ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"

เศรษฐกิจ
26 ต.ค. 62

สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงไทย ค้านแบนสารพิษไกลโฟเซต 'อนุทิน-มนัญญา' สวนกลับเดือด!

กรณีแบน 3 สารพิษ กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น เมื่อมีรายงานว่า สถานฑูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ทำหนังสือถึงนายกฯ และ รมว.ที่เกี่ยวข้องกับการแบนสารพิษ โดยเฉพาะไกลโฟเซต ในหนังสือระบุว่า การแบนไกลโฟเซต โดยไม่พิจารณาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเต็มที่ มันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เรื่องของการนำเข้าถั่วเหลือง และข้าวสาลีของไทย เพราะไกลโฟเซตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันแพร่หลาย และมีงานวิจัยต่างๆว่ามันไม่มีความเสี่ยง ต่อสุขภาพของมนุษย์ ดังนั้นจึงอยากให้ชลอการตัดสินใจเกี่ยวกับไกลโฟเซต เพื่อหาทางออกกับสหรัฐฯร่วมกันด้วย    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นกรณีที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี คัดค้าน ยกเลิกการใช้ สารไกลโฟเซต ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สารเคมี ทางการเกษตร ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ยกเลิกใช้ โดยบอกสั้นๆ ว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจง ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ปี 2562   นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) บอกว่า สหรัฐฯ เขาคงกลัวขายของไม่ได้เลยมาบอกให้รัฐบาลยกเลิก มติเหล่านี้เราไม่มีการกดดันใดๆทางการเมือง เรายังคงยืนยันว่าจะยกเลิก 3 สารเคมี    ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า กฎหมายใครก็กฎหมายมัน เจตนาของสหรัฐฯ เราไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไร แต่ยืนยันเราพร้อมชี้แจง และนานาประเทศก็แบนสารเหล่านี้   นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ถ้าอ่านหนังสือของสถานฑูตสหรัฐฯ มันจะมีประเด็นว่า ที่สหรัฐฯเขาส่งสินค้ามาไทย อย่างแป้งสาลี องุ่น แอเปิ้ล ซึ่งสหรัฐฯเขายังใช้ไกลโฟเซตอยู่ ซึ่งมันเป็นความกังวลว่า ต่อไปไทยแบนไกลโฟเซตแล้ว พวกสินค้านำเข้าเหล่านี้ละ จะนำยังเข้าได้ไหม    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ไปดูในจดหมายดีๆ คนที่ลงนามในจดหมาย เป็นการลงนามโดยรองประธานหอการค้าสหรัฐ ไม่ใช่หน่วยงานรัฐบาล นี้เป็นการอะไรกันแน่    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/_UqZkeVfHzk

 12,201
เศรษฐกิจ
21 ต.ค. 62

จับตา 22 ต.ค.ชี้ชะตา 3 สารอันตราย กรมวิทย์ฯเผยผลตรวจผัก-ผลไม้ พบทั้งตกค้าง เกินมาตรฐานเพียบ

