ค้นหา :

ผลการค้นหา "โรงพยาบาลเอกชน"

เศรษฐกิจ
14 ม.ค. 63

จ่อคุมราคาร้านขายยา ตามรอย รพ.เอกชน หลัง ปชช.ร้องเรียน บางร้านขายแพง

จากนโยบายของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน ควบคุมค่ายาและค่ารักษาโรงพยาบาลเอกชน มีการอนุญาตให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาจากโรงพยาบาลเอกชน ไปซื้อยาที่ร้านขายยาข้างนอกเองกันมากขึ้น   ขณะเดียวกันกรมการค้าภายในเตรียมควบคุมร้านขายยา หลังมีประชาชนร้องเรียนพบร้านขายยาบางแห่งมีราคาแพง เมื่อเทียบกับร้านอื่น แม้ว่าจะมีราคาถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนเกือบ 100% โดยเตรียมเผยแพร่ชื่อร้านขายยาที่ได้มาตรฐานและราคาเป็นธรรมให้ผู้บริโภคได้ทราบ ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T9aIYFo2nuY

 649
เศรษฐกิจ
01 พ.ย. 62

เผยผลการศึกษา ราคายา รพ.เอกชน พบยาลดไขมัน ฟันกำไรสูงเกือบ 12,000%

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาโครงสร้างต้นทุนยาของโรงพยาบาลเอกชน นำร่องก่อน 6 ชนิดยา พบว่า รพ.เอกชน มีการขายยาทำกำไรได้มากที่สุด คือ ยาลดไขมัน สูงถึง 11,965%      อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า ส่วนใหญ่ที่มีราคายาแพงเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ มีบริษัทในเครือ คือซื้อยาจำนวนมาก ต้นทุนยาถูกกว่า รพ.ขนาดเล็ก แต่กลับขายในราคาแพงกว่า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ufa0BCPQOT0

 758
เศรษฐกิจ
30 ก.ย. 62

จัดระดับ รพ.เอกชน แบ่งเกรดความแพง สีเขียว-เหลือง-แดง จ่อเชือด รพ.โขกค่ายา

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดระดับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 แห่งนั้น คาดว่ากลางเดือน ต.ค.นี้ จะแล้วเสร็จ และเผยแพร่บนเว็บไซต์กรม www.dit.go.th เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ   1.สีแดง โรงพยาบาลที่คิดค่ายาและค่าบริการแบบแพงสุดโต่ง เบื้องต้นมีประมาณ 60 แห่ง 2.สีเหลือง กลุ่มที่คิดราคาระดับกลาง มีประมาณกว่า 60 แห่ง 3.สีเขียว กลุ่มที่คิดราคาแบบอนุเคราะห์ผู้ป่วย มีกว่า 100 แห่ง   นอกจากนี้พบที่ จ.อุดรธานี ประชาชนร้องเรียนว่า โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งคิดค่ายาสูงกว่าราคาที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรม ซึ่งหลังจากตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นจริงตามที่ประชาชนร้องเรียน แม้จะคิดราคาสูงเกินไม่มากนัก แต่ถือว่า กระทำความผิด เพราะราคาที่กรมได้นำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ เป็นราคาที่โรงพยาบาลส่งมาให้กรม และจะต้องขายตามนั้น จะขายสูงกว่าไม่ได้ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งความดำเนินคดี โดยจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ฐานขายเกินกว่าราคาที่ประกาศไว้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N5_lFaTeRW8

