ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตำรวจ"

สังคม
21 ก.พ. 63

รู้ตัวแล้ว 4 วัยรุ่นรุมทำร้ายเด็กหญิง ตร.เรียกเข้าให้ปากคำ ด้าน ร.ร.ดัง ปฏิเสธไม่ใช่ นร.ของตน

ตำรวจรู้ตัวกลุ่มเยาวชน ที่รุมทำร้ายเด็กผู้หญิงย่านฝั่งธนบุรีแล้ว นัดเคลียร์ปัญหา แต่ไม่ลงตัว ล่าสุด ผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายประสานเข้าให้ปากคำแล้ว      จากคลิปจะเห็นว่า เด็กผู้ชายวิ่งกระโดดถีบเด็กหญิง ก่อนที่อีก 3 คน จะเข้าไปช่วยรุมทำร้ายเด็กหญิงได้รับบาดเจ็บ ตำรวจ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ลงพื้นที่ตรวจสอบตามคลิป พบผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี จึงพามาแจ้งความไว้เมื่อเย็นวานนี้ โดยผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ที่มีเรื่องทะเลาะวิวาท และนัดมาเจรจา ก่อนเกิดเหตุตามคลิป      ขณะนี้ทราบตัว ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนชาย 3 คน หญิง 1 คน ซึ่งทั้งสองฝ่ายประสานเข้าให้ปากคำแล้ว ยืนยันผู้ก่อเหตุทั้งหมด ไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้

 24,542
สังคม
11 ก.พ. 63

ฮีโร่หน่วยอรินทราชถูกยิงศีรษะ อาการดีขึ้น ภรรยาเผยเริ่มให้อาหารทางสายยางแล้ว

1 ใน 3 ผู้กล้าจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงประชาชนภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ก็คือ สิบตำรวจโท กฤษดา การุญ สังกัดอรินทราช 26 ซึ่งโดนคนร้ายยิงเข้าที่ศีรษะ ตอนนี้ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช และวันนี้เป็นวันเกิดอายุครบ 31 ปีด้วย     โดย สิบตำรวจโท กฤษดา การุญ ได้ร่วมในภารกิจและเป็นชุดที่ปะทะกับคนร้ายในช่วงเวลาประมาณตี 3 ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ ร้อยตำรวจเอก ตระกูล ทาอาษา หรือผู้กองปุ๊ และดาบตำรวจ เพชรรัตน์ กำจัดภัย ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่      ขณะที่ สิบตำรวจโท กฤษดา ถูกคนร้ายใช้ปืนกลยิงเข้าที่ศรีษะ ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช ล่าสุดภรรยาของ สิบตำรวจโท กฤษดา เผยว่า ขณะนี้อาการของสามีเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องติดตามอาการใกล้ชิด ตอนแรกสามีบอกว่ามีภารกิจด่วน ก็ไม่คิดว่าเป็นภารกิจนี้ จนกระทั่งญาติโทรมาบอกว่าเห็นชื่อของสามีถูกยิงบาดเจ็บ และระหว่างเดินทางก็ไม่ดูข่าวเลย จนกระทั่งมาถึงที่โรงพยาบาลและทราบว่าสามีบาดเจ็บ     ทางด้านน้องสาวของ สิบตำรวจโท กฤษดา ได้โพสต์ภาพของพี่ชายพร้อมระบุข้อความว่า "สุขสันต์วันเกิดพี่ชายคนเก๋ง ขอให้ดีขึ้นเร็วๆ รีบหายแล้วตื่นขึ้นมาคุยกับน้องหน่อย รีบมาพาน้องซิ่งรถด้วย ด่วนๆ ซิ่งให้ทั่วกรุงเทพฯเลย สู้" และอีกโพสต์ระบุว่า "คิดถึงรอยยิ้มนี้แล้ว ทรงผมนี้ด้วย รีบมากวนน้องเร็วๆ เหงามาก สุขสันต์วันเกิด 31 ปีแล้ว"