จับตาวันที่ 22 ต.ค.2562จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ในวาระพิจารณาแบน 3 สารวัตถุอันตรายทางการเกษตร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต   ขณะที่กระทรวงเกษตรฯได้ประกาศมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิดได้แก่ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเสต ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ 5 ฉบับที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 ก.พ.โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 ต.ค.2562 จนกว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติอื่นใด   โดยกำหนดให้ใช้พาราควอตและไกลโฟเสต เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผลเท่านั้น ส่วนคลอร์ไพริฟอสให้ใช้เฉพาะกำจัดแมลงในการปลูกไม้ดอก พืชไร่ และเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล รวมทั้งได้กำหนดพื้นที่ห้ามใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด   โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับหน่วยงานราชการ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวงชนบท ที่ใช้สารกำจัดวัชพืช เพื่อกำจัดวัชพืชข้างทางรถไฟ และข้างถนน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้เตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย แต่ต้องมาขออนุญาตเพื่อใช้สารกำจัดวัชพืช ตามพื้นที่และปริมาณที่กำหนดโดยตรงต่อกรมวิชาการเกษตร   ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจในห้องปฎิบัติการ จากการเก็บผัก-ผลไม้ 240 ตัวอย่างใน 10 ตลาด พบสารเคมี 3 ชนิดในกลุ่มผักและผลไม้สดจำนวนมาก ขณะที่กรมควบคุมโรคเผยผลสำรวจเรื่องการใช้ 3 สารเคมี พบประชาชนจะมีส่วมร่วมในการเลิกซื้อผักผลไม้ที่ใช้สารเคมีทางการเกษตร กว่าร้อยละ 73.7 รองลงมาคือเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร ร้อยละ 59.2   ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า 9oจะเดินหน้าสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภาพต่างๆที่มีความปลอดภัยโดยคนไทยคิดค้นได้เองให้เข้าสู่การรับรองมาตรฐานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ได้สั่งให้ระงับการอบรมเกษตรกรที่ใช้สารเคมีไว้ก่อน แม้กฏกระทรวง 5 ฉบับ จำกัดการใช้ 3 สารมีผลบังคับใช้แล้ว   จากกรณีกลุ่มเกษตรกรหนุนใช้ 3 สารเคมี โจมตีการแบนสารเป็นทฤษฏีสมคบคิดเพราะมีนักการเมือง เจ้าสัว ได้ผลประโยชน์จากนำเข้าสารตัวใหม่ น.ส.มนัญญา กล่าวยืนยันว่าไม่ใช่อาชีพ และไม่เคยมีผลประโยชน์ทั้งปูมหน้าปูมหลัง มาดูได้ ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ส่วนการหาสารทดแทนเป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร และสารเคมี ยังมีอีกเป็นร้อยชนิดในท้องตลาดที่เกษตรกร เลือกใช้ได้โดยต้นทุนไม่สูงอย่างที่พูดกัน จริงๆเกษตรกรมีจำนวนมากได้ปรับตัวทำเกษตรปลอดภัยกันก่อนหน้านี้แล้ว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/snfdJaGnBdo

 1,776
เศรษฐกิจ
10 ต.ค. 62

ม็อบชนม็อบ ทั้งหนุน-ต้าน 3 สารอันตราย บุก ก.เกษตรฯ 'เฉลิมชัย-มนัญญา' ป่วยคู่ ไม่ได้เข้าหารือ

บรรยากาศขณะกลุ่มเกษตรบางส่วนที่ยังร้องขอให้มีการอนุญาตใช้สารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส / พาราควอต และไกลโฟเซต เดินทางเข้ามายังห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เพื่อสอบถามถึงความชัดเจนทางกฏหมายว่า ต่อไปจะใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดได้หรือไม่ เพราะยังมีความจำเป็นต้องใช้อยู่ จึงเกิดความวุ่นวายขึ้น ก่อนได้ข้อสรุปให้เข้าพบสอบถามกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้   ขณะเดียวกัน มีตัวแทนเครือข่ายเกษตรกร 686 องค์กรได้เข้าพบนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อยืน 3 ข้อเสนอ ร่วมหนุนแบนสารเคมี พร้อมส่งเสริมการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้หากภาครัฐยังให้ใช้สารเคมีต่อ ต้องกำกับดูแลสารเคมีตั้งแต่ต้นทาง และแยกออกจากพรบ.วัตถุอันตราย และควรออกข้อกำหนดด้านสิทธิด้านสุขภาพ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค จากผลผลิตทางการเกษตร   อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกิดอาการป่วยและวูบ ถูกหามส่งโรงพยาบาลกะทันหัน ระหว่างที่ม็อบทั้ง 2 กลุ่มเตรียมการเข้าพบ ยืนยันว่าไม่ได้มีอาการเครียดหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด   เช่นเดียวกับนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ แจ้งว่าไม่สบายเช่นกัน ทำให้รัฐมนตรีทั้ง 2 รายจึงไม่ได้เข้ามาหารือกับม็อบทั้ง 2 กลุ่ม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5qQcY8KyHH8

 1,791
เศรษฐกิจ
08 ต.ค. 62

มติ 9:0 แบน 3 สารเคมีอันตราย 'คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต' ต้องถูกเก็บออกจากตลาดก่อน 1 ธ.ค.62

