ค้นหา :

ผลการค้นหา "มาลีนนนท์"

เจาะข่าวเด่น
25 ก.พ. 59

แล้งหนักสุดในรอบ 20 ปี

       รศ.เสรี ศุภราทิตย์ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติ ระบุว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนต่าง ๆ มีน้อยกว่าการตอบสนองความต้องการใช้งานของประชาชน หากว่าประชาชนยังคงใช้น้ำในปริมาณเท่าเดิมนั้นจะทำให้น้ำอาจไม่เพียงพอสำหรับใช้ตลอดทั้งปี ยกตัวอย่างเช่น น้ำจากเขื่อนภูมิพนธ์และเขื่อนสิริกิติ์ จะมีพอใช้ถึงเพียงแค่เดือน ก.ค.นี้ เท่านั้น จึงต้องมีการบริหารจัดการการใช้น้ำ โดยรัฐบาลได้ขอความร่วมมือภาคเกษตรงดทำนาปรัง เพื่อให้น้ำเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคจนกว่าน้ำฝนในปีหน้าจะมาอีกครั้ง      ทั้งนี้เนื่องจากมีการประกาศงดทำเกษตรก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดความเสียหายจากภัยแล้งผู้ที่ฝ่าฝืนต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาด้วยตนเอง โดยรัฐบาลจะช่วยเยียวยาตามที่สามารถทำได้          รศ.เสรี อธิบายต่อว่า ประชาชนในกรุงเทพฯ ก็มีความเสี่ยงต่อภัยแล้งเช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าน้ำที่ไหลมาจะถูกใช้ก่อนหรือไม่ อีกทั้งประชาชนในกรุงเทพฯ ยังใช้นำมากขึ้นเป็นจำนวน 4-5 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปัญหาภัยแล้งเมื่อ 24 ปีก่อน           ชมคลิปผ่านทาง Youtube   https://youtu.be/OWuD0qQNrcQ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง - คสช.สั่งแก้ปัญหาภัยแล้งรอบด้าน โคราช-บึงบอระเพ็ดแล้งจัด ขาดน้ำกินน้ำใช้  - ทส.ประกาศพื้นที่ภัยแล้งแล้ว 12 จว. ด้าน กปน.แจ้งน้ำประปาไหลอ่อนบางจุด  - ครม.เห็นชอบเทงบ 9.3 หมื่นล้าน ช่วยเหลือเกษตรกรช่วงภัยแล้ง - หลายจังหวัดประสบปัญหาภัยแล้ง จนท.แนะ ปชช.ประหยัดน้ำ - กรมชลฯระบุสถานการณ์แล้งปี 59 ส่อเค้ารุนแรง น้ำในเขื่อนลดระดับฮวบ - วิกฤติภัยแล้งลุกลามหนัก เผยกระทบไทย 3 ปีต่อเนื่อง - น้ำในเขื่อนลดระดับต่อเนื่อง ส่งสัญญาณแล้งหนักในรอบ 22 ปี 

 95,411
เจาะข่าวเด่น
24 ก.พ. 59

เซปิง จริงหรือหลอก ? ตอน 2

         ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการ เฟซ ออฟ บาย ดร.เซปิง อธิบายว่า ตนเองไม่ใช่แพทย์เป็นเพียงที่ปรึกษาด้านความงาม จึงไม่สามารถตอบคำถามด้านเทคนิคได้ แต่ต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นที่สุดด้านศัลยกรรมพลาสติกในเอเชียแปซิฟิก และดึงคนต่างประเทศเข้ามาเพื่อสร้างรางได้และชื่อเสียงให้กับประเทศไทย จึงคิดริเริ่มโครงการเฟซ ออฟ บาย ดร.เซปิง ขึ้นมา          ยืนยันว่าตนเองเป็นคนไทยซึ่งเรียนจบปริญญาเอกด้วยบัตรประชาชนไทย และเป็นลูกสาวของนายประจวบ ไชยสาส์น อดีตนักการเมืองที่เคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง ซึ่งเหตุผลที่นามสกุลสะกดไม่เหมือนกันเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนภายในครอบครัว ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตนเองและคุณพ่อรู้สึกเสียใจมาก เนื่องจากริเริ่มโครงการเพียงเพื่อต้องการทำความดีให้สังคมเท่านั้น          ดร.เซปิง อธิบายต่อว่า คุณสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ได้แก้จุดบกพร่องทางใบหน้าโดยการดึงใบหน้าลดรอยเหี่ยวย่น , นำไขมันบนใบหน้าออก พร้อมทั้งปลูกผม โดยยอมรับว่าจ่ายเงินน้อยว่าลูกค้าท่านอื่น                        ทนายจำนงค์ ไชยมงคล ทนายความ ดร.เซปิง  ระบุว่า เฟซ ออฟ ในความหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โครงการของ ดร.เซปิง จึงไม่ถือเป็นการโฆษณาหรือหลอกลวง ทั้งนี้ ดร.เซปิง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านความงาม มีหน้าที่เพียงกลั่นกลองและให้คำปรึกษา แต่สุดท้ายการตัดสินใจขึ้นอยู่กับลูกค้าและแพทย์ผู้ผ่าตัด                    ขณะที่ ผศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ยอมรับว่าเคยทำธุรกิจร่วมกับ ดร.เซปิง แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์น้า-หลาน โดยคาดว่า ดร.เซปิง อ้างชื่อตนเองเพื่อให้โครงการมีความน่าเชื่อถือ แต่เชื่อว่าสุดท้ายความจริงทุกอย่างจะปรากฏออกมา         ชมคลิปผ่านทาง Youtube   https://youtu.be/xenhD3IDXAM    ข่าวที่เกี่ยวข้อง - เจาะข่าวเด่น เซปิง จริงหรือหลอก ? ตอน 1 - เจาะข่าวเด่น สุรชัยทำหน้าใหม่ ลดวัย 20 ปี - ดร.เซปิง จ่ออวดโฉมหน้าใหม่ 'สุรชัย' - ส.ศัลยกรรมชี้ โครงการเฟซออฟ ดร.เซปิง เข้าข่ายหลอกลวง - สมาคมศัลยกรรมแจ้งความ 'ดร.เซปิง' โอ้อวดเกินจริง อ้างทำเฟซออฟให้ 'สุรชัย'

