ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงสาธารณสุข"

ประชาสัมพันธ์
16 ก.พ. 63

รมว.ศึกษา ลุยเช็กความพร้อม การป้องกันเชื้อโควิด-19 และฝุ่น pm2.5 ในโรงเรียน

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก และโรงเรียนวัดอัมรินทาราม สังกัด สพป.กรุงเทพมหานคร ตรวจความพร้อมและระบบการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในโรงเรียนประถมศึกษา   โดยภายหลังจากการตรวจเยี่ยม นายณัฏฐพล กล่าวว่า โรงเรียนต้องให้ความสำคัญในเรื่องของสุขลักษณะ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีปัญหามลพิษและโรคระบาดต่าง ๆ   ซึ่งทางด้านกระทรวงสาธารณสุข ได้ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ในเรื่องการดูแลความสะอาด ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน   ส่วนเรื่องของการจัดอาหารกลางวันให้กับเด็กก็ต้องให้ถูกสุขลักษณะ ต้องปลูกฝังให้เด็ก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือสม่ำเสมอ  เนื่องจากโรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในการเผยแพร่โรคต่างๆ    ส่วนเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้น ยอมรับว่าต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องวางมาตรการ ว่าภายใน 3- 5 ปี จะสามารถบริหารจัดการเรื่องฝุ่นให้ได้ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และทุกจังหวัดที่มีปัญหา    ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ จะทำการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจกับนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง ซึ่งก็หวังว่าการขับเคลื่อนของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการนั้น จะเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นต่อทุกภาคส่วนต่อไป         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/n51cHjbq3ng  

 965
สังคม
09 ก.พ. 63

สธ. แถลงไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาเพิ่ม ระวังคัดกรองเข้มท่าอากาศยาน พาณิชย์จัดจำหน่ายหน้ากากอนามัยทั่วประเทศ

กระทรวงสาธารณสุขแถลงรายงานสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา ในไทยถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 7 ราย เป็นคนจีน 4 ราย 3 รายคือกลุ่มคนจีนที่อยู่กลุ่มเฝ้าระวังเดิม 1 รายคือนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมา และคนไทย 3 ราย โดย 1 รายคือกลุ่มคนไทยที่รับตัวกลับมาจากเมืองอู่ฮั่นและพักอยู่บ้านพักรับรองที่สัตหีบ 2 รายเป็นผู้มีอาชีพใกล้ชิดนักท่องเที่ยวชาวจีนทำให้ในขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรวม 32 ราย รักษาในโรงพยาบาล 22 ราย กลับบ้านแล้ว 10 ราย     ซึ่งศูนย์ปฎิบัติการกระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังและยังคงคัดกรองกันอย่างเข้มงวดทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสียง ส่วนการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยเครื่องวัดอุณภูมิยังคงมีอยู่ ที่ท่าอากาศยานทั้ง 5 แห่ง โดยจะเพิ่มท่าอากาศยานเชียงรายอีก 1 แห่งคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศจีน ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับคำแนะนำด้านสุขภาพจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหหน้าที่ควบคุมโรค     ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวว่าจะจัดจำหน่ายหน้ากากอนานมัยที่กระทรวงพาณิชย์เบื้องต้นสองแสนชิ้นและจะเพิ่มช่องทางจำหน่ายอื่นๆ เช่นทำเนียบรัฐบาล หรือร้านธงฟ้าอีก 5 แสนชิ้น กระจายไป 820 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากมีการประกาศให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุมสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดขายเกินราคาได้ 11 รายก็จะมีการดำเนินคดีต่อไป หากประชาชนพบผู้ใดขายเกินราคาสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 ตลอดเวลา           ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/XrksHx0wLJo  

 1,849
ต่างประเทศ
08 ก.พ. 63

ยอดผู้ป่วยโคโรนาในไทยยังนิ่ง ถอยอันดับอยู่ที่ 4 ของโลก

ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พบผู้มีอาการคล้ายหวัด 1 คน ถูกส่งไปเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล พร้อมผู้อยู่ร่วมห้องอีก 1 คน และส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ส่วนผู้ป่วยที่เฝ้าระวังเดิม 4 คน วันนี้ไม่มีไข้ รอผลตรวจอีกครั้ง   กระทรวงสาธารณสุขยืนยัน ไทยมีผู้ติดเชื้อ 25 คนเท่าเดิม ทำให้อันดับประเทศที่พบผู้ป่วย ลดลงจากอันดับ 2 มาอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ผู้ป่วยกลับบ้านได้แล้ว 9 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน ส่วนผู้ที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังมี 615 คน ส่วนผู้ป่วยที่เป็นคนขับรถบัสท่องเที่ยว ซึ่งอาการรุนแรงที่สุดยังอยู่ในห้องแยกโรคและมีทีมแพทย์ดูแลใกล้ชิด   ที่ญี่ปุ่นเรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส ที่ถูกกักโรคเอาไว้ในน่านน้ำ อ่าวโยโกฮาม่า ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 41 คน มีทั้งชาวญี่ปุ่นอเมริกันออสเตรเลีย และแคนาดา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 61 คน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ออกประกาศ ไม่อนุญาตชาวต่างชาติบนเรือสำราญลำอื่นเข้าประเทศ มีผลบังคับใช้แล้ว   ที่สิงคโปร์มีประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง เป็นระดับสีส้มแล้ว หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเพิ่มอีก 3 คน ทั้งหมดไม่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และไม่มีประวัติการเดินทางไปจีน   ส่วนที่จีน ทางการสั่งตรวจสอบการเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง จักษุแพทย์ รพ.อู่ฮั่น วัย 34 ปี ที่เคยออกมาเตือนเรื่องการระบาดตั้งแต่ 30 ธันวาคม เคยถูกตำรวจสั่งให้หยุดปล่อยข่าว จากนั้นเชื้อก็แพร่กระจายเป็นวงกว้าง การเสียชีวิตนี้กลายเป็นข่าวดังในเว่ยป๋อ ซึ่งเป็นทวิตเตอร์จีน มียอดวิวกว่า 1,500 ล้านวิว สำหรับยอดผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ที่อย่างน้อย 639 คน แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่ ยกเว้นในฟิลิปปินส์และฮ่องกง ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อมีอย่างน้อย 31,486 คน ใน 25 ประเทศ และอีก 3 เขตปกครองพิเศษ ขณะที่ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ มีกว่า 26,300 คนทั่วโลก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4I5vIzLBMiY