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิก 3 สารอันตราย ได้แก่ คลอไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต   โดยที่ประชุมมีมติ 9 จาก 10 เสียง เห็นชอบยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 พร้อมยกระดับเป็นวัตถุอันตรายประเภท 4 จากเดิม ประเภท 3 โดยหนึ่งเสียงที่ไม่ได้ออกคือ นายกสมาคมอารักขาพืชไทยซึ่งไม่ได้เข้าร่วมประชุม เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ   โดยหลังจากนี้จะเร่งทำเอกสารส่งถึงนายกรัฐมนตรีภายใน 2 วัน ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย 29 ฝ่าย เบื้องต้นคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ พร้อมยืนยันว่ากรมวิชาการเกษตร มีคำตอบเรื่องการใช้สารทดแทน ที่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพน้อยกว่ารวมถึงวิธีการดูแลผลผลิตด้วยวิธีทางธรรมชาติหรือกษตรอินทรีย์   ซึ่งมั่นใจว่า ไม่ได้ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับผลกระทบจากการลดใช้สารดังกล่าว ซึ่งจะต้องถูกเก็บออกจากท้องตลาดก่อนวันที่ 1 ธันวาคมนี้ โดยขณะนี้ในสต๊อกไม่มีสินค้าดังกล่าวอยู่แล้ว นอกจากนี้แสดงจุดยืนจะประกาศรายชื่อ และแสดงตัวตนต่อการแบนสาร ในนามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/QUmd1zjcFCI  

 2,758
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

เครื่องบินฝนหลวงตกกลางสวนน้อยหน่า ครูฝึก-นร.การบินดับ 2 คาดเครื่องขัดข้อง ใช้งานกว่า 20 ปี

กาญจนบุรี-ตำรวจ สภ.ไทรโยค รับแจ้งเหตุเครื่องบินตก บริเวณสวนน้อยหน้า กลางป่าพื้นที่บ้านหนองเป็ด หมู่9 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่เครื่องบินตก เป็นสวนน้อยหน่าของชาวบ้าน อยู่กลางป่าลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ประมาณ 15 กิโลเมตร ในที่เกิดเหตุ พบเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แบบคาราแวน 208 หมายเลขเครื่อง 1917 ตกอยู่กลางสวนน้อยหน่า สภาพพังยับเยิน โดยที่บริเวณห้องควบคุมเครื่อง มีศพของผู้เสียชีวิตอยู่จำนวน 2 ราย   แต่เนื่องจากเครื่องบินตกกระแทกพื้นอย่างแรง จนยุบฝังติดลงไปในพื้นดิน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถนำศพออกมาได้ในทันที ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมาจากเครื่อง โดยใช้เวลาอยู่ประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาจากซากเครื่องบินได้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย คือ ร้อยเอกตฤณ อัมระนันท์ อายุ 58 ปี ครูฝึกการบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม อายุ 26 ปี นักบินพนักงานราชการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร   จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นเครื่องบินที่มาปฏิบัติภารกิจทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง โดยเมื่อช่วงเช้าได้ออกทำการปฏิบัติภารกิจฝึกบินให้กับนักเรียนการบินฝึกหัด โดยในการฝึกบิน มีเครื่องออกฝึกจำนวน 2 ลำ เริ่มออกบินจากสนามบินกองพลทหารราบที่9 ค่ายสุรสีห์ เมื่อเวลา 09.30 น.   