 87,556
เจาะข่าวเด่น
23 ก.พ. 59

เซปิง จริงหรือหลอก ? ตอน 1

       ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการ เฟซ ออฟ บาย ดร.เซปิง มองว่าการตั้งชื่อโครงการว่า 'เฟซ ออฟ บาย ดร.เซปิง' เป็นเสรีภาพทางความคิด โดยตนเองได้ทำการปรึกษากับ 'คุณพ่อประจวบ ไชยสาส์น' อดีตนักการเมืองที่เคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง ก่อนตกลงใช้ชื่อดังกล่าวเพื่อให้ผู้คนตื่นตัวและเกิดความสนใจ ทั้งนี้จากความคิดเห็นส่วนตัวตนเองคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากตนเองหยุดแนะนำลูกค้าให้กับ 'หมอชลธิศ' นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย เนื่องจากรู้สึกไม่สบายใจในเรื่องบางอย่างซึ่งไม่สามารถบอกได้         ดร.เซปิง ระบุต่อว่า ตอนนี้ 'คุณสุรชัย สมบัติเจริญ' นักร้องลูกทุ่งดัง ได้ทำการผ่าตัดเสรจสิ้นเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้รับรู้ข่าวสารใด ๆ ที่ออกข่าว โดยหน้าของคุณสุรชัยยังคงเป็นตัวเองเพียงแค่ดูอ่อนวัยมากขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งตนเองไม่สามารถตอบเรื่องทางเทคนิคการแพทย์ได้ เนื่องจากตนเองไม่ได้จบทางแพทย์มา แต่ยืนยันว่าไม่มีการพูดหรือโฆษณาเกินจริง อีกทั้งตนเองไม่เคยเอ่ยชื่อแพทย์หรือสถานพยาบาลที่ลงมือผ่าตัดแต่อย่างใด          ทนายจำนงค์ ไชยมงคล ทนายความ ดร.เซปิง  ระบุว่า การปรับเปลี่ยนใบหน้าครั้งนี้เป็นความประสงค์ของตัวคุณสุรชัยเองที่ต้องการมีบุคลิกภาพที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้นจึงมองว่าไม่ใช่การโฆษณาของทาง  ดร.เซปิง              ชมคลิปผ่านทาง Youtube  https://youtu.be/AKUSJ8sSukg    ข่าวที่เกี่ยวข้อง - เจาะข่าวเด่น สุรชัยทำหน้าใหม่ ลดวัย 20 ปี - ดร.เซปิง จ่ออวดโฉมหน้าใหม่ 'สุรชัย' - ส.ศัลยกรรมชี้ โครงการเฟซออฟ ดร.เซปิง เข้าข่ายหลอกลวง - สมาคมศัลยกรรมแจ้งความ 'ดร.เซปิง' โอ้อวดเกินจริง อ้างทำเฟซออฟให้ 'สุรชัย'

 110,957
เจาะข่าวเด่น
19 ก.พ. 59

เปิดชีวิต 'น้องไอซ์' ลูกหมอกำพร้าสู้ชีวิต

       น้องไอซ์ - น.ส.อารดา วงค์ดีเลิศ  ลูกสาวของนายแพทย์กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ อธิบายว่า คุณย่าคอยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังว่าแม่เสียตั้งแต่ตนเองมีอายุเพียง 5 เดือน ย่าจึงต้องรับหน้าที่ดูแลแทน เนื่องจากพ่อต้องทำงาน แต่ต่อมาเมื่อตนเองอายุได้ 2 ขวบ พ่อก็เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นผลมาจากการรักษาคนไข้ ซึ่งปัจจุบันตนเองได้ออกจากโรงเรียนมารับจ้างทำงานทั่วไปตามที่ชาวบ้านเสนอให้ หลังจากที่มีปัญหาด้านสุขภาพ คือ อาการลมชักตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทำให้มีอาการเกร็ง , ปวดหัว , ปากเบี้ยว รวมทั้งน้ำลายและเลือดไหลออกมาจากปาก และคุณยายไม่สามารถหารายได้ด้วยการขายขนมได้อีกต่อไปเนื่องจากอายุที่มากขึ้น        หลังจากที่พ่อเสียภรรยาใหม่ได้แยกย้ายไปแต่งงานใหม่ ตนเองและคุณย่าได้เดินทางไปยังจังหวัดนครปฐม โดยคุณย่าทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด และตนเองได้เข้าเรียนตามปกติจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งตนเองไม่เคยคิดน้อยใจที่ขาดพ่อ-แม่ เพราะตนเองมีคุณย่าที่คอยดูแลอยู่เสมอ แต่หลังจากนั้นได้เดินทางกลับมายังอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยอาศัยอยู่ในบ้านเช่าชั้นเดียวเล็ก ๆ ซึ่งเมื่อรู้สึกไม่สบายใจจะเขียนระบายลงในกระดาษและเผาทิ้ง เพราะไม่อยากให้คุณย่ารู้สึกไม่สบายใจ        น้องไอซ์ฝันอยากเป็นคุณครู และไม่ต้องการเป็นหมอเนื่องจากเป็นอาชีพที่ทำให้ครอบครัวรู้สึกเจ็บปวดที่สุด ทั้งนี้หลังจากตนเองสามารถเลี้ยงดูคุณย่าได้แล้ว ต้องการสร้างบ้านเพื่อให้ได้อยู่อย่างสุขสบาย              คุณย่าบุญนาค จับศรทิพย์ คุณย่าน้องไอซ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองหาบผลไม้ขายในกรุงเทพฯ เพื่อส่งลูกชายเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยจุฬาฯ โดยได้นอนหลับเพียงวันละ 2 ชั่วโมงเทานั้น แต่หลังจากที่ลูกชายเสียตนเองจึงขายขนมต้มบริเวณถนนหน้าโรงเรียน ในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในแต่ละวัน นอกเหนือจากเบื้ยเลี้ยงคนชราและเงินที่ได้รับจากเพื่อนของลูกชายที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนน้องไอซ์เองไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อมากนัก เนื่องจากพ่อเสียตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น จะรับรู้เพียงเรื่องที่ตนเองเล่าให้ฟังเท่านั้น         ทั้งนี้ตัวน้องไอซ์เองเรียนหนังสือด้วยเกรดเฉลี่ย 3 กว่า แต่ต้องออกจากโรงเรียนเนื่องจากปัญหาด้านค่าใช้จ่ายและสุขภาพ ทั้งนี้ยอมรับว่าเมื่อรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ หรือรู้สึกท้อในโชคชะตา ตนเองจะแอบร้องไห้คนเดียว แต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตายเพราะเป็นบาปที่ร้ายแรง            บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาประจันตคาม ชื่อบัญชีกองทุนสวัสดิการ เพื่อ น.ส.อารดา วงศ์ดีเลิศ เลขที่บัญชี 02-006-7-47791-5          ชมคลิปผ่านทาง Youtube https://youtu.be/WphS7svlUM4       ข่าวที่เกี่ยวข้อง - วอนช่วยเหลือ 'น้องไอซ์' ลูกสาว นพ.เสียชีวิตจากการรักษาคนไข้ ต้องอยู่กับย่า ฐานะยากจน - เปิดชีวิต 'น้องไอซ์' ลูกหมอเสียชีวิตจากช่วยคนไข้ อาศัยอยู่กับย่าฐานะยากจน ขาดโอกาสการศึกษา

