพงานศพ ได้จัดหารถบัสคันใหม่ให้เดินทางกลับในคืนเดียวกัน โดยรถได้มาแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันเดียวกัน หนึ่งในผู้โดยสารที่ลงมาดูใต้ท้องรถคันที่เกิดเหตุ บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ตอนขามาจาก อ.พระแสง กระสอบเหล่านี้ไม่มีสักชิ้นเดียว ตอนขึ้นรถเปิดดูอยู่และยังเอาสะตอ ใส่มาฝากทางเจ้าภาพงานศพ ช่วงเวลาที่ส่งคนลงที่วัด แล้วรถคันนี้น่าจะไปรับสินค้าหนีภาษีมาใส่ใต้ท้องรถ และช่วงก่อนมีปัญหายังได้พูดคุยว่าจะแวะที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา สัก 15 นาที คาดว่าน่าจะเป็นจุดรับส่งสินค้า เพื่อกระจายของหนีภาษีไปตามเส้นทางต่างๆที่ถูกระบุไว้ข้างกระสอบ   ซึ่งงานนี้ นอกจากคนขับรถและบริษัทรถทัวร์เจ้าของรถคันดังกล่าว จะถูกติดตามตัวมาสอบสวนในกรณี ทิ้งผู้โดยสารจาก กรมขนส่งทางบกแล้ว ยังอาจจะถูกถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 ทันที พร้อมเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการขั้นสูงสุดถึง 50,000 บาท ฐานไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขตามใบอนูญาตประกอบการ อีกด้วย ส่วนสินค้าหนีภาษีพม่า ชุดจับกุมได้อายัดไว้ และนำส่งร้อยเวรพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XD6Gx-CDYPM    

 45,046
สังคม-อาชญากรรม
10 ม.ค. 61

บขส.เยียวยาค่าเสียหาย 4 พ่อแม่ลูกโดนไล่ลงรถกลางดึก สั่งปรับคนขับ 5 พัน เตรียมฟันโทษวินัยเพิ่ม

หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฏร์ธานี (สาขาเกาะสมุย) และนายสถานีเดินรถสุราษฏร์ธานี (บขส.) ได้เดินทางไปสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอเกาะสมุย เพื่อพบกับครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูก ซึ่งเป็นผู้โดยสารตามที่ปรากฏในข่าวกรณีพนักงานประจำรถให้ลงระหว่างทาง ที่แยกอำเภอชะอำ ช่วงกลางดึก เนื่องจากเด็กร้องไห้งอแงเสียงดัง รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น   โดยทาง จนท.ได้ขอโทษผู้โดยสารกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดจากการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดของพนักงานประจำรถ พร้อมระบุว่าบริษัทฯ ต้องขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ผู้บริหารระดับสูงได้ให้ความสำคัญ และสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการติดตามและประสานกับผู้โดยสารเพื่อเข้าไปดูแลช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก พร้อมเยียวยา ค่ารถโดยสาร ค่ารถไฟ ค่าที่พัก ค่ารถตู้จากโรงแรมไปสถานีรถไฟ ค่าตั๋วเรือเฟอร์รี่ ค่าข้ามเรือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด และสถานีเดินรถสุราษฏร์ธานี ได้จ่ายเงินคืนแก่ผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว    ในส่วนของพนักงานประจำรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฏร์ธานี (สาขาเกาะสมุย) ได้ดำเนินการปรับพนักงานขับรถ เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ในกรณีส่งผู้โดยสารไม่ถึงจุดหมายปลายทาง และจะทำการอบรมให้แก่พนักงานประจำรถทั้ง 3 คน เป็นเวลา 3 วัน   บริษัท ขนส่ง จำกัดยังระบุผ่านจดหมายข่าวว่าขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะพิจารณาความผิดทางวินัยพนักงานประจำรถคันดังกล่าวตามระเบียบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1ftlMZ80eBM    

 27,754
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 61

สนง.ขนส่งสมุยสั่งปรับพนง.ขับรถทิ้งผู้โดยสารที่ชะอำ 5,000 บาทพร้อมอบรม บขส.เตรียมฟันโทษวินัยเพิ่ม