โดยในช่วงเริ่มออกฝึกบิน มีฝนตกลงมาปรอยๆ ไม่ได้ตกหนักแต่อย่างใด แต่เมื่อเริ่มขึ้นบินได้ประมาณ 10 นาที เครื่องแรกมีปัญหาขัดข้อง จึงได้ลงจอดที่สนามบินตามเดิม ส่วนเครื่องของร้อยเอกตฤณ ได้ออกบินไปพร้อมกับนักเรียน ก่อนที่ในเวลาประมาณ 10:00 น. จะขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินไป จนได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเครื่องบินของกรมฝนหลวงตกในพื้นที่อำเภอไทรโยค   สอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุระบุว่า ขณะกำลังทำไร่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงเครื่องบินบินต่ำมาก ก่อนที่เสียงจะเงียบไป และได้ยินเสียง ดังคล้ายสิ่งของตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจึงเดินทางมาตรวจสอบและพบว่ามีเครื่องบินตกอยู่ในสวนน้อยหน่าดังกล่าว ซึ่งในช่วงเกิดเหตุนั้นในพื้นที่อำเภอไทรโยคมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีเมฆหมอกอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุหรือไม่   ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ โดยจะต้องทำการเก็บกู้ซากเครื่องบิน ที่ตกออกจากจุดเกิดเหตุให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ต่อไป   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 74 ที่สหรัฐอเมริกา รับทราบรายงานเหตุเครื่องบินตก ได้สั่งการให้ความช่วยเหลือ ดูแลครอบครัวนักบินทั้ง 2 ราย อย่างดีที่สุด พร้อมกับให้เยียวยาในด้านต่างๆ ตามระเบียบราชการ และสั่งการให้เร่งหาสาเหตุเครื่องบินตกแล้ว   นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียใดๆ ทั้งสิ้น รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับเป็นห่วงความรู้สึกครอบครัวนักบินที่เสียชีวิต และช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบิน ตรวจสอบเครื่องบินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ทั้งในด้านเทคนิค และสภาพอากาศก่อนจะทำการบินทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น   ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า หลังจากนี้ ให้กระทรวงดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเครื่องบินตก แต่เบื้องต้นน่าจะเป็นเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง เนื่องจากเครื่องบินชนิดดังกล่าวมีอายุการใช้งาน 20 ปีกว่าแล้ว และใช้งานทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงการทำภารกิจฝนหลวง และทางกระทรวงมีเครื่องบินรุ่นดังกล่าวที่ยังใช้งานอีก 10 กว่าลำ แต่ไม่สามารถชะลอการใช้งานได้ เนื่องจากมีภารกิจจำนวนมาก   สิ่งที่ทำได้คือ การเตรียมพิจารณาของบประมาณเพื่อขออนุมัติจัดซื้อเครื่องบินของกรมฝนหลวงใหม่ เนื่องจากจะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่ประสบภัยพิบัติทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม เครื่องบินของกรมฝนหลวงจะเป็นหลักในการช่วยเหลือประชาชน จึงต้องมีการหารือกับคณะรัฐมนตรีว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะจัดซื้อใหม่ แต่คงไม่ทันในการนำเข้าสู่วาระการประชุมสัปดาห์นี้   ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นำไปเปรียบเทียบกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมที่จัดซื้อบ่อยทุกปีงบประมาณนั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้แยกแยะ ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากมีความจำเป็น ก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติงบประมาณจัดซื้อ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรเป็นหลัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F9pKpr-_at8

