ค้นหา :

ผลการค้นหา "สิงคโปร์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
13 มิ.ย. 62

บล็อกเกอร์สาวไทย โพสท่าเก๋สระผมจากสิงโตพ่นน้ำ สิงคโปร์

คลิปน่ารักๆของนักท่องเที่ยวสาวชาวไทย และเป็นบล็อกเกอร์ชื่อว่า 'Mayy R' โพสท่าเก๋ ทำท่าสระผมจากเมอร์ไลอ้อน สิงโตพ่นน้ำ แลนด์มาร์คสำคัญของสิงคโปร์ ได้ใจชาวเน็ตบนโลกออนไลน์ ว่านี้เป็นแนวความคิดที่สร้างสรรค์ บางรายถึงกับขอสาวสวยคนนี้แต่งงาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mTer8lRMp90

 3,022
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
30 พ.ค. 62

อันดับความสามารถแข่งขันของไทยปี 62 พุ่งแตะอันดับ 25 จากเดิม 30 ดีสุดในรอบ 10 ปี

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เผยผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศจาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2562   พบว่าไทยได้รับการจัดอันดับสูงขึ้นถึง 5 อันดับ มาอยู่ที่ 25 จาก 63 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ถือว่าเป็นอันดับที่ดีสุดในรอบ 10 ปี โดยปีที่แล้วอยู่อันดับที่ 30    ปัจจัยสำคัญ มาจากสมรรถนะทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้นถึง 2 อันดับ ด้วยการลงทุนต่างประเทศ  ที่มีการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน อำนวยความสะดวกได้ดีขึ้น ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้นถึง 4 อันดับ ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลปรับกฎระเบียบให้ทันสมัย คล่องตัว และส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในการให้บริการให้รวดเร็ว   ทั้งนี้เขตเศรษฐกิจที่มีอันดับสูงสุด 5 อันดับแรกคือ สิงคโปร์เลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ 1 แทนที่สหรัฐอเมริกาซึ่งลดอันดับลงไปเป็นที่ 3 รองลงมาคืออันดับ 2 ฮ่องกง อันดับ 4 สวิสเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อันดับ 5   สำหรับเขตเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับ 5 เขตเศรษฐกิจ มีอันดับดีขึ้นเกือบทั้งหมด ประกอบด้วยสิงคโปร์ซึ่งขึ้นมาอยู่อันดับที่ 1 มาเลเซียมีอันดับคงที่ที่ 22 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว ส่วนประเทศไทยสูงขึ้น 5 อันดับ จากอันดับที่ 30 เป็น 25 อินโดนีเซียมีอันดับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 43 เป็น 32และฟิลิปปินส์จากอันดับที่ 50 เป็น 46 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GGUBS-LqYcY

 774
ข่าวต่างประเทศ
27 พ.ค. 62

สื่อหลักปิดข่าว หลานชายผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ จูงมือแฟนหนุ่มวิวาห์ที่แอฟริกาใต้

สิงคโปร์-ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายด้วยกันยังผิดกฎหมาย แต่ปรากฏว่า ลี ฮวนยู หลานชายของ ลี กวนยู ผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ผู้ล่วงลับ และเป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ ลี เซียนยาง น้องชายของ ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์คนปัจจุบัน ได้จูงมือเข้าพิธีวิวาห์กับ เฮง ยีรุย แฟนหนุ่ม ที่แอฟริกาใต้   โดย ลี ฮวนวู และ เฮง ยีรุย จัดพิธีแต่งงานขึ้นที่พื้นที่เขตสงวนล่าสัตว์ ในนครเคปทาวน์ของแอฟริกาใต้ ซึ่งการแต่งงานเพศเดียวกันถูกกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2549 เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คู่รักเพศเดียวกันในไต้หวันจดทะเบียนสมรสเป็นวันแรกและเป็นที่แรกในเอเชีย   ทั้งนี้ ข่าวการวิวาห์ของหลานชายอดีตผู้นำสิงคโปร์ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อทางเลือกของประเทศ แต่สื่อกระแสหลักกลับไม่รายงานข่าวนี้  

