ค้นหา :

ผลการค้นหา "จันทบุรี"

สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 62

คุมตัวเมียใหม่ทำแผนนาทีสังหาร 'อบต.เย๋' ยิงผ่านหมอนขณะหลับ เปิดแอร์ให้ศพแข็ง ก่อนร่วมน้องชายใช้แบ็คโฮขุดฝังดิน

จากกรณีที่นายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ อายุ 46 ปี สมาชิก อบต.วังใหม่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี หายตัวลึกลับ ตั้งแต่เมื่อกลางดึกของวันที่ 15 เม.ย. 62 จากบ้านพักใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย กระทั่งภรรยาใหม่เปิดปากสารภาพยิงสามีตนเองตาย แล้วจ้างรถแบ็คโฮมาขุดดินฝังศพกลางสวนทุเรียนภายใน ซ.ฟาร์มไก่ ม.2 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี   อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นางเบญจวรรณ ไทยเจีย ภรรยาใหม่ของผู้ตายที่อยู่กินด้วยกันมานานกว่า 10 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ อบต.เย๋ ท้ายที่สุดจำนนต่อหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้บ้านหลังเกิดเหตุ บันทึกภาพขณะที่รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านเกิดเหตุในช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย.62 โดยมีนางเบญจวรรณ ภรรยาใหม่ของผู้ตาย ลงจากรถมาเปิดประตูบ้าน หลังจากที่ผู้ตายถอยรถเข้าไปจอดในบ้านแล้วนางเบญจวรรณได้ปิดประตูบ้าน     3 ชั่วโมงต่อมา วงจรปิดบันทึกภาพนางเบญจวรรณ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ออกจากบ้านพักไปเพียงคนเดียว ไม่พบว่าผู้ตายนั่งออกมาด้วย โดยนางเบญจวรรณ ให้การอ้างว่ามีชายขับรถกระบะ 4 ประตูมารับ อบต.เย๋ ออกไปกลางดึกวันที่ 15 เม.ย.62 (คืนวันดังกล่าวนี้คือช่วงที่ อบต.เย๋ ถูกยิง)   เวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 17 เม.ย.62 วงจรปิดจับภาพนางเบญจวรรณ ขับออกจากบ้านหลังเกิดเหตุ โดยนางเบญจวรรณขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านแลงจากรถมาปิดประตูบ้าน ก่อนจะขับรถออกไป (เป็นช่วงที่นางเบญจวรรณ และน้องชายได้ช่วยกันยกศพขึ้นหลังรถ เพื่อนำศพไปฝังอำพรางที่สวนทุเรียน )   ขณะที่นายวัชรพงศ์  ไทยเจีย อายุ 36 ปี  น้องชายของนางเบญจวรรณ เป็นผู้นำศพฝังดินนั้น ได้เข้ามอบตัว เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14 พ.ค. ยอมรับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในการช่วยนางเบญจวรรณ เคลื่อนย้ายศพและฝั่งศพ อยต.เย๋ หลังจากที่นางเบญจวรรณยิงจนเสียชีวิตที่บ้านพักแล้ว ได้มาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี จากนั้นได้ช่วยกันวางแผน โดยการนำศพขึ้นรถยนต์ก่อนนำไปฝั่งดินด้วยการใช้รถแบ็คโฮขุดดิน และฝังกลบภายในสวนทุเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่ของนางเบญจวรรณ เพื่ออำพรางคดี   ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนางเบญจวรรณและนายวัชพงศ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด จุดแรกคือบ้านพักจุดที่ผู้ตายถูกนางเบญจวรรณใช้อาวุธปืนขนาด .38 จ่อยิงศีรษะเสียชีวิตขณะที่ผู้ตายนอนหลับอยู่บนโซฟากลางบ้านในอาการมึนเมา หลังกลับจากไปทานข้าวนอกบ้านกับนางเบญจวรรณในช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย.   นางเบญจวรรณ อ้างว่า ระหว่างนั่งรถกลับบ้านได้มีปากเสียงกับผู้ตาย เนื่องจากเห็นเบอร์แปลกโทรมาหาผู้ตายหลายครั้ง จึงหึงหวงระแวงว่าผู้ตายไปติดพันหญิงอื่น พอกลับถึงบ้านผู้ตายนอนอยู่ที่โซฟา ตนจึงเข้าไปหยิบปืนในห้องนอนมาก่อเหตุยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง นัดแรกนำถุงพลาสติกสวมมือหลับตายิงปรากฎว่ากระสุนด้าน  นัดที่ 2 ใช้ผ้ารองมือถือปืนแล้วยิงอีกครั้งกระสุนก็ด้านอีก จากนั้นตนจึงลุกไปไหว้รูปพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ร่ำไห้บอกช่วยดลบันดาลให้กระสุนไม่ด้าน แล้วกลับมายิงเป็นครั้งที่ 3 ปลิดชีพ อบต.เย๋ สำเร็จ สาเหตุที่ทำเพราะผู้ตายขู่จะทำร้ายตนกับลูก หากไม่ฆ่าเขาก็ต้องฆ่าตนเอง ประกอบกับตนมีอาการเมาสุราจึงบันดาลโทสะ   หลังก่อเหตุฆ่า อบต.เย๋ แล้ว ก็เปิดแอร์ให้เย็น 18 องศา ทิ้งศพไว้ในบ้าน 1 คืน ส่วนตนออกไปนอนกับลูกที่บ้านอีกหลังหนึ่งในตัวเมืองจันทบุรี โทรเรียกให้นายวัชรพงศ์ มาหาอ้างไม่สบาย และสารภาพกับน้องขายว่าได้ฆ่า อบต.เย๋ เสียชีวิต ก่อนร่วมกันวางแผนเพื่อนำศพไปอำพราง   จากนั้นช่วงเช้า ได้กลับมาที่บ้านเกิดเหตุพบว่าศพแข็งตัว จึงนำผ้าและพลาสติกคลุ้มรถมาห่อศพ ช่วงกลางดึกได้ช่วยกันยกขึ้นท้ายรถฟอร์จูนเนอร์ ไปฝังกลบในสวนทุเรียน ห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร และกลับเข้าบ้านในช่วงสายของวันที่ 17 พ.ค.เพื่อทำความสะอาดคราบเลือด แล้วออกไปซื้อโฟฟาใหม่มาเปลี่ยน ใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้จุดธูปขอขมาภาพผู้ตายภายในบ้าน     พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.จันทบุรี  กล่าว่า สาเหตุเกิดจากเรื่องหึงหวง ที่ผ่านมาทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรมหวังทรัพย์สินทิ้ง เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป เบื้องต้นตั้งข้อหานางเบญจวรรณ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพเพื่อปกปิดการตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายวัชรพงศ์ น้องชายผู้ต้องหา ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ช่วยเหลือปิดบังซ่อนเร้นศพ   ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับนางสาวจินตนา เจือพงษ์ อดีตพี่สะใภ้ของผู้ต้องหา เผยว่า คืนวันที่ 16 พ.ค. นายวัชรพงศ์ ได้มาขอยืมรถแบ็คโฮ อ้างรถติดหล่มจะนำไปขุดดิน ตนก็ไม่ได้เอะใจและไม่ได้ถามว่านำไปขุดดินที่ไหน จากนั้นก็นำมาคืน   กระทั่งมาทราบข่าวนางเบญจวรรณ อบต.เย๋ มาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ อบต.เย๋ รัก แต่ฝ่ายชายเป็นคนเจ้าชู้ ส่วนเรื่องที่ฝ่ายชายเป็นหนี้ตนไม่ทราบ ผู้ตายไม่ได้มีทรัพย์สินอะไร อยู่กินทุกวันนี้เพราะนางเบญจวรรณ ส่วนแม่ของนางเบญจวรรณ ทำใจได้แต่ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะกล้าลงมือก่อเหตุอย่างนี้   ขณะที่ลูกชายของผู้ตาย เผยว่า หลังจากที่พ่อหายตัวไป นางเบญจวรรณ พยายามเบี่ยงประเด็นว่ามีชายขับรถฟอร์จูนเนอร์มารับพ่อไป และบอกว่าพ่อไปมีผู้หญิงคนใหม่ ตนเริ่มสงสัยว่านางเบญจวรรณ อาจมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปของพ่อ เพราะพบพิรุธหลายอย่างทั้ง เปลี่ยนกุญแจประตูหน้าบ้านใหม่ คราบเลือดที่พบในบ้าน มีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนโฟฟาใหม่ วงจรปิดที่จับภาพพ่อและนางเบญจวรรณเข้าบ้านด้วยกันจากนั้นก็ไม่พบตัวพ่ออีก รวมถึงประกาศขายบ้าน ขายรถอ้างนำไปใช้หนี้ให้พ่อ   ลูกชายของผู้ตาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่แน่ใจว่านางเบญจวรรณ สังหารพ่อของตนเพื่อหวังทรัพย์สินหรือไม่ อย่างไรก็ตามบ้านกับรถเป็นชื่อของนางเบญจวรรณ ทราบว่าพ่อและภรรยาใหม่ทำสัญญาขายสวนทุเรียนร่วมกัน 12 ล้านบาท ซึ่งจะเซ็นสัญญาต้นเดือน มิ.ย.นี้ แต่ก็มาเกิดเรื่องนี้ขึ้นก่อน ชนวนเหตุที่แท้จริงไม่รู้เกิดจากอะไรเพราะคนตายพูดไม่ได้   ด้านภรรยาเก่าของผู้ตาย เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเลิกรากับผู้ตายเกือบ 10 ปี แล้ว ตอนที่คบกันก็ทราบว่าผู้ตายคบหากับนางเบญจวรรณ หลังจากที่เลิกรากันก็ไม่ทราบเรื่องส่วนตัวของเขาโดยเฉพาะเรื่องหนี้สิน จะคุยกันเฉพาะเรื่องลูกเท่านั้น ตอนนี้สงสารลูกมาก เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ERuYG5EfOps