 5,678
เศรษฐกิจ
12 ก.ย. 62

แบ่งเกรด 3 กลุ่ม รพ.เอกชน แพงสุดโต่ง-ระดับกลาง-ราคาถูก แฉบางที่ฟันกำไรยา 1,000%

กรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการตรวจสอบราคายา จากเว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th แล้วพบว่าโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง มีกำไรจากการขายยาสูงถึง 1,000%   โดยพบว่า ยา 20 ชนิดที่คนไทยใช้อย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ บรรเทาอาการแน่นเฟ้อ จุกเสียด แก้คลื่นไส้ อาเจียน คลายกล้ามเนื้อ ฯลฯ โรงพยาบาลเอกชนมีส่วนต่างราคาซื้อและขายสูงตั้งแต่ระดับ 100% ถึง 1,000% เช่น ยาพาราเซตามอล แก้ปวด ลดไข้ ยี่ห้อไทลินอล ต้นทุนเม็ดละ 0.16-8.00 บาท แต่โรงพยาบาลเอกชนขายสูงสุดถึง 22 บาท   สำหรับโรงพยาบาลใด ขายยาในราคาสูงเกินจริง หรือเอาค่าใช้จ่ายอื่นๆ มารวมในราคายาแล้วขายประชาชน กรมฯจะเชิญโรงพยาบาลนั้นๆ มาสอบถามข้อเท็จจริง หากไม่สามารถแจ้งที่มาที่ไปของการคิดราคายาได้ หรือชี้แจงแล้วเหตุผลฟังไม่ขึ้น กรมฯก็เตรียมใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ดำเนินการ โดยกรณีการขายสินค้าราคาสูงเกินจริง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ   ทั้งนี้ทางกรมการค้าภายในจะจัดกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 354 แห่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลที่คิดค่ายาและค่าบริการแบบแพงสุดโต่ง, กลุ่มที่คิดราคายาและค่ารักษาระดับกลาง และกลุ่มที่คิดราคายาและค่าบริการ แบบอนุเคราะห์ผู้ป่วย เพื่อนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์กรมฯให้ประชาชนรับทราบ และพิจารณาในการเข้าไปใช้บริการ คาดว่า จะจัดกลุ่มเสร็จในเดือน ต.ค. นี้   ล่าสุดขณะนี้ประชาชนสนใจเรื่องการเปรียบเทียบราคายา ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน โดยตั้งแต่เปิดตัวคิวอาร์โค้ดตรวจสอบราคายาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. จนถึงขณะนี้ มีประชาชนตรวจสอบแล้ว 130,000 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1bgnyDgVJUE

 1,659
เศรษฐกิจ
17 ส.ค. 62

ประเดิมใช้คิวอาร์โค้ด ตรวจสอบราคายาและค่าบริการ รพ.

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ประเดิมใช้คิวอาร์โค้ด ตรวจสอบราคายาและค่าบริการ รพ. โดยกรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งคิวอาร์โค้ด การให้บริการของโรงพยาบาล พบว่ามีการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการติดตั้งจุดให้บริการสแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่พอใจ       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CcSv2w4pUjs

 1,079
เศรษฐกิจ
06 ก.ค. 62

ขยายเวลาให้ 353 รพ. แจ้งราคาซื้อขายยา - เลื่อนติดคิวอาร์โค้ดแจ้งราคายา

กรณีแจ้งราคาซื้อขายยาของโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่ง ล่าสุดมีการตกลงขยายเวลา เริ่มจากยากลุ่มบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ขยายเวลาจากเดิม 12 ก.ค. เป็น 31 ก.ค.     ส่วนการติด QR code แจ้งราคายา จากเดิม 29 ก.ค. เป็น 15 ส.ค.62 โทษฝ่าฝืนถ้าไม่ติด QR code จำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ    และปรับเป็นรายวันอีก วันละ 2,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9a76DkopRCU

 1,362
เศรษฐกิจ
18 มิ.ย. 62

กรมการค้าภายในสั่งรพ.เอกชน แจ้งราคายาต่อผู้บริโภค

กรมการค้าภายในเเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย หารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยต้องแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ก่อนใช้บริการ ย้ำไม่ใช่การคุมราคาแต่ต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสให้ผู้บริโภคมีทางเลือก     หลังจากที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. เรื่อง การแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในวันนี้ (18 มิ.ย.62) กรมการค้าภายในได้เเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย เข้าหารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยมีโรงพยาบาลเอกชนตอบรับเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจง 256 ราย    นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า โรงพยาบาลต้องแยกราคาออกมาให้ชัดเจน ระหว่าง ยา , เวชภัณฑ์ ,และบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่นำค่าบริการไปบวกไว้กับราคายา ซึ่งกระแสสังคมกดดันให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแลความโปร่งใสของราคาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้บริโภคได้รู้ราคายาที่แท้จริง และมีทางเลือก ซึ่งบางแห่งมีส่วนต่างของราคายาสูงจากค่าเฉลี่ยระหว่าง 8,000 - 16,000 เปอร์เซ็นต์ แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก และที่ผ่านมามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 ประชุมร่วมกันมากกว่า 22 ครั้ง จึงได้ออกมาเป็นมาตรการให้โรงพยาบาลต้องเปิดเผยราคายา 3,992 ชนิดอย่างโปร่งใส โดยย้ำว่าไม่ใช่การคุมราคา เพียงเป็นการเผยแพร่ราคาเท่านั้น ซึ่งหลังจากแจ้งราคาซื้อและราคาจำหน่าย ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 มาที่กรมการค้าภายในแล้ว ขอให้แจ้งมาก่อนวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 จากนั้นกรมจะจัดทำ QR Code ให้โรงพยาบาลนำไปเผยแพร่เฉพาะราคาจำหน่าย และการเปลี่ยนแปลงราคาจะต้องแจ้งให้กรมรับทราบก่อนปรับราคา 15 วัน เพื่อจะได้ทำการแก้ไขข้อมูลทั้งในเว็บไซต์และคิวอาร์โค้ด หากไม่แจ้งตามที่ประกาศกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง    นอกจากนี้ โรงพยาบาลจะต้องประเมินอาการและค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยรับทราบก่อน และรักษาตามความพอดีเท่าที่จำเป็น เพื่อจะได้ไม่ต้องป่วยซ้ำหลังจากเห็นบิลค่ารักษาภายหลังอย่างไรก็ตาม แม้จะเหนื่อยช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว จัดการให้มีระบบที่โปร่งใสมากขึ้น และมีมาตรฐานชัดเจน จะทำให้ไทยพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาค หรือ Medical Hub ได้ดีขึ้น

