ค้นหา :

ผลการค้นหา "สนามบินสุวรรณภูมิ"

เศรษฐกิจ
21 ม.ค. 63

เคาะแล้ว! พื้นที่ บางเลน-นครชัยศรี สร้างสนามบินนครปฐม บรรเทาความคับคั่งสุวรรณภูมิและดอนเมือง

กรมท่าอากาศยาน เดินหน้าก่อสร้างสนามบินนครปฐม เพื่อบรรเทาความคับคั่งของสนามบินสุวรรภูมิ และดอนเมือง   โดยจุดก่อสร้าง คือ ต.บางระกำ ต.ลำพญา ของอำเภอบางเลน และ ต.บางแก้วฟ้า ต.บางพระ ต.วัดละมุด ในอำเภอนครชัยศรี รวมเนื้อที่ 3,500 ไร่ ห่างจากโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ประมาณ 5.3 กิโลเมตร และใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที   ซึ่งจากการศึกษาความต้องการใช้สนามบิน และเปรียบเทียบพื้นที่ที่มีศักยภาพในการก่อสร้าง โดยพิจารณาปัจจัยในหลายด้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม พบว่า พื้นที่ข้างต้น มีความเหมาะสมในการก่อสร้าง   และล่าสุดกรมท่าอากาศยาน ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วม รวมทั้งได้จัดสัมมนาทดสอบความสนใจของภาคเอกชน พบว่าภาคเอกชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากนี้ กรมท่าอากาศยานจะรวบรวมข้อมูลสรุปผลทั้งหมด เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสนอคณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการและงบประมาณในการลงทุนต่อไป   โดยสนามบินนครปฐม จะก่อสร้างทางวิ่งขนาดกว้าง 45 เมตร ยาว 2,500 เมตร อาคารที่พักผู้โดยสาร 3 อาคาร พื้นที่ใช้สอย 115,740 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 5,100 คนต่อชั่วโมง อาคารและลานจอดรถ จอดรถได้ประมาณ 4,200 คัน

 103,525
สังคม
20 ม.ค. 63

แพทย์ห่วงไวรัส 'โคโรนา' แพร่จากคนสู่คน - สนามบินยกระดับมาตรการคัดกรองผู้ป่วยปอดอักเสบขั้นสูงสุด

สนามบินยกระดับมาตรการคัดกรองผู้ป่วยปลอดอักเสบขั้นสูงสุดที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพิ่มความเข้มข้นการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางจากอู่ฮั่น โดยให้ผู้โดยสารทุกคน ต้องผ่านเครื่องเทอร์โมแสกน ที่บริเวณประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสารแยกเฉพาะผู้โดยสารจากอู่ฮั่น และมีหน่วยแพทย์คอยดูแลใกล้ชิด หากพบผู้โดยสารที่มีไข้ จะแยกออกมาตรวจเบื้องต้น และถ้าพบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งสถาบันบำราศนราดูล เพื่อตรวจอย่างละเอียดทันที

 3,228
สังคม
15 ม.ค. 63

มือฉกกระเป๋าผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอดมอบตัวแล้วหลังทนแรงกดดันไม่ไหว

