ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตำรวจ"

สังคม
19 พ.ย. 62

มอบตัวแล้ว! เจ้าของรถเบนซ์ยิงปืนขึ้นฟ้า ยังไม่ชัวร์เป็น 'พ.ต.อ.' จริงหรือไม่

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ช่วงเวลา 01.00 น. บนสะพานไทย – ญี่ปุ่น ถ.พระราม เขตปทุมวัน พบรถเก๋งนิสสัน สีดำ จอดอยู่ด้วยสภาพยับเยินเสียหาย ห่างประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์บนพื้นถนนและรถเบนซ์สีดำจอดอีกหนึ่งคัน สภาพล้อหน้าซ้ายแตก พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 4 ปลอก ตกอยู่บนพื้นถนน ที่เกิดเหตุพบนายชนะชล เปราะแดง ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกายนั่งอยู่ พร้อมกับบอกว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์พาแม่ที่ป่วยไปส่งโรงพยาบาล ขึ้นมาบนสะพาน สังเกตเห็นรถเก๋งเบนซ์ จอดเสียอยู่ริมขอบทางจึงได้ชะลอรถ ทำให้จังหวะนั้น มีรถเก๋งที่ขับตามท้ายพุ่งชนท้ายรถของตนจนล้มลง ทำให้ตนและแม่ได้รับบาดเจ็บ จึงเรียกคู่กรณีมาคุยกันเพื่อตกลงค่าเสียหาย แต่ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ ชายที่อยู่ในรถเดินมาถามว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นพร้อมกับเอาโทรศัพท์ของตนไป จากนั้นก็เดินกลับไปที่รถเอาปืนมายิงขู่ขึ้นฟ้าและยิงลงพื้นหลายนัด ก่อนจะเดินกลับไป ขณะที่อาสากู้ภัยในเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อตัวเองมาถึงที่เกิดเหตุ กำลังจะจอดรถพยาบาล สังเกตเห็นรถกู้ภัยอีกคันขับออกไป ตัวเองจึงขับรถตาม แต่นึกได้ว่าต้องช่วยคนเจ็บ จึงได้ตัดสินใจจอดรถและลงมาพูดคุยกับคนเจ็บ ซึ่งเป็นแม่ของนายชนะชล จังหวะนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 2 นัด โดยตอนแรกตัวเองคิดว่าเป็นเสียงรถจักรยานยนต์ จึงไม่ได้สนใจ แต่พอได้ยินเสียงปืนนัดที่ 3 ตัวเองได้ยกมือไหว้ขอชายคนขับรถเบนซ์ว่า ขอพาคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งชายคนดังกล่าวบอกว่า ให้พาคนเจ็บที่เป็นผู้หญิงไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งระหว่างนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้ใช้มือตีเข้าไปที่รถพยาบาล พร้อมกับระบุว่า กล้องหน้ารถพี่ขอนะ ใครมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ซึ่งตอนตรวจสอบรถเบนซ์ พบบัตรประจำตัวพ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รองผู้บังคับบัญชาการตำรวจภูธร จ.นครสวรรค์ โดยมีรายงานว่ามาช่วยราชการที่กรุงเทพมหานคร  ล่าสุดพนักงานสืบสวนนครบาล ทุ่งมหาเมฆ เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้ว ล่าสุดเจ้าของรถเบนซ์ก็มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่แล้ว ทว่าเมื่อเห็นสื่อมวลชนก็พยายามเดินหนี จนตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ เป็นคนยิงหรือไม่ ทางด้านพ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงว่า มีคนอ้างตัวว่าเป็นตำรวจ เข้ามาระงับเหตุโดนการยิงปืนขึ้นฟ้า อยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริง ทั้งตรวจปลอกกระสุนปืน และรถเบนซ์ด้วย หากพบว่าเป็นตำรวจจริงจะรายงานไปยันทางต้นสังกัด เพื่อตั้งกรรมการสืบทั้งวินัยและอาญา

 799
อาชญากรรม
04 พ.ย. 62

รวบแล้ว! ชายอ้างเป็นตำรวจลวงเด็กสาวไปขืนใจ อ้างแค่ล่วงละเมิดภายในไม่ได้ข่มขืน พบมีเหยื่อผุดเพิ่มอีก