 1,240
เศรษฐกิจ
06 มิ.ย. 62

พาณิชย์ปิ๊งไอเดีย 'รพ.ธงฟ้า' ของดีรักษาถูก จ่อเชิญ รพ.เอกชนเข้าร่วม เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีแนวคิดจะจัดทำโครงการโรงพยาบาลธงฟ้า ตามแนวคิดเหมือนร้านธงฟ้า ของดีราคาถูก เชิญชวนโรงพยาบาลเอกชน ที่คิดค่ายาและค่ารักษาพยาบาลไม่แพงจนเกินไป ให้เข้าร่วมโครงการ   เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชนที่ต้องการใช้บริการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน โดยจะมอบสัญลักษณ์ธงฟ้าให้โรงพยาบาลติดประกาศ คาดจะมีความชัดเจนกลางเดือน ก.ค. นี้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VioIjPJK_5M

 1,930
เศรษฐกิจ
31 พ.ค. 62

กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศคุมเข้มราคายา พบ รพ.เอกชน บางแห่งฟันกำไรสูงถึง 16,566%

กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศคุมเข้มราคายา พบโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งฟันกำไรกว่า 16,566% โดยมีการนำข้อมูลจากโรงพยาบาลเอกชนที่มีการเรียกเข้ามาคุยก่อนหน้านี้   พบส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย ตั้งแต่ 29.33% จนถึงสูงสุด 8,766.79% หรือตั้งแต่10.83 บาท จนถึง 28,862 บาท มีกำไรตั้งแต่ 47.73% ถึง16,566.67%   โดยประกาศฉบับบนี้มีการระบุว่า "หลังจากนี้เพื่อความโปร่งใส และเป็นธรรม โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ต้องแจ้งราคาซื้อและราคาจำหน่าย รวมถึงค่าบริการให้ชัดเจนก่อนที่คนไข้จะทำการรักษา หากไม่แจ้งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"   นอกจากนี้ใบสั่งยาจะต้องมีชื่อยา มีวิธีใช้ และราคา เพื่อคนไข้เห็นแล้วสามารถนำใบสั่งยาออกไปซื้อยาข้างนอกที่มีราคาถูกกว่าได้   ส่วนในมุมของโรงพยาบาลเอกชน นายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ ที่ปรึกษาสมาคมโรงพยาบาลเอกชน บอกว่า เมื่อมีกฎหมายออกมาไม่มีปัญหา เราจะปฏิบัติตาม แต่โรงพยาบาลเอกชนตั้งข้อสังเกต ว่าปกติคนที่คุมโรงพยาบาลเอกชนคือ สบส. หรือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แต่กระทรวงพาณิชย์ มาออกประกาศอีก กลายเป็นเรามีเจ้านาย 2 คน ทีนี้เราจะคุยกับใคร ไปคุยกันก่อนดีไหม   นายแพทย์เอื้อชาติ บอกว่า การแจ้งปรับราคายาไม่ใช่แค่ รพ. อย่างเดียว รพ. ไม่ได้เป็นผู้ผลิตยา ดังนั้นจึงต้องย้อนกลับไปที่ผู้ผลิตยา ว่าเขาจะสามารถปรับราคายาได้ทันไหม หากมีการปรับราคายา ปรากฏว่าโรงพยาบาลเอกชน จะต้องทำเรื่องซื้อขายกัน หากต้องทำตามที่บอก ภายใน 15 วัน ซื้อขายกันไม่ทัน ก็จะเกิดเรื่องอีก คือยาจะขาดตลาด โรงพยาบาลเอกชนจะขาดยาหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UNaI3QFghVg

