ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมอุตุ"

สังคม-อาชญากรรม
05 ธ.ค. 62

หนาวจับใจ! คนกรุงสัมผัสอากาศหนาว 19 องศา กรมอุตุฯ เผยกทม.ลุ้นต่ำสุด 13 องศา - เหนือ 6 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 04 ธันวาคม 2562      ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย         สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.         (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MqK_l9_902U  

 12,717
สังคม
05 ธ.ค. 62

หนาวจับใจ! คนกรุงสัมผัสอากาศหนาว 19 องศา กรมอุตุฯ เผยกทม.ลุ้นต่ำสุด 13 องศา - เหนือ 6 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 04 ธันวาคม 2562      ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย         สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.         (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MqK_l9_902U  

 12,717
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 62

เตรียมตัวหนาวปากสั่น! กรมอุตุฯประกาศ สัปดาห์หน้าอุณหภูมิลดฮวบทั้งประเทศ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 ธันวาคม 2562)"   ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562      ในช่วงวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงและมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 5-10 เซลเซียส บริเวณพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Y5vk0Kwy3WI

 39,103
สังคม
30 พ.ย. 62

เตรียมตัวหนาวปากสั่น! กรมอุตุฯประกาศ สัปดาห์หน้าอุณหภูมิลดฮวบทั้งประเทศ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 ธันวาคม 2562)"   ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562      ในช่วงวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงและมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 5-10 เซลเซียส บริเวณพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Y5vk0Kwy3WI

 39,103
ต่างประเทศ
22 พ.ย. 62

ไทยเตรียมรับมืออาฟเตอร์ช็อค! จากผลพวงแผ่นดินไหวสปป.ลาว

กรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วยกรมทรัพยากรธรณี ร่วมแถลงเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่เกิดขึ้นที่ประเทศลาว เมื่อเวลา 06.50 น. ระดับความลึก 3 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ประมาณ 20 กิโลเมตร     นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเกิดจากรอยเลื่อนในประเทศลาว จากการเฝ้าระวังและตรวจวัดพบว่า เริ่มมีการเกิดแผ่นดินไหวตั้งแต่เวลา 23.49 น. และเกิดต่อเนื่องรวม 12 ครั้ง ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวหลักหรือ Mainshock ขนาด 6.4 เมื่อเวลา 6.50 หลังจากนี้จะมีการเกิด Aftershock ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ระดับหรือขนาดของความแรงจะลดลง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ปกติ เพราะเป็นลักษณะของการคลายตัวของเปลือกโลกที่กำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อาจจะกินระยะเวลานานเป็นเดือนหรือนานกว่านั้น      ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก และเตรียมตัวให้พร้อมกรณีที่อาจเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้น รวมถึงติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ ป้องกันการสับสน และเข้าใจข้อมูลที่คลาดเคลื่อน      ขณะที่นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเกิดจากการขยับหรือเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ส่งผลกระทบต่อรอยเลื่อนที่ประเทศลาว ขอประชาชนอย่าได้วิตกกังวลเนื่องจากศูนย์กลางอยู่ห่างจากไทยประมาณ 20 กิโลเมตร ส่วนที่กังวลว่าจะส่งผลต่อรอยเลื่อนปัวที่อยู่ขนานกันหรือไม่นั้น มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลและผลการศึกษาย้อนหลัง โอกาสที่หากจะเกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ถือเป็นภัยพิบัติอย่างเดียวที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้      ส่วนสาเหตุที่กรุงเทพมหานครอยู่ห่างไกลประมาณ 600-700 กิโลเมตร แต่ยังสามารถรับรู้และสัมผัสถึงแรงสั่นไหว เนื่องจากปัจจัยของชั้นดินที่เป็นตะกอนไม่แข็งตัว ทำให้มีลักษณะเป็นดินอ่อนตัว จึงเกิดแรงกระเพื่อมเมื่อเกิดแผ่นดินไหวได้ แต่ระดับของความรุนแรงจะเพียงเล็กน้อยจะไม่เท่ากับจุดศูนย์กลางหรือบริเวณที่อยู่ใกล้อย่างแน่นอน

