ค้นหา :

ผลการค้นหา "สตูล"

พระราชสำนัก
30 พ.ย. 62

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจคณะครูและนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจคณะครูและนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล     พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 ต.เกตรี และ ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน โดยมีนายศักระ กปิลกาญจน์ รอง ผวจ.สตูล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 คณะครู นักเรียน ให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค โดยโรงเรียนมีความต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนการสอนและการสืบค้น และจำนวนหอพักนักเรียนไม่เพียงพอ เนื่องจากมีนักเรียนจำนวนมากในแต่ละหอพัก รวมทั้งระบบน้ำบาดาลภายในโรงเรียน   จากนั้นองคมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการกิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพแบบบูรณาการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมอาชีพนักเรียนเพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียน เช่น การทำผลิตภัณฑ์งานช่าง หัตถเวช การปลูกผักปลอดสารพิษ การทำขนม การทำผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก และการทอผ้า ความสามารถด้านดนตรี กีฬา เมื่อเสร็จสิ้นองคมนตรี และคณะเดินทางไปยังหอประชุมโรงเรียน เพื่อมอบโอวาทให้กับเด็กนักเรียน พร้อมด้วยมอบสิ่งของพระราชทานให้กับนักเรียน   สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จ.สตูล ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 49 พื้นที่รวม 260-3-11.9 ไร่ โดยวันที่ 9 มิ.ย. 49 ตรงกับวันครองราชย์ครอบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหารราช กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้ง ร.ร.ราชประชนุเคราะห์ 42 จ.สตูล เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ท่าน โดยเปิดการเรียนการสอนครั้งแรก วันที่ 9 มิ.ย. 50 เปิดสอนนักเรียนระดับชั้น ป. 1 ถึง ม. 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 725 คน เป็นนักเรียนอยู่ประจำทั้งหมดประกอบด้วย นักเรียนชาย 357 คน และนักเรียนหญิง 368 คนจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจัดการเรียนแบบทวิศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีครูและบุคลากรรวม 82 คน มีนางสุพรรณา แก้วเพิ่มพูน เป็นผู้อำนวยการ    โดยทางโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จ.สตูล มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้เกิดความรู้ทั้งทางด้านวิชาการ วิชาชีพ รวมทั้งทักษะการดำรงชีวิต และปลูกฝังการเสริมสร้างอุปนิสัยพอเพียง เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

 96
สังคม
04 พ.ย. 62

เกาะนี้มีแต่หอย รองผู้ว่า นำสือล่องใต้เที่ยวสตูล 'เกาะแปลก'

รองผู้ว่าจ.สตูล นำสือลงเที่ยวเกาะขอขาว 1 ใน 10 แหล่งท่องเที่ยวของสตูลที่ห้ามพลาด มองไกลๆจะเห็นเหมือนทรายสีขาว แต่พอลองใกล้เข้าไปจะเห็นว่าทั้งเกาะเต็มไปด้วยเปลือกหอยทั้งหมด ไม่มีเม็ดทรายปนอยู่เลย ชาวบ้านเล่าว่าเกิดจากลมและคลื่นหอบเปลือกหอยมาทับถมกันจนกลายเป็นเกาะ โดยมีสภาพไม่คงที่เปลี่ยนไปตามกระแสน้ำและฤดูกาล

 142
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ย. 62

พ่อแจงล่ามโซ่ ด.ช.วัย 13 เหตุลูกมีอาการทางจิต ผูกเพื่อป้องกันอันตราย ยันเลี้ยงดีกินอิ่ม

สตูล-จากกรณีเด็กชายวัย 13 ปี ถูกพ่อคือ นายกิติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี จับมาล่ามโซ่ไว้ใต้ต้นมะขาม ใกล้สวนยางพารา หมู่ 3 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง ทำให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าช่วยเหลือ พร้อมนำเด็กมาไว้ยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล จากนั้นได้นำเด็กไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลสตูล   ด้านหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สตูล ระบุ มีอาการพิการทางจิต จึงนำไปพักที่บ้านพักเด็ก แต่พ่อเขาเป็นห่วงลูกจึงขอมาดูแลที่บ้าน จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประสานเพื่อดูแลในเบื้องต้นมาให้กำลังใจกับครอบครัวและดูแลเด็กเพื่อคุ้มครองเด็ก ส่วนเรื่องที่ล่ามโซ่เด็กนั้นข้อเท็จจริงคือพ่อเป็นห่วงลูกมาก เพราะลูกมีอาการทางจิตไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จะเดินไปตามที่เขาต้องการโดยไม่รู้ตัว   พ่อเป็นห่วงก็ล่ามไว้ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ช่วงที่อยู่ก็ปล่อยตามปกติให้กินอิ่มดูแลอย่างดี เพราะหากปล่อยไว้บางทีไปกินของที่มีพิษ ไปจับสัตว์มีพิษ และผูกไว้เป็นช่วงๆเท่านั้นไม่ได้ผูกไว้ตลอด ส่วนพ่อเองก็ได้นำไปตรวจ แพทย์ได้วินิจฉัยว่าพ่อมีอาการโรคซึมเศร้าและจะหนักกว่าลูก จึงได้นัดไปรักษาให้ยามากินเบื้องต้นทั้งพ่อและลูกด้วย   ด้านพ่อของเด็กเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกเสียใจกับข่าวที่ออกไปว่าตนทรมานลูก ทั้งที่ตนทำไปเพื่อปกป้องลูก ใครที่ไม่มีลูกเป็นแบบนี้จะไม่เข้าใจ ตอนนี้ตนถูกสังคมประณามเพราะไม่รู้ข้อเท็จจริง ตนเองนำลูกมาเลี้ยงเองเพราะไม่ต้องการให้ลูกกลายเป็นปัญหาของสังคม ที่ล่ามโซ่เพราะหากผูกเชือกลูกแกะได้ บางครั้งเชือกขาด จึงใช้โซ่ล่าม แต่หากสังเกตุให้ดีบริเวณข้อเท้าตนจะสวมท่อยางไว้เพื่อไม่ให้โซ่บาดเนื้อลูก และที่ผูกไว้กับต้นมะขามตนก็เฝ้าดูอยู่ตลอดโดยจะผูกเปลนอนไว้บนต้นมะขาม ส่วนเปลด้านล่างไว้สำหรับลูกนอนเล่น ตนจะดูแลไม่ให้คลาดสายตา   ส่วนสาเหตุที่ต้องล่ามไว้เพราะก่อนหน้านี้เคยปล่อยและพาไปไหนด้วยตลอด พอคล้อยหลังลูกไปจับงูกะปะ 3 เหลี่ยมโชคดีที่ไม่ถูกกัด ไม่กลัวรถ เห็นรถแล้ววิ่งเข้าหา ใครชวนก็ขึ้นรถตามไปหมด ไปทำลายทรัพย์สินคนอื่นก็มาก กินยาฆ่าแมลงก็มี โชคดีที่ตนช่วยไว้ได้ เรื่องกินก็ให้กินอิ่ม เด็กไม่ได้ผอมโซเหมือนที่สื่อได้นำเสนอไป แต่พฤติกรรมของเด็กเขาจะชอบคุ้ยหาสิ่งของและซุกซนไม่เหมือนเด็กปกติ   โดยตนเพิ่งจากล่ามเด็กไว้ประมาณ 1 ปีเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายจากพฤติกรรมของเขาเอง ไม่ได้ทรมานลูกอย่างที่คิด และสาเหตุที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะเขาชักมาตั้งแต่คลอดได้ 2 เดือน เมื่อเลิกกับแม่เขาตอนเขาได้1ปี 4 เดือน ตนก็เอามาดูแลโดยให้อยู่กับย่าที่จ.นครศรีธรรมราช เมื่อตนมาได้ภรรยาใหม่ที่สตูลตนก็เอาลูกมาอยู่ด้วย โดยมาอยู่ 4 ปีแต่เพิ่งจะล่ามไว้ 1 ปี เพราะเป็นห่วงว่าเขาไม่ปลอดภัยรอบบ้านมีป่ากับน้ำ ลูกเคยกินยาแต่ตนเห็นว่าช่วงกินยา อารมณ์เขาจะรุนแรงจึงให้หยุดยา   แต่หลังจากได้รับยาจาก รพ.สตูล เมื่อวานนี้เด็กพูดเข้าใจรู้เรื่องมากขึ้น จากที่ผูกเชือกไว้หลวมๆปกติเขาจะแกะออกได้ วันนี้ตนบอกว่าอย่าแกะจะซื้อลูกชิ้นมาให้กิน กลับมาเขาก็ไม่แกะออก รู้สึกเสียใจว่าสิ่งที่ตนเองทำมีคนเข้าใจไปอีกแบบ ซึ่งทางนายกอบต.ควนกาหลงและหน.บ้านพักเด็กฯต่างช่วยกันปลอบใจ ในส่วนของโรงพักก็เข้าใจในเหตุผลของตนไม่ได้เอาความ   ด้านนายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ นายกอบต.ควนกาหลง กล่าวว่า สิ่งที่เกิดเหตุดูจากสภาพร่างกายเด็ก เด็กไม่ได้มีบาดแผลหรือถูกทรมาน แต่พ่อเขาดูแลอย่างดีกินตามปกติ ไม่ได้ผอมโซอย่างที่บางสื่อนำเสนอ ข้อมูลจาก อสม.และผู้นำหมู่บ้านเด็กพิการทางสมอง อยู่ไม่นิ่ง พ่อแม่เด็กต้องทำมาหากินจึงต้องผูกลูกไว้ โดยเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆช่วงไปทำงานเท่านั้น   ส่วนของความช่วยเหลือ ทางอบต.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ซึ่งเบื้องต้นเด็กได้รับเงินอุดหนุนผู้พิการตามทะเบียนบ้านของเด็กซึ่งอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมาดูแล้วเด็กไม่ได้ถูกทรมาน แต่ครอบครัวดูแลอย่างดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0hFIawe_EMw