วันที่ 3 พ.ย.62 จากกรณีที่ผู้ปกครองนักศึกษาสาว 16 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สตึก บุรีรัมย์ หลังกลับจากเดินพาเพรดงานแข่งเรือ ถูกชายผมเกรียนขับเก๋งปาดหน้าอ้างเป็นตำรวจขอตรวจหมวกกันน็อคและค้นยาเสพติดก่อนลากขึ้นรถไปข่มขืนที่โกดังล้าง กลางวันแสกๆ จากข้อมูลคาดว่ามีคนถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวหลายราย   ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด นางนอ(นามสมมุติ)ยายของ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ14ปี อ.แคนดง ได้พาหลานเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท ธนาคม สาธรพิทักษ์ สารวัตร(สอบสวน)สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ว่าวันที่ 2 พ.ย.62 เวลา 12.00 น.ได้ถูกคนร้ายซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับหลานสาวในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อคและขอตรวจค้นยาเสพติดโดยบังคับหลานสาวขึ้นรถยนต์เก๋งพร้อมทำอนาจารภายในรถก่อนนำตัวมาส่งคืน   นางนอ (นามสมมุติ)อายุ 62 ปี ยายของ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ให้หลานไปกดเงินในตัวอำเภอแคนดง พอหลานกลับก็เอาแต่ร้องไห้และบอกให้ยายพาไปโรงพัก จึงได้ถามหลานว่ามีเรื่องอะไรมา หลานบอกว่ามีตำรวจจับหน้าอกหนู จึงได้รีบพาหลานเข้าแจ้งความที่ สภ.แคนดง ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเป็นตำรวจจริง ซึ่งตนเสียใจมาก รู้สึกและสงสารหลาน ที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ วอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับ เพราะกลัวหลานสาวจะได้รับอันตราย   ด.ญ.บี(นามสมมุติ) เล่าว่าเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ยายให้ตนเองไปกดเงินในตัว อ.แคนแดง โดยขากลับใช้เส้นทางถนนสายแคนดง-สตึก โดยเมื่อขี่รถจักรยานยนต์ มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านดงพลอง ต.ดงพลอง ก่อนถึงศูนย์เด็กเล็กวัดประชาชาติ ได้มีรถยนต์เก๋งสีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน บีบแตรให้ตนเองจอด โดยมีชายดังกล่าวอายุประมาณ50ปี ผิวดำแดง ตัดผมเกรียน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะจับตนเองในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค โดยบังคับให้ตนเองขึ้นรถยนต์เก๋ง   เนื่องจากจะพาไปเปรียบเทียบปรับและตรวจหาสารเสพติด แล้วขับพาตนเองไปที่หลังศูนย์เด็กเล็กวัดประชาชาติซึ่งเป็นที่เปลี่ยว โดยบังคับให้ตนเองปรับเบาะนอนลง แล้วทำการตรวจค้นโดยจับบริเวณหน้าอก ตนเองตกใจจึงเอามือกอดอกและร้องไห้ ทำให้คนร้ายเปลี่ยนใจนำตนเองไปส่งคืนบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านดงพลอง หลังจากนั้นจึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาเล่าให้ยายฟังว่าถูกตำรวจจับบริเวณหน้าอก และให้ยายพาไปแจ้งความ   ด้าน น.ส.ซี (นามสมมุติ)อายุ 16 ปี เหยื่ออีกราย เล่าว่าเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเวลา 01.00 น. ตนเองกับน้าสาวอายุ 19 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านที่อ.แคนดง โดยใช้เส้นทางถนนสายบ้านนาลาว-บ้านหัวฝาย โดยมาถึงบริเวณบ้านดอนมนต์ ต.ดอนมนต์ อ.สตึก ได้ถูกรถยนต์เก๋ง ขับเข้ามาปาดหน้าให้ตนเองจอด แล้วมีผู้ชายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงมาจากรถพร้อมนำไฟฉายมาส่องที่หน้าตนและได้แจ้งว่าได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีผู้หญิจำนวน 2 คน อายุประมาณ16-18ปี นำยาเสพติดมาส่งที่บริเวณดังกล่าว โดยจะขอตรวจค้นตัว ตนเองก็ให้ค้นตัว เนื่องจากบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าไม่เคยมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด   โดยชายคนดังกล่าวได้ทำการตรวจค้นที่บริเวณยกทรงของตนเอง ซึ่งไม่พบอะไร ตนเองจึงรีบขับรถจักรยานยนต์ โดยสังเกตเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับตามมาและบังคับให้จอดอีก และขอดูใบอนุญาติขับขี่ โดยในระหว่านั้นชายคนดังกล่าวได้ขอค้นตัวที่บริเวณยกทรงของตนเองอีกรอบ ซึ่งตนเองและน้าสาวตกใจมากเนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว กลัวจะเกิดอันตรายจึงไม่กล้าขัดขืน เบื้องต้นในใจคิดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้นยังไม่ได้เข้าแจ้งความ เพราะตนเองรู้สึกกลัวมากจนคิดอะไรไม่ออก และทุกวันนี้ยังผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ล่าสุดมีรายงานว่าตำรวจสามารถจับกุมตัวชายคนกล่าวได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ที่ผ่านมา  

 219
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 62

ผกก.คลองหลวง ยันมี ตร.ประจำโรงพักตลอด 24 ชม. แจงคนนอนหน้า สน.เป็นคนพลัดหลง

ปทุมธานี-จากกรณีที่ประชาชนเดินทางไป สภ.คลองหลวง เมื่อกลางดึกวันที่ 27 ต.ค.2562 แต่กลับไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ก่อนจะมีคลิปการสื่อสารไม่เข้าใจกับนายดาบท่านหนึ่ง ที่อ้างว่าไม่มีใครอยู่ กลายเป็นประเด็นดราม่า   ต่อมา พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง ได้ชี้แจงว่าเวลาดังกล่าวมีดาบตำรวจท่านหนึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่เวรลงประจำวัน และเจ้าหน้าที่พนักงานวิทยุ ดาบตำรวจท่านนั้นก็ได้อยู่ภายในห้องร้อยเวร ขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครอง ได้แก่ปลัดอำเภอคลองหลวง อาสาฯ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหามาจำนวน 2 ราย ในคดียาเสพติดและคดีเสพยาเสพติดขณะขับขี่ยานพาหนะ ได้มามาพูดคุยกับ ดาบตำรวจที่อยู่ในห้อง   ปรากฏว่าพูดกันไม่เข้าใจกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ อส. จึงมีการภาพภาพเป็นคลิปไว้ เมื่อมีการนำเสนอข่าวออกไปแล้ว ตามที่เห็นในภาพมีคนนอนอยู่หน้าโรงพัก เนื่องจากในเวลา 01.00 น. มีประชาชนนอนอยู่ที่หน้าโรงพักด้วย เป็นบุคคลพลัดหลงมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวกลับภูมิเนาในเวลาเช้า และได้สอบถามญาติของผู้ที่ถูกจับกุม คือ นายเกษม เนียมบุญเจือ เป็นพี่เขยของผู้ต้องหาคนหนึ่งที่ถูกจับกุมในคืนนั้นได้มาดูแม่ยาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุม ในเวลา 02.00 น. และยืนยันว่าได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ โรงพัก ได้พูดคุยจนถึง 03.30 น. ขอชี้แจ้งว่าทาง สภ.คลองหลวงมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพัก แต่เกิดความเข้าใจผิดกัน   ส่วนนายเกษม เนียมบุญเจือ อายุ 46 ปี ญาติผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเดินทางมา สภ.คลองหลวงในเวลา 02.00 น. เพื่อที่จะประกันตัวแม่ยาย เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมตัวมา ก็เห็นร้อยเวรเดินเข้าออกอยู่ตลอด เดินไปเดินมาอยู่ตลอดไม่ว่าจะไปห้องน้ำหรือดื่มน้ำ ตนยืนยันว่ามีตำรวจอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนที่นอนอยู่หน้าโรงพักนั้น ตนเห็นตั้งแต่เขานั่งอยู่ที่หน้าเสาธงแล้ว แต่เนื่องจากเขาคงจะเมื่อยหรือง่วง จึงได้มานอนอยู่บริเวณหน้าโรงพัก ทราบจากตำรวจว่าทางตำรวจจะทำเรื่องส่งกลับบ้าน พอทราบว่าทางตำรวจส่งแม่ยายเข้าห้องขังแล้ว ผมจึงกลับบ้าน   ด้านนายนันธวัฒน์ ตันตริธนธรณ์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ฝ่ายความมั่นคงอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ตนได้นำผู้ต้องหามาส่งในเวลา 03.00 น. ซึ่งขณะที่เข้ามาส่งตัวผู้ต้องหาได้พบว่ามีดาบตำรวจนั่งอยู่ที่โต๊ะ ตนได้ถามหาร้อยเวร   โดยดาบตำรวจท่านนั้นบอกว่าออกไปตรวจสอบเหตุในพื้นที่ ซึ่งการสื่อสารในขณะนั้นไม่เข้าใจประกอบกับตนใจร้อยไปนิดหน่อยจึงได้ถ่ายคลิปและพูดไปแบบนั้น และได้ส่งไปในกลุ่มของ อส.เพื่อคุยเล่นคุยล้อกัน ซึ่งไม่ทราบว่าถูกนำเสนอข่าวไปได้อย่างไร ตนยืนยันว่าในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่จริงๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7ujzkjBmKUc

