ค้นหา :

ผลการค้นหา "รับผิดชอบ"

ต่างประเทศ
14 เม.ย. 60

ลูกสาวหมอถูกลากลงจากเครื่องบิน 'ยูไนเต็ด แอร์ไลน์' แถลงเปิดใจ - ชาวเน็ตล่ารายชื่อจี้ ceo ลาออก

ความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการบินนครชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ลากตัวผู้โดยสารชายคนหนึ่งลงจากเครื่องบินของสายการบิน United Airlines เที่ยวบิน 3411 จากนครชิคาโก้มุ่งหน้าเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี้ จนเกิดการกระทบกระทั่งใช้ความรุนเเรงกันเกิดขึ้นนั้น   ล่าสุด ลูกสาวของ นายเดวิด ดาว นายแพทย์ชาวอเมริกัน เชื้อสายเวียดนาม อายุ 69 ปี ที่ถูกลากตัวลงจากเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ พร้อมด้วยทนายความ ได้ออกมาแถลงข่าวความคืบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาอันยากลำบากของครอบครัว ซึ่งพ่อของเธอเล่าว่ามันน่ากลัวว่าตอนที่เขาต้องอพยพหนีภัยสงครามเวียดนามเสียอีก และเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวก็ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นกับใครอีก   ด้านทนายความเปิดเผยอาการป่วยของลูกความว่า ตอนนี้กำลังเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังจมูกหัก ฟันหลุดสองซี่และโพรงจมูกถูกทำลาย ขณะที่เรื่องคดีความกำลังอยู่ในระหว่างเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป      ขณะที่ชาวเน็ตกว่า 1.5 แสนคน ได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้ ceo ของสายการบินลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนกระทรวงคมนาคมกำลังทบทวนว่าควรอนุญาตให้สายการบินขายตั๋วเกินจำนวนต่อไปอีกหรือไม่      

 62,842
ปากท้องร้องทุกข์
03 พ.ย. 59

เจรจาลงตัว แพทย์พัทลุงจ่ายเงินเยียวยาให้แม่คลอดลูกหัวขาด 2.1 แสน

พัทลุง-จากกรณีแพทย์โรงพยาบาลบางแก้วทำคลอดเด็กทารกจนหัวขาดติดท้องแม่ และทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้และมีข้อสรุปเป็นที่พอใจกันแล้ว ล่าสุด ได้มีการแถลงข่าวในกรณีดังกล่าวแล้ว โดย นายธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ได้พิจารณาเงินเยียวยาให้กับครอบครัวของดังกล่าวเป็นเงินประมาณ 2.1 แสนบาท โดยมีการทำหนังสือไว้เป็นหลักฐาน   ส่วนสาเหตุที่แพทย์ทำคลอดจนทารกหัวขาดนั้น ขั้นตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ จะต้องตั้งกรรมการมาสอบสวนว่าเป็นอย่างไร แพทย์ทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ ส่วนกรณีที่ญาติฝ่ายแม่ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางแก้วนั้น ยังไม่สามารถถอนแจ้งความได้เนื่องจากพนักงานสอบสวนตีความว่าเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้ แต่คณะกรรมการสาธารณสุขตีความเป็นคดีแพ่ง เนื่องจากทากรกยังไม่มีชีวิต แต่ส่วนนี้ก็ไม่ได้ก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IuXZ6s3SQYM

 5,342
กีฬา
15 ต.ค. 59

'สมยศ' ลั่นขอรับผิดชอบเอง ยันไม่ยกเลิกประกาศยุติการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการ

จากกรณีสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยประกาศยุติการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการในปี 2559 ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559  เพื่อเป็นการถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ส่งผลให้มีหลายสโมสรได้รับผลกระทบและออกมาท้วงติงนั้น   ล่าสุด เมื่อ 11.00 น. วันนี้ (15ต.ค.59) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก FAIR ระบุว่า   "ณ นาทีนี้ ยังจะมีอะไรที่สำคัญและน่าให้ความสนใจมากกว่าการที่คนไทยควรจะร่วมถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อีกหรือครับ   ในฐานะคนไทย ในฐานะอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชีวิตและครอบครัวของผม ได้รับพระมหา กรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ มาตลอดทั้งชีวิต นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด และคนไทยทั้งแผ่นดินก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้เช่นกัน พสกนิกรชาวไทยทุกคนก็คงคิดเหมือนกับผม   มติสภากรรมการ เรื่องยุติการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการในฤดูกาล ประจำปี 2559 นั้น ผมเป็นผู้เสนอให้สภากรรมการพิจารณา ผมขอรับผิดชอบในการตัดสินใจและมติดังกล่าวเองครับ   ถ้าสโมสรสมาชิกและแฟนบอลชาวไทยส่วนใหญ่เห็นว่าการกระทำและการตัดสินใจของผมผิดพลาด หรือ ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่เสียหาย เสียประโยชน์ ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เสื่อมเสีย เสียหาย ทำให้วงการฟุตบอลไทยตกต่ำ ผมขอน้อมรับด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ ผมพร้อมที่จะพิจารณาตัวเอง   ผมขอขอบคุณแฟนบอลชาวไทย และสโมสรสมาชิก ที่แสดงความคิดเห็นผ่าน Social network โทรมาหาผม ทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และเสนอแนะแนวทางต่างๆนานาแต่ผมขอยืนยันว่าผมได้พิจารณาและใช้เหตุผลในการตัดสินใจอย่างรอบคอบแล้ว   ด้วยความรู้สึกจากใจครับ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์"  

 12,890
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ต.ค. 59

คลิประทึก กระบะหลุดโค้งพุ่งชนทะลุผนังบ้าน ลุงวัย 65 รอดตายหวุดหวิด

ฉะเชิงเทรา-คลิปภาพกล้องวงจรปิดจับภาพรถกระบะขับพุ่งเข้าชนร้านขายไข่ต้มใกล้เคียงวัดหลวงพ่อโสธร ซึ่งบริเวณช่วงบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง แต่รถคันดังกล่าวกลับขับพุ่งตรงไม่ไปตามเส้นทาง จนลุงที่นอนเฝ้าร้านอยู่วัย 65 ปีได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะขับหลบถอยหลังหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดคนขับรถคันดังกล่าวแอบย่องเข้าพบเจ้าของบ้านรับผิดชอบค่าเสียหายแล้ว ด้านผู้บาดเจ็บเผยไม่ติดใจอะไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1RoUt7y7FFU  

 25,944
ปากท้องร้องทุกข์
14 ก.ย. 59

พนง.จากเหตุเตาหลอมเหล็กระเบิดใส่ร้องสื่อ โรงงานไม่เยียวยาตามที่รับปาก

ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเตาหลอมเหล็ก อุณหภูมิสูงระเบิดใส่ร่าง ภายในโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม จ.ระยอง ในช่วงปลายเดือน พ.ค.2559 ที่ผ่านมา ร้องเรียนหลังโรงงานปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเยียวยาต่อเนื่อง แม้ในช่วงแรกจะมีการออกค่าใช้จ่ายในการรักษา และเงินเดือนในช่วงรักษาตัว พบสภาพร่างกายเนื้อและผิวหนังถูกทำลายกว่า 70% แพทย์ระบุต้องผ่าตัดหนังเทียม เพื่อไม่ให้พิการ โรงงานบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธที่จะรับผิดชอบการผ่าตัด อีกทั้งเริ่มติดต่อรับเงินยากขึ้น ล่าสุดทางโรงงานเสนอจะหายามารักษาให้เอง ชี้ทางโรงงานได้แสดงความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุจริงแต่ไม่เต็มที่ตามที่รับปากไว้ ทำให้ทางครอบครัวขาดเสาหลักของบ้าน ภรรยาและแม่ต้องคอยดูแลอาการของผู้ป่วยตลอดเวลา ที่มักมีอาการเสลดติดคอ หายใจไม่ได้ ทำให้ครอบครัวสูญเสียรายได้ ขณะที่มีอีกครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องสูญเสียลูกจากเหตุดังกล่าว สภาพศพถูกไฟเผาร่างกว่า 90% ทั้งนี้ทางโรงงานรับปากจะมอบเงินชดใช้ให้ 1 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงกลับจ่ายเพียงค่าโลงศพและค่ารถขนศพ รวมแล้วประมาณ 4 หมื่นบาทเท่านั้น ขณะนี้เตรียมยื่นฟ้องร้องดำเนินคดี พร้อมกันนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ที่เริ่มหายดี เตรียมกลับไปทำงานที่โรงงานอีกครั้ง ระบุทางโรงงานไม่มีชุดเซฟตี้ให้แก่พนักงาน รวมทั้งนายจ้างไม่มีการไถ่ถามถึงอาการบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RqUaOo9f_u8  

