ค้นหา :

ผลการค้นหา "สนามบินสุวรรณภูมิ"

สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 62

เจอตัวแล้ว! แมวเปอร์เซียในสนามบินสุวรรณภูมิ หลัง นทท. ทำหลุด เจ้าหน้าที่อลหม่านตามหาจนเจอ

เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ช่วยกันออกค้นหาแมวพันธุ์เปอร์เซีย ซึ่งเป็นแมวของนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศและได้ทำหลุดจากกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงแบบหิ้ว และแมวตัวดังกล่าวได้หายตัวในระหว่างที่นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวกำลังเดินทางขึ้นเครื่อง ที่บริเวณ เกรด อี 8 ตั้งช่วงกลางดึกวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าของแมวตัวดังกล่าวจะยกเลิกการเดินทางเพื่อรอการค้นหาเจ้าแมวพันธุ์เปอร์เซียตัวดังกล่าว    โดยเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษได้ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตระเวนของท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิ ได้เร่งทำการค้นหา โดยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เกรด อี 8 ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าแมวตัวดังกล่าวได้หลุดและหายตัวไป    จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.32 น.ของวันที่ 2 ตุลาคม ได้พบเห็นเจ้าแมวตัวดังกล่าวเดินวนเวียนอยู่ที่บริเวณ ช่องทางเดิน เกรด อี 8 จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและค้นหาเจ้าแมวตัวดังกล่าว แต่ไม่พบ เจ้าหน้าที่จึงได้เปลี่ยนแผนปล่อยให้เจ้าแมวตัวดังกล่าวให้อยู่ในอาการหิวโซ เนื่องจากไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน    และในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้นำอาหารแมวใส่ภาชนะไปวางไว้ในจุดช่องทางเดิน เกรด อี 8 ซึ่งเป็นจุดที่พบเจ้าแมวตัวดังกล่าวออกมาเดินวนเวียนในครั้งแรก ก่อนให้เจ้าหน้าทีสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณใกล้เคียง และเฝ้าสังเกตการณ์ทางกล้องวงจรปิดจนกระทั่งในเวลาประมาณตี่ 4 ของวันเดียวกัน ได้พบเห็นเจ้าแมวตัวดังกล่าวเดินเข้ามาในจุดที่วางอาหารโดยเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ใกล้จุดดังกล่าวทำการปิดประตูทางเข้าออกบริเวณ เกรด อี 8 แต่เจ้าแมวตัวดังกล่าวก็พยายามวิ่งหนีชนประตูกระจกและพยายามที่จะกระกายหนี ก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งจะเดินเข้ามาทางด้านหน้าและนำผ้าห่มมาทำการปิดกั้นล้อมเจ้าแมวตัวดังกล่าวเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกใจก่อนที่จะจับตัวแมวตัวดังกล่าวเอาไว้ได้    และในช่วงเช้าของวันนี้ที่ 5 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้ประสานแจ้งไปทางเจ้าของแมวเปอร์เซียตัวดังกล่าวให้เดินทางมารับตัวกลับไป ท่ามกลางความดีใจของเจ้าของแมวเปอร์เซียตัวดังกล่าว และกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ใส่ใจให้บริการทุกเรื่องของผู้มาใช้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ThQZoB947UY

 1,509
สังคม
06 ต.ค. 62

เจอตัวแล้ว! แมวเปอร์เซียในสนามบินสุวรรณภูมิ หลัง นทท. ทำหลุด เจ้าหน้าที่อลหม่านตามหาจนเจอ

เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ช่วยกันออกค้นหาแมวพันธุ์เปอร์เซีย ซึ่งเป็นแมวของนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศและได้ทำหลุดจากกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงแบบหิ้ว และแมวตัวดังกล่าวได้หายตัวในระหว่างที่นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวกำลังเดินทางขึ้นเครื่อง ที่บริเวณ เกรด อี 8 ตั้งช่วงกลางดึกวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าของแมวตัวดังกล่าวจะยกเลิกการเดินทางเพื่อรอการค้นหาเจ้าแมวพันธุ์เปอร์เซียตัวดังกล่าว    โดยเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษได้ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตระเวนของท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิ ได้เร่งทำการค้นหา โดยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เกรด อี 8 ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าแมวตัวดังกล่าวได้หลุดและหายตัวไป    จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.32 น.ของวันที่ 2 ตุลาคม ได้พบเห็นเจ้าแมวตัวดังกล่าวเดินวนเวียนอยู่ที่บริเวณ ช่องทางเดิน เกรด อี 8 จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและค้นหาเจ้าแมวตัวดังกล่าว แต่ไม่พบ เจ้าหน้าที่จึงได้เปลี่ยนแผนปล่อยให้เจ้าแมวตัวดังกล่าวให้อยู่ในอาการหิวโซ เนื่องจากไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน    และในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้นำอาหารแมวใส่ภาชนะไปวางไว้ในจุดช่องทางเดิน เกรด อี 8 ซึ่งเป็นจุดที่พบเจ้าแมวตัวดังกล่าวออกมาเดินวนเวียนในครั้งแรก ก่อนให้เจ้าหน้าทีสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณใกล้เคียง และเฝ้าสังเกตการณ์ทางกล้องวงจรปิดจนกระทั่งในเวลาประมาณตี่ 4 ของวันเดียวกัน ได้พบเห็นเจ้าแมวตัวดังกล่าวเดินเข้ามาในจุดที่วางอาหารโดยเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ใกล้จุดดังกล่าวทำการปิดประตูทางเข้าออกบริเวณ เกรด อี 8 แต่เจ้าแมวตัวดังกล่าวก็พยายามวิ่งหนีชนประตูกระจกและพยายามที่จะกระกายหนี ก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งจะเดินเข้ามาทางด้านหน้าและนำผ้าห่มมาทำการปิดกั้นล้อมเจ้าแมวตัวดังกล่าวเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกใจก่อนที่จะจับตัวแมวตัวดังกล่าวเอาไว้ได้    และในช่วงเช้าของวันนี้ที่ 5 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้ประสานแจ้งไปทางเจ้าของแมวเปอร์เซียตัวดังกล่าวให้เดินทางมารับตัวกลับไป ท่ามกลางความดีใจของเจ้าของแมวเปอร์เซียตัวดังกล่าว และกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ใส่ใจให้บริการทุกเรื่องของผู้มาใช้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ThQZoB947UY

