ค้นหา :

ผลการค้นหา "DSI"

สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' เผยถูกป้ายสี ยัดข้อหาฆ่าบิลลี่ อ้างรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลัง ลั่นกระดูกที่เจอไม่ใช่บิลลี่!

จากกรณีที่ดีเอสไอได้เข้าควบคุมตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ให้การปฎิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยตีราคาประกันคนละ 800,000 บาท พร้อมยืนยันว่าตนเองและพวกบริสุทธิ์ถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอิทธิพล   นายชัยวัฒน์ ได้เปิดใจกับสื่อว่า ตั้งแต่มีหลักฐาน มีการออกข่าวเป็นช่วง ๆ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มันก็ชี้มาที่ตนตลอด แต่เขาไม่เคยออกชื่อในสื่อ พยายามโยงว่าเป็นหัวหน้าอดีตอุทยานทุกครั้ง เราก็อยากให้มันเข้ากระบวนการยุติธรรมไม่อยากให้สื่อเล่นทุกวัน ออกทุกอาทิตย์ มันไม่เป็นธรรมกับคนที่ถูกกระทบ อาจมองใช่หรือไม่ใช่ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นผม ถูกนำเสนอมาเป็นช่วงๆ ถามว่าครอบครัวเดือดร้อนมั้ย เจ้าหน้าที่แม้แต่ตำแหน่งผมเองยังเดือดร้อน ก็ถามตัวเองตลอดจะโดนย้ายเมื่อไหร่   เมื่อถามว่าผ่านไป 5 ปี ดีเอสไอไปเจอถังอยู่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เจอเศษซากกระดูก พิสูจน์ดีเอ็นเอเป็นบิลลี่ ทุกอย่างย้อนมาชี้ที่กลุ่มนายชัยวัฒน์ ซึ่งเจอบิลลี่เป็นคนสุดท้ายจนถูกออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ระบุว่า ในลักษณะที่เราเห็น ต้องมองเลยว่ามันต้องมีคนชี้ ต้องคิดถึงความเป็นจริง 5 ปี มีการเผามีการทิ้ง   ในช่วง 5 ปี วันที่เกิดเหตุ ผมถูกย้ายออกนอกพื้นที่ แล้วถูกสอบสวน ถูกฟ้องศาล ในช่วงเกิดเหตุใหม่ ๆ ไม่มีใครรู้เลยเหรอว่ามีการเผา มีการทำลาย แล้วอยู่มา 5 ปี ก็ไม่มีใครรู้ มาเจอถังเจอกระดูก ผมให้คนที่บอกว่าเจอตรงนี้มาชี้เลย ว่าใครเป็นคนฆ่า ใครคนทิ้ง ใครคนทำ ถ้าชี้มาที่ผม ผมยอมติดคุกเลย   พร้อมระบุว่า ถังที่พบอาจเป็นถังขยะที่เจ้าหน้าที่เผาขยะทำลายกางเต้นท์ จุดบริเวณข้างล่างเวลาน้ำแล้ว ไปกางข้างล่างก็มี  ผมก็ถามว่าเศษซากกระดูกชิ้นเล็ก ๆ คุณไปงมครั้งหนึ่งครั้งสองแล้วเจอ คุณต้องเก่งกว่าเซียนนะ นี่คุณเจอในน้ำ น้ำที่ต้องดำลงไปเพื่อเป็นเป้าหมายเดียวที่ต้องไปเจอตรงนั้น   กรณีที่มีการระบุว่าถังมีรูเจาะเอาเหล็กขัดไว้เพื่อไม่ให้ศพเด้งออกมานั้น เขาบอกว่าการทำลายศพครั้งนี้ นายชัยวัฒน์และพวกทำลายศพด้วยการหั่นศพและเผา เผาโดยใช้ถังลูกนี้ แล้วถังลูกนี้ มันสามารถเผาคน เผาสุนัข หรือหมู สิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ มันเผาไม่ได้อยู่แล้ว ถังต้องมีออกซิเจน ต้องเจาะรู เปิดช่องว่างข้างล่างเพื่อให้อากาศเข้า แล้วแบบนี้จะเผาอะไรได้   มันเผาไม่ได้ ลองหาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนั่งยาง เขาใช้ถังลักษณะแบบนี้เผามั้ย ผมยืนยันว่าเผาไม่ได้ เพราะถังที่จะให้อากาศเข้า ต้องเจาะทั้งซ้ายทั้งขวา ไม่ใช่สว่านเจาะเท่านั้น ต้องเจาะรูระบาย แล้วนี่บรรยายเหมือนทำเอง ดูถังแล้ว สามัญชนคนคิดทั่วไป ทำได้หรือไม่   นายชัยวัฒน์ ระบุว่า วันนี้ผมทำหน้าที่ปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจับกุมคดีใหญ่ ๆ เยอะแยะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือการไปเหยียบเท้าใคร มันชัดอยู่แล้ว เขาสั่งได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไปจับเขา ในลักษณะเรื่องที่ดิน เรื่องรีสอร์ต เรื่องรุกป่า แล้วก็คดีล่าสัตว์ คดีเรื่องสัตว์ป่า   ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ผมพอรู้อยู่แล้ว 