บขส.ระบุขอโทษผู้โดยสารเหตุพนักงานขับรถทิ้งลงระหว่างทาง เตรียมพิจารณาโทษทางวินัย ขณะสำนักงานขนส่งสมุยปรับพนักงานขับรถขณะเกิดเหตุ 5,000 บาท และอบรมพนักงานขับรถ 3 วัน     บริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจดหมายข่าวระบุว่า วันนี้ (9 ม.ค.2561) เวลา 10.00 น. นายวรกิตติ ไชยชนะ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฏร์ธานี (สาขาเกาะสมุย) และนางสาวพรพิมล  กลิ่นหอม นายสถานีเดินรถสุราษฏร์ธานี (บขส.) ได้เดินทางไปสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอเกาะสมุย เพื่อพบกับนายมงคล ทองโบราณและครอบครัว ผู้โดยสารตามที่ปรากฏในข่าวกรณีพนักงานประจำรถให้ลงระหว่างทาง ที่แยกอำเภอชะอำ เมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.2561 นั้น   นางสาวพรพิมลได้พบและกล่าวขอโทษผู้โดยสารกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดจากการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดของพนักงานประจำรถ พร้อมระบุว่าบริษัทฯ ต้องขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ผู้บริหารระดับสูงได้ให้ความสำคัญ และสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการติดตามและประสานกับผู้โดยสารเพื่อเข้าไปดูแลช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก พร้อมเยียวยา ค่ารถโดยสาร ค่ารถไฟ ค่าที่พัก ค่ารถตู้จากโรงแรมไปสถานีรถไฟ ค่าตั๋วเรือเฟอร์รี่ ค่าข้ามเรือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด และสถานีเดินรถสุราษฏร์ธานี ได้จ่ายเงินคืนแก่ผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว     ในส่วนของพนักงานประจำรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฏร์ธานี (สาขาเกาะสมุย) ได้ดำเนินการปรับนายสถาพร อยู่เกิด พนักงานขับรถ เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ในกรณีส่งผู้โดยสารไม่ถึงจุดหมายปลายทาง และจะทำการอบรมให้แก่พนักงานประจำรถทั้ง 3 คน เป็นเวลา 3 วัน   บริษัท ขนส่ง จำกัดยังระบุผ่านจดหมายข่าวว่าขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะพิจารณาความผิดทางวินัยพนักงานประจำรถคันดังกล่าวตามระเบียบต่อไป

 21,346
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ม.ค. 61

4 พ่อแม่ลูกโอดมีเงินติดตัว 25 บาท โดนไล่ลงรถ บขส.เผชิญชะตากรรมกลางดึก เหตุเด็กร้องงอแงลั่น

