ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมอุตุ"

สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 63

กรมอุตุฯ เตือนทั่วประเทศ 9-13 ก.พ.สภาพอากาศแปรปรวน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 9 – 13 กุมภาพันธ์ 2563)" ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 07 กุมภาพันธ์ 2563       ในช่วงวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก โดยในบริเวณภาคเหนือตอนบนจะมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้         ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2563 มีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ และน่าน หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส สำหรับยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-10 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบริเวณยอดดอยในภาคเหนือ           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2563 จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร หลังจากนั้น อุณหภูมิจะลดลง 3-6 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาว และลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 12-18 องศาเซลเซียส สำหรับยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส           ภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส           ภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น ในช่วงวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2563 กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี และนราธิวาส สำหรับคลื่นลมบริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ 2563           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายและรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/G55p3LEYaLw

 6,650
สังคม
08 ก.พ. 63

กรมอุตุฯ เตือนทั่วประเทศ 9-13 ก.พ.สภาพอากาศแปรปรวน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 9 – 13 กุมภาพันธ์ 2563)" ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 07 กุมภาพันธ์ 2563       ในช่วงวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก โดยในบริเวณภาคเหนือตอนบนจะมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้         ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2563 มีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ และน่าน หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส สำหรับยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-10 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบริเวณยอดดอยในภาคเหนือ           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2563 จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร หลังจากนั้น อุณหภูมิจะลดลง 3-6 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาว และลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 12-18 องศาเซลเซียส สำหรับยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส           ภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส           ภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น ในช่วงวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2563 กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี และนราธิวาส สำหรับคลื่นลมบริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ 2563           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายและรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/G55p3LEYaLw

 6,650
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 63

กรมอุตุฯเตือนไทยตอนบน อากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ก่อนอุณหภูมิลดลง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24 – 27 มกราคม 2563)" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 24 มกราคม 2563      ในช่วงวันที่ 24-25 มกราคม 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นวันที่ 26-27 มกราคม 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย         ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง           ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/82y1U96VL70

 3,104
สังคม
25 ม.ค. 63

กรมอุตุฯเตือนไทยตอนบน อากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ก่อนอุณหภูมิลดลง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24 – 27 มกราคม 2563)" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 24 มกราคม 2563      ในช่วงวันที่ 24-25 มกราคม 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นวันที่ 26-27 มกราคม 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย         ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง           ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/82y1U96VL70

 3,104
สังคม
31 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯ ชี้ อุณหภูมิจะลดลงหลังเกิดพายุลูกเห็บ - หลายหน่วยงานเร่งซ่อมแซมความเสียหาย

กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ หลังพายุลูกเห็บตกวันนี้หลายพื้นที่ภาคเหนืออุณหภูมิจะหนาวเย็นลงอีก ส่วนจุดที่ได้รับเสียหายจากลูกเห็บถล่ม หน่วยงานในพื้นที่ต่างสำรวจความเสียหายและฟื้นฟู   นายสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ลูกเห็บตกได้ผ่านพ้นไปแล้ว จะไม่มีลูกเห็บตกอีก แต่ตั้งแต่วันนี้อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส มีความหนาวเย็นเข้ามาไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม นี้ โดยหลายพื้นที่จะเกิดน้ำค้างแข็ง แต่จะไม่หนาวทำลายสถิติเหมือนเมื่อตืนเดือนที่ผ่านมา   ส่วนสาเหตุที่เกิดลูกเห็บถล่มจนกลายเป็นน้ำแข็งขาวโพลน เกิดจากลมตะวันตกจากอินเดียและเมียนมาเข้ามาปะทะกันลมตะวันออก ซึ่งมีความชื้นจึงเกิดลูกเห็บ ขณะที่อุณหภูมิพื้นราบมีความหนาวเย็นจากความกดอากาศจีนแผ่ปกคลุมอยู่ จึงทำให้ลูกเห็บละลายช้าและมีก้อนใหญ่กว่าทุกครั้ง   ส่วนความเสียหายที่เกิดจากลูกเห็บ หลายหน่วยงานใน อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เข้าไปสำรวจความเสียหาย โดยนายอำเภอดอยหล่อ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากพายุลูกเห็บ ส่งผลให้พื้นที่ ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ มีบ้านเรือนเสียหายกว่า 700 หลังคาเรือน และพื้นที่การเกษตรเสียหาย 100 กว่าไร่ โดยเฉพาะสวนลำไยที่กำลังออกดอกออกผล เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก    เบื้องต้นทางท้องถิ่นได้จัดเตรียมกระเบื้องซ่อมแซมให้ผู้ประสบภัยก่อน หลังจากนี้ได้เตรียมเฝ้าระวังเพราะว่าสภาพอากาศในช่วงนี้มีความแปรปรวนอยู่ ทั้งเรื่องอากาศหนาวและพายุฝน หากพบว่าในพื้นที่ใดมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ก็ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจและเตรียมความพร้อมช่วยเหลือเอาไว้   ส่วนที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคเหนือเชียงใหม่ ได้ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 250 คน พร้อมเครื่องจักรหนัก รถเครน ทำการติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงขึ้นมาใหม่ ในจุดต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากแรงพายุพัดถล่ม ที่บ้านกู่เต้า ต.โยนก เสียหายมากสุด เพื่อเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโดยเร็ว รวมถึงความเสียหายอื่นๆ เพื่อให้สภาพกลับมาเหมือนเดิม   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/SDMHNnu_KEs

 1,579
สังคม-อาชญากรรม
21 ธ.ค. 62

คริสต์มาสอากาศเย็น! กรมอุตุฯ ประกาศ 24-26 ธ.ค.อุณหภูมิลดลง

พยากรณ์อากาศเทศกาลคริสต์มาส ในช่วงวันที่ 24-26 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็น ถึงหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 14-22 องศาเซลเซียส    ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-15 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง   เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g43c9jWp-0w

 14,258
สังคม
21 ธ.ค. 62

คริสต์มาสอากาศเย็น! กรมอุตุฯ ประกาศ 24-26 ธ.ค.อุณหภูมิลดลง

พยากรณ์อากาศเทศกาลคริสต์มาส ในช่วงวันที่ 24-26 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็น ถึงหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 14-22 องศาเซลเซียส    ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-15 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง   เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g43c9jWp-0w