6 เดือนเขาหาเศษกระดูกเศษนี้ได้ ก่อนหน้านั้นไม่มีใครรู้ มันตายยังไง เราก็พยายามตามหาเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้พอชัดเจน กรมสอบสวนพิเศษรับคดี เขาเป็นเจ้าภาพ เขาเจอ ผมไม่อยากไปชี้ชัดขนาดนั้น ไม่ได้ไปใส่ความว่าเขามีอิทธิพลต่อการสั่งให้ใครมาทำคดีผม   ผมไม่มีหลักฐานอะไรไปสู้เขา ก็มีเท่าที่ผมบอกนี่แหละ ผมจับแล้วปล่อย ผมควบคุมตัวเขามา ผมสอบถามเขาแล้ว เมื่อหลักฐานเขาไม่สามารถกระทำความผิดได้ เราก็ต้องปล่อย บิลลี่ไม่ใช่คนแรกที่ปล่อย เราปล่อยเยอะแยะ ถ้าผมมีอำนาจผมไม่ต้องมีสภาพแบบนี้หรอก   กรณีที่ภรรยาคุณบิลลี่บอกว่าไปข่มขู่เขา นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผมอยากไหว้เขา ผมไม่เคยไปริดรอน ผมขอเลยนะ เรื่องไปคุกคามพี่นอ พวกผมเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่เคยคิดกระทำแบบนั้นด้วยซ้ำ พอเราเห็นเขาออกมาแบบนั้นก็สะเทือนใจ เรื่องไปเฝ้าดูเขา ซุ่มดู ผมขอร้องเถอะ พวกผมก็มีครอบครัว เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมจะทำขนาดนั้นเลยเหรอ ผมจะใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ เป็นผู้มีอิทธิพลขนาดนั้นเลยเหรอ พี่นอเขาเป็นผู้หญิง แล้วบิลลี่ก็ไม่มีความผิด ตอนนี้เขาหายไปก็มาโทษผม วันนี้ใครตายสักคนก็เป็นผมทุกอย่างเลย   ส่วนที่จะไปสาบานบริเวณสะพานแขวนวันเสาร์นี้ พอดีปรึกษาทนาย ทนายบอกว่าสถานที่ตรงนั้นเขาเจอหลักฐาน ถ้าไปตรงนั้น ดีเอสไอเขาจ้องเราอยู่ ก็ขอสถานที่ดีๆ เรื่องสาบานไม่กลัวอยู่แล้ว ผมอยากสาบานด้วยซ้ำ เพราะคำสาบานจะกระทบคนที่กระทำด้วยนะ   หากประชาชนมองว่าคำสาบานเป็นทางออกสุดท้ายคนโกหก นายชัยวัฒน์ ระบุว่า หลักฐานวิทยาศาสตร์มี ผมเชื่อในกระบวนการสอบสวนสืบสวนทุกวันนี้ ข่มขู่เจ้าหน้าที่แบบไหน ให้พูดยังไง ชี้นำยังไง เรามีหมด บุญแทน บุษราคัมอยู่ท่าแซะ ถูกล่อออกมา แล้วอ้างว่าผมจะฆ่าบุญแทน ถ้าวันนั้นบุญแทนออกมาแล้วตายผมก็โดนอยู่แล้ว ดาบเท่งไปพูดไปข่มขู่ ผมปล่อยลูกน้องจะไปฆ่าบุญแทนปิดปาก ถ้าบุญแทนตายวันนั้นคือใคร คนอื่นไม่รู้นี่ ดาบเท่งไปบอกว่าผมจะฆ่าบุญแทน   ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังทำไมไม่เปิดไปเลยว่าเป็นใคร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่ากระบวนการนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อยู่ในชั้นศาล เราเปิดไปก็เป็นประเด็นที่เราถูกฟ้อง ถ้าหลักฐานเราไม่ครบ เราถูกฟ้องกลับ ถ้ามีหลักฐานก็พร้อมเปิด กำลังหาอยู่ ผมจะหาเจ้าของกระดูกชิ้นนี้เป็นใคร ผมจะหามาให้ได้   ซากกระดูกที่พบนั้นไม่ใช่บิลลี่ ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาหัวเป็นประกัน รู้ข่าวแล้วด้วยว่าเอามาจากไหน เดี๋ยวเจอกัน ผมไม่ปล่อยอยู่แล้ว สู้ไหว   เมื่อถามว่ากลัวถูกสั่งเก็บไหม นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ทุกคนกลัวอยู่แล้ว แต่ถามว่าเกิดมาชาตินึง ถ้าผมทำเพื่อแผ่นดินปกป้องแผ่นดิน ถ้าคนชั่วมาทำผม ผมไม่เสียดายชีวิต ขอให้รู้เลยว่าผมจะต่อสู้แบบนี้ ผมไม่เคยกลัว ทุกวันนี้เขาตามผมทุกที่ ผมไปไหนผมก็ไปคนเดียว ไม่กลัวใคร   ด้าน พ.ต.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เตรียมสรุปสำสวนสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์และพวกตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ส่วนการที่นายชัยวัฒน์จะพูดจะให้สัมภาษณ์อะไร ก็กระทำได้เป็นสิทธิ ยิ่งพูดยิ่งดี ดีเอสไอก็เก็บข้อมูลไปได้ต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Sb-6QTUFf4  

