ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร้านเสริมสวย"

สังคม
16 ธ.ค. 62

เสริมสวยแต่งเล็บสยอง! สาวใหญ่ต่อเล็บปลอมติดเชื้อที่กระดูก หวิดพิการ เสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี เหตุเครื่องมือที่ร้านไม่สะอาด

จากกรณีที่เฟซบุ๊กของนพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า Arak Wongworachat โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับการเสริมสวยตัดแต่งเล็บที่ร้าน ใจความว่า "อุทาหรณ์ หญิงอายุ 35 ปี เมื่อ 20 วันก่อนไปทำเล็บร้านเสริมความงาม มีการขูดร่องเล็บ และตัดแต่ง - ต่อเล็บปลอมด้วยกาวตราช้าง อีกสามวันต่อมารู้สึกเริ่มปวด คิดว่าไม่น่าเป็นอะไรมาก ต่อมาบวมมากขึ้น ซื้อยาทานเอง ซึ่งยุบลงเล็กน้อย ทิ้งระยะมาหลายวันทนเอาจนรู้สึกเป็นไข้ บวมแดง ร้อนลามจากปลายนิ้วไปถึงโคนนิ้วงอนิ้วไม่ได้ ปวดทรมานมาก จนต้องตัดสินใจเอาเล็บปลอมออก ทำให้เนื้อเยื่อขอบเล็บหลุดออกมาด้วย ปวดทนไม่ไหวจึงมาพบแพทย์    เมื่อส่งเอกซเรย์ที่มือพบว่า กระดูกนิ้วหัวแม่มือส่วนปลายเริ่มกร่อนเป็นลักษณะติดเชื้อที่กระดูก จนต้องเข้านอนในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด พบว่ามีหนองรอบๆ เนื้อเยื่อหัวแม่มือ ลามเข้าข้อ กระดูก และให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือด ใช้เวลารักษา อีกหลายวัน เสียค่าใช้จ่ายอีกหลายหมื่นบาท อีกทั้งมีโอกาสเสี่ยงพิการงอนิ้วหัวแม่มือไม่ได้ตามมา นอกจากนั้นต้องตรวจหาว่าติดเชื้อHiv ร่วมด้วยหรือไม่?   เพราะเคยมีรายงานการติดเชื้อเอดส์จากการทำเล็บมาแล้วแต่งเล็บจึงต้องพึงระวัง เครื่องมืออาจไม่สะอาด หรือผ่านการใช้งานมาจากหลายๆคนแล้วไม่ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอ จนติดเชื้อได้ใครเคยเป็นมาบ้างลองแชร์ประสบการณ์มาดูกันครับ"

 2,107
ข่าวภูมิภาค
14 มิ.ย. 62

หนุ่มหาดใหญ่เมาแล้วขับเหยียบคันเร่งแทนเบรค ขับเก๋งพุ่งชนร้านเสริมสวยพังยับ

สงขลา-เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งฮอนด้าซีวิค พุ่งชนเข้าไปในร้านเสริมสวยชื่อ แจ๊คกี้ แฮร์บิวตี้ซาลอน ย่านไทยโฮเต็ล เขตเทศบาลนครหาดใหญ่   ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกนาที ขณะที่รถเก๋งคันนี้พุ่งชนเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งพุ่งมาค่อนข้างเร็วภายในเสี้ยววินาทีแทบไม่ได้เหยียบเบรค และยังชนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นรถของลูกค้าที่จอดอยู่หน้าร้านเสริมเสริมพาเข้าไปอยู่ในร้านเสริมสวยด้วย   ส่งผลให้ร้านเสริมเสริมพังเสียหายทั้งร้าน รวมทั้งอุปกรณ์เสริมสวย โต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ในร้านก็กระจัดกระจาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 คน คือ น.ส.พรทิพย์ การรัตน์ อายุ 33ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย และนางสาวศิรดา บีเสน อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นลูกค้า ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่แต่โชดที่บาดเจ็บไม่สาหัส ส่วนอีกคนคือ นายกรต์รพี หอมภักดี อายุ 55 ปี คนขับรถเก๋ง ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและอยู่ในอาการมึนเมา ยังไม่สามารถให้ปากคำได้   จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บอกว่ารถเก๋งคันนี้ได้ขับออกมาจากซอย 12 ถนนราษฎร์อุทิศ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน และพุ่งตัดถนนข้ามเลนมาด้วยความเร็วพุ่งชนร้านเสริมสวยอย่างจัง แต่ยังโชคที่ช่วงเกิดเหตุไม่มีรถขับผ่านมาหรือมีผู้คนอยู่หน้าร้านซึ่งอาจจะมีผู้บาดเจ็บมากกว่านี้   คนขับเก๋งบอกว่า เป็นพนักงานขับรถบรรทุกหกล้อของเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งมาล้างที่ร้านคาร์แคร์ในย่านเกิดเหตุ และแวะไปนั่งดื่มกินกับเพื่อนจนเมา จากนั้นกลับมารับรถซึ่งช่วงที่ออกจากร้านคาร์แคร์ก็เฉี่ยวชนกับเสาร้านมาแล้วด้วย กระทั่งขับมาถึงปากซอยได้เหยียบคันเร่งเต็มพิกัด ข้ามเลนพุ่งชนร้านเสริมสวยโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจะด้วยความเมาไปเหยียบเอาคันเร่งแทนเหยียบเบรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6wUT2N7xu_I

 1,315
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 61

รวบแล้ว! สาวแสบตีสนิทเจ้าของร้านเสริมสวยก่อนฉกทรัพย์ ลั่นอยากได้เงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