 7,759
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

ทำแผนฆ่าฝังดิน ‘อบต.เย๋’ เมีย เผยนาทีลั่นไก ก่อนให้น้องชายช่วยย้ายศพฝังอำพราง

จากกรณีนายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ อายุ 46 ปี สมาชิกองค์การบริหารส่วน ต.วังใหม่ หายตัวไป 1 เดือน ก่อนพบว่าถูกภรรยาฆ่าแล้วนำร่างมาฝังดินอยู่ในสวนทุเรียน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี   ความคืบหน้าวันที่ 15 พ.ค. 62 ที่สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พล.ต.ต.สัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ปาปะคัง ผู้กำกับการ สภ.ท่าใหม่ และชุด นปพ.อีกจำนวนหนึ่ง ได้นำตัว 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือนางเบญจวรรณ ไทยเจีย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นภรรยาผู้ตายและเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าสามี และอีก 1 คน คือนายวัชรพงศ์ ไทยเจีย อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นน้องชายผู้ก่อเหตุ ที่ได้เข้ามามอบตัวช่วงกลางดึกของเมื่อคืน   โดย เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาไปทำแผนไปที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด คือบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ หมู่บ้านอุดมทรัพย์อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยนางเบญจวรรณ ให้การว่า ได้ใช้อาวุธปืนยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง จำนวน 3 นัด แต่กระสุนด้าน 2 นัด และเข้า 1 นัด ในช่วงที่สามีนอนหลับอยู่ภายในห้อง   จากนั้น ได้ตามน้องชายมาช่วยเคลื่อนย้ายศพในช่วงประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 16 เม.ย. โดยได้นำศพใส่ท้ายรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ นำศพไปฝังพื้นที่บริเวณที่กำลังจะปลูกสวนทุเรียน หมู่ 2 ต.ทุ่งเบญจา ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 20 กม. ก่อนใช้รถแบ็คโฮขุดเพื่อฝังศพลึกกว่า 2-3 เมตร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เค้นสอบเมียใหม่รับฆ่าฝังดิน 'อบต.เย๋' อ้างชิงฆ่าก่อน เพราะถูกขู่ทำร้าย ใช้แบ็คโฮขุดฝังศพ ยันลงมือคนเดียว      

 11,268
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ค. 62

เค้นสอบเมียใหม่รับฆ่าฝังดิน 'อบต.เย๋' อ้างชิงฆ่าก่อน เพราะถูกขู่ทำร้าย ใช้แบ็คโฮขุดฝังศพ ยันลงมือคนเดียว