 2,127
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ย. 59

นร.หญิง ม.5 ร้องถูกครูปาแก้วใส่จนหน้าเบี้ยว ผอ.แจงปาใส่กำแพงแต่กระเด็นไปโดนเด็กเอง

นครราชสีมา-จากกรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ขอความเป็นธรรมผ่านโซเชียล และไปร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯ หลังถูกครูพละศึกษาปาแก้วน้ำใส่ที่บริเวณกกหูซ้ายจนกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ทำให้ใบหน้าเบี้ยว เสียโฉม และตาซ้ายหลับไม่สนิท เนื่องจากครูไม่พอใจที่ขัดคำสั่ง หลังลุกขึ้นยืนเพื่อหลบแดด โดยทางโรงเรียนยอมจ่ายเงินค่าผ่าตัดเพียง 80,000 บาท จาก 3-4 แสนบาท และบอกว่าถ้าไม่รับเงินก้อนนี้ก็ให้ไปฟ้องเอา ส่วนครูผู้ก่อเหตุก็ไม่เคยรับผิดชอบหรือโทรมาสอบถามเลย และเมื่อไปแจ้งความเรื่องก็เงียบหายนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียน ออกมาชี้แจงว่า โรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องที่เกิดขึ้น และได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมตักเตือนครูคนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นอุบัติเหตุ ครูคนดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาจะขว้างแก้วน้ำใส่เด็กนักเรียน ด้วยเนื่องจากช่วงเกิดเหตุมีเด็กนักเรียนหลายคนยืนไม่เป็นระเบียบ และพูดคุยกันเสียงดัง ครูจึงขว้างแก้วน้ำใส่กำแพงเพื่อปรามให้เด็กเงียบลง แต่แก้วน้ำกลับกระเด็นไปโดนศีรษะของเด็กนักเรียนผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุครูได้แสดงความรับผิดชอบ โดยได้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับเด็กหลายครั้ง ยอดรวมเป็นเงินประมาณ 40,000 บาท ซึ่งต่อมาทางครอบครัวของเด็กได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท แต่ครูไม่มีเงินจ่ายจึงต่อรองขอจ่ายค่าเสียหายเพียง 1 แสนบาท ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเจรจาตกลงเรื่องค่าเสียหายกันได้ แต่ก็พร้อมจะเจรจากันอีกครั้ง แต่หากครอบครัวของเด็กยังไม่ยินยอม คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย   ด้านเด็กสาวผู้เสียหาย กล่าวหลังผู้อำนวยการโรงเรียนออกมาชี้แจงว่า ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ เป็นการขว้างแก้วน้ำมาใส่ศีรษะตนโดยตรง และหลังเกิดเหตุ ครูคนดังกล่าวไม่เคยติดต่อหรือมาเยี่ยมมาเลย มีเพียงผู้อำนวยการโรงเรียนที่นำช่อดอกไม้มาเยี่ยมให้กำลังใจ 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางโรงเรียนได้ช่วยเหลือจริง แต่เป็นการช่วยเหลือครั้งละไม่มากซึ่งไม่เพียงพอ ทำให้ต้องไปขอยืมเงินเพื่อนบ้านมาสำรองจ่ายล่วงหน้าก่อน และไปทวงกับผู้อำนวยการโรงเรียนทีหลัง ซึ่งการต้องไปทวงเงินทั้งที่ตนเป็นผู้เสียหายซึ่งควรจะได้รับการช่วยเหลืออย่างดีที่สุดดูแล้วน่าสมเพช ดังนั้นครอบครัวจึงเรียกร้องค่าใช้จ่ายเป็นก้อนทีเดียว จำนวน 3 แสนบาท แต่ก็ได้รับการปฏิเสธและยังมีการต่อรองเหลือแค่ 8 หมื่นบาท โดยให้เหตุผลว่าเป็นแค่นี้แต่เรียกเงินมากเกินไป ทำให้ตนตัดสินใจไปร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความเป็นธรรม และพร้อมจะสู้ให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "สิ่งแรก...ไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูก่อน ถ้าไม่มีเงินค่าจ้างทนายความให้ไปขอกองทุนยุติธรรมได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด โดยกฎหมาย มาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี อันตรายสาหัสนั้น คือ (1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท (2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์ (3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด (4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว (5) แท้งลูก (6) จิตพิการอย่างติดตัว (7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต (8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน และได้มอบหมายให้ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาลงไปดูแลแล้ว" ขณะที่ทางแพทย์ระบุว่า จากกรณีนี้ที่ถูกแก้วปาถูกเส้นประสาทคู่ที่ 7 ซึ่งเป็นส่วนที่บังคับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการหน้าตึง ปากเบี้ยว ควบคุมใบหน้าไม่ได้ ต้องให้แพทย์ทำการประเมินอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถรักษาจนหายได้หรือไม่    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QhGgDxunwCk      