 1,509
เศรษฐกิจ
13 ก.ย. 62

กพท.สั่งเซ็นทรัลวิลเลจ จัดทำผลกระทบความปลอดภัยทางอากาศ ป้องกันความเสี่ยงการบินภายใน 60 วัน

จากกรณีข้อพิพาทระหว่างเซ็นทรัล วิลเลจ และท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ที่หวั่นเกิดผลกระทบกับสนามบินสุวรณภูมิ ซึ่งทาง ทอท.ได้ส่งหนังสือให้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ตรวจสอบ   ทาง กพท.ได้ตรวจสอบและตอบทุกข้อซักถามของ ทอท.แล้ว โดยกรณีพื้นที่อันอาจมีกิจกรรมดึงดูดนก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ทำให้อาจเกิดอุบัติเหตุจากอากาศยานชนนกเพิ่มขึ้นนั้น ทาง กพท.ยังไม่มีข้อกำหนดหรือข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้พื้นที่โดยรอบสนามบิน แต่อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายกำหนดให้สนามบินต้องมีกระบวนการบริหารจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์   โดยประสานความร่วมมือระหว่างสนามบิน และเจ้าของที่ดิน เพื่อทราบถึงแนวทางพัฒนาท้องที่ และการดำเนินกิจกรรม ซึ่งอาจมีผลก่อให้เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยของนก ทำให้เป็นอันตรายต่อการปฏิบัติการบินของอากาศยาน   ส่วนเรื่องความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางการบิน กรณีที่อาจถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายขณะอากาศยานร่อนลงสนามบินในระดับต่ำนั้น จากการฝึกอบรมของ กพท. กับ Transportation Security Administration ของสหรัฐฯ ในเดือน ส.ค.นี้ พบว่าพื้นที่โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ มีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขณะอากาศยาน Take Off และ Landing ในระดับต่ำ   กพท.จึงมีข้อแนะนำให้ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อบรรเทาความเสี่ยงนี้ และ กพท.ได้แจ้งให้บริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด จัดทำรายงานผลกระทบความปลอดภัยการเดินอากาศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งสองเรื่องดังกล่าว ส่งให้ กพท.ให้ความเห็นชอบภายใน 60 วัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dxS6B0cB07A