 152,771
เจาะข่าวเด่น
18 ก.พ. 59

เปิดใจ 'พาที' ซีอีโอนกแอร์ ตอน 2

       คุณพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ อธิบายสาเหตุที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้โดยสารทราบแต่แรก เนื่องจากในตอนแรกนั้นมีนักบินตกลงที่จะขึ้นบินแทนผู้ที่ลางาน แต่เมื่อถึงเวลาบินกลับแจ้งว่าป่วยกระทันหัน ทำให้มีนักบินไม่พอจำนวนเที่ยวบินและเกิดปัญหาในที่สุด ทั้งนี้ยืนยันว่าสายการบินนกแอร์ได้ลดเที่ยวบินตามจำนวนนักบินที่ลดลง เพื่อให้การบินได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฎ        คุณพาที เล่าต่อว่า ตนเองเมื่อมาถึงสนามบินและทราบปัญหาทั้งหมดจึงรีบดำเนินการตัดสินใจตามความต้องการของผู้โดยสาร เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเอาใจใส่ลูกค้าและรับผิดชอบต่อความผิดที่เกิดขึ้นของสายการบิน แต่ยอมรับว่าวันเกิดเหตุตนเองเดินทางมาถึงสนามบินช้าเกินไป เนื่องจากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด และไม่ทราบว่าเหตุการณ์เลวร้ายขนาดไหน จึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในทันที อีกทั้งตนเองพลาดที่ไม่ได้ให้อำนาจในการตัดสินใจแก่ผู้บริหารหรือพนักงานคนอื่น                  กัปตันสรรใจ บุญมา ประธานเจ้าหน้าที่สายปฎิบัติการ สายการบินนกแอร์  อธิบายว่า กัปตันสานิตเข้าเช็คชื่อที่สนามบินตามปกติ แต่กลับเปลี่ยนใจไม่ทำการบินโดยไม่แจ้งให้ทราบซึ่งถือเป็นความผิด และเป็นที่มาของเหตุผลการเลิกจ้างงาน          กัปตันโสภณ พิฆเนศวร รอง ผอ.ใหญ่ฝ่ายควบคุมคุณภาพความปลอดภัยและความมั่นคงองค์กร ระบุว่า ในช่วงเกิดเหตุนั้นพนักงานภาคพื้นดินไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์หรือปัญหาอะไรขึ้น ในเบื้องต้นจึงอธิบายผู้โดยสารได้เพียงว่าเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิค           ชมคลิปผ่านทาง Youtube   https://youtu.be/M-8r83QW2-I      ข่าวที่เกี่ยวข้อง - เจาะข่าวเด่น เปิดใจ อดีตกัปตันนกแอร์ - เจาะข่าวเด่น  เปิดใจ 'พาที' ซีอีโอนกแอร์ ตอน 1   - 'พาที' แจงปมมรสุมนกแอร์ ยันไล่ออกนักบินเหตุจงใจผิดวินัย 'กัปตันศานิต' ปัดประท้วง - 'อดีตกัปตัน' แฉปมหยุดบิน สวนกลับ 'พาที' ฉะนกแอร์ทำผิดกฎ-นักบินขาดแคลน - นกแอร์ลงดาบไล่ออก-พักงาน เหตุกัปตันไม่ขึ้นบิน 'พาที' เดือดโพสต์ไล่คนทุบหม้อข้าวไปใส่กระโปรง - นกแอร์แจงเปิดทำการบินได้ตามปกติ หลังเหตุวุ่นวายนักบินประท้วงหยุดบิน - ผู้โดยสารโวยนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน 'พาที' จัดบิน 3 เส้นทางแก้ปัญหาผู้โดยสารตกค้าง - 'พาที' แจงเหตุนักบินประท้วงทำนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน ผู้โดยสารเดือดร้อนอื้อ