 507
สังคม
28 ต.ค. 62

ผกก.คลองหลวง ยันมี ตร.ประจำโรงพักตลอด 24 ชม. แจงคนนอนหน้า สน.เป็นคนพลัดหลง

ปทุมธานี-จากกรณีที่ประชาชนเดินทางไป สภ.คลองหลวง เมื่อกลางดึกวันที่ 27 ต.ค.2562 แต่กลับไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ก่อนจะมีคลิปการสื่อสารไม่เข้าใจกับนายดาบท่านหนึ่ง ที่อ้างว่าไม่มีใครอยู่ กลายเป็นประเด็นดราม่า   ต่อมา พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง ได้ชี้แจงว่าเวลาดังกล่าวมีดาบตำรวจท่านหนึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่เวรลงประจำวัน และเจ้าหน้าที่พนักงานวิทยุ ดาบตำรวจท่านนั้นก็ได้อยู่ภายในห้องร้อยเวร ขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครอง ได้แก่ปลัดอำเภอคลองหลวง อาสาฯ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหามาจำนวน 2 ราย ในคดียาเสพติดและคดีเสพยาเสพติดขณะขับขี่ยานพาหนะ ได้มามาพูดคุยกับ ดาบตำรวจที่อยู่ในห้อง   ปรากฏว่าพูดกันไม่เข้าใจกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ อส. จึงมีการภาพภาพเป็นคลิปไว้ เมื่อมีการนำเสนอข่าวออกไปแล้ว ตามที่เห็นในภาพมีคนนอนอยู่หน้าโรงพัก เนื่องจากในเวลา 01.00 น. มีประชาชนนอนอยู่ที่หน้าโรงพักด้วย เป็นบุคคลพลัดหลงมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวกลับภูมิเนาในเวลาเช้า และได้สอบถามญาติของผู้ที่ถูกจับกุม คือ นายเกษม เนียมบุญเจือ เป็นพี่เขยของผู้ต้องหาคนหนึ่งที่ถูกจับกุมในคืนนั้นได้มาดูแม่ยาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุม ในเวลา 02.00 น. และยืนยันว่าได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ โรงพัก ได้พูดคุยจนถึง 03.30 น. ขอชี้แจ้งว่าทาง สภ.คลองหลวงมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพัก แต่เกิดความเข้าใจผิดกัน   ส่วนนายเกษม เนียมบุญเจือ อายุ 46 ปี ญาติผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเดินทางมา สภ.คลองหลวงในเวลา 02.00 น. เพื่อที่จะประกันตัวแม่ยาย เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมตัวมา ก็เห็นร้อยเวรเดินเข้าออกอยู่ตลอด เดินไปเดินมาอยู่ตลอดไม่ว่าจะไปห้องน้ำหรือดื่มน้ำ ตนยืนยันว่ามีตำรวจอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนที่นอนอยู่หน้าโรงพักนั้น ตนเห็นตั้งแต่เขานั่งอยู่ที่หน้าเสาธงแล้ว แต่เนื่องจากเขาคงจะเมื่อยหรือง่วง จึงได้มานอนอยู่บริเวณหน้าโรงพัก ทราบจากตำรวจว่าทางตำรวจจะทำเรื่องส่งกลับบ้าน พอทราบว่าทางตำรวจส่งแม่ยายเข้าห้องขังแล้ว ผมจึงกลับบ้าน   ด้านนายนันธวัฒน์ ตันตริธนธรณ์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ฝ่ายความมั่นคงอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ตนได้นำผู้ต้องหามาส่งในเวลา 03.00 น. ซึ่งขณะที่เข้ามาส่งตัวผู้ต้องหาได้พบว่ามีดาบตำรวจนั่งอยู่ที่โต๊ะ ตนได้ถามหาร้อยเวร   โดยดาบตำรวจท่านนั้นบอกว่าออกไปตรวจสอบเหตุในพื้นที่ ซึ่งการสื่อสารในขณะนั้นไม่เข้าใจประกอบกับตนใจร้อยไปนิดหน่อยจึงได้ถ่ายคลิปและพูดไปแบบนั้น และได้ส่งไปในกลุ่มของ อส.เพื่อคุยเล่นคุยล้อกัน ซึ่งไม่ทราบว่าถูกนำเสนอข่าวไปได้อย่างไร ตนยืนยันว่าในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่จริงๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7ujzkjBmKUc

 507
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 62

ผกก.สำโรงเหนือ แจงคลิปแก๊งชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตร.ถือปืนเอ็ม16 อุ้ม 2 หนุุ่มในอพาร์ทเม้นท์ เป็นปฏิบัติการจับยาเสพติด ปืนที่เห็นเป็นปืนบีบีกัน

