ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรวจวัดแอลกอฮอล์"

ต่างประเทศ
30 พ.ค. 59

หนุ่มจีนงัดลีลาสุดกวน เมื่อต้องเป่าวัดแอลกอฮอล์ที่ด่านตรวจ

คลิปชาวชาวจีนแสดงท่าทีสุดกวน เมื่อโดน ตร.เรียกตรวจจับวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ด่านตรวจ โดยทำทีไม่มีแรงและงัดลีลาเพื่อเลี่ยงการตรวจจับ ก่อนต้องยอมจำนนในที่สุด ตรวจวัดพบปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 191 มิลลิกรัม หลังดื่มไวน์แดงมา 3 แก้วก่อนขับขี่ 

 18,753
สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 58

ผบ.ทบ.สั่งทหารยึดรถทันทีหากได้กลิ่นสุรา ไปเก็บในค่ายทหาร เจ้าของรับคืนได้ 6 ม.ค.

พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวอวยพรปีใหม่ให้ประชาชน ว่า ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ กลับบ้านก็ขอให้มีความสุขอย่าให้มีอุบัติเหตุ ชี้ขับรถอย่าเมา อย่ามีกลิ่นสุรา ยืนยันยึดรถทันทีหากได้กลิ่น มั่นใจมาตรการด้านความมั่นคง เชื่อสามารถดูแลประชาชนได้ ระบุใช้มาตรการต่างๆ ประสานความร่วมมือตำรวจ โดยตำรวจเป็นหน่วยงานหลักส่วนทหารจะคอยสนับสนุนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทุกส่วนได้วางแผนในการรักษาความสงบเรียบร้อยไว้แล้ว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเคาท์ดาวน์ ขณะที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 4 นำรถที่ถูกยึด ตามมาตรการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ไปเก็บรักษาในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รวม 2 วันรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 38 คัน ขณะคืนนี้เจ้าหน้าที่จะเริ่มตั้งด่านกว่า 130 จุด ทั่วทุกตำบล ทุกอำเภอในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเข้มงวดเมาแล้วขับ ตามถนนสายรอง   ชมยูทูปที่นี่  https://youtu.be/XQlnlAIpnxQ