จันทบุรี-จนท.พบศพ นายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ อายุ 46 ปี ที่หายตัวไป 1 เดือนแล้ว โดยพบว่าถูกคนร้ายฆ่าฝั่งดินอยู่ในสวนทุเรียน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้รถแบ็คโฮเพื่อทำการขุดร่างของ นายทรงศักดิ์ ที่ถูกฝังดินลึกกว่า 2-3 เมตร ขึ้นมาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตนุ่งผ้าขนหนูเพียงตัวเดียว และถูกห่อด้วยผ้าพลาสติกคลุมรถ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงที่ศีรษะ 1 นัด ก่อนที่จะถูกคนร้ายนำมาฝังกลบในสวนทุเรียน   ด้านผู้ต้องหาคือ นางเบญจวรรณ ไทยเจีย ภรรยาของผู้เสียชีวิตคนปัจจุบัน โดยสาเหตุที่ทำไปเพราะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ประกอบกับภรรยามีอาการเมาสุราจึงเกิดบันดาลโทสะ ที่ถูกผู้เสียชีวิตขู่จะทำร้ายตนเองและลูก โดยให้การว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะ นายทรงศักดิ์ สามีของตนเองจนถึงแก่ความตายจริง ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตใส่ท้ายรถเข้าไปในสวนทุเรียน และใช้รถแบ็คโฮทำการฝั่งกลบเพื่ออำพรางคดี   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่า นางเบญจวรรณ จะก่อเหตุเพียงคนเดียว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องมีการสืบสวน หาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อนำไปหาผู้ที่ร่วมลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นางเบญจวรรณ ไปตรวจค้นที่บ้านพักในหมู่บ้านอุดมทรัพย์ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม   ด้านนางเบญจวรรณ ให้การว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง จำนวน 3 นัด แต่กระสุนด้าน 2 นัด และเข้า 1 นัด ในช่วงที่สามีนอนหลับอยู่ภายในห้อง ก่อนที่จะนำศพสามีไปฝั่งดินโดยได้บอกว่าได้ทำเพียงคนเดียว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสืบสวนว่ามีใครที่มีส่วนรู้เห็น หรือซ่อนเร้นอำพรางศพด้วยอีกหรือไม่ หากพบผู้กระทำผิดเพิ่มก็จะต้องนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ทั้งนี้จะมีการส่งศพของนายทรงศักดิ์ ไปตรวจสอบที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจอีกครั้ง   พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ในชั้นต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงสามีตนเองจริง สาเหตุที่ทำไปเพราะเกิดอาการเมา และถูกบันดาลโทสะ รวมทั้งถูกผู้ตายขู่จะทำร้ายตนเองและลูก จึงได้ใช้อาวุธปืนที่อยู่ภายในบ้านก่อเหตุในครั้งนี้ขึ้น   ด้าน พล.ต.ท.วีระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องขอชื่นชมตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ที่ได้มีการติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การพบตัวผู้เสียชีวตและแจ้งว่าในวันนี้ (15 พ.ค.) เวลา 10.00 น.จะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและนำตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r4EJOIW0FtE

 15,600
ข่าวภูมิภาค
13 เม.ย. 62

เริ่มแล้วสงกรานต์กลางคืน ถนนข้าวทิพย์ จันทบุรี - สาวเล่นน้ำถูกไฟดูดเสียชีวิต บาดเจ็บอีกหลายราย

บรรยากาศสงกรานต์ ที่จันทบุรี เริ่มแล้ว สงกรานต์กลางคืน ถนนข้าวทิพย์ปลอดเหล้าจันทบุรี สนุกสนาน ชุ่มฉ่ำ   ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานสงกรานต์ ถนนข้าวทิพย์ จังหวัดจันทบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก โดยงานสงกรานต์ปลอดเหล้าถนนข้าวทิพย์จังหวัดจันทบุรี ถือเป็นการเล่นน้ำสงกรานต์กลางคืนแห่งแรกของประเทศไทยปีนี้ เทศบาลเมืองจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดโซนนิ่งพื้นที่ปลอดเหล้าเด็ดขาดภายในถนนข้าวทิพย์ปลอดเหล้า ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร   นอกจากนี้ยังเกิดเหตุมีผู้ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตบริเวณซุ้มประตู ถนนข้าวทิพย์ตรงข้ามกับเวทีแสดงดนตรี ก่อนเสียชีวิต มีการโพสต์ live สด ขณะกำลังเล่นน้ำอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ    นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกหลายรายนำตัวส่ง รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี สำหรับบริเวณจุดที่เกิดเหตุไฟรั่วนั้นลักษณะเป็นซุ้มประตูติดป้าย ทำขึ้นโดยใช้โครงเหล็ก มีไฟประดับ ติดตั้งท่อน้ำ แล้วปล่อยน้ำลักษณะเป็นม่านน้ำลงมา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสน้ำเมื่อผ่านเข้าซุ้มประตู เจ้าหน้าที่กำลังตรงจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง        ขณะที่ เชียงใหม่ นทท.เล่นสาดน้ำสงกรานต์รอบคูเมือง ท่ามกลางอากาศร้อยจัด   แม้วันสงกรานต์หรืองานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองของชาวเชียงใหม่จะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันนี้ (13 เม.ย.) อย่างไรก็ตามพบว่าเมื่อวานนี้ (12 เม.ย.) บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่ เริ่มเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว โดยหลายจุดเริ่มมีการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน ซึ่งปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่ร้อนและสภาพปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ยังปกคลุมหนาทั่วทั้งเมือง รวมทั้งค่าฝุ่น PM2.5ที่เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่อง   โดยเฉพาะที่บริเวณประตูท่าแพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่พบว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งเด็กๆ นำอุปกรณ์ทั้งปืนฉีดน้ำและถังน้ำออกมาเล่นสาดน้ำคลายร้อนกันอย่างคึกคักสนุกสนานแล้ว ขณะเดียวกันพบว่าโดยรอบคูเมืองทั้งด้านใน และด้านนอก พบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันจับจองพื้นที่นำสินค้ามาวางขายกันอย่างคึกคัก ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์การเล่นน้ำ ทั้งปืนฉีดน้ำ ถังน้ำ ซองกันน้ำ รวมทั้งน้ำแข็งก้อนที่ใช้แช่น้ำให้เย็นเพื่อเล่นสงกรานต์ และอาหารการกินต่างๆ        ส่วนที่ พัทยา นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ แห่สาดน้ำดับร้อนสงกรานต์ 2019   บรรยากาศในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2019 เมืองพัทยาถือเป็นจุดศูนย์รวมนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่หลั่งไหลเข้ามาพักผ่อนเล่นน้ำสงกรานต์ ตามจุดต่างๆที่ทางผู้ประกอบการบาร์เบียร์ ได้จัดไว้รองรับ พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจร่วมเล่นน้ำคลายร้อน เนื่องจากช่วงกลางวันที่ผ่านมามีอุณหภูมิค่อนข้างสูงถึง 35-37 องศา    บรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจึงพากันเดินทางมาเล่นน้ำบริเวณชายหาดพัทยา ตามซอยต่างๆที่มีกลุ่มบาร์เบียร์ สร้างความคึกคักเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบว่ามีพ่อค้าแม่ค้า ได้นำปืนฉีดน้ำ ลักษณะต่างๆ มีทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ออกมาตั้งขายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรค์ ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวสนใจใช้บริการซื้อหากันจำนวนไม่น้อย สร้างรอยยิ้มและรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าอีกด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าในวันรุ่งขึ้นน่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาร่วมเล่นน้ำมากกว่านี้อย่างแน่นอน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/fnXuBG-HUSw

 1,844
สังคม-อาชญากรรม
02 เม.ย. 62

มือฆ่าสาว อบต. สารภาพใช้ค้อนกระหน่ำตีอกหมกเก๋ง โกรธผู้ตายจะแต่งงาน ขอยืมเงินเพิ่มแต่ไม่ให้ ซ้ำทวงหนี้เก่า