เมื่อเวลา 16.00น.วันที่ 14 มกราคม 2563 ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ แถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหา นายณัฐพล พันธุ์หิรัญ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการในข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน     สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 10 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจาก น.ส.ไอริน บัวละคร ผู้เสียหาย ว่าตนได้ทำกระเป๋าเงินซึ่งภายในมีทรัพย์สินประเภทเงินสดและทองรูปพรรณรวมมูลค่ากว่า 3 หมื่นบาทหาย ในขณะที่กำลังยืนต่อคิวรอแลกเงินที่บริเวณหน้าร้านรับแลกเงินซุปเปอร์ริช ใกล้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ทลิงค์ สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ      หลังรับแจ้งจึงได้มีการประสานงานไปทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และตำรวจท่องเที่ยวเพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และได้พบว่าภาพสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่ผู้เสียหายทำกระเป๋าเงินในดังกล่าวตกที่พื้น และมีชายที่ใส่ชุดดำสะพายกระเป๋าเป้สีแดงเหลือบมาเห็นจึงรีบเดินเข้าไปและใช้เท้าเตะกระเป๋าเงินของผู้เสียหายไปด้านหน้าก่อนที่ก้มลงเก็บก่อนที่จะรีบเดินออกไป     ซึ่งจากการตรวจสอบภาพดังกล่าวได้ทราบว่าชายที่ก่อเหตุคือ นายณัฐพล พันธุ์หิรัญ อายุ 34 ปี จึงได้รวบรวมหลักฐาน เข้าขอศาลออกหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน เพื่อติดตามจับกุมตัวนายณัฐพล โดยติดตามไปค้นที่ล้านพักของนายณัฐพลและที่ทำงาน แต่ไม่พบซึ่งเชื่อว่านายณัฐพล น่าจะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่อื่น      เจ้าหน้าที่ได้ใช้ยุทธวิธีกดดันตามยุทธวิธีจนกระทั่งเมื่อสายของวันนี้ที่ 14 มกราคม 2563 นายณัฐพล ผู้ก่อเหตุ ที่ทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว จึงติดต่อขอมอบตัว กับ พ.ต.อ.พิจิตร อังศุภานิช ผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ     นายณัฐพล ได้ให้การรับสารภาพว่า บุคลในภาพกล้องวงจรปิดเป็นภาพของตัวเอง ซึ่งได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำไปขายและเอาเงินสดในกระเป๋าไปใช้เที่ยวเตร่จนหมด และไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนซึ่งอยู่ไปห่างจากบ้านของตนเองมากนัก     จนกระทั่งเห็นข่าวของตนทางสื่อต่าง ๆ ที่นำเสนอประกอบกับทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ที่ออกติดตามไม่ไหว จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว และจากการตรวจสอบประวัติ พบนายณัฐพล เคยถูกเจ้าหน้าที่ สน.ฉลองกรุง จับกุมและดำเนินคดี ในข้อหา ลักทรัพย์ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์เมื่อปี 2555 และศาลได้ตัดสิน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน พึ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ก่อนคุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RExmd6HtsKk

 738
สังคม
12 ม.ค. 63

สาวเสียดาย ของที่ถูกขโมยมีค่าทางจิตใจ สุวรรณภูมิชี้กระเป๋าเงินถูกขโมยในพื้นที่แอร์พอร์ตลิงก์ ยันไม่นิ่งนอนใจ

ความคืบหน้ากรณีชายเนียนใช้เท้าเขี่ยกระเป๋าสตางค์ที่สาวทำหล่น ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนขโมยหนีไปนั้น   ล่าสุด ผู้เสียหายได้นำภาพผู้ก่อเหตุไปมอบให้ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานแล้ว ก่อนรีบเดินทางไปต่างประเทศ และโพสต์ข้อความว่า เสียดายของ สร้อยจี้ทองคำซื้อไว้รับขวัญลูกสาววัย 10 เดือน แต่ถูกลักทรัพย์ไปก็เสียความรู้สึก ถึงมูลค่าจะไม่เยอะมากแต่ก็มีค่าทางจิตใจ    ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่แอร์พอร์ตลิงก์ อยู่นอกความรับผิดชอบของสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ทั้งนี้ทางสนามบินไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้เร่งหาเบาะแส ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี          ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/bHAcx05k1EM

