ค้นหา :

ผลการค้นหา "องคมนตรี"

พระราชสำนัก
12 ม.ค. 61

โปรดเกล้าฯ พล.อ.สุรยุทธ์ ผู้แทนพระองค์ บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ อัญเชิญ 'นพปฎลมหาเศวตฉัตร' ลงจากยอด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานพิธีบวงสรวงรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง คาดรื้อเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พิธีบวงสรวงการรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ อาคารประกอบ และพิธีอัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   โดยมีคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชนเข้าร่วมพิธี   ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หรือแล้วเสร็จในวันที่ 15 มีนาคม โดยส่วนหนึ่งของพระเมรุมาศจะนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีฯ ด้านหลังหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณรังสิต คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NKCF9q0Yyxw    

 6,596
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี ยกนพปฎลเศวตฉัตร พระเมรุมาศจำลอง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ยกนพปฎลเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ (จำลอง) ณ พระลานพระราชวังดุสิต   เมื่อพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้แทนพระองค์ ถึงยังบริเวณหน้าพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ประเทียบไปยังพลับพลาพิธี ถวายความเคารพพระราชอาส์น แล้วสุหร่าย เจิม นพปฎลเศวตฉัตรพระเมรุมาศ (จำลอง) โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าโหรพราหมณ์ อ่านบูชาฤกษ์ที่ศาลเทวดา เจ้าพนักงานพระราชพิธีมอบสายสูตรให้ผู้แทนพระองค์ ยกนพปฏลเศวตฉัตรพระเมรุมาศ (จำลอง) เมื่อนพปฎลมหาเศวตฉัตรขึ้นสู่ยอดพระเมรุมาศ (จำลอง) แล้ว ผู้แทนพระองค์คืนสายสูตรให้เจ้าพนักงานรับไปผูกไว้ที่เสาบัว ผู้แทนพระองค์เข้าพลับพลาพิธี ถวายความเคารพพระราชอาสน์เสร็จพิธี แล้วเดินทางกลับ   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญไฟพระราชทาน ไปสำหรับไปใช้จุดที่พระเมรุมาศจำลอง และวัดในพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยและร่วมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่สวรรคาลัย ได้อย่างทั่วถึง ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสด็จ ด้วยทรงรับรู้และเข้าพระราชหฤทัยถึงพลังความรัก ความศรัทธาเทิดทูน ความจงรักภักดี และความอาลัยรักของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่มีต่อพระองค์เช่นกัน   และจัดซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพ ฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกคน โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดสร้าง ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสี่มุมของทุ่งพระเมรุ (ท้องสนามหลวง) ได้แก่ บริเวณสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (เดิม) ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พระปฐมบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 1 และสวนนาคราภิรมย์ และในพื้นที่ สี่มุมเมืองของกรุงเทพมหานคร ดังนี้   ทิศเหนือ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทิศใต้ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา ทิศตะวันตกที่พุทธมณฑล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทิศตะวันออกที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขตลาดกระบัง   นอกจากนี้ ใน 50 เขตของกรุงเทพมหานครได้จัดซุ้มถวายดอกไม้จันทน์เพิ่มเติมในจุดต่าง ๆ สำหรับต่างจังหวัด ทุกจังหวัด ให้พิจารณาจัดสร้างในสถานที่ที่เหมาะสมและสมพระเกียรติ สำหรับพระเมรุมาศจำลอง บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต เป็นพระเมรุมาศจำลองเพียงองค์เดียว ที่ประดับนพปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตรขาว 9 ชั้น   ขณะที่พระเมรุมาศจำลองอีก 84 องค์ทั่วประเทศ จะประดับนพปฎลสุวรรณฉัตร หรือ ฉัตรทอง 9 ชั้น ด้านการออกแบบได้จำลองโครงสร้างจากบุษบกประธานของพระเมรุมาศขนาดจริง มีองค์ประกอบที่สำคัญตั้งแต่ ส่วนพื้นมีราวบันได คันทวย บัวปลายเสา ส่วนยอดบุษบกมีซุ้มบันแถลง บัวกลุ่ม และส่วนยอดสุด ประดับนพปฎลเศวตฉัตร สองฝั่งของพระเมรุมาศจำลอง จะประดับพระวิสูตร หรือผ้าม่าน บริเวณกึ่งกลางประดับพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งสร้างจากไม้สักทองเพียงแห่งเดียว ขนาดกว้าง 2.5 คูณ 3.3 เมตร   ด้านพระเมรุมาศจำลององค์อื่นๆ สร้างจากไม้ทาสีทอง ส่วนภาพจิตรกรรมที่พื้นหลังพระเมรุมาศจำลอง จิตรกรวาดและลงสีจริง ขณะที่องค์อื่นๆ เป็นภาพพิมพ์บนวัสดุไวนิล เช่นเดียวกับ การเขียนลายใบฝ้ายเทศ ที่ใช้การเขียนลายสด โทนสีหลักที่ใช้ในงานก่อสร้าง คือ สีเหลืองทอง ก่อสร้างบนพื้นที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 เมตร สูงจากพื้น 45 เซนติเมตร มีขั้นบันไดที่ไม่สูงมากนักเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเดินขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t5OwW-43zkc    

