ค้นหา :

ผลการค้นหา "การไฟฟ้า"

สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

การไฟฟ้าเข้าแจ้งความ มิจฉาชีพแอบอ้าง-หลอกขายกล่องลดค่าไฟ ย้ำอย่าหลงเชื่อ เพราะไม่มีอยู่จริง

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. พร้อมด้วย นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน ผู้ช่วยว่าการยุทธศาสตร์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นำเจ้าหน้าที่พร้อมผู้เสียหาย จำนวน 4 คน   เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังพบว่า มีมิจฉาชีพโฆษณาหลอกขายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าอ้างว่าลดค่าไฟได้ ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage : Expert Electric อีกทั้งยังละเมิดแอบอ้างหน่วยงานรัฐหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ หรือนำภาพข่าวของ 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ปอท.)   นายจาตุรงค์ เปิดเผยว่า กฟน. กฟผ. และ PEA มีความห่วงใยประชาชนที่ถูกหลอกลวงดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงได้แจ้งดำเนินคดีทางกฎหมายกับมิจฉาชีพผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชนอย่างถึงที่สุด เนื่องจากพบว่ามีการละเมิดนำภาพตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานทั้ง 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อ แอบอ้างหลอกจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า รวมถึงแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐหรือผู้มีชื่อเสียงผู้นำมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อถูกหลอกลวงเสียทรัพย์จำนวนมาก โดยวันนี้ได้นำหลักฐานพร้อมเชิญผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับ บก.ปอท.    ทั้งนี้ กฟน. กฟผ. และ PEA ยืนยันว่าอุปกรณ์ช่วยประหยัดไฟฟ้าหรือช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านนั้นไม่มีอยู่จริง สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีการนำมาแอบอ้างหลอกลวงจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค โดย 3 การไฟฟ้าตรวจสอบแล้ว พบว่ามี 3 ลักษณะคือ 1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลย มีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง และ 3) เป็นบัตรสำหรับติด หรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริง และอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติ หรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งหากนำมาใช้อาจมีความผิดตามกฎหมายได้   อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การเปิดพัดลมช่วยให้อากาศมีการเคลื่อนที่ทำให้รู้สึกเย็นเพิ่มขึ้นได้ และไม่แช่อาหารร้อนในตู้เย็น รวมถึงไม่ควรเปิด-ปิด ตู้เย็นบ่อยครั้งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นด้วย    อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เลือกใช้เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GT64l7ymBLY

 9,703
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

'ลุงชื่น' ยันเครื่องปั่นไฟ ของจริง ไม่ลวงโลก กฟผ.แจงไม่พบชื่อเป็น พนง.การไฟฟ้า

จากกรณีนายชื่น ฝันเมฆ อายุ 75 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ อดีตพนักงานจ้างชั่วคราว การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย คิดค้นเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยมือ แต่สามารถใช้ไฟฟ้าได้นานถึง 6-8 ชั่วโมง เพียงใช้ระบบเฟืองเข้ามาช่วยขับเคลื่อน   สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ 500 วัตต์ ได้เหมือนกระแสไฟฟ้าใช้งานทั่วไป พร้อมระบุว่าได้จดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาคนไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีบริษัทต่างชาติสั่งจองนับล้านเครื่อง ราคาต้นทุนการผลิตเพียง 16,000 บาท แต่มีบางคนวิจารณ์และตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ และตั้งข้อสมมติฐานเกี่ยวกับการใช้แรงในการผลิตไฟฟ้า   ล่าสุด ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคล กฟผ. ตั้งแต่ปี 2539 ไม่พบว่า นายชื่น ฝันเมฆ เคยเป็นอดีตพนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แต่อย่างใด   ด้านลุงชื่นเปิดใจว่า ตนเองเรียนจบ ป.4 ปี 2512 ไปเรียนต่อช่างกลปทุมวัน จากนั้นได้ไปดูงานที่เมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อฝึกเรื่องเครื่องจักรกล กลับมาทำงานการไฟฟ้า เป็นลูกจ้างชั่วคราว ติดตั้งหม้อแปลง และลาออกไปทำงานเขียนแบบ และมาศึกษาเรื่องระบบเฟือง และคิดว่าจะทำอย่างไร จึงจะผลิตเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ จนผลิตเครื่องนี้ออกมา   สำหรับเครื่องที่ผลิตขึ้นนี้ราคาไม่แพง ต้นทุนกว่า 10,000 บาท เท่านั้น บนดอยที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ก็เอาไปใช้ได้ พร้อมยืนยันว่า ปั่นด้วยมือเพียง 15 นาที ใช้งานไฟฟ้าได้ 6-8 ชั่วโมง ทั้งนี้ เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นว่าเครื่องจะใช้ได้จริงหรือไม่นั้น ตนขอเชิญมาตรวจสอบ และท้าพิสูจน์ได้ เครื่องใช้งานได้จริง ถ้าไม่จริงตนคงโดนจับติดคุกไปแล้ว   ขณะเดียวกัน มีคนติดต่อเข้ามาขอให้ผลิตเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยกำลังมือเป็นจำนวนมาก ประมาณ 1 ล้านเครื่อง โดยตนเองได้จดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขายสิทธิบัตรให้บริษัทแห่งหนึ่งที่ประเทศไต้หวัน เพื่อผลิต และกำลังจะเปิดให้บริษัทที่สนใจกว่า 100 บริษัท เข้ามาประมูลเพื่อสร้างและต่อยอดผลงานนวัตกรรมเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยกำลังมือต่อไป   ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.)  กล่าวชื่นชมลุงชื่นว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่คนไทยให้ความสำคัญในการคิดค้นสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เพราะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งกรมฯเอง ก็มีจุดยืนในการสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และยังได้ช่วยเพิ่มช่องทางในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ด้วย   สำหรับสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว ขณะนี้ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับกรมฯไว้แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น โดยยังไม่มีการประกาศโฆษณา ซึ่งตามข้อกฎหมาย กรมฯ ไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดของการประดิษฐ์ได้ แต่ในระหว่างนี้ หากท่านใดสนใจอยากทราบข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อไปยังเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ได้โดยตรง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3tfKfLM-Oe8

