ค้นหา :

ผลการค้นหา "ครูพละ"

สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 61

ผู้ว่าฯ กทม.ยันไล่ออก 'ครูพละ' ข่มขืน-อนาจารลูกศิษย์ สั่งสอบต้องแล้วเสร็จในเดือนนี้

จากกรณีครูพละโรงเรียนย่านคลองเตย ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิงวัย 16 ปี  และก่อนหน้านี้ก็เคยทำอนาจารภายในห้องเรียนลูกเสือ ยุวกาชาด ซึ่งจากการตรวจสอบยังพบว่ามีเด็กนักเรียนชั้นป.5 และ ป.6 ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เคยถูกครูคนนี้อทำนาจารมาแล้วมากกว่า 30 คนนั้น    ล่าสุุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงมาใหม่ทั้งหมดกำหนดให้ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆออกมา แต่ยืนยันว่าทาง กทม.จะสั่งไล่ออกจากราชการอย่างแน่นอน  เพราะไม่สามารถให้อยู่ต่อได้ โดยรับว่าระบบการตรวจสอบลงโทษของ กทม.กับหน่วยงานอื่นๆไม่เหมือนกัน ซึ่งต้องทำไปตามขั้นตอน     ขณะนี้ได้ส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ได้ขอให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ พื้นที่ที่เกิดเหตุพิจารณาสำนวนคดีให้รอบคอบ ทั้งนี้มองว่าครูในสังกัด กทม.ที่มีกว่า 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นครูที่ดี และทุกคนผ่านการตรวจร่างกายและสุขภาพจิตมาก่อนเเล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเหตุที่เกิดขึ้น เพราะมีปัญหาสุขภาพจิตภายหลังเข้ามาเป็นครูหรือไม่ แต่ยืนยันว่าพยายามผลักดันระบบการศึกษาให้ดีที่สุด   ด้าน นายรณสิทธิ์ พฤกษ์ยาชีวะ ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนองค์การต่อต้านการค้ามนุษย์ เปิดเผยขณะนี้ยังคงมีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความ เป็นเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งราย และคาดว่ายังคงมีเด็กที่ถูกครูรายนี้กระทำอนาจารอีกหลายหลาย ล่าสุดมีผู้เสียหาย 32 คน ให้ข้อมูลว่าเคยถูกครูกระทำอนาจารตั้งแต่ปี 2557 และยังมีเด็กที่ยังไม่กล้าให้ปากคำและที่เรียนจบไปแล้ว ในขณะเดียวกันคณะกรรมการดำเนินการเอาผิดทางวินัย ชุดที่ 2 ที่ทางสำนักงานเขตคลองเตยแต่งตั้งขึ้น คาดว่าจะเรียกตัวเด็กผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับผู้ต้องหา   ขณะที่ พันตำรวจเอกสมบัติ แก่นวิจิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าเรือ แค่เพียงรายเดียวเท่านั้น ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆยังไม่ได้รับการติดต่อหรือประสานเพื่อเข้าแจ้งความ การดำเนินคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากับครูสอนพละ 3 ข้อหา คือ พรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเรา และกระทำอนาจาร อย่างไรก็ตามหากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติม ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/O3LGb31JvDk

 1,754
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 61

ครูพละ รร.ย่านคลองเตยย่องมอบตัว ปัดข่มขืนลูกศิษย์ - แฉมีนร.ตกเป็นเหยื่ออนาจารมากกว่า30คน