สุราษฎร์ธานี-ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่นกรณี รถโดยสาร บขส.สาย กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ขณะวิ่งไปเกาะสมุย ได้ไล่ผู้โดยสารลงกลางทาง เนื่องจากเด็กร้องโยเยไม่ยอมหยุด กระทบผู้โดยสารท่านอื่นและคนขับรถที่ต้องสับเปลี่ยนไม่ได้พักผ่อน ทำให้ต้องปล่อยพ่อแม่และลูกเล็ก 2 คน หิ้วสัมภาระพะรุงพะรัง เผชิญชะตากรรมกลางดึกที่หน้าปั๊มน้ำมันใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี   ต่อมาหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ได้เรียกพนักงานขับรถคนที่ 1 และ 2 รวมทั้งบริกรประจำรถ มาซักถามข้อเท็จจริงของเรื่องราวดังกล่าว   ซึ่งทั้งหมดกล่าวว่า บนรถมีผู้โดยสารทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ รวมทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก 4 คนนี้ด้วย พอรถเข้าเขตมหาชัย จ.สมุทรสาคร ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังมากก็คิดว่าเดี๋ยวก็คงจะเงียบ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะเงียบ จึงได้เดินไปเตือนแม่เด็ก เพราะว่าไปรบกวนผู้โดยสารคนอื่น และพนักงานขับรถคนที่ 2 ที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ท้ายรถเพื่อเตรียมเปลี่ยนกะทุก 4 ชั่วโมง จนถึงอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พอเด็กร้องหนักขึ้นก็เดินมาบอกกับแม่เด็กให้ดูแลลูกหน่อย ส่วนผู้โดยสารชาวต่างชาติรู้สึกไม่สบายใจก็เดินไปบอกบริกรประจำรถ ซึ่งตั้งแต่ขับรถมาก็เคยเจอเด็กร้องเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ร้องหนักกว่าที่เคยเจอมา   ทำให้ผู้โดยสารก็ไม่ได้พักผ่อนทั้งคัน จนท.จึงได้ไปพุดคุยกับพ่อและแม่ของเด็กเพื่อเสนอทางออกให้เกิดความปลอดภัยทั้ง 2 ฝ่าย ผู้โดยสารจะได้พักผ่อน พนักงานขับรถจะได้พักผ่อน จึงให้ครอบครัวของน้องเขาพักที่ อ.ชะอำ และเดินทางต่อไปช่วงเช้า ซึ่งจุดที่ทิ้งผู้โดยสารคิดว่าปลอดภัยที่สุด ณ ตอนนั้นหน้าปั๊มน้ำมันปตท. มีคิวรถตู้ มีโรงแรม ไม่ได้เปลี่ยวแต่อย่างใดมีความปลอดภัยสูง และสามารถเดินทางต่อได้ ต้องเข้าใจว่ามันลำบากใจจริงๆ ไม่ได้กลั่นแกล้งแต่อย่างไร   ด้านหัวหน้าสำนักงานขนส่ง กล่าวว่า ในเรื่องของการรับส่งผู้โดยสารเป็นหน้าที่ของพนักงานขับรถที่จะต้องส่งผู้โดยสารถึงที่หมายปลายทาง หากมีเหตุสุดวิสัยอย่างหนึ่งอย่างใดก็แล้วแต่ต้องให้นายสถานทีที่อยู่ใกล้ที่สุดรับทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้จะพิจารณาแก้ไขอย่างไร แต่สิ่งที่ทำขณะนั้นได้ไปส่งผู้โดยสารที่ปั๊มน้ำมันปตท. ซึ่งเป็นการตัดสินใจโดยพลการทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งจะได้ทำหนังสือรายงานถึงกองตรวจการขนส่งที่ต้นทางของรถที่ออกมา แต่อย่างไรก็ต้องขอคุยกับทางผู้โดยสารผู้เสียหายอีกครั้งหนึ่งก่อน เพื่อความเป็นธรรมของทั้ง2ฝ่าย นอกจากนี้บริษัท ขนส่ง จำกัด ก็ยินดีชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางของผู้เสียหายรายนี้   ขณะที่ทางครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูก ได้เปิดเผยว่า ระหว่างเดินทางลูกชายคนเล็กได้ร้องไห้ส่งเสียงดังจริง แต่ก็เป็นเวลาแค่ประมาณ 30 นาที ระหว่างนั้นผู้โดยสารที่เป็นชาวต่างชาติก็มาถามด้วยความเป็นห่วงว่า เด็กไม่สบายหรือปวดท้องหรือไม่ ทางพ่อก็บอกไปว่าเด็กเพิ่งเคยเดินทางไกลเป็นครั้งแรกคงจะรู้สึกไม่สบายตัว จากนั้นชาวต่างชาติก็กลับไปที่เบาะนั่ง   ต่อมาพนักงานบริการได้มาบอกว่าเด็กสงเสียงร้องรบกวนผู้โดยสารและพนักงานขับรถคนที่ 2 ที่กำลังนอนพักผ่อนเพื่อรอเปลี่ยนกะระหว่างทาง จึงบอกให้ครอบครัวของตนลงจากรถโดยรถทัวร์ไปจอดที่หน้าปั๊มน้ำมัน หลังจากลงได้สักพักลูกชายคนเล็กก็หยุดร้องไห้   จากนั้นต้องขนสัมภาระกระเป๋า 4 ใบ ไปเปิดห้องพักภายในปั๊มน้ำมันปตท. จนเหลือเงินติดตัวเพียง 25 บาท ช่วงเวลานั้นทางพ่อและแม่ของเด็กมีความเครียดมากถึงกับร้องไห้ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อญาติที่เกาะสมุยเพื่อให้ช่วยโอนเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังเกาะสมุย นับว่าเป็นคืนที่โหดร้าย แต่ต้องรับสภาพ และให้กำลังใจซึ่งกันและกันจนรุ่งเช้าจึงพากันไปรอขึ้นรถไฟที่สถานีชะอำ จ.เพชรบุรี มาลงที่สถานีพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะมีญาติมรับลงเรือเฟอร์รี่เข้าเกาะสมุยอย่างปลอดภัย   อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เพราะยังมีอีกหลายครอบครัวที่เดินทางพร้อมกับเด็กตัวเล็กๆเช่นเดียวกับครอบครัวผมเหมือนกัน และไม่อยากให้เห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rO0d5trt6ss    