 531
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

อุตุฯ เตือนเตรียมรับมืออากาศหนาวสุดสัปดาห์

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562   บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้ คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 14-15 พ.ย. 62     ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย     สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง     ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง     ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/0vwTCx-piN4

 231
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

เตือนพายุระดับ 5 'นากรี' ขึ้นฝั่งเวียดนาม ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา   "พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) “นากรี” (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 09 พฤศจิกายน 2562       เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (9 พ.ย. 2562) พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) “นากรี” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.5 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 ขอให้ผู้ที่เดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางไว้ด้วย พายุนี้จะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 2562 โดยจะทำให้มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป        อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง กับมีลมแรง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภู มีอากาศหนาวจัดบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย            สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/BQbnzz9B9F4

 126
สังคม
09 พ.ย. 62

เตือนพายุระดับ 5 'นากรี' ขึ้นฝั่งเวียดนาม ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา   "พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) “นากรี” (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 09 พฤศจิกายน 2562       เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (9 พ.ย. 2562) พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) “นากรี” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.5 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 ขอให้ผู้ที่เดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางไว้ด้วย พายุนี้จะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 2562 โดยจะทำให้มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป        อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง กับมีลมแรง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภู มีอากาศหนาวจัดบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย            สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/BQbnzz9B9F4

 126
สังคม
02 พ.ย. 62

ลมหนาวมาวันเดียว! อุตุฯประกาศ อุณหภูมิกลับสู่ภาวะปกติ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "หย่อมความกดอากาศต่ำ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 01 พฤศจิกายน 2562      เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (1 พฤศจิกายน 2562) พายุ “แมตโม” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศกัมพูชา และภาคตะวันออกของประเทศไทยแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ยังคงมีฝนตกกับมีลมแรง เกิดขึ้นได้จนถึงวันพรุ่งนี้ (2 พฤศจิกายน 2562)         สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศเย็นกับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย           ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ได้เปลี่ยนเป็นทิศตะวันตกตามการเคลื่อนตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำ และมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง           ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง                     ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้   รับชมผ่านยูทูบได้ที่  https://youtu.be/0luvBe5PgVo

 5,029
สังคม
01 พ.ย. 62

พายุแมตโมอ่อนกำลังลง ส่งผลให้อากาศเย็นลงในลำดับถัดไป

กรมอุตุฯ ออกมาประกาศ พายุแมตโมอ่อนกำลังลงเหลืออยู่ที่ระดับ 1 แต่ก็ยังส่งผลในหลายพื้นที่ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง มีฝนฟ้าคะนองและลมแรง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรง ปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ส่งผลให้มีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนบริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง  

 233
สังคม-อาชญากรรม
17 ต.ค. 62

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว! เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2562)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2562          ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 บริเวณภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย           สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา คลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่าง           ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร           ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง           ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้           มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่           เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง                     ประกาศ ณ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iJAQYkI2Gxw

 1,189
สังคม
17 ต.ค. 62

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว! เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2562)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2562          ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 บริเวณภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย           สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา คลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่าง           ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร           ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง           ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้           มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่           เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง                     ประกาศ ณ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iJAQYkI2Gxw

 1,189
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือนไทยรับมือสภาพอากาศแปรปรวน - นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาวที่เชียงใหม่