 2,447
พินิจประเพณี
04 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี ยกนพปฎลเศวตฉัตร พระเมรุมาศจำลอง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ยกนพปฎลเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ (จำลอง) ณ พระลานพระราชวังดุสิต   เมื่อพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้แทนพระองค์ ถึงยังบริเวณหน้าพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ประเทียบไปยังพลับพลาพิธี ถวายความเคารพพระราชอาส์น แล้วสุหร่าย เจิม นพปฎลเศวตฉัตรพระเมรุมาศ (จำลอง) โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าโหรพราหมณ์ อ่านบูชาฤกษ์ที่ศาลเทวดา เจ้าพนักงานพระราชพิธีมอบสายสูตรให้ผู้แทนพระองค์ ยกนพปฏลเศวตฉัตรพระเมรุมาศ (จำลอง) เมื่อนพปฎลมหาเศวตฉัตรขึ้นสู่ยอดพระเมรุมาศ (จำลอง) แล้ว ผู้แทนพระองค์คืนสายสูตรให้เจ้าพนักงานรับไปผูกไว้ที่เสาบัว ผู้แทนพระองค์เข้าพลับพลาพิธี ถวายความเคารพพระราชอาสน์เสร็จพิธี แล้วเดินทางกลับ   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญไฟพระราชทาน ไปสำหรับไปใช้จุดที่พระเมรุมาศจำลอง และวัดในพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยและร่วมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่สวรรคาลัย ได้อย่างทั่วถึง ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสด็จ ด้วยทรงรับรู้และเข้าพระราชหฤทัยถึงพลังความรัก ความศรัทธาเทิดทูน ความจงรักภักดี และความอาลัยรักของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่มีต่อพระองค์เช่นกัน   และจัดซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพ ฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกคน โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดสร้าง ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสี่มุมของทุ่งพระเมรุ (ท้องสนามหลวง) ได้แก่ บริเวณสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (เดิม) ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พระปฐมบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 1 และสวนนาคราภิรมย์ และในพื้นที่ สี่มุมเมืองของกรุงเทพมหานคร ดังนี้   ทิศเหนือ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทิศใต้ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา ทิศตะวันตกที่พุทธมณฑล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทิศตะวันออกที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขตลาดกระบัง   นอกจากนี้ ใน 50 เขตของกรุงเทพมหานครได้จัดซุ้มถวายดอกไม้จันทน์เพิ่มเติมในจุดต่าง ๆ สำหรับต่างจังหวัด ทุกจังหวัด ให้พิจารณาจัดสร้างในสถานที่ที่เหมาะสมและสมพระเกียรติ สำหรับพระเมรุมาศจำลอง บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต เป็นพระเมรุมาศจำลองเพียงองค์เดียว ที่ประดับนพปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตรขาว 9 ชั้น   ขณะที่พระเมรุมาศจำลองอีก 84 องค์ทั่วประเทศ จะประดับนพปฎลสุวรรณฉัตร หรือ ฉัตรทอง 9 ชั้น ด้านการออกแบบได้จำลองโครงสร้างจากบุษบกประธานของพระเมรุมาศขนาดจริง มีองค์ประกอบที่สำคัญตั้งแต่ ส่วนพื้นมีราวบันได คันทวย บัวปลายเสา ส่วนยอดบุษบกมีซุ้มบันแถลง บัวกลุ่ม และส่วนยอดสุด ประดับนพปฎลเศวตฉัตร สองฝั่งของพระเมรุมาศจำลอง จะประดับพระวิสูตร หรือผ้าม่าน บริเวณกึ่งกลางประดับพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งสร้างจากไม้สักทองเพียงแห่งเดียว ขนาดกว้าง 2.5 คูณ 3.3 เมตร   ด้านพระเมรุมาศจำลององค์อื่นๆ สร้างจากไม้ทาสีทอง ส่วนภาพจิตรกรรมที่พื้นหลังพระเมรุมาศจำลอง จิตรกรวาดและลงสีจริง ขณะที่องค์อื่นๆ เป็นภาพพิมพ์บนวัสดุไวนิล เช่นเดียวกับ การเขียนลายใบฝ้ายเทศ ที่ใช้การเขียนลายสด โทนสีหลักที่ใช้ในงานก่อสร้าง คือ สีเหลืองทอง ก่อสร้างบนพื้นที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 เมตร สูงจากพื้น 45 เซนติเมตร มีขั้นบันไดที่ไม่สูงมากนักเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเดินขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t5OwW-43zkc    