 1,779
สังคม
08 ก.พ. 63

ยอดผู้ป่วยโคโรนาในไทยยังนิ่ง ถอยอันดับอยู่ที่ 4 ของโลก

ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พบผู้มีอาการคล้ายหวัด 1 คน ถูกส่งไปเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล พร้อมผู้อยู่ร่วมห้องอีก 1 คน และส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ส่วนผู้ป่วยที่เฝ้าระวังเดิม 4 คน วันนี้ไม่มีไข้ รอผลตรวจอีกครั้ง   กระทรวงสาธารณสุขยืนยัน ไทยมีผู้ติดเชื้อ 25 คนเท่าเดิม ทำให้อันดับประเทศที่พบผู้ป่วย ลดลงจากอันดับ 2 มาอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ผู้ป่วยกลับบ้านได้แล้ว 9 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน ส่วนผู้ที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังมี 615 คน ส่วนผู้ป่วยที่เป็นคนขับรถบัสท่องเที่ยว ซึ่งอาการรุนแรงที่สุดยังอยู่ในห้องแยกโรคและมีทีมแพทย์ดูแลใกล้ชิด   ที่ญี่ปุ่นเรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส ที่ถูกกักโรคเอาไว้ในน่านน้ำ อ่าวโยโกฮาม่า ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 41 คน มีทั้งชาวญี่ปุ่นอเมริกันออสเตรเลีย และแคนาดา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 61 คน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ออกประกาศ ไม่อนุญาตชาวต่างชาติบนเรือสำราญลำอื่นเข้าประเทศ มีผลบังคับใช้แล้ว   ที่สิงคโปร์มีประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง เป็นระดับสีส้มแล้ว หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเพิ่มอีก 3 คน ทั้งหมดไม่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และไม่มีประวัติการเดินทางไปจีน   ส่วนที่จีน ทางการสั่งตรวจสอบการเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง จักษุแพทย์ รพ.อู่ฮั่น วัย 34 ปี ที่เคยออกมาเตือนเรื่องการระบาดตั้งแต่ 30 ธันวาคม เคยถูกตำรวจสั่งให้หยุดปล่อยข่าว จากนั้นเชื้อก็แพร่กระจายเป็นวงกว้าง การเสียชีวิตนี้กลายเป็นข่าวดังในเว่ยป๋อ ซึ่งเป็นทวิตเตอร์จีน มียอดวิวกว่า 1,500 ล้านวิว สำหรับยอดผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ที่อย่างน้อย 639 คน แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่ ยกเว้นในฟิลิปปินส์และฮ่องกง ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อมีอย่างน้อย 31,486 คน ใน 25 ประเทศ และอีก 3 เขตปกครองพิเศษ ขณะที่ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ มีกว่า 26,300 คนทั่วโลก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4I5vIzLBMiY

 1,779
สังคม
08 ก.พ. 63

กระทรวงสาธารณสุข ยันไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 25 คนเท่าเดิม-ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญเพิ่ม 41 คน

ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ชลบุรี พบผู้มีอาการคล้ายหวัด 1 คน ถูกส่งไปเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล พร้อมผู้อยู่ร่วมห้องอีก 1 คน และส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ส่วนผู้ป่วยที่เฝ้าระวังเดิม 4 คน วันนี้ไม่มีไข้ รอผลตรวจอีกครั้ง   กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ไทยมีผู้ติดเชื้อ 25 คนเท่าเดิม ทำให้อันดับประเทศที่พบผู้ป่วย ลดลงจากอันดับ 2 มาอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ผู้ป่วยกลับบ้านได้แล้ว 9 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน ส่วนผู้ที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังมี 615 คน ส่วนผู้ป่วยที่เป็นคนขับรถบัสท่องเที่ยว ซึ่งอาการรุนแรงที่สุด ยังอยู่ในห้องแยกโรค และมีทีมแพทย์ดูแลใกล้ชิด   ขณะที่ญี่ปุ่น เรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส ที่ถูกกักโรคเอาไว้ในน่านน้ำ อ่าวโยโกฮาม่า ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 41 คน มีทั้งชาวญี่ปุ่น ,อเมริกัน ,ออสเตรเลีย และแคนาดา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 61 คน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ออกประกาศ ไม่อนุญาตชาวต่างชาติ บนเรือสำราญลำอื่น เข้าประเทศ มีผลบังคับใช้แล้ว   สิงคโปร์-มีประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง เป็นระดับสีส้มแล้ว หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเพิ่มอีก 3 คน ทั้งหมดไม่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และไม่มีประวัติการเดินทางไปจีน   ส่วนที่จีน ทางการสั่งตรวจสอบการเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง จักษุแพทย์ รพ.อู่ฮั่น วัย 34 ปี ที่เคยออกมาเตือน เรื่องการระบาด ตั้งแต่ 30 ธันวาคม เคยถูกตำรวจสั่งให้หยุดปล่อยข่าว จากนั้นเชื้อก็แพร่กระจายเป็นวงกว้าง การเสียชีวิตนี้ กลายเป็นข่าวดังในเว่ยป๋อ ซึ่งเป็นทวิตเตอร์จีน มียอดวิวกว่า 1,500 ล้านวิว สำหรับยอดผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ที่อย่างน้อย 639 คน แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่ ยกเว้นในฟิลิปปินส์และฮ่องกง   ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อมีอย่างน้อย 31,486 คน ใน 25 ประเทศ และอีก 3 เขตปกครองพิเศษ ขณะที่ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ มีกว่า 26,300 คนทั่วโลก

