ค้นหา :

ผลการค้นหา "อำนาจเจริญ"

ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 62

'จิสด้า' เตือนวันนี้! อำนาจฯ-ศรีสะเกษ-อุบลฯ เสี่ยงชิ้นส่วนจรวดส่งดาวเทียมจีนตก

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ได้รับข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ว่าหน่วยงานการบินพลเรือนของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน แจ้งเตือนจะมีกิจกรรมการบินอวกาศ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ก.ย.2562 ช่วงเวลา 10.20-10.56 น. ตามเวลาในประเทศไทย    จากการวิเคราะห์ข้อมูลการติดตามการแจ้งเตือนของสาธารณรัฐประชาชนจีนในหลายครั้งที่ผ่านมา มีโอกาสที่จะเป็นการ “ยิงจรวดส่งดาวเทียมจากศูนย์นำส่งดาวเทียมไท่หยวน” (Taiyuan satellite launch Center) ที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีนจริง     ทั้งนี้ ทีมวิคราะห์สถานการณ์ของจิสด้า ร่วมกับคณะทำงานเฝ้าระวังวัตถุอวกาศฯ จาก 10 หน่วยงาน คาดว่าจรวดดังกล่าวมีวิถีจากฐานยิงในประเทศจีน และมีเส้นทางผ่านประเทศไทย โดยเส้นทางจรวดดังกล่าวจะพาดผ่านประเทศไทย (Zone 2: พื้นที่สีเหลือง) บริเวณจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี     อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นวัตถุหรือเศษชิ้นส่วนที่คาดว่าจะมาจากการยิงจรวด โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในพื้นที่ของท่านโดยด่วน       ขอบคุณ : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน):GISTDA          

 2,731
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 62

ฝนกระหน่ำต่อ น้ำท่วมอีสานยังไม่คลี่คลาย น้ำล้นสปริงเวย์ทะลักท่วมบ้าน ปชช.

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสานยังไม่คลี่คลายในหลายจังหวัด โดยที่อำนาจเจริญ ฝนที่ยังตกต่อเนื่อง ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำล้นสปริงเวย์เป็นจำนวนมาก และไหลบ่าลงท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ท้ายเขื่อนกันเป็นจำนวนมาก   อุบลราชธานี ระดับแม่น้ำมูลยังหนุนสูง และท่วมบ้านเรือนประชาชนไปหลายพันหลังคาเรือน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ชาวบ้านอพยพเก็บของกันไม่ทัน ทหารต้องช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนอนติดเตียงอยู่ภายในบ้าน มาลงเรือส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยต่อไป   ศรีสะเกษ จากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้มีผู้เสียชีวิตแล้ว จำนวน 1 ราย เป็นชายอายุ 54 ปี ได้เสียชีวิตเนื่องจาก พายเรือหางยาวจะไปเก็บใบมะพร้าวที่ตากไว้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวน้ำเอ่อท่วมสูงและไหลเชี่ยวเป็นเหตุให้เรือล่ม ซึ่งผู้ตายว่ายน้ำไม่เป็นจึงจมน้ำเสียชีวิต   ร้อยเอ็ด น้ำชีไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.จังหาร สูง 2-4 เมตร บ้านเรือนจมน้ำ 212 ครัวเรือน นาข้าวที่กำลังสุกพร้อมเก็บเกี่ยวเสียหายสิ้นเชิงกว่า กว่า 5,000 ไร่   ส่วนที่ยโสธร น้ำชีล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ เช่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอค้อวัง ส่งผลทำให้น้ำล้นตลิ่งท่วใสวนไร่นาและบ้านเรือนราษฎรในเขต 3 อำเภอกว่ากว่า 100 หลัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zz4lM82RL4A

 459
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 62

อีสานยังหนัก น้ำท่วมหลายจังหวัด นาข้าวเสียหายหลายแสนไร่ ขโมยขึ้นบ้านซ้ำเติม

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสาน ยังน่าเป็นห่วงในหลายจุด อาทิ กาฬสินธุ์ ยังมีน้ำท่วมสูงในหลายอำเภอ พบมีผู้สูงอายุหลายคนไม่ยอมอพยพออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องลำเลียงอาหารและถุงยังชีพเข้าไปช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยติดเตียงและหญิงตั้งครรภ์ ต้องการความช่วยเหลือ   ส่วนที่มุกดาหาร มีภาพนาทีสะพานร่วมใจที่ใช้สัญจรของหมู่บ้าน ถูกน้ำซัดจมหายต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน ขณะที่ครูวันเพ็ญ ที่ต้องปีนไต่ราวบันไดชั่วคราว เพื่อเดินทางไปสอนหนังสือให้กับเด็กๆและลูกศิษย์ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่โรงเรียนนาอุดม ต.นาอุดม อ.นิคมคำสร้อย ซึ่งล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานใดมาซ่อมแซมถนนที่เสียหาย   ที่ จ.ขอนแก่น พบมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่ตัวเมืองขอนแก่นมีปริมาณมากถึง 7 แสน ลบ.ม. ผู้ว่าฯสั่งตั้งเครื่องสูบน้ำ 12 จุดรอบเขตเมือง เดินหน้าผันน้ำสู่แม่น้ำชีและแม่น้ำพอง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมตัวเมือง   ทั้งนี้ชาวบ้านขอนแก่น ต้องเผชิญเคราะห์ซ้ำ เมื่อมีโจรแสบขึ้นบ้านฉกเงินขายข้าวของเกษตรกรที่เพิ่งขายมันสำปะหลังได้ แล้วเก็บไว้ในบ้าน เพราะไม่สามารถนำเงินไปฝากธนาคารได้ พบคืนเดียวก่อเหตุ 4 หลังคาเรือน   ส่วนที่อำนาจเจริญ นาข้าวจมน้ำเสียหายหลายแสนไร่ ขณะที่ร้อยเอ็ด พบศพชายวัย 65 จมน้ำร่างลอยติดต้นยูคาลิปตัส เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำ 15 ชม.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vsR7uygW_xc

 4,579
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ก.ย. 62

แม่ค้าส้มตำรับพลั้งมือไปหน่อย เทชูรสหมดถุง ยันทำตามสูตรดั้งเดิมจากแม่ ตำครกใหญ่ทีเดียวได้ 50 ถุง