 8,092
ข่าวต่างประเทศ
03 เม.ย. 62

สิงคโปร์เอาจริงจัดการข่าวปลอม กำหนดโทษหนักคุก 10 ปี ปรับ 23 ล้าน

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ ทุกวันนี้ในสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ข่าวกันอย่างมากมาย บางครั้งเราไม่รู้เลยว่าอะไรจริงและอะไรปลอม ที่สิงคโปร์กำลังเอาจริงกับเรื่อง fake news หรือข่าวปลอม โดยมีการเสนอมาตรการใหม่ กำหนดบทลงโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ปรับ 23 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่เข้มงวดมาก   นอกจากนี้ หากรัฐบาลเห็นว่ามีข่าวปลอมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สามารถสั่งเว็บไซต์ให้แก้ข่าว หรือถอดออกไปเลย ซึ่งการยกมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น ก็มาจากที่เฟสบุ๊กบอกว่า รัฐบาลทั้งหลายควรจะมีบทบาทมากขึ้นในการควบคุมข่าวออนไลน์   ส่วนเราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่เราอ่านอยู่นั้นเชื่อถือได้หรือไม่ ? 1.ดูความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ 2.ดูว่ามีสำนักข่าวอื่น ลงข่าวเดียวกันหรือไม่ 3.ให้สังเกตว่าข่าวปลอมมักจะใช้ภาพเก่า 4.สอบถามโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญต้องให้แน่ใจว่ามันเชื่อถือได้ก่อนที่จะแชร์   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Sometimes we don't know what's real and what's fake. บางครั้งเราไม่รู้เลยว่าอะไรจริงและอะไรปลอม sometimes (adv.)  บางครั้ง sometime (adv.) สักครั้งหนึ่ง Sometime I wanna go to Singapore. ฉันอยากจะไปสิงคโปร์สักครั้งหนึ่ง fake (adj.) ปลอม fake news ข่าวปลอม That's a really strict law! เป็นกฎหมายที่เข้มงวดมาก strict (adj.)  เข้มงวด, เคร่งครัด อ่านว่า สตริคท Governments should play a more active role in regulating online news. รัฐบาลทั้งหลายควรจะมีบทบาทมากขึ้นในการควบคุมข่าวออนไลน์ play a role  มีบทบาท regulate (v.)  ควบคุม, วางระเบียบ เระ กิว เหลท Is it legit? เชื่อถือได้หรือไม่ ? legit  ย่อมาจาก legitimate แปลว่า น่าเชื่อถือ, ถูกต้องตามกฎหมาย Make sure it's legit before you share it. ให้แน่ใจว่ามันเชื่อถือได้ก่อนที่จะแชร์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3LUmRUqkm-8

 1,982
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
20 มี.ค. 62

กทม.รั้งที่ 41 เมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก 'สิงคโปร์-ฮ่องกง-ปารีส' ครองอันดับ 1 ร่วม

นิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ จัดอันดับเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ปรากฏว่าในปี 2018 มี 3 เมืองครองอันดับ 1 ร่วมกัน ได้แก่ สิงคโปร์, ฮ่องกง และปารีส ซึ่งสิงคโปร์นั้นครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อนแล้ว   โดยยกตัวอย่างเช่น ค่าตัดผมสตรีในกรุงปารีส มีราคา 119.04 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3,690 บาทเลยทีเดียว   ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 41 ร่วมกับนครบริสเบนของออสเตรเลีย และกรุงเวลลิงตันของนิวซีแลนด์ ขณะที่กรุงฮานอยของเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 60 ตามด้วยกรุงพนมเปญของกัมพูชา ซึ่งอยู่อันดับที่ 76   ส่วนเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลกคือ กรุงการากัส ของเวเนซุเอลา แม้กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ มีอัตราเงินเฟ้อเกือบแตะ 1,000,000% เมื่อปีที่แล้ว จนทำให้รัฐบาลต้องออกธนบัตรสกุลโบลิวาร์แบบใหม่ ที่มีการตัดจำนวนเลขศูนย์ออก 5 หลัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qEaBir05_uo

 1,715
ข่าวต่างประเทศ
20 มี.ค. 62

สิงคโปร์-ฮ่องกง-ปารีส ครองแชมป์ร่วมอันดับ 1 เมืองค่าครองชีพสูงสุดในโลก ส่วน กทม.อยู่ที่ 41