 2,447
พระราชสำนัก
11 พ.ค. 60

องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ ประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ พุทธมณฑล

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุกองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ ประกอบพิธีเวียนเทียนและพิธีถวายผ้าป่า เนื่องในงานพิธีวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปีพุทธศักราช 2560 ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kYOF7IyHXkE  

 2,442
สังคม-อาชญากรรม
03 เม.ย. 60

'พล.ร.อ.หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช' อดีตองคมนตรี ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยวัย 82 ปี

พลเรือเอก หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช อดีตองคมนตรี ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคมะเร็งปอดในวัย 82 ปี เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เวลา 14.09 น. โดยในวันที่ 3 เม.ย. เวลา 17.00 น. จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเครื่องเกียรติยศประกอบศพ   โดยท่านเป็นบุตรของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี และท่านผู้หญิงอุศนา ปราโมช ณ อยุธยา สมรสกับท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา (สกุลเดิม ชลวิจารณ์) มีบุตรทั้งหมด 5 คน ม.ล.อัศนี ปราโมช มีผลงานทางดนตรีมากมาย เป็นนักไวโอลิน นักวิโอล่า ผู้ประพันธ์เพลง และผู้อำนวยเพลง เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ทำให้ได้รับการยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) เมื่อปี พ.ศ. 2537   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DSPopmTUF3M  

 10,474
สังคม-อาชญากรรม
20 มี.ค. 60

องคมนตรีเป็น ปธ.พระราชทานเพลิงศพ 'เจ๊ยุ' ขรก.-นักการเมือง ร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้าย

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงนางยุวดี ธัญญสิริ ภริยา พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร โดยมีบรรดารองนายกรัฐมนตรี อดีตนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ข้าราชการทหาร และเพื่อนสื่อมวลชนหลายคนเข้าร่วม ทั้งนี้ ทางครอบครัวธัญญสิริได้แจกหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงนางยุวดี ธัญญสิริ พระขุนแผนทรงพลห้าเหลี่ยม รุ่นชัยชนะ จากวัดเถรพลาย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และข้าวหอมมะลิ 1 กิโลกรัม มอบให้เป็นของที่ระลึกแก่แขกผู้มาร่วมพิธีในครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pQbtc-Bticc  

 10,053
พระราชสำนัก
28 ม.ค. 60

องคมนตรีอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.พัทลุง

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญถุงยังชีพพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร มอบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.พัทลุง จำนวน 1,500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น พร้อมกับสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j_dMKgeICYw

 1,438
การเมือง
19 ม.ค. 60

องคมนตรี 'ชาญชัย ลิขิตจิตถะ' ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยวัย 71 ปี