 15,916
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 ก.ค. 62

กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงยังไม่ได้อนุมัติสิทธิบัตร ลุง 75 ยื่นจดเครื่องผลิตไฟฟ้า

จากกรณีคุณลุงชื่น ฝันเมฆ อายุ 75 ปี อดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่าสามารถประดิษฐ์เครื่องปั่นไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ใช้มือปั่นเพียง 15 นาที แล้วสามารถใช้ไฟฟ้าได้นานถึง 6-8 ชั่วโมง ช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี จนมีคนสนใจซื้อจำนวนมาก นับล้านเครื่อง   พร้อมระบุด้วยว่าเครื่องปั่นไฟฟ้าดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากวิศวกร และจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว    ล่าสุดกองสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยทางกรมฯ ได้ให้ข้อมูลว่า คุณลุงชื่นได้มายื่นขอจดสิทธิบัตรจริง และทางกรมฯ ก็ได้รับเรื่องไว้แล้ว  แต่ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการพิจารณา ยังไม่ได้มีการออกสิทธิบัตรให้แต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jku6InaKgik

 3,188
ข่าวดีประเทศไทย
03 ก.ค. 62

สุดเจ๋ง! คุณลุงวัย 75 ผลิตเครื่องพลังงานไฟฟ้า แค่ใช้มือปั่น 15 นาที ออเดอร์ล้นจองนับล้านเครื่อง

ชลบุรี-ลุงชื่น ฝันเมฆ ในวัย 75 ปี อดีตพนักงานการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย หลังจากเกษียณอายุราชการได้ใช้เวลาถึง 12 ปี คิดค้นต้นแบบเครื่องจักรไฟฟ้าแรงสูงประหยัดพลังงาน   โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ถ่านหิน หรือแก๊ส ให้เกิดมลภาวะ เพียงใช้ระบบเฟืองเข้ามาช่วยขับเคลื่อนก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 220 โวลท์ 500 วัตต์ ได้เหมือนกระแสไฟฟ้าใช้งานทั่วไปทั้งไฟแสงสว่าง เครื่องซักผ้า แอร์ พัดลม เครื่องตัดเหล็ก นับเป็นสุดยอดมันสมองคนไทย   ล่าสุดจดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาคนไทยเรียบร้อย คนทราบข่าวโทรศัพท์สั่งจองนับล้านเครื่อง ราคาต้นทุนการผลิตเพียง 16,000 บาท/เครื่อง ลดค่ากระแสไฟฟ้าได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์   โดยตัวเครื่องจักรต้นแบบ(อาจจะยังไม่สวยงาม) มีขนาดเล็ก นน.เบา (ประมาณ 100 กก.) ด้วยตัวถังกว้าง 80 ซม. ยาว 1 เมตร เคลื่อนย้ายสะดวก มีหัวใจเป็นไอซีบรรจุในกล่องแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า 220 โวลท์ ใช้มือปั่นเบาๆ 15 นาที จะได้ไฟฟ้าสม่ำเสมอ 6-8 ชม. รับประกันไฟไม่ตก ใช้งานได้ระยะยาว   ต้องปรบมือดังๆ ให้ลุงชื่น ที่คิดค้นขึ้นมาจากมันสมองของคนไทยจริงๆ ล่าสุดได้นำให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำวิศวกรเข้าตรวจสอบผ่านเรียบร้อย พร้อมนำเข้าประมูลให้ผู้มีทุนซื้อสิทธิบัตรนำไปผลิตให้ผู้สนใจได้ใช้ไฟฟ้าในราคาถูก ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ในวันและเวลาราชการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qqPzmtlai2s

 68,126
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
22 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 22 มี.ค.62 พายุฤดูร้อนถล่มกรุง-อายัดทรัพย์วัฒนา เมืองสุข-คลิปโค้งสุดท้ายพรรคการเมืองหาเสียง