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 30 ปี ของการจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ที่มี 3 เมืองครองอันดับ 1 ร่วมกัน   สำรวจและเปรียบเทียบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จากทั้ง 133 เมืองทั่วโลก   โดยสิงคโปร์ครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อน พร้อมด้วยฮ่องกง และปารีส ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 41 ร่วมกับนครบริสเบน ของออสเตรเลีย และกรุงเวลลิงตัน ของนิวซีแลนด์   ส่วนกรุงฮานอย ของเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 60 ตามด้วยกรุงพนมเปญของกัมพูชา อันดับที่ 76   ขณะที่เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลกคือ กรุงการากัส ของเวเนซุเอลา ตามมาด้วยกรุงดามัสกัส ของซีเรีย ในอันดับ 2 และกรุงทาชเคนต์ ของอุซเบกิสถาน ที่อันดับ 3 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kxjMKTszHJE

 4,970
ครอบครัวบันเทิง
06 ธ.ค. 61

'แต้ว-เคน' พาช่อง 3 โกอินเตอร์ จัดโชว์พิเศษนาคี กลางงานเอเชีย ทีวี ฟอรัม ที่สิงคโปร์

2 นักแสดงฮอต แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และ เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ คู่พระนางจากละครนาคี เป็นตัวแทนช่อง 3 ร่วมงาน Asia TV Forum & Market ATF Singapore (เอเชีย ทีวี ฟอรัม แอนด์ มาร์เก็ต เอทีเอฟ สิงคโปร์)   ที่เป็นงานซื้อขายคอนเทนต์บันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปีนี้จัดที่สิงคโปร์ ซึ่งทางช่อง 3 ก็ได้นำละครกว่า 70 เรื่อง เช่น เพลิงบุญ, เล่ห์รักสลับร่าง, ปดิวรัดา, บุพเพสันนิวาส, นาคี ฯลฯ ไปขายให้ต่างชาติที่สนใจด้วย เพื่อให้คอนเทนต์ของช่อง 3 มีชื่อเสียงในระดับสากล   ซึ่งภายในงานแต้วได้โชว์พิเศษ รำนาคี และร้องเพลงคู่คองร่วมกับเคน ท่ามกลางสายตาผู้เข้าร่วมงานจากนานาชาติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/ae_qPR_ygmE  

 1,679
ข่าวกีฬา
26 พ.ย. 61

แชมป์กลุ่ม! ช้างศึกชนะ สิงคโปร์ 3-0 เข้ารอบรองฯซูซูกิคัพ พบมาเลเซีย

ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม สาย บี นัดสุดท้าย ทีมชาติไทย เปิดบ้านที่ราชมังคลากีฬาสถาน เอาชนะทีมชาติสิงคโปร์ 3-0 ได้ประตูจาก พรรษา เหมวิบูลย์  ศุภชัย ใจเด็ด และ อดิศักดิ์ ไกรษร เข้ารอบเป็นที่หนึ่งของกลุ่มไปกับทีมชาติมาเลเซีย   โดยนัดแรกจะเตะกันที่ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ ก่อนนัดที่สองจะกลับมาเล่นที่ไทย ในวันที่ 5 ธันวาคม   ส่วนอีกคู่ฟิลิปปินส์ เสมอ อินโดนีเซีย 0-0 เข้ารอบเป็นอันดับสอง ไปพบกับเวียดนาม  

 1,588
ข่าวกีฬา
22 พ.ย. 61

ช้างศึกเสมอฟิลิปปินส์ 1-1 ลุ้นเข้ารอบนัดหน้าฟัดลอดช่อง ฟุตบอลซูซูกิ คัพ

ผลการแข่งขันฟุตบอลซูซูกิ คัพ รอบแรก กลุ่มบี ฟิลิปปินส์ เสมอ ไทย 1-1 โดยทีมชาติไทย ได้ประตูออกนำไปก่อนจาก ศุภชัย ใจเด็ด แต่ช่วงท้ายเกม โจวิน เบดิก มายิงตามตีเสมอให้ฟิลิปปินส์ จบเกมแบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน   อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทยยังคงนำเป็นจ่าฝูง 3 นัด 7 คะแนน เท่ากับ ฟิลิปปินส์ แต่ลูกได้เสียดีกว่า นัดสุดท้ายทีมชาติไทยจะเล่นที่ราชมังฯ เปิดบ้านเจอสิงคโปร์ ในวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย.2561   ผลฟุตบอลคู่อื่นๆ สิงคโปร์ 6 - 1 ติมอร์ เลสเต  