 7,049
ข่าวโซเชียล
07 ก.พ. 63

ภาพพรีเวดดิ้งสุดแปลก! เจ้าบ่าวตำรวจหนุ่มจับเจ้าสาวตั้งวงเล่นไฮโล

พาชมภาพพรีเวดดิ้งสุดแปลก ที่เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของพรีเวดดิ้ง เป็นภาพของนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่ง ถ่ายพรีเวดดิ้งการพบรักครั้งแรกของเขากับว่าที่ภรรยา โดยเป็นตอนที่ภรรยาตั้งวงเล่นไฮโล   เขาบอกว่าเป็นการจำลองสถานการณ์ช่วงที่เขาไปเจอกันครั้งแรกของบ่าว-สาวคู่นี้ เฟสบุ๊กชื่อ ลุง บอย ก็เลยลงภาพและบอกว่านี่เป็นมิติใหม่ของการถ่ายพรีเวดดิ้ง นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามถึงเรื่องความเหมาะสมเกี่ยวกับการใส่เครื่องแบบตำรวจ ถามไปที่รองโฆษกตำรวจ ท่านบอกว่าก็ต้องดูก่อน แต่ไม่น่าเข้าข่ายความผิดเรื่องการพนัน แต่จะเหมาะสมหรือไม่นั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล   แต่ถ้าหากเอาออกมาทำในเชิงล้อเลียน หรือทำให้เสื่อมเสีย มองว่าไม่สมควรทำ แต่ถ้ามองอีกมุมนึง ตีความได้ว่าต่อให้เป็นภรรยาตำรวจ ถ้าเล่นการพนันก็ต้องถูกจับกุม ก็ถือว่าเป็นอีก 1 เรื่องที่เป็นสีสันในโลกออนไลน์    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UtzeUH2m9EU

 425
ข่าวภูมิภาค
05 ก.พ. 63

เปิดภาพนาทีตร.ขี่จยย.ไล่ตามเด็กแว้นซิ่งแหกด่านหนีย้อนศรปีนฟุตบาทเสียหลักล้ม

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 22.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แสนสุขได้มีการตั้งด่านตรวจจุดสกัดป้องกันเด็กแว้นและกลุ่มรถซิ่งรวมถึงป้องกันการแข่งขันรถในทางโดยมีการตั้งด่านตรวจบริเวณถนนข้าวหลามได้มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ขี่มาเป็นกลุ่มซึ่งท่อรถมีเสียงดัง มีพฤติกรรมเข้าข่ายเด็กแว้นและพอขี่มาเจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ก็ขี่ยูเทิร์นและย้อนศรขี่หนีด่าน      ส.ต.อ.ธนวัตร พงศ์เรืองรอง ผบ.หมู่(ป)สภ.แสนสุข จึงขับขี่จักรยานยนต์สายตรวจติดตามเบื้องต้นเป็นเด็กชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรหนีด้วยความเร็วเสียงท่อดังสนั่น โดยขี่จากถนนข้าวหลามย้อนออกมาบริเวณแยกบางแสน เลี้ยวเข้าตัวเมืองชลบุรีและจะพยายามเลี้ยวเข้าตรงสะพานวัดบางเป้งจนรถเกิดเสียหลักพุ่งขึ้นฟุตบาทเสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บแต่ยังโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก     จากการตรวจสอบก็พบว่ายังเป็นเยาวชน โดยรถจักรยานยนต์ถูกดัดแปลงสภาพแต่งซิ่งและเปลี่ยนท่อที่ทำให้เกิดเสียงดัง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลและยึดรถเข้าโรงพัก ในเบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเนื่องจากยังเป็นเยาวชนแต่จะติดตามญาติให้มารับทราบถึงพฤติกรรมของลูก     รับชมผ่ายูทูบได้ที่ : https://youtu.be/MDsH7mEXS1I

 86
อาชญากรรม
03 ก.พ. 63

ออกหมายจับ ไอ้โหดฆ่าปาดคอ - ตัดอวัยวะเพศตร.