 2,536
สังคม
27 ก.ย. 62

พ่อแจงล่ามโซ่ ด.ช.วัย 13 เหตุลูกมีอาการทางจิต ผูกเพื่อป้องกันอันตราย ยันเลี้ยงดีกินอิ่ม

สตูล-จากกรณีเด็กชายวัย 13 ปี ถูกพ่อคือ นายกิติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี จับมาล่ามโซ่ไว้ใต้ต้นมะขาม ใกล้สวนยางพารา หมู่ 3 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง ทำให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าช่วยเหลือ พร้อมนำเด็กมาไว้ยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล จากนั้นได้นำเด็กไปตรวจสภาพร่างกายที่โรงพยาบาลสตูล   ด้านหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สตูล ระบุ มีอาการพิการทางจิต จึงนำไปพักที่บ้านพักเด็ก แต่พ่อเขาเป็นห่วงลูกจึงขอมาดูแลที่บ้าน จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประสานเพื่อดูแลในเบื้องต้นมาให้กำลังใจกับครอบครัวและดูแลเด็กเพื่อคุ้มครองเด็ก ส่วนเรื่องที่ล่ามโซ่เด็กนั้นข้อเท็จจริงคือพ่อเป็นห่วงลูกมาก เพราะลูกมีอาการทางจิตไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จะเดินไปตามที่เขาต้องการโดยไม่รู้ตัว   พ่อเป็นห่วงก็ล่ามไว้ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ช่วงที่อยู่ก็ปล่อยตามปกติให้กินอิ่มดูแลอย่างดี เพราะหากปล่อยไว้บางทีไปกินของที่มีพิษ ไปจับสัตว์มีพิษ และผูกไว้เป็นช่วงๆเท่านั้นไม่ได้ผูกไว้ตลอด ส่วนพ่อเองก็ได้นำไปตรวจ แพทย์ได้วินิจฉัยว่าพ่อมีอาการโรคซึมเศร้าและจะหนักกว่าลูก จึงได้นัดไปรักษาให้ยามากินเบื้องต้นทั้งพ่อและลูกด้วย   ด้านพ่อของเด็กเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกเสียใจกับข่าวที่ออกไปว่าตนทรมานลูก ทั้งที่ตนทำไปเพื่อปกป้องลูก ใครที่ไม่มีลูกเป็นแบบนี้จะไม่เข้าใจ ตอนนี้ตนถูกสังคมประณามเพราะไม่รู้ข้อเท็จจริง ตนเองนำลูกมาเลี้ยงเองเพราะไม่ต้องการให้ลูกกลายเป็นปัญหาของสังคม ที่ล่ามโซ่เพราะหากผูกเชือกลูกแกะได้ บางครั้งเชือกขาด จึงใช้โซ่ล่าม แต่หากสังเกตุให้ดีบริเวณข้อเท้าตนจะสวมท่อยางไว้เพื่อไม่ให้โซ่บาดเนื้อลูก และที่ผูกไว้กับต้นมะขามตนก็เฝ้าดูอยู่ตลอดโดยจะผูกเปลนอนไว้บนต้นมะขาม ส่วนเปลด้านล่างไว้สำหรับลูกนอนเล่น ตนจะดูแลไม่ให้คลาดสายตา   ส่วนสาเหตุที่ต้องล่ามไว้เพราะก่อนหน้านี้เคยปล่อยและพาไปไหนด้วยตลอด พอคล้อยหลังลูกไปจับงูกะปะ 3 เหลี่ยมโชคดีที่ไม่ถูกกัด ไม่กลัวรถ เห็นรถแล้ววิ่งเข้าหา ใครชวนก็ขึ้นรถตามไปหมด ไปทำลายทรัพย์สินคนอื่นก็มาก กินยาฆ่าแมลงก็มี โชคดีที่ตนช่วยไว้ได้ เรื่องกินก็ให้กินอิ่ม เด็กไม่ได้ผอมโซเหมือนที่สื่อได้นำเสนอไป แต่พฤติกรรมของเด็กเขาจะชอบคุ้ยหาสิ่งของและซุกซนไม่เหมือนเด็กปกติ   โดยตนเพิ่งจากล่ามเด็กไว้ประมาณ 1 ปีเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายจากพฤติกรรมของเขาเอง ไม่ได้ทรมานลูกอย่างที่คิด และสาเหตุที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะเขาชักมาตั้งแต่คลอดได้ 2 เดือน เมื่อเลิกกับแม่เขาตอนเขาได้1ปี 4 เดือน ตนก็เอามาดูแลโดยให้อยู่กับย่าที่จ.นครศรีธรรมราช เมื่อตนมาได้ภรรยาใหม่ที่สตูลตนก็เอาลูกมาอยู่ด้วย โดยมาอยู่ 4 ปีแต่เพิ่งจะล่ามไว้ 1 ปี เพราะเป็นห่วงว่าเขาไม่ปลอดภัยรอบบ้านมีป่ากับน้ำ ลูกเคยกินยาแต่ตนเห็นว่าช่วงกินยา อารมณ์เขาจะรุนแรงจึงให้หยุดยา   แต่หลังจากได้รับยาจาก รพ.สตูล เมื่อวานนี้เด็กพูดเข้าใจรู้เรื่องมากขึ้น จากที่ผูกเชือกไว้หลวมๆปกติเขาจะแกะออกได้ วันนี้ตนบอกว่าอย่าแกะจะซื้อลูกชิ้นมาให้กิน กลับมาเขาก็ไม่แกะออก รู้สึกเสียใจว่าสิ่งที่ตนเองทำมีคนเข้าใจไปอีกแบบ ซึ่งทางนายกอบต.ควนกาหลงและหน.บ้านพักเด็กฯต่างช่วยกันปลอบใจ ในส่วนของโรงพักก็เข้าใจในเหตุผลของตนไม่ได้เอาความ   ด้านนายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ นายกอบต.ควนกาหลง กล่าวว่า สิ่งที่เกิดเหตุดูจากสภาพร่างกายเด็ก เด็กไม่ได้มีบาดแผลหรือถูกทรมาน แต่พ่อเขาดูแลอย่างดีกินตามปกติ ไม่ได้ผอมโซอย่างที่บางสื่อนำเสนอ ข้อมูลจาก อสม.และผู้นำหมู่บ้านเด็กพิการทางสมอง อยู่ไม่นิ่ง พ่อแม่เด็กต้องทำมาหากินจึงต้องผูกลูกไว้ โดยเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆช่วงไปทำงานเท่านั้น   ส่วนของความช่วยเหลือ ทางอบต.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ซึ่งเบื้องต้นเด็กได้รับเงินอุดหนุนผู้พิการตามทะเบียนบ้านของเด็กซึ่งอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมาดูแล้วเด็กไม่ได้ถูกทรมาน แต่ครอบครัวดูแลอย่างดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0hFIawe_EMw