-ฤทธิ์พายุฤดูร้อน หลักสี่-บางเขนลูกเห็บตก แจ้งวัฒนะน้ำท่วม หน้าไอทีสแควร์ ถ.วิภาวดี นั่งร้านสร้างรถไฟฟ้าล้มทับรถ ปทุมธานีป้ายบิลบอร์ดถล่ม ลมหมุนพัดต้นไม้ทับร้านข้าว คนกินคนขายหนีตายกระเจิง อุตุฯเตือนพายุอีกรอบช่วงเลือกตั้ง 23-27 มี.ค. พายุฤดูร้อนถล่มหลักสี่-บางเขน เจอลูกเห็บตก อุตุฯเตือนพายุอีกรอบช่วงเลือกตั้ง 23-27 มี.ค.   -การไฟฟ้าทั้ง 3 หน่วยงานยันไม่มีไฟดับช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและช่วงเลือกตั้ง โดยจะหยุดซ่อมบำรุงเตรียมรับเหตุฉุกเฉิน รักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน เปิดศูนย์ติดตามการใช้ไฟในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด   -อุตตม มั่นใจพรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำรัฐบาล ประกาศจุดยืนพรรคที่รวบรวมเสียงข้างมากได้เกินครึ่ง ซึ่งอาจจะมากกว่า 1 พรรคมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล โดยไม่ต้องใช้วิธีปฏิบัติที่พรรคได้เสียง ส.ส.อันดับ 1 เป็นแกนนำจัดรัฐบาล ชี้การเลือกตั้งต้องฟังเสียง ปชช.ที่ออกมาใช้สิทธิ์ ต้องให้เกียรติ ส.ว. อย่าไปดูถูกว่าจะเลือกแบบไหน เพราะเชื่อว่ามีความคิด ตัดสินใจได้ เชื่อว่า 24 ชม.หลังปิดหีบก็จะรู้แล้ว พร้อมเปิดคลิปโค้งสุดท้ายเรียกคะแนนให้พรรค พลังประชารัฐมั่นใจได้จัดตั้งรัฐบาล ประกาศเอา ม.44 คืนไป เอาลุงตู่กลับมา   -สุดารัตน์จับมือชัชชาติ ประกาศอาสานำทีมพาประเทศพ้นวงจรอุบาทว์ คืนศักดิ์ศรีให้คนไทย เปิดแนวทางเศรษฐกิจรับโลกยุคใหม่ ผ่านนักบริหารมืออาชีพ ขอให้เลือกเพื่อไทยเท่านั้นให้ถล่มทลาย เพราะเป็นพรรคเดียวที่มีกำลังมากพอที่จะสู้กับ 250 ส.ว.ได้ หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะไม่สร้างความขัดแย้ง รับฟังความเห็นต่าง หมดเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์จะสืบทอดอำนาจ สถานการณ์การเมืองตอนนี้เป็นทฤษฎีสมคบคิด มีนักการเมืองอิงแอบเผด็จการ ทำให้เกิดความเกลียดชังในบ้านเมือง แคมเปญของพปชร.ชูความสงบสร้างภาพเป็นจุดขาย ทั้งที่ผ่านมาใช้อำนาจกดดัน จนคนทุกข์ยาก เป็นความสงบแบบเงียบสงัด   ชัชชาติชี้เทรนด์ทั่วโลก ประชาธิปไตยถดถอยเพราะตายด้วยปืน คล้ายเผด็จการของไทย 'สุดารัตน์' จับมือ 'ชัชชาติ' ขอให้เลือกเพื่อไทยไปสู้ 250 ส.ว.แขวะ 'บิ๊กตู่' ทำประเทศสงบจนเงียบสงัด    -อภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ปล่อยคลิปช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียง ชูประชาธิปไตยสุจริตเป็นทางออกของประเทศ 'มาร์ค' ปล่อยคลิปเปิดใจโค้งสุดท้าย 'หมอวรงค์' ส่งสัญญาณแปลก 'ถาวร' ไม่หวั่นถูกครหาเป็นงูเห่า   -ธนาธรบอกการลงพื้นที่ทั่วประเทศของพรรคอนาคตใหม่มีเสียงตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่า ปชช.พร้อมจะเปลี่ยนแปลง 'ธนาธร' มั่นใจกระแสพรรคดี เชื่ออนาคตใหม่ได้ปักธง กทม.   -ปปง.สั่งอายัดทรัพย์วัฒนา เมืองสุข ผู้สมัครเพื่อไทย คดีเรียกรับสินบนบ้านเอื้ออาทร เป็นที่ดิน 13 แปลง มูลค่า 51.5 ล้านบาท ใช้ชื่อนอมินี หลังนายวัฒนาหาบริษัทมาทำบ้านเอื้ออาทร แต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนยูนิตละ 1 หมื่นบาท ล่าสุดวัฒนาโพสต์ที่ดินไม่ใช่ของตน เจ้าของเป็นใครไม่รู้จัก นี่เป็นเกมการเมือง 'วัฒนา' โพสต์ซัดถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง หลัง ปปง.อายัดทรัพย์ 51 ล้าน คดีสินบนบ้านเอื้ออาทร   -ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 1 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ย้ายอดีต ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่งมีระดับต่ำกว่า ศาลชี้ย้ายลูกน้องไม่เป็นธรรม ใช้อำนาจกลั่นแกล้ง ส่วนอดีตปลัดยุติธรรม ศาลยกฟ้อง ชี้ไม่มีเจตนาร่วมทำผิด ฎีกาแก้จำคุก 'ธาริต' 1 ปีไม่รอลงอาญา โยกย้าย ขรก.ไม่เป็นธรรม ยกฟ้อง 'ชาญเชาวน์'   -กลต.ฟ้องแพ่งเอาผิดแก๊งปั่นหุ้นเอเจดี 2,303 ล้านบาท หลังไม่มาชำระค่าปรับ และสั่งห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน 3 ปี นับตั้งแต่วันนี้เป้นต้นไป   -เตือนระวังไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บีระบาดในไทย พบมีคนตายแล้ว 6 ราย WHO ประเมินจะมีคนป่วยเพิ่มทั่วโลก สธ.แนะฉีดวัคซีนป้องกันลดความรุนแรงของโรค สปสช.ทุ่มงบซื้อวัคซีน 4 ล้านโดสฉีดป้องกันให้กลุ่มเสี่ยงฟรี เตือน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ b ระบาด ตายแล้ว 6 แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PklzS4n6xbI