 1,658
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 พ.ย. 58

ทหารโพสต์ขอความเป็นธรรม แจง ปัดต่อย ตร.ตั้งด่านเลือดอาบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Boy Kampanat Chantaradechakol ซึ่งอ้างว่าเป็น พ.อ.ท. กัมปนาท จันทรเดชาคล ผู้ตกเป็นผู้ต้องหาจากเหตุทำร้ายร่างกายตำรวจตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณใกล้กับประตูทางออกของ ม.ราชภัฏพระนคร ยันไม่ได้มีการชกต่อยตามที่เป็นข่าว โดยระบุ   สวัสดีครับ กระผม พ.อ.ท. กัมปนาท จันทรเดชาคล ซึ่งเป็นบุคคลที่ตามข่าวที่ถูกกล่าวหา https://facebook.com/permalink.php?story_fbid=850672078364377&id=453355231429399&substory_index=0&__mref=message โดยการที่ข่าวได้ถูกออกไปตามสื่อต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงไปมาก ทำให้กระผมต้องตกเป็นจำเลยของสังคม และทำให้กองทัพต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอันมาก ดังนั้นกระผมจึงขอออกมาชี้แจงความจริงและปกป้องชื่อเสียงในฝั่งของกระผมบ้าง ดังนี้ครับ ในวันดังกล่าวกระผมได้ขับรถเพื่อที่จะกลับบ้านย่านดอนเมือง โดยก่อนหน้านั้นกระผมได้ไปทานข้าวกับแฟนสาวย่านรามอินทรา โดยกระผมได้ดื่มเบียร์ไป 1 ขวด และได้เลิกดื่มไปสักพักก่อนที่จะขับรถออกมา (ผลแอลกฮอลล์ 48 มิลลิกรัม กฏหมายไม่ให้เกิน 50) โดยที่กระผมได้มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากตื่นเช้าเพื่อไปทำงานในทุก ๆ วัน จึงได้คุยกับแฟนสาวว่าจะไปนอนพักในโรงแรมที่ ม.ราชภัฏพระนคร ซึ่งกระผมได้ขับรถมาเกือบถึง ม.ราชภัฏฯ และได้เห็นด่านตรวจที่ตั้งอยู่หน้า ม. โดยได้ตั้งอยู่บริเวณประตูทางออก (ประตูทางออกในขณะนั้นปิด) ซึ่งประตูทางเข้านั้นจะถึงก่อน จากนั้นกระผมได้ขับรถเข้าไปทางประตูทางเข้าซึ่งได้เห็น จนท.ตร. 2 นายยืนอยู่และได้ทำการขอตรวจค้น ซึ่งกระผมก็ยินยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี พร้อมทั้งแสดงบัตรข้าราชการให้ทราบ โดยกริยาและคำพูดของกระผมสุภาพและไม่ได้เบ่งแต่อย่า่งใด จนท.ตร. ก็ได้ปล่อยให้กระผมขับรถเข้ามาภายใน ม. จากนั้นกระผมจึงได้ทำการเช็คราคาที่พักของโรงแรมใน ม. ดังกล่าว ปรากฏว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งกระผมได้ไตร่ตรองดูว่าไม่คุ้มกับที่จะพักแค่ไม่กี่ ชม. กระผมจึงได้คุยกับแฟนสาวว่าจะขับรถกลับไปนอนที่บ้านย่านดอนเมืองโดยจะขอจอดพักในบริเวณ ม. เพื่อดื่มน้ำและสูบบุหรี่ให้หายอ่อนเพลียก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที จากนั้นกระผมจึงได้ขับรถออกไปทางหน้า ม. โดยเป็นทางเดียวกับทางเข้า ซึ่งกระผมได้ขับรถช้ามากเพราะในบริเวณ ม. ค่อนข้างมืดและใกล้ถึงทางออก ในระหว่างนั้นกระผมได้เห็น จ.ส.ต. นิยม สุขเกตุ ทำการโบกรถให้กระผมจอด โดยกระผมได้เห็นและกำลังจะจอดรถ จากนั้นกระผมได้ยินเสียงทุบรถของกระผมอย่างแรงและหลายครั้งมากพร้อมกับตะโกนบอกให้หยุดรถ กระผมจึงได้ทำการหยุดรถกระทันหันเนื่องจากตกใจคิดว่าจะขับรถชนอะไร ภายหลังทราบชื่อคือ ร.ต.ท. สมคิด พิมพ์เงิน ซึ่งเป็นคู่กรณีของกระผม โดยหลังจากที่จอดรถ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้เปิดประตูรถและได้ให้แฟนสาวของกระผมลงจากรถ โดยใช้น้ำเสียงและกริยาที่ไม่สุภาพตั้งแต่แรก ซึ่งแฟนสาวของกระผมก็ได้ลงจากรถและ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้เข้ามานั่งทางฝั่งผู้โดยสารแทน ซึ่งกระผมได้สอบถามว่าทำไมต้องทุบรถแรงขนาดนั้น พร้อมทั้งได้แสดงตัวว่าเป็นทหาร แต่ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้ใช้น้ำเสียงและประพฤติกริยาที่ไม่สุภาพกับกระผม โดยได้กล่าวหาว่ากระผมมีพิรุธและจะขับรถหลบหนีเพื่อไม่ให้ตรวจค้น ซึ่งกระผมได้อธิบายเรื่องราวแต่ต้นให้ฟัง และได้บอกให้ตรวจค้นรถได้ตามสบาย แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ไม่ฟังเหตุผลใด ๆ และได้นั่งอยู่ในรถของกระผมตลอดเวลา โดยที่ไม่ได้ทำการตรวจค้นแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนั้นกระผมและ ร.ต.ท. สมคิดฯ จึงได้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกันทั้งสองฝ่าย (เนื่องจากกระผมไม่เข้าใจในพฤติกรรมของ ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าทำไมไม่วิทยุให้ด่านที่อยู่บริเวณหน้า ม. ตรวจ แต่ทำไมต้องมาให้หยุดและลงจากรถในที่ที่เป็นที่มืด) ซึ่งทาง จ.ส.ต. นิยมฯ เห็นท่าไม่ดีจึงได้กันตัวกระผมออกไปให้ห่างจากรถและ ร.ต.