 2,536
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ค. 62

จับเพื่อนบ้านมือฆ่าเจ้าของร้านชำ สารภาพเข้าไปลักทรัพย์หาเงินไปซื้อยาบ้า แต่ผู้ตายมาเห็น จึงต้องฆ่าปิดปาก

สตูล - เจ้าของร้านขายของชำ ในพื้นที่ อ.ทุ่งหว้า ซึ่งเป็นแม่ของอดีต ผญบ. ถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ แต่ผู้ตายตื่นมาเห็นเสียก่อนคนร้ายจึงฆ่าปิดปากเนื่องจากกลัวผู้ตายจำหน้าได้    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค.62 โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนได้ตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายสมศักดิ์ หรือนาฝี ตรีโกบ อายุ 31 ปี จึงนำมาตรวจสารเสพติดพบมีสารเสพติดในร่างกาย    จากการสอบสวนนายสมศักดิ์ ได้รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าเองเพราะติดยาบ้าและต้องการเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ เจ้าหน้าที่จึงได้อนุมัติให้ออกหมายจับในความผิดฐาน ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยมีอาวุธในเคหสถานเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม   เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายสมศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งมีญาติพี่น้องของผู้ตายและชาวบ้านในพื้นที่เนื่องจากผู้ตายเป็นคนที่ชาวบ้านรักและนับถือเพราะเป็นแม่ของอดีตผญบ.จึงมีชาวบ้านกว่า 500 คนมารอดูหน้าผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น    ซึ่งเจ้าหน้าที่มีกำลังไม่พอทางพ.ต.อ.ศักดิ์ดา เจริญกุล รองผบก.ภจว.สตูล และพ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ขวัญศรี ผกก.สภ.ทุ่งหว้าต้องเข้ามาเจรจาเพื่อให้ญาติพี่น้องอยู่ในความสงบและกันพื้นที่ไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาในที่เกิดเหตุป้องกันเหตุการณ์ความวุ่นวาย จนกระทั่งชาวบ้านล่าถอยออกไปจึงเข้าไปทำแผน   เริ่มจากผู้ต้องหาเดินเข้าไปทางหลังบ้าน จากนั้นใช้มือล้วงจากด้านบนเพื่อดึงกลอนประตู เมื่อเข้ามาทางด้านหลังบ้านเพื่อลักทรัพย์แต่ผู้ตายเข้ามาพบ ผู้ต้องหาใช้เหล็กที่ใช้ปลอกมะพร้าวตีเข้าที่ลำตัว ผู้ตายใช้แขนป้องไว้ และวิ่งเข้ามาในบ้านบริเวณเตียงนอนคนร้ายได้ตีซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เมื่อผู้ตายล้มบนที่นอนคนร้ายได้ใช้เหล็กดังกล่าวตีซ้ำไปที่ศรีษะรวม 5 ครั้งทำให้ผู้ตายเสียชีวิตทันที    จากนั้นผู้ต้องหาหลบหนีไปตามบ้านญาติพี่น้องหลายแห่งจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสนำมาตรวจสอบสารเสพติดดังกล่าว    อย่างไรก็ตามสำหรับนายสมศักดิ์นั้นถือเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้ตายและรู้จักกันดี โดยบ้านนายสมศักดิ์อยู่ห่างจากร้านขายของชำของผู้ตายประมาณ 500 เมตร และมักมาอยู่บ้านญาติซึ่งอยู่ห่างจากร้านเพียง 100 เมตร    ซึ่งวันเกิดเหตุตั้งใจจะมาลักทรัพย์แต่ผู้ตายตื่นมาพบซึ่งผู้ตายรู้จักกันดีประกอบกับมีการเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จึงได้ทำร้ายและลงมือฆ่าปิดปากก่อนจะหยิบเงินไป 500 บาทและหลบหนีไปดังกล่าว

 3,086
การเมือง
14 มิ.ย. 62

'อนุทิน' เยือนสตูล ปลื้มเลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด ยันเข้ามาตั้งใจทำงาน ไม่สนเสียงนกเสียงกา

นายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อขอบคุณที่เลือก ส.ส.พรรคภูมิใจไทยยกจังหวัด และ ส.ส.จากภาคใต้หลายคน เตรียมผลักดันโครงการสะพานถนนจากสตูล ไปยังรัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย ซึ่งการสร้างสนามบินสตูล จะเป็นงานตามที่พรรคภูมิใจไทยได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงคมนาคมด้วย   นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เข้ามาทำงาน เราไม่เล่นการเมือง เพราะเล่นไม่เป็น แถมยังปากเสีย พูดไม่มีหูรูด แต่เข้ามาทำงานโดยไม่สนใจเสียงนกเสียงกา หรือคำว่ากล่าวใดๆ ถ้างานที่ทำแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทย และประชาชน เราพูดไม่เก่ง แต่ทำงานเก่งและกล้าตัดสินใจ   โดยโควต้า รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คาดตกเป็นของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือปั๊มพีที สามีของนางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกของพรรค และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะการนำของแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยที่มีสามีภรรยาคู่นี้ ทำให้พรรคได้ส.ส. ภาคใต้ทั้งแบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อมากกว่า 10 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MQL9Fdwf8Y4

 3,106
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
14 มิ.ย. 62

'อนุทิน' เยือนสตูล ปลื้มเลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด ยันเข้ามาตั้งใจทำงาน ไม่สนเสียงนกเสียงกา

นายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อขอบคุณที่เลือก ส.ส.พรรคภูมิใจไทยยกจังหวัด และ ส.ส.จากภาคใต้หลายคน เตรียมผลักดันโครงการสะพานถนนจากสตูล ไปยังรัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย ซึ่งการสร้างสนามบินสตูล จะเป็นงานตามที่พรรคภูมิใจไทยได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงคมนาคมด้วย   นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เข้ามาทำงาน เราไม่เล่นการเมือง เพราะเล่นไม่เป็น แถมยังปากเสีย พูดไม่มีหูรูด แต่เข้ามาทำงานโดยไม่สนใจเสียงนกเสียงกา หรือคำว่ากล่าวใดๆ ถ้างานที่ทำแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทย และประชาชน เราพูดไม่เก่ง แต่ทำงานเก่งและกล้าตัดสินใจ   โดยโควต้า รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คาดตกเป็นของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือปั๊มพีที สามีของนางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกของพรรค และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะการนำของแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยที่มีสามีภรรยาคู่นี้ ทำให้พรรคได้ส.ส. ภาคใต้ทั้งแบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อมากกว่า 10 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MQL9Fdwf8Y4

 3,106
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ค. 62

ผัวทาสยาใช้ขวานจามหัวเมียดับ คาดชอบขอเงินไปซื้อยา พอไม่ได้มักทำร้ายร่างกาย

สตูล- พบศพนางฟาตีม๊ะ หรือมุหย๊ะ นาคกระวัศ อายุ 52 ปี นอนเสียชีวิตสภาพศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็นในบ้านพัก อ.มะนัง จากการชันสูตรพบว่า ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกายบริเวณศีรษะมีรอยของมีคมฟันเข้าจากด้านหลัง บริเวณใกล้ศพผู้ตายพบขวาน 1 ด้าม มีคราบเลือดแห้งและเส้นผมติดอยู่ที่ขวาน เชื่อว่าเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงยึดไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนญาติผู้ตาย ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายอยู่กินกับนายอนันต์ หมิดแสล้ อายุ 47 ปี ชาวบ้านดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน ผู้ตายและสามีพักอยู่ในบ้านดังกล่าว 2 คน โดยผู้ตายเป็นแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ น้ำชา กาแฟ ตามตลาดนัดต่างๆ ส่วนนายอนันต์ไม่ได้ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือภรรยาเวลาออกไปขายน้ำ แต่มักมีพฤติการณ์เสพยาเสพติด วันไหนไม่มีเงินซื้อยาเสพติดจะมาขอเงินจากผู้ตาย หากไม่มีเงินให้ก็จะทำร้ายร่างกายผู้ตายเป็นประจำ   โดยเพื่อนบ้านใกล้เคียงบอกว่าปกตินางฟาตีม๊ะ จะออกไปขายของทุกวันในช่วงเช้าวันจันทร์ก็ยังเห็นเดินอยู่หน้าบ้าน แต่ในวันอังคารเพื่อนบ้านไม่มีใครเห็น เพราะเป็นวันหยุดขายของคิดว่าคงอยู่ในบ้านประกอบกับช่วงถือศีลอด คิดว่าน่าจะพักผ่อนอยู่ในบ้านไม่ได้เอะใจอะไร        ด้านตำรวจระบุ ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 32 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุนายอนันต์สามีผู้ตายซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปบ้านญาติที่อ.สะเดา สงขลา และพูดจาแปลกมีพิรุธ ทางญาติจึงได้โทรหาญาติฝ่ายผู้ตายให้ไปดูที่บ้านว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เมื่อไปพบว่าเสียชีวิตแล้วดังกล่าว และในที่เกิดเหตุก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้   โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อออกหมายจับคนร้ายรายนี้ เนื่องจากถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ และให้ชุดสืบสวนออกสืบสวนจับกุม ส่วนมูลเหตุของการสังหารโหดครั้งนี้ สันนิษฐานว่าคนร้ายอาจขอเงินผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ให้จึงเกิดอาการโมโหคว้าขวานมาฟันศีรษะผู้ตาย โดยผู้ตายเองก็ไม่ได้คาดคิดหรือระวังตัว ถึงแม้คนร้ายจะออกนอกพื้นที่แต่เชื่อว่าจะจับกุมได้ในไม่ช้านี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xW5_qhPwmWA

 2,631
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 พ.ค. 62

อุทยานตะรุเตาแจ้งความ นทท.จีน นำหอยเม่นบนเกาะหลีเป๊ะมาทุบตี จิตอาสาห้ามก็ไม่ฟัง

สตูล-กรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลงไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ ได้นำหอยเม่นขึ้นมาทุบตีทำลายบริเวณชายหาดเกาะหลีเป๊ะ จนกระทั่งมีจิตอาสาลงไปห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล ล่าสุด (21 พ.ค.) ทางอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้เข้าแจ้งความเอาผิดนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่กระทำดังกล่าวแล้ว   โดย นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล กล่าวว่ากรณีเรื่องดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ตต.5 (แหลมสน-เกาะอาดัง) ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด นทท.ชาวจีน ที่นำหอยเม่น ขึ้นมาตีทำลาย บริเวณชายหาด โดยได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เกาะหลีเป๊ะแล้ว   ถึงแม้หอยเม่นไม่ได้เป็นสัตว์คุ้มครองแต่หากจับในพื้นที่อุทยานฯ ก็สามารถดำเนินคดีได้หมด สำหรับพื้นที่เกาะหลีเป๊ะในช่วงน้ำลดสูงสุด 3-4 วัน บริเวณชายหาดซันไรท์หรือบริเวณหน้าไฮดีลิค มักจะมีนักท่องเที่ยวลงไปเหยียบย่ำปะการัง เพื่อไปดูปะการังที่โผล่ขึ้นมายามน้ำลด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดป้ายเตือนและธงสีแดงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ไม่ให้นักท่องเที่ยวลงไปเหยียบย่ำปะการังดังกล่าว   ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อุทยานจะร่วมกับกลุ่มจิตอาสาซึ่งเป็นพนักงานตามรีสอร์ทต่างๆ และกลุ่มรีฟการ์เดี้ยนคอยดูแล เนื่องจากจนท.อุทยานเองจะลงไปเป็นช่วงๆ เพราะจนท.จะประจำอยู่บนเกาะอาดัง ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงมรสุมหากคลื่นลมแรงจนท.ก็จะเข้าเกาะหลีเป๊ะไม่ได้ จึงต้องอาศัยกลุ่มรีฟการ์เดี้ยนและจิตอาสาคอยช่วยกันดูแล แต่ทั้งนี้จนท.อุทยานเองก็พยายามที่จะเข้าไปดูแลอยู่ตลอด ส่วนของนักท่องเที่ยวที่ก่อเหตุนั้นได้ประสานกับตร.สภ.เกาะหลีเป๊ะ และตร.ท่องเที่ยวให้ช่วยตามหาเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี   ด้านนายดีนันท์ พัทลุง ประธานกลุ่มรีฟการ์เดี้ยน จ.สตูล บอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันนี้เป็นช่วง15 ค่ำถึง 4 ค่ำจะเป็นช่วงน้ำลดมาก บริเวณหาดซันไรท์จะมีปะการังค่อนข้างหนาแน่น เมื่อน้ำลดนักท่องเที่ยวเห็นก็จะลงไปเหยียบเล่นเพื่อดูปะการังให้เห็นชัดๆ บางคนก็หยิบจับสิ่งที่เราอนุรักษ์ไว้ให้ดูเฉพาะแต่ตาเท่านั้น   ในกรณีดังกล่าวก็เช่นกัน มีน้องจิตอาสาซึ่งปฏิบัติหน้ที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้เข้าไปห้ามไม่ให้ทำลายหอยเม่น แต่นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวไม่เชื่อฟังแถมย้อนถามว่าเป็นใคร พอบอกว่าเป็นจิตอาสาเขาก็เฉยไม่ใส่ใจมองว่าไม่ใช่ จนท. โดยน้องที่เป็นจิตอาสาก็ได้ประสานไปทางอุทยานฯ แต่เนื่องจากจนท.อยู่ที่เกาะอาดังกว่าจะมาถึงนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวก็กลับไปแล้ว   ซึ่งจิตอาสาส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานตามรีสอร์ทที่ช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่ได้ใส่ชุดประจำในรายที่ห้ามแล้วเชื่อก็ดีไปในกรณีที่ไม่เชื่อก็มีมาก อยากให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาได้เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ กว่าจะฟื้นตัวมาแต่ละเซ็นช้ามาก อยากให้เอาแต่ภาพถ่ายและความรู้สึกดีๆ กลับไปเพื่อให้คนอื่นได้เข้ามาชมอีก   อย่างไรก็ตามในช่วงน้ำลดเช่นนี้คงต้องเพิ่มความเข้มข้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้บอกตรง ๆว่าในฐานะผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติเห็นแบบนี้แล้วหดหู่มาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mCWD4StxI6s