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณี พ.ต.ท.จำรัส ดลเจือ สวป.สภ.ร่องคำ ถูกคนร้ายใช้ของแข็งมีคมแทงบริเวณลำตัวหลายแผล และอวัยวะเพศถูกตัดขาด      เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนสอบสวนรายงานว่าได้รวบรวมพยานหลักฐานจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบก่อนทราบคนร้ายคือ นายอมรลัก จิตรเกาะ อายุ 46 ปี ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อพิจารณาออกหมายจับ ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นมูลเหตุน่าจะเกิดจากปมชู้สาว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตำรวจถูกแทงกว่า 20 แผล-เฉือนอวัยวะเพศดับคาบ้าน ตั้งปมชู้สาว        

 4,274
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.พ. 63

รองโฆษกตร. แจงสั่งเด้งตร.รับส่วยกลางแยกประตูน้ำ ลั่นฟันอาญาหากผิดจริง

จากกรณีคลิปบนโลกออนไลน์ภาพที่บริเวณแยกประตูน้ำตำรวจจราจรสน.พญาไทรับเงินประชาชนแทนที่จะเขียนใบสั่งโดยทำทีท่าเข้าไปคุยกับผู้ขับรถยนต์ซึ่งเป็นผู้หญิงรายหนึ่ง สักพักผู้ขับขี่ก็ยื่นเงินให้เจ้าหน้าที่โดยที่เจ้าหน้าที่ก็รับเงินนั้นแล้วทำท่าเขียนใบสั่งแต่ไม่ได้ทำการเขียนใบสั่งจริงแต่อย่างใด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารย์ว่ารับเงินแล้วไม่ต้องออกใบสั่งได้หรือไม่   ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของสน.พญาไท ซึ่งได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไปประจำที่ศปก. บก.น.1 ระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าผิดจริงจะมีการดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/vBpZ6ozYUOU  

 537
สังคม
01 ก.พ. 63

รองโฆษกตร. แจงสั่งเด้งตร.รับส่วยกลางแยกประตูน้ำ ลั่นฟันอาญาหากผิดจริง

จากกรณีคลิปบนโลกออนไลน์ภาพที่บริเวณแยกประตูน้ำตำรวจจราจรสน.พญาไทรับเงินประชาชนแทนที่จะเขียนใบสั่งโดยทำทีท่าเข้าไปคุยกับผู้ขับรถยนต์ซึ่งเป็นผู้หญิงรายหนึ่ง สักพักผู้ขับขี่ก็ยื่นเงินให้เจ้าหน้าที่โดยที่เจ้าหน้าที่ก็รับเงินนั้นแล้วทำท่าเขียนใบสั่งแต่ไม่ได้ทำการเขียนใบสั่งจริงแต่อย่างใด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารย์ว่ารับเงินแล้วไม่ต้องออกใบสั่งได้หรือไม่   ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของสน.พญาไท ซึ่งได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไปประจำที่ศปก. บก.น.1 ระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าผิดจริงจะมีการดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/vBpZ6ozYUOU  

 537
ข่าวโซเชียล
31 ม.ค. 63

สะเทือนวงการสีกากี! ตร.รีดไถเงินปชช. รับใต้โต๊ะแทนเขียนใบสั่ง

คลิปวิดีโอภาพที่บริเวณแยกประตูน้ำตำรวจจราจรสน.พญาไทรับเงินประชาชนแทนที่จะเขียนใบสั่งโดยทำทีท่าเข้าไปคุยกับผู้ขับรถยนต์ซึ่งเป็นผู้หญิงรายหนึ่ง สักพักผู้ขับขี่ก็ยื่นเงินให้เจ้าหน้าที่โดยที่เจ้าหน้าที่ก็รับเงินนั้นแล้วทำท่าเขียนใบสั่งแต่ไม่ได้ทำการเขียนใบสั่งจริงแต่อย่างใด

 1,706
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 63

ผบ.ตร.แจงปมเด้ง 'บิ๊กต้อย-บิ๊กช้าง' เข้ากรุ นายกฯเตือน 'บิ๊กโจ๊ก' อย่าประพฤติชั่วร้ายแรง