สมุทรปราการ -ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return .v13 นำมาโพสต์พร้อมข้อความว่า อุจอาจขนาดนี้ ตร.สำโรงเหนือว่าไงคะ ?? # แอดช่วยหน่อยคะ อยากให้ตรวจสอบได้ไหมเมื่อคืนมีชายชาย 4-5 คนอ้างเป็นตำรวจค่ะ เรียกห้องพักและพกอาวุธคล้ายปืนเอ็ม 16 มาด้วย ตอนนี้ทำให้คนที่พักอาศัยระแวงกันมาก # เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 17 ต.ค.62 สำโรงเหนือ #พิกัดซอยวัดด่านสำโรง 38/1   โดยในภาพที่ปรากฏอยู่ในคลิปจะเห็นได้ว่ามีชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อยึดคอปรกแขนสั้น ใส่กางเกงขาสามส่วน ถือหมวกแก๊ปสีขาว ส่วนคนที่สองที่เดินตามหลังมาสวมเสื้อยึดคอปรก ใส่กางเกงขายาว ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบไว้ที่ศีรษะ ได้เดินขึ้นไปบนอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว พักใหญ่ได้มีชายสวมหมวกกันน็อกจะเดินลงมาตามบันได ก่อนที่จะมีชายอีกสองคนเดินสวนขึ้นมาโดยคนแรกใส่เสื้อยึดคอกลมคาดว่าน่าจะเป็นสีดำใส่กางเกงขาสามส่วน ใส่หมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีดำ    ส่วนชายคนที่สองใส่เสื้อยึดคอกลมแขนสั้น ใส่กางเกงสามส่วนได้เดินตามหลังขึ้นมา ก่อนที่ชายคนที่สวมหมวกกันน็อกจะเดินขึ้นมาผลักชายคนที่เดินส่วนลงมาคล้ายจะสอบถามอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายชายคนที่เดินส่วนลงมาจากบันใด ขณะที่มีชายอีกคน ที่เดินถือหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบมายืนดูอยู่ที่ด้านล่าง และชายคนที่ถูกทำร้ายจะชี้ขึ้นไปด้านบน และชายชุดดำที่ทำร้ายจะรีบเดินขึ้นไปชั้นบนตามที่ชายคนที่ถูกทำร้ายชี้ขึ้นไป โดยมีชายอีกคนที่มาด้วยกันยืนคุมตัวชายที่ถูกทำร้ายเอาไว้ ขณะที่ชายคนที่ยืนดูอยู่ด้านล่างจะเดินตามขึ้นมา    ได้มีชายมาสมทบอีก 2 คน คนแรกสวมเสื้อและกางเกงขายาวสีดำ ส่วนชายคนที่สองใส่แว่นตา ใส่เสื้อยึดแขนสั้นและใส่กางเกงขายาว ที่ในมือถืออาวุธปืนยาวลักษณะคล้าย เอ็ม 16 เดินตามขึ้นมา ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายชุดดำที่วิ่งขึ้นไปจะไปลากคอชายชุดขาวที่ขึ้นไปคนแรกลงมา และถูกพาตัวย้อนกลับขึ้นไปพร้อมด้วยชายที่ถูกอาวุธปืนคล้ายเอ็ม 16 และคนอื่น ๆ ได้พากันเดินขึ้นไปหายไปพักใหญ่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินกลับลงมา โดยที่ชายที่ถูกทำร้ายทั้งสองจะถูกลากตัวไปด้วย   จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเพจดังกล่าว เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทราบว่าเหตุเกิดที่บริเวณชั้นที่ 3 อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยด่านสำโรง 38 / 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยในเพจดังกล่าวยังได้ระบุว่า เด็กที่โดนล็อกคอออกไปไม่รู้ชะตากรรมก่อนหน้าโดนกระทืบมาแล้ว คาดว่าเรื่องยาเด็กมันชี้ห้องมั่วเหมือนเอาตัวรอด พวกที่ตามมาเลยล็อคตัวไปเรียบร้อย   ล่าสุด พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.สำโรงเหนือ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นปฏิบัติการจับกลุ่มวัยรุ่นค้ายาเสพติด โดยหลังจากจับวัยรุ่นได้ ก็จึงควบคุมตัวมาที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ เพราะวัยรุ่นให้การว่า มารับยาเสพติดที่นี้ แต่กลุ่มวัยรุ่นชี้ผิดห้อง เกิดความวุ่นวายขึ้น จึงนำอาวุธขึ้นมาขู่ ยืนยันว่า ปืนในคลิปไม่ใช่เอ็ม 16 แต่เป็นปืนบีบีกัน เมื่อวัยรุ่นเห็นปืนบีบีกัน จึงพาไปชี้ห้องที่ถูกต้อง เมื่อมีการชี้ถูกห้องจึงนำตัวกลับลงมา และนำตัวไปดำเนินคดีที่โรงพักต่อไป    ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการอุ้มวัยรุ่นไปทำร้าย หรือลักพาตัวตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7YIEoETaHXw

 572
สังคม
19 ต.ค. 62

ผกก.สำโรงเหนือ แจงคลิปแก๊งชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตร.ถือปืนเอ็ม16 อุ้ม 2 หนุุ่มในอพาร์ทเม้นท์ เป็นปฏิบัติการจับยาเสพติด ปืนที่เห็นเป็นปืนบีบีกัน