ท. สมคิดฯ โดยที่กระผมได้ดึงกุญแจรถมาเก็บไว้ที่ตัวกระผมเพื่อแสดงว่าบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้คิดจะหลบหนีแต่อย่างใด โดยตลอดเวลาผมได้พูดย้ำกับ ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าให้ตรวจค้นได้ตามสบาย ถ้าตรวจค้นเสร็จแล้วหรือไม่ได้ทำการตรวจค้นให้ลุกออกมาจากรถของกระผมด้วย โดยที่กระผมได้ขอร้องทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ในเรื่องดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เนื่องจากกระผมต้องการที่จะปกป้องในทรัพย์สินของกระผมจากข้อหาที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ (ยัดยาเสพติด) ซึ่งจากเหตุการณ์และอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายในตอนนั้น กระผมจำต้องกระทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปกป้องฝ่ายกระผมจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด โดยที่กระผมในขณะนั้นได้พูดคุยอยู่กับ จ.ส.ต. นิยมฯ ที่ดึงกระผมออกมาจากเหตุการณ์นั้น โดยไม่ได้โต้เถียงกันตามที่ข่าวเสนอไป และกระผมได้อยู่ห่างจากตัวรถประมาณ 10-20 เมตร โดยที่ จ.ส.ต. นิยมฯ ได้เข้าไปพูดคุยกับทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าให้สงบสติอารมณ์เช่นกัน ซึ่งในขณะนั้นแฟนสาวของกระผมได้เข้ามานั่งอยู่ในฝั่งคนขับของรถ และได้ยิน ร.ต.ท. สมคิดฯ กล่าวว่า “กราบตีนกูถึงจะจบ” โดยที่กระผมก็ได้ยินเช่นกันแต่ไม่ชัดเนื่องจากอยู่ห่างจากรถพอสมควร ซึ่งกระผมไม่ได้ถือสาอะไรเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอารมณ์โกรธของทั้งสองฝ่าย หลังจากนั้นแฟนสาวของผมก็ได้พูดคุยกับทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าให้ใจเย็น ๆ และคุยกันด้วยเหตุผล ด้วยวาจาและกริยาที่สุภาพ แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้กล่าวตอบกลับไปด้วยวาจาและกริยาที่ไม่สุภาพ (ขึ้น กู มึง)   กระผมได้ยินดังนั้นเลยได้เข้าไปตักเตือนและต่อว่าว่าทำไมถึงใช้วาจากับผู้หญิงและเป็นประชาชนด้วยวาจาที่ไม่สุภาพ โดยหลังจากนั้นกระผมได้ถอยห่างออกไปจากรถเพื่อสังเกตการณ์ แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ กลับไม่สนใจและได้โต้เถียงกับแฟนสาวของกระผมต่อด้วยวาจาที่ไม่สุภาพเช่นเดิม กระผมได้ยินอีกครั้งจึงได้เข้ามาตักเตือน ร.ต.ท. สมคิดฯ อีกครั้ง และได้ถอยออกมาจากรถเพื่อสังเกตการณ์เช่นเดิม   ซึ่งหลังจากนั้นทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ก็ยังใช้วาจาและกริยาที่ไม่สุภาพเช่นเดิม และมีท่าทีที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ กระผมได้ยินดังนั้นจึงบันดาลโทสะและได้ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อ ร.ต.ท. สมคิดฯ โดยเจตนาคือให้ออกมาจากรถของกระผมและให้เลิกโต้เถียงกับแฟนสาวของกระผม ซึ่ง ร.ต.ท. สมคิดฯ ก็ไม่ได้ยินยอมที่จะออกมาจากรถโดยง่าย จึงเกิดการฉุดกระชากกันขึ้น โดยระหว่างฉุดกระชากกัน ศรีษะของ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้ไปกระแทกกับเพดานขอบรถด้านในหรือมือจับบนเพดานของฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า เป็นเหตุทำให้ศรีษะของ ร.ต.ท. สมคิดฯ แตก (ซึ่งหลังจากนั้นกระผมได้ทราบว่าเป็นแผลแตกเนื่องจากกระแทกของแข็ง ไม่ถึงกับขั้นเย็บแผลแต่อย่างใด)   กระผมและ ร.ต.ท. สมคิดฯ เมื่อได้เห็นเลือดไหล ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ก็ได้ลุกออกมาจากรถและกระผมก็ได้ปล่อยมือออกจากคอเสื้อ โดยที่ไม่ได้ทำการชกต่อยไปที่ใบหน้าหรือศรีษะเป็นจำนวน 2-3 ครั้งตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด หลังจากนั้นทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ จึงได้วิทยุไปตาม จนท.ตร. คนอื่นในด่านให้มาช่วยดู ซึ่งกระผมก็ได้ยืนอยู่ในบริเวณนั้นและไม่ได้คิดที่จะหลบหนีหรือทำการต่อสู้แต่อย่างใด ซึ่งเมื่อทาง จนท.ตร. คนอื่น ๆ มาถึง กระผมก็ได้แสดงตัวว่าเป็นทหาร และไม่ได้ทำการขัดขืนหรือต่อสู้   แต่ทาง จนท.ตร. ไม่ฟังและได้ทำการกดกระผมลงไปบนพื้นและทำการใส่กุญแจมือประหนึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ และหลังจากนั้นกระผมได้พยายามที่จะขอโทษและไกล่เกลี่ยกับทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ แล้ว แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ปฏิเสธที่จะไกล่เกลี่ยด้วย หลังจากนั้นจึงได้มีข่าวปรากฎในสื่อช่องทางต่าง ๆ   ซึ่งกระผมได้ตกเป็นจำเลยของสังคมซึ่งกระผมทนได้ และสิ่งที่ยอมไม่ได้คือกองทัพต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะกระผม ดังนั้นกระผมจึงขอออกมาชี้แจงความจริงของทางฝั่งกระผมว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร   http://www.js100.com/en/site/news/view/18866 อันนี้เป็นข่าวจาก จส.100 ซึ่งเขียนเหมือนกับเพจด้านบนที่กระผมได้โพสต์ไว้แต่ได้มีคำเปิดเผยจาก ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่ากระผมขับรถเร็วมาก ซึ่งความจริงกระผมได้ขับช้ามากเนื่องจากมืดและอยู่ใกล้กับประตูทางออกของ ม.ราชภัฏพระนคร แล้ว และได้กล่าวว่าได้พยายามให้ผู้ที่ถูกเรียกใจเย็นและค่อยๆ พูดจากัน ซึ่งในขณะนั้น ร.ต.ท. สมคิดฯ ไม่ได้มีพฤติกรรมและวาจาที่ใจเย็นและค่อยๆพูดจากันเลย   ขอแสดงความนับถือครับ   พ.อ.ท. กัมปนาท จันทรเดชาคล     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/taf6i1WdrRk    