จากกรณีพบศพ น.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือแอน อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ อบต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เสียชีวิตอย่างปริศนาภายในรถเก๋งสีเขียว ซึ่งจอดอยู่ในป่ากระถินณรงค์ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังจากหายตัวลึกลับนาน 4 วัน ขณะที่ผลการผ่าชันสูตรพลิกศพทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากถูกของแข็งกระแทกเข้าบริเวณหน้าอกอย่างรุนแรง   ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายวรวุฒิ วิไลพัฒน์ หรือหมู อายุ 37 ปี ซึ่งประกอบอาชีพขับรถบรรทุกผลไม้ ได้ที่บริเวณตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยอ้างว่าได้รับการจ้างวานจาก ลูกอดีต ส.ส. เป็นเงิน 50,000 บาท ให้ไปฆ่าเนื่องจากเกิดความหึงหวงที่ผู้ตายตีตัวออกห่าง และกำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มคนปัจจุบัน ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อนั้น   ต่อมาตำรวจระบุว่า ได้สอบเค้นอย่างหนักจน นายวรวุฒิ กลับคำให้การว่าไม่ได้ถูกลูก ส.ส.จ้างวานฆ่าผู้ตาย โดยสารภาพว่าได้เคยยืมเงินจากผู้ตาย จำนวน 6,000 บาทจริง ต่อมาถูกผู้ตายติดต่อทวงถามอยู่เป็นประจำจึงเกิดความโมโห   โดยเมื่อวันที่ 25 มี.ค. วันก่อเหตุ ได้วางแผนโทรศัพท์ลวงนัดให้ผู้ตายมายังจุดที่เกิดเหตุ โดยบอกว่าจะคืนเงินให้ เมื่อมาถึงยังจุดที่เกิดเหตุ ได้พยายามขอยืมเงินจากผู้ตายอีก 20,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ให้ พร้อมกับทวงถามถึงเงินที่ถูกยืมไปก่อนหน้านี้ จึงเกิดความโมโห ประกอบกับทราบว่าผู้ตายมักพกเงินติดตัวจำนวนมาก จึงได้นำค้อนปอนด์ที่เตรียมมากระหน่ำทุบตีที่บริเวณหน้าอกหลายครั้ง จนผู้ตายนอนแน่นิ่ง จากนั้นจึงได้หยิบเงินสดในกระเป๋าผู้ตายไป 14,800 บาท และโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป ต่อมาได้นำเอาโทรศัพท์มือถือไปทิ้งที่บริเวณสะพานคลองดอนมะกอก อ.แกลง จ.ระยอง   เบื้องต้นเเจ้งข้อหาหนักฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นที่หลายคนยังเคลือบเเคลงสงสัย หากพบพยานหลักฐานโยงถึงใคร ก็จะขออนุมัติออกหมายจับทันที   ต่อมาได้ควบคุมตัวนายวรวุฒิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด โดยจุดแรกเป็นร้านค้าที่ผู้ต้องหาไปซื้อถุงมือ ต่อมาเป็นจุดนัดพบที่ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอตามที่ปรากฎในภาพกล้องหน้ารถ จุดที่สามเป็นจุดที่ลงมือฆ่าโดยใช้ค้อนทุบผู้ตายในรถในป่ากระถิน และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทิ้งถุงมือลงถังขยะเพื่ออำพรางการก่อเหตุก่อนหลบหนี   บรรยากาศการทำแผนเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีชาวบ้านมามุงดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก และขณะที่นำตัวผู้ต้องหาทำแผนในป่ากระถิน ผู้ต้องหารับว่าได้ขึ้นไปนั่งบนรถกับผู้ตาย จากนั้นได้ขอยืมเงินจากผู้ตายเพิ่ม แต่ผู้ตายไม่ให้และทวงถามถึงหนี้ที่ยืมไป ทำให้ผู้ต้องหาใช้ค้อนที่พกติดตัวมาตีไปที่หน้าอกของฝ่ายหญิงหลายครั้ง จนเกิดอาการชักเกร็งและแน่นิ่งไป ก่อนที่จะเอาเสื้อคลุมที่ศีรษะ และหยิบเงินพร้อมโทรศัพท์มือถือของผู้ตายก่อนหลบหนี ก่อนที่ช่วงเย็นผู้ต้องหาจะกลับมานำผ้ามาเช็ดที่บริเวณที่เปิดประตูรถ   หลังจากทำแผนเสร็จสิ้นในป่ากระถิน ผู้ต้องหาได้นั่งคุกเข่ากล่าวขอขมาอโหสิกรรม ต่อดวงวิญญาณผู้ตาย โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า “กรรมใดที่ได้ล่วงเกินด้วยกายกรรม วจีกรรม สิ่งใดที่ล่วงเกิน ด้วยและวาจา ขอให้แอนอโหสิ แอนเราขอโทษที่ทำกับแอนแบบนี้”   แต่จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหาบางส่วนยังขัดแย้งกับหลักฐานสำคัญคือ คลิปภาพและเสียงจากกล้องหน้ารถของผู้ตาย โดยในวันเกิดเหตุได้วางแผนโทรศัพท์นัดหมายผู้ตายมายังที่เกิดเหตุ ซึ่งก่อนถึงจุดหมาย นายวรวุฒิได้ขี่รถคันที่ใช้ก่อเหตุมาประกบที่ฝั่งคนขับเพื่อบอกเส้นทางที่จะไปยังจุดเกิดเหตุ จากนั้นได้ขี่รถนำหน้าไปยังบริเวณป่ากระถิน ตรงตามในคลิปภาพหน้ารถขอผู้ตายที่บันทึกไว้   เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายวรวุฒิ ได้เข้ามาพูดคุยกับผู้ตาย ภายในรถฝั่งโดยสาร โดยมีเสียงของนายวรวุฒิถามผู้ตายว่าจะคบหากับหนุ่มคนใหม่ที่พาออกสื่อคนนี้หรือไม่ โดยผู้ตายได้ตอบปฏิเสธ   จากนั้นนายวรวุฒิได้พยายามเอามือมาจับแขนผู้ตาย แต่ถูกสะบัดออก จึงเกิดความคับแค้นใจโมโห ใช้ค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หน้าอกและลำตัวหลายครั้ง ในขณะที่ผู้ตายนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับและกอดตุ๊กตาตัวโปรดสีดำไว้แน่น จนผู้ตายแน่นิ่งไป จากนั้นจึงได้นำเสื้อแขนยาวสีดำมาปิดคลุมปกปิดใบหน้าไว้ แล้วหยิบเอาเงินสดและโทรศัพท์ของผู้ตายหลบหนีไปดังกล่าว   สำหรับศพของ น.ส.จาริณี ญาติได้นำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสามผาน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งตัวแทนญาติของผู้ตาย เปิดเผยว่า ไม่ได้เดินทางไปดูตอนทำแผนเพราะไม่มีตำรวจมาแจ้ง ญาติทราบแต่เพียงว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วแต่ยังไม่ได้บอกรายละเอียดใดๆ แต่ทั้งนี้ก็รู้สึกพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่สามารถจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8BxyIjd3ftI