สะเทือนวงการสีกากี หลังมีข่าวลือออกมาตลอดว่าจะมีการโยกย้าย 2 นายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 เรื่องให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ความว่า    ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีพฤติการณ์และการกระทำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรมกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย    สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่ง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 ม.ค. 2563 แล้ว เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่นๆ ในมูลกรณี ที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใสมีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไปปฏิบัติราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(4) แห่งพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534    จึงมีคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษ และสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ผู้อื่นได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิมทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น สั่ง ณ วันที่ 23 ม.ค.2563 ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี      เด้ง 'บิ๊กช้าง' เข้ากรุ ศปก.ตร.   ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 28/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม เรื่องข้าราชการตำรวจปฎิบัติราชการ ใจความว่า เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552  จึงให้พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฎิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง     ผบ.ตร.รับเสนอย้าย ‘วิระชัย’ ปมปล่อยคลิปเสียง เกรงเป็นอุปสรรคปัญหา    พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับ การเสนอให้มีการโยกย้าย พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฎิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ประเด็นการปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่างตนเองกับพลตำรวจเอกวิระชัย ปมปัญหาการยิงรถ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นปัญหาต่อเอกภาพขององค์กร โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีมติเสนอโยกย้ายพลตำรวจเอกวิระชัย ไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ถ้าอยู่เกรงจะเป็นอุปสรรคปัญหา    ส่วนกรณีการมีคำสั่งให้ พลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า เพื่อความเหมาะสมเท่านั้น     นายกฯ เตือน 'บิ๊กโจ๊ก' อย่าประพฤติชั่วร้ายแรง   สุดท้ายมี คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2562 สั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลัง ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้ที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่ง นั้น   เพื่อให้ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1 (ค) ของบัญชี ห้าท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2562 มาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งจึงเห็นสมควรกำชับให้ พลตำรวจโท สรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุ ดังต่อไปนี้   1. ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน   2 ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ   ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงวันที่ 24 ม.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/M8dw-_QQpY0

 6,089
สังคม
25 ม.ค. 63

ผบ.ตร.แจงปมเด้ง 'บิ๊กต้อย-บิ๊กช้าง' เข้ากรุ นายกฯเตือน 'บิ๊กโจ๊ก' อย่าประพฤติชั่วร้ายแรง

สะเทือนวงการสีกากี หลังมีข่าวลือออกมาตลอดว่าจะมีการโยกย้าย 2 นายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 เรื่องให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ความว่า    ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีพฤติการณ์และการกระทำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรมกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย    สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่ง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 ม.ค. 2563 แล้ว เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่นๆ ในมูลกรณี ที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใสมีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไปปฏิบัติราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(4) แห่งพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534    จึงมีคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษ และสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ผู้อื่นได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิมทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น สั่ง ณ วันที่ 23 ม.ค.2563 ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี      เด้ง 'บิ๊กช้าง' เข้ากรุ ศปก.ตร.   ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 28/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม เรื่องข้าราชการตำรวจปฎิบัติราชการ ใจความว่า เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552  จึงให้พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฎิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง     ผบ.ตร.รับเสนอย้าย ‘วิระชัย’ ปมปล่อยคลิปเสียง เกรงเป็นอุปสรรคปัญหา    พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับ การเสนอให้มีการโยกย้าย พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฎิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ประเด็นการปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่างตนเองกับพลตำรวจเอกวิระชัย ปมปัญหาการยิงรถ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นปัญหาต่อเอกภาพขององค์กร โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีมติเสนอโยกย้ายพลตำรวจเอกวิระชัย ไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ถ้าอยู่เกรงจะเป็นอุปสรรคปัญหา    ส่วนกรณีการมีคำสั่งให้ พลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า เพื่อความเหมาะสมเท่านั้น     นายกฯ เตือน 'บิ๊กโจ๊ก' อย่าประพฤติชั่วร้ายแรง   สุดท้ายมี คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2562 สั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลัง ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้ที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่ง นั้น   เพื่อให้ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1 (ค) ของบัญชี ห้าท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2562 มาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งจึงเห็นสมควรกำชับให้ พลตำรวจโท สรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุ ดังต่อไปนี้   1. ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน   2 ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ   ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงวันที่ 24 ม.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/M8dw-_QQpY0