 12,968
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ย. 59

แชร์ถามหาคนรับผิดชอบ? ผู้รับเหมาชุ่ยเทหินคลุกกลางถนน ทำจยย.ชนกองหินเสียชีวิต

โลกโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oat Phanphanit ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจ และตัดพ้อผู้รับเหมา เนื่องจากลูกน้อง ที่ร้านขายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ได้ขับรถออกไปซื้อนมให้ลูก แต่กลับต้องมาประสบอุบัติเหตุ รถมอเตอร์ไซด์ชนกองหินจนเสียชีวิต โดยข้อความระบุว่า "ตื่นมาต้องเจอข่าวร้ายแต่เช้า พนักงานที่ร้านเสียชีวิตเพราะความมักง่ายของเจ้าของกองหินพวกนี้ เหตุเกิดเมื่อคืน ประมาณ 19.00 น. ถ.บ้านกุดแคน-หินลาด จ.มหาสารคาม ลูกน้องที่ร้านออกไปซื้อนมให้ลูก แล้วเกิดอุบัติเหตุขี่รถมอเตอร์ไซด์ชนกองหิน คอหักตาย ผมสอบถามชาวบ้านได้ความว่ามีคนมาเทไว้เมื่อตอนเย็นเมื่อวาน ไม่มีการทำสัญลักษณ์อะไรไว้เลย สงสารลูกสงสารครอบครัวเค้า วอนขอให้ผู้มีส่วนร่วมออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย #ลูกน้องผมต้องไม่ตายฟรีเพราะความมักง่าย #RIPตังค์" โดยหลังเกิดเหตุไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ทำให้นายจ้างและครอบครัวของผู้เสียชีวิตออกมาร้องเรียน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว และครอบครัวมีฐานะไม่ดีนัก แม้แต่ค่าโลงศพยังต้องไม่ขอยืมคนรู้จักมาจ่ายก่อน และลูกชายต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ซึ่งวันเกิดเหตุมีฝนตกลงมา รถที่นำหินคลุกมาเทไม่ได้มีการติดป้ายเตือนว่ามีการทำถนนแต่อย่างใด ประกอบกับถนนไม่มีไฟทาง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้ผู้รับเหมาที่นำหินคลุกมาเทกองไว้บนถนน ออกมารับผิดชอบกับการกระทำดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JBCT4wFf3Ds  