 5,890
ข่าวภูมิภาค
01 เม.ย. 62

‘หมู’ ยกมือไหว้ขออโหสิ อบต.สาว หลังก่อเหตุในค้อนทุบอกจนเสียชีวิต

จากกรณีที่พบศพ น.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือแอน อายุ 36 ปี หัวหน้าสำนักปลัด อบต.วังโตนด เสียชีวิตปริศนาในรถยนต์ส่วนตัวในเบาะคนขับ ลักษณะศีรษะเอียงไปทางด้านซ้าย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้มดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน มีเสื้อคลุมปิดใบหน้า โดยรถจอดหันหน้าเข้าไปยังบริเวณป่ากระถินณรงค์ ริมถนนบ้านพลงเผว หมู่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ จันทบุรี โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว นายวรวุฒิ หรือ หมู วิไลพัฒน์ อายุ 37 ปี ชาวจ.จันทบุรี โดยรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าโมโหถูกผู้ตายทวงหนี้เเละไม่ยอมให้กู้เงินเพิ่ม ก่อนจะใช้ฆ้อนทุบที่หน้าอกจนเสียชีวิต อ่านข่าว ‘หมู’ มือฆ่าสาว อบต. เปิดปาก ใช้ค้อนทุบอกจนตาย โมโหขอยืม 2 หมื่นไม่ให้ แถมทวงหนี้เก่า   ความคืบหน้าวันที่ 1 เม.ย. หลังจับกุมตัวนายวรวุฒิได้  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทำเเผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดเเรก เจ้าหน้าที่พาไปที่บริเวณป่าข้างทางรอยต่อระหว่าง ม.2 กับ ม.3 ต.โขมด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นจุดที่นายหมู หลอกล่อให้ผู้ตายขับรถเลี้ยวเข้าไปก่อนลงมือฆ่า    หลังจากชี้จุดเจ้าหน้าที่ได้ให้นายหมู ก้มลงพนมมือไหว้ขอขมาผู้ตาย โดยกล่าวขอโทษเเละขออโหสิกรรมกับสิ่งที่ทำกับผู้ตายด้วยเสียงสะอื้นว่า “กรรมใดที่ได้ล่วงเกินแอน ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ขอให้แอนอโหสิให้เราด้วย เราขอโทษ ที่เราทำกับแอนแบบนี้ เราขอโทษ”   จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายหมู มาที่ชี้จุดบริข้างทางก่อนถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดนัดพบในตอนเเรก โดยนายหมูขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอตั้งเเต่ตอนเย็น อีกจุดคือบริเวณถังขยะริมถนน ซึ่งเป็นจุดที่นายหมูเอาถุงมือเปื้อนคราบเลือดมาทิ้ง   ขอบคุณภาพ Newsch3thailand      

 7,812
สังคม-อาชญากรรม
01 เม.ย. 62

‘หมู’ มือฆ่าสาว อบต. เปิดปาก ใช้ค้อนทุบอกจนตาย โมโหขอยืม 2 หมื่นไม่ให้ แถมทวงหนี้เก่า

จากกรณีที่พบศพ น.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือแอน อายุ 36 ปี หัวหน้าสำนักปลัด อบต.วังโตนด เสียชีวิตปริศนาในรถยนต์ส่วนตัวในเบาะคนขับ ลักษณะศีรษะเอียงไปทางด้านซ้าย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้มดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน มีเสื้อคลุมปิดใบหน้า โดยรถจอดหันหน้าเข้าไปยังบริเวณป่ากระถินณรงค์ ริมถนนบ้านพลงเผว หมู่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ จันทบุรี   ความคืบหน้าวันที่ 1 เม.ย. 62 พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.ไพทูรย์ ปาปะคัง ผกก.สภ.ท่าใหม่ ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายวรวุฒิ หรือ หมู วิไลพัฒน์ อายุ 37 ปี ผู้ก่อเหตุฆ่า น.ส.จาริณี   พร้อมด้วยของกลางค้อนที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 1 อัน เสื้อ, กางเกง ที่ใส่ในขณะก่อเหตุ, หมวกแก๊ปสีดำ  พร้อม รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน คันที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุจำนวน 1 คัน   จากการสืบสวนของชุดสืบสวน สภ. ท่าใหม่ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวรวุฒิ หรือ ‘หมู’ วิไลพัฒน์ อายุ 37 ปี จึงได้ออกติดตามหาตัว กระทั่งเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 62 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัวนายวรวุฒิ จึงได้นำตัวมาสอบปากคำที่ สภ. ท่าใหม่    โดยนายหมู ยอมรับว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุฆ่า น.ส.จริยา หรือ ‘แอน’ แจ่มจ้า จริง สาเหตุเนื่องจากได้กู้ยืมเงินจากผู้ตายไปเป็นเงิน 6,000 บาท โดยผู้ตายได้ติดตามทวงถามอยู่เป็นประจำ   ในวันที่ก่อเหตุ นายวรวุฒิได้วางแผนโดยโทรศัพท์ไปบอกกับผู้ตายว่าจะนำเงินไปคืนให้ ให้ผู้ตายขับรถยนต์มารับเงินที่บริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ขอยืมเงินจากผู้ตายอีกเป็นเงิน 20,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ให้และได้ทวงถามเงินที่ยืมไปก่อนหน้านี้ จึงเกิดความโมโห ประกอบกับนายวรวุฒิทราบว่า ผู้ตายชอบพกเงินติดตัวอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ใช้ค้อนที่พกติดตัวมาตีไปยังบริเวณหน้าอกของผู้ตายจำนวนหลายครั้ง จนผู้ตายเกิดอาการชักเกร็งและแน่นิ่งไป    จากนั้นนายวรวุฒิได้หยิบเงินจากกระเป๋าสตางค์ของผู้ตายไปจำนวน 14,800 บาท และได้เอาโทรศัพท์ของผู้ตายไปทิ้งที่บริเวณสะพานดอนมะกอก อ.แกลง จ.ระยอง    เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ‘ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน’  

 8,553
สังคม-อาชญากรรม
01 เม.ย. 62

รวบแล้ว มือฆ่าสาว อบต.ดับคาเก๋งในป่า

จากกรณีที่พบศพ น.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือแอน อายุ 36 ปี หัวหน้าสำนักปลัด อบต.วังโตนด เสียชีวิตปริศนาในรถยนต์ส่วนตัวในเบาะคนขับ ลักษณะศีรษะเอียงไปทางด้านซ้าย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้มดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน มีเสื้อคลุมปิดใบหน้า โดยรถจอดหันหน้าเข้าไปยังบริเวณป่ากระถินณรงค์ ริมถนนบ้านพลงเผว หมู่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ จันทบุรี   จากการตรวจพิสูจน์ของแพทย์สถาบันนิติเวช พบมีร่อยรอยถูกทำร้ายโดยการถูกของแข็งกระแทกที่บริเวณหน้าอก จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าใหม่ พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายตกอยู่ที่จังหวัดระยองหลังจากผู้ตายหายไป 2 วัน   โดยก่อนที่จะเสียชีวิตกล้องหน้ารถของผู้ตาย พบว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ในช่วงตอนเย็น ผู้ตายนัดหมายพูดคุยกับผู้ต้องสงสัย จนกระทั่งขับรถไปตามสถานที่นัดหมาย เมื่อพบผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นชายคนดังกล่าวขับรถจักรยานยนต์นำหน้ารถของผู้ตาย ซึ่งผู้ตายขับตามไป จนกระทั่งมาถึงยังบริเวณที่เกิดเหตุ จนกระทั่งภาพกล้องวงจรปิดหน้ารถของผู้ตายได้ตัดไป   ล่าสุด วันที่ 1 เม.ย. 62 ข่าวสด รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุฆ่า น.ส.จาริณี ได้แล้ว โดยหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป   รายละเอียดเพิ่มเติม ข่าวสด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เจอหลักฐานกล้องหน้ารถ สาวอบต.ดับคาเก๋งในป่า ชี้เป็นฆาตกรรม ตั้งปมไม่ยอมเซ็นเอกสารส่อทุจริต    