รวบแล้ว! สาวแสบตีสนิทเจ้าของร้านเสริมสวยก่อนฉกทรัพย์ ลั่นอยากได้เงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน    (2 พ.ย. 61) เมื่อเวลา 12.45 น. กองกํากับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตํารวจนครบาล โดยพันตำรวจเอกพรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน เปิดเผยถึงการจับกุมนางสาวปริชาติ ทะนันไชย อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน  โดยจับกุมได้ที่ บริเวณชั้นล่างทางเข้าตึก อาคารเดอะทรีอินเตอร์เชนจ์คอนโด ตึกA ถนนประชาราษฎร์สาย 2 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ได้ตรวจยึดของกลาง 26 รายการ อาทิ บัตรกดเงินสด สร้อยคอทองคำ พระเครื่อง อีกจำนวนหนึ่ง    สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจํานวนมาก ได้รับความเสียหาย จากการถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในสถานประกอบการ และเคหะสถาน ได้ทรัพย์สินไปเป็นจํานวนมาก โดยพฤติกรรมของคนร้ายจะเข้าไปในร้านเสริมสวยของผู้เสียหาย จากนั้นเมื่อได้โอกาส ขณะที่ผู้เสียหายไปเข้าห้องน้ํา หรือ อยู่พ้นสายตา คนร้ายจะรื้อค้นทรัพย์สินที่ผู้เสียหายวางไว้และเก็บไว้ในโต๊ะเก็บเงิน เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วคนร้ายจะทำทีขอตัวกลับก่อน โดยอ้างว่าเพื่อนมารับ หรือมีธุระจะมาใช้บริการอีกครั้งในภายหลัง โดยได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว มักจะเลือกเฉพาะร้านเสริมสวย    ด้านพรรณธร ไชยศรวงค์สิริ อายุ 42 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านเสริมสวยอยู่ฝั่งตรงข้ามห้างบิ๊กซีสะพานใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้คนร้ายได้เข้ามาเสริมสวยที่ร้านแล้ว 3 ครั้งและทุกครั้งก็จ่ายเงินตามปกติ ประกอบกับคนร้ายมีลักษณะบุคลิกภาพดี ตนจึงไม่คิดว่าจะเป็นมิจฉาชีพ ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2561 คนร้ายได้เข้ามาแต่งหน้า และทำผมในราคา 800 บาท โดยที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน อ้างว่ารอแฟนมารับแล้วจะจ่ายเงินให้ เมื่อพ้นสายตาตัวเอง คนร้ายได้ขโมยเอาทรัพย์สิน ทั้งเงินสด ล็อตเตอรี่ รวมมูลค่าประมาณ 10,000 บาท    ขณะที่นางสาวปริชาติ รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยเมื่อปี 2555 เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันและถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว ทั้งนี้ตนไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร โดยทำไปเพราะอยากได้เงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน    พร้อมฝากเตือนประชาชนว่าควรระมัดระวัง เรื่องการเก็บรักษาทรัพย์สิน ตลอดจนสิ่งของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย ไม่ควรวางทรัพย์สินสิ่งของมีค่าไว้ในจุดที่คนร้ายสามารถหยิบฉวยได้โดยสะดวก ไม่ควรวางทรัพย์สินไว้ในลักษณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ และควรติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเป็นการป้องกัน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จะได้ใช้เป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดําเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายหากท่านใดยังไม่แจ้งความร้องทุกข์ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อจะได้อายัดตัวผู้ต้องหานี้ตามกฎหมายต่อไป

 6,848
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ส.ค. 61

สวดยับ ร้านเสริมสวยมักง่าย ใช้กาวตราช้างต่อขนตาให้ลูกค้า

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Fara Beautysalon ช่างสักคิ้วและต่อขนตา ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ เมื่อลูกค้าไปต่อขนตาจากที่อื่นแล้วให้ทางผู้โพสต์ถอดขนตาให้ แต่ปรากฎว่าร้านที่ไปทำนั้นติดขนตาด้วยกาวตราช้าง   ผู้โพสต์เล่ารายละเอียดว่า ต่อมาจากร้านอื่นแล้วมาให้ถอด ช่างกล้าใช้กาวตราช้างต่อขนตา ทำมาได้ไงไร้จรรยาบรรณ ไม่เจ็บอยู่ไหนได้ดูสภาพขนตา   “ถามจริงช่างได้เรียนมารึเปล่า ต่อขนตาให้งานมีคุณภาพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ขนตาหนึ่งเส้นนั้นสำคัญไฉน ช่างไม่ควรเห็นแก่เงินจนไม่นึกถึงความปลอดภัยของลูกค้า ลูกค้าควรหาข้อมูลตัวช่างให้ดีก่อนที่จะใช้บริการ ขอร้องคิดจะเป็นช่างต่อขนตาอย่าล้อเล่นคุณต้องเรียนต้องเชี่ยวชาญก่อนถึงจะบริการทำให้ลูกค้านะคะ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VrGqN3xO4BI

 12,948
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 61

รวบแล้ว! มือฆ่าปาดคอเจ้าของร้านเสริมสวย อ้างตกงาน-หาเงินไปทำคลอด

จากกรณีที่เจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ถูกฆ่าปาดคออย่างโหดเหี้ยมก่อนทิ้งศพไว้หลังร้านโดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อเวลา 05.30 น. พ.ต.ท.นาวิน ทองสง่า รอง.ผกก.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางศิวาพร ใจสุข อายุ 31 ปี และ นางสาวกรรณิการ์ ธิริ อายุ 17 ปี พร้อมของกลางเป็นธนบัตรชนิดต่างๆ รวม 6,000 บาท สร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 1 บาท กระเป๋าสตางค์สีดำ 1 ใบ และเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่ใส่ก่อเหตุจำนวน 2 ชุด โดยจับกุมนางศิวาพร ได้ภายในอพาร์ทเม้นท์ไม่มีชื่อชั้น และจับกุมตัว นางสาวกรรณิการ์ ได้ภายในกระต๊อบริมวังที่ตั้งอยู่ภายในซอยเกิดเหตุ   โดยการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ประชุมวางแผนออกหาข่าวพร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุมาวิเคาระห์หาบุคคลที่ออกมาจากร้านล่าสุด ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพผู้หญิง 2 คนซึ่งเป็นผู้ต้องหาเดินออกมาจากร้านเมื่อช่วงเวลา 17.23 น.ก่อนที่จะเดินเลี้ยวหายไปข้างตึกแถวที่อยู่ใกล้กัน ก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมหาข้อมูลจนทราบว่าหญิงทั้ง 2 คนพักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ที่อยู่หลังตึกและกระต๊อบริมวังที่อยู่กลางซอยจนกระทั่งตามจับกุมตัวพร้อมของกลางคืนมาได้ทั้งหมด   จากการสอบสวน นางศิวาพร ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่าตนได้รู้จักกับนางสาวกรรณิการ์ มาแล้วเกือบ 1 ปี ตอนที่ทำงานเป็นพนักงานฝ่ายผลิตอยู่ในโรงงานผลิตพัดลมแห่งหนึ่งย่านพระสมุทรเจดีย์แต่ตกงานมาแล้วหลายเดือน จนกระทั่งเงินที่มีเก็บหมดลงจึงได้วางแผนทำทีเข้าไปทำผมในร้านของผู้ตาย เมื่อสบโอกาสที่ไม่มีลูกค้าและผู้ตายเผลอจึงใช้มือจิกผมผู้ตายลากไปด้านหลังร้านก่อนที่จะให้นางสาวกรรณิการ์ดูต้นทางพร้อมหามีดมาให้ตนเพื่อข่มขู่ผู้ตายแต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้มีดกระหน่ำแทงเข้าไปที่ร่างผู้ตายหลายแผลจนล้มลง ก่อนที่จะใช้มีดเล่มดังกล่าวปาดที่ลำคอผู้ตายจนเสียชีวิตแล้วช่วยกันค้นตัวล้วงเงินสดไปจำนวน 6,000 บาทพร้อมปลดสร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาทติดมือไปด้วย   หลังจากนั้นจึงรีบเดินออกไปจากร้านในท่าทางปกติเหมือนไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น และเข้าไปหลบอยู่ในห้องพักที่ห่างจากร้านเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พร้อมแบ่งเงินกันส่วนทองจะนำไปขายในวันรุ่งขึ้นและแบ่งเงินส่วนที่เหลือพร้อมแยกย้ายกันหนี แต่มาถูกจับก่อน ซึ่งที่ทำลงไปเพราะสงสารนางสาวกรรณิการ์ ที่ตกงานและกำลังตั้งครรภ์อยู่ 5 เดือน เพื่อจะนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัวและเป็นเงินในการคลอดลูก   ตำรวจได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป  