 2,980
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 59

รองปลัดยุติธรรม โพสต์ facebook ตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบของรัฐ กรณีแม่น้องการ์ตูน

        วันนี้ (31 ส.ค.) ใน Facebook ของนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีของแม่น้องการ์ตูน ที่มีการโพสต์ระบายความในใจ หลังคดีถึงที่สุดและมีแนวโน้มจะไม่ได้รับการชดใช้จากคู่กรณี       โดยนายธวัชชัย คัดลอกข้อความที่แม่น้องการ์ตูนโพสต์ไปก่อนหน้านี้  พร้อมเขียนคำบรรยายของตนเอง ระบุว่า    “อ่านแล้วอยากร้องไห้...! ผมจะลองพิจารณาว่าเหยื่อกับสิทธิที่ถูกละเมิดนั้น รัฐควรเข้าไปรับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ในมิติของกองทุนยุติธรรมได้มากน้อยเพียงใดครับ"                

 3,075
ปากท้องร้องทุกข์
28 มิ.ย. 59

ผู้เสียหายร้องนำรถไปซ่อมแอร์ พนง.นำไปทดลองขับถูกชนพังรอบคัน ศูนย์ปัดความรับผิดชอบ

ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกรณีนำรถแวน 5 ประตูเข้าซ่อมระบบแอร์ที่ศูนย์ซ่อม เนื่องจากแอร์ไม่เย็น จากนั้นทางศูนย์แจ้งว่ารถเกิดอุบัติเหตุหลังพนักงานเอารถไปทดลองขับโดยไม่แจ้งให้ลูกค้าทราบ สภาพพังยับเยินรอบคัน ถูกรถคันหลังชน จนรถเคลื่อนไปชนรถคันหน้า โดยที่ทางศูนย์ไม่แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด โดยอ้างว่าเป็นไปตามกฎการขับรถเพื่อทดสอบระบบที่ทางลูกค้าต้องเซ็นรับทราบเมื่อนำรถมาซ่อมที่ศูนย์ ซึ่งเหตุดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ต้องให้ประกันของคู่กรณีเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม และหวั่นว่าเครื่องยนต์ของรถจะได้รับผลกระทบในอนาคต อีกทั้งยังกระทบต่อธุรกิจ ที่ต้องจ้างรถอื่นส่งของแทน ก่อนที่ผู้จัดการสำนักงานใหญ่ จะติดต่อมาแสดงความเยียวยาด้วยการเช่ารถเก๋งให้ใช้งานทดแทน และพิจารณาการขยายเวลารับประกันตัวเครื่องยนต์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IyykBPQD7fE

 21,287
ปากท้องร้องทุกข์
22 มิ.ย. 59

สาวร้องสื่อ นำรถไปล้าง ถูก พนง.ขับชนกำแพงพังยับ คาร์แคร์เตะถ่วงไม่รับผิดชอบนาน 5 เดือน

ผู้เสียหายร้องสื่อถูกพนักงานร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งใน ตัวเมืองปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ขับรถมือ 2 ที่เธอเพิ่งซื้อมาและนำไปล้าง พลาดเสียหลักพุ่งชนกำแพง ทำให้กระจกแตก หม้อน้ำแตก ยางแตก ถุงลมนิรภัย ส่วนต่างๆของรถเสียหายพังยับเยิน จากการตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานใหม่อายุ 17 ปี มีการประเมินค่าซ่อมประมาณ 2 แสนบาท แม้จะมีการยอมรับผิดหรือลงบันทึกประจำวัน แต่ทางร้านก็ไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมให้แต่อย่างใด ปล่อยเวลาล่วงมานานกว่า 5 เดือนแล้ว พร้อมระบุว่าถ้าอยากได้เงินค่าซ่อมต้องไปฟ้องเอาเอง ซึ่งเมื่อเดินทางไปยังคาร์แคร์ก็ไม่พบตัวเจ้าของ และไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/V9M3n0OExs8

