ค้นหา :

ผลการค้นหา "งานวิจัย"

ข่าวดีประเทศไทย
01 ก.ย. 59

3 นร.สุราษฎร์ฯสร้างชื่อคว้ารางวัลชนะเลิศวิจัยรักษ์น้ำ ระดับโลกที่สวีเดน

แสดงความยินดีกับ 3 เด็กไทยจากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ชนะเลิศผลงานวิจัยรักษ์น้ำ The 2016 Stockholm Junior Water Prize ที่ประเทศสวีเดน จากผลงาน นวัตกรรมการกักเก็บน้ำเลียนแบบธรรมชาติ สับปะรดสี โดยผลงานนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งจะสังเกตจากรูปทรงของสับปะรดสีที่สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปีแรกของประเทศไทย และได้รับเกียรติอย่างสูงจากเจ้าฟ้าชายคาร์ล ฟิลิปแห่งสวีเดน เป็นผู้พระราชทานรางวัลในงานดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5Mx4EmicVhE  

 30,515
ต่างประเทศ
22 มิ.ย. 59

งานวิจัยชี้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตลอด 6 เดือนแรก มีผลในช่วงวัยเรียนรู้

สำนักข่าว mirror นำเสนอข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หลังผลงานวิจัยใหม่เปิดเผยว่า ทารกที่ดื่มน้ำนมแม่จนถึงอายุ 6 เดือน มีโอกาสน้อยที่จะเกิดปัญหาด้านพฤติกรรมเมื่อโตขึ้น ตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ว่านมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด     ทารกที่ได้รับนมแม่เป็นเวลา 6 เดือน เมื่อมาถึงช่วงการเรียนรู้ระหว่างอายุ 7- 11 ปี มีโอกาสน้อยที่จะซุกซน ขณะที่เด็กมากกว่า 1,500 คน ในประเทศแอฟริกาใต้ มีประมาณ 900 คน ที่ได้รับนมแม่ในช่วงแรกเกิด     ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระยะเวลาการให้นมในเด็กทารกได้รับการตระหนักถึงความสำคัญมากขึ้นในหลายพื้นที่ๆ เจริญแล้ว พร้อมยกตัวอย่างว่าความผิดปกติในวัยเด็กจะส่งผลทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือค่อนข้างซุกซนมากกว่าปกติ กระทบต่อการเรียนรู้และความสัมพันธ์ อาจนำไปสู่การเกิดปัญหาที่ใหญ่ขึ้น โดยตัวเลขความเสียหายของอาชญากรรมที่สืบเนื่องมาจากความผิดปกติในวัยเด็กสูงถึงล้านล้านบาท     ผลงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูก เพื่อให้พวกเขาเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมในอนาคต โดยเริ่มจากวิธีง่ายๆ เช่นการเลี้ยงด้วยนมแม่   ภาพจาก www.mirror.co.uk

 3,983
ต่างประเทศ
15 มิ.ย. 59

พ่อแม่ควรรู้ ... ผู้เชี่ยวชาญเผยผลวิจัยช่วงเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมสำหรับเด็ก