 4,328
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.พ. 63

ยอดติดเชื้อโคโรนาในไทยยังไม่เพิ่ม - 'อนุทิน' ร่วมวงกินข้าวแท็กซี่เคยติดเชื้อ มั่นใจรักษาหายได้

กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย ประจำวันที่ 6 ก.พ.2563 ซึ่งยังมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อ ในประเทศไทย 25 ราย รักษาตัวและหลับบ้านแล้ว 9 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 ราย วันนี้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การกักกันโรค 595 คน   ส่วนอาการผู้ป่วยชาวไทยที่เป็นคนขับรถบัสชาวไทยวัย 70 ปีและมีอาการวัณโรคร่วมด้วย ผู้ป่วยอาการยังคงที่แพทย์ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและมีทีมแพทย์ติดตามอาการใกล้ชิด   ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. สาธารณสุข โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพชูมือคนขับแท็กซี่วัย 51 ปี ที่รักษาจนหายเป็นปกติจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าไวรัสโคโรนาสามารถรักษาจนหายได้พร้อมระบุข้อความว่า   "พี่แท็กซี่ที่ติดเชื้อโคโรนา คนแรกที่เป็นคนไทย ติดเชื้อในประเทศไทย ได้รับการรักษาจนหาย กลับบ้านได้แล้ว บอกให้ไม่เปิดเผยโฉมหน้าก็ไม่ยอม ใจถึงจริงๆ#Coronaรักษาได้"   ด้านคนขับแท็กซี่ระบุว่า จะใช้เวลาปรับตัวอีก 2-3 วันก็จะกลับไปขับรถตามปกติ พร้อมฝากถึงเพื่อนร่วมอาชีพ ให้ระมัดระวังตัวเอง ทำความสะอาดรถ และสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ   มีรายงานว่ากระทรวงสาธารณาสุข ได้ประสานมายังฝ่ายลูกเรือของการบินไทย โดยขอให้ลูกเรือ 13 คน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบิน TG 218 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 เส้นทางภูเก็ต-สุวรรณภูมิ เข้าไปตรวจหาการติดเชื้อไวรัสโคโรนา เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขสงสัย ว่าจะมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาบนเที่ยวบินดังกล่าว หลังจากทราบถึงการทำกิจกรรมของผู้ป่วยทราบว่า ได้เดินทางมากับเที่ยวบินของการบินไทย   ซึ่งขณะนี้ได้พ้นระยะเวลาฟักตัว 14 วันของเชื้อโรคมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ลูกเรือในเที่ยวบินดังกล่าวยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีใครเจ็บป่วยใดๆ และลูกเรือทั้งหมดยังมีการสวมหน้ากาก แต่เพื่อความสบายใจ กระทรวงสาธารณสุขได้ขอให้ลูกเรือทั้งหมดในเที่ยวบินดังกล่าวไปตรวจหาเชื้อในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w_3IaOwrN60

 334
สังคม
07 ก.พ. 63

ยอดติดเชื้อโคโรนาในไทยยังไม่เพิ่ม - 'อนุทิน' ร่วมวงกินข้าวแท็กซี่เคยติดเชื้อ มั่นใจรักษาหายได้

กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย ประจำวันที่ 6 ก.พ.2563 ซึ่งยังมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อ ในประเทศไทย 25 ราย รักษาตัวและหลับบ้านแล้ว 9 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 ราย วันนี้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การกักกันโรค 595 คน   ส่วนอาการผู้ป่วยชาวไทยที่เป็นคนขับรถบัสชาวไทยวัย 70 ปีและมีอาการวัณโรคร่วมด้วย ผู้ป่วยอาการยังคงที่แพทย์ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและมีทีมแพทย์ติดตามอาการใกล้ชิด   ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. สาธารณสุข โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพชูมือคนขับแท็กซี่วัย 51 ปี ที่รักษาจนหายเป็นปกติจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าไวรัสโคโรนาสามารถรักษาจนหายได้พร้อมระบุข้อความว่า   "พี่แท็กซี่ที่ติดเชื้อโคโรนา คนแรกที่เป็นคนไทย ติดเชื้อในประเทศไทย ได้รับการรักษาจนหาย กลับบ้านได้แล้ว บอกให้ไม่เปิดเผยโฉมหน้าก็ไม่ยอม ใจถึงจริงๆ#Coronaรักษาได้"   ด้านคนขับแท็กซี่ระบุว่า จะใช้เวลาปรับตัวอีก 2-3 วันก็จะกลับไปขับรถตามปกติ พร้อมฝากถึงเพื่อนร่วมอาชีพ ให้ระมัดระวังตัวเอง ทำความสะอาดรถ และสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ   มีรายงานว่ากระทรวงสาธารณาสุข ได้ประสานมายังฝ่ายลูกเรือของการบินไทย โดยขอให้ลูกเรือ 13 คน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบิน TG 218 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 เส้นทางภูเก็ต-สุวรรณภูมิ เข้าไปตรวจหาการติดเชื้อไวรัสโคโรนา เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขสงสัย ว่าจะมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาบนเที่ยวบินดังกล่าว หลังจากทราบถึงการทำกิจกรรมของผู้ป่วยทราบว่า ได้เดินทางมากับเที่ยวบินของการบินไทย   ซึ่งขณะนี้ได้พ้นระยะเวลาฟักตัว 14 วันของเชื้อโรคมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ลูกเรือในเที่ยวบินดังกล่าวยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีใครเจ็บป่วยใดๆ และลูกเรือทั้งหมดยังมีการสวมหน้ากาก แต่เพื่อความสบายใจ กระทรวงสาธารณสุขได้ขอให้ลูกเรือทั้งหมดในเที่ยวบินดังกล่าวไปตรวจหาเชื้อในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w_3IaOwrN60