 75,687
เจาะข่าวเด่น
17 ก.พ. 59

เปิดใจ 'พาที' ซีอีโอนกแอร์

       คุณพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ อธิบายว่า ที่มาของเรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากการที่สายการบินนกแอร์ต้องการปรับโครงสร้างให้ได้ตามาตรฐานเอียซ่า เนื่องจากกำลังจะเข้าร่วมพันธมิตรกับสายการบินยุโรป และหลังจากที่ฝ่ายยุโรปมาประเมินพบว่าตัวนักบินไม่มีปัญหาแต่การบริหารงานยังไม่ได้ตามที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น การที่นกแอร์ให้นักบินจัดการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและตรวจสอบกันเองได้ ทั้งที่ตามมาตรฐานแล้วต้องมีฝ่ายตรวจสอบโดยเฉพาะ ทางสายการบินจึงได้หาบุคลากรมาทำหน้าที่ตรงนี้        ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้นักบินบางคนที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารตัดสินใจเหมือนเดิมอีกต่อไปอาจเกิดความรู้สึกไม่พอใจ จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดการความจงใจของตัวนักบิน เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่มีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด                        กัปตันสรรใจ บุญมา ประธานเจ้าหน้าที่สายปฎิบัติการ สายการบินนกแอร์ ระบุว่า ทางสายการบินนกแอร์ทำการฝึกพนักงานตามคู่มือการบินที่ได้รับการอนุมัติมาโดยตลอด รวมทั้งกัปตันที่เข้ามาใหม่ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไม่ผ่านการประเมินนั้น แท้จริงแล้วเป็นนักบินที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานแล้วเช่นกัน          กัปตันโสกิต โภคะสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรม สายการบินนกแอร์ เล่าว่า วันเกิดเหตุซึ่งตรงกับวันที่กรมการบินพลเรือนเข้ามาประเมิน เกิดเรื่องน่าแปลกใจคือครูการบินลาหยุดพร้อมกันถึง 5 คน โดยแจ้งลาเข้ามาเรื่อย ๆ โดยอ้างว่าป่วย , มีธุระ และบางคนถึงกับไม่รับสายโทรศัพท์ ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน          ชมคลิปผ่านทาง Youtube   https://youtu.be/VTj_glwit6M     ข่าวที่เกี่ยวข้อง - เจาะข่าวเด่น เปิดใจ อดีตกัปตันนกแอร์   - 'พาที' แจงปมมรสุมนกแอร์ ยันไล่ออกนักบินเหตุจงใจผิดวินัย 'กัปตันศานิต' ปัดประท้วง - 'อดีตกัปตัน' แฉปมหยุดบิน สวนกลับ 'พาที' ฉะนกแอร์ทำผิดกฎ-นักบินขาดแคลน - นกแอร์ลงดาบไล่ออก-พักงาน เหตุกัปตันไม่ขึ้นบิน 'พาที' เดือดโพสต์ไล่คนทุบหม้อข้าวไปใส่กระโปรง - นกแอร์แจงเปิดทำการบินได้ตามปกติ หลังเหตุวุ่นวายนักบินประท้วงหยุดบิน - ผู้โดยสารโวยนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน 'พาที' จัดบิน 3 เส้นทางแก้ปัญหาผู้โดยสารตกค้าง - 'พาที' แจงเหตุนักบินประท้วงทำนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน ผู้โดยสารเดือดร้อนอื้อ

 107,219
เจาะข่าวเด่น
16 ก.พ. 59

เปิดใจ อดีตกัปตันนกแอร์

       กัปตันศานิต คงเพชร อดีตผู้จัดการแผนกรักษามาตรฐานการบินและนักบินผู้ควบคุมอากาศยาน ถูกสายการบินนกแอร์เลิกจ้าง โดยไม่จ่ายเงินชดเชยใด ๆ ระบุสาเหตุว่าได้จงใจกระทำความผิดร้ายแรงต่อบริษัท        อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า โครงสร้างเดิมไม่ต่างจากโครงสร้างแบบใหม่ที่ทางสายการบินปรับเปลี่ยนเท่าไหร่นัก มีเพียงนักบิน 2 คนเท่านั้นที่ถูกถอดออกจากฝ่ายบริหาร ส่วนตนเองยังคงรับตำแหน่งตามเดิมจึงไม่รู้สึกมีปัญหาใด ๆ อีกทั้งนักบินส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการทำงานฝ่ายบริหาร เนื่องจากได้เงินเพิ่มเพียง 5 พันบาท แต่กลับมีงานเพิ่มขึ้นมากมาย จึงยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างไม่ใช่ปัญหา       แต่ตนเองมองว่าสายการบินนกแอร์มีปัญหาด้านไม่รักษาบุคลากรที่มีคุณค่าไว้ โดยบีบบังคับให้ทำงานหนักมากเกินไป รวมทั้งเกิดความอึดอัดใจเนื่องจากสายการบินมักบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงมีความขัดแย้งภายในองค์กรอยู่เสมอ ทำให้มีพนักงานลาออกอย่างต่อเนื่อง แต่เที่ยวบินกลับยังคงมีเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น พนักงานที่เหลือจึงต้องทำงานหนักขึ้นอีก             กัปตันศานิต เล่าถึงวันเกิดเหตุว่า ก่อนหน้าตนเองไม่ได้ขึ้นบินมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.2559 เนื่องจากไม่สบาย แต่กลับถูกปรักปรำว่าเป็นแกนนำในการไม่เอาเครื่องบินขึ้น และถูกให้ออกจากงานในที่สุด โดยที่ไม่มีการสอบสวนหรือพูดคุยทำความเข้าใจก่อนเลย           ชมคลิปผ่านทาง Youtube  https://youtu.be/PaTc-BYxk_Q   ข่าวที่เกี่ยวข้อง - นกแอร์ลงดาบไล่ออก-พักงาน เหตุกัปตันไม่ขึ้นบิน 'พาที' เดือดโพสต์ไล่คนทุบหม้อข้าวไปใส่กระโปรง - นกแอร์แจงเปิดทำการบินได้ตามปกติ หลังเหตุวุ่นวายนักบินประท้วงหยุดบิน - ผู้โดยสารโวยนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน 'พาที' จัดบิน 3 เส้นทางแก้ปัญหาผู้โดยสารตกค้าง - 'พาที' แจงเหตุนักบินประท้วงทำนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน ผู้โดยสารเดือดร้อนอื้อ เจาะข่าวเด่น เหตุปะทะ 'พระ-ทหาร' ที่พุทธมณฑล - คืบหน้านกแอร์ไม่ขึ้นบิน