 1,729
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 61

ฆ่าปาดคอหญิงเจ้าของร้านเสริมสวย เสียชีวิตสลดคาร้านย่านพระสมุทรเจดีย์

สมุทรปราการ-ตร.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตายภายในร้านเสริมสวยชื่อ พร บิวตี้-ชาลอน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายในร้านพบข้าวของเครื่องใช้สำหรับบริการลูกค้าวางอยู่เป็นระเบียบ บริเวณหลังร้านพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อภายหลัง นางสาว วัลย์นภัสร์ ชาคำนันท์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้าน นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนพื้น สภาพศพมีบาดแผลถูกของมีคมปาดบริเวณลำคอเป็นแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่    บริเวณข้างลำตัวพบมีดปอกผลไม้ยาว 12 นิ้วเปื้อนเลือดวางอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พบกระเป๋าสตางค์ผู้ตายสีเหลืองวางอยู่พร้อมมีตั๋วบัตรรถขนาดเล็กวางคู่อยู่ด้วยจำนวน 2 ใบ บนพื้นห้องใกล้เตียงพบรอยเท้าเปื้อนเลือดจำนวน 3 รอย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพพร้อมจดบันทึกข้อมูล ก่อนมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช   จากการสอบถามผู้พบศพเป็นคนแรกทราบว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่ในร้านเพียงคนเดียว ส่วนสามีและลูกจะมาแวะเยี่ยมเยียนอาทิตย์ละครั้งบางครั้ง มีกลุ่มเพื่นสนิทแวะมาหาบ้าง ก่อนที่จะมาพบศพผู้ตายบ้านตนได้เปิดร้านขายของชำอยู่กับแม่ซึ่งอยู่ถัดไปจากร้านผู้ตาย 2 ห้องโดยจะเปิดขายของประมาณเวลา 17.00 น.ทุกวันกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.   ตนเห็นผิดสังเกตุว่า ร้านผู้ตายยังไม่ปิดประตูด้านหน้าและเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งร้าน ซึ่งโดยปกติผู้ตายจะปิดร้านประมาณ 19.00 น.ของทุกวัน ถ้าไม่มีลูกค้าเข้ามาบริการ ตนจึงเรียกแม่ให้เดินมาดูพบว่า ร้านไม่ได้ล็อกประตูก่อนที่จะเปิดเดินเข้าไปในร้านพบผู้ตายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจมกองเลือด จึงได้รีบวิ่งมาเข้าโทรศัพท์ที่ร้านแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ เพราะคิดว่าผู้ตายน่าจะเป็นลมล้มคว่ำ แต่ต้องตกใจเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงพลิกร่างผู้ตายดูพบว่าถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตแล้ว   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุในการฆาตกรรมครั้งนี้ได้ เนื่องจากทรัพย์สินผู้ตายยังอยู่ครอบและปัญหาเรื่องส่วนตัวยังไม่มีใครปริปากบอก คงต้องเรียกสามี ลูกและกลุ่มเพื่อนสนิทมาสอบเครียดอีกหลายปากเพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YXgQzq22SN8

 3,230
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 มิ.ย. 61

ฟังมุมลูกค้าสาวต่อผม ลั่นถ้ารู้ว่าแสนสี่ รวยแค่ไหนก็ไม่ทำ! สคบ.จ่อไปเยี่ยมร้าน ชี้ราคาแพงเกินไป