ครูโรงเรียนดังย่านคลองเตยย่องเงียบมอบตัว ยังปฏิเสธไม่ได้ข่มขืนลูกศิษย์ ตร.ค้านประกันส่งฝากขังทันที  ด้านผู้ปกครองแฉซ้ำ ลูกหลานเคยถูกกระทำอนาจาร ครูยังอ้างหน้าตาเฉย แค่หยอกเล่นเพราะเอ็นดู     จากกรณีครูพละโรงเรียนย่านคลองเตย ก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิงวัย 16 ปี  และก่อนหน้านี้ก็เคยทำอนาจารภายในห้องเรียนลูกเสือ ยุวกาชาด ซึ่งจากการตรวจสอบยังพบว่ามีเด็กนักเรียนชั้นป.5 และ ป.6 ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เคยถูกครูคนนี้อทำนาจารมาแล้วมากกว่า 30 คน      ล่าสุดเมื่อวานนี้ (20 ก.ค.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาครูพละคนดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กนักเรียน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ท่าเรือ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำโดยครูพละให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมทั้งคัดค้านการขอปล่อยตัว    โดยทางญาติไม่มีหลักทรัพย์ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลขอควบคุมตัว โดยใช้กำไรอีเล็คทรอนิค หรืออีเอ็ม แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง และมีญาติผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องแจ้งว่าผู้ต้องหาจะไปข่มขู่ทำร้าย จึงยกคำร้อง และนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน     ด้านนางสำเนียง นุชเจริญ อดีตศิษย์เก่าโรงเรียนเล่าว่า เมื่อสามปีที่แล้ว มีเด็กๆ ในชุมชนที่เคยเรียนกับครูคนนี้ถูกกระทำอนาจาร 7 คน โดยเด็กๆ มาเล่าให้ฟังว่าถูกครูลวนลามเป็นประจำ บางคนถูกจับหน้าอก จับสะโพก และลูบคลำตามร่างกาย ซึ่งมาทราบทีหลังว่าช่วงที่ครูอนาจารเด็กๆ นั้นเป็นช่วงที่ภรรยาของครูรายนี้ตั้งท้อง    โดยตอนนั้นทางกลุ่มผู้ปกครองก็ไปร้องเรียนและขอให้โรงเรียนดำเนินการลงโทษครูรายนี้ โดยมีการไปเจรจากันที่สำนักงานเขต ก็มีกลุ่มของครูขู่กลุ่มผู้ปกครองว่า หากไม่มีหลักฐานจะถูกฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท จนสุดท้ายก็พบว่าครูคนนี้ถูกย้ายไปช่วยงานที่เขต ช่วงนั้นเข้าใจว่าครูรายนี้ย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว แต่ไม่นานก็พบว่ากลับมาสอนเหมือนเดิม โดยไม่ได้รับการลงโทษใดๆ  และยังคงมีพฤติกรรมอนาจารเด็กๆมาตลอดไม่เคยหยุดพฤติกรรม จนถึงน้องรายล่าสุดก็ถึงขั้นข่มขืน ยอมรับว่าชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ และไม่เข้าใจว่าทำไมทางต้นสังกัดครูไม่ลงโทษ หากลงโทษตั้งแต่ตอนนั้น คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น   ขณะที่ป้าของเด็กที่เคยถูกครูอนาจารเปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุหลานเรียนชั้นป.6 ตอนเย็นมาหลานมาบอกว่าถูกครูจับที่ก้น ตอนนั้นตนก็ไม่พอใจและเข้าไปสอบถามครูคนนี้ ก็ได้รับคำตอบว่า การจับก้นหลานนั้นแค่หยอกล้อ เพราะเอ็นดูเหมือนลูกหลาน ไม่ได้มีเจตนาจะทำอนาจาร ตอนนั้นที่คุยกันครูคนนี้ก็ไม่ได้มีท่าทางยอมรับผิดกับเรื่องที่ก่อ แต่ยังยิ้มหัวเราะตามปกติ  และคิดว่าจะเลิกพฤติกรรมแบบนี้ไปแล้ว พอทราบข่าวว่ากระทำอนาจารเด็กๆมากกว่า 30 คน ก็ตกใจมากและรับไม่ได้   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้มีโอกาสคุยกับน้องแชมป์ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นป.6 เล่าว่า ครูคนดังกล่าวสอนวิชาภาษาอังกฤษ แต่ช่วงหลังมาสอนวิชาพละศึกษา มีพฤติกรรมชอบจับหน้าอกเพื่อนผู้หญิงหลายคน บางครั้งในห้องเรียน นักเรียนนั่งเรียนตามปกติ ครูเดินผ่านก็จับหน้าอกเพื่อนหญิงต่อหน้าเพื่อนๆในห้อง และทำลักษณะนี้หลายคน ทั้งชั้นป.5 และป.6  บางคนก็ถูกจับหน้าอก จับก้น จับแขน มีเพื่อนบางคนถึงขั้นร้องไห้ก็มี แต่ก็ไม่เคยเห็นครูถูกลงโทษหรือย้ายไปไหน ยังสอนเหมือนเดิม ตนเป็นเด็กผู้ชายเห็นพฤติกรรมของครูแบบนี้ยังกลัว และไม่กล้าเข้าใกล้ครูคนนี้      ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ทาง กทม. ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้นครูคนดังกล่าวยังให้การปฏิเสธ      ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดแรกที่เคยเกิดขึ้น กรณีเมื่อปี 2556 ที่นักเรียนประมาณ 16 คน แจ้งว่าถูกครูลวนลามทางร่างกาย และผู้ปกครองได้รวมตัวกันร้องเรียนมายังสำนักเขตกรุงเทพฯ ให้ดำเนินการเอาผิดกับครูคนดังกล่าว ขณะนั้นมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยพิจารณาไม่ปรับขึ้นเงินเดือน 2 ครั้ง แต่ยังให้ครูทำงานปกติ เนื่องจากการตรวจสอบพบไม่ผิดวินัยร้ายแรง และขณะนั้นมีการเข้าให้ปากคำผู้เสียหายเพียง 3 คน เท่านั้น                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RenKwvI-QgA  