 21,879
เศรษฐกิจ
13 พ.ค. 62

'บังฮาซัน' เพจไลฟ์ขายอาหารทะเล เล่านาทีสรรพากรบุกบ้าน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!

บังฮาซัน เพจอาหารทะเลตากแห้ง จ.สตูล เจ้าของวลี แม่ฉันต้องได้กินปลา! ซึ่งเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์จากลีลาการขายที่ไม่เหมือนใคร ส่งผลให้ยอดขายแตะหลักล้าน   ล่าสุด บังฮาซัน ได้เปิดเผยเรื่องราวที่ เจ้าหน้าที่สรรพากร ได้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่บ้าน ซึ่งบังได้อธิบายไว้อย่างน่าชื่นชม แม้ว่า จะมีคำแนะนำถึงการเลี่ยงภาษีในรูปแบบต่างๆ แต่บังซัน ยืนยันว่า ต้องการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้ต้องทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบขู่บังซัน ว่า ระวังสรรพากรมาเยี่ยม บอกเลยว่า ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว พร้อมระบุว่า    “วันนี้ไม่ได้ไลฟ์แต่จะระบายความรู้สึกนิดนึง ผมเริ่มต้นธุรกิจมาด้วยเงินเพียงเล็กน้อยและไม่คิดว่าจะมีวันนี้ วันที่หลายคนคิดว่าบังสุดยอดครับ บังเก่งมากครับ  คำพูดที่เป็นคำชม นั่นคือความภาคภูมิใจ แต่จงจำไว้เสมอว่าคำว่าสุดยอดนั่นคือยอดมันอ่อนมากพร้อมที่จะหักลงเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นคุณต้องสร้างยอดอ่อนให้กลายเป็นยอดที่แข็งแรง นั่นคือ   การใช้หลายๆองค์ประกอบ และเมื่อคุณเริ่มต้นธุรกิจไปสู่ระดับการมียอดขายที่สูงขึ้นถึงหลักล้านบาท มีการโพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่แสดงถึงการขายดีมักจะมีกลุ่มบุคคลที่เกิดความ อะไรไม่รู้บางอย่างก็จะพูดคำว่าแท็กสรรพากร ระวังสรรพากรนะครับบัง   ทำให้ผมเกิดความระแวงมาตลอด และเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ที่มีนักขายจำนวนมากในการสอนแนะนำต่างๆแต่เป็นคำสอนบางอย่างที่เราไม่เข้าใจนำสู่ความสงสัยและความกังวลใจ ความสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นบางครั้งมันก็จะหายไปชั่ววูบ แต่แล้ววันหนึ่งครับผมได้ขับรถออกไปจากบ้านแล้วผมก็วนกลับมาเอาของ แล้วมีน้องที่ทำงานโทรมาบอกว่าบบังคะ มีเจ้าหน้าที่สรรพากรมา จอดรถแล้วเดินลงไป ผมเดินลงจากรถด้วยหน้าตาที่ใจหวิวหวิว รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่าง   แต่พยายามที่จะดึงย้อนกลับไปว่ามีคนเคยแนะนำผมว่าให้ใช้หลายบัญชีหลายธนาคารเพื่อที่จะไม่ให้เขารู้ถึงการมียอดเงินในบัญชีหรือยอดเข้าออกในบัญชีจำนวนมาก แต่โดยที่ผมกังวลใจตั้งแต่แรก ผมคิดภาษาคนไม่รู้เรื่อง ผมคิดว่าผมต้องใช้บัญชีเดียวดีกว่าเพราะผมอยากจะเสียภาษีถูกต้องแต่ไม่รู้จะเสียยังไงไม่รู้จะทำยังไงก็ศึกษาในโลกออนไลน์มาตลอด   เริ่มมีกระแสที่น่ากลัวขึ้นแต่พอมาถึงวันนั้นวันที่เจ้าหน้าที่สรรพากร 2 คนมาเยี่ยมผมที่บ้าน ผมหันหน้าไปเห็นเขาก็ส่งยิ้มมาให้ก็รู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรโหดร้ายมากมาย เราก็แค่บอกเล่าถึงเรื่องความจริงที่มาที่ไปสุดท้ายพี่สองคนนั้นก็เลยแนะนำผมกลับมาบอกว่าวันนี้ทางเราจะมาแนะนำ การเสียภาษีที่ถูกต้อง และผมไม่รู้มาก่อนว่าจังหวัดสตูลนั้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเราทำอาชีพค้าขายที่เป็นการขายสินค้า แบบบ้านๆที่เรียกว่าการขายปลาเค็มหรือปลาหมึกแห้ง พวกนี้จะเป็นสินค้าอยู่ในกลุ่ม เกษตรหรืออื่นๆ ซึ่งในจังหวัดสตูลซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในเศรษฐกิจพิเศษเสียพันละ 1 บาท   ผมรู้สึกว่าโอ้โห มันไม่ได้น่ากลัวเลย และวิธีการเสียภาษี รายการรู้การลดหย่อนภาษี จะทำให้คุณ โล่งใจและสบายใจ ในที่สุดเราก็ได้เสียภาษีถูกต้อง และเราก็ยังทำธุรกิจได้ปกติ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรแต่ความสบายใจคือทำถูกต้องตามกฎหมายช่วยเหลือประเทศชาตินั่นแหละคือที่สุดของธุรกิจ ขอบคุณเจ้าหน้าที่สรรพากรหลายท่านที่มาให้คำแนะนำ   พี่สรรพากรเขาก็ทำตามหน้าที่ ในการรับใช้แผ่นดิน เราคือคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพอยู่ในแผ่นดินไทย เมื่อได้ผลประโยชน์ กับตัวเราและผู้อื่นจากการทำธุรกิจส่วนหนึ่งเราต้องเสียสละให้กับประเทศชาติ แล้วคุณจะอยู่ในพื้นฐานของความถูกต้อง สุดท้ายนี้ การเสียภาษีถูกต้องจะปกป้องคุณ และคุณก็คือบุคคลที่ช่วยปกป้องประเทศ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YZ14-WmEo8E