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากเฟซบุ๊ก Tong Teerapat Songserm ได้ถ่ายขั้นตอนการทำส้มตำที่ร้านแห่งหนึ่งใน จ.อำนาจเจริญ โดยพบว่า แม่ค้าใส่เครื่องปรุงทีละจำนวนมาก โดยเฉพาะผงชูรส ที่เทหมดทั้งถุงในครั้งเดียว และน้ำปลาครั้งละ 2 ขวด จนกลายเป็นภาพที่ชาวเน็ตต่างพากันวิจารณ์   คลิประบุว่า “เคล็ดลับความอร่อย #ส้มตำยายเพลิง #เหตุคนดูเยอะ ในคลิปที่ผมโพสต์ แม่ค้าใส่แบบนั้นจริงๆและทำมาปกติ และทำมานานแล้ว คนที่ไปซื้อจะเห็นแน่นอน ดูตามคลิป(ด้านบนอีก)จะเห็นว่าส่วนผสมเยอะ คือตำทีละปริมาณเยอะๆทีเดียว(ไม่ใช่จานเดียว)”   ต่อมาแม่ค้าส้มตำที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า ที่เทผงชูรสใส่ครกหมดถุง เนื่องจากวันนั้นรีบตำเพราะลูกค้าเยอะ ทำให้พลั้งมือไปหน่อย ยันทำตามสูตรต้นตำหรับดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากแม่ ใช้ทุกอย่างในอัตราส่วนปกติเท่าๆกัน เหมือนส้มตำทั่วไป ไม่ได้ใส่ผงชูรสมากเกินไปแต่อย่างใด เพราะที่ร้านตำส้มตำด้วยครกใหญ่ ครกหนึ่งตำได้ครั้งละประมาณ 40-50 ถุง รสชาติเดียวกันทุกครก คือเปรี้ยวหวาน ขายในราคาถุงละ 50 บาท   โดยบรรยากาศทั่วไปหลังจากที่มีคลิปดังกล่าว เผยแพร่ออกไปก็ยังมีลูกค้ามารับประทานอย่างหนาแน่นปกติ เพราะเป็นร้านส้มตำชื่อดังของจังหวัดอำนาจเจริญ และลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชื่นชอบในรสชาติของส้มตำ   ทั้งนี้มีข้อมูลจาก อ.นพ.วาสนภ วชิรมน หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่บทความผ่านนิตยสารสุขภาพ รพ.รามาธิบดี เรื่อง กินผงชูรสมากทำให้ผมร่วงจริงหรือไม่? ว่า ผงชูรส มีสารสําคัญคือ โมโนโซเดียมกลูตาเมท หรือที่ย่อกันว่า MSG ซึ่งประกอบด้วยโซเดียมและกรดกลูตามิก   มีรายงานว่าผู้ป่วยที่รับประทานในปริมาณมาก จะเกิดอาการชาที่แขน คอ และหลัง ร่วมกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น แน่นหน้าอก หน้าแดง และเป็นลม ซึ่งเป็นอาการที่รู้สึกไม่สบายชั่วขณะหนึ่ง เกิดขึ้นในบางคนเท่านั้น   สําหรับเรื่องผมร่วง ยังไม่พบว่ามีรายงานในวารสารทางการแพทย์ หรือแม้แต่ข้อมูลจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างที่เจอได้บ่อยๆ คือ คนที่ผมบางหรือเป็นโรคผมร่วงมักจะพยายามหาสาเหตุหรือคําาอธิบายต่างๆ นานา ว่าทําาไมถึงผมบาง แล้วก็มักจะนําเรื่องมาผูกกับอาหารการกิน และการดําาเนินชีวิตประจําวัน   อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด ไม่ว่าจะเป็นจากการปรุงน้ำปลา หรือการเติมเครื่องปรุงรสต่างๆ อย่างซอส ผงชูรส ก็จะมีโซเดียมแฝงอยู่ หากรับประทานมากเกินไปก็จะทำให้มีผลกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะ โรคความดัน โรคไต เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pql04_Ox3Ds

 68,192
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 62

อำนาจเจริญฝนตกหนักนับชั่วโมง เกษตรกรดีใจมีน้ำทำนา

อำนาจเจริญ - ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานนับกว่า 1 ชั่วโมงส่งผลให้เกิดข้ำท่วมขังตามจุดต่างๆ บนถนนสายอรุณประเสริฐหน้า รพ.อำนาจเจริญ และเส้นทางถนนเส้นชยางกรูบริเวณถนนหน้าขนส่งอำนาจเจริญแต่ท่วมไม่สูงการสัญจรไปมาได้สะดวก   นอกจากนี้ฝนที่ตกลงมายาวนานส่งฝนให้น้ำในอ่างเก็บน้ำชลประทานต่างๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก อย่างไรก็ตามบรรดาเกษตรกรที่มีอาชีพทางการเกษตรต่างก็ดีใจเพราะจะได้มีน้ำในการปักดำนาข้าวสักทีหลังจากที่รอน้ำฝนมายาวนานมีได้น้ำฝนในครั้งนี้ต่างก็ดีใจไปตามๆ กัน   ทางด้านนายสมประสงค์ จันทะเสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า นาข้าวของตนกว่า 20 ไร่ที่กำลังจะแห้งตายพอได้ฝนตกลงมาในครั้งนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาเห็นได้ชัด ส่งผลดีให้กับนาข้าวและแหล่งน้ำต่างๆ ได้มีน้ำเก็บกักไว้ใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตรได้เป็นอย่างดีและยังส่งผลให้น้ำตามห้วยหนองคลองบึงมีน้ำขังเพิ่มปริมาณขึ้นมาอีกเพียงพอในการใช้งานได้เป็นอย่างดี     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/L6x0OgIiIHM  

 1,501
ข่าวดีประเทศไทย
11 มี.ค. 62

เรื่องเล่าเช้านี้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์จากเงินจากการขายเสื้อ แก่ รพ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 จากเงินทำบุญของแฟนข่าวที่ร่วมซื้อเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้มอบให้มูลนิธิครอบครัวข่าวประมาณ 4.4 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อมอบให้โรงพยาบาล18 แห่งทั่วประเทศ   โดยล่าสุดทางตัวแทนมูลนิธิครอบครัวข่าวได้ส่งมอบ เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ จำนวน 5 เครื่อง ไปมอบให้กับโรงพยาบาล ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา ซึ่งโรงพยาบาลห่างจากตัวจังหวัด 80 กม. ทำการรักษาทั้งชาวไทยและชาวลาวที่ข้ามมารักษา โดยทางโรงพยาบาลได้ฝากขอบคุณแฟนข่าวทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมา ณ โอกาสนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HZH9v5vgoGM