 334
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.พ. 63

โชเฟอร์แท็กซี่เปิดใจหลังหายจากไวรัสโคโรนา - หมอเตือน 5 ข้อรับมือ เชื้อแพร่กระจายในรถสาธารณะ

กระทรวงสาธารณสุข แถลงความเคลื่อนไหวจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทย พบว่า ขณะนี้มีผู้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 16 ราย กลับบ้านได้แล้ว 9 ราย ทำให้ไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 25 ราย พร้อมทั้งเผยข่าวดีว่าคนขับแท็กซี่ไทยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากคนสู่คนเป็นรายแรกของประเทศ ได้หายป่วยจากเชื้อดังกล่าว และสามารถกลับบ้านได้แล้ว   ขณะที่เจ้าตัวได้เปิดใจ ร่ำไห้ถึงโรคดังกล่าวว่า “ผมขอให้เพื่อนๆ คนขับรถด้วยกันใส่แมสเถอะครับ ตอนผมป่วยผมไม่ออกนอกบ้าน ไม่คุยกับใครเลย ผมเก็บตัวอย่างเดียว จะได้ไม่มีใครหาว่าเราแพร่เชื้อ เป็นความรู้สึกดีๆ อย่างผมติดไวรัสโคโรนา ก็ไม่มีความรู้สึกไม่ดีกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ผมมีความรู้สึกว่าพี่น้องเราทุกคนในโลกเป็นครอบครัว   “ผมขับแท็กซี่ พูดตรงๆ อู่ข้าวอู่น้ำของผมก็คือนักท่องเที่ยว ผมรับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ผมดูข่าวในห้องแยกโรค ผมส่งกำลังใจให้ชาวอู่ฮั่นทุกวัน เพราะขณะผมยังสู้แล้วหายเลยครับ” คนขับแท็กซี่กล่าว   ส่วนหนึ่งในผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชาวไทยวัย 70 ปี มีอาชีพขับรถบัสรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ยังอยู่ในห้องไอซียู มีอาการปอดอักเสบ และวัณโรค โดยปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร อาการยังคงที่ แพทย์ต้องรักษาอาการวัณโรคให้ได้ก่อน ซึ่งแพทย์จะดูแลอาการอย่างใกล้ชิด   ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการป้องกันการติดและการแพร่กระจายในรถโดยสารสาธารณะทุกชนิด โดยระบุว่า   1-จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครมีความโน้มเอียงที่จะติดเชื้อและแพร่ จะเป็นคนไทยเองหรือต่างชาติก็ตาม   2-จะไม่สามารถแยกแยะได้จากลักษณะท่าทาง ได้อย่างชัดเจนนัก ทั้งนี้เนื่องจาก ทั้งผู้ที่ติดเชื้อที่สามารถแพร่ได้เยอะ (จากการที่ปอดมีการอักเสบอยู่) แต่ยังดูปกติ เดินไปเดินมาได้ ไม่มีน้ำมูกไหล จะมีไอหรือจามหรือไม่ก็ตาม และผู้ที่ติดเชื้อที่แพร่ได้น้อยโดยที่ปอดยังไม่อักเสบอยู่ทั้งสองกลุ่มนี้ดูเหมือนคนธรรมดา   3-ผู้ที่ขับรถโดยสารต้องมีการป้องกันตัว มีหน้ากากปิดปาก ปิดจมูก ถ้ามีที่ครอบตาแบบแว่นตาถูกๆ ที่กันลมได้ยิ่งดี และหมั่นล้างมือบ่อยๆ   4-ผู้โดยสารต้องมีการป้องกันตัวแบบเดียวกัน และต้องไม่ลืมว่าละอองฝอยที่กระเด็นออกมา เวลาพูดจากผู้โดยสารที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ และเวลาไอจามจะติดอยู่ที่ภายในตัวรถ และเชื้อเหล่านี้จะอยู่ได้นานหลายชั่วโมงในอุณหภูมิ 20 ถึง 40 องศาได้ในความชื้นสัมพัทธ์ ในระดับที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปก็คือระดับที่มนุษย์พอใจ ดังนั้นต้องล้างมือบ่อยๆ ด้วย   5-ถึงเวลาที่ทางการจะต้องออกมาตรฐาน ในการฆ่าเชื้อในตัวรถในห้องผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารชนิดใด รถประจำทางสาธารณะ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ทั้งนี้นึกถึงภาพสายการบินในการทำความสะอาดในตัวเครื่องบินในเวลาอันรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nmP8OChKlH0

 333
สังคม
06 ก.พ. 63

โชเฟอร์แท็กซี่เปิดใจหลังหายจากไวรัสโคโรนา - หมอเตือน 5 ข้อรับมือ เชื้อแพร่กระจายในรถสาธารณะ