 2,429
ข่าวโซเชียล
11 ม.ค. 63

สาวทำกระเป๋าเงินตก ถูกชายทำเนียนใช้เท้าเขี่ย ก่อนหยิบไปหน้าตาเฉย กลางสนามบิน

มีผู้ร้องเรียนเข้ามายังรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลังทำกระเป๋าสตางค์หล่นภายในสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วมีชายคนหนึ่งหยิบไปซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ เห็นหน้าคนร้ายชัดเจน วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส   นางสาวไอริน บัวละคร อายุ 29 ปี เล่าว่า ตนและสามีได้ไปยืนรอแลกเงินภายในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหน้า ต่อมาสามีได้ทำกระเป๋าสตางค์หล่น เมื่อผู้ชายคนดังกล่าวเห็นเข้าได้ใช้เท้าเขี่ยกระเป๋าและหยิบเดินหลบหนีไปภายในกระเป๋ามีเงินสดสกุลไทยและต่างประเทศรวมหมื่นกว่าบาท สร้องคอทองคำพร้อมจี้ 1 สลึง พระเครื่อง และเอกสารสำคัญต่างๆ   จากนั้นได้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถเห็นภาพเหตุการณ์ และหน้าคนร้ายได้ชัดเจน ตนจึงนำคลิปจากเรื่องวงจรปิดไปแจ้งความแต่ตำรวจแจ้งว่า ยากที่จะติดตามคนร้ายได้เนื่องจากคนร้ายไม่ได้ทำธุรกรรมอื่นๆในสนามบินตนจึงอยากวอนให้ประชาชนที่รู้จักหรือพบเห็นช่วยแจ้งเบาะแสของคนร้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WfOQSnRTUpc

 1,744
ข่าวโซเชียล
11 ม.ค. 63

วงจรปิดเผยภาพหนุ่มมือไว ทำเนียนหยิบกระเป๋าสตางค์ที่ตกพื้นในสนามบิน ก่อนเดินหายกลืนไปกับฝูงชน

วานนี้ (10 ม.ค.) มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'Aileen Bualakorn Phang' ได้โพสต์คลิปวงจรปิด ที่เผยให้เห็นชายคนนหนึ่งก้มหยิบกระเป๋าตังที่ตกพื้น ก่อนเดินหายไปกับฝูงชน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ   โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า "สามีกับเราไปยืนรอแลกเงินที่ซุปเปอร์ริชสีส้ม สนามบินสุวรรณภูมิ (ชั้นเดียวกับแอร์พอร์ทลิ้ง) ผู้ชายคนนี้ยืนอยู่ข้างหน้า พอแฟนเราลากกระเป๋าไป กระเป๋าเงินเราได้กระเด็นหล่นลงพื้น แล้วผู้ชายคนที่สะพายเป้สีแดงนี้ก็หันกลับแล้วใช้เท้าเตะออกไปเลย   คนเราสมัยนี้จิตใจสกปรกจริงๆ #ผิดที่เราสะเพร่าไม่ระวัง แต่ต่อหน้าต่อตาคนมากมายคุณก็ไม่อายที่จะทำผิด เพียงแค่อยากได้ของคนอื่น"   ซึ่งหลังจากที่โพสตฺนี้ถูกเผยแพร่ออกไปต่างถูกวิพากวิจารณ์ถึงชายคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KO_Pimcq2Jc

 1,041
ข่าวโซเชียล
11 ม.ค. 63

ชายแสบเห็นกระเป๋าเงินหล่น ใช้ขาเตะก่อนเนียนหยิบกลางสุวรรณภูมิ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดของร้านแลกเงิน ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จับภาพขณะที่ผู้เสียหายกับสามี เดินมาต่อแถวเพื่อรอแลกเงิน   แต่ฝ่ายสามีลากกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าสตางค์ของภรรยาที่วางไว้กระเด็นหล่นพื้น ผู้ชายที่สะพายกระเป๋าสีแดง หันมาเห็นพอดี แทนที่จะเก็บส่งคืน แต่กลับเตะกระเป๋าสตางค์ให้ออกห่างและก้มลงหยิบกระเป๋าสตางค์ ก่อนจะเดินหนีหายไป   ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เงินในกระเป๋ามีประมาณ 1 หมื่นบาท และยังมีทองรูปพรรณ ที่คุณแม่ฝากให้ลูกของเธอด้วย เธอจึงนำคลิปมาโพสต์เพื่อวอนให้ชาวเน็ตช่วยกันหาเบาะแสโจรตีเนียนรายนี้ ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านแลกเงินก็สามารถจับภาพใบหน้าคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7_H2lsJmnc0