 2,589
ปากท้องร้องทุกข์
22 ก.พ. 62

รถเกี่ยวเสาไฟล้มทับรถ นร.หวิดตายหมู่ ชาวบ้านแจ้งไปหลายครั้งไม่มาซ่อม อ้างยังไม่เกิดเหตุ

อยุธยา-เกิดอุบัติเหตุเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด 12 เมตร ล้มทับรถกะบะสองแถวรับส่งนักเรียน โดยเสาไฟฟ้าล้มทับพาดเข้ากระจกหน้ารถแตกกระจาย ฝากระโปรงหน้ารถยุบถึงพวงมาลัยอัดติดร่างคนขับ ภายในห้องโดยสารยังพบมีนักเรียนนักเรียนหญิง 3 คน เด็กหญิง 4 ขวบ หลานคนขับติดคาซากรถ ได้รับบาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ   ส่วนสายไฟฟ้าแรงสูงขาดลงมากองกับพื้นถนน ช็อตเป็นประกายไฟลุกไหม้ไปติดหญ้าริมทางไฟลุกไหม้เป็นวงกว้าง เหตุเกิดบนถนนทางหลวงชนบท สายบ้านคุ้งลาน - สามเรือน หมู่ 3 ตำบลคุ้งลาน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   ชาวบ้านและจนท.ต้องใช้ท่อนไม้ทุบกระจกแค๊ปหลังแตก ช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ติดอยู่ในห้องโดยสารทั้ง 4 คนออกมาได้ แต่ละคนได้รับบาดเจ็บศีรษะ หน้าอก ถูกกระแทก ด้านหลังกะบะมีนักเรียนนั่งโดยสารมาด้วย 10 คนได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก ต้องนำส่งโรงพยาบาล     จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะสองแถวเป็นรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมป์ ได้รับนักเรียนหลังเลิกเรียนมาเต็มคันรวม 12 คน เพื่อไปส่งกลับบ้าน มาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง ได้มีนาย สำรวย สิงห์โตขำ ขับวิ่งสวนทางมา ตัวกะพ้อลำเลียงข้าวเปลือกของรถเกี่ยวข้าว ไปเกี่ยวเข้ากับสายไฟฟ้าแรงสูงที่ห้อยต่ำ   เป็นเหตุทำให้เสาไฟฟ้าล้มทับรถกระบะสองแถวรับส่งนักเรียนที่วิ่งเข้าโค้งสวนทางมาพอดี ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับจนเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ส่วนรถตู้ที่วิ่งตามหลังมาถูกสายไฟฟ้าแรงสูงล้มฟาดเข้าใส่ตัวรถ ถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ทำให้ตัวถังได้รับความเสียหายเล็กน้อย ตำรวจทำการสอบสวนเก็บหลักฐานทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป   อย่างไรก็ตามทั้งชาวบ้าน กำนัน ที่ทราบข่าวออกมาดูเหตุการณ์ ต่อว่าต่อขานสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ปล่อยปละละเลย ไม่ยอมแก้ไขเสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนที่เกิดเหตุ ได้มีการนำสายเคเบิ้ลสัญญาณอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการค่ายต่างๆ จำนวนมาก พาดสายจนเสาไฟฟ้าช่วงทางโค้งตัวเอสรับน้ำหนักไม่ไหว   เสาโอนเอียงเข้ามาในถนนและสายสัญญาณสายไฟฟ้าห้อยอยู่ในระดับต่ำเหนือผิวจราจร ทั้งชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น ร้องขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหลายครั้งมานานหลายเดือน ให้เข้ามาแก้ไขซ่อมแซมตั้งเสาไฟฟ้าให้อยู่ในแนวริมถนนที่ปลอดภัย แต่การไฟฟ้าไม่ดำเนินการอ้างว่ายังมีอุบัติเหตุยังไม่ซ่อมจนมาเกิดเหตุครั้งนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dTMA51O9IqU