 3,270
เศรษฐกิจ
12 ก.ย. 62

สำนักงานการบินพลเรือนชี้ 'เซ็นทรัลวิลเลจ' เสี่ยงกระทบเครื่องขึ้นลงสุวรรณภูมิ

ความคืบหน้ากรณีเปิดเซ็นทรัล วิลเลจ และสนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุดนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) รายงานผลการตรวจสอบผลกระทบจากการก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้แก่ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า   ตามหนังสือที่อ้างถึง ทอท.ขอความอนุเคราะห์สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ตรวจสอบและให้ความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นอื่นๆที่อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศของบริษัท สวรรค์วิถี จำกัด นั้น กพท.พิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า 1. การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของโครงการ เจ้าของอาคาร หรือเจ้าของที่ดิน   ผู้ขอใบอนุญาตสามารถทำได้หากแสดงเอกสารแสดงความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ทั้งนี้ ในกรณีข้างต้นภายหลังได้รับอนุญาต บริษัท สวรรค์วิถี จำกัด ได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด   2. ผลกระทบอันอาจเกิดต่อการดำเนินงานสนามบินด้านความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และขีดความสามารถในการพัฒนาท่าอากาศยานตามแผนแม่บทอันเกิดจากกิจกรรมภายนอกสนามบินที่เข้ามาเชื่อมต่อ และอยู่ภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ อาทิ การรบกวนสัญญาณวิทยุสื่อสาร และเครื่องช่วยในการเดินอากาศ ในด้านผลกระทบกับ Instrument Flight Procedure (IFP) ข้อกำหนดว่า ด้วยการเข้ามาของอากาศยานซึ่งเชื่อมต่อกับระบบ Traffic Control นั้น   ผู้อำนวยการ กพท.ระบุว่า เมื่อพิจารณาขีดความสามารถระบบถนนเข้าสู่สนามบินอาจลดลงจากการเชื่อมต่อจากกิจกรรมขนาดใหญ่ที่ไม่เกี่ยวข้องกำกับดำเนินงานสนามบิน ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถสนามบินตามแผนแม่บท และ แผนพัฒนาสนามบินในปัจจุบัน และอนาคตนั้น ปัจจุบันแผนแม่บท และแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิถือว่าเป็นแผนในระดับองค์กร ไม่อยู่ภายใต้บังคับให้ได้รับความเห็นชอบจาก กพท. และปัจจุบัน กพท.ไม่มีอำนาจในการกำกับดูแลระบบการขนส่งเชื่อมโยงสนามบิน ทอท.จึงควรประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อวางแผน และบริหารจัดการขีดความสามารถของระบบถนนเข้าออกสนามบินต่อไป   ส่วนที่มีข้อสงสัยเรื่องความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางการบิน กรณีที่อาจถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายขณะอากาศยานร่อนลงสู่สนามบินในระดับต่ำนั้น จากการฝึกอบรมของ กพท.ร่วมกับ Transportation Security Administration ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 14-23 ส.ค.2562 ได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัยในบริเวณ โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ พบว่า บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายขณะอากาศยาน Take-off และ Landing ในระดับต่ำ (Low Risk)   อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อเสนอแนะนำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อบรรเทาความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงในกรณีดังกล่าว และเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดจากกิจกรรมของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ กพท. ได้มีการแจ้งให้บริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จัดทำรายงานผลกระทบความปลอดภัยในการเดินอากาศเพื่อประเมินความเสี่ยง และบริหารจัดการเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว และส่งผลให้ กพท.ให้ความเห็นชอบเพื่อใช้ในการติดตามการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไป   ส่วนที่ว่าพื้นที่นี้อาจมีกิจกรรมดึงดูดนก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้อาจเกิดอุบัติเหตุจากอากาศยานชนนกเพิ่ม มากขึ้นหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า กพท.ยังไม่มีข้อกำหนด หรือข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรา 59/2 (4) แห่งพ.ร.บ.การเดินอากาศฉบับที่ 14 พ.ศ.2562 ที่กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินกิจกรรมอื่นตามที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด ซึ่งจะต้องกำหนดเท่าที่จำเป็น และไม่กระทบต่อชีวิตประจำวัน หรือสร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร ซึ่งปัจจุบันกพท.อยู่ระหว่างดำเนินการออกประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ให้คณะกรรมการกพท.ไปพิจารณากรณีที่มีนายพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการ มีตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด เข้ามาเป็นบอร์ด กพท.ด้วย เป็นเรื่องไม่สมควร และมีผลประโยชน์ทับซ้อน ควรให้ลาออกไปด้วยและแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติที่ดีเข้ามาเป็นบอร์ดแทน. ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Wb7hIYC6fnA

 7,922
เศรษฐกิจ
06 ก.ย. 62

ติดเครื่องเอ็กซเรย์ สแกนเข้มกระเป๋าทุกใบที่สุวรรณภูมิ หิ้วแบรนด์เนมหนีภาษีไม่รอด เริ่ม 1 ม.ค.63

กรมศุลกากรติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพานลำเลียงกระเป๋าเดินทางที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 23 เครื่อง ให้เสร็จและเริ่มใช้ได้วันที่ 1 ม.ค.2563 โดยเครื่องดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสแกนกระเป๋าเดินทางที่โหลดมาใต้ท้องเครื่องบินได้ทุกใบ   เพื่อดูว่ามีสินค้าต้องห้ามการนำเข้าตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ยาเสพติด รวมถึงสินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาสูงและเข้าข่ายเสียต้องภาษีด้วย   โดยการใช้งานของเครื่องเอ็กซเรย์นี้จะช่วยสแกนกระเป๋าได้ทุกใบ และหากสแกนแล้วพบกระเป๋าเดินทางใบไหนมีความน่าสงสัยก็จะทำสัญลักษณ์ไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณช่องสำแดง   และหากพบกระทำผิดก็จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งการทำลักษณะนี้จะช่วยแก้ปัญหาธุรกิจพรีออร์เดอร์ หรือรับหิ้วสินค้าที่เลี่ยงภาษีมาขายในประเทศได้ แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มีการซื้อของมาใช้ปกติและมีมูลค่าไม่เกินกำหนดก็ไม่ต้องกังวลอะไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U6jEnP43OpM