 7,961
สังคม
09 ม.ค. 63

สุวรรณภูมิ แจง! ปมทางขับสนามบินอ่อนตัว ยันปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

วันที่ 9 มกราคม 2563 นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ชี้แจงถึงกรณีที่สมาพันธ์นักบินนานาชาติ (International Federation of Air Line Pilots’ Associations: IFALPA) ได้ออกประกาศเตือนเรื่องความปลอดภัย (Safety Bulletin) เกี่ยวกับการใช้งานทางขับ (Taxiway) และทางขับเข้าสู่หลุมจอดอากาศยาน (Taxilane) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ที่มีสภาพพื้นผิวอ่อนตัว (Soft Ground) ว่า ประเด็นนี้สมาพันธ์นักบินนานาชาติได้เคยออกประกาศเตือนเมื่อปี 2561 ซึ่ง ทสภ.ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามที่สมาพันธ์นักบินนานาชาติได้แจ้งเตือนแล้ว โดยที่ผ่านมา ทสภ.ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นผิวทางวิ่ง-ทางขับมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยปัจจุบัน ทสภ.อยู่ในระหว่างดำเนินโครงการงานซ่อมแซมพื้นผิวทางวิ่งฝั่งตะวันออก (Runway 01R-19L) และทางขับออกด่วน (Rapid Exit Taxiway) โดยได้มีการเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งทำให้ปัจจุบันสภาพพื้นผิวทางวิ่ง-ทางขับ ของทสภ. อยู่ในสภาพปกติและมีสถิติการซ่อมแซมฉุกเฉินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังมีแผนการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนชนิดพื้นผิวทางในบริเวณที่ใช้งานหนัก และได้รับการรายงานปัญหาจากสายการบิน โดยการเปลี่ยนพื้นผิวทางเดิมที่เป็นชนิดแอสฟัลต์เป็นพื้นผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตซึ่งมีความคงทนแข็งแรง ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และคาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2563 นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมา ทสภ.ได้จัดให้มีมาตรการรองรับโดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เครื่องจักรประจำภายในเขตการบินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบสภาพพื้นผิวทางทั้งหมดทุกวัน หากพบว่ามีการชำรุดของพื้นผิวทาง เจ้าหน้าที่จะพร้อมเข้าดำเนินการซ่อมแซมพื้นผิวได้ทันที   นอกจากนี้ ยังมีการการติดตั้งระบบระบายน้ำใต้ดินชั่วคราวซึ่งสามารถลดระดับน้ำใต้ดินในบริเวณทางขับเข้าสู่หลุมจอด (Taxilane) T8, T11, T12, T13, T14 ได้เป็นอย่างดี และจากการดำเนินงานในระบบการจัดการด้านนิรภัย (Safety Management System) ของ ทสภ. พบว่าสถิติการแตกของพื้นผิวและต้องมีการปิดพื้นที่ซ่อมฉุกเฉินในบริเวณทางขับและทางขับเข้าสู่หลุมจอดในปีที่ 2562 ลดลงอย่างมากรวมทั้งยังไม่พบรายงานอากาศยานเสียหายจากเศษวัสดุแอสฟัลต์ที่แตกร้าวและหลุดร่อนแต่อย่างใด และเพื่อให้เกิดความมั่นใจด้านความปลอดภัยและไม่ให้กระทบต่อการให้บริการการบิน ทสภ.ได้จัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาคุณภาพผิวทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน ทสภ.ขึ้น โดยมีการประชุมร่วมกันระหว่าง ทสภ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินแห่งประเทศไทย (AOC), บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)   เพื่อรายงานและประเมินสถานการณ์ตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ ทสภ. เป็นรายสัปดาห์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 นอกจากนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาพื้นผิวทางดังกล่าวต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาท่าอากาศยาน (Airport Consultative Committee: ACC) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจาก IATA, AOC, บวท. มาโดยตลอดทุกไตรมาสตั้งแต่ปี 2561   ขอบคุณข้อมูล : ข่าวสด  