 1,249
เศรษฐกิจ
29 เม.ย. 62

สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ฟ้องศาลขอให้คุ้มครองชั่วคราว ปมคำสั่งควบคุมราคายา-เวชภัณท์

สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว กรณีคำสั่งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ให้โรงพยาบาลเอกชนส่งข้อมูลสินค้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้เหตุผลว่าการเข้ามาควบคุมราคายา ราคาเวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ ทำให้ธุรกิจเสียหาย และบังคับใช้เฉพาะโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐไม่โดนด้วย รวมถึงสมาคมไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น    ด้าน นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยืนยันว่า ก่อนที่ กกร.จะอนุมัติให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม และนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบนั้น ได้ขอความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงสาธารณสุข รวมไปถึงสมาคมประกันชีวิต ประกันวินาศภัย มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค โรงพยาบาลเอกชน ทั้งนี้ สมาคมจะให้เหตุผลอ้างว่าไม่มีส่วนแสดงความเห็นได้อย่างไร   นอกจากนี้ ประกาศของ กกร. ครอบคลุมทุกสถานพยาบาล ไม่ได้บังคับใช้เฉพาะกับโรงพยาบาลเอกชนตามที่สมาคมเข้าใจ แต่การที่กรมฯขอข้อมูลราคาซื้อ-ขาย ราคานำเข้าจากโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น เป็นเพราะกรมไม่มีข้อมูลของโรงพยาบาลเอกชน แต่ข้อมูลของโรงพยาบาลรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ กรมฯได้ขอจากกรมบัญชีกลางและส่งข้อมูลให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9VLrB6TgEog

 1,107
เศรษฐกิจ
15 ม.ค. 62

สมาคม รพ.เอกชนออกโรงต้านคุมค่ายา สวนทางเป้าหมายให้ไทยเป็น medical hub

สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ออกแถลงการณ์ ย้ำ ไม่เห็นด้วย นำยาและบริการทางการแพทย์ เข้าเป็นสินค้าควบคุม ชี้ปิดกั้นขีดความสามารถทางการแข่งขัน สวนทางกับเป้าหมาย Medical Hub ของไทย   นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ตั้งโต๊ะแถลงการณ์ ระบุว่า โรงพยาบาลเอกชน จัดเป็นโรงพยาบาลทางเลือก แข่งขันอย่างเสรี ค่าใช้จ่ายทุกอย่างระบุในใบเสร็จชัดเจน และตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล ได้กำหนดรายละเอียดค่ายา-ค่าบริการทางการแพทย์ไว้อย่างละเอียด โดยผู้ป่วยสามารถสอบถามก่อนเลือกเข้ามาใช้บริการได้   ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ว่า คนไทยล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาลนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะทุกคนสามารถรับการรักษาพยาบาลตามสิทธิของตนเอง เช่น สิทธิ์หลักประกันสุขภาพ / สิทธิ์ประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการ หรือ ในภาวะฉุกเฉินวิกฤติ ก็สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง   ขณะที่ปัจจุบันไทยกำลังส่งเสริมการเป็น Medical Hub โดยในแต่ละปี มีผู้ป่วยต่างชาติ เข้ามารับบริการในโรงพยาบาลเอกชน กว่า 4.23 ล้านราย ด้วยเหตุผลราคาค่ารักษาพยาบาลไม่แพงเป็นอันดับแรก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KlKvosH6HAw