คืบหน้าดราม่าต่อผมแสนสี่ จนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาระหว่างลูกค้าและเจ้าของร้าน ซึ่งต่อมาทางเจ้าของร้านได้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านไลฟ์สดบนเฟซบุ๊กว่าการถักผมแบบนี้เป็นการถักแบบขนนก ผม 1 เส้นใช้เวลาครึ่งชั่วโมง 1 แถวคิดราคา 4,000 บาท และยังมีค่าอุปกรณ์อื่นๆ อีก นอกจากนี้ลูกค้ายังทำอีกหลายอย่าง ไม่ใช่ค่าทำผมอย่างเดียว ทั้งทำเล็บ สปาผม ยอมสีผม กัดสี ทำตั้งแต่บ่าย 2 จนตี 5   ล่าสุดมาฟังในมุมทางลูกค้าคู่กรณี ชื่อคุณออย ได้มาชี้แจงว่า ได้ตกลงราคาที่จะต่อผมกับทางร้านเป็นกำ ราคากำละ 2,500 บาท ที่ผ่านมาที่เคยต่อผมมาก็ใช้ไม่เกิน 4-5 กำ (โดยขอลดเกรดจากที่ร้านเสนอในตอนแรกกำละ 4,000 บาท) ซึ่งตอนที่รับบริการก็ได้ถามราคาสรุปยอดจากทางร้านไป 7-8 รอบ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ   แสบหนังหัว มีกลิ่นน้ำยาแรง แต่อดทนเพื่อความสวย อีกทั้งทางพนักงานได้สระผมจนเสื้อผ้าเปียก ทางร้านเลยเสนอให้ไปซื้อเสื้อจากร้านมาเปลี่ยน นอกจากนี้ยังเสนอทำทรีมเท้นท์ผมฟรี และให้ทำเล็บ เพราะไหนๆก็มาแล้ว ส่วนตัวก็คิดว่าราคาไม่น่าแพงมาก เพราะราคาแพงคงไปเน้นหนักที่การต่อผม   โดยใช้เวลาทำนานจนถึงตี 4 ครึ่ง เมื่อเสร็จแล้วทางร้านได้ยื่นบิลราคา 1.4 แสนบาทมาให้ดู ก็รู้สึกตกใจ ว่าทางร้านคิดผิดหรือเปล่า ส่วนตัวมีเงินในบัญชีแค่ 4 หมื่น เจ้าของร้านมาบังคับให้เปิดบัญชีให้ดู และโอนมาให้ทันที ซึ่งตอนนั้นตนอยู่คนเดียว จึงเกิดความกลัว พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่เคยพูดอวดรวยแต่อย่างใด ส่วนเหตุการณ์วันที่ทะเลาะวิวาท หลังกลับจากงานเลี้ยง ยอมรับว่าดื่มมา 1 กระป๋อง โมโหที่ทางร้านมาหาเรื่องค่าทำผม ซึ่งขอยืนยันว่าถ้ารู้ว่าราคาแสนสี่ ต่อให้รวยแค่ไหนก็ไม่ทำ นอกจากนี้ยังถูกสามีเจ้าของร้านไปเอารูปของตนมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก และทำการคุกคาม   อย่างไรก็ตาม ผมที่เห็นปัจจุบันเป็นผมจริง ไม่ใช่ผมที่ต่อมา เนื่องจากได้ถอดออกหมดแล้ว เพราะผมดังกล่าวมีลักษณะแห้ง หยาบ พันกัน และคันหนังศีรษะ   ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้ไปสัมภาษณ์คุณจูน เจ้าของร้าน ที่พูดกันคนละม้วน โดยบอกว่าที่ร้านของตนเป็นร้านเสริมสวยแบบครบวงจร มีราคาบอกชัดเจน ลูกค้ายืนยันจะทำราคาต่อผมชั้นละ 4,000 บาท ซึ่งในวันที่มาทำผมคือวันที่ 29 พฤษภาคมได้แจ้งก่อนทำให้ลูกค้าทราบแล้วว่าราคาชั้นละ 4,000 บาทต้องต่อ 24 ชั้นเนื่องจากลูกค้าผมสั้น    และผมที่นำมาต่อก็เป็นผมคุณภาพดี เบา ไม่พันกัน คุณภาพดี ไม่มีทางที่จะแห้ง หยาบ พันกัน และคันหนังศีรษะ ตามที่ลูกค้ากล่าวอ้างแน่นอน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยบังคับให้เปิดบัญชีหรือโอนเงิน   เพราะลูกค้าเป็นคนเปิดบัญชีให้ดูเองว่าเป็นเงินสกุลเงินต่างประเทศ ก่อนจะต่อรองว่าส่วนที่เหลือจะทยอยให้ภายหลัง ต่อมาลูกค้ากลับไปแจ้งความกับตำรวจว่าราคาแพงไปและถูกทางร้านกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมยืนยันว่าไม่เคยหาเรื่องหรือมอมเบียร์ เพราะลูกค้าเป็นคนสั่งให้ลูกน้องในร้านไปซื้อเบียร์มากินเอง โดยมีภาพจากล้องวงจรปิดภายในร้านเพื่อเป็นหลักฐาน   ซึ่งในวันนี้ (19 มิ.ย.61) ตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว จังหวัดนครปฐม นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปเคลียร์กันในเวลา 10:00 น.   ด้านนายฐิตินันท์ สิงหา ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก สคบ. ชี้แจงว่าเตรียมตรวจสอบร้านทำผมดังกล่าว เพราะมองว่ามีราคาที่แพงเกินไป และตรวจสอบว่าจะมีป้ายราคาติดชัดเจนหรือไม่ เพื่อความเป็นธรรมกับทั้งตัวลูกค้าและผู้ประกอบธุรกิจ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0Ln9h-WYYsk

 111,582
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 60

ระทึกกลางกรุง 'เอก น้ำเต้า' เครียดถูกหักหลังค่ายาเสพติด บุกจี้ร้านเสริมสวย หวังให้ ตร.วิสามัญ

เกิดเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่งคล้ายคนมีอาการเมาสารเสพติด บุกเข้าไปจี้ตัวประกันที่เป็นลูกค้าร้านเสริมสวยในชุมชนชูชีพ ซอยวัดบรมนิวาส หรือซอยพระรามหก 15 และมีการยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ จนท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีการยิงสกัดคนร้ายก่อนจะสามารถคุมตัวคนร้ายส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว   พยานในที่เกิดเหตุ ระบุว่าในข่วงเกิดเหตุไม่เห็นว่าชายคนดังกล่าวเข้ามาที่ร้านช่วงใด แต่มารู้ว่าเกิดเหตุก็เพราะเจ้าของร้านวิ่งออกมาบอกว่า มีคนร้ายบุกเข้ามาใช้อาวุธปืนจี้ลูกค้าที่อยู่ในร้าน ซึ่งขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในร้าน 3 คนคือเจ้าร้านและลูกค้าอีกสองราย แต่พอคนร้ายเข้ามาก็ใช้อาวุธปืนจี้ลูกค้ารายหนึ่งไว้ ก่อนจะไล่ลูกค้าและตนเองออกไป   ซึ่งเมื่อได้รับการบอกเล่าจากเจ้าของร้านจึงติดต่อแจ้ง 191 แต่ไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงได้วิ่งไปบอกคนที่อยู่ข้างร้านเสริมสวย ที่เป็นตำรวจให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุ ซึ่งก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง คนร้ายได้ยิงปืนออกมาจากร้าน 1 นัด เพื่อไล่คนในซอยที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่ที่หน้าร้าน และประมาณ 10-15 นาที่หลังแจ้งเหตุไปก็มีเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้ามาเจรจากับคนร้าย ก่อนที่คนร้ายจะยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ไม่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น   ต่อมาเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบแสดงตัว ก่อนจะมีการยิงใส่คนร้ายและเกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด แต่ขณะนั้นตนไม่เห็นว่าใครที่เป็นคนยิงและยิงใส่ใคร แต่เมื่อลงมาจากชั้นสอง ก็พบว่าคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวได้ห่างจากร้านเสริมสวยไปประมาณ 50 เมตร   สำหรับตัวคนร้ายและผู้เสียหายคนในซอยไม่คุ้นหน้าจึงยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร แต่ทราบจากการบอกเล่าของผู้เสียหายที่ถูกจี้ว่า คนร้ายมีเรื่องขัดผลประโยชน์เกี่ยวกับยาเสพติด เป็นยาบ้าและยาไอซ์ แต่ไม่ทราบว่าขัดกับผู้ใด และขณะเกิดเหตุผู้ก่อเหตุมีอาการคล้ายคนเมายาเสพติด พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง   ด้านตำรวจ สน.ปทุมวัน ระบุว่า คนร้ายรายนี้คือนายเอกลักษณ์ หรือเอก น้ำเต้า ประดาอินทร์ อายุ 30 ปี มีอาการเมายาจนคลุ้มคลั่ง ประกอบกับไม่ได้นอนมาหลายวัน จึงก่อเหตุดังกล่าว ส่วนหญิงสาวที่พูดคุยกับคนร้ายนั้นก็ไม่ได้รู้จักคนร้ายมาก่อน   แต่จากการที่หญิงสาวคนดังกล่าวพูดคุยกับคนร้าย ทำให้เบื้องต้นทราบว่า คนร้ายขายยาบ้ากว่า 200 เม็ดและยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง แต่ถูกเพื่อนหักหลัง ทำให้เกิดความเครียดและคลุ้มคลั่งจนมาก่อเหตุ แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ต้องรอสอบปากคำหญิงสาวที่พูดคุยกับคนร้าย รวมถึงต้องรอสอบปากคำคนร้ายอีกครั้งหลังจากรักษาอาการดีขึ้น เนื่องจากคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงที่ท้องและที่ขาได้รับบาดเจ็บ ขณะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนได้รับบาดเจ็บเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้   ซึ่งอาการคนร้ายขณะนี้ถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลหัวเฉียว ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลตำรวจ และอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการตามยุทธวิธีทุกประการ โดยไม่ได้มีเจตนาจะเอาชีวิตของคนร้าย รวมทั้งขณะที่คนร้ายถูกยิงล้มลงคนร้ายยังมีการเอาปืนที่พกมาพยายามจะยิงหัวตัวเองแต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าระงับก่อนจะส่งตัวคนร้ายไปรักษาตัว และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับคดีฆ่าผู้อื่นปี 47 ติดคุก 8 ปี ก่อนจะออกมาก่อคดีค้ายาไอซ์ ในปี 57 ติดคุก 1 ปีเศษ ก่อนจะมาก่อเหตุในครั้งนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gkAelxdQT5k    

 10,398
ข่าวภูมิภาค
06 ต.ค. 60

เค้าอยากทำเล็บ! ช่างเสริมสวยผงะ 'ตัวเงินตัวทอง' วิ่งบุกเข้าร้าน ต้องแจ้งกู้ภัยเข้าจับ

สงขลา-เจ้าของร้านเสริมสวยระทึก เจอตัวเงินตัวทองบุกเข้าร้าน ต้องแจ้งให้กู้ภัยเข้าจับ เมื่อไปถึงก็พบเจ้าตัวเงินตัวทองเข้าไปหลบอยู่ในซอกเก็บของข้างบันไดตรงที่สระผมของลูกค้า หน่วยกู้ภัยจึงค่อยๆคุ้ยหาจนพบตัวและใช้พ่วงคล้องคอเอาไว้ได้ แม้ว่าตัวเงินตัวทองจะพยายามดิ้นหนีสุดชีวิต วัดความยาวได้ประมาณ 1 เมตร หนักประมาณ 3 กิโลกรัม   ด้านเจ้าของร้าน บอกว่า ระหว่างที่อยู่ในร้านกับหลานชาย2คนที่ จู่ๆก็มีตัวเงินตัวทองซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหนวิ่งเข้ามาภายในบ้านโดยไม่ทันตั้งตัว จนต้องกระโดดหนีเพราะกลัวว่ามันจะกัดและรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยจับ และเป็นครั้งแรกที่เจอตัวเงินตัวทองตัวเป็นๆเข้ามาหาถึงบ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xCj_nXHWsr8