 12,869
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 เม.ย. 62

หนุ่มสตูลไลฟ์สดขายอาหารทะเลยุค 4.0 ลีลาเร้าใจคนสั่งออเดอร์ล้น

โลกออนไลน์แห่แชร์และเข้าไปชมไลฟ์ของหนุ่มสตูลที่ขายอาหารทะเลตากแห้ง ทางเพจอาหารทะเลตากแห้ง จ.สตูล ด้วยเอกลักษณ์แปลกตา การพูดที่มีลีลาเร้าใจ มีลูกคู่คอยรับมุข   ขณะไลฟ์มีการลดแลกแจกแถมแบบไม่กลัวขาดทุน ซ้ำยังมีข้อมูลแน่นเข้าใจของที่ขายอธิบายได้ชัดเจน เพราะเป็นลูกทะเลอย่างแท้จริง ทำให้แต่ละคืน มียอดคนชมในช่วงไลฟ์สดทะลุหลักหมื่น ยอดการขายถล่มทลาย ขึ้นชั้นกลายเป็นนักขายขั้นเทพเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ และมีคนมาเลียนแบบขายของกันมาก   นายอนุรักษ์ สรรฤทัย อายุ 29 ปี หนุ่มในคลิปกล่าวว่า แรกเริ่มทำงานขายของทางช่องทีวีมุสลิมช่องหนึ่ง ช่วงหยุดพักร้อนได้กลับมาบ้านที่สตูล ซึ่งแต่เดิมตนมีอาชีพชาวประมงรู้วิถีการทำประมงเป็นอย่างดี เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านเห็นเพื่อนฝากซื้ออาหารทะเลตากแห้ง และอยากกินอาหารทะเลที่สดใหม่ ชาวบ้านในละแวกขายปลาเค็ม กุ้งแห้ง หมึกแห้ง และอาหารทะเลต่างๆ ทำกันแบบจำกัด 5-10 ก.ก.เพราะขายได้ไม่มาก บางรายก็มาตากปลาเค็มบริเวณบ้าน จึงคิดที่จะนำของชาวบ้านมาขายออนไลน์ คืนแรกที่ไลฟ์สดไม่มีคนสนใจขายไม่ได้เลย   จากนั้นตนถูกสุนัขกัดจึงต้องพักรักษาตัวเพื่อฉีดยาให้ครบ 1 เดือน ก็ลาทางบริษัท ช่วงที่อยู่บ้านจึงทดลองไลฟ์สดอีกครั้ง มีของอยู่ 5 ก.ก.แต่ขายได้ 7 ก.ก. จากนั้นคิดว่าอยากช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่มีอาชีพขายอาหารทะเลตากแห้ง ที่มีรายได้น้อย คุณภาพสินค้าของเราเน้นกินอร่อย เรากินอย่างไรขายแบบนั้น จึงใส่ลีลาการนำเสนอและแต่งกายเป็นชุดสีแดงมีหมวกคล้ายกุ๊ก เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ   จนกระทั่งลูกค้าเข้ามาชมในช่วงไลฟ์สดเยอะมีการสั่งซื้อเยอะมาก จนของที่มีอยู่ในการไลฟ์สดไม่พอ จึงบอกกับชาวบ้านว่าให้ใช้สูตรเดียวกันในการทำปลาเค็ม ปลาหวาน หมึกและกุ้งแห้ง เน้นอาหารทะเลแห้งที่ทำเสร็จใหม่ และอร่อย   เวลาไลฟ์สดก็ใส่ข้อมูล เช่น ปลาอินทรีย์เค็มควรกินคู่กับอะไรถึงจะอร่อย วัตถุดิบเน้นของคนในพื้นที่ เพียง 6 เดือนที่ไลฟ์สดทุกคืนช่วง 3 ทุ่มมีลูกค้าเข้ามาช่วงไลฟ์สดแต่ละคืน ยอด 1 หมื่น 5 พันคน เพราะลีลาการขายที่แปลก ลดแลกแจกแถมขายไม่ได้ต่ำกว่ามาก แต่ถูกกว่า เพราะไม่มีคนกลางและค่าขนส่งฟรี อาหารทะเลแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย และความที่ยอดสั่งถล่มทลายในแต่ละคืน จนต้องตั้งเป็นบริษัท ฮาซันอาหารทะเลแห้ง จำกัด โดยจำหน่ายอาหารทะเลแห้งทุกชนิดทั้ง กุ้งแห้ง ปลาเค็ม ปลาหวาน หมึกแห้ง หมึกสามรส   นายอนุรักษ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่มีส่วนช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้มากขึ้น ชาวประมงที่ออกเรือหาปลาไม่กลัวที่จะไม่มีที่จำหน่าย เพราะนำมาตากแห้งและส่งมาขายที่ตน เมื่อได้เงินมาก็แบ่งปันกัน เพื่อนบ้านมีอาชีพเพิ่มเพราะตนต้องมีทีมงาน 40 คน ในการแพ็กของมีกะกลางวันและกลางคืน ทุกวันในช่วงบ่ายจะมีรถมารับพัสดุวันละไม่ต่ำกว่า 1,500 ชิ้น เพื่อส่งให้ลูกค้าทั่วประเทศ   หากลีลาการขายออนไลน์ของตนมีคนเลียนแบบตนก็ไม่ว่า แต่กลับภูมิใจที่สามารถเป็นต้นแบบการทำงานให้อีกหลายๆ คนที่ไม่มีอาชีพให้ได้มีอาชีพรายได้เพิ่มขึ้น ตนมองว่าการขายของออนไลน์คือโอกาสหากเราทำให้ลูกค้าสนใจประทับใจ เราก็สามารถสร้างอาชีพและมีรายได้จากมันได้   อย่างไรก็ตามนายอนุรักษ์ได้ไลฟ์สดโชว์ให้สื่อได้ดูวิธีการซึ่งไม่เคยไลฟ์สดในช่วงกลางวันมาก่อน เพียงไลฟ์สดไม่ถึง 5 นาทีมียอดคนดูและเข้ามาสั่งซื้อกว่า 5 พันคนเลยทีเดียว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pe-amwA5pVA