 69,107
เจาะข่าวเด่น
15 ก.พ. 59

เหตุปะทะ 'พระ-ทหาร' ที่พุทธมณฑล - คืบหน้านกแอร์ไม่ขึ้นบิน

              เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมสถานการณ์บริเวณพุทธมณฑล ซึ่งพระสงฆ์และพุทธศาสนนิกชนรวมตัวแสดงจุดยืนต่อรัฐบาลไม่ให้กลุ่มบุคคลบางกลุ่มมาย่ำยีคณะสงฆ์         พระเมธีธรรมาจารย์ แถลงว่า ต้องการแสดงจุดยืนของการเคลื่อนไหวคือเพื่อปกป้องพุทธศาสนา หลังจากยื่นหนังสือไปหลายหน่วยงานแต่ไม่ได้รับการตอบกลับจากรัฐบาล โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ทำการเจรจาว่าขอให้การชุมนุมเสร็จสิ้นภายในชั่วโมงครึ่ง แต่พระเมธีธรรมาจารย์ระบุว่าหากไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากรัฐบาล คงต้องอยู่ค้างคืนและพระสงฆ์ต่างเตรียมสิ่งของมาเพื่อค้างคืนแล้วด้วย                    คุณออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า คมนาคมออกกฎ 3 ข้อ ให้ทุกสายการบินปฎิบัติตาม โดยได้เชิญ 14 สายการบินเข้าพูดคุยทำข้อตกลง แต่สายการบินนกแอร์ไม่ได้เดินทางเพื่อเข้าร่วมการพูดคุยครั้งนี้ด้วย ซึ่งหากเกิดกรณีในลักษณะนี้ซ้ำอีกจะมีการลงโทษตามกฎของกระทรวงคมนาคมแน่นอน ทั้งนี้ยังมองว่าทุกสายการบินควรรับผิดชอบโดยการเผชิญหน้าเข้าพูดคุยหรือชี้แจงกับผู้โดยสารเมื่อเกิดปัญญา เพื่อแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด รวมทั้งต้องการให้ทุกสายการบินมีความร่วมมือกันและทำการแข่งขันอย่างยุติธรรม เพื่อไม่ให้ผลเสียตกอยู่ที่ผู้โดยสาร                     ชมคลิปผ่านทาง Youtube  https://youtu.be/l7O9bwRkh98  ข่าวที่เกี่ยวข้อง - นกแอร์แจงเปิดทำการบินได้ตามปกติ หลังเหตุวุ่นวายนักบินประท้วงหยุดบิน - ผู้โดยสารโวยนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน 'พาที' จัดบิน 3 เส้นทางแก้ปัญหาผู้โดยสารตกค้าง - 'พาที' แจงเหตุนักบินประท้วงทำนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบิน ผู้โดยสารเดือดร้อนอื้อ เจาะข่าวเด่น เปิดใจ อดีตกัปตันนกแอร์    

 77,629
เจาะข่าวเด่น
12 ก.พ. 59

เปิดใจ นายกสมาคมฟุตบอลฯ คนใหม่

       พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนที่ 17 ระบุว่า ผลการลงคะแนนเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นไปตามที่ตนเองคาดการณ์ไว้ เนื่องจากมั่นใจในคำชี้แจงที่ให้ไว้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และตนเองปฏิบัติตามข้อกำหนดของการเลือกตั้งทุกอย่างมาโดยตลอด        ด้านการเปลี่ยนแปลงบุคคลในสมาคมฟุตบอลตนเองไม่อยากให้ใช้คำว่าล้างบาง เพียงแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา โดยคนที่ทำหน้าที่ดีอยู่แล้วตนเองก็พร้อมสนับสนุนต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าตนเองไม่มีเหตุผลที่จะปลด 'โค้ชซิโก้' ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำผลงานได้อย่างดีเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอย่างมาก            พล.ต.อ.สมยศ อธิบายต่อว่า หลังจากนี้ตัวแทนจาก 18 ทีมไทยพรีเมียร์ลีก ต้องเข้าเป็นกรรมการเพื่อช่วยกันพัฒนาฟุตบอลไทย โดยนำเงิน 60% ใช้สนันสนุนไทยพรีเมียร์ลีก และอีก 40% แบ่งสนับสนุนลีกอื่น ๆ ในประเทศไทย        ทั้งนี้ได้รับฟังร้องเรียนปัญหาผู้ตัดสินไม่ยุติธรรมมาโดยตลอด แต่ส่วนตัวตนเองมองว่าเป็นความผิดของผู้บริหารสโมสรต่าง ๆ มากกว่า ที่คอยบอกให้ตัดสินอย่างเอนเอียง โดยหลังจากนี้จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการให้ตัวแทนจาก 18 ทีมไทยพรีเมียร์ลีกช่วยกันดูแลหลาย ๆ คน หากว่าพบผู้ทำผิดจะดำเนินการแบนทันที       ขณะที่อนาคตบอลไทยนั้นตนเองมองว่ามีโอกาสจะไปแข่งขันฟุตบอลระดับโลกแต่ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยมีศูนย์ฝึกอบรมนักกีฬาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางสมาคมฟุตบอลจะเป็นคนดำเนินการจ่ายให้           ชมคลิปผ่านทาง Youtube  https://youtu.be/w76OiFv5lzQ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง - 'พล.ต.อ.สมยศ' นั่งเก้าอี้นายกฯส.บอลไทยคนใหม่ การันตี 'ซิโก้' ยังคุมช้างศึก  