 9,645
ข่าวดีประเทศไทย
08 มี.ค. 62

เรื่องเล่าเช้านี้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์จากเงินจากการขายเสื้อ แก่ รพ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 จากเงินทำบุญของแฟนข่าวที่ร่วมซื้อเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้มอบให้มูลนิธิครอบครัวข่าวประมาณ 4.4 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อมอบให้โรงพยาบาล18 แห่งทั่วประเทศ   โดยล่าสุดทางตัวแทนมูลนิธิครอบครัวข่าวได้ส่งมอบ เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ จำนวน 4 เครื่อง ไปมอบให้กับโรงพยาบาลลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา โดยทางโรงพยาบาลได้ฝากขอบคุณแฟนข่าวทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมา ณ โอกาสนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vOHr5Brdvpc

 7,458
ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 62

หนุ่ม 18 ขับกระบะพุ่งเข้าบ้านพังยับ เด็ก 14 ขาติดใต้ท้องรถ เจอกระป๋องเบียร์คารถ

อำนาจเจริญ-เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนบ้านเรือนประชาชน มีผู้บาดเจ็บสาหัส ริม ถ.สายหลักอรุณประเสริฐ ขาออกตัวเมืองอำนาจเจริญ มุ่งหน้า อ.ปทุมราชวงศา บ้านดอนแดง   ที่เกิดเหตุพบรถกระบะเซฟโลเล็ต สีดำ พุ่งชนเข้าไปในบ้านจนเสาบ้านหักไป 2 ต้น หน้าบ้านและด้านข้าง พังยับเยินจากการถูกชน พบ ด.ญ.ดา อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ ขาซ้ายติดอยู่ที่ใต้ท้องรถ โชคดีที่มีพลเมืองที่เห็นเหตุการณ์นำแม่แรงมายกรถขึ้น กู้ภัยรีบนำตัวส่ง รพ.อำนาจเจริญ ขณะที่คนขับกระบะ คือนายสุทธิพงษ์ บุญสุภาพ อายุ 18 ปี ติดอยู่ภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ นำตัวส่งรพ.อำนาจเจริญ   สอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตรงข้ามที่เกิดเหตุว่า ทราบว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถกลับเข้าบ้าน จู่ๆ ได้ยินเสียงดังขึ้นเหมือนรถพุ่งชนอะไรบางอย่างจึงได้ลงจากรถและมองกลับไปดู ก็พบว่าเห็นฝุ่นควันลอยฟุ้งเต็มบ้านหลังเกิดเหตุ และรถกระบะคันพุ่งเข้าไปอยู่ภายในบ้าน ตนจึงได้รีบวิ่งเข้าไปดู เห็นเด็กหญิงที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวขาติดอยู่ใต้ท้องรถ   โชคดีที่เด็กยังมีสติและไม่ถูกรถทับทั้งตัวจนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเสียชีวิต จึงได้รีบนำแม่แรงมาช่วยยกรถขึ้นก่อนที่จะช่วยกันนำตัวเด็กหญิงกล่าวออกมา ขณะที่คนที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ถูกกระบะพุ่งเข้าชน ยังอยู่ในอาการตกใจกลัว ผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร   ตร.ระบุ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุคาดว่า รถกระบะคันดังกล่าวจะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่เสียหลักแหกโค้งพุ่งมาชนป้ายที่ข้างถนนก่อนที่จะลากยาวพุ่งไปชนเสาหลังคาบ้านที่อยู่ก่อนบ้านที่เกิดเหตุจนหลังคาพังลงและพุ่งเข้าไปจนบ้านหลังดังกล่าวจนเสียหายพังยับ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยพบว่าภายในรถคันดังกล่าวมีเบียร์กระป๋องตกอยู่ 1 กระป๋อง ภายในรถฝั่งคนขับ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์จากคนขับด้วย ทั้งจะได้เรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์และครอบครัวของผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/th7HA1K8wBg

 1,663
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

รื้อคดีหญิงดับปริศนาถุงคลุมหัวในรถ - สั่งเด้ง ตร.ในพื้นที่เซ่นคลิปเสียงอ้างเป็นเมียข่มขู่ญาติ