 9,905
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 61

ภาพชัดเป๊ะ! หนุ่มเนียนเป็น จนท.ขู่ตัดไฟ ก่อนหลอกเก็บค่าไฟให้ใบเสร็จปลอม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ Wachirakorn BG โพสต์ภาพพร้อมข้อความ เตือนภัย มิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งผู้โพสต์ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อทำให้สูญเสียเงิน จึงนำเรื่องราวและภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ รวมทั้งหน้าตาของมิจฉาชีพที่ก่อเหตุไว้ได้ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัยผู้อื่น   จากการตรวจสอบ พบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวคือ นายวชิรกร บุญเรือง อายุ 28 ปี ผู้ดูแล โฮสเทลแห่งหนึ่งใน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี แต่งตัวและติดบัตรเหมือนเจ้าหน้าที่ แล้วขี่จักรยานยนต์มาจอด พร้อมแสดงตัวว่าจะมาตัดไฟ เนื่องจากมีการค้างชำระค่าไฟฟ้าและเกินกำหนดชำระแล้ว   ซึ่งทางผู้เสียหายก็ค้างชำระค่าไฟฟ้าอยู่จริงจำนวน 4,592 บาท และเกรงว่าหากถูกตัดไฟจะเกิดปัญหากระทบกับลูกค้าที่พักอยู่ ซึ่งผู้ชายคนดังกล่าวทำทีเป็นเห็นใจและจะช่วยไม่ตัดไฟให้ได้ โดยให้ชำระค่าไฟฟ้าเลยแล้วรับใบเสร็จชั่วคราวไว้ก่อน จึงหลงเชื่อและจ่ายเงินให้ จากนั้นผู้ชายคนดังกล่าวได้ออกใบเสร็จให้แล้วขี่จักรยานยนต์ออกไป   ต่อมาเริ่มรู้สึกผิดสังเกตเพราะใบเสร็จที่ได้รับมานั้นมีลักษณะคล้ายการถ่ายเอกสาร ซึ่งต่างจากใบเสร็จที่เคยได้รับ เมื่อสอบถามไปยังศูนย์บริการลูกค้าของการไฟฟ้า ทำให้ทราบว่ากรณีการตัดไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในเวลาทำการเท่านั้น และจะไม่มีการรับชำระเงินในลักษณะดังกล่าวจากลูกค้า จึงรู้ว่าตนตกเป็นเหยื่อแล้ว   ทางผู้เสียหายจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์และใบหน้าของผู้ชายที่ก่อเหตุไว้ได้ พร้อมใบเสร็จ นำเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UvBgpwHiGc

 4,599
ปากท้องร้องทุกข์
06 ส.ค. 61

ภาพชัดเป๊ะ! หนุ่มเนียนเป็น จนท.ขู่ตัดไฟ ก่อนหลอกเก็บค่าไฟให้ใบเสร็จปลอม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ Wachirakorn BG โพสต์ภาพพร้อมข้อความ เตือนภัย มิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งผู้โพสต์ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อทำให้สูญเสียเงิน จึงนำเรื่องราวและภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ รวมทั้งหน้าตาของมิจฉาชีพที่ก่อเหตุไว้ได้ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัยผู้อื่น   จากการตรวจสอบ พบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวคือ นายวชิรกร บุญเรือง อายุ 28 ปี ผู้ดูแล โฮสเทลแห่งหนึ่งใน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี แต่งตัวและติดบัตรเหมือนเจ้าหน้าที่ แล้วขี่จักรยานยนต์มาจอด พร้อมแสดงตัวว่าจะมาตัดไฟ เนื่องจากมีการค้างชำระค่าไฟฟ้าและเกินกำหนดชำระแล้ว   ซึ่งทางผู้เสียหายก็ค้างชำระค่าไฟฟ้าอยู่จริงจำนวน 4,592 บาท และเกรงว่าหากถูกตัดไฟจะเกิดปัญหากระทบกับลูกค้าที่พักอยู่ ซึ่งผู้ชายคนดังกล่าวทำทีเป็นเห็นใจและจะช่วยไม่ตัดไฟให้ได้ โดยให้ชำระค่าไฟฟ้าเลยแล้วรับใบเสร็จชั่วคราวไว้ก่อน จึงหลงเชื่อและจ่ายเงินให้ จากนั้นผู้ชายคนดังกล่าวได้ออกใบเสร็จให้แล้วขี่จักรยานยนต์ออกไป   ต่อมาเริ่มรู้สึกผิดสังเกตเพราะใบเสร็จที่ได้รับมานั้นมีลักษณะคล้ายการถ่ายเอกสาร ซึ่งต่างจากใบเสร็จที่เคยได้รับ เมื่อสอบถามไปยังศูนย์บริการลูกค้าของการไฟฟ้า ทำให้ทราบว่ากรณีการตัดไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในเวลาทำการเท่านั้น และจะไม่มีการรับชำระเงินในลักษณะดังกล่าวจากลูกค้า จึงรู้ว่าตนตกเป็นเหยื่อแล้ว   ทางผู้เสียหายจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์และใบหน้าของผู้ชายที่ก่อเหตุไว้ได้ พร้อมใบเสร็จ นำเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UvBgpwHiGc

 4,599
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 มิ.ย. 61

เจ้าของบ้านต่อเติมเสาไฟเป็นระเบียงบ้าน ยอมรับรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าเสาไฟเป็นทรัพย์สินส่วนตัว รับปากจะแก้ไข