 1,247
สังคม
25 ก.ย. 62

เครื่องบินฝนหลวงตกกลางสวนน้อยหน่า ครูฝึก-นร.การบินดับ 2 คาดเครื่องขัดข้อง ใช้งานกว่า 20 ปี

กาญจนบุรี-ตำรวจ สภ.ไทรโยค รับแจ้งเหตุเครื่องบินตก บริเวณสวนน้อยหน้า กลางป่าพื้นที่บ้านหนองเป็ด หมู่9 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่เครื่องบินตก เป็นสวนน้อยหน่าของชาวบ้าน อยู่กลางป่าลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ประมาณ 15 กิโลเมตร ในที่เกิดเหตุ พบเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แบบคาราแวน 208 หมายเลขเครื่อง 1917 ตกอยู่กลางสวนน้อยหน่า สภาพพังยับเยิน โดยที่บริเวณห้องควบคุมเครื่อง มีศพของผู้เสียชีวิตอยู่จำนวน 2 ราย   แต่เนื่องจากเครื่องบินตกกระแทกพื้นอย่างแรง จนยุบฝังติดลงไปในพื้นดิน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถนำศพออกมาได้ในทันที ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมาจากเครื่อง โดยใช้เวลาอยู่ประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาจากซากเครื่องบินได้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย คือ ร้อยเอกตฤณ อัมระนันท์ อายุ 58 ปี ครูฝึกการบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม อายุ 26 ปี นักบินพนักงานราชการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร   จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นเครื่องบินที่มาปฏิบัติภารกิจทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง โดยเมื่อช่วงเช้าได้ออกทำการปฏิบัติภารกิจฝึกบินให้กับนักเรียนการบินฝึกหัด โดยในการฝึกบิน มีเครื่องออกฝึกจำนวน 2 ลำ เริ่มออกบินจากสนามบินกองพลทหารราบที่9 ค่ายสุรสีห์ เมื่อเวลา 09.30 น.   โดยในช่วงเริ่มออกฝึกบิน มีฝนตกลงมาปรอยๆ ไม่ได้ตกหนักแต่อย่างใด แต่เมื่อเริ่มขึ้นบินได้ประมาณ 10 นาที เครื่องแรกมีปัญหาขัดข้อง จึงได้ลงจอดที่สนามบินตามเดิม ส่วนเครื่องของร้อยเอกตฤณ ได้ออกบินไปพร้อมกับนักเรียน ก่อนที่ในเวลาประมาณ 10:00 น. จะขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินไป จนได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเครื่องบินของกรมฝนหลวงตกในพื้นที่อำเภอไทรโยค   สอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุระบุว่า ขณะกำลังทำไร่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงเครื่องบินบินต่ำมาก ก่อนที่เสียงจะเงียบไป และได้ยินเสียง ดังคล้ายสิ่งของตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจึงเดินทางมาตรวจสอบและพบว่ามีเครื่องบินตกอยู่ในสวนน้อยหน่าดังกล่าว ซึ่งในช่วงเกิดเหตุนั้นในพื้นที่อำเภอไทรโยคมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีเมฆหมอกอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุหรือไม่   ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ โดยจะต้องทำการเก็บกู้ซากเครื่องบิน ที่ตกออกจากจุดเกิดเหตุให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ต่อไป   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 74 ที่สหรัฐอเมริกา รับทราบรายงานเหตุเครื่องบินตก ได้สั่งการให้ความช่วยเหลือ ดูแลครอบครัวนักบินทั้ง 2 ราย อย่างดีที่สุด พร้อมกับให้เยียวยาในด้านต่างๆ ตามระเบียบราชการ และสั่งการให้เร่งหาสาเหตุเครื่องบินตกแล้ว   นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียใดๆ ทั้งสิ้น รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับเป็นห่วงความรู้สึกครอบครัวนักบินที่เสียชีวิต และช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบิน ตรวจสอบเครื่องบินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ทั้งในด้านเทคนิค และสภาพอากาศก่อนจะทำการบินทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น   ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า หลังจากนี้ ให้กระทรวงดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเครื่องบินตก แต่เบื้องต้นน่าจะเป็นเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง เนื่องจากเครื่องบินชนิดดังกล่าวมีอายุการใช้งาน 20 ปีกว่าแล้ว และใช้งานทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงการทำภารกิจฝนหลวง และทางกระทรวงมีเครื่องบินรุ่นดังกล่าวที่ยังใช้งานอีก 10 กว่าลำ แต่ไม่สามารถชะลอการใช้งานได้ เนื่องจากมีภารกิจจำนวนมาก   สิ่งที่ทำได้คือ การเตรียมพิจารณาของบประมาณเพื่อขออนุมัติจัดซื้อเครื่องบินของกรมฝนหลวงใหม่ เนื่องจากจะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่ประสบภัยพิบัติทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม เครื่องบินของกรมฝนหลวงจะเป็นหลักในการช่วยเหลือประชาชน จึงต้องมีการหารือกับคณะรัฐมนตรีว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะจัดซื้อใหม่ แต่คงไม่ทันในการนำเข้าสู่วาระการประชุมสัปดาห์นี้   ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นำไปเปรียบเทียบกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมที่จัดซื้อบ่อยทุกปีงบประมาณนั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้แยกแยะ ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากมีความจำเป็น ก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติงบประมาณจัดซื้อ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรเป็นหลัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F9pKpr-_at8

 1,247
การเมือง
22 ก.ย. 62

รัฐบาลเตรียมทุ่มหมื่นล้าน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม - ก.เกษตรฯ เผยเตรียม 4 โครงการช่วยเกษตรกรหลังน้ำลด