ความคืบหน้ากรณี นางสาวดวงจันทร์ ทวีพันธ์  หรือตั๋น นักธุรกิจปล่อยเงินกู้ ตายปริศนาในรถยนต์ ที่มีการสรุปในเบื้องต้นว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ทางครอบครัวไม่เชื่อ จึงเข้าร้องเรียนกับกองปราบปราม และเข้าพบกับ พลตำรวจเอกศรีวราห์รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. โดยนำหลักฐานทั้งภาพถ่ายและข้อสงสัยต่างๆเข้าพบเพื่อขอความเป็นธรรม โดยทางรองผบ.ตร.ก็ได้เรียก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ผกก.สภ.ลืออำนาจเจริญ เจ้าของพื้นที่ และทีมแพทย์ เข้าชี้แจงรายละเอียด    โดยแพทย์ระบุว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่า ศพของนางสาวดวงจันทร์ เสียชีวิตจากการฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย แต่เป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ และสภาพศพที่ส่งมาผ่าครั้งที่2 มีความบอบช้ำและไม่สามารถตรวจละเอียดบางจุดได้   ส่วนเรื่องสำนวนคดีนั้น พล.ต.ต. ถวาย บูรณลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเเจริญ ยืนยันว่า ไม่พบร่องรอยหลักฐานต้องสงสัย หรือ ดีเอ็นเอของผู้อื่น มีเพียงดีเอ็นเอของคนในครอบครัวในรถของผู้ตาย ซึ่งตร.ก็พิจรณาสำนวนคดี ตามหลักฐานต่างๆ ส่งอัยการตามข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบพบ   โดยระหว่างที่แแถลงข่าวนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สอบถามครอบครัวผู้ตายกรณีถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์ พร้อมทั้งให้เปิดคลิปเสียงสนทนากับหญิงคนหนึ่ง ในลักษณะมีตำหนิครอบครัวผู้ตาย โดยบทสนทนานี้ พบว่าเป็นเสียงของภรรยา พัพ.ต.อ.ชัชชนันต์ พรบุตร ผกก.สภ.ลืออำนาจเจริญ เจ้าของพื้นที่ .หลังจากเปิดคลิปเสียงไป พ.ต.อ.ชัชนันต์ ก็ยอมรับในการแถลงข่าวว่าเสียงหญิงที่สนทนานั้นเป็นเายงของภรรยาตนเอง   เรื่องนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ จึงสั่งการให้รื้อคดีใหม่ โดยให้กองปราบปรามลงพื้นที่ตรวจสอบคดีนี้ใหม่ทั้งหมด โดยแยกเป็นเรื่องการติดตามทรัพย์สินผู้ตาย ที่ญาติระบุว่าเงินสดติดตัวผู้ตายกว่าหนึ่งแสนบาทหายไป บัญชีลูกหนี้ และเอกสารสำคัญหายไป  สอบปากคำแพทย์ที่ชันสูตร และให้ดำเนินการสอบสวนเรื่องการข่มขู่ญาติ และให้ตร.พื้นที่ดูแลความปลอดภัยครอบครัวญาติผู้ตาย   ทางด้านแม่ของผู้ตาย เปิดใจว่า ตอนนี้ตนและครอบครัวทุกคนหวาดกลัวเรื่องการถูกข่มขู่ เพราะคนที่โทรมาขู่นั้น เป็นผู้กว้างขวางในจังหวัด จากนี้ตนก็ไม่รู้จะอยู่หากินได้อย่างไร เรื่องที้เกิดขึ้นตนไม่ได้ระบุว่าผู้กว้างขวางคนนี้มาเกี่ยวข้อง และล่าสุดทางคนอบครัวก็ได้พูดคุยเรื่องคลิปเสียงนี้ โดยยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทางญาติได้ออกมาระบุว่าคลิปเสียงข่มขู่นั้นเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด เนื่องจากชื่อของเจ้าหนี้ที่ญาติสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตคล้ายกับชื่อของภรรยาผู้กำกับ ทำให้มีสื่อเข้าใจผิดไปขอสัมภาษณ์ภรรยาผู้กำกับทำให้เกิดความไม่พอใจจนโทรมาต่อว่าญาติตามที่ปรากฎในคลิปเสียง โดยเรื่องนี้ภรรยาผกก. คนนี้ไม่ได้มีส่สนเกี่ยวข้อง   ส่วนเรื่องที่คาใจมากที่สุด คือการฆ่าตัวตาย ขอให้ตำรวจเร่งหาความชัดเจนทางคดี ซึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่ลูกของตนจะฆ่าตัวตาย หรือฆ่าตัวตายเอาเงินประกัน เรื่องที้เกิดขึ้น คือปมปัญหาเงินกู้ระหว่างผู้ตาย กับเพื่อนที่ร่วมลงทุนและเจ้าของเงินรายใหญ่ ซึ่งตนไม่รู้มาก่อนว่าใครมีปัญหากันและไม่เคยรู้ว่าลูกทำธุรกิจนี้    แต่พอลูกตายไป ตอนนี้ถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้อง 2 ราย รายแรกเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่วงเงินเกือบ5ล้าน อีกคนเป็นเงิน3แสนบาท ซึ่งเจ้าหนร้รายอื่นๆที่ลูกไปเป็นหนี้ก็เริ่มมีการทวงถามหนี้สินแล้ว ส่วนลูกหนี้ที่เคยยืมเงินจากลูกตนไปก็ไม่มีใครคืนเงิน และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นหนี้เท่าไหร่บ้างเพราะสมุดบัญชีลูกหนี้หายไป   ต่อมาในช่วงบ่าย มีคำสั่งจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 สั่งย้าย พ.ต.อ.ชัชชนันต์ พรบุตร ผกก.สภ.ลืออำนาจเจริญ ให้มาปฏิบัติงานที่ ตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อให้ตร.กองปราบและส่วนกลางลงพื้นที่ส่างคดีนี้ใหม่   ทางด้าน นายยุทธนา หนึ่งในเจ้าหนี้รายใหญ่ที่มีปัญหากับผู้ตาย ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตายแต่เป็นเจ้าหนี้ของผู้ตาย เพราะผู้ตายมากู้เงินไปปล่อยกู้อีกครั้งโดยตนทำหน้าที่ไปยืมเงินจากนายทุน เพื่อมาปล่อยให้ผู้ตายมาปล่อยกู้ เก็ยดอกเบี้ยกันมาตลอด ไม่เคยมีปัญหาอะไร และวันที่ผู้ตายเสียชีวิตคือ นัดจ่ายดอกเบี้ยกันจำนวนกว่า1ล้านบาท   แต่ก็มาพบว่าตายในรถ หากจะมาว่าตนเกี่ยวข้องกับการตาย ขอยืนยันไม่เกี่ยวข้องและไม่มีเหตุผลที่จะฆ่า เพราะถ้าเขาตายตนก็ไม่มีเงินไปคืนนายทุน ตอนนี้ตนก็ต้องฟ้องร้องตามกฎหมายเพราะเขายืมเงินไป นายทุนก็ทวงกับตน หลังจัดงานศพเสร็จ สามีผู้ตายก็นำเงินมาคืนห้าหมื่นบาท และทุกคนในครอบครัวก็รู้ว่าต้องชดใช้หนี้ตน แต่อยู่ดีๆก็มาเรียกร้องความเป็นธรรมและสงสัยเพื่อนที่ทำธุรกิจเงินกู้จะมีส่สนเกี่ยวข้องกับการตาย ตนก็ขอความเป็นธรรมด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_AmLqV9hLEc

 2,077
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 61

สั่งย้าย! ผกก. สภ.ลืออำนาจ ปมเซ่นคดีสาวถูกถุงคลุมหัวดับคาเก๋ง หลังญาติคาใจ ถูกฆาตกรรมไม่ใช่ฆ่าตัวตาย