กระทรวงสาธารณสุข แถลงความเคลื่อนไหวจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทย พบว่า ขณะนี้มีผู้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 16 ราย กลับบ้านได้แล้ว 9 ราย ทำให้ไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 25 ราย พร้อมทั้งเผยข่าวดีว่าคนขับแท็กซี่ไทยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากคนสู่คนเป็นรายแรกของประเทศ ได้หายป่วยจากเชื้อดังกล่าว และสามารถกลับบ้านได้แล้ว   ขณะที่เจ้าตัวได้เปิดใจ ร่ำไห้ถึงโรคดังกล่าวว่า “ผมขอให้เพื่อนๆ คนขับรถด้วยกันใส่แมสเถอะครับ ตอนผมป่วยผมไม่ออกนอกบ้าน ไม่คุยกับใครเลย ผมเก็บตัวอย่างเดียว จะได้ไม่มีใครหาว่าเราแพร่เชื้อ เป็นความรู้สึกดีๆ อย่างผมติดไวรัสโคโรนา ก็ไม่มีความรู้สึกไม่ดีกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ผมมีความรู้สึกว่าพี่น้องเราทุกคนในโลกเป็นครอบครัว   “ผมขับแท็กซี่ พูดตรงๆ อู่ข้าวอู่น้ำของผมก็คือนักท่องเที่ยว ผมรับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ผมดูข่าวในห้องแยกโรค ผมส่งกำลังใจให้ชาวอู่ฮั่นทุกวัน เพราะขณะผมยังสู้แล้วหายเลยครับ” คนขับแท็กซี่กล่าว   ส่วนหนึ่งในผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชาวไทยวัย 70 ปี มีอาชีพขับรถบัสรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ยังอยู่ในห้องไอซียู มีอาการปอดอักเสบ และวัณโรค โดยปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร อาการยังคงที่ แพทย์ต้องรักษาอาการวัณโรคให้ได้ก่อน ซึ่งแพทย์จะดูแลอาการอย่างใกล้ชิด   ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการป้องกันการติดและการแพร่กระจายในรถโดยสารสาธารณะทุกชนิด โดยระบุว่า   1-จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครมีความโน้มเอียงที่จะติดเชื้อและแพร่ จะเป็นคนไทยเองหรือต่างชาติก็ตาม   2-จะไม่สามารถแยกแยะได้จากลักษณะท่าทาง ได้อย่างชัดเจนนัก ทั้งนี้เนื่องจาก ทั้งผู้ที่ติดเชื้อที่สามารถแพร่ได้เยอะ (จากการที่ปอดมีการอักเสบอยู่) แต่ยังดูปกติ เดินไปเดินมาได้ ไม่มีน้ำมูกไหล จะมีไอหรือจามหรือไม่ก็ตาม และผู้ที่ติดเชื้อที่แพร่ได้น้อยโดยที่ปอดยังไม่อักเสบอยู่ทั้งสองกลุ่มนี้ดูเหมือนคนธรรมดา   3-ผู้ที่ขับรถโดยสารต้องมีการป้องกันตัว มีหน้ากากปิดปาก ปิดจมูก ถ้ามีที่ครอบตาแบบแว่นตาถูกๆ ที่กันลมได้ยิ่งดี และหมั่นล้างมือบ่อยๆ   4-ผู้โดยสารต้องมีการป้องกันตัวแบบเดียวกัน และต้องไม่ลืมว่าละอองฝอยที่กระเด็นออกมา เวลาพูดจากผู้โดยสารที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ และเวลาไอจามจะติดอยู่ที่ภายในตัวรถ และเชื้อเหล่านี้จะอยู่ได้นานหลายชั่วโมงในอุณหภูมิ 20 ถึง 40 องศาได้ในความชื้นสัมพัทธ์ ในระดับที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปก็คือระดับที่มนุษย์พอใจ ดังนั้นต้องล้างมือบ่อยๆ ด้วย   5-ถึงเวลาที่ทางการจะต้องออกมาตรฐาน ในการฆ่าเชื้อในตัวรถในห้องผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารชนิดใด รถประจำทางสาธารณะ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ทั้งนี้นึกถึงภาพสายการบินในการทำความสะอาดในตัวเครื่องบินในเวลาอันรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nmP8OChKlH0

 333
สังคม
05 ก.พ. 63

โชเฟอร์รถบัส นทท.จีน ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ล่าสุดอาการดีขึ้น - ด้านคนขับแท็กซี่ยันหายสนิทแล้ว!

ที่กระทรวงสาธารณสุข เวลา 16 นาฬิกา ทางนายแพทย์ อัษฏางค์รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าว กรณีหน้ากากอนามัยขาดตลาด ว่าในตอนนี้ ได้ให้องค์การเภสัชกรรมและ อย.ได้ดำเนินการผลิตหน้ากากอนามัยเพิ่ม รวมถึงเจลล้างมือ และมีสินค้าในสต็อกเพียงพอต่อประชาชน โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 9 นาฬิกาจะร่วมหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์ในการผลิตและจัดหารหน้ากากอนามัยเพิ่มเติม   นอกจากนั่นกรณีของผู้ป่วยชาวไทยมี่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นคนขับรถบัสนั่นอาการในขณะนี้ยังคงที่ทางแพทย์ได้ทำการรักษาวัณโรคก่อนเพื่อไม่ให้กระทบต่อการรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งทีมแพทย์ผู้รักษาต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด   ขณะที่ผู้ป่วยที่เป็นคนขับแท็กซี่ได้รับเชื้อในไทย วันนี้หลังจากหายแล้ว ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ บอกว่าในช่วงแรกกลัว กังวลเพราะเป็นโรคที่ยังไม่มียารักษา แต่เมื่อเจอทีมแพทย์ ทำหารรักษาอย่าสุดความสามรถจนหายก็ดีใจ และเป็นห่วงครอบครัว ตอนป่วยก็แยกตัวจากครอบครัว เพื่อไม่ให้ติดครอบครัว พร้อมแนะนำให้เพื่อนๆๆแท็กซี่ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง   ส่วนผู้ป่วย 16 ราย ที่ยังรักษาตัวอยู่นั่น อาการหลายคนดีขึ้นร่วมถึงรายล่าสุดซึ่งเป็นคนขับรถบัสให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เพิ่งเข้ารับการรักษาตัว ซึ่งมีอาการติดเชื้อที่ปอดและทางเดินหายใจวันนี้แพทย์เผยว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเฝ้าสังเกตุการอยู่ ส่วนของผู้ใกล้ชิด ครอบครัวของผู้ป่วย ขณะนี้ มีการนำตัวลูกชายมาแยกตัวเข้าห้องกักกันโรคพร้อมรอติดตามอาการป่วยและผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ  