 14,258
สรุปข่าว
11 ธ.ค. 62

สรุปข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2562

สรุปข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2562 - ถึงคิว 'อนค.' ลุ้นกกต.ชี้คดีเงินกู้ เข้าวาระ 7 เสือถกวันนี้ จุรินทร์ไม่ขัดปรับครม. ตั้งกมธ.รธน.เข้าสภา เริ่มบ่าย - พท.ขอ 12 ชม. บิ๊กแดงการันตีธนาธรไปเกณฑ์ทหารถูกต้อง  - เผาไล่ส.ส. ชาวบ้านลาดหลุมแก้วกว่า 200 คนร่วมเผาพริกเผาเกลือหุ่นฟางที่มีรูปนางพรพิมล ส.ส.ปทุมธานีพรรคเพื่อไทย เนื่องจากไม่พอใจที่นางพรพิมลไม่ยอมวอล์กเอาต์ ทำให้องค์ประชุมสภาครบ และโหวตคว่ำญัตติศึกษาผลกระทบม.44 - อุตุเผยกทม.ยังหนาว 14-15 ธ.ค.เริ่มอุ่นขึ้น เหนือ-อีสานยังคึกคัก ชมเหมยขาบยอดดอย  -  วิษณุป้องเอ๋ไม่ผิด-ดุจคดีเขายายเที่ยง เหยื่อรุกป่าโวยรัฐ2มาตรฐาน ฝ่ายค้านฮึ่มซักฟอกธรรมนัส - เวียดนามเบียด-ไทยหล่นที่3 ไทยไล่ไม่ทันถูกเวียดนามเฉือนขึ้นแซง ได้อันดับ 3 - คว้า 'ทอง' อนุวัจน์ ชัยชนะ ทีมชาติไทย ลอยตัวฟาดลูกทำแต้ม ก่อนเอาชนะทีมชาติเวียดนามไป 2 เซ็ตรวด คว้าเหรียญทองเซปักตะกร้อ ทีมชายเดี่ยว กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์  - ฝังซาก จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ฝังกลบวัวแดงที่ถูกฆ่าตัดหัวและขาหลังทั้ง 2 ข้าง ทิ้งวากไว้กลางไร่ข้าวโพด อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พร้อมเข้าแจ้งความ สภ.ลานสัก ล่าคนร้ายแล้ว - รวบลูกพ.ต.ท.ค้าปืนเถื่อนออนไลน์ ทำมา 2 ปี ขายนับร้อย วัยรุ่นแห่สั่งซื้อเพียบ  - สาวแสบลวงหนุ่มซื้อรถ 12 คัน อ่อยผ่านโปรแกรมหาคู่ พาดาวน์รถแล้วเผ่นหนี  - หนาวสะท้านนอนแข็งเพิ่มอีก 4 ศพ หนุ่มน้อยเมืองสมุทรสงครามนอนขดเกร็งสิ้นใจคาเตียง ทั้งที่ปกติเป็นคนแข็งแรง อีกราย หนุ่มกาฬสินธุ์ซดน้ำเมาหวังสู้ - ประสานใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หน.พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.ของพรรค ร่วมรับประทานอาหารหวังประชุมเคลียร์ใจ โดยทุกคนยืนยันจะปฏิบัติตามมติพรรค บรรยากาศสุดชื่นมื่น

 2,446
สังคม-อาชญากรรม
07 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือน 7-10 ธ.ค.อุณหภูมิลดต่ำสุด - ภาคกลางลุ้น 12 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 07 ธันวาคม 2562      ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 4-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด         6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังอัคคีภัยไว้ด้วย เนื่องจากอากาศแห้งและมีลมแรง           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/OWko3254Yvs

 1,918
สังคม
07 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือน 7-10 ธ.ค.อุณหภูมิลดต่ำสุด - ภาคกลางลุ้น 12 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 07 ธันวาคม 2562      ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 4-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด         6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังอัคคีภัยไว้ด้วย เนื่องจากอากาศแห้งและมีลมแรง           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/OWko3254Yvs

 1,918
สังคม-อาชญากรรม
06 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯประกาศ หนาวต่อเนื่องถึง 10 ธ.ค. 'เหนือ-อีสาน' อุณหภูมิลดฮวบฮาบ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 05 ธันวาคม 2562        ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E4QTvaqcZDg

 1,202
สังคม
06 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯประกาศ หนาวต่อเนื่องถึง 10 ธ.ค. 'เหนือ-อีสาน' อุณหภูมิลดฮวบฮาบ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 05 ธันวาคม 2562        ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E4QTvaqcZDg

 1,202
สังคม-อาชญากรรม
05 ธ.ค. 62

หนาวจับใจ! คนกรุงสัมผัสอากาศหนาว 19 องศา กรมอุตุฯ เผยกทม.ลุ้นต่ำสุด 13 องศา - เหนือ 6 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 04 ธันวาคม 2562      ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย         สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.         (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MqK_l9_902U  

 14,527
สังคม
05 ธ.ค. 62

หนาวจับใจ! คนกรุงสัมผัสอากาศหนาว 19 องศา กรมอุตุฯ เผยกทม.ลุ้นต่ำสุด 13 องศา - เหนือ 6 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 04 ธันวาคม 2562      ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย         สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.         (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MqK_l9_902U  

 14,527
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 62

เตรียมตัวหนาวปากสั่น! กรมอุตุฯประกาศ สัปดาห์หน้าอุณหภูมิลดฮวบทั้งประเทศ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 ธันวาคม 2562)"   ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562      ในช่วงวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงและมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 5-10 เซลเซียส บริเวณพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Y5vk0Kwy3WI

 41,477

Top