 6,089
อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

ปิดแฟ้มคดี 'ผอ.กอล์ฟ' โจรโหดกราดยิงชิงทองที่ลพบุรี

จากกรณีของผอ. กอล์ฟ โจรกราดยิงชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย ด้วยกัน โดยให้เหตุผลของแรงจูงใจในการก่อเหตุว่ามีความเครียดจากเรื่องส่วนตัวและปัญหาหนี้สิน และที่ยิงออกไปเพราะต้องการเปิดทาง ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิงโดนเด็ก หลังจากจบการแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงถูกควบคุมและเตรียมนัดฝากขังผลัดแรกกับศาลที่กรุงเทพ   ล่าสุดวันที่ 23 ม.ค. 63ทางรายการโหนกระแส จะมาพูดคุยถึงมุมมองต่างๆ ตั้งแต่การแกะรอยและการเข้าจับกุมผอ. กอล์ฟ โดยพ.ต.อ. บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปรามปราบ และ พ.ต.ท. นพรัตน์ คำมาก สารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการปรามปราบ พูดถึงขบวนการตามกฎหมายจากอาจารย์ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี และมุมมองของการสูญเสียจากคุณวัลลภ นิ่มมา พ่อของรปภ. ที่เสียชีวิต

 10,671
ต่างประเทศ
20 ม.ค. 63

ตำรวจกองเกียรติยศแอฟริกาใต้ หลงทิศหลงทาง หันซ้าย-ขวาผิด ต่อหน้า ปธน.ขณะร่วมพิธีศพ

ภาพบรรยากาศการจัดพิธีศพผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่งในแอฟริกาใต้ มีช่วงที่ตำรวจกองเกียรติยศ 4 นาย หันซ้ายขวาผิดทาง บางคนหันซ้าย บางคนหันขวา ไปกันคนละทิศคนละทาง จนโต้เถียงกันว่าควรหันทางไหนกันแน่ โดยเหตุเกิดต่อหน้าประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ สุดท้ายลงมติกันได้ว่าต้องหันไปทางขวา ก่อนเดินออกจากพิธีไป  