 12,687
สังคม-อาชญากรรม
01 เม.ย. 62

เจอหลักฐานกล้องหน้ารถ สาวอบต.ดับคาเก๋งในป่า ชี้เป็นฆาตกรรม ตั้งปมไม่ยอมเซ็นเอกสารส่อทุจริต

จันทบุรี-จากกรณีที่พบศพ น.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือแอน อายุ 36 ปี หัวหน้าสำนักปลัด อบต.วังโตนด เสียชีวิตปริศนาในรถยนต์ส่วนตัวในเบาะคนขับ ลักษณะศีรษะเอียงไปทางด้านซ้าย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้มดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน มีเสื้อคลุมปิดใบหน้า โดยรถจอดหันหน้าเข้าไปยังบริเวณป่ากระถินณรงค์ ริมถนนบ้านพลงเผว หมู่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ จันทบุรี   ล่าสุด พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนกาสาเหตุเพราะญาติสงสัยเป็นเหตุฆาตกรรม ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย   จากการตรวจพิสูจน์ของแพทย์สถาบันนิติเวช พบมีร่อยรอยถูกทำร้ายโดยการถูกของแข็งกระแทกที่บริเวณหน้าอก จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าใหม่ พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายตกอยู่ที่จังหวัดระยองหลังจากผู้ตายหายไป 2 วัน   และก่อนที่จะเสียชีวิตกล้องหน้ารถของผู้ตาย พบว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ในช่วงตอนเย็น ผู้ตายนัดหมายพูดคุยกับผู้ต้องสงสัย จนกระทั่งขับรถไปตามสถานที่นัดหมาย เมื่อพบผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นชายคนดังกล่าวขับรถจักรยานยนต์นำหน้ารถของผู้ตาย ซึ่งผู้ตายขับตามไป จนกระทั่งมาถึงยังบริเวณที่เกิดเหตุ จนกระทั่งภาพกล้องวงจรปิดหน้ารถของผู้ตายได้ตัดไป   นอกจากนี้ยังมีคนให้ข่าวว่าผู้ตายเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งค้านกับเพื่อนผู้ตายบอกว่าเป็นคนร่าเริงชอบสนุก อดีตเคยทำทัวร์ท้องถิ่นขวบคู่ไปกับงานประจำด้วย   ล่าสุดแหล่งข่าวจากคนใกล้ชิดผู้ตายบอกว่า ผู้ตายไม่ยอมเซ็นเอกสารหลายโครงการในสำนักงานปลัดเพราะแต่ละโครงการฯ น่าจะไม่ถูกต้องหรือส่อไปในทางทุจริต ทำให้ผู้ตายไม่เซ็นเอกสาร ซึ่งประเด็นนี้อาจจะมีส่วนในเหตุถูกฆาตกรรมก็เป็นได้   ซึ่งเจ้าหน้าตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดๆทั้งสิ้น คาดว่าผู้ต้องหาน่าจะเป็นคนใกล้ตัวซึ่งญาติยังเชื่อว่าเป็นเรื่องการฆ่าตัวตายแน่นอน ส่วนศพญาติได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสามผาน อ.ท่าใหม่ ส่วนคนร้ายน่าจะได้ตัวเร็วๆนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r656TnepHQI

 5,281
ข่าวภูมิภาค
27 ก.พ. 62

ตร.เมืองจันท์ไล่ล่ากระบะแหกด่าน ยิงสกัดถูกคนขับเจ็บ เหตุเพิ่งเสพยามา

จันทบุรี-ตำรวจทางหลวงจันทบุรี ได้ตั้งจุดสกัดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ และป้องปรามเหตุอาชญากรรม บริเวณถนนสายสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 335 ต.พลับพลา อ.เมือง กระทั่งมีรถกระบะนิสสัน เอ็นวี สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บษ 4138 จันทบุรี ขับมาถึงด่านตรวจ แต่ไม่ยอมหยุดรถให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แต่กลับขับรถแหกด่านหลบหนีไป   ขณะหลบหนีได้เกือบจะชนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนที่ร่วมทางหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงวิทยุ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรีช่วยสกัดจับ โดยมีการไล่ติดตามรถคันดังกล่าวไปจนถึงคลองบายพาร์ท ภักดีรำไพ เจ้าหน้าที่จึงใช้วุธปืนยิงสกัดที่ล้อรถ ทำให้รถเสียหลักรถตกข้างทาง ผู้ขับขี่ถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย   จากการตรวจค้นภายในรถพบยาเสพติดยาบ้าจำนวนหนึ่ง และเศษซองยาบรรจุยาไอซ์ พร้อมอุปกรณ์การเสพ สอบสวนทราบว่าชื่อนายสุภชัย กะวิ เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวส่ง รพ.พระปกเกล้าจันทบุรีเพื่อรักษาพยาบาลโดยมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการหลบหนี และจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4L1Ox0K-Y38

 1,260
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

เร่งล่า 2 ไอ้โม่งบึ้มตู้ atm เมืองจันท์ มีคลิปวิ่งนำระเบิดมาซุก แต่ผิดแผนไม่ได้เงินสักบาท