สมุทรปราการ -ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return .v13 นำมาโพสต์พร้อมข้อความว่า อุจอาจขนาดนี้ ตร.สำโรงเหนือว่าไงคะ ?? # แอดช่วยหน่อยคะ อยากให้ตรวจสอบได้ไหมเมื่อคืนมีชายชาย 4-5 คนอ้างเป็นตำรวจค่ะ เรียกห้องพักและพกอาวุธคล้ายปืนเอ็ม 16 มาด้วย ตอนนี้ทำให้คนที่พักอาศัยระแวงกันมาก # เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 17 ต.ค.62 สำโรงเหนือ #พิกัดซอยวัดด่านสำโรง 38/1   โดยในภาพที่ปรากฏอยู่ในคลิปจะเห็นได้ว่ามีชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อยึดคอปรกแขนสั้น ใส่กางเกงขาสามส่วน ถือหมวกแก๊ปสีขาว ส่วนคนที่สองที่เดินตามหลังมาสวมเสื้อยึดคอปรก ใส่กางเกงขายาว ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบไว้ที่ศีรษะ ได้เดินขึ้นไปบนอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว พักใหญ่ได้มีชายสวมหมวกกันน็อกจะเดินลงมาตามบันได ก่อนที่จะมีชายอีกสองคนเดินสวนขึ้นมาโดยคนแรกใส่เสื้อยึดคอกลมคาดว่าน่าจะเป็นสีดำใส่กางเกงขาสามส่วน ใส่หมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีดำ    ส่วนชายคนที่สองใส่เสื้อยึดคอกลมแขนสั้น ใส่กางเกงสามส่วนได้เดินตามหลังขึ้นมา ก่อนที่ชายคนที่สวมหมวกกันน็อกจะเดินขึ้นมาผลักชายคนที่เดินส่วนลงมาคล้ายจะสอบถามอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายชายคนที่เดินส่วนลงมาจากบันใด ขณะที่มีชายอีกคน ที่เดินถือหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบมายืนดูอยู่ที่ด้านล่าง และชายคนที่ถูกทำร้ายจะชี้ขึ้นไปด้านบน และชายชุดดำที่ทำร้ายจะรีบเดินขึ้นไปชั้นบนตามที่ชายคนที่ถูกทำร้ายชี้ขึ้นไป โดยมีชายอีกคนที่มาด้วยกันยืนคุมตัวชายที่ถูกทำร้ายเอาไว้ ขณะที่ชายคนที่ยืนดูอยู่ด้านล่างจะเดินตามขึ้นมา    ได้มีชายมาสมทบอีก 2 คน คนแรกสวมเสื้อและกางเกงขายาวสีดำ ส่วนชายคนที่สองใส่แว่นตา ใส่เสื้อยึดแขนสั้นและใส่กางเกงขายาว ที่ในมือถืออาวุธปืนยาวลักษณะคล้าย เอ็ม 16 เดินตามขึ้นมา ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายชุดดำที่วิ่งขึ้นไปจะไปลากคอชายชุดขาวที่ขึ้นไปคนแรกลงมา และถูกพาตัวย้อนกลับขึ้นไปพร้อมด้วยชายที่ถูกอาวุธปืนคล้ายเอ็ม 16 และคนอื่น ๆ ได้พากันเดินขึ้นไปหายไปพักใหญ่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินกลับลงมา โดยที่ชายที่ถูกทำร้ายทั้งสองจะถูกลากตัวไปด้วย   จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเพจดังกล่าว เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทราบว่าเหตุเกิดที่บริเวณชั้นที่ 3 อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยด่านสำโรง 38 / 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยในเพจดังกล่าวยังได้ระบุว่า เด็กที่โดนล็อกคอออกไปไม่รู้ชะตากรรมก่อนหน้าโดนกระทืบมาแล้ว คาดว่าเรื่องยาเด็กมันชี้ห้องมั่วเหมือนเอาตัวรอด พวกที่ตามมาเลยล็อคตัวไปเรียบร้อย   ล่าสุด พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.สำโรงเหนือ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นปฏิบัติการจับกลุ่มวัยรุ่นค้ายาเสพติด โดยหลังจากจับวัยรุ่นได้ ก็จึงควบคุมตัวมาที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ เพราะวัยรุ่นให้การว่า มารับยาเสพติดที่นี้ แต่กลุ่มวัยรุ่นชี้ผิดห้อง เกิดความวุ่นวายขึ้น จึงนำอาวุธขึ้นมาขู่ ยืนยันว่า ปืนในคลิปไม่ใช่เอ็ม 16 แต่เป็นปืนบีบีกัน เมื่อวัยรุ่นเห็นปืนบีบีกัน จึงพาไปชี้ห้องที่ถูกต้อง เมื่อมีการชี้ถูกห้องจึงนำตัวกลับลงมา และนำตัวไปดำเนินคดีที่โรงพักต่อไป    ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการอุ้มวัยรุ่นไปทำร้าย หรือลักพาตัวตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7YIEoETaHXw

 572
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 62

ตร.จบใหม่โพสต์ภาพอดีตเคยเป็นเด็กแว้น โดนวิจารณ์หลังบอก ไม่จับพวกเดียวกันแน่นอน

เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังสิบตำรวจตรีนายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า   "จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่าเคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่มีคนนับหน้าถือตา #ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่นนะครับ" พร้อมเผยภาพตนเองในอดีต ขณะยังเป็นเพียงวัยรุ่นสายแว้น และภาพในปัจจุบันที่สวมเครื่องแบบตำรวจ     ทั้งนี้ เมื่อมีชาวเน็ตและเพื่อนๆของตำรวจคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กแว้น เจ้าตัวก็ได้ตอบกลับไปว่า "ผมไม่เคยคิดจับเขาอยู่แล้ว ไม่จับสายแว้นด้วยกันแน่นอน เข้าใจครับ ผมผ่านมาก่อน" ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าหากผู้บังคับใข้กฎหมายเลือกปฏิบัติ หรือคิดแบบเดียวกับตำรวจนายนี้จะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังตำรวจคนดังกล่าว ได้ทำการลบโพสต์ออกไปเป็นที่เรียบร้อย   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ เผยว่า ตำรวจคนดังกล่าว เพิ่งเรียนจบจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังไม่ได้ปฏิบัติราชการ เพียงมีคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติราชการที่ สภ.บึงกาฬในวันนี้ (16 ต.ค.) ซึ่งตนจะทำการปฐมนิเทศน์และปรับทัศนคติ ตำรวจใหม่ จำนวน 10 คน ในวันนี้ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่สำหรับเรื่องนี้ ตนมองว่า ตำรวจคนดังกล่าวยังเด็ก อาจเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยังไม่เข้าใจในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ แต่จะมีการลงโทษอะไรหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uopLQYOsQqE