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ วัย 71 ปี ซึ่งเป็น 1 ในองคมนตรี ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 18 ม.ค.2560 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากอาการติดเชื้อในปอด ญาติเตรียมนำศพตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ศาลาบัณรศภาค วัดเบญจมบพิตร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VxxOsOvKlrA  

 6,675
การเมือง
10 ม.ค. 60

'วิษณุ' เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงปชช.ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังองคมนตรี ประกอบด้วย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และนายวิรัช ชินวินิจกุล เดินทางเข้าหารือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นการอัญเชิญพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ที่อาจจะลำบากในการเข้าช่วยเหลือประชาชน เพราะจะส่งเงินไปประชาชนก็ไม่สามารถนำเงินไปซื้อข้าวของได้ จะส่งข้าวสารไปก็ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำ ในการหุงต้ม จึงทำให้ลำบากไปหมด และมีแนวทางที่รัฐบาลรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมนำไปดำเนินการ โดยหลังจากองคมนตรีอัญเชิญพระราชกระแสมาแล้ว รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือประชาชน เพราะทรงห่วงใยว่า จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร เนื่องจากอาหารแจกจ่ายได้ไม่ทั่วถึง และแต่ละอำเภอมีปัญหาแตกต่างกัน บางแห่งได้ยินมาว่า ราษฎรกว่า 2-3 หมื่นคน ต้องอพยพไปพักอยู่ในโรงแรมหรือโรงเรียนในที่เดียวกันเป็นการชั่วคราว กินอาหารวันละ 3 มื้อ ซึ่งแปลว่าต้องใช้งบประมาณเลี้ยงดูวันละประมาณ 1 ล้านบาท ตรงนี้รัฐบาลจะมาพิจารณาว่า จะมีการบริหารจัดการกันอย่างไร ทั้งนี้ ในวันที่ 10 ม.ค.รัฐบาลจะเปิด"ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้"อย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 10 ม.ค.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย จะมีการเสนอมาตรการต่างๆในการช่วยเหลือเข้าที่ประชุม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0eyvs0vyXT0

 1,911
พระราชสำนัก
20 ธ.ค. 59

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ องคมนตรี และคณะรัฐมนตรีใหม่ เฝ้าถวายสัตย์

  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ องคมนตรี และคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำ นายวิรัช ชินวินิจกุล และนายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเพิ่มเติม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในการนี้ พลเอกวิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ด้วย โอกาสนี้ ได้มีพระราชดำรัส กับคณะรัฐมนตรี ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ ถึงการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประเทศและประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k7Gg9RemB6w    

 3,646
พระราชสำนัก
19 ธ.ค. 59

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ องคมนตรี และคณะรัฐมนตรีใหม่ เฝ้าถวายสัตย์

     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำ นายวิรัช ชินวินิจกุล และนายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเพิ่มเติม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โอกาสนี้ ได้มีพระราชดำรัสกับคณะองคมนตรีความตอนหนึ่งว่า ที่เลือกมาเพราะได้ทำความดีความชอบต่อแผ่นดิน และเป็นคนที่เคยถวายงานมาแล้ว ก็ขอให้ตระหนักและจะได้มอบงานและภารกิจต่างๆ ให้ปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ขององคมนตรีในสายงานที่ถนัดต่อไป        จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในโอกาสนี้ พลเอกวิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท        โอกาสนี้ ได้มีพระราชดำรัส กับคณะรัฐมนตรี ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตอนหนึ่งว่า ขอให้พรมีกำลังกาย กำลังใจ กำลังปัญญา ตลอดจนขวัญและความสุขที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และประชาชน ให้มีความตั้งใจ มีขันติ คือความอดทน ตลอดจนมีความกระตือรือร้นที่จะศึกษาปัญหา และแก้ปัญหาก็จะได้ผลต่อประเทศ ซึ่งปัญหาและอุปสรรคนั้นเป็นบททดสอบที่จะเพิ่มความสามารถ มีอะไรให้ปรึกษากัน หาข้อมูลให้ถูกต้อง และปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ทันการณ์ สมกับสถานการณ์ และเหตุผล