 8,513
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ก.ย. 62

วิจารณ์ ถังน้ำวางเรียงกลางสุวรรณภูมิ เหตุหลังคารั่ว เทียบน้ำตกสนามบินชางฮี

โลกออนไลน์แชร์ภาพจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ Chieh Sen Tan เผยภาพถังน้ำหลายใบวางอยู่กระจัดกระจายบนพื้นในลักษณะเหมือนรองน้ำ ในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยวางภาพเทียบกับสนามบินชางฮีของสิงคโปร์ ที่มีน้ำตกด้านในอาคาร โดยระบุว่า “ชางฮีก็ทำไม่ได้ อินชอนหรอ อย่าหวังเลย”   ในเวลาต่อมา นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ภาพดังกล่าวเป็นภาพจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 ก.ย.62 โดยฝ่ายอาคารได้รับรายงานจากบริษัทผู้รับจ้างทำความสะอาดพบว่า พบจุดน้ำรั่วบริเวณแนวทางเดินชั้น 4 หลังเกษียรสมุทร Concouse D จำนวน 7 จุด   จึงได้นำถังน้ำพร้อมป้ายแจ้งเตือนเพื่อรองรับน้ำรั่วและป้องกันผู้โดยสารลื่นล้ม พร้อมทั้งจัดพนักงานทำความสะอาดพื้นที่บริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ สนามบินได้มีการตรวจสอบจุดน้ำรั่วเป็นประจำทุกวัน และจะสรุปจุดน้ำรั่วเพื่อแจ้ง เป็นประจำทุกเดือนเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป   ซึ่งโครงการสร้างของหลังคาบริเวณ Concouse Dหรืออาคารเทียบเครื่องบิน เป็นโครงสร้างที่ทำจากกระจกต่อเหล็ก ทำให้มีรอยต่อมากกว่าแสนจุดบนหลังคาอาคาร ซึ่งต้องใช้ซิลิโคนในการยึดกระจกกับเหล็กเข้าด้วยกัน พอถึงหน้าฝน เวลามีลมแรงกระจกจะกระพือ และขยับออกจากตำแหน่ง ประกอบกับซิลิโคนหลุดร่อนจึงทำให้มีน้ำฝนหยดได้ ซึ่งตามปกติทุกปีก่อนที่จะถึงหน้าฝนทางสนามบินได้มีการซ่อมรอยรั่วและเปลี่ยนซิลิโคนอยู่เป็นประจำ ซึ่งครั้งนี้เราก็พยายามซ่อมแซมแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4EU23DocY8o

 1,987
เศรษฐกิจ
30 ส.ค. 62

'ศักดิ์สยาม' หย่าศึกเซ็นทรัล วิลเลจ 'วิษณุ' แจงห้างเปิดชั่วคราวได้ ช่วงรอข้อสรุป

ความคืบหน้ากรณีเปิดเซ็นทรัล วิลเลจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเรียกทุกฝ่ายมาหารือ เพื่อจบปัญหาดังกล่าว ล่าสุดมีมุมมองของ สมาคมนักบินไทย ที่ระบุว่า การเปิดเซ็นทรัล วิลเลจ สามารถทำได้ หากไม่มีกิจกรรมที่ส่งผลต่อความปลอดภัยด้านการบิน   กัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย เปิดเผยว่า เป็นเรื่องดีที่ทุกฝ่ายห่วงใยเรื่องความปลอดภัยการบิน จากกรณีการเปิดห้างเซ็นทรัล วิลเลจ แต่ในมุมมองของนักบินเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวสามารถบริหารจัดการได้ หากการให้บริการของเซ็นทรัลวิลเลจ ไม่ได้มีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การจุดพลุ ปล่อยลูกโป่ง ยิงเลเซอร์ เป็นต้น   เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างในเขตพื้นที่ความปลอดภัยทางการบิน ไม่ได้มีเพียงเซ็นทรัล วิลเลจเท่านั้น ยังมีหลายอาคารที่อยู่ในพื้นที่ อีกทั้งลักษณะของห้างยังเป็นเอาท์เลต คล้ายหมู่บ้าน ไม่น่าจะมีผลอะไรมาก   อย่างไรก็ตาม สมาคมนักบินฯ จะต้องรายงาน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) หากพบว่า ห้างดังกล่าวเปิดให้บริการแล้วส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยการบิน เพื่อให้ กพท.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งเรื่องนี้ จะเกิดขึ้นภายหลังจากห้างดังกล่าวเปิดให้บริการแล้ว   ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ เพื่อเคลียร์ปัญหานี้ให้จบโดยยึดหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มีการสั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ ทอท.ไปดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย   นอกจากนั้น ในวันที่ 30 ส.ค. ตนจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ทอท., กพท., กรมท่าอากาศยาน (ทย.), องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ), คณะทำงานด้านธุรกิจการบิน (เอโอซี) และเซ็นทรัล มาหารือร่วมกัน เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเซ็นทรัล วิลเลจ สามารถเปิดบริการได้ ถือเป็นการเปิดชั่วคราว หากศาลปกครองยังไม่มีมติออกมาว่าคุ้มครอง ซึ่งถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด เพราะอ้างได้รับอนุญาตก่อสร้างถูกต้อง อ้างว่ากรมทางหลวงเคยอนุญาตให้กิจการต่างๆเชื่อมต่อเส้นทางแบบนี้มา 30-40 รายแล้ว ส่วน ทอท.ก็อ้างว่าจะกระทบการจราจรทางอากาศ ทั้งหมดนี้ต้องนำมาพิจารณาชั่งตวงวัดกันให้ดี และสุดท้ายดูว่าความสมเหตุสมผลอยู่ที่อะไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n529pxfpx3A