โลกออนไลน์แชร์ภาพจากหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ซึ่งระบุพิกัดว่าอยู่ที่ ซอยเทพคุณากร 8/5 อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเป็นภาพของการต่อเติมบ้าน โดยใช้เสาไฟฟ้าสาธารณะที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้าน เป็นเสาระเบียงบ้านของตัวเอง เปรียบเสมือนเสาต้นหนึ่งภายในบ้านเลยทีเดียว จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นสิ่งที่กระทำได้หรือ? และเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายหรือไม่?   ด้าน จนท.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชี้แจงว่า นอกบ้านมีท่อระบายน้ำ ทำให้ตั้งเสาไม่ได้ ทาง จนท.จึงได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านตั้งเสาไฟภายในเขตบ้าน 20 ซม.เลยทำให้เสาเข้าไปอยู่ในพื้นที่บ้าน และเมื่อจ่ายชำระแล้ว จึงคิดว่าเสาไฟเป็นสมบัติส่วนตัว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงได้มีการดัดแปลงต่อเติมดังกล่าว   ขณะที่ทางเจ้าของบ้านระบุว่า คิดว่าเสาไฟเป็นทรัพย์สินของบ้าน แต่เมื่อทราบว่าเป็นเรื่องที่ผิด ก็จะยินยอมแก้ไขตามคำแนะนำของการไฟฟ้า โดยจะทำรั้วล้อมเสาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QACZcluItcg

 20,072
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ค. 61

สาวขับรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าหัก 3 ต้น ก่อนทิ้งรถหนีหาย การไฟฟ้าเตรียมเรียกค่าเสียหาย

ชลบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์อีซูซุ มิวเซเว่น พุ่งชนเสาไฟฟ้า 3 ต้นจนหักโค่น และส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้าเกิดลัดวงจรดับเป็นบริเวณกว้าง   ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่สายสื่อสาร จึงเร่งเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาตลอดทั้งวันจึงจะแล้วเสร็จ ส่วนการดำเนินการเรื่องค่าเสียหายกับผู้ขับขี่คนรถยนต์คันดังกล่าวก็จะต้องมีการส่งข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อประเมินค่าเสียหายทั้งหมดต่อไป   จากสอบถามชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ได้ยินเสียงรถพุ่งชนอะไรบางอย่างเสียงดังสนั่นจึงได้วิ่งออกมาดู ก็พบว่าเสาไฟฟ้าค่อยๆหักโค่นลงมาทีละเสาพร้อมๆกับต้นไม้ จากนั้นไฟฟ้าก็ดับ จึงได้เดินมาตรวจสอบพบว่ามีรถยนต์ชนกับเสาไฟฟ้า   ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์เป็นหญิงสาวจากนั้นก็ลงจากรถแล้วก็หายตัวไป ซึ่งไม่ทราบได้ว่าเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่หรือไปประสานกับหน่วยงานใดอยู่ จึงแจ้งให้ทางการไฟฟ้าทราบและเร่งเข้ามาแก้ไขเพราะชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tBuXyNm_pdo  

 2,634
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

กฟผ.แม่เมาะแจงเหตุสารเคมีรั่วไหล ยันไม่ใช่ไซยาไนต์ตามข่าวลือ ชี้ไม่กระทบต่อชุมชน

ลำปาง-การไฟฟ้าแม่เมาะ แจงสื่อมวลชนเหตุสารสารเคมีรั่วไหล คือสารกรดไฮโดรคลอริก เมื่อถูกน้ำจะเกิดเกิดเป็นไอมีกลิ่นฉุน เมื่อมีลมพัดมาจึงทำให้กระจายไปกับลม ซึ่งตามมาตรการด้านความปลอดภัย ต้องอพยพพนักงานที่ปฏิบัติงานออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย   พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่สารไซยาไนต์รั่วไหลตามข่าวลือ เพราะที่ กฟผ.ไม่ได้นำสารเคมีดังกล่าวมาใช้ แต่ที่บริเวณจุดข้อต่อใกล้กับใต้ ถังที่เก็บกรดไฮโดรคลอริก ซึ่งนำมาใช้ในการปรับสภาพน้ำ เกิดมีการรั่วหรือซึมเพียงเล็กน้อยหมือนน้ำหยด ซึ่งกรดดังกล่าวเมื่อถูกน้ำ จะเกิดเป็นไอมีกลิ่นฉุน เมื่อมีลมพัดมาจึงทำให้กระจายไปกับลม ซึ่งตามมาตรการด้านความปลอดภัย จึงให้พนักงานที่ปฏิบัติงานออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยเพื่อรอการแก้ไข   ขณะนี้พนักงานสามารถเข้าทำได้ตามปกติ และขอยืนยันว่ากรดดังกล่าวก็ไม่ได้มีการรั่วไหลไปสู่ภายนอกและไม่กระทบต่อชุมชน ส่วนจุดที่มีการรั่วซึมขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jEtEkcHBXlo      