 111,995
พระราชสำนัก
14 ธ.ค. 59

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่ม 2 ตำแหน่ง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งองคมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 แล้วนั้น บัดนี้ ทรงพระราชดำริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 แห่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบ กับมาตรา 12 และมาตรา 13 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 1. นายวิรัช ชินวินิจกุล เป็นองคมนตรี 2. นายจรัลธาดา กรรณสูต เป็นองคมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 เป็นปีที่ 1 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TV3iP7Sjj9k  

 15,172
การเมือง
07 ธ.ค. 59

'พล.อ.ไพบูลย์ - พล.อ.ดาว์พงษ์' เข้าอำลานายกฯ รับตำแหน่งองคมนตรี ขอบคุณสื่อได้ทำงานร่วมกัน

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับโปรดเกล้าเป็นองคมนตรี เข้าอำลาตำแหน่งกับนายกรัฐมนตรี ยืนยันที่ผ่านมาทำงานเต็มที่ ทุกคนมีวาระไม่ห่วงคนมาใหม่ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีพิจารณา ขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ทำงานร่วมกัน พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ได้รับการโปรดเกล้าเป็นองคมนตรี เดินทางเข้ามาทำเนียบรัฐบาล พบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย ก่อนที่จะเข้าอำลา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บนตึกไทยคู่ฟ้า โดยกล่าวว่า มาวันนี้เพื่อที่จะมาลานายกรัฐมนตรี และไม่ห่วงงานของกระทรวงยุติธรรม เพราะได้มอบหมายงานหมดแล้ว รวมถึงคดี พระธัมมชโย ซึ่งทุกคนที่มาก็มีวาระทุกคน เวลาอยู่ก็ต้องทำงานให้เต็มที่ เวลาพ้นจากตำแหน่งจะได้ไม่ต้องกังวลว่าไม่ได้ทำ ที่ผ่านมาตนทำงานเต็มที่ ซึ่งขณะนี้หมดเวลา ของตนแล้ว ส่วนใครจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้พิจารณา ขณะเดียวกัน พลเอกไพบูลย์ ได้ยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณ ผู้สื่อข่าวที่ได้ทำงานร่วมกัน และยืนยัน จะทำหน้าที่ทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามภายหลังพลเอกไพบูลย์ เข้าไปอำลานายกรัฐมนตรี พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้เดินทางเข้าอำลานายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้าเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NOm-J9lEalo      

 1,636
การเมือง
07 ธ.ค. 59

'พล.อ.ประวิตร' ยินดี 2 รมว.รับตำแหน่งองคมนตรี ยังไม่ทราบปรับ ครม.ใหม่

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยินดีรัฐมนตรีในรัฐบาลได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย เป็นคณะองคมนตรี ส่วนจะปรับ ครม.ใหญ่หรือไม่ ต้องถามนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี หลัง พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะองคมนตรี ว่าตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด เพราะเพิ่งทราบเรื่อง ซึ่งการปรับคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนจะเป็นการปรับ ครม.ในตำแหน่งอื่นอีกหรอไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังไม่ได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวดีใจที่บุคคลในรัฐบาลได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย ให้ทำหน้าที่องคมนตรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d0iX-uZdQjA  

 1,299
พระราชสำนัก
07 ธ.ค. 59

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 10 องคมนตรี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งองคมนตรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่คณะองคมนตรีได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี และทรงพระราชดำริ เห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 แห่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบ กับมาตรา 12 มาตรา 13 และมาตรา 16 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้ 1. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็น องคมนตรี 2. นายเกษม วัฒนชัย เป็น องคมนตรี 3. นายพลากร สุวรรณรัฐ เป็น องคมนตรี 4. นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ เป็น องคมนตรี 5. นายศุภชัย ภู่งาม เป็น องคมนตรี 6. นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ เป็น องคมนตรี 7. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข เป็น องคมนตรี 8. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็น องคมนตรี 9. พลเอก ธีรชัย นาควานิช เป็น องคมนตรี 10. พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็น องคมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 เป็นปีที่ 1 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vfm7TowqsQc    

 3,418

Top