 21,620
เจาะข่าวเด่น
11 ก.พ. 59

โมเดลจัดการน้ำแก้ปัญหาชุมชน

       ดร.รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า เริ่มทำโครงการโมเดลจัดการน้ำแก้ปัญหาชุมชนตั้งแต่ปี 2547 และขยายผลต่อในปี 2554 โดยในปีนี้พบว่ากว่า 90% ของ 593 ชุมชนในโครงการไม่พบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ชาวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเราจะต้องแนะแนวทางและทำให้ประชาชนเห็นว่าควรทำอย่างไร พร้อมทั้งแสดงให้เห็นประโยชน์ที่จะตามมา เพื่อให้ประชาชนลงมือทำตาม        ทั้งนี้จะเริ่มดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาคลองเน่าเสียในกรุงเทพฯ หลาย ๆ จุด เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ บ้านเมืองหรือถนนอาจเกิดทรุดตัวได้ รวมทั้งยังเป็นการกำจัดแหล่งยุงลายต้นเหตุของโรคไข้เลือดออก จึงต้องทำการป้องกันและถือเป็นการยกระดับบ้านเมืองอีกด้วย             คุณชวน ชูจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนคลองลัดมะยม เล่าว่า ขยะบริเวณชุมชนคลองลัดมะยมทำให้น้ำในคลองเน่าเสียนานกว่า 12 ปี ทำให้ตนเองรู้สึกหมดหวังคิดเพียงรอคอยวันที่จะย้ายบ้านหนีไป แต่ได้ลองพยายามแก้ปัญหาโดยมีมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์เข้าช่วยเหลือ จึงทำให้ตอนนี้น้ำในคลองมีสภาพดีขึ้นอย่างมาก และมีนักท่องเที่ยวเข้าชมตลาดน้ำในชุมชนมากขึ้น เมื่อชาวบ้านเห็นแนวทางที่จะประกอบอาชีพจากตลาดน้ำก็เริ่มร่วมมือกันแก้ปัญหาและรักษาความสะอาด     ชมคลิปผ่านทาง Youtube  https://youtu.be/l_k9H2WEovQ  

 10,107
เจาะข่าวเด่น
10 ก.พ. 59

สุรชัยทำหน้าใหม่ ลดวัย 20 ปี

       คุณสุรชัย สมบัติเจริญ ศิลปิน-นักร้อง ยอมรับว่าตนเองอยากผ่าตัดศัลยกรรมตั้งแต่วัย 50 แล้ว แต่ยังคงอยู่ระหว่างหาแพทย์ จนกระทั่งได้พูดคุยกับทีมแพทย์ชาวไทยที่ทำโครงการเฟซ ออฟ (Face off) แล้วจึงตัดสินใจที่จะทำการผ่าตัด ในวันที่ 12 ก.พ.2559 ซึ่งตนเองหวังว่าลดใบหน้าได้เพียง 20-30 ปีก็เพียงใจแล้ว โดยได้เช็คความพร้อมของร่างกายตนเองเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ตนเองเป็นคนรักษาสุขภาพอยู่แล้ว โดยการไม่นอนดึก ไม่สูบบุหรี่ และทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงไม่มีปัญหาด้านสุขภาพหากจะทำการผ่าตัด        คุณสุรชัยยังเปิดเผยอีกว่าเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา เคยทำศัลยกรรมดวงตาและฉีดโบท็อกมาก่อนแล้ว ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับตนเองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากทำแล้วรู้สึกว่าใบหน้ามีร่องลึกกว่าเดิม          ทั้งนี้ คุณสุรชัยเชื่อว่าการผ่าตัด เฟซ ออฟ จะทำให้ตนเองดูสดใสมากขึ้นเมื่อยืนต่อหน้าผู้ชม ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองได้ด้วย โดยตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลใจต่อการผ่าตัดที่จะมาถึงในอีก 2 วันข้างหน้า เนื่องจากมีความวางใจในเทคโนโลยีและฝีมือของแพทย์ โดยเชื่อว่าทีมแพทย์จะพยายามอย่างสุดความสามารถ รวมทั้งตนเองก็ได้ทำการศึกษาพร้อมทั้งดูตัวอย่างของบุคคลที่ได้ทดลองทำมาก่อนแล้ว         ชมคลิปผ่านทาง Youtube https://youtu.be/sJ13rBcsNgc  

 68,320
เจาะข่าวเด่น
09 ก.พ. 59

'น้องอิงค์' เงาเสียง 'เติ้งลี่จวิน' ตอน 2

           น้องอิงค์-วนัฏษณา วิเศษกุล เด็กไทยวัย 16 ปี ที่ได้รับฉายาจากชาวจีนว่า เป็น 'เติ้ง ลี่ จวิน'  เล่าว่า ขณะที่เข้าแข่งขันตนเองรู้สึกมั่นใจอยู่เสมอว่าต้องผ่านเข้ารอบต่อไปได้ แต่ถึงแม้จะพ่ายแพ้มาแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังคงติดต่อกับผู้เข้าแข่งขัน The Voice of China 2015  คนอื่น ๆ อยู่ ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันตนเองก็ได้มีโอกาสโชว์ตัวกับทีม The Voice รวมถึงงานที่ไปด้วยตัวเองด้วย            น้องอิงค์ เชื่อว่าตนเองรู้จักเพลงของ 'เติ้ง ลี่ จวิน'  ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบภาษาใดก็ตาม อีกทั้งยังรู้สึกว่าทั้งน้ำเสียงและใบหน้ามีความเหมือนกันเช่นเดียวกับที่คนอื่นพูด รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับตนเองด้วย แม้ว่าจะไม่เคยมีโอกาสได้พบเจอกันก็ตาม       ตอนนี้น้องอิงค์เรียนอยู่ในชั้นมัธยมปีที่ 5 ในเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน และตั้งใจว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้านดนตรีและการแต่งเพลง โดยคาดหวังว่าจะเป็นตัวแทนคนไทยเพื่อให้ชาวจีนรู้จักเพลงไทยมากขึ้น เนื่องจากคนจีนชอบประเทศไทย ทั้งยังมีเว็บไซต์เพื่อดูหนังไทยโดยเฉพาะอีกด้วย       ชมคลิปผ่านทาง Youtube https://youtu.be/7HOo1XQzWBE   ข่าวที่เกี่ยวข้อง - 'น้องอิงค์' เงาเสียง 'เติ้งลี่จวิน' ตอน 1 - 'น้องอิงค์' เด็กไทยเงาเสียง 'เติ้งลี่จวิน' เตรียมจัดงานแฟนมีตติ้ง