 1,361
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 พ.ย. 60

กฟภ.แนะปชช.การใช้ไฟฟ้ากรณีน้ำท่วม-น้ำท่วมขัง ‏

  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศ ประกาศเตือนจากหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมทุกขณะและมีข้อแนะนำประชาชนเกี่ยวกับไฟฟ้า กรณีเกิดน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ดังนี้    - ก่อนน้ำท่วมเข้าภายในบ้านหรือบริเวณบ้าน ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัยน้ำท่วมไม่ถึง    - กรณีเป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังจะท่วมชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง    - กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน โดยให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าปลดสวิตช์ที่ชั้นล่างให้เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าเพื่อแยกวงจรชั้นบนและชั้นล่าง    - กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอาจอยู่เหนือระดับน้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ปลั๊กไฟที่น้ำท่วมห้ามใช้งานเด็ดขาด     - ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าหรือระบบจำหน่ายในพื้นที่น้ำท่วมอย่างน้อย 2-3 เมตร เพื่อความปลอดภัย หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้มหรือสายไฟฟ้าขาดแช่น้ำ อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้รีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่หรือสายด่วน กฟภ. โทร.1129 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแก้ไข    - พบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่ติดอยู่กับกระแสไฟฟ้าหรือตัวนำที่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายเป็นอันขาด เพื่อป้องกันมิให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนได้รับอันตรายไปด้วย    - ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า เช่น ผ้า ไม้แห้ง เชือกแห้ง สายยางหรือพลาสติกที่แห้งสนิท ถุงมือยางหรือผ้าแห้งพันมือให้หนา แล้วผลักหรือฉุดตัวผู้ประสบอันตรายให้หลุดออกมาโดยเร็ว หรือใช้ผ้าคล้องหรือให้ผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าปลดสวิตช์ จากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลหากเป็นสายไฟฟ้าแรงสูง ให้หลีกเลี่ยงและรีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่หรือสายด่วน กฟภ. โทร.1129 โดยเร็วที่สุด อย่าลงไปในน้ำ กรณีมีกระแสไฟฟ้าอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง หาวัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้าเขี่ยสายไฟฟ้าออกให้พ้นหรือแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าก่อน จึงค่อยช่วยผู้ประสบอันตราย การช่วยผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า จำเป็นต้องกระทำด้วยความรวดเร็ว รอบคอบและระมัดระวังเป็นพิเศษ     สอบถามข้อมูล แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องหรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สายด่วน กฟภ. โทร.1129 PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง    

 6,604
สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 60

เปิดคลิปนาทีสุดท้าย ก่อนสาวการไฟฟ้าถูกแฟนหนุ่มยิงดับ ญาติเผยปมจากปัญหาความรัก

ชัยนาท-คืบหน้าคดียิงสาวการไฟฟ้าเสียชีวิตคาลานจอดรถ จากนั้นคนร้ายขับรถหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งไล่ล่า คาดเป็นฝีมือของแฟนหนุ่มที่แค้นเนื่องจากฝ่ายหญิงตีตัวออกห่าง ยกเลิกแผนแต่งงาน เพราะทนพฤติกรรมของฝ่ายชายที่มักติดเหล้า   ด้านน้องสาวของผู้ตายเล่าว่า สาเหตุใหญ่น่าจะเกิดจากผู้ชายไม่ยอมเลิก พี่สาวเบื่อเวลาผู้ชายเมาชอบอันธพาลชอบเอาข้าวของพี่สาวมาเผา ให้อะไรมาแล้วชอบทวงคืน   ครั้งแรกพี่สาวบรรจุทำงานที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครสวรรค์ ทำได้ 4 ปีกว่า จากนั้นได้ทำเรื่องขอย้ายมาอยู่จังหวัดชัยนาท และได้ย้ายมาเมื่อ 1 พฤษภาคม 2560 ส่วนฝ่ายชายก็ทำงานทำงานที่การไฟฟ้านครสวรรค์ และได้ย้ายไปทำงานที่การไฟฟ้าโกรกพระ จ.นครสวรรค์ ได้ประมาณ 1 เดือน เนื่องจากอยู่ใกล้บ้านเขา   ซึ่งหลังจากพี่สาวย้ายมาอยู่ที่ชัยนาท ผู้ชายได้ให้ทางพ่อแม่เขาโทรมาง้อ ให้กลับไปคืนดีกัน และพยายามให้แม่มารับพี่สาวกลับไปดูแลลูกชายเขา แต่พี่ไม่กลับ ดูเหมือนครอบครัวเขาเลี้ยงลูกแบบตามใจ พี่สาวอยากจะเลิกจากเขาแล้ว ซึ่งเดิมได้มีการวางแผนว่าจะแต่งงานกันโดยคุยกันเองระหว่างพี่สาวกับแฟนเขา แต่ยังไม่ได้มีการมาสู่ขอกับพ่อแม่ ตนเอง คือคนโตยังไม่ได้คุยกัน   สำหรับสถานภาพของพี่สาวยังไม่ได้แต่งงาน และตอนนี้พี่สาวไม่ได้มีผู้ชายอื่นมาติดพันแต่อย่างใด พี่สาวต้องการเลิกกับแฟนคนนี้มานานแล้ว ตนก็ปลอบว่าให้ทนไปก่อนเพราะยังไม่ได้ย้ายมาชัยนาท อดทนไปก่อนเผื่อเขาจะดี เขาอาจจะปรับตัวได้ โดยคุยกันว่าให้เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ เขารับปากหลายครั้งแล้ว แต่ยังเป็นเหมือนเดิม คือพี่สาวให้โอกาสไปหลายครั้งแล้ว ประเด็นหลักที่ย้ายกลับมาทำงานชัยนาท คือต้องการกลับมาดูแลพ่อที่สูงอายุ และป่วยด้วยโรคประจำตัว อีกอย่างพี่สาวชอบอยู่บ้านไม่ชอบอยู่ที่อื่น ที่ไปเพราะจำเป็นต้องไปทำงานที่นครสวรรค์   ขณะเดียวกันได้มีหลักฐานกล้องวงจรปิดจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท ที่ลานจอดรถ จุดเกิดเหตุ พบนาทีสุดท้ายของเหยื่อที่กำลังเดินถือถุงขนม และกระเป๋าถือไปที่รถของตนเอง ภายหลังจากเดินผ่านกล้องไปแค่ 2-3 นาที เกิดเสียงปืนดังขึ้น จน รปภ. และ พนักงานที่อยู่แถวนั้นรีบวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ แล้วแจ้งตำรวจทันที แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน   ขณะที่ล่าสุดบิดาของคนร้าย ได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการมอบตัวลูกชาย ที่ สภ.หนองปิง จ.นครสวรรค์ ซึ่งทาง ตร.ได้เฝ้าระวัง และติดตามตัว แต่ก็ยังไร้วี่แวว ซึ่งจะเร่งติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RrkXeuzEp00    