สำนักข่าว mirror นำเสนอบทความน่าสนใจ หลังผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการนอนหลับแห่งอเมริกา ออกมาเปิดเผยงานวิจัย แสดงถึงช่วงเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ที่ควรจะได้รับต่อคืน ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามช่วงอายุของเด็ก ตั้งแต่ 16 ชั่วโมงสำหรับทารกและ 8 ชั่วโมงสำหรับวัยรุ่น     งานวิจัยยังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบอันตรายที่เกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ โดยจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ โดยการนอนหลับที่ถูกต้องควรจะเป็นดังนี้   ทารก 4-12 เดือน : 12 - 16 ชั่วโมงต่อวัน (นับรวมถึงการงีบหลับ) เด็ก 1-2 ปี : 11 - 14 ชั่วโมงต่อวัน (นับรวมถึงการงีบหลับ) เด็ก 3-5 ปี : 10 - 13 ชั่วโมงต่อวัน (นับรวมถึงการงีบหลับ) เด็ก 6-12 ปี : 9 - 12 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่น 13-18 ปี : 8 - 10 ชั่วโมงต่อวัน   เด็กที่ได้นอนหลับอย่างเพียงพอจะส่งผลดีต่อด้านสุขภาพและอารมณ์ มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมดีขึ้น รวมทั้งพัฒนาการเรียนรู้ ความจำ และคุณภาพชีวิตโดยรวม ในทางกลับกันการไม่ได้นอนหลับอย่างเพียงพอจะส่งผลต่อการเจ็บป่วย โรคอ้วน โรคเบาหวาน และภาวะซึมเศร้าในเด็ก     ในส่วนของเด็กวัยรุ่นที่ไม่ค่อยได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ก็พบว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย ซึ่งผลการศึกษานี้ได้รับการรับรองจากสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา ยืนยันว่าการนอนหลับมีผลกระทบต่อสุขภาพและอารมณ์ของเด็กจริง     แต่คำแนะนำนี้ไม่ได้รวมไปถึงทารกที่มีอายุต่ำกว่า 4 เดือน เพราะเด็กในวัยนี้จะมีรูปแบบการนอนหลับที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ไม่มีหลักฐานที่จะเชื่อมโยงช่วงเวลาการนอนหลับที่ถูกต้องเหมาะสมได้     สำหรับปัจจัยสำคัญในปัจจุบันที่ทำให้เด็กเข้านอนล่าช้ากว่าปกติ เกิดจาการสัมผัสหน้าจอก่อนนอน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรให้เด็กพักจาการดูหน้าจออย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนจะเข้านอน เพราะแสงที่สะท้อนออกจากจอจะทำให้คนรู้สึกตื่นตัว ส่วนเคล็ดลับที่จะทำให้เด็กละความสนใจจากหน้าจอได้คือการหาสิ่งล่อใจมาเบี่ยงเบนความสนใจ และที่สำคัญไม่ควรมีโทรทัศน์หรือสมาร์ทโฟนอยู่ในห้องนอนอย่างเด็ดขาด     ทั้งนี้หากเด็กนอนหลับมากเกินไปก็จะเกิดอันตรายได้เช่นเดียวกัน โดยผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าเด็กที่นอนหลับมากเกินไป จะมีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน และปัญหาสุขภาพจิต ดังนั้นผู้ปกครองจึงต้องสอดส่องและเอาใจใส่ต่อช่วงเวลาการนอนหลับของบุตรหลานว่ามีความเหมาะสมแล้วหรือไม่   ภาพจาก www.mirror.co.uk

 16,747
เจาะข่าวเด่น
31 ต.ค. 57

หลากความคิดเห็นปลูก gmo ในไทย ตอน2

  รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าทั่วโลกตอนนี้มีการนำGMOมาใช้ แทนด้วยสีเขียว ส่วนสีฟ้าเป็นประเทศที่ประกาศตัวว่าปลอดGMO ซึ่งมีน้อยมาก โดยค่าเฉลี่ยชาวยุโรปที่กลัวGMOมีเพียง60% ไม่ได้สูงถึง80%ตามที่มีข้อมูลออกมา     สำหรับอัตราการเพาะปลูกGMOในสหรัฐฯ ที่ลดลงแสดงให้เห็นว่าอิ่มตัวแล้ว เพราะใช้พื้นที่หมดแล้ว สวนทางกับประเทศกำลังพัฒนา แต่ยอมรับว่าGMOยังมีข้อจำกัด แต่ก็เป็นทางเลือกที่สามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น ส่วนตัวมองว่าต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง     กราฟแสดงการแพร่กระจายของข้าวโพด ซึ่งละอองเกสรสามารถไปได้ไกลสุดเพียง300เมตร     คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการ มูลนิธิชีววิถี (BIO THAI)มองว่าประเทศไทยไม่ควรผลักดันGMO เพราะมีทางเลือกที่ดีกว่า เช่น เกษตรอินทรีย์ เพราะแม้กระทั่งสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศต้นทางของGMOก็มีการต่อต้านและห้ามขยายผลผลิต   ก่อนแย้งว่าพื้นที่สีเขียวที่ อ.เจษฎา นำมาแสดงมีเพียง 12% ทั่วโลก และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประเทศนั้นๆ ไม่ใช่ทั่วประเทศ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อัตราการเติบโตของGMOลดลงเพราะประสบปัญหาหลายประการ ซึ่งงานศึกษาชี้ว่าGMOไม่สามารถแก้ปัญหาการใช้สารเคมีในพืชได้   โดยในยุโรปปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลดลงได้โดยไม่ต้องเพาะปลูกแบบGMO พร้อมค้านข้อคิดเห็นของ  อ.เจษฎา ที่บอกว่าGMOช่วยลดปัญหาการใช้ยาฆ่าแมลงในไทย       ผศ.ดร.ปิยะศักดิ์ ชอุ่มพฤกษ์ อาจารย์ภาควิชาพฤกษาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าสิ่งที่รู้สึกกังวลมากที่สุด คือ ประเด็นการปนเปื้อน     ดร.อนงค์ภัทร สุทธางคกูล อาจารย์ภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ผู้ทำงานวิจัย  กล่าวว่าประเด็นกลัวการปนเปื้อน ต้องลงลึกว่าเป็นพืชชนิดไหน เพราะมีวิธีควบคุม ไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด     ติดตาม "หลากความคิดเห็นปลูก gmo ในไทย ตอน3" กันต่อวันจันทร์หน้าในเจาะข่าวเด่น  