 1,253
สังคม
14 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' เผยถูกป้ายสี ยัดข้อหาฆ่าบิลลี่ อ้างรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลัง ลั่นกระดูกที่เจอไม่ใช่บิลลี่!

จากกรณีที่ดีเอสไอได้เข้าควบคุมตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ให้การปฎิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยตีราคาประกันคนละ 800,000 บาท พร้อมยืนยันว่าตนเองและพวกบริสุทธิ์ถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอิทธิพล   นายชัยวัฒน์ ได้เปิดใจกับสื่อว่า ตั้งแต่มีหลักฐาน มีการออกข่าวเป็นช่วง ๆ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มันก็ชี้มาที่ตนตลอด แต่เขาไม่เคยออกชื่อในสื่อ พยายามโยงว่าเป็นหัวหน้าอดีตอุทยานทุกครั้ง เราก็อยากให้มันเข้ากระบวนการยุติธรรมไม่อยากให้สื่อเล่นทุกวัน ออกทุกอาทิตย์ มันไม่เป็นธรรมกับคนที่ถูกกระทบ อาจมองใช่หรือไม่ใช่ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นผม ถูกนำเสนอมาเป็นช่วงๆ ถามว่าครอบครัวเดือดร้อนมั้ย เจ้าหน้าที่แม้แต่ตำแหน่งผมเองยังเดือดร้อน ก็ถามตัวเองตลอดจะโดนย้ายเมื่อไหร่   เมื่อถามว่าผ่านไป 5 ปี ดีเอสไอไปเจอถังอยู่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เจอเศษซากกระดูก พิสูจน์ดีเอ็นเอเป็นบิลลี่ ทุกอย่างย้อนมาชี้ที่กลุ่มนายชัยวัฒน์ ซึ่งเจอบิลลี่เป็นคนสุดท้ายจนถูกออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ระบุว่า ในลักษณะที่เราเห็น ต้องมองเลยว่ามันต้องมีคนชี้ ต้องคิดถึงความเป็นจริง 5 ปี มีการเผามีการทิ้ง   ในช่วง 5 ปี วันที่เกิดเหตุ ผมถูกย้ายออกนอกพื้นที่ แล้วถูกสอบสวน ถูกฟ้องศาล ในช่วงเกิดเหตุใหม่ ๆ ไม่มีใครรู้เลยเหรอว่ามีการเผา มีการทำลาย แล้วอยู่มา 5 ปี ก็ไม่มีใครรู้ มาเจอถังเจอกระดูก ผมให้คนที่บอกว่าเจอตรงนี้มาชี้เลย ว่าใครเป็นคนฆ่า ใครคนทิ้ง ใครคนทำ ถ้าชี้มาที่ผม ผมยอมติดคุกเลย   พร้อมระบุว่า ถังที่พบอาจเป็นถังขยะที่เจ้าหน้าที่เผาขยะทำลายกางเต้นท์ จุดบริเวณข้างล่างเวลาน้ำแล้ว ไปกางข้างล่างก็มี  ผมก็ถามว่าเศษซากกระดูกชิ้นเล็ก ๆ คุณไปงมครั้งหนึ่งครั้งสองแล้วเจอ คุณต้องเก่งกว่าเซียนนะ นี่คุณเจอในน้ำ น้ำที่ต้องดำลงไปเพื่อเป็นเป้าหมายเดียวที่ต้องไปเจอตรงนั้น   กรณีที่มีการระบุว่าถังมีรูเจาะเอาเหล็กขัดไว้เพื่อไม่ให้ศพเด้งออกมานั้น เขาบอกว่าการทำลายศพครั้งนี้ นายชัยวัฒน์และพวกทำลายศพด้วยการหั่นศพและเผา เผาโดยใช้ถังลูกนี้ แล้วถังลูกนี้ มันสามารถเผาคน เผาสุนัข หรือหมู สิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ มันเผาไม่ได้อยู่แล้ว ถังต้องมีออกซิเจน ต้องเจาะรู เปิดช่องว่างข้างล่างเพื่อให้อากาศเข้า แล้วแบบนี้จะเผาอะไรได้   มันเผาไม่ได้ ลองหาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนั่งยาง เขาใช้ถังลักษณะแบบนี้เผามั้ย ผมยืนยันว่าเผาไม่ได้ เพราะถังที่จะให้อากาศเข้า ต้องเจาะทั้งซ้ายทั้งขวา ไม่ใช่สว่านเจาะเท่านั้น ต้องเจาะรูระบาย แล้วนี่บรรยายเหมือนทำเอง ดูถังแล้ว สามัญชนคนคิดทั่วไป ทำได้หรือไม่   นายชัยวัฒน์ ระบุว่า วันนี้ผมทำหน้าที่ปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจับกุมคดีใหญ่ ๆ เยอะแยะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือการไปเหยียบเท้าใคร มันชัดอยู่แล้ว เขาสั่งได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไปจับเขา ในลักษณะเรื่องที่ดิน เรื่องรีสอร์ต เรื่องรุกป่า แล้วก็คดีล่าสัตว์ คดีเรื่องสัตว์ป่า   ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ผมพอรู้อยู่แล้ว 