อำนาจเจริญ-จากกรณี นางสาวดวงจันทร์ ทวีพันธ์ หรือตั๋น นักธุรกิจสาว เสียชีวิตอย่างปริศนา ในลักษณะใช้ถึงพลาสติกคลุมศีรษะตัวเอง เสียชีวิตบริเวณที่วางเท้าด้านหลังรถ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้ปมการเสียชีวิต ตร.คาดว่ามาจากเรื่องหนี้สินที่ผู้ตายทำธุรกิจเงินกู้    จนกระทั่งล่าสุด ตร.สภ.ลืออำนานเจริญ เจ้าของคดีระบุว่า การเสียชีวิตปริศนานี้ คือการฆ่าตัวตาย ทำให้ครอบครัวผู้ตาย ไม่เชื่อกับผลการทำงานของตร.สภ.ลืออำนาจเจริญ จึงเข้าร้องเรียนกองปราบปราม   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายพิชิต โสภาลุน พี่ชายของผู้ตาย ระบุว่า ที่ผ่านมาครอบครัวเงียบมาตลอดเพราะปล่อยเวลาให้ตร.ท้องที่ทำงานแต่มาได้รับผลว่าน้องตนฆ่าตัวตาย ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะขัดแย้งกับลักษณะการตาย และสภาพศพ มีพิรุธหลายจุด ตั้งแต่บริเวณลำคอ มีรอยคล้ายถูกการรัด มีรอยช้ำแดงรอบคอ มีเลือดออกที่ดวงตาและที่ขมับมีรอยฟกช้ำ ลักษณะการนอนเสียชีวิต ที่นอนราบกับพื้นด้านหลังรถ โดยมีการกดเบาะเอนนอนลงมา บริเวณขอบประตู มีร่องรอย คล้ายนิ้วมือคนที่คราบฝุ่น   ซึ่งทั้งหมดนี้ ตร.ยังไม่สามารถชี้ชัดเจนได้ว่าคืออะไร ซึ่งมันขัดกับการฆ่าตัวตาย ที่มันดูทรมานลำบากเกินไป และถุงที่คลุมหัว ไม่ได้มีการมัด เป็นการคลุมหัว ซึ่งหลักฐานต่างๆ ตร.ไม่สามารถหาได้ หากน้องจะฆ่าตัวตายจริงคงทรมานมาก ทำไมไม่คลุมหัวตัวเองตรงเบาะที่นั่งคนขับ ทำไมต้องทำให้ดูยาก หรือมีคนทำให้น้องตายแล้วเกิดอะไรขึ้น    ซึ่งปมปัญหาก็มาจากธุรกิจเงินกู้ ที่มีปัญหาไม่สามารถนำเงินไปคืนเจ้าหนี้รายใหญ่ได้ หากต้องใช้หนี้กว่าสิบล้าน ทางครอบครัวก็มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะนำไปใช้หนี้สินได้ ไม่ถึงขั้นต้องฆ่าตัวตาย   ตอนนี้ ตร.ก็ยังไม่ได้ระบุว่าตรวจสอบเส้นทางการเงินของเพื่อนที่ทำธุรกิจกับน้องสาวอย่างไร และใครคือนายทุนใหญ่ หรือใครมาเกี่ยวข้อง การที่ครอบครัวออกมาเรียกร้องเพราะมันผิดปกติหลายอย่าง และกลัวไม่ได้รับความยุติธรรม กังวลเรื่องผู้มีอิทธิพล และขอยืนยันว่าน้องสาวตนเสียชีวิตไม่ได้เป็นการฆ่าตัวตายหนีหนี้ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนฝันเห็นน้องสาวมายืนที่บ้านและพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่ได้ยินเสียง เรื่องราวที่เกิดขึ้นน้องสาวตนถูกกระทำ อยากร้องขอความยุติธรรมให้คนตาย   ด้านนายภัทรชัย ทวีพันธ์ สามีผู้ตาย ยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าภรรยาตนเองจะฆ่าตัวตาย ไม่มีสิ่งบ่งบอกแรงจูงใจ หรือความเครียดให้ภรรยาต้องฆ่าตัวตาย ตอนนี้ตนสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต ปมปัญหาธุรกิจเงินกู้ระหว่างภรรยาและเพื่อน และตอนนี้สมุดบัญชีรายละเอียดของลูกค้าที่กู้เงินก็หายไป และตอนนี้ ตนก็ถูกคู่กรณีของภรรบาฟ้องร้องเรื่องเงินที่กู้ยืมกันมา   ส่วนเรื่องชู้สาวนั้น ไม่มีแน่นอน เพราะภรรยาเป็นคนรักลูกและครอบครัวมาก และกำลังวางแผนทำธุรกิจกัน จึงไม่มีมูลเหตุให้ภรรยาต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย   สำหรับลักษณะของการเสียชีวิตของผู้ตาย ผู้สื่อข่าวไปสอบถามแพทย์นิติเวช ระบุว่า จากสภาพศพที่เห็นในภาพ มองได้ทั้งสองส่วน ทั้งการฆ่าตัวตายและถูกฆาตกรรม โดยหากฆาตกรรมถือว่าผู้ลงมือก่อเหตุวางแผนมาอย่างดี และมีประสบการณ์ไม่มีไร้ร่องรอยหลงเหลือส่วนการใช้ถุงคลุมศีรษะ แม้ไม่ผูกมัด แต่อยู่ในที่ไม่มีอากาศ เพียงแค่ 20 นาทีก็ทำให้ เสียชีวิตได้ แต่การฆ่าตัวตายก็เป็นได้ เพราะเคยมีหลายคดีทั้งในและต่างประเทศ ใช้ถุงคลุมหัวให้ขาดอากาศหายใจตายได้   แต่คดีนี้ก็พบปมต้องสงสัยทั้งเรื่องเข็มขัดนิรภัยที่ถูกดึงออกมาจำนวนมาก ทั้งเบาะนั่งด้านหลังและด้านข้างคนขับ  และผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันข้อเท็จจริง   ล่าสุดวันนี้ (4 ก.ย. 61) มีคำสั่งสั่งย้าย พ.ต.อ. ชัชนันต์ พรบุตร ผู้กำกับ สภ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เซ่นคดีนักธุรกิจสาวตายปริศนาในรถ  หลังญาติคาใจ ถูกฆาตกรรมไม่ใช่ฆ่าตัวตาย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,238
ปากท้องร้องทุกข์
04 ก.ย. 61

ญาติร้องกองปราบ สาวถูกถุงคลุมหัวดับคาเก๋ง เชื่อถูกฆาตกรรม เผยมาเข้าฝันบอกถูกฆ่า หลังตร.ชี้ฆ่าตัวตาย