 1,732
เศรษฐกิจ
29 ส.ค. 62

เซ็นทรัล วิลเลจ แจงเปิดตามกำหนดเดิม 31 ส.ค. ยันตอนสร้างไม่เคยมีใครมาท้วง

ปัญหาข้อพิพาทระหว่าง เซ็นทรัล วิลเลจ กับ ทอท.ในประเด็นการรุกล้ำพื้นที่ ล่าสุด เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN นำสื่อมวลชนเข้าดูโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ พร้อมยืนยันเปิดให้บริการตามกำหนดเดิม 31 สิงหาคมนี้ พร้อมย้ำได้รับอนุญาตและก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน   โดยทาง CPN กล่าวว่า ศาลปกครองได้เรียกไต่สวนฉุกเฉิน กรณีที่บริษัทยื่นฟ้องการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท.ที่ตั้งเต็นท์ขวางทางเข้า-ออก โครงการฯ เพื่อหวังให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และมีคำสั่งให้ยกเลิกการกีดขวาง เพื่อให้เปิดดำเนินการได้ตามแผน วันที่ 31 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00-22.00 น.   โดย CPN ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี ของการก่อสร้างไม่เคยมีหน่วยงานใดเข้ามาขัดขวาง โดยยืนยันได้รับอนุญาตและก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่โครงการเชื่อมทางเข้าออกอย่างถูกต้อง ไม่มีการรุกล้ำที่ดินของภาครัฐ และไม่ได้เป็นที่ดินตาบอด โดยที่ดินโครงการตั้งอยู่บนที่ดินที่ติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของ ทอท. และได้รับอนุญาตเชื่อมทางอย่างถูกต้องจากกรมทางหลวง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเต็มในการอนุมัติการเชื่อมทาง รวมถึงได้ขออนุญาตก่อสร้างในบริเวณพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้องแล้ว   ปัญหาที่เกิดขึ้นเห็นว่าเป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐต้องสื่อสารกันเอง อย่างไรก็ตามพร้อมที่จะใช้กระบวนการหารือควบคู่กับกระบวนการทางศาล เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย   ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีมูลค่าลงทุนของซีพีเอ็น และร้านค้ากว่า 150 ร้านค้า รวมกว่า 5,000 ล้านบาท มีการจ้างงานกว่า 1,000 คน และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท จากจำนวนผู้เข้าใช้บริการ 20,000 คนต่อวัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GxOmcCqqioo

 1,426
เศรษฐกิจ
28 ส.ค. 62

นายกฯ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ข้อพิพาทเซ็นทรัลวิลเลจ-ทอท.

จากประเด็นข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ระหว่างท่าอากาศยานไทย กับศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ที่ก่อสร้างใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 นี้   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กรณีการก่อสร้างเซ็นทรัล วิลเลจ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือพูดคุย ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการอนุมัติก่อสร้างว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดนยืนยันไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับใคร   นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด โดยย้ำว่า ถ้าถูกก็คือถูก ไม่ถูกก็คือไม่ถูก ไม่มีอย่างอื่น ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยก็ได้ลงไปดูในเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ร.บ.ผังเมือง โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมเกี่ยวเฉพาะกับสนามบิน ซึ่ง ทอท. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ดูอยู่แล้ว   ส่วนบรรยากาศที่โครงการก่อสร้างศูนย์การค้า เซ็นทรัล วิลเลจ ได้มีการติดตั้งป้ายประกาศ พื้นที่ในความครอบครองของ ทอท. ห้ามผู้ใดบุกรุก มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี กว่า 20 นาย เข้าประจำจุดรักษาความสงบในจุดที่กางเต้น ริมถนนทางออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา บรรยากาศทั่วไปยังเป็นปกติ ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด   ทางด้านคดีความ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่โรงพัก สภ.บางพลี เพื่อติดตามความคืบหน้า ได้พบว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลทรัพย์สินของบริษัท ท่าอากาศยานไทย ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี และมีการลงบันทึกประจำงันเอาไว้ว่า   มีการตรวจพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุ ที่บริษัทท่าอากาศไทย ครอบครองอยู่โดยการวางท่อประปาในพื้นทางทางเท้า แต่ไม่มีการระบุชื่อคู่กรณีที่เข้ามาบุกรุก และจากการสอบถามพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับความคืบหน้า พนักงานสอบสวนแจ้งเพียงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมหลักฐาน เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5YPDw_tNca8

 1,651
เศรษฐกิจ
27 ส.ค. 62

ซีพีเอ็นยื่นศาลปกครอง คุ้มครองชั่วคราว ปมพิพาทเซ็นทรัลวิลเลจกับ ทอท.