6 เดือนเขาหาเศษกระดูกเศษนี้ได้ ก่อนหน้านั้นไม่มีใครรู้ มันตายยังไง เราก็พยายามตามหาเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้พอชัดเจน กรมสอบสวนพิเศษรับคดี เขาเป็นเจ้าภาพ เขาเจอ ผมไม่อยากไปชี้ชัดขนาดนั้น ไม่ได้ไปใส่ความว่าเขามีอิทธิพลต่อการสั่งให้ใครมาทำคดีผม   ผมไม่มีหลักฐานอะไรไปสู้เขา ก็มีเท่าที่ผมบอกนี่แหละ ผมจับแล้วปล่อย ผมควบคุมตัวเขามา ผมสอบถามเขาแล้ว เมื่อหลักฐานเขาไม่สามารถกระทำความผิดได้ เราก็ต้องปล่อย บิลลี่ไม่ใช่คนแรกที่ปล่อย เราปล่อยเยอะแยะ ถ้าผมมีอำนาจผมไม่ต้องมีสภาพแบบนี้หรอก   กรณีที่ภรรยาคุณบิลลี่บอกว่าไปข่มขู่เขา นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผมอยากไหว้เขา ผมไม่เคยไปริดรอน ผมขอเลยนะ เรื่องไปคุกคามพี่นอ พวกผมเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่เคยคิดกระทำแบบนั้นด้วยซ้ำ พอเราเห็นเขาออกมาแบบนั้นก็สะเทือนใจ เรื่องไปเฝ้าดูเขา ซุ่มดู ผมขอร้องเถอะ พวกผมก็มีครอบครัว เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมจะทำขนาดนั้นเลยเหรอ ผมจะใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ เป็นผู้มีอิทธิพลขนาดนั้นเลยเหรอ พี่นอเขาเป็นผู้หญิง แล้วบิลลี่ก็ไม่มีความผิด ตอนนี้เขาหายไปก็มาโทษผม วันนี้ใครตายสักคนก็เป็นผมทุกอย่างเลย   ส่วนที่จะไปสาบานบริเวณสะพานแขวนวันเสาร์นี้ พอดีปรึกษาทนาย ทนายบอกว่าสถานที่ตรงนั้นเขาเจอหลักฐาน ถ้าไปตรงนั้น ดีเอสไอเขาจ้องเราอยู่ ก็ขอสถานที่ดีๆ เรื่องสาบานไม่กลัวอยู่แล้ว ผมอยากสาบานด้วยซ้ำ เพราะคำสาบานจะกระทบคนที่กระทำด้วยนะ   หากประชาชนมองว่าคำสาบานเป็นทางออกสุดท้ายคนโกหก นายชัยวัฒน์ ระบุว่า หลักฐานวิทยาศาสตร์มี ผมเชื่อในกระบวนการสอบสวนสืบสวนทุกวันนี้ ข่มขู่เจ้าหน้าที่แบบไหน ให้พูดยังไง ชี้นำยังไง เรามีหมด บุญแทน บุษราคัมอยู่ท่าแซะ ถูกล่อออกมา แล้วอ้างว่าผมจะฆ่าบุญแทน ถ้าวันนั้นบุญแทนออกมาแล้วตายผมก็โดนอยู่แล้ว ดาบเท่งไปพูดไปข่มขู่ ผมปล่อยลูกน้องจะไปฆ่าบุญแทนปิดปาก ถ้าบุญแทนตายวันนั้นคือใคร คนอื่นไม่รู้นี่ ดาบเท่งไปบอกว่าผมจะฆ่าบุญแทน   ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังทำไมไม่เปิดไปเลยว่าเป็นใคร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่ากระบวนการนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อยู่ในชั้นศาล เราเปิดไปก็เป็นประเด็นที่เราถูกฟ้อง ถ้าหลักฐานเราไม่ครบ เราถูกฟ้องกลับ ถ้ามีหลักฐานก็พร้อมเปิด กำลังหาอยู่ ผมจะหาเจ้าของกระดูกชิ้นนี้เป็นใคร ผมจะหามาให้ได้   ซากกระดูกที่พบนั้นไม่ใช่บิลลี่ ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาหัวเป็นประกัน รู้ข่าวแล้วด้วยว่าเอามาจากไหน เดี๋ยวเจอกัน ผมไม่ปล่อยอยู่แล้ว สู้ไหว   เมื่อถามว่ากลัวถูกสั่งเก็บไหม นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ทุกคนกลัวอยู่แล้ว แต่ถามว่าเกิดมาชาตินึง ถ้าผมทำเพื่อแผ่นดินปกป้องแผ่นดิน ถ้าคนชั่วมาทำผม ผมไม่เสียดายชีวิต ขอให้รู้เลยว่าผมจะต่อสู้แบบนี้ ผมไม่เคยกลัว ทุกวันนี้เขาตามผมทุกที่ ผมไปไหนผมก็ไปคนเดียว ไม่กลัวใคร   ด้าน พ.ต.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เตรียมสรุปสำสวนสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์และพวกตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ส่วนการที่นายชัยวัฒน์จะพูดจะให้สัมภาษณ์อะไร ก็กระทำได้เป็นสิทธิ ยิ่งพูดยิ่งดี ดีเอสไอก็เก็บข้อมูลไปได้ต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Sb-6QTUFf4  