 952
สังคม-อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

คุมเข้มสนามบิน เฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ระบาดจากจีน ยันยังไม่มีผู้ติดเชื้อในไทย

จากที่มีกระแสข่าวโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ณ เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งว่าทางการจีนได้ดำเนินการสอบสวนโรคและอยู่ระหว่างการตรวจหาสาเหตุ    โดยขณะนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุก่อโรค แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก อะดิโนไวรัส หรือโรคทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วไป   ทั้งนี้ ทอท.ได้คุ้มเข้มท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ท่าอากาศยานดอนเมือง / ท่าอากาศยานภูเก็ต / ท่าอากาศยานเชียงใหม่ / ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ทั้งนี้มีปัจจุบันมีเที่ยวบินที่ทำการบินจากเมืองอู่ฮั่นมายังท่าอากาศยานของ ทอท.เพียง 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ / ดอนเมือง / ภูเก็ต และเชียงใหม่   ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตรวจเยี่ยมความพร้อมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ โดยที่ด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ติดตั้งเครื่องวัดไข้อัตโนมัติระบบอินฟราเรด (Infrared Thermo Scan)จำนวน 4 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทำงาน 24 ชั่วโมง   ผู้โดยสารทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องตรวจอุณหภูมิอัตโนมัติ หากพบมีไข้จะแยกผู้โดยสารตรงประตูทางเข้า ให้สวมหน้ากากอนามัย และพาไปตรวจซ้ำที่ห้องรอส่งต่อ หากพบว่ามีไข้ และมีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยงจะโทรแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ส่งรถพยาบาลมารับไปยังโรงพยาบาลที่มีห้องแยกโรคมาตรฐาน ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนปกติที่สนามบินดำเนินการ โดยจะไม่ปะปนกับผู้โดยสารอื่น โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงวันละ 3 เที่ยว ผู้โดยสารวันละประมาณ 500 คนต่อวัน   นอกจากนี้ ยังได้มีการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสาร ที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ตอีกด้วย จากการตรวจสอบวันนี้ ยืนยันว่าประชาชนไม่ต้องกังวล ขอให้มั่นใจได้ว่าเชื้อไวรัสที่ระบาดในจีนยังไม่เข้ามาในไทย ขอให้มั่นใจรัฐบาลไทยสามารถสกัดได้แน่นอน เพราะไทยมีระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง ควบคุมโรคที่ประสิทธิภาพ หากมีรายงานผู้ป่วยที่สงสัย จะทำการแยกกัก โดยมีการเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ และทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายทั้งในส่วนกลางและทุกจังหวัดทั่วประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oaixDya29Mw

 4,325
สังคม
06 ม.ค. 63

คุมเข้มสนามบิน เฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ระบาดจากจีน ยันยังไม่มีผู้ติดเชื้อในไทย