จันทบุรี-เกิดเหตุ 2 คนร้ายใส่หมวกไอ้โม่ง ลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ บริเวณหน้าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนอิมั้งเพิ่มพูนทรัพย์ จำกัด หมู่ 8 ต.ซึ้ง อ.ขลุง สันนิษฐานคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์ แรงระเบิดไม่สามารถทำลายตู้นิรภัยได้ ทำให้นำเงินภายในตู้กว่า 1.8 ล้านบาท ออกไปได้ ก่อนจะพากันซิ่งรถ จยย.หลบหนี   ก่อนเกิดเหตุกล้องวงจรปิดภายในสหกรณ์ฯ จับภาพรถ จยย.ของคนร้าย ขี่เปิดไฟเข้ามาจอดใกล้กับตู้เอทีเอ็มในระยะไม่ถึง 100 เมตร จากนั้นหนึ่งในคนร้ายที่ซ้อนรถ จยย. ลงจากรถวิ่งนำไปวางไว้หน้าตู้เอทีเอ็มแล้วจุดชนวน คนร้ายกำลังคล้อยหลังกลับก็เกิดระเบิดทันทีเกือบวิ่งหนีไม่ทัน ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถ จยย.ที่คนคนร้ายอีกคนจอดสตาร์ทเครื่องรอขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว ระเบิดเสียงดังสนั่น กลุ่มควันพวยพุ่งเป็นบริเวณกว้าง ตามข้อมูลระบุว่า มีรถยนต์ต้องสงสัยอีกคันหนึ่งขับเข้ามายังที่เกิดเหตุ สงสัยว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับคนร้ายที่ขี่รถ จยย.มาวางระเบิดหรือไม่ เพื่อมาตรวจสอบยกตู้เอทีเอ็มขึ้นรถ   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถของนายสาธิต สุรศัพท์ เลขาฯ นายกเทศมนตรีตำบลซึ้ง ไม่ใช่รถของแก๊งคนร้าย โดยขับออกมาดูเหตุการณ์หลังจากมีคนโทรไปแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดที่ตู้เอทีเอ็มจึงรีบออกมาดู แต่ตนไม่พบรถ จยย.ของคนร้ายแม้จะขี่หลบหนีไปตามเส้นทางหน้าบ้านของตนก็ตาม เนื่องจากตนขับรถออกจากบ้านหลังรับแจ้งเหตุ 10 นาที   นอกจากนี้ยังพบว่า แรงระเบิดส่งผลให้ตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหายทั้งหมด ชิ้นส่วนต่างๆ เศษปูนสิ่งก่อสร้างกระจายทั่วบริเวณ โคมไฟส่องสว่างหล่นมากองกับพื้น ผนังปูนถูกแรงอัดเป็นรูขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ไว้ไม่ให้เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนใดๆ สำหรับตู้เอทีเอ็มดังกล่าวเพิ่งติดตั้งได้เพียง 7 เดือน ด้วยงบประมาณของสหกรณ์ฯ 70,000 บาท จากการสอบถามนางเพ็ญทิวา  มลิผล ประธานสหกรณ์เครดิตอิมั้ง ฯ ระบุว่า ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งภายในสหกรณ์   สอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองไปเติมเงินโทรศัพท์ที่ตู้เติมเงิน อยู่ห่างจากจุดเหตุประมาณ 100 เมตร หลังเติมเงินเสร็จกำลังขี่รถ จยย.กลับบ้าน ได้ยินเสียงดังคิดว่าหม้อแปลงระเบิด จากนั้นเห็นควันพวยพุ่งออกจากตู้เอทีเอ็ม แล้วเห็นคนร้าย 2 คน สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ใส่เสื้อแขนยาว ขี่รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ซ้อนท้ายกันออกจากที่เกิดเหตุ มุ่งหน้าไปทางสุสานขลุงมูลนิธิเขาโมย   หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและชุดเก็บกู้ระเบิด กองบังคับการตำรวจภูธร จ.จันทบุรี เข้าตรวจสอบพื้นที่เก็บหลักฐาน พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบขึ้นเอง ขณะที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่แกะรอยคนร้าย ตรวจสอบวงจรปิดพื้นที่ใกล้เคียงและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี ซึ่งเข้าออกได้หลายทาง พร้อมติดตามรถ จยย.คันก่อเหตุด้วย   ด้าน พ.ต.อ.ดำรงค์ เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.ขลุง กล่าวว่า คนร้ายวางแผนมาล่วงหน้าโดยเลือกลงมือตอน 01.00-02.00 น.ซึ่งเป็นช่วงที่คนกำลังนอนหลับ แต่เกิดพลาดทำให้ผู้คนแตกตื่นออกมาดูและแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ขณะนี้เร่งหาเบาะแสของคนร้ายเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี คาดกลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะรู้เส้นทางและจุดที่ตั้งของตู้เอทีเอ็ม   พื้นที่เกิดเหตุเปลี่ยวมาก เงียบสงบ ทำให้คนร้ายลงมือได้ง่ายคิดว่าคงไม่มีคนเห็น เบื้องต้นคนร้ายที่ก่อเหตุมี 2 คน ดูจากพฤติการณ์ไม่ใช่มืออาชีพ แค่ประสงค์ต่อทรัพย์ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่พบว่าเป็นเรื่องขัดแย้งภายในสหกรณ์ฯ หลักฐานสำคัญอีกชิ้นคือกล้องวงจรปิดที่ตู้เอทีเอ็ม จนท.ธนาคารฯกำลังตรวจสอบ เชื่ออาจจับภาพรูปพรรณสัณฐานหนึ่งในกลุ่มคนร้ายที่นำระเบิดมาวางได้ชัดเจน   ส่วนระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องแรงดันต่ำไม่ใช่ไปป์บอมบ์  จนท.ตรวจสอบพบเศษเหล็กตัดเป็นชิ้นๆ ซึ่งคนร้ายนำมาเป็นส่วนประกอบระเบิด นอกจากนี้พบกระดาษเทปกาวที่คนร้ายนำมาแปะติดกับระเบิด เพื่อยึดติดกับฐานตู้เอทีเอ็ม ไม่ให้ระเบิดลื่นไหลหลุดจากจุดที่นำไปวาง อย่างไรก็ตามสั่งการให้ชุดสืบสวนกระจายกำลังหาคนบาดเจ็บตามโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลแต่ยังไม่พบ    “เชื่อว่าคนร้ายศึกษาเส้นทางมาอย่างดี คงคิดว่าหากนำระเบิดไปวาง พอระเบิดก็จะเข้าไปหยิบเอาเงิน แต่พลาดเพราะแรงระเบิดทำให้โครงสร้างของตู้พังเสียหายเท่านั้น  ถ้าเป็นคนร้ายมืออาชีพจะไม่ทำแบบนี้ หลังจากระเบิดคนร้ายรีบขี่ จยย. ออกไป คาดว่ามีคนมาเจอจึงรีบหนี ทีแรกคนร้ายอาจคิดว่าช่วงเกิดเหตุคงไม่มีคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SMo4ARF4na0

 1,956
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 62

2 คนร้าย ขี่ จยย. ลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มหวังปล้นเงิน ตร.เร่งล่าตัว

วันที่ 20 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 01.53 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ บริเวณด้านหน้าสหกรณ์ เครดิต ยูเนียนอิมั้ง พื้นที่ ม.8 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี    โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพ คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 2 คน วางระเบิดตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ แล้วขี่รถหลบหนีไป จากนั้นมีรถยนต์ต้องสงสัยขับเข้ามายังที่เกิดเหตุแล้วก็ขับออกไป   จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน โดยมีรถจักรยานยนต์เป็นคนก่อเหตุวางระเบิด จากนั้นก็มีรถยนต์เข้ามาตรวจสอบพร้อมที่จะยกตู้เอทีเอ็ม แต่ปรากฏว่าแรงระเบิดไม่สามารถทำลายตู้ของเอทีเอ็มได้ คนร้ายจึงรีบหลบหนีไป    โดยช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.ดำรงค์ เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.ขลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพนักงานสอบสวน สภ.ขลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดกองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อเก็บรายละเอียดและตรวจสอบหลักฐานชิ้นส่วนระเบิดที่คนร้ายนำมาก่อเหตุ ทราบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดประกอบขึ้นเอง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเป้าไปว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ ซึ่งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดก็พอจะทราบว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นคนนอกพื้นที่มากกว่า      