 1,668
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.ย. 60

'เบลล์ นันทิตา' เหวอ โดนเรียกเก็บค่าทำสีผม 2 หมื่น สุดท้ายยอมจ่าย 7 พัน

เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ หลังเบลล์-นันทิตา ฆัมภิรานนท์ ศิลปินสังกัด BEC-Tero Music ที่แจ้งเกิดจากรายการ Thailand got talent ซีซั่น 1 โพสต์ข้อความทาง facebook ส่วนตัว ระบุว่า เข้าไปใช้บริการร้านทำผมแห่งหนึ่งในตัวเมืองโคราช เสร็จสรรพเรียบร้อยถูกคิดค่าบริการ 2 หมื่นบาท อ้างว่าเป็นค่าสมัครสมาชิก ซึ่งค่าทำผมในวันดังกล่าว ราคา 7 พันบาท รวมอยู่ในค่าสมัครสมาชิกแล้ว สุดท้ายเจ้าตัวขอจ่ายแค่ค่าทำผม 7 พันบาท ก่อนนำเรื่องมาโพสต์ใน facebook ในที่สุด   ล่าสุด เบลล์ นันทิตา ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตนไปทำสีผมในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก็เป็นร้านที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก เนื่องจากช่างฝีมือดี ดูป้ายราคาหน้าร้านก็เห็นว่า ราคาทำสีอยู่ 1,000-2,500 บาท ก็เป็นเรทราคาปกติ จึงตัดสินใจทำสีผม  ช่างของที่ร้านก็บอกว่า ควรจะทำทรีทเม้นต์-รีแพร์เส้นผม (ฟื้นฟูสภาพผมเสีย) พร้อมกันไปเลย ตนก็ตอบตกลง   สุดท้ายเมื่อทำผมเสร็จ ทางร้านแจ้งว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2 หมื่นบาท ตอนนั้นตกใจมาก ถามกลับไปว่า 2 หมื่นบาทเป็นค่าอะไร ทางร้านก็บอกว่า เป็นค่าสมัครสมาชิก ซึ่งค่าทำผมจริงๆอยู่ที่ 7 พันบาท รวมอยู่ใน 2 หมื่นบาทแล้ว ส่วนยอดเงินที่เหลืออีก 1 หมื่น 3 พันบาท จะอยู่ในบัตรสมาชิก สามารถกลับมาใช้บริการ หรือให้เพื่อน ญาติพี่น้อง มาใช้บริการภายหลังได้   ตอนนั้นตนยังอึ้ง แต่ก็ปฏิเสธอย่างสุภาพไปว่า ขอจ่ายแค่ค่าทำผม 7 พันบาท ส่วนสมัครสมาชิกเอาไว้คราวหน้า ก็ให้บัตรเครดิตทางร้านไปรูดจ่ายเงิน ก่อนจะมานั่งทบทวนอยู่ 2 วัน ว่าควรจะโพสต์เรื่องดังกล่าวดีหรือไม่ เพราะตนก็มองว่าเรื่องนี้เป็นการเอาเปรียบลูกค้า เพราะไม่ได้มีการพูดคุย หรือตกลงอะไรกันตั้งแต่แรก ว่าจะต้องสมัครสมาชิก จู่ๆก็มามัดมือชกให้จ่าย 2 หมื่น   รวมทั้งค่าทำผมราคา 7 พันบาท ก็ไม่ได้มีการแจกแจงว่าเป็นค่าอะไรบ้าง ทั้งที่จริงๆ หากไปทำผมที่ร้านทำผมที่อยู่บนห้างสรรพสินค้า ก็ยังไม่น่าจะแพงขนาดนี้  สุดท้ายปรึกษากับเพื่อนว่า ควรจะโพสต์เป็นอุทาหรณ์ จึงตัดสินใจโพสต์ข้อความออกไป   หลังจากโพสต์ไปแล้ว มีตัวแทนจากทางร้านติดต่อมาหาตน ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมอธิบายว่า ค่าทำผม 7 พันบาท ประกอบด้วยค่าทำสี 2,500 บาท, ค่ารีแพร์เส้นผม 2,500 บาท บวกกับค่าล้างสารพิษจากเส้นผม ก่อนทำสี 1,000 บาท และหลังทำสีอีก 1,000 บาท   ทางร้านเสนอจะคืนเงินให้ทั้งหมด แต่ขอให้ตนลบข้อความออกจาก facebook ซึ่งตนก็ปฏิเสธ เพราะตนไม่ต้องการได้เงินคืน และไม่ได้ต้องการจะเอาเรื่องใดๆกับร้านดังกล่าว ถือเป็นบทเรียนของตัวเองที่พลาดเอง แต่ก็ไม่ต้องการให้ทางร้านไปเอาเปรียบแบบนี้กับลูกค้าคนอื่นๆอีก     ในขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา เดินทางไปที่ร้านทำผมที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่ริมถนนสรรพสิทธิ์ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เจ้าของร้านยินยอมให้ข้อมูล แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเก็บภาพใดๆ   เจ้าของร้านเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของทางร้าน ที่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเรื่องราคาให้กับลูกค้าทราบตั้งแต่แรก ซึ่งเบลล์-นันทิตาเป็นลูกค้าประจำ เคยมาใช้บริการที่ร้านแล้วหลายครั้ง บวกกับเป็นศิลปินดัง ทางร้านจึงใช้ของคุณภาพดี ราคาสูง ซึ่งราคาทำผม 7,000 บาทดังกล่าว ก็เป็นราคาที่ทางร้านคิดตามอัตราปกติทั่วไปเมื่อเทียบกับคุณภาพของที่ใช้   ส่วนการที่เรียกเก็บเงิน 20,000 บาทนั้น ทางร้านเห็นว่า เบลล์ นันทิตา เคยมาทำผมกับทางร้านหลายครั้ง ตนจึงสมัครเมมเบอร์ให้ เพื่อให้ครั้งต่อไปมาใช้บริการ จะได้ราคาที่คุ้มค่ามากกว่า แต่เนื่องจากตนไม่ได้แจ้งรายละเอียดกับเบลล์ก่อน จึงทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดในที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/91yhrekkZQ4    