อำนาจเจริญ-จากกรณี นางสาวดวงจันทร์ ทวีพันธ์ หรือตั๋น นักธุรกิจสาว เสียชีวิตอย่างปริศนา ในลักษณะใช้ถึงพลาสติกคลุมศีรษะตัวเอง เสียชีวิตบริเวณที่วางเท้าด้านหลังรถ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้ปมการเสียชีวิต ตร.คาดว่ามาจากเรื่องหนี้สินที่ผู้ตายทำธุรกิจเงินกู้   จนกระทั่งล่าสุด ตร.สภ.ลืออำนานเจริญ เจ้าของคดีระบุว่า การเสียชีวิตปริศนานี้ คือการฆ่าตัวตาย ทำให้ครอบครัวผู้ตาย ไม่เชื่อกับผลการทำงานของตร.สภ.ลืออำนาจเจริญ จึงเข้าร้องเรียนกองปราบปราม   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายพิชิต โสภาลุน พี่ชายของผู้ตาย ระบุว่า ที่ผ่านมาครอบครัวเงียบมาตลอดเพราะปล่อยเวลาให้ตร.ท้องที่ทำงานแต่มาได้รับผลว่าน้องตนฆ่าตัวตาย ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะขัดแย้งกับลักษณะการตาย และสภาพศพ มีพิรุธหลายจุด ตั้งแต่บริเวณลำคอ มีรอยคล้ายถูกการรัด มีรอยช้ำแดงรอบคอ มีเลือดออกที่ดวงตาและที่ขมับมีรอยฟกช้ำ ลักษณะการนอนเสียชีวิต ที่นอนราบกับพื้นด้านหลังรถ โดยมีการกดเบาะเอนนอนลงมา บริเวณขอบประตู มีร่องรอย คล้ายนิ้วมือคนที่คราบฝุ่น   ซึ่งทั้งหมดนี้ ตร.ยังไม่สามารถชี้ชัดเจนได้ว่าคืออะไร ซึ่งมันขัดกับการฆ่าตัวตาย ที่มันดูทรมานลำบากเกินไป และถุงที่คลุมหัว ไม่ได้มีการมัด เป็นการคลุมหัว ซึ่งหลักฐานต่างๆ ตร.ไม่สามารถหาได้ หากน้องจะฆ่าตัวตายจริงคงทรมานมาก ทำไมไม่คลุมหัวตัวเองตรงเบาะที่นั่งคนขับ ทำไมต้องทำให้ดูยาก หรือมีคนทำให้น้องตายแล้วเกิดอะไรขึ้น    ซึ่งปมปัญหาก็มาจากธุรกิจเงินกู้ ที่มีปัญหาไม่สามารถนำเงินไปคืนเจ้าหนี้รายใหญ่ได้ หากต้องใช้หนี้กว่าสิบล้าน ทางครอบครัวก็มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะนำไปใช้หนี้สินได้ ไม่ถึงขั้นต้องฆ่าตัวตาย   ตอนนี้ ตร.ก็ยังไม่ได้ระบุว่าตรวจสอบเส้นทางการเงินของเพื่อนที่ทำธุรกิจกับน้องสาวอย่างไร และใครคือนายทุนใหญ่ หรือใครมาเกี่ยวข้อง การที่ครอบครัวออกมาเรียกร้องเพราะมันผิดปกติหลายอย่าง และกลัวไม่ได้รับความยุติธรรม กังวลเรื่องผู้มีอิทธิพล และขอยืนยันว่าน้องสาวตนเสียชีวิตไม่ได้เป็นการฆ่าตัวตายหนีหนี้ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนฝันเห็นน้องสาวมายืนที่บ้านและพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่ได้ยินเสียง เรื่องราวที่เกิดขึ้นน้องสาวตนถูกกระทำ อยากร้องขอความยุติธรรมให้คนตาย   ด้านนายภัทรชัย ทวีพันธ์ สามีผู้ตาย ยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าภรรยาตนเองจะฆ่าตัวตาย ไม่มีสิ่งบ่งบอกแรงจูงใจ หรือความเครียดให้ภรรยาต้องฆ่าตัวตาย ตอนนี้ตนสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต ปมปัญหาธุรกิจเงินกู้ระหว่างภรรยาและเพื่อน และตอนนี้สมุดบัญชีรายละเอียดของลูกค้าที่กู้เงินก็หายไป และตอนนี้ ตนก็ถูกคู่กรณีของภรรบาฟ้องร้องเรื่องเงินที่กู้ยืมกันมา   ส่วนเรื่องชู้สาวนั้น ไม่มีแน่นอน เพราะภรรยาเป็นคนรักลูกและครอบครัวมาก และกำลังวางแผนทำธุรกิจกัน จึงไม่มีมูลเหตุให้ภรรยาต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย   สำหรับลักษณะของการเสียชีวิตของผู้ตาย ผู้สื่อข่าวไปสอบถามแพทย์นิติเวช ระบุว่า จากสภาพศพที่เห็นในภาพ มองได้ทั้งสองส่วน ทั้งการฆ่าตัวตายและถูกฆาตกรรม โดยหากฆาตกรรมถือว่าผู้ลงมือก่อเหตุวางแผนมาอย่างดี และมีประสบการณ์ไม่มีไร้ร่องรอยหลงเหลือส่วนการใช้ถุงคลุมศีรษะ แม้ไม่ผูกมัด แต่อยู่ในที่ไม่มีอากาศ เพียงแค่ 20 นาทีก็ทำให้ เสียชีวิตได้ แต่การฆ่าตัวตายก็เป็นได้ เพราะเคยมีหลายคดีทั้งในและต่างประเทศ ใช้ถุงคลุมหัวให้ขาดอากาศหายใจตายได้   แต่คดีนี้ก็พบปมต้องสงสัยทั้งเรื่องเข็มขัดนิรภัยที่ถูกดึงออกมาจำนวนมาก ทั้งเบาะนั่งด้านหลังและด้านข้างคนขับ  และผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันข้อเท็จจริง   ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ (4 ก.ย.)  พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. ได้เรียกผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อำนาจเจริญ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด ซึ่งทางครอบครัวผู้เสียชีวิตจะเข้าพบและร้องขอความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4Pe-dsIoHi0