 12,522
ข่าวโซเชียล
16 ต.ค. 62

ตร.จบใหม่โพสต์ภาพอดีตเคยเป็นเด็กแว้น โดนวิจารณ์หลังบอก ไม่จับพวกเดียวกันแน่นอน

เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังสิบตำรวจตรีนายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า   "จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่าเคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่มีคนนับหน้าถือตา #ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่นนะครับ" พร้อมเผยภาพตนเองในอดีต ขณะยังเป็นเพียงวัยรุ่นสายแว้น และภาพในปัจจุบันที่สวมเครื่องแบบตำรวจ     ทั้งนี้ เมื่อมีชาวเน็ตและเพื่อนๆของตำรวจคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กแว้น เจ้าตัวก็ได้ตอบกลับไปว่า "ผมไม่เคยคิดจับเขาอยู่แล้ว ไม่จับสายแว้นด้วยกันแน่นอน เข้าใจครับ ผมผ่านมาก่อน" ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าหากผู้บังคับใข้กฎหมายเลือกปฏิบัติ หรือคิดแบบเดียวกับตำรวจนายนี้จะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังตำรวจคนดังกล่าว ได้ทำการลบโพสต์ออกไปเป็นที่เรียบร้อย   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ เผยว่า ตำรวจคนดังกล่าว เพิ่งเรียนจบจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังไม่ได้ปฏิบัติราชการ เพียงมีคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติราชการที่ สภ.บึงกาฬในวันนี้ (16 ต.ค.) ซึ่งตนจะทำการปฐมนิเทศน์และปรับทัศนคติ ตำรวจใหม่ จำนวน 10 คน ในวันนี้ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่สำหรับเรื่องนี้ ตนมองว่า ตำรวจคนดังกล่าวยังเด็ก อาจเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยังไม่เข้าใจในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ แต่จะมีการลงโทษอะไรหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uopLQYOsQqE

 12,522
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ต.ค. 62

เล่นแรง! มือปริศนาส่งพวงหรีดแช่งแม่ ตร.เมินช่วยสืบ ให้แผ่เมตตาจะได้ไม่ทุกข์

มีการแชร์เรื่องราวในทวิตเตอร์ของผู้ใช้รายหนึ่ง โดยเป็นภาพการแชทไลน์ ระบุว่า แม่ได้รับพวงหรีดจากบุคคลปริศนา เขียนข้อความว่าขอให้ไปสู่สุขคติ ทั้งที่แม่ยังมีชีวิตอยู่   ทำให้เจ้าของโพสต์พยายามสืบหาว่า ใครเป็นผู้ส่งพวงหรีดดังกล่าวมา และนำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความ พร้อมกับระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจให้อุทิศส่วนกุศลและแผ่เมตตาจะได้ไม่เป็นทุกข์ ซึ่งจากคำพูดดังกล่าวของตำรวจ ยิ่งทำให้ผู้โพสต์ไม่พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่   จนกระทั่งเจ้าของโพสต์ได้สืบจนพบว่า คนที่ส่งมาอาจจะเป็นคนที่ทำงานเดียวกัน เนื่องจากแม่ของเจ้าของโพสต์นั้นเป็นหัวหน้างาน และพบว่า มีลูกน้องที่อาจไม่พอใจในเรื่องงานก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NGot0L4R3-k

 5,424
ข่าวโซเชียล
02 ต.ค. 62

เล่นแรง! มือปริศนาส่งพวงหรีดแช่งแม่ ตร.เมินช่วยสืบ ให้แผ่เมตตาจะได้ไม่ทุกข์

มีการแชร์เรื่องราวในทวิตเตอร์ของผู้ใช้รายหนึ่ง โดยเป็นภาพการแชทไลน์ ระบุว่า แม่ได้รับพวงหรีดจากบุคคลปริศนา เขียนข้อความว่าขอให้ไปสู่สุขคติ ทั้งที่แม่ยังมีชีวิตอยู่   ทำให้เจ้าของโพสต์พยายามสืบหาว่า ใครเป็นผู้ส่งพวงหรีดดังกล่าวมา และนำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความ พร้อมกับระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจให้อุทิศส่วนกุศลและแผ่เมตตาจะได้ไม่เป็นทุกข์ ซึ่งจากคำพูดดังกล่าวของตำรวจ ยิ่งทำให้ผู้โพสต์ไม่พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่   จนกระทั่งเจ้าของโพสต์ได้สืบจนพบว่า คนที่ส่งมาอาจจะเป็นคนที่ทำงานเดียวกัน เนื่องจากแม่ของเจ้าของโพสต์นั้นเป็นหัวหน้างาน และพบว่า มีลูกน้องที่อาจไม่พอใจในเรื่องงานก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NGot0L4R3-k

 5,424
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ย. 62

น้องเหมียว 'บี๊ด่อ' ได้ตำแหน่งใหญ่ นั่งโต๊ะโรงพักภูพิงค์ เชียงใหม่

เชียงใหม่-ที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์รับแจ้งความ จะมีแมวพันธุ์เบอร์มีส เพศเมีย ที่คอห้อยป้ายระบุ ชื่อ น้องบี๊ด่อ ตำแหน่งพนักงานต้อนรับ ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูพิงค์ราชนิเวศน์ พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งแมวตัวดังกล่าว จะวิ่งเล่นแถวโรงพัก และเมื่อเหนื่อยก็จะเข้าไปในห้องรับแจ้งความ ช่วงที่มีประชาชนเปิดประตูเข้าออก จนเป็นที่ชินตาของตำรวจ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ   เมื่อมีประชาชนบางรายเห็น ก็จะเข้ามาเล่นด้วย หรือถ่ายภาพความน่ารัก ของเจ้าเหมียว บางครั้งก็ไปนั่ง บริเวณหน้าห้องสืบสวน ซึ่งห้องสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ จะเป็นอาคารชั้นเดียว อยู่ข้างอาคารตึกใหญ่ และจะเดินไปสอดส่องตรวจสอบ ตามใส่ท้องรถยนต์ ที่นำมาจอด ทำตัวเหมือนเป็นนักสืบ   จากการสอบถาม ร.ต.อ.อนุตร อุปอินทร์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์เชียงใหม่ บอกว่าเป็นเจ้าของแมวตัวนี้ ซึ่งเป็นแมวที่เก็บมาเลี้ยง ตั้งแต่เล็กๆ พลัดหลงมานานถึง 7 ปีแล้ว สงสารและรักแมว โดยจะเลี้ยงแมวไว้ ที่แฟลต หลังโรงพัก เมื่อมาทำงาน เจ้าบี๊ด่อ ก็จะออกมาเดินตามหา และเล่นตามรอบๆ โรงพักเป็นประจำ และบางวันไปไกลต้องตามหา และเกรงว่าจะมีคนขโมยไป จึงนำป้ายมาติดไว้ที่คอ แสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมตำแหน่ง เบอร์โทร เพื่อป้องกันการพลัดหลง   ​ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/88FwdJaSyIs  