 25,961
แชร์ออฟเดอะเดย์
31 ส.ค. 60

'เบลล์ นันทิตา' เหวอ! ทำสีผมที่โคราช โดนเช็กบิล 2 หมื่น ก่อนจำยอมจ่าย 7 พัน

เบลล์-นันทิตา ฆัมภิรานนท์ นักร้องสาวสองเสียง แจ้งเกิดจากรายการ Thailand got talent ซีซั่น 1 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีได้เข้าไปใช้บริการร้านทำผมแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา ถูกคิดเงินถึง 20,000 บาท โดยอ้างว่าให้มีการสมัครสมาชิก โดยไม่ถามก่อนล่วงหน้า ก่อนที่จะตกลงจ่ายที่ราคา 7,000 บาท   โดยเบลล์ได้โพสต์ว่า "เรื่องมีอยู่ว่า ไปทำสีผมที่ร้านเสริมสวยอยู่ร้านนึงในตัวเมืองโคราช เราเห็นป้ายติดหน้าร้านราคาทำสี 1,000- 2,500 เราก็เห็นว่าฝีมือดีเลยไปใช้บริการ แต่พอหลังจากทำเสร็จ นางบอกว่า ทั้งหมด 20,000 บาทนะคะ   เราก็ตกใจว่า จริงเหรอ ถามกลับไปว่า ทำไมถึง 20,000 คะ นางบอกว่า อ่อ พี่สมัคร Member ให้เลยอะคะ เพราะที่นู๋ทำทั้งหมดวันนี้ ทั้งหมด 7,000 บาทคะ เราก็ตกใจละตั้งสติ เอ่อ พี่คะ งั้นหนูขอจ่ายค่าทำสีอย่างเดียวละกัน 7,000 บาท ส่วนค่า Member ขอเอาไว้เป็นเดือนหน้านะคะ (ปฏิเสธแบบสุภาพ) แล้วเดินออกมายิ้มๆ ในใจก็คิดว่า ไม่เป็นไร ทำบุญละกัน และที่สำคัญผมสั้นด้วย คือทุกวันนี้ ทำไมถึงเป็นกันไปได้ขนาดนี้ #ขอระบายหน่อยเถอคะ #เราว่ามันเกินไปจริงๆ #อย่าให้เรื่องถึงนายก"     ในเวลาต่อมาเบลล์ ได้ให้สัมภาษณ์กับเพจอีจันว่า ที่ผ่านมาเคยไปใช้บริการสระ หมักผมที่ร้านนี้ เพราะมีเพื่อนแนะนำมา ราคารับได้ประมาณ 600 บาท จนได้ไปใช้บริการหลายครั้ง ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นร้านที่มีฝีมือดี มีรางวัลการันตี เป็นแชมป์ผมระดับประเทศ พอสักพักเริ่มสนิทกัน ทางร้านได้แนะนำให้เคลือบผม ทำสีผม จึงนัดมาทำผม ซึ่งเป็นการมาใช้บริการครั้งที่ 5   โดยเริ่มสระผม ทำสี จากนั้นจึงไดร์ และเซ็ท ตามขั้นตอนของร้านทั่วไป เมื่อเสร็จแล้วคิดราคา 20,000 บาท อ้างว่ามีการหมักทรีทเม้นท์ รีแพร์เส้นผม ตนจึงตกใจและถามกลับ ทางร้านจึงอ้างว่าเป็นค่าเมมเบอร์ ทั้งที่ป้ายหน้าร้านติดไว้ที่ 1,000-2,500 บาท อีกทั้งที่ผ่านมาเคยทำในร้านหรู ในย่านใจกลางกรุงเทพ ก็ไม่เกิน 3,500 บาท ก่อนที่ตนจะขอจ่ายที่ราคา 7,000 บาท และบ่ายเบี่ยงยังไม่ขอสมัครค่าเมมเบอร์     จากนั้นตนได้กลับไปนอนคิดว่าจะแชร์เรื่องราวนี้ไหม ก่อนตัดสินใจโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เมื่อแชร์แล้วก็มีผู้เสียหายหลายรายอินบ็อกซ์มาเล่าว่าเคยโดนร้านนี้เอาเปรียบเช่นนี้ บางรายโดนไป 38,000 บาท หรือแค่ซอยผมอย่างเดียวก็คิดราคา 2,000-3,000 บาท   ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยมาเกล้าผมโดนคิดราคา 1,000 บาท แต่ยังพอรับได้ จึงไม่ได้โวยวายไป แต่พอมาครั้งนี้โดนไปถึง 7,000 บาท อีกทั้งไม่แจ้งรายละเอียด สเต็ปการทำผมใดๆเลย จึงรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ ตนจึงอยากนำเรื่องราวมาเป็นอุทาหรณ์และเป็นกรณีตัวอย่าง และอยากที่จะเรียกร้องสิทธิของตัวเอง เพราะคนไทยส่วนใหญ่มักมีนิสัย ช่างมันเหอะ ทำให้คนเอาเปรียบไม่เข็ดหราบและกระทำซ้ำซากกับคนอื่น   อย่างไรก็ตามหลังจากเรื่องราวถูกแชร์ออกไป ทางร้านได้ติดต่อมาเพื่อแจกแจงรายละเอียด และขอโทษน้อมรับผิด พร้อมรับปากว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว 

 79,310
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ส.ค. 60

ต้องเจอแบบนี้! ช่างเสริมสวยแก้เผ็ด ลูกค้าแสบสั่งทำสารพัดก่อนเบี้ยวเงิน 7 พัน

สุพรรณบุรี-เจ้าของร้านเสริมสวยสาวใน อ.อู่ทอง พบลูกค้าแสบอ้างว่าแฟนมียศเป็นนายพัน ฐานะร่ำรวยที่บ้านมีกิจการ มาขอใช้บริการในร้าน ระว่างที่มาใช้บริการก็เดินเข้าห้องน้ำตลอด พฤติกรรมน่าสงสัย เมื่อทำเสร็จคิดค่าบริการทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน 9,070 บาท แยกเป็นถอดผมต่อทั้งหัว100 บาท ค่าผมที่ซื้อใหม่กับทางร้านเรา2มัดใหญ่จำนวนเงิน 5,000 บาท ค่าต่อผมให้ใหม่ 1,200 บาท ค่าทำสีผมผู้หญิงคนนี้กับผมต่อ 800 บาท ค่าทำเล็บตัดหนัง 140 บาท ค่าต่อเล็บอะคิลิค 800 บาท ค่าทาเล็บสีเจล 200 บาท ค่าต่างหูที่ซื้ออีก 220 บาท ต่อขนตาขนมิ่งอีก 600 บาท ใช้เวลาทำหลายชั่วโมงตั้งแต่บ่าย 3 ถึงเที่ยงคืน   เมื่อทำเสร็จทางหญิงคนนี้ได้จ่ายเงินค่าทำมาให้ทางร้าน 2,000 บาท บอกว่ารอลูกน้องมารับเดี๋ยวเอาให้อีก ก่อนจะเบี้ยวเงินที่ค้างไว้อีก 7 พันบาท ทำทีให้ยึดกระเป๋า แต่เมื่อเปิดดูภายในไม่มีของมีค่าใดๆ ทางเจ้าของร้านจึงได้ตามหาที่โรงแรม เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงสารภาพว่าไม่มีเงินจ่ายให้ จึงไปแจ้งความที่โรงพัก   สาวเจ้าของร้านจึงเจ็บใจที่โดนหลอกก็เลยขอทำผม ทำเล็บ และทำทุกอย่างที่เสริมสวยไป เพื่อจะให้สภาพผมกลับมาเป็นเหมือนเดิม ได้แก่ถอดปมต่อผมคืน ตัดขนตา ตัดเล็บที่ต่อกับทางร้านออก และเอาสีดำโกรกทับสีที่เราโกรกให้   จากนั้นทางเจ้าของร้านจึงได้แชร์ภาพและรายละเอียดเพื่อจะได้เตือนเพื่อนร้านเสริมสวยให้ควรระวังลูกค้าที่สั่งทำเสริมสวยหลายรายการราคาสูง ๆ แบบนี้ เพราะทำให้เสียทั้งเวลาทำงาน และเสียทั้งเงินค่าของ ทั้งยังเจ็บใจอีกด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oHYAWYzSxfg    