 14,611
ข่าวภูมิภาค
04 มี.ค. 62

พบแล้ว นทท.ตกปลา เรือล่มกลางเกาะตะรุเตา ลอยคอ 30 ชม.น้ำซัดไปไกลเกาะลังกาวี

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาว จ.ยะลา ปัตตานีและสงขลา เช่าเหมาเรือตกปลาในบริเวณเขตน่านน้ำเกาะตะรุเตาจ.สตูล แต่ปรากฏว่าขณะออกเรือล่อหมึกเรือกลับล่ม ทำให้ลูกเรือนายท้ายและนักท่องเที่ยวรวม 9 คนจมน้ำกระจัดกระจาย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค. และเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือได้ 8 คน ในจำนวนนั้นเสียชีวิต 1 คนและอีก 1 คนหายสาบสูญ   ล่าสุด นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สตูล ได้รับการประสานงานกับทางเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ว่าเจ้าหน้าที่ชุดมารีนทีน พบคนไทยซึ่งลอยน้ำเข้าไปเขตน่านน้ำเกาะลังกาวี ซึ่งเราได้ประสานงานตรวจสอบพบว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่เช่าเรือตกปลาแล้วล่มที่เราตามหาอยู่ คือนายมะยา ปียา ที่ทางเจ้าหน้าที่ฝั่ง จ.สตูลได้ตามหาอยู่   แต่เนื่องจากนายมะยามีสภาพอ่อนเพลียหมดแรงเนื่องจากลอยคอแช่น้ำอยู่นานกว่า 30 ชั่วโมง ทางมาเลเซียจึงให้พักอยู่ที่รพ.เกาะลังกาวีก่อน ซึ่งยังไม่สามารถเดินทางกลับมาฝั่งไทยได้ เมื่อพร้อมก็จะนำมารักษาต่อที่รพ.สตูล โดยทางมาเลเซียได้พบนายมะยา ในช่วงเช้าของวันที่ 3 มี.ค.   ด้านนายอับดุลเลาะห์ สะดี อายุ 47 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตเล่าว่า ช่วงที่เกิดปัญหานั้นไดเวอร์ไม่ทำงาน เรือรั่วน้ำเข้ามาเยอะมาก พวกเราทั้ง 9 คนไม่สามารถแก้ปัญหากันได้ ภายในเวลา 15 นาทีเรือก็จม ตนพร้อมพวกได้วิ่งไปเอาเสื้อชูชีพซึ่งอยู่ที่หัวเรือใส่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ละคนก็กระจัดกระจายกันออกไป   ส่วนนายมะยา ที่ไปพบที่เกาะลังกาวีนั้น ใส่เสื้อชูชีพไม่ทันแต่ก็เกาะเสื้อชูชีพไว้ ช่วงที่เรา 6 คนกำลังจะกระจายกันบังเอิญพบเชือกก็เลยคิดว่าต้องผูกรวมกันเพื่อที่จะเป็นกลุ่มเรือจะได้เห็นได้ง่าย และมีโรตีที่ติดอยู่ในถังสัมภาระกินประทังชีวิต ตอนนั้นคิดว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระเจ้าแล้ว ตนเห็นเรืออยู่ไกลๆแต่เรือไม่เห็นพวกตน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาพบดีใจที่รอดมาได้   ตอนนี้เป็นห่วงนายมะยามาก เพราะแช่น้ำมากว่า 30 ชั่วโมงและไม่มีอะไรติดตัวเลย ไม่แน่ใจว่าชูชีพที่เกาะไว้นั้นหายไปหรือยัง ตอนแรกคิดว่าไม่รอดอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อพบตัวในวันนี้ก็รู้สึกดีใจมาก อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และดูแลอย่างดีด้วย   สำหรับกิจกรรมตกปลาที่พวกเรามากันบ่อยๆนั้นปกติจะเช่าเรือทัวร์เบ็ดที่ปากบารา แต่ครั้งนี้เป็นเรือของญาติๆของคนที่รู้จักกันจึงลองมาและไม่คิดว่าจะเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้รอดชีวิต 8 คนและเสียชีวิต 1 คนญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีศาสนาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/351pgb5c140

 2,935
สังคม-อาชญากรรม
12 ม.ค. 62

ตร.เร่งล่าตัวผัวโหดซ้อมเมียดับ แม่เผยขู่ฆ่าล้างโคตรก่อนก่อเหตุ แฉคลิปเคยบุกไปซ้อมเมียถึงที่ทำงาน

วานนี้ (11 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่โลกออนไลน์ได้คลิปวิดีโอสามีซ้อมภรรยา และมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยมีการแจ้งว่าผู้หญิงที่ถูกซ้อมเสียชีวิตแล้ว โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านพักในพื้นที่ ต.บ้านควน อ.เมือง จ.สตูล พบศพ น.ส.สุกัญญา บิลหมัดอาด อายุ 28 ปี สภาพถูกทำร้ายทั่วร่าง มีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องช่วยเตรียมงานศพ   สำหรับการเสียชีวิตของ น.ส.สุกัญญา หรือน้องเมย์ นั้น โดยเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 10 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสตูล ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายบริเวณ ม.2 ต.คลองขุด อ.เมือง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบญาติของน้องเมย์ แจ้งว่านายธนภัทร หรือศักดิ์ชัย หรือทน สงวนเขียว อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นสามีของน้องเมย์ได้ทะเลาะวิวาทกันและทำร้ายร่างกายจนน้องเมย์ได้รับบาดเจ็บสาหัส และนำส่ง รพ.สตูล   จากนั้นชุดสืบสวนได้ตรวจสอบยังที่เกิดเหตุทราบว่าน้องเมย์และนายทน สามีได้ทะเลาะมีปากเสียงกัน จนกระทั่งนายทนขับรถจักรยานยนต์ โดยมีน้องเมย์ฟุบคารถไม่มีสติ พร้อมขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกบอกว่าให้ช่วยแจ้งรถพยาบาลเพราะเมียของตนถูกทำร้ายร่างกายมา เจ้าหน้าที่ได้เรียกรถกู้ภัยเทศบาลคลองขุดมารับ โดยนายทนได้ขับรถตามหลังมา จนกระทั่งมูลนิธิรรมรังสีรับผู้ป่วยต่อที่หน้าห้างบิ๊กซี พบว่าน้องเมย์ไม่มีสติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและปั๊มหัวใจตลอดเวลา โดยนายทนขึ้นรถมากับน้องเมย์ด้วยและหลบหนีไปหลังจากน้องเมย์เข้าห้องฉุกเฉิน รพ.สตูล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   นายซิรฟาน บากูสัน ผู้จัดการทั่วไป บริษัททีพีออโต้เซลส์จำกัด ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้างานของน้องเมย์กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่าน้องเมย์เสียชีวิตก็ได้มาดูศพและมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวน้องเมย์ ซึ่งน้องเมย์ออกจากบริษัทได้ประมาณ 5 เดือนแล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่สามีมาซ้อมถึงที่บริษัท และมีการถ่ายคลิปไว้ด้วย (ตามคลิปที่มีการแชร์) โดยครั้งนั้นน้องเมย์ได้มาปรึกษาว่าถูกแฟนทำร้ายร่างกายบ่อย และเลิกกันจนสามีไปมีแฟนใหม่   แต่พอน้องเมย์มาทำงานที่บริษัทได้เงินเดือนดีเพราะน้องเมย์เป็นคนทำงานเก่งขายรถเก่ง ยอดขายดีบางเดือนขายได้ 10 คัน เมื่อสามีเห็นน้องเมย์มีเงินก็กลับมาขอคืนดีด้วยโดยมีข้อแลกเปลี่ยนอยากได้รถบิ๊กไบท์ โดยให้น้องเมย์ดาวน์ให้ แต่น้องเมย์ไม่ให้ก็เลยมีการตามมาทำร้ายร่างกายถึงที่ทำงานและตอนนั้นก็ได้ให้ไปแจ้งความแต่น้องเมย์ไปถอนแจ้งความเพราะรักสามีมาก   ขณะที่ แม่ของน้องเมย์ เล่าว่า น้องเมย์แต่งงานกับนายทนมาประมาณ 4-5 ปี ก็ถูกนายทนซ้อมมาตลอดร่างกายเขียวช้ำ แต่น้องเมย์ก็ไม่เคยบ่นแค่เอาแผลมาให้ดูว่าถูกอีกตีแล้ว แม้แต่ตอนท้องก็ถูกสามีทำร้าย ตอนนี้มีลูกชายด้วยกันอายุ 3 ขวบ สาเหตุที่ทะเลาะก็เพราะความหึงหวง น้องเมย์ไปทำงาน ส่วนนายทนอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยก็จะคอยหึงหวงว่าน้องเมย์ไปมีคนอื่นอีก เลิกกันไม่ถึงอาทิตย์ก็กลับมาดีกัน เป็นอยู่แบบนี้มาตลอด แต่นายทนเวลาปกติก็จะดีรักลูกรักเมีย แต่เวลาเสพยาก็จะโมโหร้าย ใครเข้าใกล้ไม่ได้ แม้แต่พ่อแม่ของทนเองก็เอาไม่อยู่ เวลานายทนกลับบ้านของตนเองพ่อแม่จะไม่อยู่บ้านเพราะกลัวเพราะนายทนเคยเอาปืนไล่ยิงมาแล้ว   และในวันเกิดเหตุนายทนมารับน้องเมย์ที่บ้านตั้งแต่เวลา 15.00 น. น้องเมย์ไม่ยอมออกไปด้วย นายทนพูดว่าถ้าไม่ออกไปจะฆ่าล้างโคตร น้องเมย์จำต้องออกไป และไม่นึกว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่น้องเมย์กลับเข้ามาโดยไม่มีลมหายใจแล้ว ตอนนี้รู้สึกกลัวว่านายทนจะกลับมาเอาลูก อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ขณะที่เพื่อนของน้องเมย์ เล่าว่า เมย์รักสามีมาก ก่อนหน้านี้เมย์ไปอยู่ จ.ตรัง 2 เดือนเพิ่งกลับมาก่อนปีใหม่ และก็ถูกซ้อมเป็นประจำ ในฐานะเพื่อนก็ไม่กล้าที่จะบอกให้เลิกกับสามีเพราะเขารักของเขา ได้แต่เพียงสงสารเพื่อนซึ่งที่ถูกซ้อมหนัก ๆ เข้าห้องไอซียูก็เคยมีครั้งนี้ถือว่าถูกซ้อมจนตายจริง ๆ   ด้าน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวว่าผู้ต้องหาคือนายธนภัทร หรือศักดิ์ชัย สงวนเขียว สามีของผู้ตาย ซึ่งเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายภรรยานั้นทราบว่ามีมาตลอด โดยก่อนหน้านี้เคยก่อคดีมาแล้ว 2 คดีคือลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย ในการสืบสวนได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนจับกุมซึ่งได้ออกหมายจับแล้ว เชื่อว่าผู้ต้องหายังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สตูล ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นคนกว้างขวางมีเพื่อนฝูงมาก และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาเองก็เกี่ยวข้องกับยาเสพติดคือเสพยาเสพติดด้วย นอกจากนี้ในส่วนศพน้องเมย์ญาติยอมให้มีการนำศพไปผ่าพิสูจน์ที่รพ.มอ.เพื่อที่พิสูจน์สาเหตุการตายโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้เพื่อนของน้องเมย์ยังมีการแชร์โพสต์ ซึ่งเป็นโพสต์ของสามีของน้องเมย์โพสต์ภาพตอนที่น้องเมย์ก้มกราบเท้า โดยแคปชั่นว่า “รักหลัว ก่อนนอนต้องกราบหลัว #ชัดเจนจริงอิลาวเรา”   ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น.ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สุรศักดิ์ มงคล ได้โพสต์ภาพที่มีการวิดีโอคอลคุยกับนายทน สามีที่ทำร้ายน้องเมย์ พร้อมกับแคปชั่นว่า “กูเข้าใจมึงแล้วอย่าเครียดไปสู้กันในศาล” ขณะที่เจ้าตัวมาคอมเม้นท์ในโพสต์ดังกล่าวว่า “กูทำใจได้สักพัก กูจะอธิบายให้รับรู้ถึงความจริง” / “บอกพ่อแล้วไปมอบตัววันไหน”          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gm0KZddFjsU