จากที่มีกระแสข่าวโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ณ เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งว่าทางการจีนได้ดำเนินการสอบสวนโรคและอยู่ระหว่างการตรวจหาสาเหตุ    โดยขณะนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุก่อโรค แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก อะดิโนไวรัส หรือโรคทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วไป   ทั้งนี้ ทอท.ได้คุ้มเข้มท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ท่าอากาศยานดอนเมือง / ท่าอากาศยานภูเก็ต / ท่าอากาศยานเชียงใหม่ / ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ทั้งนี้มีปัจจุบันมีเที่ยวบินที่ทำการบินจากเมืองอู่ฮั่นมายังท่าอากาศยานของ ทอท.เพียง 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ / ดอนเมือง / ภูเก็ต และเชียงใหม่   ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตรวจเยี่ยมความพร้อมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ โดยที่ด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ติดตั้งเครื่องวัดไข้อัตโนมัติระบบอินฟราเรด (Infrared Thermo Scan)จำนวน 4 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทำงาน 24 ชั่วโมง   ผู้โดยสารทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องตรวจอุณหภูมิอัตโนมัติ หากพบมีไข้จะแยกผู้โดยสารตรงประตูทางเข้า ให้สวมหน้ากากอนามัย และพาไปตรวจซ้ำที่ห้องรอส่งต่อ หากพบว่ามีไข้ และมีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยงจะโทรแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ส่งรถพยาบาลมารับไปยังโรงพยาบาลที่มีห้องแยกโรคมาตรฐาน ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนปกติที่สนามบินดำเนินการ โดยจะไม่ปะปนกับผู้โดยสารอื่น โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงวันละ 3 เที่ยว ผู้โดยสารวันละประมาณ 500 คนต่อวัน   นอกจากนี้ ยังได้มีการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสาร ที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ตอีกด้วย จากการตรวจสอบวันนี้ ยืนยันว่าประชาชนไม่ต้องกังวล ขอให้มั่นใจได้ว่าเชื้อไวรัสที่ระบาดในจีนยังไม่เข้ามาในไทย ขอให้มั่นใจรัฐบาลไทยสามารถสกัดได้แน่นอน เพราะไทยมีระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง ควบคุมโรคที่ประสิทธิภาพ หากมีรายงานผู้ป่วยที่สงสัย จะทำการแยกกัก โดยมีการเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ และทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายทั้งในส่วนกลางและทุกจังหวัดทั่วประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oaixDya29Mw

 4,325
สังคม
06 ม.ค. 63

สนามบินสุวรรณภูมิ เฝ้าระวัง-คัดกรอง ผู้โดยสารกลุ่มเสี่ยงเชื้อไวรัส

จากกรณีพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่เมืองอู่ฮั่น ทางตะวันตกของนครเซี่ยงไฮ้ ของจีน จำนวน 44 ราย มี 11 คน อยู่ในอาการวิกฤติ ซึ่งการแพร่ระบาดดังกล่าว ทำให้ย้อนนึกถึง การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส หรือโรคทางระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง ในช่วงปี 2002 ถึง 2003   ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมที่ด่านคุมโรคสุวรรณภูมิ ติดตามขั้นตอนการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ   โดยที่ด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ติดตั้งเครื่องวัดไข้อัตโนมัติระบบอินฟราเรด 4 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ทำงาน 24 ชั่วโมง  ผู้โดยสารทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องตรวจอุณหภูมิอัตโนมัติ หากพบมีไข้จะแยกผู้โดยสารตรงประตูทางเข้า ขอให้สวมหน้ากากอนามัย และพาไปตรวจซ้ำที่ห้องคัดกรอง และหากพบว่ามีไข้ และมีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยงจะโทรแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ส่งรถพยาบาลมารับไปยังโรงพยาบาล   ซึ่งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงวันละ 3 เที่ยว ผู้โดยสารวันละประมาณ 500 คนต่อวัน  นอกจากนี้ ยังมีท่าอากาศยานที่รับผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงคือท่าอากาศยานดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต อีกด้วย   นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า ขอความร่วมมือจากประชาชนให้หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด สถานที่ที่มีมลพิษ ถ้ามาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ให้รีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนถึงปอดบวมได้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน1422 ตลอด 24 ชั่วโมง  

 1,275
สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 63

จับแล้ว! ฝรั่งโทรขู่สนามบินสุวรรณภูมิจะมีระเบิด รับแค่อยากทดสอบระบบความปลอดภัย และปกป้องโลก