 8,085
สังคม-อาชญากรรม
10 มี.ค. 60

น้องทราย นักเรียน ม.5 ถูกครูพละปาแก้วใส่ หายเป็นปกติแล้ว หลังรักษา 5 เดือน

เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว เกิดเหตุการณ์ครูพละโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา ปาแก้วไปโดนนักเรียนหญิงชั้น ม.5 ทำให้ใบหน้าและปากเบี้ยว ก่อนที่โรงพยาบาลยันฮี จะรับรักษาจนขณะนี้หายดีแล้ว และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ   ที่โรงพยาบาลยันฮี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เข้าขอบคุณผู้บริหารโรงพยาบาลยันฮี และทีมแพทย์ที่ให้การรักษา "น้องทราย" หรือ น.ส.นฤดี จอดสันเที๊ยะ อายุ 17 ปี ที่ถูกครูพละปาแก้วใส่กลุ่มนักเรียน และไปโดนเข้าที่บริเวณกกหูซ้ายของน้องทราย ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูป ปากเบี้ยว ซึ่งทางโรงพยาบาลให้การรักษาด้านศัลยกรรม ผ่านมา 5 เดือน พบว่าอาการของน้องทรายดีขึ้นมาก จนเกือบเป็นปกติ ซึ่งวิธีการรักษา มีทั้งแพทย์อายุรกรรมระบบประสาท ทำการฝังเข็ม กายภาพบำบัด และการรักษาด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100 % (Hyperbaric) ปรากฏว่า ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ การรักษาหายเร็วกว่าที่คาดไว้ ปัจจุบันน้องทรายสามารถหลับตาได้สนิททั้งตาซ้ายและขวา สามารถยิ้มได้ปกติ   ซึ่งน้องทรายเข้ารับการรักษาเมื่อ 16 กันยายน 2559 หลังเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน แพทย์ตรวจดูอาการเบื้องต้นพบว่า เกิดจากเส้นประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ จากการได้รับการกระทบกระเทือน และเริ่มรักษาอย่างต่อเนื่องจนหายดีโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย หลังจากนี้น้องทราย จะกลับไปเรียนหนังสือและสามารถอยู่ในสังคมได้ตามปกติ ส่วนในเรื่องคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hSAxukh_qSQ    