 1,253
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

ศาลให้ประกัน 'ชัยวัฒน์' เดินหน้าชน dsi ซัดคนฆ่าเลวสุดๆ คนแต่งเรื่องเลวใช่ย่อย ท้าสาบานจุดเจอกระดูก 'บิลลี่'

ความคืบหน้ากรณี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหาที่ 1 นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 นายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 รวมทั้งหมด 4 คน คดีฆาตกรรมและซ่อนเร้นอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย รวมทั้หงมด 6 ข้อหาใหญ่   ต่อมานายชัยวัฒน์และพวก เดินทางเข้ารับทราบข้อหาที่ดีเอสไอ โดยใช้เวลาสอบปากคำนายกว่า 3ชั่วโมง จากนั้นก็นำตัวส่งศาลฝากขัง โดยศาลใช้เวลาในการตรวจสอบกว่า 4 ชั่วโมง และมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายชัยวัฒน์และพวก โดนทั้งหมด ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 8 แสนบาท และมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ   หลังจากที่ได้ประกันตัว นายชัยวัฒน์ก็ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นวันที่อยากให้เกิดตั้งแต่แรก เพราะคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอบคุณสื่อและทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ ซึ่งตนและลูกน้องทุกคนให้การปฏิเสธ เหตุเกิดมาตั้ง 5 ปี เรื่องนี้ขึ้นสู่ 3 ศาลแล้วแต่ก็ไม่พบ แต่อยู่ดีๆ ดีเอสไอมารื้อคดีมาทำ เวลาไม่นานก็พบหลักฐาน ที่พุ่งเป้ามาที่ตนและลูกน้อง ยืนยันว่าวันนั้นปล่อยตัวบิลลี่แล้ว และบิลลี่ยังจะมาให้น้ำผึ้ง 5 ขวดติดสินบนตนอีก   เราปล่อยเขาลงจากรถแล้ว แต่มาวันนี้มาดีเอสไอทำคดี กลับมาพบกะโหลกเจอหลักฐานทุกอย่าง เหมือนสร้างสตอรี่ และการทำคดีก็เหมือนโยนหินถามทางมีการปล่อยข่าวสารพัด หลักฐานที่มีอยู่ก็เอาให้ชัดเจน ถ้ารู้แม้กระทั่งจุดที่ทิ้งพบกระโก คนที่ชี้เป้านี้ต้องรู้แล้วว่าใครฆ่า ใครทำ ทำอย่างไรบ้าง นำออกมาเปิดเผยเลย "ผมว่าคนที่ฆ่าคนการหั่นศพใส่ถังแล้วไปเผาเลวสุดๆแต่คนเขียนบทนี้ก็เลวไม่ใช่ย่อย เลวมากแล้ว"   ตอนนี้ไม่กังวลใจเรื่องการต่อสู้คดี และไม่กังวลต่อหลักฐานที่ดีเอสไอมี ตนรู้มาตลอดว่า มีคนจองกฐินเยอะ เพราะทำคดีใหญ่ๆหลายคดี อาจไปเหยียบหรือทำลายผลประโยชน์ของใครหรือไม่ ซึ่งคดีบิลลี่นี้ ก็น่าแปลกใจที่ บิลลี่หายตัวไปได้เพียง 3วัน ก็มีการนำแผ่นซีดีบิลลี่ขาย มีกำไรข้อมือบิลลี่ขาย ต้องย้อนรอยไปไปถามตรงนั้นว่าวันนั้นเขามีขายจริงไหมแล้วคืออะไร   จากนี้ตนก็จะเดินหน้าเปิดโปงเรื่องราวนี้ที่ผ่านมาการทำงานของดีเอสไอ เป็นการโยนหินถามทางมาตลอด วันนี้ไปค้นบ้านผม ก็ไม่รู้ว่าเจออะไร ผมยินดีให้ค้นหมด หรือจะยึดโทรศัพท์ไปตรวจสอบก็พร้อมถ้าทำตามกฎหมาย แต่ก็กังวลว่าจะมีชิ้นส่วนรถจยย.หรือโครงรถจักรยานไปโผล่แถวบ้านผม   ส่วนกรณีพยานบางคนกลับคำให้การไม่ตรงกันในคร้งแรก นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกคนถุกสอบปากคำอย่างละเอียด บางครั้ง 3-5 ชม.กดดัน จนมีประโยคที่หลุดปากออกมาว่ากูจะสอบให้มึงโดดตึกตาย บางคนก็บอกเห็นบิลลี่บ้าง ไม่เห็นบ้าง   และในวันเสาร์นี้ (16 พ.ย.62) นายชัยวัฒน์และพวก จะเดินทางไปสาบานที่สะพานแขวนแก่งกระจาน หากใครทำในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำก็ขอให้บุคคลนั้นมีอันเป็นไป   ลูกน้องชัยวัฒน์เปิดใจ ตกใจที่ถูกดำเนินคดีทั้งที่ปล่อยตัวแล้ว ไม่เปิดเผยกรณีข่าวลือดีเอสไอได้ข้อมูลจากคนในร้านชำที่หลุดปากพูด   ขณะที่นายกฤษณะพงศ์ จิตต์เทศ หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการคุมตัวนายบิลลี่นั้น พวกตนยืนยันว่าได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปอย่างแน่นอน และยังเป็นคนยกรถ จยย.ลงจากรถกระบะ ซึ่งก็เป็นไปตามที่พวกตนเคยให้การไว้ ส่วนการถูกดำเนินคดีก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน และกังวลที่ถูกดำเนินคดี เพราะเราทำงานตรงนี้มานาน และไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย   ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ดีเอสไอ ได้ข้อมูลทั้งหมด มาจากเจ้าหน้าที่บางคนที่ไปหลุดปากพูดเรื่องราวทั้งหมดที่ร้านชำแห่งหนึ่ง จนนำมาสู่การออกหมายจับกุม เรื่องนี้นายกฤษณะไม่ขอตอบ และขอให้สื่อมวลชนลองติดตามดูจากพยานหลักฐานต่างๆ หลังจากเกิดเรื่อง ทพวกตนและครอบครัว ก็เป็นห่วงความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์ครอบครัวถูกคุกคาม   มึนอ ภรรยาบิลลี่ กังวลเรื่องความปลอดภัย หลังผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ไม่โกรธชัยวัฒน์และพวก แต่ขอให้คนที่ฆ่าสมีออกมารับผิด   ทางด้าน น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาบิลลี่  ได้มาที่ศาลเพื่อเอกสารขอคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มผู้ต้องหา โดยทันที่ที่รู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ประกันตัว มึนอ กล่าวว่า ตนนี้ก็รู้สึกกังวลใจเรื่องความปลอดภัยและพยานหลักฐานทางคดีทุกอย่าง แต่ก็ยังเชื่อใจการทำงานของดีเอสไอ ช่วง 3 เดือนที่ผ่านก็มี กลุ่มคนขับรถจยย.รถกระบะมาวนเวียนที่หน้าบ้าน และมีความผิดปกติหลายอย่าง ซึ่งตนก็แจ้งกับทางดีเอสไอและตำรวจพื้นที่ที่ดูแลแล้ว เรื่องราวที่โกรธขึ้น ตนไม่ได้โกรธหรือเกลียดนายชัยวัฒน์และพวก เพราะบอกมาตลอดว่า เชื่อว่าคนที่ฆ่าบิลลี่ จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ก็อยากให้คนที่ฆ่าบิลลี่ออกมายอมรับผิด ตั้งแต่ที่อยู่ในศาลตนก็ได้พบกับนายชัยวัฒน์แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7rmznPopeCU  