 10,119
ข่าวภูมิภาค
10 ธ.ค. 61

ชาวสตูล แห่กดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขอบคุณ ‘บิ๊กตู่’ ช่วยเหลือคนจน

วันที่ 10 ธ.ค.61 บรรยากาศการกดเงินสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่ จ.สตูล ที่บริเวณตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย แทบทุกแห่งใน จ.สตูล มีความคึกคักมาตลอด ตั้งแต่วันที่ 8-10 ธ.ค. โดยเฉพาะบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทยสาขาสตูล มีชาวบ้านรอเข้าคิวเป็นแถวยาวเหยียดเพื่อตรวจสอบยอดเงินที่ภาครัฐได้โอน เข้าบัญชีรายละ 500 บาท และกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม บางคนรอคิวจนเมื่อยถึงกับนั่งรอหน้าบันได    บางคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ยังกดเงินไม่เป็น บางคนบอกว่าหากเป็นวันธรรมดาจะมียามของธนาคารมากดให้ แต่พอเป็นวันหยุดต้องกดเอง    โดยชาวบ้านที่ได้รับเงินมาบอกว่า รู้สึกดีใจที่นายกรัฐมนตรีให้เงินคนจนเป็นของขวัญปีใหม่ เข้าใจว่าคนจะโจมตีว่าหาเสียง รักบิ๊กตู่เพราะมีความจริงใจ จะมีนายกฯ คนไหนบ้างที่ให้เงินช่วยเหลือคนจนได้มาใช้จ่ายเหมือนบิ๊กตู่ และเงินที่ให้ก็ทำแบบถูกกฏหมาย ต้องขอขอบคุณที่นายกฯ แบ่งปันให้ประชาชนได้สบายขึ้น    

 2,451
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

ตื่นตา! พายุงวงช้างก่อตัวทีเดียว 4 ลูก กลางทะเลสตูล

วันที่ 25 พ.ย. 61 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Deaw Erawate Nilsakakul ซึ่งเป็นพนักงานรีสอร์ทบนเกาะหลีเป๊ะ ได้โพสต์คลิปพายุงวงช้างได้ก่อตัวขึ้นถึง 4 ลูก ซึ่งก่อตัวนานประมาณ 20 นาทีแล้วค่อยๆ สลายตัวไปที่ละตัว สร้างตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว   โดยเจ้าของคลิปดังกล่าว เผยว่า ตนทำงานที่รีสอร์ทบนเกาะหลีเป๊ะ ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ตนกำลังให้บริการอาหารแก่นักท่องเที่ยวหน้ารีสอร์ทตรงหาดซันไรท์    ซึ่งพายุงวงช้างครั้งนี้เกิดขึ้นไกลมากแต่สามารถมองเห็นได้ จุดที่เกิดพายุน่าจะใกล้กับเกาะตาหลังและจุดนั้นมองออกไปจะเห็นว่ามีท้องฟ้ามืดครึ้มแต่ที่เกาะหลีเป๊ะนั้นฝนไม่ตก โดยพายุงวงช้างนั้นเกิดขึ้นถึง 4 ลูกพร้อมๆกันประมาณ20นาที จากนั้นก็ค่อยๆ สลายตัวแล้วสงบลงไป    ตนเคยเห็นพายุงวงช้างที่ก่อตัวที่ปากบารา อ.ละงู ซึ่งแต่ละครั้งไม่เคยเห็นว่าก่อตัวพร้อมกันมากเช่นนี้ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ก่อตัวพร้อมๆ กัน 4 ลูกและใกล้ๆ กันด้วย     ขอบคุณภาพเฟซบุ๊ก Deaw Erawate Nilsakakul  

 6,524

Top