 1,334
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 63

'พ.ต.ท.' ยิงเสี่ยบ่อปลาดับ เหตุผิดใจเรื่องปลา ขอมอบตัวสู้คดี

ร้อยเอ็ด-วันที่ 4 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่ถนนด้านหลังมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตร้อยเอ็ด บ้านเหล่าใหญ่ หมู่ 2 ต.ดงลาน อ.เมืองร้อยเอ็ด จึงรุดไปตรวจสอบ    ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก ภายในรถกระบะ 4 ประตู สีดำ ยี่ห้อฟอร์ดเรนเจอร์ พบร่างชายคนหนึ่งถูกยิง มีรูกระสุนปืนเป็นกลุ่ม เข้าที่ใบหน้าขวา สมอง และหน้าอกด้านขวา นอนแน่นิ่งเลือดท่วมตัวอยู่เบาะหน้าด้านคนขับ ทราบชื่อภายหลังคือ นายอภิชาติ พาโคกทม อายุ 48 ปี หน่วยกู้ชีพรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียเลือดมาก เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล   ในที่เกิดเหตุ มี พ.ต.ท.สุรเดช อัฐเสนา รองผ้กำกับสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าแสดงตัวว่าเป็นผู้ยิงนายอภิชาติ ขอมอบตัวสู้คดี   จากการสอบสวน พ.ต.ท.สุรเดช ให้การว่า ก่อนหน้าเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกันมาแล้วที่ถูกนายอภิชาติ ต่อว่า กรณีนายอภิชาติปล่อยปลาเลี้ยงในบ่อเลี้ยงปลาในนา ต่อมาฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลหลากจากนาและบ่อเลี้ยงปลาของนายอภิชาติ มาลงที่นาของ พ.ต.ท.สุรเดช ทำให้มีปากเสียงกัน โดยได้บอกนายอภิชาติไปว่า ตนได้ซื้อปลามาปล่อยในบ่อเลี้ยงและนาของตนเช่นเดียวกัน จะรู้ได้อย่างไรว่าปลาของใคร ปลาในนาของตนก็ต้องเป็นของตน    ก่อนที่ต่อมา พ.ต.ท.สุรเดช ได้บอกญาติและเพื่อนบ้าน ให้พากันไปจับปลาในนาของตน โดย พ.ต.ท.สุรเดช และลูกสาว พากันขับรถเก๋งคนละคันไปจอดยืนดูชาวบ้านจับปลา ต่อมานายอภิชาติได้ขับรถกระบะพุ่งเข้าหา พ.ต.ท.สุรเดช และลูกสาว ต้องพากันกระโดดหลบหนีได้หวุดหวิด   หลังจากนั้น นายอภิชาติได้จอดรถแล้วเปิดกระจกตะโกนด่าท้าทาย พ.ต.ท.สุรเดช จึงเดินไปที่รถเก๋งของตนเอง คว้าเอาปืนลูกซองยาว ใช้กระสุนเบอร์ 12 มาอยู่ในมือเพื่อป้องกันเหตุร้าย เมื่อเห็นนายอภิชาติก้มตัวลง ทำให้ พ.ต.ท.สุรเดช ตัดสินใจยิงปืนลูกซองในมือ เพื่อขู่จำนวน 1 นัด ต่อจากนั้นจึงเห็นผู้หญิงอยู่บนรถของนายอภิชาติ พากันร้องให้ช่วยเหลือ แล้วพากันลงจากรถ   พ.ต.ท.สุรเดช ให้การอีกว่า ตนขอให้การภาคเสธ ยิงขู่เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ไม่มีเจตนาให้เป็นอย่างอื่น เพราะเห็นนายอภิชาติก้มลงในรถ คล้ายจะไปควานหาสิ่งของบางอย่าง         ชมผ่านยูทูปที่นี่ :https://youtu.be/74Fublic55c    

 3,066
อาชญากรรม
05 ม.ค. 63

'พ.ต.ท.' ยิงเสี่ยบ่อปลาดับ เหตุผิดใจเรื่องปลา ขอมอบตัวสู้คดี

ร้อยเอ็ด-วันที่ 4 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่ถนนด้านหลังมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตร้อยเอ็ด บ้านเหล่าใหญ่ หมู่ 2 ต.ดงลาน อ.เมืองร้อยเอ็ด จึงรุดไปตรวจสอบ    ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก ภายในรถกระบะ 4 ประตู สีดำ ยี่ห้อฟอร์ดเรนเจอร์ พบร่างชายคนหนึ่งถูกยิง มีรูกระสุนปืนเป็นกลุ่ม เข้าที่ใบหน้าขวา สมอง และหน้าอกด้านขวา นอนแน่นิ่งเลือดท่วมตัวอยู่เบาะหน้าด้านคนขับ ทราบชื่อภายหลังคือ นายอภิชาติ พาโคกทม อายุ 48 ปี หน่วยกู้ชีพรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียเลือดมาก เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล   ในที่เกิดเหตุ มี พ.ต.ท.สุรเดช อัฐเสนา รองผ้กำกับสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าแสดงตัวว่าเป็นผู้ยิงนายอภิชาติ ขอมอบตัวสู้คดี   จากการสอบสวน พ.ต.ท.สุรเดช ให้การว่า ก่อนหน้าเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกันมาแล้วที่ถูกนายอภิชาติ ต่อว่า กรณีนายอภิชาติปล่อยปลาเลี้ยงในบ่อเลี้ยงปลาในนา ต่อมาฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลหลากจากนาและบ่อเลี้ยงปลาของนายอภิชาติ มาลงที่นาของ พ.ต.ท.สุรเดช ทำให้มีปากเสียงกัน โดยได้บอกนายอภิชาติไปว่า ตนได้ซื้อปลามาปล่อยในบ่อเลี้ยงและนาของตนเช่นเดียวกัน จะรู้ได้อย่างไรว่าปลาของใคร ปลาในนาของตนก็ต้องเป็นของตน    ก่อนที่ต่อมา พ.ต.ท.สุรเดช ได้บอกญาติและเพื่อนบ้าน ให้พากันไปจับปลาในนาของตน โดย พ.ต.ท.สุรเดช และลูกสาว พากันขับรถเก๋งคนละคันไปจอดยืนดูชาวบ้านจับปลา ต่อมานายอภิชาติได้ขับรถกระบะพุ่งเข้าหา พ.ต.ท.สุรเดช และลูกสาว ต้องพากันกระโดดหลบหนีได้หวุดหวิด   หลังจากนั้น นายอภิชาติได้จอดรถแล้วเปิดกระจกตะโกนด่าท้าทาย พ.ต.ท.สุรเดช จึงเดินไปที่รถเก๋งของตนเอง คว้าเอาปืนลูกซองยาว ใช้กระสุนเบอร์ 12 มาอยู่ในมือเพื่อป้องกันเหตุร้าย เมื่อเห็นนายอภิชาติก้มตัวลง ทำให้ พ.ต.ท.สุรเดช ตัดสินใจยิงปืนลูกซองในมือ เพื่อขู่จำนวน 1 นัด ต่อจากนั้นจึงเห็นผู้หญิงอยู่บนรถของนายอภิชาติ พากันร้องให้ช่วยเหลือ แล้วพากันลงจากรถ   พ.ต.ท.สุรเดช ให้การอีกว่า ตนขอให้การภาคเสธ ยิงขู่เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ไม่มีเจตนาให้เป็นอย่างอื่น เพราะเห็นนายอภิชาติก้มลงในรถ คล้ายจะไปควานหาสิ่งของบางอย่าง         ชมผ่านยูทูปที่นี่ :https://youtu.be/74Fublic55c    