จากกรณีที่เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 มกราคม 2563 ได้มีชายชาวต่างชาติโทรศัพท์เข้าแจ้งกับเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิสมุทรปราการ โดยระบุว่าอาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ในสนามบิน สร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ   ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (3 ม.ค.63) ชายคนดังกล่าวกำลังจะเดินทางไปเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านทางสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่นำโดย นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกองบังคับการ 1 กองกำกับการ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ติดตามไปจับกุมตัวชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวเอาไว้ได้ในขณะที่กำลังจะเดินทางขึ้นเครื่อง   ก่อนคุมตัวกลับมาทำการสอบสวน ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูม จังหวัดสมุทรปราการ โดยผ่านล่ามและเจ้าหน้าที่สถานฑูตฟินแลน์ ประจำประเทศไทย ใช้เวลาสอบเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง   โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์และหมายเลขดังกล่าวจริงและเป็นผู้ใช้ที่โทรศัพท์โทรเข้ามาป่วนสนามบินสุวรรณภูมิจริง โดยอ้างว่า อยากทดสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทย และต้องการปกป้องโลก และในระหว่างการสอบสวนนาย ยูระกิ จูฮานิ เวอร์โม ผู้ก่อเหตุยังให้การวกไปวนมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งให้จิตแพทย์ทำการตรวจโดยละเอียดอีกครั้งว่านาย ยูระกิ จูฮานิ เวอร์โม มีอาการป่วยทางจิตหรือไม่   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า แจ้งข้อความหรือส่งข่าวสาร ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุ หรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยาน หรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบิน ตื่นตกใจ เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบิน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 341
สังคม
04 ม.ค. 63

จับแล้ว! ฝรั่งโทรขู่สนามบินสุวรรณภูมิจะมีระเบิด รับแค่อยากทดสอบระบบความปลอดภัย และปกป้องโลก

จากกรณีที่เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 มกราคม 2563 ได้มีชายชาวต่างชาติโทรศัพท์เข้าแจ้งกับเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิสมุทรปราการ โดยระบุว่าอาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ในสนามบิน สร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ   ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (3 ม.ค.63) ชายคนดังกล่าวกำลังจะเดินทางไปเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านทางสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่นำโดย นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกองบังคับการ 1 กองกำกับการ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ติดตามไปจับกุมตัวชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวเอาไว้ได้ในขณะที่กำลังจะเดินทางขึ้นเครื่อง   ก่อนคุมตัวกลับมาทำการสอบสวน ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูม จังหวัดสมุทรปราการ โดยผ่านล่ามและเจ้าหน้าที่สถานฑูตฟินแลน์ ประจำประเทศไทย ใช้เวลาสอบเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง   โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์และหมายเลขดังกล่าวจริงและเป็นผู้ใช้ที่โทรศัพท์โทรเข้ามาป่วนสนามบินสุวรรณภูมิจริง โดยอ้างว่า อยากทดสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทย และต้องการปกป้องโลก และในระหว่างการสอบสวนนาย ยูระกิ จูฮานิ เวอร์โม ผู้ก่อเหตุยังให้การวกไปวนมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งให้จิตแพทย์ทำการตรวจโดยละเอียดอีกครั้งว่านาย ยูระกิ จูฮานิ เวอร์โม มีอาการป่วยทางจิตหรือไม่   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า แจ้งข้อความหรือส่งข่าวสาร ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุ หรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยาน หรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบิน ตื่นตกใจ เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบิน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 341
สังคม
04 ม.ค. 63

รวบหนุ่มฟินแลนด์มือดีโทรป่วนขู่ระเบิดสนามบินสุวรรณภูมิ

อากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกันปฎิบัติการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุผู้ก่อเหตุดังกล่าวเป็นชายชาวต่างชาติและใช้โทรศัพท์มือถือของค่ายดังค่ายหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาขู่วางระเบิดที่สนามบินสุวรรณภูมิ จึงได้กระจายกำลังกันออกสืบสวนหาข่าว   จนกระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ที่ 3 มกราคม 2563 ชายคนดังกล่าวกำลังจะเดินทางไปเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านทางสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่นำโดย นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกองบังคับการ 1 กองกำกับการ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ติดตามไปจับกุมตัวชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวเอาไว้ได้ในขณะที่กำลังจะเดินทางขึ้นเครื่อง ก่อนคุมตัวกลับมาทำการสอบสวน ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูม จังหวัดสมุทรปราการ โดยผ่านล่ามและเจ้าหน้าที่สถานฑูตฟินแลน์ ประจำประเทศไทย ใช้เวลาสอบเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง   นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รับผิดชอบดูแลด้านความมั่นคงภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ได้กล่าว่า จากการสอบสวนชายคนดังกล่าวชื่อ นาย ยูระกิ จูฮานิ เวอร์โม ( Mr. JYRKIl JUHANI VIRMO )อายุ 63 ปี เป็นชาวฟินแลน์ และให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์และหมายเลขดังกล่าวจริงและเป็นผู้ใช้ที่โทรศัพท์โทรเข้ามาป่วนสนามบินสุวรรณภูมิจริง โดยอ้างว่า อยากทดสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทย และต้องการปกป้องโลก และในระหว่างการสอบสวนนาย ยูระกิ จูฮานิ เวอร์โม ผู้ก่อเหตุยังให้การวกไปวนมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งให้จิตแพทย์ทำการตรวจโดยละเอียดอีกครั้งว่านาย ยูระกิ จูฮานิ เวอร์โม มีอาการป่วยทางจิตหรือไม่   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า แจ้งข้อความหรือส่งข่าวสาร ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุ หรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยาน หรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบิน ตื่นตกใจ เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบิน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ     รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/9TQWOlYxPmE