 30,329
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 59

คืบหน้าคดีครูปาแก้วใส่นักเรียนเสียโฉม ครูให้การปฏิเสธขอให้การในชั้นศาล

     ความคืบหน้าคดีที่นายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูพลศึกษา โรงเรียนโชคชัยสามัคคี จังหวัดนครราชสีมา ที่ก่อเหตุปาแก้วกาแฟโดนหน้านักเรียนหญิงวัย 17 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าผิดรูปเสียโฉม นั้น        ล่าสุด พลตำรวจตรีฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรโชคชัยเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยได้พบกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น        ก่อนจะเปิดเผยว่า ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน โดยตนได้กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการด้วยความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายครูที่ก่อเหตุ และเด็กนักเรียนผู้เสียหาย ซึ่งเรื่องของคดีไม่มีอะไรต้องหนักใจ เพราะได้ดำเนินคดีในข้อทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งครูผู้ก่อเหตุได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว แต่ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น โดยโทษของคดีดังกล่าวมีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ซึ่งคาดว่าพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน และสามารถส่งให้อัยการพิจารณาได้ภายในไม่เกิน 7 วัน        ขณะที่บรรยากาศที่โรงเรียนที่นายไพฑูรย์ ถูกคำสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการ คณะกรรมการสอบสวนบทลงโทษทางวินัย ที่มี นายสุพล จอกทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารี 2 เป็นประธานกรรมการพิจารณาบทลงโทษ ได้เดินทางไปสอบปากคำนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น  โดยนายไพฑูรย์ได้แอบผู้สื่อข่าวเข้าพบกรรมการสอบสวนทางประตูด้านหลังห้อง และใช้เวลาในการพูดคุยกับกรรมการสอบสวนนานประมาณ 20 นาที ก่อนจะหลบผู้สื่อข่าวออกไปทางประตูด้านหลังตามเดิม ซึ่งนายไพฑูรย์ยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่ได้ตั้งใจปาแก้วน้ำใส่เด็กนักเรียน เพียงแต่โยนแก้วน้ำไปโดนขอบผนังหน้าต่าง แล้วแก้วน้ำกระเด็นไปถูกเด็กนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บเท่านั้น ทั้งนี้คาดว่ากรรมการสอบสวนจะสามารถสรุปบทลงโทษทางวินัยนายไพฑูรย์ได้ภายใน 2 สัปดาห์

 2,817
ข่าวภูมิภาค
15 ก.ย. 59

เด็กนักเรียนสาวที่บาดเจ็บถูกครูปาแก้วใส่เข้าให้ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ เจ้าตัวเผยกำลังหารือย้ายไปศึกษาที่อื่น

      จากกรณีที่นางสาวนฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี  จังหวัดนครราชสีมา ถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท ซึ่งล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูพละศึกษาที่ก่อเหตุ ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้นนั้น        ล่าสุด เวลา 13.30 น. นางสาวนฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย อายุ 17 ปี พร้อมด้วยครอบครัว ได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโดยรถตู้ของสถานีตำรวจภูธรโชคชัย โดยเดินทางไปพร้อมกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อเข้าให้ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา ในคดีที่น้องทรายถูกนายไพฑูรย์ทำร้ายร่างกายด้วยการขว้างแก้วน้ำถูกศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ โดยน้องทรายยังคงยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าถูกนายไพฑูรย์ตั้งใจปาแก้วไปถูกศีรษะโดยตรง อย่างไรก็ตามน้องทรายเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังปรึกษากับครอบครัวเรื่องการขอย้ายไปศึกษายังโรงเรียนอื่น ส่วนเรื่องของการเรียกร้องค่าเสียหายจากนายไพฑูรย์คงต้องปรึกษากับทางครอบครัว และทางทนายความอีกครั้ง        ขณะที่ความคืบหน้าการสอบสวนความผิดทางวินัยของนายไพฑูรย์ครูที่ก่อเหตุนั้น คณะกรรมการสอบสวนที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 แต่งตั้งขึ้น เตรียมสรุปผลการสอบสวนเรื่องดังกล่าว คาดว่าภายในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.) จะทราบผล 

 11,090
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ย. 59

สั่งย้ายครูที่ก่อเหตุปาแก้วใส่ นร.หญิงจนปากเบี้ยวช่วยราชการที่อื่น ส่วน นร.คนอื่นยันครูไม่ได้ตั้งใจทำร้าย