 567
สังคม
05 ก.พ. 63

เผยนาที คนไทย 138 คน ในเมืองอู่ฮั่น เดินทางถึงอู่ตะเภา สธ.แถลงพบผู้ป่วยติดเชื้อ ‘ไวรัสโคโรนา’ ในไทย เพิ่ม 6 ราย

เมื่อเวลา 20.40 น. ของวันนี้ 4 ก.พ.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือลงพื้นที่ สนามบิน อู่ตะเภา โดยมี จนท.และ แพทย์ สาธารณสุข และ ทหารเรือ ในชุดป้องกันเชื้อโรค ยืนรอรับ เครื่องบิน AirAsia เอเชีย เที่ยวบินที่ FD571 ที่แตะรันเวย์สนามบินอู่ตะเภา พร้อม คนไทย 138 ชีวิต จากเมือง อู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน   ด้านเจ้าหน้าที่ จำนวน 16 คน ประกอบด้วยนักบิน 2 คน จนท.ช่าง 1 คน จนท.กรมควบคุมโรค 7 คน จนท.กงศุล 2 คน และลูกเรือ 4 คน รวมทั้งหมดบนเครื่องบิน 157 คน ได้ผ่านการตัดกรองโรค และ กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองก่อนนำทั้งหมด ย้ายไปยัง อาคารกิจการอาคารรับรองสัตหีบ สวัสดิการอาคารรับรองกองทัพเรือ ซึ่งเป็นศูนย์เฝ้าระวังและติดตาม ซึ่งทั้งหมดได้ผ่านการคัดกรองเรียบร้อยและตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ   โดยล่าสุดมีรายงานว่าพบคนไทย 6 คนจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่โดยสารมาในเครื่องบินลำนี้ พบว่ามีอาการมีไข้ แต่ไม่ได้มีภาระเสี่ยง ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งได้ถูกคัดแยกตัว ไปดูอาการในเบื้องต้นยัง โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ แล้ว สำหรับ 3 คน ไทยที่ไม่ได้กลับ เป็นนักศึกษาอายุ 24 ปี จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นเพศชายและหญิงซึ่งมีไข้เกินเกณฑ์คัดกรอง แม้ตรวจอาการไม่ชี้ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ยังต้องกักกันโรคอยู่ในที่พักของตัวเองที่ประเทศจีนอีก 14 วัน ส่วนอีก 1 คน วีซ่าขาด ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะสามารถเดินทางกลับมายังประเทศไทยได้ โดยทั้งหมดมีเจ้าหน้าที่กงสุลไทยดูแล และจะได้มีการช่วยเหลือในภายหลังต่อไป   นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มี 6 คนที่ถูกแยกออกไปที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เนื่องจากมีไข้และไอ ขณะที่ 132 คนที่เหลือถูกนำไปพักที่อาคารรับรอง อ่าวดงตาล เป็นเวลา 14 วัน โดยทางแพทย์ได้เตรียมให้ทำกิจกรรมสันทนาการเพื่อผ่อนคลาย และหลังจากครบระยะเวลา 14 วัน เมื่อตรวจสอบชัดเจนแล้วว่าไม่มีใครติดเชื้อไวรัสโคโรนา ก็จะได้รับการปล่อยตัวให้กลับบ้านใช้ชีวิตตามปกติต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมห้องพักรับรองญาติ ซึ่งแยกออกมาต่างหาก เพื่อให้ญาติได้เดินทางมาเยี่ยมและพูดคุยผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ และ วีดีโอคอล   ด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ว่าในวันนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่ออุบัติใหม่ 3 ด้าน (ด้านคลินิก ระบาดวิทยา และห้องปฏิบัติการ) ได้ประชุมและสรุปรายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 รายใหม่เพิ่มอีก 6 ราย   โดยเป็นคนไทย 4 รายในจำนวนนี้ 2 รายเป็นสามีภรรยา มีประวัติเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และ 2 รายเป็นผู้ขับขี่รถโดยสารไม่ประจำทางซึ่งรับผู้โดยสารชาวจีน ส่วนอีก 2 รายเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน   ขณะนี้ผู้ป่วย 5 รายใน 6 ราย อาการดีขึ้น เมื่อผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นลบ ก็จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล สรุปมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อที่รักษาตัวในโรงพยาบาล 17 ราย กลับบ้านแล้ว 8 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 25 ราย ส่วนจีนผู้ป่วยที่เสียชีวิตเพิ่มเป็น 426 ราย ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 20,627 ราย  

 252
สังคม
02 ก.พ. 63

สธ.เผยโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ร้ายกว่า ‘ซาร์ส’ ด้านยอดผู้ป่วยไวรัสระบาดในไทยตัวเลขยังนิ่ง