ประเด็นข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ระหว่างท่าอากาศยานไทย กับศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ที่ก่อสร้างใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 นี้   ล่าสุดมีรายงานข่าวจากเซ็นทรัล แจ้งว่า ได้ยื่นคำร้องให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวโดยศาลได้นัดไต่สวนฉุกเฉินในวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 นี้   โดยซีพีเอ็น ชี้แจงว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่ ทอท. นำสิ่งกีดขวางบริเวณทางเข้า-ออกหน้าโครงการ ทำให้พนักงานคู่ค้า รวมทั้งการดำเนินงานทางด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติอย่างที่ควรจะเป็น โดยขอให้ศาลปกครองพิจารณาห้าม ทอท.ให้ยุติการดำเนินการใดๆ ก็ตามที่เป็นอุปสรรค ขัดขวาง และรื้อถอนสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกจากทางเข้า-ออก หรือทางหลวงแผ่นดิน 370 บริเวณด้านหน้าโครงการ   ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการตามกระบวนการขออนุญาตจากหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการก่อสร้างก่อนเปิดบริการตามแผนงานที่กำหนดไว้ในวันที่ 31 ส.ค.นี้   บริษัทได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นให้ก่อสร้างตามแผนงานที่วางไว้มาโดยตลอด โดยที่โครงการตั้งอยู่ติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 เป็นทางหลวงแผ่นดินที่มีประชาชนทั่วไปใช้ผ่านทางจำนวนมาก แต่ระหว่างดำเนินการโครงการบริษัทไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ จึงต้องขอความคุ้มครองจากศาลปกครองเป็นการชั่วคราวและพิจารณาขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี   ด้าน ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. จะทำหนังสือไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้ช่วยตรวจสอบการก่อสร้างโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ เพราะเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน ประกอบด้วย   1. ศูนย์การค้าฯ ปล่อยคลื่นสัญญาณต่างๆ รบกวนเครื่องช่วยการเดินอากาศหรือไม่   2.แสงไฟจากศูนย์การค้าฯ จะกระทบต่อนักบินหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีกรณีของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ห่างจาก ทสภ. ประมาณ 2 กม. ปรากฏว่ามีแสงไฟแยงตานักบิน และนักบินคิดว่าเป็นไฟรันเวย์ จึงอยากให้ช่วยตรวจสอบ เพราะศูนย์การค้าฯแห่งนี้อยู่ใกล้สนามบินมากกว่า สนามกอล์ฟ   3.มีกิจกรรมที่อาจเกิดควันหรือไม่   4.มีกิจกรรมที่ดึงดูดนกหรือไม่ เช่น เศษอาหาร   5.การปล่อยแสงเลเซอร์ขึ้นไปสู่อากาศ   6.ระบบเข้าและออกศูนย์การค้าฯ ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัด เพราะหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน รถฉุกเฉินจะได้ใช้เป็นทางเข้าออกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ยอมรับว่าประเด็นเหล่านี้ ไม่สามารถลงไปตรวจสอบได้ทันที ต้องรอให้ศูนย์การค้าฯ เปิดให้บริการแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zblf9mQcYEw

 1,428
เศรษฐกิจ
05 ก.ค. 62

เซ็นทรัล วิลเลจ ชี้แจงสร้างถูกต้อง ปัดรุกล้ำพื้นที่สุวรรณภูมิ

จากกรณีที่มีประเด็นข่าวเกี่ยวกับพื้นที่การก่อสร้างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เอาต์เล็ตระดับหรูของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ติดกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาจมีการรุกล้ำพื้นที่   ล่าสุดฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือชี้แจงว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนของโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยโครงการได้ยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ การก่อสร้างได้รับใบอนุญาต และมีความปลอดภัยตามมาตรฐานความปลอดภัยในเขตการบิน ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ใดๆ ของโครงการรุกล้ำที่ดินของภาครัฐ   โดยบริษัทฯ คำนึงถึงความปลอดภัย การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การพัฒนาชุมชนร่วมกันต่อไปในอนาคต อีกทั้ง บริษัทฯ ได้รับฟังความคิดเห็น และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนใน ต. บางโฉลง อ.บางพลี รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนย่านสนามบินสุวรรณภูมิ   โดยทางบริษัทฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่อาจมีการเข้าใจผิดในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้   เซ็นทรัล วิลเลจได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตัวอาคารแต่ละหลังมีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน 23 เมตร บนที่ดินที่ซื้อมาจากเอกชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่ได้ตั้งอยู่บน หรือรุกล้ำพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ/หรือ ที่ดินของภาครัฐใดๆ   โครงการนี้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย   ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า จะได้รับความเป็นธรรมเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียม ด้วยความตั้งใจอันดีที่จะทำให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นลักชูรี่เอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) จากฝีมือคนไทยเป็นที่แรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งระดับโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาท้องถิ่น ให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนใกล้เคียง ให้ย่านสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบเป็นเมืองสนามบินที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ycl7srvNfY4