 10,671
สังคม
24 ก.ย. 62

น้องเหมียว 'บี๊ด่อ' ได้ตำแหน่งใหญ่ นั่งโต๊ะโรงพักภูพิงค์ เชียงใหม่

เชียงใหม่-ที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์รับแจ้งความ จะมีแมวพันธุ์เบอร์มีส เพศเมีย ที่คอห้อยป้ายระบุ ชื่อ น้องบี๊ด่อ ตำแหน่งพนักงานต้อนรับ ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูพิงค์ราชนิเวศน์ พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งแมวตัวดังกล่าว จะวิ่งเล่นแถวโรงพัก และเมื่อเหนื่อยก็จะเข้าไปในห้องรับแจ้งความ ช่วงที่มีประชาชนเปิดประตูเข้าออก จนเป็นที่ชินตาของตำรวจ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ   เมื่อมีประชาชนบางรายเห็น ก็จะเข้ามาเล่นด้วย หรือถ่ายภาพความน่ารัก ของเจ้าเหมียว บางครั้งก็ไปนั่ง บริเวณหน้าห้องสืบสวน ซึ่งห้องสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ จะเป็นอาคารชั้นเดียว อยู่ข้างอาคารตึกใหญ่ และจะเดินไปสอดส่องตรวจสอบ ตามใส่ท้องรถยนต์ ที่นำมาจอด ทำตัวเหมือนเป็นนักสืบ   จากการสอบถาม ร.ต.อ.อนุตร อุปอินทร์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์เชียงใหม่ บอกว่าเป็นเจ้าของแมวตัวนี้ ซึ่งเป็นแมวที่เก็บมาเลี้ยง ตั้งแต่เล็กๆ พลัดหลงมานานถึง 7 ปีแล้ว สงสารและรักแมว โดยจะเลี้ยงแมวไว้ ที่แฟลต หลังโรงพัก เมื่อมาทำงาน เจ้าบี๊ด่อ ก็จะออกมาเดินตามหา และเล่นตามรอบๆ โรงพักเป็นประจำ และบางวันไปไกลต้องตามหา และเกรงว่าจะมีคนขโมยไป จึงนำป้ายมาติดไว้ที่คอ แสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมตำแหน่ง เบอร์โทร เพื่อป้องกันการพลัดหลง   ​ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/88FwdJaSyIs  

 10,671
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ย. 62

ตร.มุดใต้ท้องรถช่วยลูกแมวน้อย ช่วยเสร็จขอรับเลี้ยง เจ้าของรถใจดีช่วยค่าอาหารจนกว่าจะโต

ชุมพร-ศูนย์วิทยุ สภ.หลังสวน รับแจ้ง มีลูกแมวติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์ ในพื้นที่ตลาดหลังสวน เขตเทศบาลเมืองหลังสวน จึงแจ้งให้ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในตลาดหลังสวนรุดที่เกิดเหตุ ท่ามกลางฝนตกลงมาตลอดเวลา   โดยมี ด.ต.สุนันท์ นาคฉั่ว ผบ.หมู่งานจราจร เดินทางมาถึงจุดที่รับแจ้ง ก่อนคลานเข้าไปใต้ท้องรถเพื่อตามหาลูกแมว ในขณะที่ยังคงมีรถวิ่งผ่านไป ผ่านมาในจุดดังกล่าวจำนวนมาก   ในที่สุดสรุปได้ว่า เป็นลูกแมวขนาดเล็ก ซุกตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างถังน้ำมันและแผ่นกะบะรถ แต่ไม่สามารถล้วงเอาออกมาได้ เนื่องจาก พื้นที่ใต้ท้องแคบมาก ทำให้ไม่สะดวกที่จะล้วงเข้าไปในช่องดังกล่าว ต้องนำรถไปยังร้านบริการล้างรถที่มีคานจอดรถเพื่อเข้าไปยืนใต้ท้องรถใต้ แต่เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ ร้านล้างรถปิดบริการทั้งหมด   ด.ต.สุนันท์ สังเกตเห็นว่ามีร้านที่รับบริการล้างรถมีคานจอดรถสูงภายในร้าน แต่ร้านปิดบริการเช่นกันจึงโทรศัพท์ไปขออนุญาต เจ้าของร้านเพื่อขอนำรถเข้าไปจอดบนคานในร้าน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี เมื่อนำรถขึ้นไปจอด จึงสามารถเดินเข้าไปใต้ท้องรถ และใช้มือล้วงเข้าไปในช่องที่ลูกแมวซุกตัวอยู่ นำตัวออกมา พบว่า เป็นลูกแมว 3 สี อายุ ประมาณ 2 เดือน เพศเมีย นัยน์ตาสีเทา อยู่ในอาการสั่นเทา ตัวเปียกปอน นำมาเช็ดตัวและขับรถไปคืนนายพิบูลย์   หลังเกิดเหตุด.ต.สุนันท์ ได้ขออุปการะแมวตัวดังกล่าว ขณะที่เจ้าของรถได้มอบเงินเป็นค่าอาหารแมว พร้อมสัญญาว่าเมื่อกลับไปถึง กทม. จะซื้ออาหารแมวส่งมาให้อีกจนกว่าแมวจะโต   สำหรับ ดต.สุนันท์ นายนี้จะเป็นขวัญใจชาวบ้านใน อ.หลังสวน มาโดยตลอด เนื่องจากเป็นผู้ที่มีน้ำใจ เสียสละตัวเองเพื่อสังคม มาโดยตลอด ทั้งอุ้มคนสติไม่ดีไปอาบน้ำ ดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังเปรียบเสมือนพ่อแม่ตัวเอง ทาสีเครื่องหมายจราจรฟุตบาทด้วยตนเอง นำปูนซีเมนต์ไปปะหลุมบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ   มีการกระทำที่เสียสละอย่างนี้มานานนับปี จนได้รับรางวัลยกย่องจาก สตช.และองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่องและยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีน้ำใจแก่เพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ภาคภูมิใจของ ตำรวจชุมพรอย่างยิ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fyqWBEPROr4