 6,042
สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 58

ดาราสาว แอนนา รีส ซิ่งเบนซ์ ชนรถ ตร.พังยับ รอง สวป.เสียชีวิต

แอนนา แฮมบาวริส หรือ แอนนา รีส นักแสดงสาวและนางแบบชื่อดัง ขับเบนซ์พุ่งชนรถตำรวจจราจร สภ.เมืองสุพรรณบุรี รองสารวัตรจราจร เสียชีวิตคารถ ขณะจอดนอนบริเวณคู่ขนานมอเตอร์เวย์ขาเข้า กม.1 พบมีอาการควบคุมสติไม่อยู่ คาดมีอาการมึนเมาอย่างหนัก พร้อมเข้าไปขอโทษศพผู้เสียชีวิตภายในรถ โดยคร่ำครวญอยู่ตลอดเวลา ด้าน จนท.เตรียมนำตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และแจ้งข้อหาต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/Y0z86DhertU    

 133,145
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 58

ผบ.ตร.สั่งตั้งด่านตรวจ 24 ชม. ป้องกันอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ

พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับกลุ่มนักปั่นจักรยาน ทั้งที่กรุงเทพฯและเชียงใหม่ ทำให้ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้แต่ละพื้นที่ปรับเปลี่ยนเวลาการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ จากช่วงเวลา 02.00 - 03.00 น. เป็นตลอด 24 ชั่วโมง และให้สลับเวลาการเปิด-ปิดด่านในแต่ละพื้นที่ และให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/YPNEUmKLBAk    

 3,123

Top