สำหรับสถานการณ์ไวรัสในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ยอดผู้ป่วยยังคงอยู่ที่ 19 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 7 ราย ยังอยู่ที่โรงพยาบาล 12 ราย ทุกรายมีอาการดีขึ้น รอเพียงผลตรวจยืนยันวาไม่มีเชื้อแล้วจึงจะให้กลับบ้านได้   ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ตั้งแต่วันที่ 3-31 มกราคม 2563 มีทั้งหมด 344 ราย มีทั้งคนจีนและคนไทยที่สัมผัสใกล้ชิดคนจีน โดยคัดกรองจากสนามบิน 39 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 305 ราย อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 70 ราย ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล 274 ราย ที่ยังต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการ   นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า เดิมเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้ก่อให้เกิดโรครุนแรง เป็นเพียงโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือไอ เจ็บคอ มีไข้ไม่กี่วันก็หาย แต่ต่อมามีการพบไวรัสโคโรนาที่ก่อความรุนแรงตัวแรก คือ ซาร์ส ในปี 2003 มีผู้ป่วยทั่วโลก 8 พันคน เสียชีวิตที่ประมาณ 10% ของจำนวนผู้ป่วย   ตัวที่สองคือ เมอร์ส เมื่อปี 2012 มีผู้ป่วยประมาณ 2 พันคน อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 30% ส่วนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แพร่ระบาดเร็วกว่าซาร์สและเมอร์ส ความเสี่ยงในการติดเชื้อของแต่ละประเทศก็ขึ้นอยู่กับบุคคลมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่สัมผัสผู้ป่วย โอกาสติดเชื้อก็เป็นศูนย์ ดังนั้นจึงต้องย้ำเตือนประชาชน ปฏิบัติตามคำแนะนำ คือ “กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงไปในที่ที่มีคนจีนมาก” เมื่อมีอาการไอจามต้องไปโรงพยาบาลและสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง   ด้านคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน รายงานสถานการณ์ของไวรัส ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ที่ 11,821 ราย เสียชีวิตแล้ว 259 ราย ได้รับการรักษาจนหายดี 243 ราย และยังต้องติดตามผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยอีก 136,987 ราย โดยนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน ได้แถลงการณ์ล่าสุด ขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป ด้านเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับโรคระบาด     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/saM0cjdSAes  

 408
การเมือง
02 ก.พ. 63

ดีเดย์ ‘อนุทิน’ เผยจีนไฟเขียวพร้อมรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น 4 ก.พ. นี้ พร้อมส่งจนท.ดูแล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ว่าไทยมีกำหนดการ ส่งเครื่องบินพาณิชย์ไปรับตั๋วคนไทยในอู่ฮั่น ในวันที่ 4 ก.พ. 2563 โดยได้รับการประสานจากอุปทูตจีนแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทยในการเดินทางกลับ โดยได้รับการประสานจากอุปทูตจีนแล้ว   ซึ่งในส่วนของไทยรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้วมั้งหมด โดยขณะนี้มีคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประมาณ 130 - 140 คน ซึ่งทุกคนรัฐบาลจะอำนวยความสะดวกและดูแลทั้งหมดตามมาตรฐานสากล โดยเมื่อเดินทางมาถึงไทยแล้ว ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ในการตรวจอาการที่สถานบำราศนราดูร และดำเนินการหาสถานที่รองรับในการกักตัว และอาจต้องขอความร่วมมือจากหน่วยทหาร เพื่อใช้พื้นที่ในการเฝ้าดูอาการ   ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 4 ก.พ. นี้ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม คณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ เพื่อหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนตนเองจะร่วมเดินทางไปด้วยหรือไม่นั้นต้องพิจารณามาตรการ จากกรมควบคุมโรคให้ละเอียดก่อนเพราะหากเดินทางไปแล้วกลับมาจะต้องถูกกักตัวไว้ 14 วัน ก็จะกระทบต่อการทำงาน แต่ยืนยันว่า อยากเดินทางไปด้วยตนเอง   นายอนุทินยังกล่าวถึง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดจากคนสู่คนในประเทศ หลังมีคนขับแท็กซี่ติดเชื้อจากนักท่องเที่ยงชาวจีนว่า สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ คือ ประชาชนต้อง “กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนจีนพลุกพล่าน” และมาตรการที่ไทยดำเนินการอยู่คอนนี้ ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานองค์การอนามัยโลก จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่มีมาตรฐานไม่มีการยกเว้น   ส่วนการเรียกร้องให้นกเลิกวีซ่า on arrival นั้น ขอให้นึกถึงใจเขาใจเรา เพราะขณะนี้จำนวนคนจีนลดลง 80% และต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ว่าไม่ควรซ้ำเติมบ้านพี่เมืองน้อง   ด้านกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง จัดส่งข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง 3 คน เพื่อทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและเตรียมการนำคนไทยออกจากพื้นที่ โดยคาดว่าทั้ง 3 คน จะถึงอู่ฮั่นในช่วงเย็นวันนี้ (2 ก.พ.) และจะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ รวมทั้ง 3 คนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดที่ทางการจีนกำหนดโดยเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการตรวจร่างกาย และการกักพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน   ขณะที่พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีการหารือจากรัฐบาล ว่าจะเตรียมพื้นที่ของกองทัพในการใช้กักตัวสำหรับเฝ้าระวังอาการคนไทยที่กลับจากเมืองอู่ฮั่น รวมทั้งจะสนับสนุนด้านการแพทย์ โดยกรมแพทย์ทหารบก กรมแพทย์ทหารเรือ และกรมแพทย์ทหารอากาศ ได้เตรียมชุดคัดกรองไว้ตรวจเช็คร่างกายคนไทยทันทีที่เครื่องบินลงจอดสนามบิน