 2,392
สังคม
13 พ.ย. 62

ศาลให้ประกัน 'ชัยวัฒน์' เดินหน้าชน dsi ซัดคนฆ่าเลวสุดๆ คนแต่งเรื่องเลวใช่ย่อย ท้าสาบานจุดเจอกระดูก 'บิลลี่'

ความคืบหน้ากรณี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหาที่ 1 นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 นายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 รวมทั้งหมด 4 คน คดีฆาตกรรมและซ่อนเร้นอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย รวมทั้หงมด 6 ข้อหาใหญ่   ต่อมานายชัยวัฒน์และพวก เดินทางเข้ารับทราบข้อหาที่ดีเอสไอ โดยใช้เวลาสอบปากคำนายกว่า 3ชั่วโมง จากนั้นก็นำตัวส่งศาลฝากขัง โดยศาลใช้เวลาในการตรวจสอบกว่า 4 ชั่วโมง และมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายชัยวัฒน์และพวก โดนทั้งหมด ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 8 แสนบาท และมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ   หลังจากที่ได้ประกันตัว นายชัยวัฒน์ก็ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นวันที่อยากให้เกิดตั้งแต่แรก เพราะคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอบคุณสื่อและทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ ซึ่งตนและลูกน้องทุกคนให้การปฏิเสธ เหตุเกิดมาตั้ง 5 ปี เรื่องนี้ขึ้นสู่ 3 ศาลแล้วแต่ก็ไม่พบ แต่อยู่ดีๆ ดีเอสไอมารื้อคดีมาทำ เวลาไม่นานก็พบหลักฐาน ที่พุ่งเป้ามาที่ตนและลูกน้อง ยืนยันว่าวันนั้นปล่อยตัวบิลลี่แล้ว และบิลลี่ยังจะมาให้น้ำผึ้ง 5 ขวดติดสินบนตนอีก   เราปล่อยเขาลงจากรถแล้ว แต่มาวันนี้มาดีเอสไอทำคดี กลับมาพบกะโหลกเจอหลักฐานทุกอย่าง เหมือนสร้างสตอรี่ และการทำคดีก็เหมือนโยนหินถามทางมีการปล่อยข่าวสารพัด หลักฐานที่มีอยู่ก็เอาให้ชัดเจน ถ้ารู้แม้กระทั่งจุดที่ทิ้งพบกระโก คนที่ชี้เป้านี้ต้องรู้แล้วว่าใครฆ่า ใครทำ ทำอย่างไรบ้าง นำออกมาเปิดเผยเลย "ผมว่าคนที่ฆ่าคนการหั่นศพใส่ถังแล้วไปเผาเลวสุดๆแต่คนเขียนบทนี้ก็เลวไม่ใช่ย่อย เลวมากแล้ว"   ตอนนี้ไม่กังวลใจเรื่องการต่อสู้คดี และไม่กังวลต่อหลักฐานที่ดีเอสไอมี ตนรู้มาตลอดว่า มีคนจองกฐินเยอะ เพราะทำคดีใหญ่ๆหลายคดี อาจไปเหยียบหรือทำลายผลประโยชน์ของใครหรือไม่ ซึ่งคดีบิลลี่นี้ ก็น่าแปลกใจที่ บิลลี่หายตัวไปได้เพียง 3วัน ก็มีการนำแผ่นซีดีบิลลี่ขาย มีกำไรข้อมือบิลลี่ขาย ต้องย้อนรอยไปไปถามตรงนั้นว่าวันนั้นเขามีขายจริงไหมแล้วคืออะไร   จากนี้ตนก็จะเดินหน้าเปิดโปงเรื่องราวนี้ที่ผ่านมาการทำงานของดีเอสไอ เป็นการโยนหินถามทางมาตลอด วันนี้ไปค้นบ้านผม ก็ไม่รู้ว่าเจออะไร ผมยินดีให้ค้นหมด หรือจะยึดโทรศัพท์ไปตรวจสอบก็พร้อมถ้าทำตามกฎหมาย แต่ก็กังวลว่าจะมีชิ้นส่วนรถจยย.หรือโครงรถจักรยานไปโผล่แถวบ้านผม   ส่วนกรณีพยานบางคนกลับคำให้การไม่ตรงกันในคร้งแรก นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกคนถุกสอบปากคำอย่างละเอียด บางครั้ง 3-5 ชม.กดดัน จนมีประโยคที่หลุดปากออกมาว่ากูจะสอบให้มึงโดดตึกตาย บางคนก็บอกเห็นบิลลี่บ้าง ไม่เห็นบ้าง   และในวันเสาร์นี้ (16 พ.ย.62) นายชัยวัฒน์และพวก จะเดินทางไปสาบานที่สะพานแขวนแก่งกระจาน หากใครทำในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำก็ขอให้บุคคลนั้นมีอันเป็นไป   ลูกน้องชัยวัฒน์เปิดใจ ตกใจที่ถูกดำเนินคดีทั้งที่ปล่อยตัวแล้ว ไม่เปิดเผยกรณีข่าวลือดีเอสไอได้ข้อมูลจากคนในร้านชำที่หลุดปากพูด   ขณะที่นายกฤษณะพงศ์ จิตต์เทศ หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการคุมตัวนายบิลลี่นั้น พวกตนยืนยันว่าได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปอย่างแน่นอน และยังเป็นคนยกรถ จยย.ลงจากรถกระบะ ซึ่งก็เป็นไปตามที่พวกตนเคยให้การไว้ ส่วนการถูกดำเนินคดีก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน และกังวลที่ถูกดำเนินคดี เพราะเราทำงานตรงนี้มานาน และไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย   ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ดีเอสไอ ได้ข้อมูลทั้งหมด มาจากเจ้าหน้าที่บางคนที่ไปหลุดปากพูดเรื่องราวทั้งหมดที่ร้านชำแห่งหนึ่ง จนนำมาสู่การออกหมายจับกุม เรื่องนี้นายกฤษณะไม่ขอตอบ และขอให้สื่อมวลชนลองติดตามดูจากพยานหลักฐานต่างๆ หลังจากเกิดเรื่อง ทพวกตนและครอบครัว ก็เป็นห่วงความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์ครอบครัวถูกคุกคาม   มึนอ ภรรยาบิลลี่ กังวลเรื่องความปลอดภัย หลังผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ไม่โกรธชัยวัฒน์และพวก แต่ขอให้คนที่ฆ่าสมีออกมารับผิด   ทางด้าน น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาบิลลี่  ได้มาที่ศาลเพื่อเอกสารขอคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มผู้ต้องหา โดยทันที่ที่รู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ประกันตัว มึนอ กล่าวว่า ตนนี้ก็รู้สึกกังวลใจเรื่องความปลอดภัยและพยานหลักฐานทางคดีทุกอย่าง แต่ก็ยังเชื่อใจการทำงานของดีเอสไอ ช่วง 3 เดือนที่ผ่านก็มี กลุ่มคนขับรถจยย.รถกระบะมาวนเวียนที่หน้าบ้าน และมีความผิดปกติหลายอย่าง ซึ่งตนก็แจ้งกับทางดีเอสไอและตำรวจพื้นที่ที่ดูแลแล้ว เรื่องราวที่โกรธขึ้น ตนไม่ได้โกรธหรือเกลียดนายชัยวัฒน์และพวก เพราะบอกมาตลอดว่า เชื่อว่าคนที่ฆ่าบิลลี่ จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ก็อยากให้คนที่ฆ่าบิลลี่ออกมายอมรับผิด ตั้งแต่ที่อยู่ในศาลตนก็ได้พบกับนายชัยวัฒน์แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7rmznPopeCU  

 2,392
สังคม
12 พ.ย. 62

เข้ามอบตัวแล้ว! หน.ชัยวัฒน์เดินทางไปดีเอสไอหลังโดนหมายจับคดี 'บิลลี่'

วันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 10.10 น. ที่กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)   นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน  เดินทางมามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ หลังจากวานนี้ (11พ.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ พร้อมพวก 3 คน นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ในคดีหายตัวไปของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ตามที่พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล   โดยขั้นตอนหลังจากนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะควบคุมตัวนายชัยวัฒน์ ไว้เพื่อทำการสอบปากคำได้ 48 ชม.ตามกฏหมาย หลังจากนั้นจึงจะนำตัวส่งศาลต่อไป   ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ในทุกข้อกล่าวหา พร้อมตัดพ้อว่า ตนเองนั้นรับราชการพิทักษ์ป่า ทำเพื่อแผ่นดิน แต่กลับถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้จนชีวิตราชการของตัวเองต้องพังลง รวมทั้งครอบครัว อย่างไรก็ตามจะให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ และจะออกมาแถลงข้อเท็จจริงในอีกมุมหนึ่ง หลังจากรับทราบข้อกล่าวกับทางดีเอสไอแล้วเสร็จ  

 3,047
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

เข้ามอบตัวแล้ว! หน.ชัยวัฒน์เดินทางไปดีเอสไอหลังโดนหมายจับคดี 'บิลลี่'

วันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 10.10 น. ที่กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)   นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน  เดินทางมามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ หลังจากวานนี้ (11พ.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ พร้อมพวก 3 คน นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ในคดีหายตัวไปของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ตามที่พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล   โดยขั้นตอนหลังจากนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะควบคุมตัวนายชัยวัฒน์ ไว้เพื่อทำการสอบปากคำได้ 48 ชม.ตามกฏหมาย หลังจากนั้นจึงจะนำตัวส่งศาลต่อไป   ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ในทุกข้อกล่าวหา พร้อมตัดพ้อว่า ตนเองนั้นรับราชการพิทักษ์ป่า ทำเพื่อแผ่นดิน แต่กลับถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้จนชีวิตราชการของตัวเองต้องพังลง รวมทั้งครอบครัว อย่างไรก็ตามจะให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ และจะออกมาแถลงข้อเท็จจริงในอีกมุมหนึ่ง หลังจากรับทราบข้อกล่าวกับทางดีเอสไอแล้วเสร็จ  