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไปให้กำลังใจชาวศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดเตรียมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดแล้ว 4 โครงการ คือ โครงการปลูกถั่วเขียว จะประกันราคารับซื้อ กิโลกรัมละ 30 บาท โครงการปลูกข้าวเหนียว-ข้าวโพด รับประกันราคา กิโลกรัมละ 8 บาท และโครงการโคล้านตัว ให้แก่เกษตรกร 2 แสนครอบครัว โดยแต่ละครอบครัวจะให้เลี้ยงโค จำนวน 5 ตัว   ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลการประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ จะแยกเป็นฝนทิ้งช่วง พืชไร่เสียหาย ประมาณ 2,500,000 ไร่ ส่วนน้ำท่วมกำลังดูว่าจะถึง 3,000,000 ไร่หรือไม่ ซึ่งรัฐบาลได้จัดเตรียมงบประมาณเอาไว้แล้ว คาดว่าจะต้องใช้เงินงบประมาณ จำนวน 10,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขยังไม่นิ่ง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/RpdgUuJPyfE

 1,965
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

9 องคมนตรี ร่วมประชุมมหาดไทย-ก.เกษตรฯ น้อมนำพระราชดำริในหลวง แก้ปัญหาภัยแล้ง

คณะองคมนตรีทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ, พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, นายจรัลธาดา กรรณสูต, พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์, พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ, นายอำพน กิตติอำพน, พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท และพลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง   โดยมี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุม ได้ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้ง   ทั้งนี้ คณะองคมนตรีขอให้ทุกภาคส่วนน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว และน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับแต่ละสภาพพื้นที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lFST1jz2Ky4  

 2,246
การเมือง
13 ส.ค. 62

ธรรมนัส เผยนายกฯ เตรียมลงพื้นที่สุรินทร์-บุรีรัมย์ 19 ส.ค.นี้

(13 ส.ค. 62) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ โดยตนพรุ่งนี้ตนเองจะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิดก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะมาติดตามปัญหาด้วยตนเองในสัปดาห์หน้า    แต่เบื้องต้นเบื้องหน่วยทหารพัฒนาได้เข้าไปขุดเจาะน้ำบาดาลแล้ว 6 บ่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่เป้าหมายคือ 8 บ่อ เพื่อให้ปริมาณน้ำเพียงพอกับการใช้ในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้กระทบกับน้ำส่วนกลางที่จะนำไปผลิตน้ำประปา  

 817
เศรษฐกิจ
06 ส.ค. 62

ก.เกษตรฯ ชง ครม.ใช้งบ 1.7 หมื่นล้าน ประกันราคาสินค้าเกษตร คาดข้าวตันละ 1 หมื่น

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยการมอบนโยบายกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ในเบื้องต้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อใช้งบดำเนินการโครงการประกันราคาสินค้าเกษตร รวม 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท   โดยจะร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ หารือในรายละเอียด ด้านราคา ระยะเวลาในการประกันรายได้ จำนวนเกษตรกร จำนวนพื้นที่ และผลผลิต เป็นต้น ซึ่งในส่วนของข้าวคาดว่าจะอยู่ที่อย่างน้อยตันละ 1 หมื่นบาท ปาล์มน้ำมัน 4 บาทต่อกิโลกรัม ยางพารา 60-65 บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TywBLbJMMZ0  

 1,700
การเมือง
22 ก.ค. 62

3 รมช.เกษตรฯ ลุยแก้ภัยแล้ง 'สุดารัตน์' โพสต์เสนอ 3 มาตรการช่วยเร่งด่วน

3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ นายประภัตร โพธสุธน, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากถูกบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล เบื้องต้นนายกฯเตรียมใช้งบกลางเพื่อชดเชยและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ   ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับไปดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันท่วงที ได้แก่   1) ทำฝนหลวงโดยเร่งด่วน ไม่ใช่แค่ทำฝนหลวงเฉพาะที่บริเวณเหนือเขื่อนเท่านั้น แต่ต้องทำฝนหลวง กระจายและครอบคลุมในพื้นที่ภัยแล้งให้ได้   2) ประกาศให้พื้นที่ที่เผชิญวิกฤติภัยแล้งหนักหน่วง ชนิดไม่มีน้ำเพื่อทำการเกษตร เป็นพื้นที่ภัยพิบัติทันที ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมสรุปข้อมูลให้เห็นถึง จำนวนครัวเรือนที่ประสบภัย ข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งทั้งหมด   3) เร่งรัดจ่ายเงินชดเชยให้พี่น้องเกษตรกรทันที เพื่อช่วยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรกร ก็จะได้วางแผนเพื่อประกอบอาชีพอื่นๆ แทนในเวลาที่เหลือของปีนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D3wbWrhWR_0