 222
อาชญากรรม
04 ม.ค. 63

รวบหนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่น ลักกระเป๋านทท.เอาไปซ่อนภายในสนบ.สุวรรณภูมิ ตร.จับได้บอกลืมว่าไว้ที่ไหน สืบประวัติ วนเวียนอยู่ในสนบ.นานกว่า 45 วัน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 3 มกราคม 2563 ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท.พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รองผบช.ทท.นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนายการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1, พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่นรอง ผบก.ทท.1 และ พ.ต.อ.สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 บก.ทท.1 ปฏิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนาย ทาเคอูชิ ฮิโรกิ (MR.TAKEUCHI HIROKI) อายุ 56 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ต้องหาในคดี ลักทรัพย์ในท่าอากาศยานในเวลากลางคืนหรือรับของโจรโดยจับกุมได้ที่บริเวณชั้น 1 ประตู 8 ด้านนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสมุทรปราการ   ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงชาวไทยได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวว่า ตนได้ทำกระเป้าสะพายข้างแบบผ้าสีขาวหายภายในศูนย์อาหาร เมจิก ฟู๊ด ซึ่งตั้งอยู่ในชั้นที่ 1 ประตู 8 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งภายในมีกระเป๋ามีหนังสือเดินทาง 2 ฉบับ, กระเป๋าสตางค์สีขาวพร้อมเงินสกุลเกาหลีจำนวน 80,000 วอน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2087.62 บาท )   หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ประสานไปยังศูนย์ปฏิบัติการพิเศษท่าอาอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณย้อนหลังในจุดที่เกิดเหตุ จนกระทั่งได้พบชายต้องสงสัยใส่เสื้อแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าสีขาว ได้หยิบเอากระเป๋าสะพายข้างแบบผ้าสีขาวของผู้เสียหายไป โดยนำไปซุกซ่อนไว้ที่หลังร้านค้าแห่งหนึ่งใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ หลังทราบข้อมูลเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้กระจายกำลังออกติดตาม   จนกระทั่งในวันที่ 2 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 04.30 น. เจ้าหน้าที่ได้พบชายต้องสงสัยรูปร่างลักษณะรูปพรรณตรงตามภาพกล้องวงจรปิด เดินวนไปมาอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ประตู 8 ด้านนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เพื่อทำการสอบถามและได้ทราบว่าชื่อ นายทาเคอูชิ ฮิโรกิ   นายทาเคอูชิ ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นบุคคลตามภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งได้หยิบกระเป๋าใบดังกล่าวไปจริง แต่จำไม่ได้ว่านำกระเป๋าสะพายข้างสีขาวของผู้เสียหายที่ตนหยิบไปนั้นไปทิ้งไว้ที่ใด จากการตรวจภาพกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปได้พบว่าชายคนดังกล่าวมาอาศัยหลับนอนอยู่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประมาณ 45 วันแล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในท่าอากาศยานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/Ewpc3Ddspgs

 1,545

Top