 2,646
การเมืองเข้มข้น
15 พ.ย. 61

ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ตะลุยหิมะที่ยูเครน ก่อนบินสิงคโปร์วางเกมเลือกตั้งวีคหน้า

ความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนสุดท้องของ ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ภาพว่าทั้งคู่อยู่ที่ประเทศยูเครนท่ามกลางกองหิมะ พร้อมระบุข้อความลงบนแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า   “First snow of Ukraine this year หิมะแรกของปีนี้ที่ยูเครน อุ่นๆนะคะ คิดถึงทั้ง 2 คนเลย เจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ”   ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่าทั้งคู่จะบินมาสิงคโปร์ เพื่อมาวางแนวทางการทำงานให้กับพรรคไทยรักษาชาติ หรือ ทษช. ซึ่งคาดว่าจะมีแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQjJMD9PGVQ

 2,002
ข่าวต่างประเทศ
10 ต.ค. 61

ญี่ปุ่นเบียดสิงคโปร์ ขึ้นแท่นพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ท่องได้ 190 ประเทศทั่วโลก

จากรายงานของบริษัท Henley & PartnersCitizens บริษัทด้านที่พักอาศัยและพลเมืองระดับโลก ที่ได้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561   ปรากฏว่า หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก สามารถเดินทางได้ถึง 190 ประเทศในแบบฟรีวีซ่า หรือ visa-on-arrival หลังเพิ่งได้ฟรีวีซ่าเข้าประเทศเมียนมาเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เฉือนสิงคโปร์ที่ได้สิทธิ์ 189 ประเทศ ไปเพียงประเทศเดียว     ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของพาสปอร์ตเยอรมัน, ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้ ที่สามารถเดินทางได้ 188 ประเทศ   อันดับ 4 เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, อิตาลี, สวีเดน, สเปน 187 ประเทศ   อันดับ 5 นอร์เวย์, สหราชอาณาจักร, ออสเตรีย, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอแลนด์, โปรตุเกส, สหรัฐอเมริกา 186 ประเทศ   อันดับ 6 เบลเยี่ยม, สวิตเซอร์แลนด์, ไอร์แลนด์, แคนาดา 185 ประเทศ   อันดับ 7 ออสเตรเลีย, กรีซ, มอลตา 183 ประเทศ   อันดับ 8 นิวซีแลนด์, สาธารณรัฐเช็ค 182 ประเทศ   อันดับ 9 ไอซ์แลนด์ 181 ประเทศ   อันดับ 10 ฮังการี, สโลเวเนีย, มาเลเซีย 180 ประเทศ   ด้านประเทศไทยอยู่อันดับที่ 68 ร่วมกับเบลารุส สามารถเดินทางได้ 77 ประเทศ เป็นอันดับที่ 4 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน   ข้อมูลจาก CNN 

 3,895
ข่าวต่างประเทศ
11 ก.ค. 61

เผย 10 ประเทศเสิร์ช google ตามข่าวทีมหมูป่ามากที่สุด 'สิงคโปร์' ครองแชมป์

กูเกิ้ลเทรนด์ (Google Trends) เผย 10 ประเทศที่เสิร์ช Google เพื่อติดตามข่าวภารกิจการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ ติดอยู่ในถ้ำหลวงมากที่สุด ได้แก่... 1.สิงคโปร์ 2.ศรีลังกา 3.นิวซีแลนด์ 4.โปรตุเกส 5.ออสเตรีย 6.แคนาดา 7.เยอรมัน 8.มาเลเซีย 9.ยูเออี 10.ไอร์แลนด์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pf1YAOeTMgM

 8,413
ข่าวต่างประเทศ
13 มิ.ย. 61

ชื่นมื่น 'ทรัมป์' ชม 'คิม จองอึน' ฉลาด หลังเผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์ จับมือลงนามยุตินิวเคลียร์