 30,774
เจาะข่าวเด่น
05 ก.พ. 59

ทำหมันยุงลายครั้งแรกในโลก

       รศ.ปัทมาภรณ์ กฤตยพงษ์ หัวหน้าหน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศพาหะ และโรคที่นำโดยพาหะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ได้ทำการศึกษาทดลองเพื่อหวังลดปริมาณยุงลายมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ได้คิดค้นการทำหมันยุงลายสำเร็จเมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา  โดยการฉีดแบคทีเรียที่สกัดมาจากยุงลายสวนและยุงรำคาญ ซึ่งเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวสามารถต้านทานต่อโรคไข้เลือดออกได้ ดังนั้นเมื่อฉีดเข้าไปในยุงลายบ้าน ก็สามารถลดปริมาณโดยอัตโนมัติ        ซึ่งถ้าฉีดใส่ตัวเมียจะทำให้ออกลูกมาไม่มีพาหะของเชื้อไข้เลือดออก ส่วนการฉีดใส่ตัวผู้จะส่งผลให้เมื่อผสมพันธุ์กับยุงลายตัวเมียไข่จะฝ่อ (ตัวเมียผสมพันธุ์ได้เพียงครั้งเดียว) เป็นการช่วยลดปริมาณยุงลายอีกทางหนึ่งด้วย เพราะถึงแม้ยุงลายตัวผู้ไม่กัดหรือกินเลือดคน แต่ก็ยังต้องผสมพันธุ์กับยุงลายตัวเมียอยู่ดี            รศ.ปัทมาภรณ์ อธิบายต่อว่า น่าแปลกที่ผลวิจัยชี้ว่าเชื้อแบคทีเรียที่มาจากยุงลายสวนสามารถต้านเชื้อแบคทีเรียในยุงลายบ้านที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออกได้ ทั้งที่มาจากเชื้อตัวเดียวกัน และเมื่อนำมาทดลองก็สามารถต้านได้จริง ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นำเอาเชื้อแบคทีเรียที่มากกว่า 1 สายพันธุ์เข้าไปในตัวยุงลายบ้าน     ชมคลิปผ่านทาง Youtube https://youtu.be/p92etbWwa0Q   ข่าวที่เกี่ยวข้อง - นักวิจัยไทยคิดวิธีทำหมันยุงลายสำเร็จ องค์การอนามัยโลกเชิญร่วมต่อยอด - ทั่วโลกตื่นตัวป้องกันไวรัสซิกา หลังพบติดเชื้อผ่านเพศสัมพันธ์ นักวิจัยไทยเร่งศึกษาทำหมันยุง - WHO ยกระดับไวรัสซิการุนแรงเทียบเท่าอีโบลา นักวิจัยไทยจ่อศึกษาเพิ่มทำหมันยุง

 20,620
เจาะข่าวเด่น
04 ก.พ. 59

เรียกร้องฆ่าข่มขืนไม่ให้อภัยโทษ ตอน 2

       คุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารา-นักแสดง / ประธานกรรมการองค์กรทำดี แสดงความคิดเห็นว่า ต้นตอของการทำความผิดเป็นเรื่องของศีลธรรมและจริยธรรมของตัวบุคคลตั้งแต่เริ่มแรก ทั้งนี้ที่ผ่านมาเด็กหลายคนรอดพ้นจากกฎหมายได้เพราะผู้ปกครอง จึงอยากขอคำมั่นสัญญาจากพ่อแม่ของเด็กและเยาวชนผู้กระทำผิดว่าจะดูแลอย่างดี เนื่องจากสถาบันครอบครัวเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดเด็กและเยาวชนที่สุด       ซึ่งหากว่าเด็กและเยาวชนทำความผิดแล้วถูกลงโทษเท่าเทียมกันทั้งหมดตามกฎหมายก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ในความเป็นจริงอาจยังไม่ถึงจุดนั้น ประชาชนจึงต้องดูแลตัวเองต่อไป อีกทั้งตนเองรู้สึกว่าครอบครัวไม่สามารถปกป้องดูแลลูกได้ตลอดเวลา จึงอาจตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้เสมอ ดังนั้นอย่างน้อยที่สุดเพียงต้องการเปิดประเด็นสังคม เพื่อเป็นการปรามผู้กระทำผิดและปกป้องคุ้มครองเหยื่อรวมทั้งครอบครัวของเหยื่อด้วย                          ครูยุ่น-มนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก อธิบายว่า ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะมีการกระทำความผิดร้ายแรง มักจะก่อคดีเล็ก ๆ ก่อนเสมอ ซึ่งเป็นลักษณะของการย่ามใจ เพราะคิดว่ามีคนคอยช่วยเหลือหนุนหลังอยู่ ทั้งนี้ต้องยอมรับผู้ปกครองบางคนพยายามดูและลูกของตนเองแล้ว แต่ไม่สามารถควบคุมได้จริง ๆ ซึ่งมีถึงขั้นบางครอบครัวแจ้งจับลูกตัวเองก็ยังมี ตนเองจึงต้องการให้มีการบังคับใช้กฎหมายแบบสุจริตชน เนื่องจากประทศไทยมีช่องทางในการร้องเรียนได้อยู่แล้ว และเยาวชนไทยที่ทำความผิดร้ายแรงก็มีโอกาสขึ้นศาลผู้ใหญ่อยู่แล้วตามกฎหมาย ต่างจากหลายประเทศในโลกที่เยาวชนไม่มีทางขึ้นศาลผู้ใหญ่แน่นอน           ในทางกลับกันหากกฎหมายลงโทษเยาวชนที่กระทำความผิดหนักด้วยการประหารทั้งหมด แล้วผู้รับผิดกลายเป็นแพะรับบาป เราจะกลับไปแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย จึงควรให้ผู้กระทำผิดเข้ารับโทษในเรือนจำ เพื่อให้เข็ดหลาบและปรับตัวออกมาอยู่ในสังคมได้ เนื่องจากมองว่าเยาวชนมีความคิดไม่เหมือนผู้ใหญ่ จึงควรได้รับความคุ้มครองในระดับหนึ่ง             ชมคลิปผ่านทาง Youtube  https://youtu.be/Y6kDSO7clQo    ข่าวที่เกี่ยวข้อง - เจาะข่าวเด่น เรียกร้องฆ่าข่มขืนไม่ให้อภัยโทษ ตอน 1   - ปิดคดี 5 โจ๋แก๊งปืนควายฆ่าฝังศพอริกลางป่า ตร.นำตัวฝากขัง ญาติไม่ขอประกันหวั่นเกิดอันตราย - รองปลัด ยธ.ชี้ แก๊งโจ๋พัทลุงเข้าข่ายรับโทษเท่าผู้ใหญ่ 'บุ๋ม ปนัดดา'ล่ารายชื่อยกเลิกอภัยโทษ 'ฆ่าข่มขืน' - คุมตัว 4 ทรชนพัทลุงฆ่าโหดคู่อริ-ข่มขืนแฟนสาวทำแผน พบประวัติเคยก่อคดีอุกฉกรรจ์โชกโชน - เปิดปม โจ๋พัทลุงฆ่าโหดอริ ข่มขืนแฟนสาว อ้างแค้นเลิกกับน้องสาว ตร.รวบสาวทอมเพิ่มอีก 1 - จับแล้ว 4 ทรชนพัทลุง ฆ่าอริฝังป่า ข่มขืนแฟนสาวท้อง 3 เดือนอุ้มทิ้งเหว - สะเทือนขวัญ! แก๊งโจ๋โหดลวงคู่อริฆ่าฝังป่า ข่มขืนแฟนสาว-โยนร่างทิ้งเหว รอดตายปาฏิหาริย์ - บุ๋ม ปนัดดา นำทีมล่ารายชื่อ1แสนคน แก้กม.คดีข่มขืนประหารสถานเดียว