 3,047
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ / นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด   1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป                  โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมกล่าวขณะรอรับมอบนโยบายด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี   โดยนายชัยวัฒน์ ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าว ที่ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพแศษ หรือ ดีเอสไอ จะขออนุมัติออกหมายจับตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบิลลี่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารว่ามีการขอหมายจับจากศาลจริงหรือไม่ หรือหากออกหมายจับจริง ก็ยังไม่รู้ว่ามีชื่อตนเองหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน   ขณะนี้ตนเองยังคงทำงานและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งสามารถติดตามตัวได้ ตอนนี้ไม่กังวลหรือหนักใจใดๆ หากดีเอสไอจะออกหมายจับตนเองจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยได้รับรายงานแล้ว ชัยวัฒน์ ถูก ดีเอสไอ ออกหมายจับกับพวกคดีบิลลี่ โดยกล่าวสั้นๆว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้กับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับตน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQ96Vf3ygGs

 879
สังคม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ / นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด   1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป                  โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมกล่าวขณะรอรับมอบนโยบายด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี   โดยนายชัยวัฒน์ ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าว ที่ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพแศษ หรือ ดีเอสไอ จะขออนุมัติออกหมายจับตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบิลลี่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารว่ามีการขอหมายจับจากศาลจริงหรือไม่ หรือหากออกหมายจับจริง ก็ยังไม่รู้ว่ามีชื่อตนเองหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน   ขณะนี้ตนเองยังคงทำงานและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งสามารถติดตามตัวได้ ตอนนี้ไม่กังวลหรือหนักใจใดๆ หากดีเอสไอจะออกหมายจับตนเองจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยได้รับรายงานแล้ว ชัยวัฒน์ ถูก ดีเอสไอ ออกหมายจับกับพวกคดีบิลลี่ โดยกล่าวสั้นๆว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้กับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับตน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQ96Vf3ygGs

 879
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

อวสาน movie2free ดีเอสไอบุกจับเว็บหนังเถื่อนเบอร์ 1 ในไทย ได้ค่าโฆษณา 5 ล้าน/เดือน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ   เจ้าหน้าได้เข้าค้นที่พักของแอดมินเมื่อต้นเดือน พ.ย.62 ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง โดยขณะนี้ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และที่โฆษณาพนันออนไลน์แบบเป็นคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รวมรายได้ประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMlHQTovfzs  

 1,308
สังคม
08 พ.ย. 62

อวสาน movie2free ดีเอสไอบุกจับเว็บหนังเถื่อนเบอร์ 1 ในไทย ได้ค่าโฆษณา 5 ล้าน/เดือน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ   เจ้าหน้าได้เข้าค้นที่พักของแอดมินเมื่อต้นเดือน พ.ย.62 ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง โดยขณะนี้ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และที่โฆษณาพนันออนไลน์แบบเป็นคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รวมรายได้ประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMlHQTovfzs  

 1,308
สังคม
07 พ.ย. 62

คอหนังฟรีอด ดีเอสไอบุกจับเว็บ "movie2free" พบมีรายได้ 5 ล้านต่อเดือน

วันที่ 7 พ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยอาศัยอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี อาศัยอยู่ทางภาคเหนือ   เมื่อต้นเดือน พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ได้เข้าค้นที่พักของแอดมินในบ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง ขณะนี้กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอย   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และโฆษณาพนันออนไลน์แบบคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รายได้โดยรวมประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ขอขอบคุณข้อมูล : ข่าวสด

 11,623
สรุปข่าว
30 ต.ค. 62

แฟลชนิวส์ 30 ต.ค.62 ไฟไหม้ลานจอดรถ รพ.ศูนย์อุดรฯ - พายุพัดเสาไฟฟ้าล้ม 41 ต้น

-ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม นำผู้เสียหายจากการร่วมลงทุน Forex 3D จำนวนหนึ่ง แล้วไม่ได้รับค่าตอบแทน ร้องรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ให้เอาผิดกับเจ้าของโครงการ โดยขอให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ พบมีผู้เสียหายกว่า 3 หมื่นคน มูลค่าความเสียหายกว่า 4 หมื่นล้านบาท   -คืบหน้ากรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้จักรยานยนต์ 34 คัน รถยนต์ 1 คันในลานจอดรถโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เบื้องต้นเกิดจาก จยย.คันต้นเพลิงสตาร์ไม่ติด แล้วเกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีประกายไฟลุกไหม้ ประกอบกับมีลมแรง เพลิงจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว   -เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจังหวัดเพชรบุรีเร่งซ่อมเสาไฟฟ้า 41 ต้น ถูกพายุพัดล้ม 