 1,910
การเมือง
20 ก.ค. 62

ร.อ.ธรรมนัส ปัดยึดห้องวอร์รูมเป็นห้องทำงาน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงกรณีที่มีประเด็นเรื่องการแย่งห้องทำงาน และเหมือนได้ข้อสรุปว่าลงตัวแล้ว ส่วนตัว ร.อ.ธรรมนัส จะไปนั่งที่ตึกหลัง ปรากฎมีข่าวว่าไม่ลงตัว เพราะถ้าไปอยู่ข้างหลังจะโดนข้างนอกบดบังรัศมี จะหลายเป้นรัฐมนตรีที่โลกลืม ตามหลักฮวงจุ้ย และเกิดประเด็นใหม่ว่าจะรื้อห้องวอร์รูมภัยพิบัติของกระทรวง มาเป็นห้องตัวเองนั้น   ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า ไม่สบายใจเลย ตกใจมากเรื่องรื้อห้องวอร์รูม ยืนยันว่าไม่ได้รื้อยังใช้เป็นห้องประชุม และจะไปนั่งตึกหลัง และที่บอกว่าไปนิมนต์พระมาดูฮวงจุ้ย ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่ทำงานมีไว้เป็นที่ทำงาน แต่จะไม่ค่อยได้นั่ง  เพราะจะลงพื้นที่เป็นหลัก           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/PUYzL_NOkvU

 731
การเมือง
19 ก.ค. 62

ห้องทำงาน ก.เกษตรฯยังไม่จบ 4 รมต. 4 พรรค ยังเคลียร์ไม่ลงตัว หาตำแหน่งฮวงจุ้ยวุ่น

บรรยากาศที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้ง 3 คนเดินทางเข้ากระทรวงพร้อมกัน โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ นำสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ระบุปัญหาเรื่องห้องทำงานเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กน้อย ข่าวแย่งห้องทำงานเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทุกคนตั้งใจมาทำงาน สิ่งที่ต้องทำ คือทุ่มเทการทำงานให้ประชาชนมากที่สุด   ด้านขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเป่า รมช.เกษตรฯ ได้พาสื่อมวลชนไปดูห้องทำงานปีกขวาของกระทรวง ซึ่งเป็นห้อง รมช. เกษตรฯ เป็นห้องเลขที่ 126 ติดกับห้อง น.ส.มนัญญา เลขที่ 125 กำลังให้ช่างเร่งทำห้องใหม่ไปอยู่ตึกหลังของกระทรวงคงใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ เพราะห้อง 126 เล็กเกินไป จะยกให้ รมช.มนัญญาใช้ทั้ง 2 ห้องยุบรวมเป็นห้องเดียว ทีมงานจาก จ.อุทัยธานี มีมากใช้แค่ห้องเดียวคงไม่พอ   ส่วนตนจะดูห้องใหม่ที่อาคารด้านหลัง ได้ให้พระอาจารย์มาดูแล้วว่าตรงส่วนไหนเหมาะสม ตนเป็นศิษย์มีอาจารย์ พร้อมหาฤกษ์ดีเข้าห้องทำงานอีกครั้ง การทำงานครั้งนี้จะต้องล้างภาพรัฐมนตรีแบล็กลิสต์ เพราะมาจากดิน เข้าใจดีว่าทำไมเกษตรกรถึงยากจน มาจากปัญหาผลิตอะไรได้แต่ไม่มีที่ขาย จึงต้องหาตลาดให้ได้ ตั้งใจทำทันที การซักฟอกของฝ่ายค้านเตรียมรับมือไว้แล้วไม่กังวล   ต่อมาช่วงบ่ายได้เกิดความวุ่นวายเรื่องห้องทำงานของ รมช.เกษตรฯขึ้นมาอีก หลังรัฐมนตรี 4 คน จาก 4 พรรค พร้อมทีมงานรวมกว่า 100 คน เข้ามาดูห้องทำงาน แต่มีพื้นที่ไม่เพียงพอรองรับได้หมด ยังไม่รวมทีมงานของกรมต่างๆที่ต้องให้ข้อมูลกับรัฐมนตรี จึงมีการสั่งปรับปรุงห้องทำงานอดีตทีมที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯให้ทีมงาน รมว.เกษตรฯใช้ห้องทำงานตลอดแนวยาว 5 ห้องบนชั้น 2 อาคาร 2   ส่วนห้องทำงาน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ จัดใหม่ยึดโซนปีกขวาของกระทรวงยุบรวมห้อง 125-126 ส่วน ร.อ.ธรรมนัส หลังเสียสละห้องให้ น.ส.มนัญญาแล้ว ได้เดินดูห้องต่างๆแล้วมาสรุปจบที่ห้อง 136-138 ชั้น 3 อาคาร 1 เดิมเป็นวอร์รูมติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ ให้เจ้าหน้าที่เร่งถอดจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ โต๊ะประชุม และอุปกรณ์ออกแล้วปรับแต่งใหม่เป็นห้องทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส และทีมงานจาก จ.พะเยา จะใช้ห้องส่วนต่อขยายตึก 3 กำหนดปรับแต่งทุกห้องจะเสร็จสิ้นใน 1 สัปดาห์ โดยจะนิมนต์อาจารย์ปื๊ดจากวัดสัมพันธวงศ์มาดูฮวงจุ้ยให้ด้วย   ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ยังไม่รู้ปัญหาห้องทำงานจะจบหรือไม่ รัฐมนตรีแต่ละคนมาจากต่างพรรค การจะอยู่โซนเดียวกันคงไม่ได้ อีกทั้งไม่มีใครยอมนั่งห้องทำงานด้านในหรือด้านหลังของอาคาร คาดว่าคงเกรงจะทำให้ถูกบดบังรัศมีลดบารมี หรือยึดตามหลักฮวงจุ้ยไม่ว่ารัฐมนตรีสมัยรัฐบาลใดจะถือกันมากเรื่องทิศทางห้องทำงาน ถ้าส่งพลังงานที่ดีการทำงานจะโดดเด่น เพราะกลัวจะเป็นรัฐมนตรีโลกลืม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pXuJ7Hfon24