 275
ต่างประเทศ
02 ก.พ. 63

ดีเดย์ ‘อนุทิน’ เผยจีนไฟเขียวพร้อมรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น 4 ก.พ. นี้ พร้อมส่งจนท.ดูแล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ว่าไทยมีกำหนดการ ส่งเครื่องบินพาณิชย์ไปรับตั๋วคนไทยในอู่ฮั่น ในวันที่ 4 ก.พ. 2563 โดยได้รับการประสานจากอุปทูตจีนแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทยในการเดินทางกลับ โดยได้รับการประสานจากอุปทูตจีนแล้ว   ซึ่งในส่วนของไทยรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้วมั้งหมด โดยขณะนี้มีคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประมาณ 130 - 140 คน ซึ่งทุกคนรัฐบาลจะอำนวยความสะดวกและดูแลทั้งหมดตามมาตรฐานสากล โดยเมื่อเดินทางมาถึงไทยแล้ว ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ในการตรวจอาการที่สถานบำราศนราดูร และดำเนินการหาสถานที่รองรับในการกักตัว และอาจต้องขอความร่วมมือจากหน่วยทหาร เพื่อใช้พื้นที่ในการเฝ้าดูอาการ   ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 4 ก.พ. นี้ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม คณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ เพื่อหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนตนเองจะร่วมเดินทางไปด้วยหรือไม่นั้นต้องพิจารณามาตรการ จากกรมควบคุมโรคให้ละเอียดก่อนเพราะหากเดินทางไปแล้วกลับมาจะต้องถูกกักตัวไว้ 14 วัน ก็จะกระทบต่อการทำงาน แต่ยืนยันว่า อยากเดินทางไปด้วยตนเอง   นายอนุทินยังกล่าวถึง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดจากคนสู่คนในประเทศ หลังมีคนขับแท็กซี่ติดเชื้อจากนักท่องเที่ยงชาวจีนว่า สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ คือ ประชาชนต้อง “กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนจีนพลุกพล่าน” และมาตรการที่ไทยดำเนินการอยู่คอนนี้ ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานองค์การอนามัยโลก จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่มีมาตรฐานไม่มีการยกเว้น   ส่วนการเรียกร้องให้นกเลิกวีซ่า on arrival นั้น ขอให้นึกถึงใจเขาใจเรา เพราะขณะนี้จำนวนคนจีนลดลง 80% และต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ว่าไม่ควรซ้ำเติมบ้านพี่เมืองน้อง   ด้านกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง จัดส่งข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง 3 คน เพื่อทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและเตรียมการนำคนไทยออกจากพื้นที่ โดยคาดว่าทั้ง 3 คน จะถึงอู่ฮั่นในช่วงเย็นวันนี้ (2 ก.พ.) และจะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ รวมทั้ง 3 คนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดที่ทางการจีนกำหนดโดยเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการตรวจร่างกาย และการกักพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน   ขณะที่พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีการหารือจากรัฐบาล ว่าจะเตรียมพื้นที่ของกองทัพในการใช้กักตัวสำหรับเฝ้าระวังอาการคนไทยที่กลับจากเมืองอู่ฮั่น รวมทั้งจะสนับสนุนด้านการแพทย์ โดยกรมแพทย์ทหารบก กรมแพทย์ทหารเรือ และกรมแพทย์ทหารอากาศ ได้เตรียมชุดคัดกรองไว้ตรวจเช็คร่างกายคนไทยทันทีที่เครื่องบินลงจอดสนามบิน

 275
สังคม
02 ก.พ. 63

สธ. เผยไวรัสโคโรนา รุนแรงกว่า 'ซาร์ส' - สหรัฐฯรับมือเข้ม ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

สำหรับสถานการณ์ไวรัสในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ยอดผู้ป่วยยังคงอยู่ที่ 19 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 7 ราย ยังอยู่ที่โรงพยาบาล 12 ราย ทุกรายมีอาการดีขึ้น รอเพียงผลตรวจยืนยันวาไม่มีเชื้อแล้วจึงจะให้กลับบ้านได้   ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ตั้งแต่วันที่ 3-31 มกราคม 2563 มีทั้งหมด 344 ราย มีทั้งคนจีนและคนไทยที่สัมผัสใกล้ชิดคนจีน โดยคัดกรองจากสนามบิน 39 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 305 ราย อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 70 ราย ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล 274 ราย ที่ยังต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการ   นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า เดิมเชื้อไวรัสโคโรน่าไม่ได้ก่อให้เกิดโรครุนแรง เป็นเพียงโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือไอ เจ็บคอ มีไข้ไม่กี่วันก็หาย    แต่ต่อมามีการพบไวรัสโคโรนาที่ก่อความรุนแรงตัวแรก คือ ซาร์ส ในปี 2003 มีผู้ป่วยทั่วโลก 8 พันคน เสียชีวิตที่ประมาณ 10% ของจำนวนผู้ป่วย ตัวที่ 2 คือ เมอร์ส เมื่อปี 2012 มีผู้ป่วยประมาณ 2,000 คน อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 30% ส่วนไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 แพร่ระบาดเร็วกว่าซาร์สและเมอร์ส    ความเสี่ยงในการติดเชื้อของแต่ละประเทศก็ขึ้นอยู่กับบุคคลมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่สัมผัสผู้ป่วย โอกาสติดเชื้อก็เป็นศูนย์ ดังนั้นจึงต้องย้ำเตือนประชาชน ปฏิบัติตามคำแนะนำ คือกินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงไปในที่ที่มีคนจีนมาก เมื่อมีอาการไอจามต้องไปโรงพยาบาลและสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง     ด้านคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน รายงานสถานการณ์ของไวรัส ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ที่ 11,821 ราย เสียชีวิตแล้ว 259 ราย ได้รับการรักษาจนหายดี 243 ราย และยังต้องติดตามผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยอีก 136,987 ราย    โดยนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน ได้แถลงการณ์ล่าสุด ขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป ด้านเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับโรคระบาด   ขณะที่สหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เพื่อรับมือกับไวรัสแล้ว ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ที่สหรัฐฯประกาศข้อบังคับสำหรับการกักโรค รวมถึงจำกัดเที่ยวบินจากจีน และให้คำแนะนำพลเมืองอเมริกัน ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปจน รวมทั้งเฝ้าระวังฮ่องกงและไต้หวันเพิ่มเติม   ส่วนเวียดนามก็มีแผนจะระงับวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนชั่วคราว หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อถึง 5 คน           ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/JRQVdkzfL9Y    

 27,194

Top