 1,597
เศรษฐกิจ
26 ธ.ค. 61

กระทรวงพาณิชย์เตรียมกำหนดราคา ค่ายา-บริการฉุกเฉิน รพ.เอกชน ในช่วงต้นปีหน้า

(26 ธ.ค. 61) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการกำกับดูแลค่ารักษาพยาบาล โรงพยาบาลเอกชน โดยมีผู้บริหารโรงพยาบาลโรงพยาบาลเอกชน กระทรวงสาธารณะสุข,กระทรวงพาณิชย์,มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการควบคุมราคาค่าบริการโรงพยาบาลเอกชน โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้น เช่น ค่ายา และค่าบริการฉุกเฉิน ต้องมีราคาลดลง ด้วยการกำหนดราคาเพดาน ค่ายา และบริการฉุกเฉิน ในระดับที่เป็นธรรมกับผู้รักษา ส่วนระยะยาว คือการเข้าไปดูแล ค่าบริการวิชาชีพ และเครื่องมือแพทย์ ให้เป็นธรรมมากขึ้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา และกลับมาสรุปอีกครั้งหลังปีใหม่ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคา สินค้าและบริการ (กกร.) ประกาศใช้ต่อไป    ขณะที่ค่าบริการทางการแพทย์ทั่วไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่า ควบคุมยาก เพราะระดับการให้บริการแต่ละโรงพยาบาลแตกต่างกัน    ส่วนกรณี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ปลดล๊อกกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาพิจารณาสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ทั้งสารสกัดกัญชา สารสกัดกัญชสและการรักษา รวมถึงสารสังเคราะห์จากกัญชา รวม 31 สิทธิบัตร แต่ต้องรอกฎหมายออกมาชัดเจนก่อนถึงประกาศได้   

 1,198
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 59

ขีดเส้นตาย 30 วัน รพ.เอกชนย่านพระประแดง แก้ปัญหากองทัพหนู

หน่วยงานด้านสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสอบ รพ.เอกชนย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังมีกรณีญาติคนไข้ถ่ายคลิปพบกองทัพหนูบุกเต็มโรงพยาบาล ว่อนโลกโซเชียล ก่อนขีดเส้นตาย 30 วัน  แก้ปัญหาเรื่องความสะอาดให้ได้มาตรฐาน มิเช่นนั้นจะสั่งระงับปิดชั่วคราว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LpOVtV1a_LQ  

 3,551
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 พ.ค. 59

สธ.ลงพื้นที่สอบเหตุ กองทัพหนูบุก รพ.เอกชนย่านพระประแดง

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข ลงตรวจสอบเพื่อติดตาม กรณีผู้ป่วยโรงพยาบาลเอกชนดัง ย่านอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ออกมาร้องผ่านสื่อมีหนูบุกห้องพักรักษาตัวสำหรับผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทอง ชั้น 7 จนสร้างความหวาดผวาแก่ผู้ที่ทราบตามที่เป็นข่าว ล่าสุดผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้ออกมาขอโทษทางผู้ป่วยและทางญาติผู้ป่วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ได้พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ตลอด เบื้องต้นในการแก้ไขสำรวจแหล่งที่อยู่ของหนู และจะนำตระแกรงมาปิดทางขึ้นลงภายในช่องทางเดินท่อน้ำและขอความร่วมมือห้ามญาตินำอาหารมารับประทานข้างบน เพื่อควบคุมและลดปริมาณหนูให้หมดไปจากโรงพยาบาล พร้อมติดป้ายประชาสัมพันธ์ข้อความร่วมมือ ทางญาติ ห้ามนำอาหารเข้าไปรับประทานในห้องพักเด็ดขาด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iSW-tTGtI-A  

 1,749
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 พ.ค. 59

รพ.เอกชนยันหาวิธีจำกัดหนูมาตลอด หลังคลิปกองทัพหนูบุกว่อนเน็ต

ความคืบหน้ากรณีคลิปคนไข้ผงะ พบกองทัพหนูขณะนอนรักษาตัวใน รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ  จนต้องนำกาวดักหนูมาแก้ปัญหาเอง ล่าสุดผู้จัดการโรงพยาบาลเอกชนดัง ระบุเบื้องต้นก่อนหน้านี้ทางโรงพยาบาลก็ได้ทำหลายวิถีทางทั้งติดกระแสแม่เหล็กไฟฟ้า , วางยาเบื่อหนู พอตายก็ไปตายตามซอกจนมีกลิ่นเหม็น จนจัดจ้างบริษัทจำกัดหนู เดือนละครั้งตลอด 1 ปี แต่ปริมาณของหนูก็ไม่ลดน้อยลง ซึ่งทางโรงพยาบาลจึงขอความร่วมมือกับทางญาติ ๆ ที่จะขึ้นไปเยี่ยมผู้ป่วยโปรดอย่านำอาหารขึ้นไปเยี่ยมโดดเด็ดขาด เพราะเศษถุงและอาหารรวมถึงขนมที่เหลือจะเป็นแหล่งอาหารอย่างดีให้หนู ขึ้นมากัดกินจนเป็นข่าว ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลจะหาวิธีจำกัดหนูเหล่านี้ให้หมดไปจากโรงพยาบาล    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SPdIDbdj_fU  

 2,276

Top