 1,012
ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 62

แม่วัยรุ่นทะเลาะสามี ปล่อยลูกให้คลานลงสระจมน้ำตาย ตร.คุมตัวทำแผนร่ำไห้กอดศพลูก

จันทบุรี-ตร.จับกุม น.ส.กนกวรรณ  ขาวแพร อายุ 21 ปี ได้คารถทัวร์ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าได้พบศพเด็กเสียชีวิตลอยน้ำอยู่บริเวณบ่อน้ำข้างสนามออกกำลังกายในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย    ผลการชันสูตรเบื้องต้น พบว่าไม่มีน้ำในปอดของเด็กที่เสียชีวิต และพบร่องรอยฟกช้ำตามลำตัว คาดว่าเด็กน่าจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ก่อนนำศพมาโยนทิ้งสระน้ำเพื่ออำพราง หลังรับทราบผลการชันสูตรจากแพทย์ ทางตำรวจสืบสวน จึงได้ลงพื้นที่หาข่าวตรวจสอบข้อมูล เพื่อเร่งคลี่คลายคดี   จากนั้นได้นำตัวผู้เป็นแม่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่หอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องเช่าที่อาศัยอยู่กับลูก 2 คน จากนั้นได้แสดงขั้นตอน พาตัวลูกสาว ขี่รถ จยย. เดินทางไปยังสถานที่ออกกำลังกายติดกับสระน้ำที่เกิดเหตุ   จากนั้นนำผู้ต้องหาชี้จุดที่พาลูกสาวมาปล่อยให้คลานลงไปในสระน้ำ เพื่อให้จมน้ำเสียชีวิตเอง ขณะที่ น.ส.กนกวรรณ ผู้ต้องหา ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ ทำการจุดธูปให้ เพื่อที่ตนเองจะกล่าวขอขมากับลูก ที่บริเวณริมสระน้ำ โดยเจ้าตัวอยู่ในอาการร้องไห้เสียใจตลอดเวลา ได้โผเข้าไปกอดศพลูกปล่อยโฮร่ำไห้เสียใจทันที พร้อมกับกล่าวขออโหสิกรรม   จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าลูกสาวตัวเองจริง เนื่องจากลูกสาวส่งเสียงร้องไห้ตลอดเวลา พยายามกล่อมแต่น้องไม่หยุดร้องไห้ จนเมื่อเวลา 05.00 น. จึงได้อุ้มลูกขี่รถ จยย.ออกมาข้างนอก เพื่อหวังให้หยุดร้องไห้ แต่ไม่เป็นผล   เมื่อโทรศัพท์พูดคุยกับสามี ที่ฝึกทหารอยู่ในค่ายแห่งหนึ่ง และเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง โดยที่ลูกสาว ก็ยังส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดจึงเกิดความโมโห หลังจากวางสายกับสามี ได้อุ้มตัวลูกตรงไปที่ริมสระน้ำ ก่อนจะวางน้องลงริมตลิ่ง แล้วปล่อยให้คลานลงไปในสระน้ำ โดยที่ตัวเองกลั้นใจเดินร้องไห้กลับขึ้นมาบนฝั่ง โดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองลูกสาว ที่กำลังจมน้ำ จนทำให้ลูกสาวจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด ก่อนที่จะขี่รถ จยย.กลับมาที่ห้องเช่า เพื่อเก็บเสื้อผ้า ขึ้นรถทัวร์เดินทางหลบหนี และมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด   ตร.ระบุพฤติการณ์ก่อเหตุ น่าจะเกิดจาก ผู้ต้องหา มีความเครียดจากการที่ ไม่พร้อมมีวุฒิภาวะในการเลี้ยงดูลูก เนื่องจากอายุน้อย ประกอบกับมีปากเสียงทะเลาะกับสามี อย่างไรก็ตามหลังการสอบสวนและคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b-qnJX2LUao

 3,917
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 62

ทำแผน 2 พี่น้องฆ่าเจ้าของรีสอร์ท อ้างไม่ได้ต้องการชิงทรัพย์ แต่แค้นที่ทำร้ายน้องสาว

จันทบุรี-จากกรณีพบศพเจ้าของรีสอร์ทวัย 41 ปี ถูกฆ่าตายภายในห้องพัก ต่อมา ตร.คุมตัวแฟนสาวของผู้ตายวัยบ 26 ปีมาเค้นสอบ ก่อนสารภาพว่าร่วมมือกับพี่ชายในการก่อเหตุ ต่อมาทาง ตร.ได้คุมตัวทั้งคู่มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ   โดยผู้ต้องหาสารภาพว่าใช้ค้อนทุบที่ศีรษะ จนตาย ก่อนนำทรัพย์สินบางส่วนไปฝากไว้กับแม่ ส่วนทรัพย์สินบางส่วนได้นำไปขายที่ร้านทองในห้างสรรพสินค้า แต่พี่ชายอ้างว่าที่ทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิตนั้น เพราะน้องสาวเคยมาบอกว่าถูก ผู้ตายทำร้ายร่างกาย ด้วยความรักน้องจึงมาหาผู้ตาย และเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนจะลงมือทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HQBgCtfIG0c

 1,631
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 62

สาว 26 สารภาพแล้ว พาพี่ชายมาฆ่าแฟน ค้อนทุบหัวชิงเงินร่วมแสน

จันทบุรี-คนร้ายฆ่าโหด ใช้ค้อนทุบหัวเจ้าของรีสอร์ทใน อ.เมืองจันทบุรี เป็นชายอายุ 41 ปี เสียชีวิตสยองคาห้องพัก   ต่อมา ตร.ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ในพื้นที่ใกล้เคียง จนสืบทราบว่า น.ส.โบว์ หรือ น.ส.จุฑามาศ ชุมอภัย อายุ 26 ปี แฟนสาวที่เพิ่งคบหาอยู่กินด้วยกันกับผู้ตาย เป็นบุคคลสุดท้ายที่พบเห็นผู้ตาย ซึ่งอาจมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ติดต่อมาให้ปากคำ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา   เมื่อถูกสอบเครียดนานกว่า 6 ชั่วโมง ทาง น.ส.โบว์ได้ยอมเปิดปากรับสารภาพแล้วว่า ร่วมกับ พี่ชาย ชื่อ นายบี อายุ 35 ปี ลงมือฆ่าแฟนหนุ่มเพื่อชิงทรัพย์เป็นเงินสด ประมาณเกือบแสนบาท ซึ่งในรายละเอียดพฤติกรรมการก่อเหตุ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ ได้ให้ น.ส.โบว์ และญาติพี่น้อง พยายามติดต่อเกลี้ยกล่อมให้ นายบี พี่ชาย ที่ร่วมกันก่อเหตุมามอบตัว   กระทั่งต่อมานายบี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน โดยทางเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวเข้าสอบปากคำในเบื้องต้น และจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ ที่เกิดเหตุต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P9Ed5mQwtCc

 16,790

Top