 3,646
การเมือง
25 ก.ค. 61

ปิดฉาก ครม.สัญจรอีสานใต้ เห็นชอบ 19 โครงการคมนาคม นายกฯตะโกนตอบชาวบ้าน "ถ้ารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ตาย"

ครม.สัญจรอีสานใต้ อุบลราชธานี เห็นชอบหลักการโครงการคมนาคม 19 โครงการ มูลค่า 5.9 หมื่นล้าน แต่ให้นำไปจัดลำดับความเร่งด่วน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 62-67 ตั้งการพัฒนาสนามบินอุบลราชธานี กับเร่งศึกษาสร้างสนามบินมุกดาหาร และเลิงนกทา การขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย 13 เส้นทาง โครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 6 ที่นาตาล อุบลราชธานี โครงการรถไฟรางคู่อีกหลายเส้นทาง   ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จารุศรีพิทักษ์ ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ ไบโอเทคโนโลยีฮับ ในพื้นที่ 4 จังหวัด อุบล ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ   ทั้งนี้ระหว่างประชุมครม. รองนายกฯ และรมว.กลาโหม พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ปวดท้องกะทันหัน เพราะอาหารเป็นพิษ ต้องเรียกรถพยาบาลรับตัวออกจากที่ประชุมครม. ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที   ด้านการเมือง นายกฯ บอกพบได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือไม่ใช่นักการเมือง ยินดีพบ ยกเว้นคนที่มีปัญหากฎหมายพบไม่ได้ ก่อนเข้านมัสการเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม เทศน์ให้อดทน ยิ่มแย้มแจ่มใส ตื่นตัวรู้เท่าทัน และขยันหมั่นเพียร ไม่ท้อถอย   นายกฯ ยังพบชาวบ้านปิดท้าย ครม.สัญจร ประกาศ ไม่ได้มาหาเสียงแต่มาใช้เสียง ถ้าไม่รักนายกฯ ไม่เป็นไร แต่จะทำให้ ถามว่ามีใครพูดได้อย่างตน ตนสามารถพูดต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง เพราะอ่านเยอะและรู้ปัญหา สุดท้ายชาวบ้านร่วมกันร้องเพลง “สู้เพื่อแผ่นดิน” ก่อนตะโกนว่า “พวกเรารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ๆ” พลเอกประยุทธ์ จึงตะโกนตอบกลับทันทีว่า “ถ้ารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ตาย” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j4qV7nzlYzU

 2,066
การเมือง
24 ก.ค. 61

'บิ๊กตู่' ชื่นมื่น ครม.สัญจรอุบลฯ-อำนาจเจริญ ยันไม่ได้มาหาเสียง อุ้ม 'น้องต้นกล้า' เด็ก 4 ขวบ ตะโกนบอก "ผมอยากเป็นทหาร"

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ ครม.สัญจรจังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานี เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์ ไร่ภูตะวัน ออร์แกนิคฟาร์ม บ้านหนองเม็ก ซึ่งเป็นต้นแบบหมู่บ้านผักเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดอำนาจเจริญ   โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตื่นเต้นเล็กน้อยไม่ได้มานาน ซึ่งพื้นที่ในภาคอีสานรัฐบาลได้มาหลายจังหวัดแล้ว ดีใจที่ได้เจอพี่น้องทุกคน หากไม่สบายก็ต้องมาเพราะคิดถึงกัน ขณะเดียวกัน ระหว่างเดินทางมาตนเองได้คุยกับรองนายกรัฐมนตรีว่าจะทำยังไงให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงขออย่ามองว่ามาการเมือง อะไรก็เป็นการเมืองไปทั้งหมด   แต่ที่มาวันนี้เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่วันนี้มุ่งหวังดูปัญหาที่มีอยู่เพื่อแก้ไขให้ได้ เพราะมีการทำงานมาหลายรัฐบาลแล้ว ซึ่งวันข้างหน้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเริ่มต้นให้ได้วันนี้ก่อน เพราะที่ผ่านมาเจอปัญหามาเยอะ หากมองว่ารัฐบาลมาแล้วของบประมาณปีนี้ก็อยู่แค่ปีนี้ ดังนั้น รัฐบาลนี้จะต้องเดินหน้าประเทศอย่างยั่งยืน จึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะต้องดีขึ้น จึงต้องวางแผนเพราะแก้วันนี้หรือพรุ่งนี้ไม่ได้   อย่างไรก็ตาม ข้าราชการในพื้นที่จะต้องพัฒนาร่วมกับประชาชนด้วย ขออย่าไปคิดว่ารู้ทั้งหมด จึงต้องผสมผสานระหว่างความรู้ของข้าราชการและประสบการณ์ของชาวบ้าน โดยนายกรัฐมนตรียังอยากให้ประชาชนฟังรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ตนเองพูดในทุกวันศุกร์ จะได้ทราบว่าตนเองมีเจตนาดีกับทุกคนอย่างไร และสิ่งสำคัญต้องสร้างหลักคิดว่าจะพัฒนาตนเองได้อย่างไร   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกอย่าง เกิดขึ้นเพราะการเลือกผู้นำที่ผิดจะมาโทษรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงอยากให้ประชาชนพิจารณาก่อนจะเลือกใครมาเป็นผู้นำ เพราะคนนั้นจะต้องรับผิดชอบ เหมือนกับการเลือกผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. เมื่อถนนพังก็ต้องรับผิดชอบปรับปรุงให้ เช่นเดียวกับตนเองที่ต้องรับผิดชอบทุกเรื่องในประเทศที่เกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี ยังฝากผู้ว่าราชการในทุกจังหวัด ให้ดูห้องสมุดให้กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความรู้ต่างๆ มากขึ้น เพราะไม่อยากให้คนไทยอ่านหนังสือแค่วันละ 8 บรรทัด   ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ยิ่งใกล้เลือกตั้งตนเองยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และการเลือกตั้งครั้งต่อไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ จะต้องเป็นรัฐบาลที่ไปได้ทุกที่ ยิ่งมีคนเกลียดยิ่งต้องไป เพราะประชาชนไม่เข้าใจจึงต้องไปทำให้เข้าใจ จึงขออย่าแบ่งสีแบ่งฝ่าย ใครจะไม่ชอบตนเองก็ไม่เป็นไร แต่ทหารทุกคนรักชาวบ้าน เพราะทุกที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งรัฐบาลลงพื้นที่เพื่อต้องการรับทราบปัญหาและเพื่อแก้ปัญหาให้กับทุกพื้นที่   อย่างไรก็ตาม ระหว่างลงพื้นที่ มีน้องต้นกล้า อายุ 4 ปี ตะโกนบอกนายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกฯผมอยากเป็นทหาร ทำให้นายกรัฐมนตรีอุ้มน้องต้นกล้า แล้วบอก ถ้าอยากเป็นให้ไปกับลุงเลย ซึ่งน้องต้นกล้าบอก รอให้ผมโตก่อน ซึ่งคำพูดพูดน้องต้นกล้า สร้างเสียงหัวเราะให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะ และชมว่ากล้าเหมือนชื่อ   ทั้งนี้ช่วงหนึ่งชาวบ้านได้มอบกระเช้าผ้าพื้นเมืองให้กับนายกฯ โดยนายกฯ ถามว่าราคาเกิน 3,000 บาทหรือไม่ โดยประชาชนบอกว่าเกิน นายกฯ จึงให้ทีมงานจ่ายเงิน พร้อมระบุว่า เดี๋ยวโดนฟ้องคดีอีก ตอนนี้ถูกจับตามอง แม้แต่ไปต่างประเทศก็ถูกจับตามองผ้าพันคอ นายกฯ ไม่เอาของฟรี พร้อมกันนี้ประชาชนขอให้นายกฯ กลับมาเยี่ยมอีกในปีหน้า โดยนายกฯ บอกว่าถ้ามาได้ก็จะมา นอกจากนี้ประชาชนยังขอให้นายกฯ บริหารประเทศไปนานๆ เพราะประเทศสงบดี ซึ่งนายกฯ บอกว่า ให้ไปบอกคนไม่ดีให้หยุดได้แล้ว ขอให้ช่วยตนด้วย วันนี้แม้จะกลับไปแล้ว ไปแต่ตัวแต่หัวใจยังอยู่อำนาจเจริญ   ในเวลาต่อมาที่สวนพฤกษศาสตร์ดงฟ้าห่วน ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี นายกฯได้เยี่ยมชมการปลูกป่าในเมือง ภายในสวนพฤกษศาสตร์ดงฟ้าห่วน มีนักเรียนจากโรงเรียนนารีนุกูล รอต้อนรับ โดยนักเรียนได้ร้องประสานเสียงเพลง “ป่าในเมือง” ให้นายกฯรัฐมนตรีฟังด้วย ซึ่งเพลงดังกล่าวมีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งว่า “ทำเพื่อบ้านเมืองสัญญา พัฒนาไม่หยุดคือพลเอกประยุทธ์” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hvzk24oefqc