 9,889
เจาะข่าวเด่น
31 ต.ค. 57

หลากความคิดเห็นปลูก gmo ในไทย ตอน2

  รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าทั่วโลกตอนนี้มีการนำGMOมาใช้ แทนด้วยสีเขียว ส่วนสีฟ้าเป็นประเทศที่ประกาศตัวว่าปลอดGMO ซึ่งมีน้อยมาก โดยค่าเฉลี่ยชาวยุโรปที่กลัวGMOมีเพียง60% ไม่ได้สูงถึง80%ตามที่มีข้อมูลออกมา     สำหรับอัตราการเพาะปลูกGMOในสหรัฐฯ ที่ลดลงแสดงให้เห็นว่าอิ่มตัวแล้ว เพราะใช้พื้นที่หมดแล้ว สวนทางกับประเทศกำลังพัฒนา แต่ยอมรับว่าGMOยังมีข้อจำกัด แต่ก็เป็นทางเลือกที่สามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น ส่วนตัวมองว่าต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง     กราฟแสดงการแพร่กระจายของข้าวโพด ซึ่งละอองเกสรสามารถไปได้ไกลสุดเพียง300เมตร     คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการ มูลนิธิชีววิถี (BIO THAI)มองว่าประเทศไทยไม่ควรผลักดันGMO เพราะมีทางเลือกที่ดีกว่า เช่น เกษตรอินทรีย์ เพราะแม้กระทั่งสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศต้นทางของGMOก็มีการต่อต้านและห้ามขยายผลผลิต   ก่อนแย้งว่าพื้นที่สีเขียวที่ อ.เจษฎา นำมาแสดงมีเพียง 12% ทั่วโลก และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประเทศนั้นๆ ไม่ใช่ทั่วประเทศ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อัตราการเติบโตของGMOลดลงเพราะประสบปัญหาหลายประการ ซึ่งงานศึกษาชี้ว่าGMOไม่สามารถแก้ปัญหาการใช้สารเคมีในพืชได้   โดยในยุโรปปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลดลงได้โดยไม่ต้องเพาะปลูกแบบGMO พร้อมค้านข้อคิดเห็นของ  อ.เจษฎา ที่บอกว่าGMOช่วยลดปัญหาการใช้ยาฆ่าแมลงในไทย       ผศ.ดร.ปิยะศักดิ์ ชอุ่มพฤกษ์ อาจารย์ภาควิชาพฤกษาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าสิ่งที่รู้สึกกังวลมากที่สุด คือ ประเด็นการปนเปื้อน     ดร.อนงค์ภัทร สุทธางคกูล อาจารย์ภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ผู้ทำงานวิจัย  กล่าวว่าประเด็นกลัวการปนเปื้อน ต้องลงลึกว่าเป็นพืชชนิดไหน เพราะมีวิธีควบคุม ไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด     ติดตาม "หลากความคิดเห็นปลูก gmo ในไทย ตอน3" กันต่อวันจันทร์หน้าในเจาะข่าวเด่น  

 9,889
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ย. 56

เก็บภาษีคนโสด!แค่ความเห็นนักวิชาการ

หลังจากข่าวการเก็บภาษีคนโสดแพร่ออกไปเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ทำให้รัฐบาลต้องออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียงความเห็นของนักวิชาการท่านหนึ่งเท่านั้น ยันไม่มีการเก็บภาษีดังกล่าว ฟากนักวิชาการเจ้าของความคิดเผยจากผลการวิจัย พบครอบครัวไทยในปัจจุบันอัตราการมีบุตรอยู่ในเกณฑ์ต่ำคือ 1.6 หรือคนปัจจุบันนิยมมีลูกเพียงคนเดียวหรือไม่แต่งงาน ตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ในอนาคตแรงงานคนจะลดลง จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น                                                                

 1,435

Top