 63,719
ข่าวต่างประเทศ
08 ม.ค. 61

น้ำรั่วปริศนากลางสนามบินเจเอฟเค สหรัฐฯ ผู้โดยสารโวยกระเป๋าเดินทางจมน้ำเสียหาย

คลิปเหตุการณ์การเกิดเหตุน้ำรั่วปริศนาในอาคารผู้โดยสาร กลางสนามบินเจเอฟเค ในนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ทำให้กระเป๋าผู้โดยสารถูกแช่ในน้ำ ได้รับความเสียหาย จนท.ต้องปิดบริการอาคารชั่วคราวเพื่อคลียร์พื้นที่ ขณะที่ข้างนอกมีสภาพอากาศหนาวจัด หิมะตกหนาทั่วเมือง 

 2,981
ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 61

ผู้โดยสารช็อก! หนุ่มโดดเรือเฟอร์รี่จมหายกลางทะเล เคราะห์ดีรอดตายหลังลอยคอ 4 ชม. พบป่วยโรคซึมเศร้า

เกิดเหตุผู้โดยสารชายกระโดดจากเรือเฟอร์รี่วิ่งจากท่าเรือเกาะสมุยไปท่าเรือดอนสัก จมหายไปกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่ไต๋เรือจะวนหาแต่ไม่พบตัว กระทั่งในเวลา 22.00 น. จะได้รับแจ้งจากเรือประมงว่าได้ช่วยชีวิตชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้ หลังต้องลอยคอกลางทะเลอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมง โดยขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ด้านแพทย์ระบุว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า     ด้านครอบครัววเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเลิกรากับภรรยาที่มีลูกฝาแฝดด้วยกันได้ 1 ปี แล้ว ก่อนเกิดเหตุได้ส่งไลน์มาหาแม่ข้อความระบุในทำนองลาตาย จึงสันนิษฐานว่าน่าจะตัดสินใจฆ่าตัวตาย                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/T9VAAi6SH_A

 9,819
ข่าวต่างประเทศ
05 ม.ค. 61

รถบรรทุกไม่หยุดตรงทางข้าม ถูกรถไฟแอฟริกาใต้พุ่งชน ผู้โดยสารดับ 18 เจ็บระนาว

เกิดอุบัติเหตุใหญ่ในแอฟริกาใต้ เมื่อมีรถไฟโดยสาร มีผู้โดยสารราว 758 คน เกิดพุ่งชนรถบรรทุกที่ไม่หยุดตรงทางข้าม จนเกิดไฟลุกไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บนับ 200 ราย และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหลายราย ทั้งนี้คนขับรถบรรทุกไม่ได้รับบาดเจ็บ และพยายามหลบหนีหลังก่อเหตุ แต่สุดท้ายก็ถูกจับกุมได้     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม We should always obey traffic laws. เราควรจะรักษากฎจราจรเสมอ obey (v.) เชื่อฟัง, ทำตาม อ่านว่า โอวเบ้ disobey (v.) ไม่เชื่อฟัง, ฝ่าฝืน อ่านว่า ดิสโอวเบ้ don't disobey traffic laws. อย่าฝ่าฝืนกฎจราจร

 6,109
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ม.ค. 61

รวบวินเถื่อนอาละวาดย่านหมอชิต โขกค่าโดยสารสุดโหด เหยื่อออกแฉเพียบ พบประวัติเคยติดคุกมาแล้ว 5 ครั้ง

จากกรณีของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเถื่อน ที่ตระเวนรับผู้โดยสารบริเวณหมอชิต 2 แล้วเรียกค่าโดยสารแพงเกินจริง โดยผู้ใช้ facebook ชื่อ Sudarat Boonchai ได้โพสต์คลิปวีดีโอ จับภาพวินมอเตอร์ไซค์เถื่อนรายนี้ เป็นชายสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ไม่ได้สวมเสื้อกั๊กวิน โดยผู้โพสต์เล่าว่า ตนรอรถ จะออกจากหมอชิต 2 แต่ไม่มีรถแท็กซี่ รวมทั้งการจราจรนอกหมอชิตก็ติดขัดมาก จู่ๆชายคนดังกล่าวก็ขี่รถมาหา อ้างตัวว่าเป็นวินจะขี่รถไปส่ง ด้วยความไม่รู้จึงยอมนั่งรถไปด้วย   ปรากฎว่าวินมาส่งนอกหมอชิต ระยะทางไม่ถึง 1 กิโลเมตร แต่เรียกค่าโดยสารถึง 450 บาท ตนพย่ายามต่อรองจ่ายแค่ 100 บาท อีกฝ่ายก็ไม่ยอม และยังพยายามจะเข้ามาทำร้าย โชคดีที่มีแท็กซี่ขับผ่านมาพอดี ตนจึงรีบวิ่งหนีขึ้นรถแท็กซี่ทันที   นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกราย โพสต์เรื่องราวผ่าน facebook ชื่อ Bright Luengphiphatchai เล่าเหตุการณ์ว่าตนกับเพื่อนนั่งรถทัวร์กลับจากเชียงใหม่ รถทัวร์จอดให้ลงตรงสะพานลอยตรงข้ามหมอชิต พอลงรถทัวร์ก็มีกลุ่มคนขับวินมอเตอร์ไซค์ กรูเข้ามาถามว่าจะไปไหน พวกตนก็ตอบไปแค่ว่าจะไปรังสิตแล้วเดินหนี เพราะตั้งใจจะนั่งรถแท็กซี่ไปกันอยู่แล้ว แต่ก่อนจะไปเรียกแท็กซี่ พวกตนไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้าม ปรากฎว่าวินมอเตอร์ไซค์ก็ขี่รถมา แล้วบอกว่ารออยู่นะ   ตอนนั้นพวกตนเดินเอาเงินไปให้ เป็นค่าเสียเวลา เพราะจะไปแท็กซี่กัน แต่วินไม่รับเงิน ยืนยันว่าจะขี่ไปส่งขึ้นแท็กซี่ด้านนอก สุดท้ายจึงยอมโดยสารวินไปกับเพื่อน คนละคัน ปรากฎว่าวินมอเตอร์ไซค์พาตนกับเพื่อนแยกกันไปคนละทาง  วินคันแรกไปส่งเพื่อนที่วัดเสมียนนารี ส่วนตนได้ไปลงที่รัชโยธิน และยังถูกเรียกค่าโดยสารถึง 480 บาท  เมื่อบอกว่าไม่มีเงินก็ไม่ยอม ต้องโทรไปบอกเพื่อนให้เพื่อนจ่ายเงินส่วนของตน ให้กับวินอีกคันไปก่อน จึงจะเอาตัวรอดมาได้   ล่าสุดวานนี้ (3 ม.ค.) นายณัฐกานต์ เหลืองพิพัฒน์ชัย  หนึ่งผู้โพสต์ ที่ถูกวินเถื่อนโก่งค่าโดยสาร ได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางซื่อ ส่วนผู้ที่โพสต์คลิปคนแรก ไม่ได้มาแจ้งความ แต่ทางตำรวจก็มีภาพคลิปวีดีโอ ที่เห็นทั้งใบหน้าและป้ายทะเบียนรถเป็นหลักฐาน จนกระทั่งในเวลาต่อมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 1 ราย   โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้คือ นายธรรมรัตน์ อ่ำน้อยวงศ์ อายุ 36 ปี  พบพฤติการณ์ในการก่อเหตุ จะร่วมกับเพื่อนอีกคน ชื่อนายอ้อม (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ทำงานในลักษณะเป็นทีม ขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อ   จากการตรวจสอบประวัตินายธรรมรัตน์ พบประวัติเคยถูกจำคุกในคดียาเสพติด ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันรวมแล้วถึง 5 ครั้ง เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และข้อหา พรบ.จราจร อีก 4 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้รับอนุญาต, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, ใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษี และขับรถโดยไม่แสดงสำเนาทะเบียนรถ   ส่วนนายอ้อม ผู้ต้องหาอีก 1 ราย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหลบหนี ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายจำนวนหลายราย จึงขอให้เข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ให้ได้รับโทษสูงสุด   นอกจากนี้ ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบแล้วพบว่า นายธรรมรัตน์ ไม่เคยมีใบอนุญาตขับขี่มาก่อน  และกรมขนส่งยังนำเลขทะเบียนไปตรวจสอบ จนทราบว่า จักรยานยนต์ที่นำมาก่อเหตุนั้น ไม่ใช่ของนายธรรมรัตน์ แต่ปรากฎชื่อผู้ครอบครองคือ นายสงกรานต์ สัญหะรักษ์ซึ่งตัวนายสงกรานต์ในฐานะเจ้าของรถ ก็จะมีความผิด ฐานยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ มาขับรถของตน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ULGKxnuT2nA    