 19,970
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ส.ค. 60

ชื่นชม ช่างตัดผมใจบุญ เสริมหล่อฟรีๆให้คนเร่ร่อนสติไม่สมประกอบ

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของเจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ตัดผมให้กับชายสติไม่สมประกอบ ที่เดินเร่ร่อนอยู่ในแถบอำเภอบ้านฉาง และตัดให้ฟรี โดยไม่รังเกียจ ทำให้โลกออนไลน์ต่างพากันชื่นชม ในจิตใจที่งดงามของเจ้าของร้านเสริมสวยรายนี้ และมีการส่งต่อกันไปเป็นจำนวนมาก   ทางผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังร้านเสริมสวยเกศ เลขที่ 50/37 ตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง พบกับนางสาวจงรักษ์ สังข์เพชร อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน เมื่อสอบถามถึงเรื่องที่มีการนำภาพและข้อความแชร์กันในโลกออนไลน์ และมีเสียงชื่นชมเป็นจำนวนมาก   นางสาวจงรักษ์ก็เปิดใจกับทีมข่าวว่า ชายที่สติไม่สมประกอบเดินไปเดินมาอยู่แถวตลาดบ้านฉาง เห็นมานานเคยชวนเค้าตัดผมแต่เค้าไม่ยอมตัด จนวันนี้เค้าก็มาถาม ตัดผมให้หน่อยได้ไหม มีเงิน 50 บาท ทางตนก็บอกเค้าว่าได้ ไม่คิดเงินหรอก แต่ต้องรอคิว เค้าก็ไปนั่งรอคิว พอตัดให้ลูกค้าเสร็จ ก็ตัดให้เค้าแต่ผมเค้ายาว และจับตัวเป็นก้อน ก็เลยต้องสระผมให้เค้าก่อนที่จะตัด ส่วนคำถามว่า รังเกียจหรือไม่ที่เค้าจะเนื้อตัวมอมแมม และเป็นคนสติไม่สมประกอบ   นางสาวจงรักษ์ตอบชัดเจนว่า ไม่คิดรังเกียจ และอยากทำบุญ อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็เลยสระผมและตัดผมให้เค้าฟรี ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนมาชื่นชมมากมายขนาดนี้ เพราะทำไปตามความรู้สึกว่าอยากทำ อยากช่วยเหลือ ถึงแม้เค้าจะเป็นคนไม่สติไม่สมประกอบ แต่เค้าก็สามารถที่จะพูด หรือฟังในบางอย่างรู้เรื่อง และก็เชื่อว่าชายคนนี้ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ก็ถือโอกาสทำบุญไปด้วยในตัว ส่วนการที่โลกออนไลน์ชื่นชม ก็รู้สึกดีใจและรู้สึกขอบคุณ ซึ่งคำชื่นชมเหล่านี้ก็จะเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VfKVthxUpWY  

 5,781
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ค. 60

เจ้าของร้านเสริมสวยวัย 63 ออกจากบ้านไป 4 วัน สามีคิดว่าไปบวชชี มาเจออีกทีเป็นศพเปลือยคารถ

ลพบุรี-สาวใหญ่วัย 63 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยหายออกจากบ้านไป 4 วัน ลูกและสามี คิดว่าไปบวชชีพราหมณ์ โทรติดต่อไม่ได้ มาเจออีกทีเป็นศพเปลือยคารถเก๋งของตัวเองจอดหน้าตลาด   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมหลักบานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ และพยานแวดล้อม เพื่อเร่งสอบสวนการเสียชีวิตปริศนาในครั้งนี้ว่ามาจากสาเหตุใดกันแน่ ทั้งเรื่องโรคประจำตัว การฆาตกรรมอำพราง หรือการฆ่าตัวตาย โดยจะได้นำร่างผู้ทีเสียชีวิตส่งพิสูจน์ต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LhfZPGZ_DAM  

 7,463
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ค. 60

สาวบุรีรัมย์เปิดศึกช่างเสริมสวย คิดค่าทำผม-ทำเล็บ 7,200 เจ้าของร้านโต้คิดเรทราคาปกติ

บุรีรัมย์-สาวไทยในต่างแดนร้องสื่อ กลับบ้านมาทำผมร้านธรรมดาในตัวอำเภอลำปลายมาศ ถูกเรียกเก็บค่าบริการ 7,200 บาท ชี้ราคาแพงเกินกว่าเหตุ ทั้งๆที่เป็นร้านธรรมดา ไม่หรูหราไม่ติดแอร์ บุกแจ้งตำรวจเป็นหลักฐาน แต่ทางตำรวจแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินคดีได้จะต้องไปร้องที่ สคบ.   ขณะเจ้าของร้านโต้ลั่นผมลูกค้ามีสภาพเสียอย่างหนัก แข็งเป็นก้อน แต่แจ้งราคาไม่ได้ เพราะผมเสียมากไม่รู้ว่าจะใช้น้ำยากี่เซ็ต ทางลูกค้าก็บอกว่าจัดไป เพราะต้องการให้ผมกลับมาดี พร้อมสั่งทำทุกอย่างทั้งยืดผม ทำสี ทำเล็บ ยืนยันคิดราคาทั่วไป โดยยืดผม 3 เซ็ต คิดราคาเซ็ตละ 1,500 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท ทำสีผม 2,500 บาท และทำเล็บ 250 บาท รวมทั้งหมด 7,250 บาท แต่ลูกค้ามีเงินมาไม่พอจึงลดให้ 50 บาทพร้อมกันนี้ทางร้านเตรียมแจ้งเอาผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาท เพราะลูกค้ากลับมาแอบถ่ายคลิปแล้วเอาไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก จนสร้างความเสียหายให้กับร้านเป็นอย่างมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aLKbzcBxoF4  

 1,130,281

Top