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ระหว่างปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่มาเผชิญหน้ากันครั้งแรกที่ โรงแรมคาเปลล่า เกาะเซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์   ท่ามกลางเจ้าหน้าที่คุมกันความปลอดภัยกว่า 5 พันนาย และกองทัพสื่อมวลชนทั่วโลกกว่า 2 พันชีวิต โดยผู้นำทั้งสองได้ลงนามในเอกสารสำคัญ โดยระบุถึงประเด็นสันติภาพและการปลดอาวุธนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี   การเดินหน้าความสัมพันธ์ระหว่างกัน และยืนยันปฏิญญาปันมุนจอมเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์สู่เสถียรภาพและสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี คือใจความในเอกสารสำคัญที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คิมจองอึน ลงนามร่วมกันที่สิงคโปร์ ในการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของโลกในศตวรรษที่ 21   สำหรับการพบกันระหว่างผู้นำของประเทศเสรีนิยมและประเทศสังคมนิยม ในช่วงเช้าหลังการพูดคุย 41 นาที และลงนามเอกสารสำคัญเสร็จสิ้น ประธานาธิบดีทรัมป์และคิมจองอึนได้แถลงร่วมกัน ซึ่งผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือย้ำว่า โลกจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากการที่เกาหลีเหนือตกลงเดินหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์   ขณะที่ทรัมป์ก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะรื้อฟื้นและพัฒนาความสัมพันธ์สองประเทศให้แน่นแฟ้นขึ้น และบอกว่า กระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลีจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนี้   สำหรับการประชุมสุดยอดครั้งนี้ อาจถือได้ว่าประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย และเป็นที่ยินดีของประชาคมโลกอย่างมาก หลังท่าทีระหว่างสองผู้นำชื่นมื่นและการประชุมเป็นไปด้วยดี รวมถึงยังได้เห็นท่าทีสบายๆ ของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือที่ต่างไปจากก่อนหน้า ขณะที่ทรัมป์เองก็ชมคิม จองอึนว่า เฉลียวฉลาดในการเจรจาต่อรองมาก และตั้งใจว่าจะเชิญคิม จองอึนมาเยือนทำเนียบขาวอย่างแน่นอน   ทั้งนี้มีช็อตสีสันระหว่างการพบเจอกันทั้งคู่อยู่หลายเหตุการณ์ อาทิ ปธน.ทรัมป์ได้โชว์ภายในของรถลีมูซีนประจำตำแหน่ง คาดิแลค วัน หรือมีชื่อเล่นว่า The Beast ซึ่งเป็นรถลิมูซีนประจำตำแหน่งของผู้นำสหรัฐที่เดินทางไปพร้อมกับประธานาธิบดีสหรัฐในทุกๆที่ มีมูลค่าราว 48 ล้านบาท สามารถคุ้มกันจากอาวุธเคมี หรือจรวด RPG โดยมีช่วงหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลับทีมอารักขาของนายทรัมป์ได้เปิดประตูรถให้ทางนายคิมได้ชมภายในรถด้วย   นอกจากนี้ผู้นำมหาอำนาจโลก อาทิ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ได้ออกมายกย่องในการพบกันครั้งประวัติศาสตร์นี้ เพราะจะเป็นความหวังในการสร้างสันติภาพของโลก แต่ทั้งนี้มีข้อมูลว่าทางฝั่งรัสเซียมองว่า การพบกันครั้งนี้ยังมีปีศาจร้ายแฝงอยู่ พร้อมเตือนให้เกาหลีเหนืออย่าไว้ใจโดนัลด์ ทรัมป์มากเกินไป   โดยภายหลังการเสร็จสิ้นการประชุม ทั้ง 2 ผู้นำได้แยกย้ายเดินทางกลับในช่วงค่ำ โดยทางโดนัลด์ ทรัมป์ มีจุดหมายต่อไปที่เกาะกวม ดินแดนของสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีข่าวว่าตกเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ทางเกาหลีเหนือจะยิงอาวุธนิวเคลียร์ใส่

 2,797
ข่าวต่างประเทศ
12 มิ.ย. 61

เปิดกำหนดการประชุมนัดประวัติศาสตร์ 'ทรัมป์-คิม' คาดใช้เวลา 45 นาที ก่อนแยกย้ายบินกลับบ้าน

กำหนดการการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กับนาย คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้   ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือกันแบบตัวต่อตัว มีเพียงล่ามฝ่ายละ 1 คนเข้าร่วมในการหารือ โดยจะเริ่มเวลา 9.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คาดใช้เวลา 45 นาที จากนั้นจะหารือร่วมกันระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน โดยมีตัวแทนทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วม ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์จะแถลงต่อสื่อมวลชนในวเลา 16.00 น. จากนั้นจะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาในช่วงค่ำ โดยเป็นการเลื่อนกำหนดการเดิม 12 ชม. เช่นเดียวกับคิม จองอึนที่จะเดินทางกลับเกาหลีเหนือเช่นกัน ทั้งนี้ตารางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน   ซึ่งประเด็นการหารือคือการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งยังคาดเดาไม่ได้ว่าผลจะออกมาเช่นไร ทั้งนี้ทางทรัมป์ระบุว่าเขามีนิวเคลียร์ฟุตบอล ซึ่งเป็นปุ่มกดระเบิดนิวเคลียร์ติดตามไปทุกที่ หากเกิดเรื่องฉุกเฉินก็จะกดปุ่มให้เกิดนิวเคลียร์อานุภาพรุนแรงได้ทันที   อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเกาหลีเหนือ ที่มักจะรายงานข่าวภารกิจผู้นำคิมเมื่อเดินทางกลับบ้านเกิดอย่างปลอดภัยแล้ว แต่การประชุมครั้งนี้กลับผิดธรรมเนียม เพราะสื่อทุกสำนักในเกาหลีเหนือมีการรายงานข่าวอย่างอึกทึกในการพบปะครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยรายงานทุกกิจกรรมของผู้นำคิมอย่างใกล้ชิด และยังมีการใช้คำว่า ผู้นำคิมเตรียมคุยกับศัตรู มีการนำเสนออย่างอิสระ ผิดจากธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาอีกด้วย   ขณะที่ทางเจ้าภาพสิงคโปร์ ระบุว่าเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าโณงแรมที่พักของผู้นำคิม จองอึน พร้อมบอกไม่เสียดายงบประมาณที่ใช้ในการประชุมครั้งนี้ เพราะผลที่ออกมาประเมินค่าไม่ได้ 

 2,488
ข่าวต่างประเทศ
12 มิ.ย. 61

'คิมจองอึน' ยิ้มกว้างเดินเที่ยวสิงคโปร์ยามค่ำคืน บอดี้การ์ดตามเป็นขบวน เจ้าภาพเซอร์ไพรส์เค้กวันเกิด 'ทรัมป์' ล่วงหน้า

บรรยากาศก่อนการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กับนาย คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้   ซึ่งก่อนการเผชิญหน้ากัน มีรายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้เดินทางออกจากโรงแรมเซนต์รีจิส ที่พัก ไปเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์ การ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังโรงแรมมารีนาเบย์แซนด์และสวนเมอร์ไลออน เพื่อชมรูปปั้นเมอร์ไลออน หรือสิงโตทะเล สัญลักษณ์สำคัญของสิงคโปร์ โดยมีขบวนบอดี้การ์ดและทีมรักษาความปลอดภัยคอยคุ้มกันอย่างเข้มงวด โดยทีมบอดี้การ์ดของผู้นำคิมจะเลือกผู้ที่มีส่วนสูงและลักษณะใกล้เคียงกันเกือบทั้งคณะ จนทำให้ผู้ที่พบเห็นแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว   โดยนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ได้โพสต์ภาพที่ถ่ายเซลฟี่ร่วมกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ด้วยอิริยาบถผ่อนคลายและเห็นรอยยิ้มของผู้นำคิม ก่อนโพสต์ลงทางทวิตเตอร์ของตนเองด้วย โดยแคปชั่นว่า #Jalanjalan #guesswhere? (Jalanjalan เป็นภาษามาเลย์แปลว่าเดินทอดน่อง)   ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางฝั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงของสิงคโปร์พร้อมกล่าวขอบคุณสิงคโปร์ที่รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยระหว่างงานเลี้ยงมื้อกลางวัน ทรัมป์ยังได้รับเซอร์ไพรซ์ใหญ่จากทางเจ้าภาพที่ได้จัดเตรียมเค้กวันเกิดมอบให้ โดยทรัมป์จะมีอายุครบ 72 ปีในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ด้วย  

 3,723

Top