 300
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

dsi เตรียมออกหมายเรียกแม่มณี หลังโกงแชร์หลายร้อยล้าน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมออกหมายเรียกแม่มณีมาสอบปากคำ หลังโกงค่าแชร์มูลค่าหลายร้อยล้านบาท พร้อมสอบมะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่   ผู้เสียหายจากแชร์แม่มณีทั่วประเทศกว่า 200 คน นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเล่นแชร์ออนไลน์ เสียหายหลายร้อยล้านบาท   ตัวแทนผู้เสียหายเล่าว่า จุดเริ่มต้นคือการร่วมลงทุนแชร์แม่มณีผ่านเฟซบุ๊ก เริ่มจากเพื่อนชักชวน อ้างว่าได้ผลตอบแทนต่อเดือนสูงถึง 93% ของเงินลงทุนทั้งหมด เช่น ลงทุน 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาท รวมเป็น 1,930 บาท ที่หลงเชื่อเพราะมีการตรวจสอบโปรไฟล์พบว่า แม่มณีมีธุรกิจจำนวนมาก ทั้งร้านทอง บ้านพักพูลวิลล่า สถานบันเทิง รวมทั้งสนิทสนมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง อีกทั้งการลงทุนในระยะแรกได้ผลตอบแทนตรงไปตรงมา จึงเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น และชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุน กระทั่งผ่านไป 2-3 เดือน กลับไม่ได้รับผลตอบแทน และไม่สามารถติดต่อได้อีก   ผู้เสียหายอีกคน เล่าว่า รู้จักแม่มณีผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อ-ขายเสื้อผ้าเด็ก ก่อนถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน ซึ่งตัวเองสนใจเพราะต้องหาเงินเลี้ยงลูกที่ป่วยเพียงลำพัง และต้องการซื้อเครื่องช่วยหายใจใหม่ให้กับลูก จึงเริ่มลงทุนจากเงิน 1,000 บาท ก่อนเพิ่มขึ้น และนำเงินเก็บก้อนสุดท้าย 30,000 บาท ไปลงทุน ด้านผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ กล่าวว่า เตรียมตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน เกี่ยวกับธุรกิจของแม่มณีทั้งหมด ว่ามีอยู่จริงและทำกำไรได้ถึง 93% หรือไม่ ก่อนจะออกหมายเรียกมาสอบปากคำในสัปดาห์หน้า โดยเชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทย ส่วนแม่ข่ายที่ชักชวนผู้อื่นร่วมลงทุน จะตรวจสอบเจตนาว่าเป็นการชักชวนโดยสุจริต หรือ จงใจหลอกให้ลงทุน   เบื้องต้นดีเอสไอพบว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 300 คน มูลค่าความเสียหายหลักร้อยล้านบาท ส่วนผู้ที่เสียหายสูงสุดมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ นางสาวจุฑาทิพย์ นิ่มนวล หรือ มะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน หรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อนเพราะยังไม่มีข้อมูล ทั้งนี้ดีเอสไอยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินคดีให้เร็วที่สุด โดยจะประสานกับตำรวจเพื่อรับโอนคดีบางส่วนที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ จากนั้นจะใช้มาตรการทางภาษีและการอายัดทรัพย์ของผู้กระทำผิดคืนให้ผู้เสียหายต่อไป  

 4,190
สังคม
28 ต.ค. 62

dsi เตรียมออกหมายเรียกแม่มณี หลังโกงแชร์หลายร้อยล้าน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมออกหมายเรียกแม่มณีมาสอบปากคำ หลังโกงค่าแชร์มูลค่าหลายร้อยล้านบาท พร้อมสอบมะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่   ผู้เสียหายจากแชร์แม่มณีทั่วประเทศกว่า 200 คน นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเล่นแชร์ออนไลน์ เสียหายหลายร้อยล้านบาท   ตัวแทนผู้เสียหายเล่าว่า จุดเริ่มต้นคือการร่วมลงทุนแชร์แม่มณีผ่านเฟซบุ๊ก เริ่มจากเพื่อนชักชวน อ้างว่าได้ผลตอบแทนต่อเดือนสูงถึง 93% ของเงินลงทุนทั้งหมด เช่น ลงทุน 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาท รวมเป็น 1,930 บาท ที่หลงเชื่อเพราะมีการตรวจสอบโปรไฟล์พบว่า แม่มณีมีธุรกิจจำนวนมาก ทั้งร้านทอง บ้านพักพูลวิลล่า สถานบันเทิง รวมทั้งสนิทสนมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง อีกทั้งการลงทุนในระยะแรกได้ผลตอบแทนตรงไปตรงมา จึงเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น และชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุน กระทั่งผ่านไป 2-3 เดือน กลับไม่ได้รับผลตอบแทน และไม่สามารถติดต่อได้อีก   ผู้เสียหายอีกคน เล่าว่า รู้จักแม่มณีผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อ-ขายเสื้อผ้าเด็ก ก่อนถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน ซึ่งตัวเองสนใจเพราะต้องหาเงินเลี้ยงลูกที่ป่วยเพียงลำพัง และต้องการซื้อเครื่องช่วยหายใจใหม่ให้กับลูก จึงเริ่มลงทุนจากเงิน 1,000 บาท ก่อนเพิ่มขึ้น และนำเงินเก็บก้อนสุดท้าย 30,000 บาท ไปลงทุน ด้านผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ กล่าวว่า เตรียมตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน เกี่ยวกับธุรกิจของแม่มณีทั้งหมด ว่ามีอยู่จริงและทำกำไรได้ถึง 93% หรือไม่ ก่อนจะออกหมายเรียกมาสอบปากคำในสัปดาห์หน้า โดยเชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทย ส่วนแม่ข่ายที่ชักชวนผู้อื่นร่วมลงทุน จะตรวจสอบเจตนาว่าเป็นการชักชวนโดยสุจริต หรือ จงใจหลอกให้ลงทุน   เบื้องต้นดีเอสไอพบว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 300 คน มูลค่าความเสียหายหลักร้อยล้านบาท ส่วนผู้ที่เสียหายสูงสุดมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ นางสาวจุฑาทิพย์ นิ่มนวล หรือ มะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน หรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อนเพราะยังไม่มีข้อมูล ทั้งนี้ดีเอสไอยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินคดีให้เร็วที่สุด โดยจะประสานกับตำรวจเพื่อรับโอนคดีบางส่วนที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ จากนั้นจะใช้มาตรการทางภาษีและการอายัดทรัพย์ของผู้กระทำผิดคืนให้ผู้เสียหายต่อไป  

 4,190
สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

ดีเอสไอ ระบุ คดีฆาตกรรม ‘บิลลี่’ คืบหน้ากว่า 80% ยัน เสร็จตามกำหนดเวลา

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 3 ต.ค. 62 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางมาเป็นประธาน ในการกล่าวปฏิญานตน ข้าราชการ DSI ไร้ทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษครบ 17 ปี   ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย โดยเผยว่า    ตอนนี้รูปคดีผ่านมาแล้วถึง 80% โดยเมื่อห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการมอบหมายให้ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาหลังฐาน เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประชุม และแถลงผลในวันจันทร์นี้ (7 ต.ค.62)   พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังคงต้องรอสำนวนจากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) ในส่วนของกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในเรื่องการควบคุมตัวนายพอละจี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ดีเอสไอจะทำคดีดังกล่าวให้เสร็จตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน   ส่วนผลการชันสูตรโครงกระดูกที่พบ ต้องให้เวลาทางสถาบันนิติวิทยาศาตร์ประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทราบผลเพิ่มเติม ส่วนจะทันวันจันทร์นี้หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานตามช่วงเวลาของเขา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว        

 1,287

Top