 1,576
เศรษฐกิจ
04 ก.ค. 62

สั่งสอบห้างหรู 'เซ็นทรัลวิลเลจ' สร้างล้ำเขตสุวรรณภูมิ หวั่นกระทบการบิน

จากกรณีจะมีการก่อสร้างโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ เอาต์เล็ตระดับหรูของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ติดกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาจมีการรุกล้ำเข้ามาในเขตของกรมธนารักษ์ ซึ่งปัจจุบัน ทอท.ดำเนินการเช่าอยู่   ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึง กรณีที่ ทอท.ทำหนังสือไปยังกรมธนารักษ์ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เนื่องจากตรวจสอบพบว่า บางส่วนของโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ มีการลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ของกรมธนารักษ์   ซึ่งปัจจุบัน ทอท.ดำเนินการเช่าอยู่ว่า ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลพื้นที่ จึงต้องหนังสือไปยังกรมธนารักษ์ เพื่อชี้แจงการถูกรุกล้ำเขตดังกล่าว และต้องแจ้งและสอบถามไปยัง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ด้วยมีการขออนุมัติแบบก่อสร้างหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวอยู่บริเวณใกล้เคียงกับแนวร่อนของเครื่องบินซึ่งตามหลักการจะต้องมีการยื่นแบบก่อสร้างให้ กพท.พิจารณาก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยเรื่องการบิน   “ที่ผ่านมาทอท.ในฐานะคนเฝ้าบ้านได้ทำหนังสือไปยังเอกชนรายที่ลุกล้ำที่ดังกล่าวให้ออกนอกพื้นที่ภายใน 15 วัน แต่เอกชนไม่ยอมออก จึงจำเป็นต้องทำหนังสือชี้แจงให้กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินได้รับทราบ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าเอกชนรายดังกล่าวได้ยอมถอยล่นออกไปจากพื้นที่แล้ว”   ส่วนประเด็นของการทำหนังสือไปยัง กพท.นั้น ต้องรอคำตอบจาก กพท. ว่าห้างดังกล่าวมีการยื่นแบบก่อสร้างให้ กพท.พิจารณาก่อนหรือไม หากไม่มีการยื่นแบบ กพท.จะต้องเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของแบบก่อสร้างหรือไม่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยด้านการบิน   นายนิตินัย กล่าวด้วยว่าอย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 20ก.พ. ที่ผ่านมา ห้างดังกล่าว เคยทำหนังสือขออนุญาตเข้ามาใช้พื้นที่ของสนามบินแต่ ทอท.ไม่สามารถอนุมัติตามคำขอของเอกชนได้ เนื่องจาก ทอท.เป็นเพียงผู้ดูแลพื้นที่เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UT6swy-G6tA

 3,034
สังคม-อาชญากรรม
29 มิ.ย. 62

สุวรรณภูมิ คุมเข้มแฟนคลับห้ามส่งเสียงดัง-กีดขวางผดส. ไม่เชื่อฟังถูกตักเตือน-เชิญออกจากพื้นที่ หากยังฝ่าฝืนอีกมีโทษ 'ปรับหรือจำคุก!'

น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า    จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์กลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีสร้างความวุ่นวายใน ทสภ. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยกลุ่มดังกล่าวได้มารอรับศิลปินที่บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน แถว A และ B ห้องโถงผู้โดยสารขาออกชั้น 4    โดยได้มีการส่งเสียงดังและวิ่งกรูตามศิลปิน ทำให้ผู้โดยสารที่มาใช้บริการไม่สามารถทำการเช็คอินได้ และมีแฟนคลับบางคนพยายามฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม รวมทั้งมีคลิปภาพแฟนคลับปีนขึ้นไปยืนบนรถเข็นกระเป๋าและเกาะที่ผนังกระจก บริเวณชานชาลา หน้าอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดมาตรการการรักษาความปลอดภัยของ ทสภ. และสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี   ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ทสภ. จึงได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มาประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว   ในเบื้องต้น ทสภ. จะเพิ่มความเข้มงวด ในการควบคุมไม่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวมาก่อความวุ่นวายได้อีก โดยหากทราบว่ากลุ่มศิลปินเกาหลีจะมีกำหนดเดินทางผ่าน ทสภ. จะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการควบคุมให้กลุ่มแฟนคลับนั่งรอรับศิลปินในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น และห้ามส่งเสียงดังหรือกีดขวางทางเดินผู้โดยสาร    หากไม่เชื่อฟัง เจ้าหน้าที่จะมีการตักเตือนและเชิญออกนอกพื้นที่ และหากยังมีการฝ่าฝืนกระทำอีก เจ้าหน้าที่จะแจ้งความดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดเอาผิดกับผู้ก่อเหตุในข้อหากระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ ให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ และ/หรือ ความผิดฐานบุกรุกโดยกระทำการรบกวนการครอบครองพื้นที่ ทสภ. ของ ทอท. ซึ่งจะมีโทษปรับหรือจำคุกได้    ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร หรือบริเวณชานชาลา และถนนด้านหน้าอาคารผู้โดยสารทั้งหมดถือเป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่ง ทสภ. มีอำนาจบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย ให้เป็นไปตามข้อกำหนด ทอท. ว่าด้วยการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย ณ ทสภ. พ.ศ.2553    นอกจากนี้ ทสภ. อยู่ในระหว่างการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้งจะมีการออกกฎระเบียบและจัดทำมาตรการเพื่อดำเนินการกับกลุ่มแฟนคลับที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อกระทำการใดๆ ที่ไม่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้โดยสาร หรือผู้ใช้บริการ    อย่างไรก็ตาม ทสภ. ต้องขออภัยในความไม่สะดวกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/sMc0ADeRp64

 4,573
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 62

จับแท็กซี่ขี้โกง ดัดแปลงมิเตอร์ติดเทอร์โบ คิดเงิน นทท.อังกฤษจากสุวรรณภูมิ-ข้าวสารเกือบ 4 พัน