 3,066
สังคม
26 ธ.ค. 62

เก๋งเสียหลักพลิกคว่ำชนเสาไฟ ตร.ขี่จยย. ตามหลัง 3 คัน เมินช่วย! ชาวบ้านแห่ประณาม

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ธันวาคม 2562 ร.ต.อ.อิสระพงษ์ สุวรรณจักร รอง สว.เวร (สอบสวน) สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถยนต์เก๋ง เสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ ถนนสายท่อน้ำ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ ศรีราชา   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยตา รุ่น ยาริส สีแดง อยู่ในสภาพเสียหลักตะแคงข้างอยู่ ตัวรถได้รับความเสียหายรอบคัน ชนอัดติดกับเสาไฟฟ้า ภายในพบผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือนายนราพงษ์ กล่ำสนอง อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณขาทั้งสองข้าง และเจ็บจากการกระแทก เจ้าหน้าที่จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา    นอกจากนี้ในบริเวณจุดเกิดเหตุยังพบ พลเมืองดี อีกจำนวนหนึ่ง กำลังยืนถกเถียงอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพลเมืองดีเห็นว่า มีรถจักรยานยนต์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับขี่ไล่หลังมาจำนวน 3 คัน ก่อนที่รถยนต์โตโยต้ายาริส สีแดง จะเสียหลักพลิกคว่ำแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ขับขี่หนีไปอย่างน่าตาเฉย   สอบถามกลุ่มพลเมืองดีไม่ขอประสงค์ออกนาม กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองและเพื่อนๆ รวมถึงคนอื่นๆ ก็ได้เห็นเหมือนกันว่า ได้มีรถจักรยานยนต์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 3 คัน ขับขี่ไล่หลังมาด้วยความเร็ว จนกระทั่งมาถึงในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นลูกระนาด ขนาดใหญ่ รถยนต์เก๋งได้เหิน จนเสียหลักพลิกตะแคงข้างไปชนกับอัดกับเสาไฟฟ้า ส่วนรถจักรยานยนต์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ขับขี่ไล่หลังมา พอไปถึงที่เกิดเหตุ กลับขับขี่หลบหนีไปซะอย่างงั้น หลังจากนั้นพวกตนจึงได้รีบวิ่งไปช่วย และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว หลังจากนี้จะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และจะเรียกตัวผู้ขับขี่ มาสอบปากคำต่อที่ สภ.หนองขาม เพื่อตรวจหาข้อเท็จจริงต่อไป

 14,657

Top