 985
เศรษฐกิจ
19 ก.ค. 62

งานใหญ่ ก.เกษตร แก้ภัยแล้ง คาดปีนี้ฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 18%

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์ เผยภารกิจเร่งด่วนหลังได้รับตำแหน่ง คือการแก้ปัญหาภัยแล้ง หลังจากอธิบดีกรมชลประทานประเมินว่า ฝนปีนี้จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 18% หรือเกือบ 1 ใน 5 เนื่องจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง จากเดิมที่กรมอุตุฯคาดว่าฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 5-10%   โดยทางกระทรวงเกษตรฯจะผนึกกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ที่อาจมีปัญหาแย่งน้ำกันเหมือนเมื่อตอนปี 58 และต้องดูการทำฝนหลวงเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8mumAMhO8RQ

 1,389
เศรษฐกิจ
18 ก.ค. 62

18 เขื่อนใหญ่ระดับน้ำวิกฤต รมว.เกษตรฯคนใหม่เรียกถกแก้ภัยแล้ง

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่มีน้ำใช้การน้อยวิกฤติ ใน 18 เขื่อน เช่น   เขื่อนอุบลรัตน์(-0%), เขื่อนสิรินธร (2%), เขื่อนป่าสักฯ (5%), เขื่อนจุฬาภรณ์(5%), เขื่อนคลองสียัด(6%), เขื่อนสิริกิติ์(6%), เขื่อนภูมิพล(7%), เขื่อนกระเสียว(9%), เขื่อนแควน้อย(11%), เขื่อนแม่กวง(12%), เขื่อนขุนด่านปราการชล(13%), เขื่อนทับเสลา(13%), เขื่อนลำพระเพลิง(14%), เขื่อนน้ำพุง(15%), เขื่อนนฤบดินทรจินดา(16%), เขื่อนวชิราลงกรณ(17%), เขื่อนห้วยหลวง(18%) และเขื่อนศรีนครินทร์(19%)   ด้านนายเฉลิมชัย ศนรีอ่อน รมว.เกษตรฯคนใหม่ เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นการด่วน เพื่อไม่ให้กระทบกับเกษตรกร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AP6uR1D8x-o

 1,208

Top