 18,263
เจาะข่าวเด่น
03 ก.พ. 59

เรียกร้องฆ่าข่มขืนไม่ให้อภัยโทษ ตอน 1

       คุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารา-นักแสดง / ประธานกรรมการองค์กรทำดี อธิบายว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เคยมีการเรียกร้องให้เพิ่มโทษต่อเยาวชนที่กระทำความผิดรุนแรงในลักษณะนี้แล้ว และได้มีการปรับกฎหมายให้รุนแรงขึ้น ซึ่งตนเองเข้าใจว่ากฎหมายของเด็กและเยาวชนเป็นกฎหมายสากล จึงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ที่น่ากลัวคือเมื่อคนร้ายที่เป็นเยาวชนถูกคุมขังเพียงไม่กี่ปีแล้วออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ครอบครัวของเหยื่อจะต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงหลังจากนั้น อีกทั้งผู้ทำผิดข้อหาข่มขืนมักมีโอกาสก่อเหตุซ้ำอีก จึงไม่อยากให้กฎหมายมีการอภัยโทษให้กับเยาวชนที่ทำผิดร้ายแรง เช่น ฆ่าข่มขืน เพื่อให้คนร้ายถูกคุมขังนานขึ้น ให้ครอบครัวของเหยื่อมีเวลาทำใจมากขึ้น เนื่องจากเหตุการณืที่เกิดขึ้นน่ากลัวเกินความจริงและเกินกว่าเรื่องราวในละครด้วยซ้ำ        คุณบุ๋ม แสดงความคิดเห็นต่อว่า สังคมมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน จึงควรมองให้เท่าทันเพื่อให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง ตนเองจึงออกมาพูดตรงนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายออกมาแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ได้บอกว่าความคิดเห็นของตนเองดีที่สุด ทั้งยังยอมรับความเห็นต่างที่ว่าหากกฎหมายเยาวชนรุนแรงขึ้น จะทำให้มีการฆ่าปิดปากเหยื่อมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องการเพียงแค่ไม่ให้อภัยโทษต่อผู้ก่อเหตุร้ายแรงเท่านั้น เพื่อให้ถูกคุมขังนานกว่าเดิม และเชื่อเสมอว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคดี                  ครูยุ่น-มนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก คิดว่าถ้าหากโทษทางกฎหมายของเยาวชนรุนแรงขึ้น จะส่งผลให้ผู้ก่อเหตุฆ่าปิดปากเหยื่อมากยิ่งขึ้น และการอภัยโทษก็มีขั้นตอนไม่ใช่นักโทษทุกคนที่ขอจะได้รับ อีกทั้งการเอาคนทำความผิดไปไว้ในคุก ก็ไม่ได้หมายความว่าคนทำความผิดจะหมดไปจากสังคม         ชมคลิปผ่านทาง Youtube https://youtu.be/bOmdcPTQt6g ข่าวที่เกี่ยวข้อง - รองปลัด ยธ.ชี้ แก๊งโจ๋พัทลุงเข้าข่ายรับโทษเท่าผู้ใหญ่ 'บุ๋ม ปนัดดา'ล่ารายชื่อยกเลิกอภัยโทษ 'ฆ่าข่มขืน' - คุมตัว 4 ทรชนพัทลุงฆ่าโหดคู่อริ-ข่มขืนแฟนสาวทำแผน พบประวัติเคยก่อคดีอุกฉกรรจ์โชกโชน - เปิดปม โจ๋พัทลุงฆ่าโหดอริ ข่มขืนแฟนสาว อ้างแค้นเลิกกับน้องสาว ตร.รวบสาวทอมเพิ่มอีก 1 - จับแล้ว 4 ทรชนพัทลุง ฆ่าอริฝังป่า ข่มขืนแฟนสาวท้อง 3 เดือนอุ้มทิ้งเหว - สะเทือนขวัญ! แก๊งโจ๋โหดลวงคู่อริฆ่าฝังป่า ข่มขืนแฟนสาว-โยนร่างทิ้งเหว รอดตายปาฏิหาริย์ - บุ๋ม ปนัดดา นำทีมล่ารายชื่อ1แสนคน แก้กม.คดีข่มขืนประหารสถานเดียว

 42,142