 2,323
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 62

รวบคาผ้าเหลือง! หนุ่มใหญ่ วัย 45 ปีนหน้าต่างบุกห้องข่มขืนสาว ก่อนหนีบวชพระ

วันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายทนงศักดิ์ ชำนาญ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 21/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” โดยสามรถจับกุมได้บริเวณภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 12.10 น. ที่ผ่านมา    จากการสอบสวน นายทนงศักดิ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายทนงศักดิ์ ได้เดินทางมาที่โรงแรมที่เกิดเหตุเป็นประจำ เนื่องจากรู้จักกับเจ้าของโรงแรม จนได้พบกับหญิงสาวอายุ 23 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเช่าห้องพักอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว และนายทนงศักดิ์ได้แอบชอบผู้เสียหายเรื่อยมา    จนกระทั้งคืนเกิดเหตุ นายทนงศักดิ์ ได้ตั้งวงนั่งดื่มสุรากับพวกจนเมามายและได้แยกย้ายกัน จากนั้นนายทนงศักดิ์ฯจึงได้ปีนหน้าต่างห้องพักของผู้เสียหาย และได้ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ก่อนที่จะหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ขนอม พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ    จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ ๕ กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายทะนงศักดิ์ มาหลบหนีมาบวชเป็นพระอยู่ในพื้นที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จึงได้วางแผนเข้าจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      

 6,639
สังคม-อาชญากรรม
22 ส.ค. 62

ตร.เร่งล่าตัว หนุ่มบุกบ้านแฟน ไล่ฟัน-เผารถ เหตุง้อไม่สำเร็จ พร้อมแจ้ง 3 ข้อหา ยัน ทำตามกระบวนการ

จากรณีที่ เพจเฟซบุ๊ก "Red Skull Endgame" ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ร้องเรียนเข้ามาปรึกษาทางเพจ ว่า น้องสาวทะเลาะกับแฟนบ่อยครั้ง ซึ่งในการทะเลาะได้มีการลงมือทำร้ายร่างกายด้วย จนทนไม่ไหวต้องหนีมาอยูาบ้านตน จากนั้นได้มีการตามมาขอคืนดี แต่น้องสาวไม่ยอม และได้ทำร้ายตนด้วย พร้อมทั้งยังขู่จะฆ่า จะเผารถ จะเผาร้าน แต่เมื่อไปแจ้งความแล้วคดียังไม่คืบตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด เมื่อเวลา  เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.วิชิต สวัสดี รองผู้กำกับสอบสวน สน.หนองแขม เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน พี่น้อง เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ก็ส่งตัวไปตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาล เพื่อที่จะได้แจ้งข้อกล่าวหา   โดยผลการตรวจของนางสาวเอ (นามสมมุติ) พี่สาวนั้น แพทย์เพิ่งส่งมาวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีบาดแผลฉีกขาดขอบเรียบ ขนาด 1 เซนติเมตร บริเวณที่สะบักหลังด้านซ้าย และศีรษะด้านบนซ้าย ต้องพักรักษาตัว 10 วัน และใบรับรองแพทย์ของนางสาวบี (นามสมมุติ) น้องสาว จะถูกส่งมาวันที่ 23 ส.ค. นี้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้แจ้งให้กับผู้เสียหายทราบเรียบร้อยแล้ว ในการรอผลจากแพทย์นำมาประกอบในสำนวนคดี   พ.ต.ท.วิชิต กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ อย่างละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายทั้ง 2 คนเข้าแจ้งความ รวมถึงการสอบพยานบุคคลทั้ง 3 ปาก คือนางสาวบี (นามสมมุติ) น้องสาว,นางสาวเอ (นามสมมุติ) พี่สาว และญาติที่อยู่ในบ้านที่เกิดหตุ   โดย พ.ต.ท.วิชิต กล่าวอีกว่า โดยเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนยังออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุเข้ามารับทราบ 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น, กักขังหน่วงเหนี่ยว, และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน และที่สาธารณะ แต่ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้ามอบตัว จึงเตรียมดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และหากไม่มาอีกก็จะขอศาลแขวงบางบอนออกหมายจับทันที    โดยขณะยังดำเนินการควบคู่กันไป โดยให้ตำรวจสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพื่อที่จะไม่ให้ไปก่อเหตุขึ้นอีก   "ส่วนที่ผู้เสียหายโพสต์ลงโซเชียลว่า ทำไมตำรวจไม่ดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่านั้น ยืนยันว่าตำรวจทำตามข้อกฎหมายที่จากบาดแผล และการเข้าทำร้ายร่างกายตามที่ผู้เสียหายให้ปากคำไว้ไม่เข้าข่ายฐานพยายามฆ่า   ส่วนรถแท็กซี่สามีของนางสาวเอ (นามสมมุติ) พี่สาว ที่ถูกเผา ยืนยันว่าไม่ได้เกิดเหตุวันเดียวกันกับที่ถูกทำร้าย แต่เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนวันที่ 15 ส.ค. โดยที่ไม่มีใครเห็นผู้ก่อเหตุ ได้ยินแค่เสียงกระจกแตกจึงวิ่งออกมาดู ก็เห็นว่ารถถูกไฟไหม้แล้ว ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความอีก 1 คดี เพราะเชื่อว่านายวินัยอาจจะเป็นคนทำ ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด" รองผู้กำกับสอบสวน สน.หนองแขม กล่าว       ขอบคุณข้อมูล : ข่าวสด        ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ร้องเพจดัง ถูกแฟนน้องสาวบุกบ้าน ไล่ฟัน-เผารถ-ขู่ฆ่า หลังง้อไม่สำเร็จ แจ้งความไม่คืบ  

 2,254

Top