 1,993
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 61

ผบ.ตร.สั่งเด้ง 4 ผบก. เซ่นแก้ปัญหาจราจรช่วงสงกรานต์ - ผบก.บึงกาฬ เปิดใจทำเต็มที่แล้ว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีหนังสือคำสั่งลงนาม เลขที่ 210/2561 ลงวันที่ 19 เม.ย.2561 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ประกอบด้วย พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พล.ต.ต.สัณฆ์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์, พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ และพล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี โดยให้มาช่วยราชการที่ศปก.ตร. ให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป   ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมภูธรแต่ละภาคดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทน ยกเว้นจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ผู้บังคับการศูนย์ฝึกตำรวจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รักษาราชการแทนผบก.จว.เพชรบูรณ์   คำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องจากผลการปฏิบัติงานหย่อนยาน ละเลย ในการป้องกันแก้ไขปัญการจราจรช่วงวันที่ 11-17 เม.ย.2561 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่งเหล่านั้น ประกอบด้วย พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมภูธรภาค1 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พล.ต.ต.ไพโรจน์ มังคลา ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมภูธรภาค 3 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ, พล.ต.ต.ภัทราวุธ เอื้อมศศิธร ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมภูธรภาค 4 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พล.ต.ต.ภิญโญ หวลกสินธุ์ ผบก.ศูนย์ฝึกตำรวจ รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.61 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง   นอกจากนี้ พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ยังได้เปิดใจถึงกรณีการถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ หลังลูกน้องแห่มอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจ โดยบอกว่า รู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจมาก ยอมรับว่าพูดอะไรไม่ค่อยออกเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาได้มาให้กำลังใจก็ขอขอบใจ แต่ถึงอย่างไรในฐานะตำรวจอาชีพ ซึ่งมีวินัยเป็นข้อบังคับต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาผมเองและรอง ทุกคนก็ได้ร่วมกันออกปฏิบัติงานตรวจเยี่ยมหน่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดทุกวัน   ซึ่งหัวหน้าสถานีแต่ละแห่งก็อยู่ในพื้นที่ออกปฏิบัติงานเช่นกันผมเองก็ทราบและพวกเราก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นว่าการทำงานของพวกเราบกพร่องและมีคำสั่งย้ายนั้น โดยวินัยตำรวจแล้วก็ต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่โต้แย้ง ไม่แก้ตัว ไม่เสียใจแต่ก็เสียกำลังใจอยู่บ้างที่ทำเต็มที่แล้ว แต่เหตุการณ์มันไม่สามารถควบคุมได้ และยอมรับว่าอุบัติเหตุของจังหวัดบึงกาฬก็เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วมากจริงๆ ซึ่งรวมผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 7 คน ส่วนปีที่ผ่านมานั้นสงกรานต์มีผู้เสียชีวิต 1 คน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QBOvosDxA68    

 3,780
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
19 เม.ย. 61

ผบ.ตร.เตรียมสั่งเด้ง 3 ผู้การจังหวัด เซ่นยอดอุบัติเหตุสงกรานต์พุ่ง

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยประเด็นพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เตรียมออกคำสั่งเด้ง ผู้การจังหวัด 3 นาย ได้แก่ บึงกาฬ เพชรบูรณ์ และอำนาจเจริญ ช่วยราชการ หลังพบการดูแลประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ซึ่งทาง ผบ.ตณงยืนยันว่าผลการปฎิบัติของผู้ใต้บังคับใช้บัญชา ประชาชนจะเป็นผู้ชี้วัดว่าตำรวจมีการปฎิบัติ ดูแลประชาชนเป็นเช่นไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yu_xRQY3eu0    

 25,927

Top