 26,606
การเมือง
13 มิ.ย. 59

ยิ่งลักษณ์ โพสต์ขอบคุณ พาที แสดงความขอโทษ-ตรวจสอบปมนักบินแชทพาดพิง

อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค  Yingluck Shinawatra ขอบคุณ พาที สารสิน และผู้บริหารนกแอร์ ที่แสดงความขอโทษ และติดตามตรวจสอบปมนักบินนกแอร์แชทพาดพิงถึง ระบุ   "ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบคุณ คุณพาที สารสิน และผู้บริหารสายการบินนกแอร์ ที่ได้ออกมาแสดงความขอโทษ และใส่ใจว่าจะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ให้กับดิฉันและผู้โดยสารทุกท่าน ซึ่งการที่ดิฉันและลูกได้เดินทางกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัยก็ถือว่าดีแล้วค่ะ   แต่ ดิฉันอยากให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่ให้การนำทัศนคติส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับงานบริการแบบความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของผู้โดยสารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ    และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรณีเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะต่อตัวดิฉัน หรือผู้โดยสารท่านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อจะได้เกิดความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพ และเป็นมาตรฐานขององค์กรต่อไป ขอขอบคุณค่ะ"  

 4,068
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 59

แม่เศร้า 'น้องการ์ตูน' เหยื่อกระบะพุ่งชนร้านสเต็ก ล่าสุดตาบอด คู่กรณียังคงไม่เหลียวแล

ความคืบหน้ากรณีที่น้องการ์ตูน เด็กหญิงวัย 5 ขวบ ถูกรถกระบะแต่งซิ่งพุ่งชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนผู้เป็นพ่อเสียชีวิต หน้าร้านสเต็กย่านบางบอนเมื่อปี 2557 โดยทางคู่กรณีไม่แสดงความรับผิดชอบเท่าที่ควร และไม่สามารถตกลงค่าเสียหายได้ โดยคดียังอยู่ในการพิจารณาของศาล ล่าสุดนางสาวศรัญญา แม่ของน้องการ์ตูน ระบุว่าน้องการ์ตูนมีอาการตาบอด จากการตรวจเช็คการมองเห็น เนื่องจากประสาทตาฝ่อจากการที่สมองโดนทำลาย แม้ว่าพัฒนาของน้องจะดีขึ้น ขยับแขนขาได้บ้าง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yCPpKtz60N8  

 18,493
สังคม-อาชญากรรม
14 มี.ค. 59

ไทยพาณิชย์แจงเปิดทำการปกติ พร้อมช่วยเหลือเหยื่อเหตุระบบดับเพลิงเต็มที่

ผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์แถลงเหตุระบบระงับอัคคีภัยทำงานผิดพลาด ภายในชั้นใต้ดิน อาคารเอสซีบีปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บ 5 ราย ยันอาคารยังเปิดทำการปกติ และธนาคารจะรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z2nCMzKGeDY  

 2,014
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.พ. 59

อธิการบดีมหิดลผิดหวังท่าที ม.ฮาร์วาร์ด โบ้ยเป็นเรื่องส่วนตัว ให้ประสาน ดร.หนีทุนเอง

นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุจากเหตุอาจารย์สาวภาควิชาทันตกรรม คณะทันตแพทย์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่หลังจากเรียนจบแล้ว ได้ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทย พร้อมทั้งลาออกจากการเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหิดลและไม่ยอมชำระหนี้อ้างว่าไม่มีเงิน ทำให้ผู้ค้ำประกันต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายแทนรวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท โดยระบุเป็นทุนของรัฐบาลไม่ใช่จากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งที่ผ่านมามีนักศึกษาได้รับทุนจำนวนมาก ซึ่งบางรายได้ขอใช้ทุนคืนเป็นเงิน มีเพียงรายนี้รายเดียวที่หนีและไม่รับผิดชอบ ทั้งนี้รู้สึกผิดหวังกับท่าทีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ออกมาระบุว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและให้ไปประสานติดตามกับเจ้าตัวเอง ซึ่งจากเหตุที่เกิดขึ้นได้ส่งผลเสียไปยังทุกฝ่าย และมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้ผู้ค้ำประกันเป็นญาติเท่านั้น ซึ่งอาจตัดโอกาสให้ผู้ขอทุนรายอื่นๆที่อาจไม่มีผู้ค้ำประกันให้ไม่ตรงตามเงื่อนไข     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ax9yORn9V0w  

 17,342
เจาะข่าวเด่น
29 ม.ค. 59

อุทาหรณ์ค้ำประกัน ทันตแพทย์หนีใช้ทุน

       ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ (หมอทอม) ผู้เซ็นค้ำประกันนักเรียนทุน เล่าว่า ตนเองได้ทำการเซ็นค้ำสัญญาทุนการศึกษาให้อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรม คณะทันตแพทย์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล  เมื่อปี 2536 แต่หลังจากเรียนจบผู้รับทุนกลับระบุว่าจะไม่กลับมายังประเทศไทย พร้อมทั้งลาออกจากการเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย และไม่ยอมชำระหนี้อ้างว่าไม่มีเงิน แต่ตนเองทราบมาว่าเธอมีอาชีพที่ดีและอาศัยอยู่อย่างดีในต่างประเทศ แต่ตนเองและผู้ค้ำประกันคนอื่น ๆ กลับต้องกู้เงินเพื่อชดใช้รวม 8 ล้านกว่าบาทแทน จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวทั้งหมดเพื่อเตือนใจเพื่อน ๆ ว่าไม่ควรไว้ใจใครโดยการมองที่ภายนอก แต่ส่วนตัวถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกรรมเก่า                  หมอทอม เล่าต่อว่า ในตอนเซ็นค้ำประกันให้ตนเองไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ดีพอ เพียงแต่รู้จักผ่านทางอาจารย์ที่ช่วยให้เธอได้รับทุนการศึกษาเท่านั้น แต่เพราะต้องการช่วยเหลือผู้ทำงานด้านทันตกรรม ทั้งนี้ยังยืนยันว่าแม้ย้อนเวลากลับไปได้ก็เชื่อว่าตนเองจะยังคงช่วยเซ็นค้ำประกันให้อยู่ดี เนื่องจากทำไปด้วยความปรารถนาดีต่อคนร่วมสาขาอาชีพเดียวกัน แต่รู้สึกแปลกใจที่ผู้หญิงคนนี้กล้าหลอกลวงอาจารย์ที่ช่วยให้เธอได้ทุนการศึกษาพร้อมทั้งเซ็นคำประกันให้อีกด้วย         ล่าสุดศาลได้มีคำสั่งอาญัติทรัพย์ผู้หญิงคนดังกล่าวแล้ว แต่ทางผู้หญิงคนดังกล่าวยังคงยืนยันว่าไม่มีเงินพร้อมทั้งตั้งทนายเตือนว่าอย่ายุ่งกับเรื่องของเธอ ตนเองจึงเชื่อว่าเธอไม่คิดจะกลับมายังประเทศไทยอีกแล้ว           ชมคลิปผ่านทาง Youtube https://youtu.be/fyGDY_SvFp8   ข่าวที่เกี่ยวข้อง - ทันตแพทย์โพสต์ FB เป็นอุทาหรณ์ ต้องจ่ายค่าปรับให้อาจารย์ร่วมคณะชิ่งใช้ทุนเรียนต่อในสหรัฐฯ

 55,312

Top