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนประเทศไทย รับมือฝนตกในบางพื้นที่ รวมไปถึงลมกระโชกแรง และหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศา   เชียงใหม่ - จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน นักท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้นมายืนรอชมแสงแรกตั้งแต่ตี 5 ทะยอยเกินทางจากที่พักขึ้นนับหลายร้อยคน ทำให้บรรยากาศคึกคักได้สัมผัสอากาสหนาวเช้านนี้กิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 11 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานดอยอินทนนท์ 15 องศาเซลเซียส กำลังเย็นสบาย นักท่องเที่ยวเช้านนี้ได้ชมแสงแรกและทะเลหมอกที่เริ่มขึ้นให้ได้ชม หลายคนพากันเดินไปถ่ายเชซฟี่เช็คอินที่มองเห็นองค์พระธาตุ    นอกจากนี้บนยอดดอยอินทนนท์ ก็คึกคักไม่แพ้กันนักท่องเที่ยวที่นำเสื้อกันหนาวมาได้สวมใส่กันเป็นครั้งแรกพร้อมเดินเที่ยวชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา มีความสวยงามของธรรมชาติอีกจุดบนดอยดอยแห่งนี้    ส่วนยอดนักท่องเที่ยวสะสสมจากเมื่อวานนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 2,038 คน ต่างชาติจำนวน 558 คน ยอดสะสมจำนวน 2,596 คน มียาพาหนะจำนวน 561 คัน   อย่างไรก็ตามแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของจังหวัดเชียงใหม่หลายแห่งคึกคักเนื่องแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็น พรรณไม้เมืองหนาวหลายแห่งเริ่มแบ่งบานสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่อแรกของเดือนตุลาคม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/0m4JSaEU8S4

 264
สังคม
12 ต.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือนไทยรับมือสภาพอากาศแปรปรวน - นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาวที่เชียงใหม่

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนประเทศไทย รับมือฝนตกในบางพื้นที่ รวมไปถึงลมกระโชกแรง และหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศา   เชียงใหม่ - จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน นักท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้นมายืนรอชมแสงแรกตั้งแต่ตี 5 ทะยอยเกินทางจากที่พักขึ้นนับหลายร้อยคน ทำให้บรรยากาศคึกคักได้สัมผัสอากาสหนาวเช้านนี้กิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 11 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานดอยอินทนนท์ 15 องศาเซลเซียส กำลังเย็นสบาย นักท่องเที่ยวเช้านนี้ได้ชมแสงแรกและทะเลหมอกที่เริ่มขึ้นให้ได้ชม หลายคนพากันเดินไปถ่ายเชซฟี่เช็คอินที่มองเห็นองค์พระธาตุ    นอกจากนี้บนยอดดอยอินทนนท์ ก็คึกคักไม่แพ้กันนักท่องเที่ยวที่นำเสื้อกันหนาวมาได้สวมใส่กันเป็นครั้งแรกพร้อมเดินเที่ยวชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา มีความสวยงามของธรรมชาติอีกจุดบนดอยดอยแห่งนี้    ส่วนยอดนักท่องเที่ยวสะสสมจากเมื่อวานนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 2,038 คน ต่างชาติจำนวน 558 คน ยอดสะสมจำนวน 2,596 คน มียาพาหนะจำนวน 561 คัน   อย่างไรก็ตามแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของจังหวัดเชียงใหม่หลายแห่งคึกคักเนื่องแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็น พรรณไม้เมืองหนาวหลายแห่งเริ่มแบ่งบานสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่อแรกของเดือนตุลาคม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/0m4JSaEU8S4

 264
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 62

ไทยตอนบนฝนตกหนักถึง 22 ก.ย. จากนั้นจะอากาศเย็นหลงฤดู อุณหภูมิลดลง 3-5 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 19-25 กันยายน 2562) " ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 18 กันยายน 2562   ในช่วงวันที่ 19-22 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 21 – 22 กันยายน 2562   จากนั้นในช่วงวันที่ 23-25 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป   ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนักและอุณหภูมิลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว และดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย   จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้   ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก   ภาคเหนือ: จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี   ในช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรง   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์   ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 19-22 ก.ย. 2562 จากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนชื้น จึงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.   นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xeFFt1JkfI0

 4,314

Top