เจ้าหน้าที่จับกุมนายเสวยคือ พุฒิสาร อายุ 57 ปี คนขับรถแท็กซี่สาธารณะ สีชมพู ทะเบียน ทษ 407 กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาในคดีแก้ไขดัดแปลง ดัดแปลงมาตรมิเตอร์ และเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง   จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับร้องเรียนจาก MR.JAMES ALEXANDER LOAKES นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ว่าถูกแท็กซี่สาธารณะเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา ผู้เสียหายได้เล่าว่า ได้โดยสารรถแท็กซี่สาธารณะจากสนามบินสุวรรณภูมิ ช่องโดยสารที่44 เพื่อเดินทางไปยังถนนรามบุตรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนขับได้กดมิเตอร์โดยสารแต่เมื่อถึงที่หมาย ค่าโดยสารที่ปรากฏบนมิเตอร์ เป็นจำนวนเงิน 3,985 บาท ตนจึงเชื่อว่าจะถูกหลอก จึงได้เข้าร้องเรียน   ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบกับศูนย์รถแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนทราบว่าผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวคือนายเสวย จึงได้ติดตามตัวมาตรวจสอบ พบมิเตอร์ภายในรถพบว่ามีการดัดแปลงมาตรวัดมิเตอร์ และติดตั้งวงจรไฟฟ้าสวิตซ์ลับบริเวณคันเกียร์ของรถแท็กซี่คันดังกล่าว โดยอาศัยช่วงที่ผู้โดยสารเผลอไม่ทันสังเกต กดปุ่มสวิตซ์ลับ เพื่อเพิ่มราคาค่าโดยสารบนมิเตอร์โดยไม่รู้ตัว   จากการสอบสวนนายเสวย ผู้ต้องได้ให้การรับสารภาพว่าได้มีการดัดแปลงมาตรวัดมิเตอร์เพื่อให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจริง โดยอ้างว่าจำมาจากคนขับในวงการแท็กซี่ และลงมือดัดแปลงด้วยตัวเอง เบื้องต้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทำการเบิกถอนใบอนุญาตเข้ามารับส่งผู้โดยสารภายในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง   ทางกรมการขนส่งทางบก จึงเรียกตัวไปทำการอบรมจำนวน 3 ชั่วโมง พร้อมทั้ง สั่งปรับในข้อหาแก้ไขดัดแปลงดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบ (ดัดแปลงมาตรมิเตอร์) โดยจะมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และข้อหา เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการ เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เบื้องต้นกรมการขนส่งทางบก ได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ต้องหาเป็นเวลา 3 เดือน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/e5bvM-0fZPE

 7,988
เศรษฐกิจ
20 มิ.ย. 62

เปิดสัญญา 'คิงเพาเวอร์' กินรวบดิวตี้ฟรี ส่งผล ทอท.รายได้พุ่ง 2.3 หมื่นล้าน

ที่ประชุมบอร์ด ทอท.มีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการพิจารณารายได้นำเสนอมาให้ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ชนะประมูลได้รับสิทธิจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) สนามบินสุวรรณภูมิ โดยคิง เพาเวอร์ เป็นผู้เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปีสูงสุดที่ 15,419 ล้านบาท   ขณะที่สนามบินภูมิภาค (เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต) คิง เพาเวอร์ ชนะการประมูลโดยเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้ ทอท.ที่ปีละ 2,331 ล้านบาท   นอกจากนั้นที่ประชุมบอร์ด ทอท.ยังได้อนุมัติให้ คิง เพาเวอร์ เป็นผู้ได้รับสิทธิบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเสนอสูงสุดที่ 5,798 ล้านบาทต่อปี   ซึ่งการที่ได้คิงเพาเวอร์เข้ามาบริหารจัดการรวม 3 สัญญา จะทำให้ในปีงบประมาณ 64 ทอท.จะได้รายได้ 23,548 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 10,000 ล้าน   โดยสาเหตุที่คิงเพาเวอร์ชนะการประมูลทั้งหมด แม้ว่าจะเสนอผลตอบแทนให้ ทอท.มากอย่างถล่มทลายก็ตาม แต่การนำเสนอแผนธุรกิจ แผนการตลาดที่มานำเสนอได้มีการคาดการณ์การเติบโตผู้โดยสาร ยอดขายสินค้าในทุกประเภทชัดเจน   ในขณะที่เอกชนอื่นที่มายื่นข้อเสนอ ไม่ได้ประมาณการณ์ไว้ สินค้าที่ขายได้เพิ่มขึ้นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คิงเพาเวอร์ เสนอผลประโยชน์ตอนแทนสูง ขณะเดียวกันในแผนที่นำเสนอก็มีความเป็นไปได้ของรายได้ที่จะเกิดและเพิ่มขึ้นโดยไม่คลาดเคลื่อนเลย   ซึ่งจากข่าวดีของ ทอท.ส่งผลให้หุ้น ทอท.หรือ AOT ทำนิวไฮในรอบ 1 ปี 5 เดือน รับผลตอบแทนสัมปทานจากคิงเพาเวอร์สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้มากมาปิดตลาดที่ 73.75 บาท บวก 5.75 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z-w9w_m1Fbg

 1,193

Top