จากกรณีที่นางสาวนฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ส่งผลให้ใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. โดยเบื้องต้นครูพละคนดังกล่าวได้ยอมรับว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจปาแก้วไปโดนเด็กนักเรียน เพียงแต่ปาแก้วน้ำไปถูกกำแพงแล้วกระเด็นไปถูกเด็กจนได้รับบาดเจ็บนั้น        ล่าสุด คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัย ที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 แต่งตั้งขึ้น โดยมี นายสมัคร ไวยขุนทด ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา เป็นประธานกรรมการสอบสวน พร้อมกรรมการรวมจำนวน 3 คน ได้เดินทางไปที่โรงเรียนโชคชัยสามัคคี โดยได้ร่วมกันสอบสวนนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูพละศึกษาที่ก่อเหตุ พร้อมกับสอบพยานทั้งเพื่อนครู และเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ก่อนสรุปผลการสอบสวนภายใน 3 วัน ทั้งนี้ผลการพิจารณาโทษทางวินัยขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน และดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาว่าจะสั่งการลงโทษสถานใด โดยหลังการสอบปากคำนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุแล้วเสร็จ นายไพฑูรย์ได้ลุกเดินออกจากห้อง พร้อมกับเดินหนีหลบผู้สื่อข่าวออกไปโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด        ด้าน ว่าที่ร้อยตรี นิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี เปิดเผยว่า นายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุ ยังคงมาทำงานที่โรงเรียนตามปกติ โดยนายไพฑูรย์ยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร่างกายลูกศิษย์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหลังเกิดกระแสข่าวในเรื่องดังกล่าว นายไพฑูรย์เกิดอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และสภาพจิตใจยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยกับสื่อมวลชนในขณะนี้ ซึ่งคงต้องให้ระยะเวลาสักพัก ส่วนเรื่องการเรียนของเด็กนักเรียนที่ต้องรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บนั้น หลังจากเด็กกลับมาจากการรักษาตัวแล้ว ทางโรงเรียนจะจัดให้มีการเรียนเสริม และให้ครูทำการสอนเสริมให้โดยเฉพาะ ซึ่งก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด        ขณะที่จากการสอบถามเพื่อนนักเรียนของเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ และอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุด้วยได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุเพื่อนๆ รวมทั้งเพื่อนที่บาดเจ็บยืนอยู่ด้วยกันหลายคน และครูพละได้โยนแก้วกาแฟไปยังบริเวณที่พวกตนยืนอยู่ โดยแก้วได้กระเด็นไปโดนบริเวณขอบกระจกหน้าต่าง แล้วกระเด็นไปโดนเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บ ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครูไม่ได้ตั้งใจปาแก้วใส่เด็กนักเรียนโดยตรง แต่เป็นการปาแก้วเพื่อปรามให้เด็กนักเรียนอยู่ในระเบียบ         ทั้งนี้จากการสอบถามเพื่อนนักเรียนที่อยู่ห้องเดียวกันกับเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทราบว่า น้องทรายเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บกับนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุมีความสนิทสนมกันดี และมักจะพูดคุยหยอกล้อกันเป็นประจำ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนเปลี่ยนแปลงไป โดยนายไพฑูรย์เป็นครูสอนวิชาพละศึกษาที่โรงเรียนโชคชัยสามัคคีมานานกว่า 30 ปี เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน แต่เป็นคนที่มีบุคลิกนิสัยพูดจาเสียงดัง         ส่วนทางด้านคดีความ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโชคชัย ได้แจ้งให้นายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บแล้ว และหากผลการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางตำรวจก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป        ล่าสุด นายรณชัย สุขสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุ ให้ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น  

 8,532
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 58

อากาศร้อนจัด ครูพละหัวใจล้มเหลวเสียชีวิต หลังออกกำลังกาย

ครูพละชาวตาก เกิดหน้ามืด เป็นลม และหัวใจวายเฉียบพลัน ส่งผลให้เสียชีวิตขณะออกกำลังกาย อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/6DbEqGuC19o  

 10,046

Top