 15,821
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 61

โชเฟอร์แท็กซี่ช็อก! ผู้โดยสารเปิดประตูรถ โดดสะพานคู่ขนานลอยฟ้า ร่างกระแทกพื้นเจ็บสาหัส

จนท.รับเเจ้งจากโชเฟอร์แท็กซี่ ที่ได้รับผู้โดยสารชาย อายุประมาณ 20 - 30 ปี มาจากแถววัดเบญจมบพิตร บอกว่าจะไปลงที่ขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนบรมราชชนนี ตนเองขับรถใช้เส้นทางคู่ขนานลอยฟ้า ขาออก พอมาใกล้ถึงสายใต้ใหม่  ผู้โดยสารเปลี่ยนใจบอกว่าไม่ลง ให้ขับรถออกไปอีก จนมาถึงช่วงเชิงทางลงพุทธมณฑล สาย 3 ผู้โดยสารบังคับให้จอด แต่ตนเองกล่าวว่าจอดไม่ได้ ไม่ใช่ที่จอด   จากนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝัน ชายดังกล่าวอาศัยจังหวะที่รถชะลอความเร็ว ได้เปิดประตูลงจากรถแท็กซี่ แล้ววิ่งออกไปข้ามขอบปูนกั้นทาง แล้วกระโดดลงจากคู่ขนานลอยฟ้า ร่วงลงไปกระเเทกกับพื้นปูนของเกาะกลางระหว่างช่องทางด่วน-คู่ขนาน คุณมงคล จึงรีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเเละให้การช่วยเหลือ   จากการตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บชาย 1 คน ลักษณะพลัดตกที่สูง จากด้านบนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ร่วงลงมาร่างกระเเทกพื้นปูนที่เกาะกลางระหว่างช่องทางด่วน-คู่ขนาน ได้รับบาดเจ็บอาการขาผิดรูปทั้ง 2 ข้าง เจ้าหน้าที่ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เเละนำส่ง รพ.กลาง ตรวจสอบเอกสารทราบชื่อต่อมา นายกู้เกียรติ พึ่งปิติพรชัย อายุประมาณ 28 ปี ชาว จ.ปัตตานี   เบื้องต้นทราบว่าชายดังกล่าวโดยสารรถเเท็กซี่ ใช้เส้นทางบนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ฝั่งขาออก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ชายดังกล่าวได้เปิดประตูรถเเท็กซี่ แล้วปีนข้ามขอบปูน เเละกระโดดลงมาด้านล่าง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ   ด้าน ตร.สน.ธรรมศาลาระบุขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บยังพูดจาวกวน ทำให้สอบสวนไม่ได้มาก ต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อนจึงจะสอบปากคำต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hox9bOhS3zI    

 21,399

Top