 141,524
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 60

สาวการไฟฟ้าถูกยิงดับคาลานจอดรถ คาดฝีมือแฟนหนุ่มแค้นยกเลิกงานแต่ง

ชัยนาท-เกิดเหตุ น.ส.ภัศนันท์ อ่องชุ่ม อายุ 34 ปี ตำแหน่งพนักงานช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณลานจอดรถหลังสำนักงาน จากการตรวจสอบพบผู้ตายเพิ่งย้ายมาทำงานได้เพียง 4 เดือน มีแฟนหนุ่มเป็นพนักงานช่างไฟฟ้าอยู่ที่การไฟฟ้าโกรกพระ จ.นครสวรรค์   ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังจะเดินทางไปเรียนหนังสือที่จังหวัดนครสวรรค์ หลังได้ยินเสียงปืน 3 นัด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต่างแตกตื่นวิ่งมาดูเหตุการณ์ พบว่าผู้ตายถูกยิงเสียชีวิตอยู่ท้ายรถ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะที่มีคนเห็นรถเก๋งฮอนด้าสีขาวขับออกไปจากโรงแรมชัยนาทธานี อย่างรีบร้อน หลังเสียงปืนดังขึ้น   โดยเพื่อนร่วมงานเล่าว่า ระบุว่าผู้ตายมรแผนจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มในเดือนมกราคม 2561 ที่จะถึงนี้ แต่หลังจากนั้นเห็นบอกว่าจะไม่แต่งงานแล้ว เพราะแฟนชอบดื่มเหล้า ถ้าไม่เลิกดื่มก็ไม่แต่งงานด้วย และเริ่มตีตัวออกห่าง จึงคาดว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นฝีมือของแฟนหนุ่ม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1pJNtyXUmSk    

 11,751
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 60

รถพ่วงพุ่งชนรถ กฟภ.ที่จอดริมทางสระบุรี ไฟลุกท่วม เสียชีวิต 5 ศพ

สระบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงชนเข้ากับรถของรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขณะออกงานซ่อมสายไฟฟ้าแรงสูงปรับปรุงการไฟฟ้า เกิดเหตุบนถนนพหลโยธิน คู่ขนาน กิโลเมตรที่ 85 บริเวณทางเข้าตลาดหนองแค ขาล่องเข้า กทม. อ.หนองแค จนเกิดไฟลุกไหม้ รถดับเพลิงและกู้ภัยช่วยช่วยกันดับเพลิง พบมีผู้เสียชีวิต รวม 5 ราย บาดเจ็บ 3 ราย   ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก ติดคาอยู่ในซากรถหัวเก๋ง 2 ศพ และพบศพอยู่ใต้ซากรถอีก 3 ศพ รวมเป็น 5 ศพ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจำเป็นต้องตัดสายไฟฟ้าแรงสูงเนื่องจากสายไฟแรงได้ตกและพลาดรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเสียก่อน จากนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยปอเต็กตึ้ง ได้ทำการ ใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อจะนำร่างของผู้เสียชีวิตที่ถูกไฟไหม้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงนำร่างทั้งหมดออกมาได้   จากการสอบถามคนงานช่างไฟฟ้า ซึ่งเป็นผู้รับเหมาการเปลี่ยนสายไฟฟ้าแรงสูงและเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ กล่าวว่า ในขณะที่คนงานประมาณ 7-8 คน กำลังทำงานย้ายสายไฟฟ้าแรงสูงเพื่อสับเปลี่ยนอยู่นั้น รถการไฟฟ้าจำนวน 7 คันจอดเรียงกันอยู่ จู่ ๆๆ ก็มีรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวพุ่งมาชนรถไฟฟ้าคันที่ 7 ที่จอดอยู่ทำให้อยู่แรงทำให้รถยนต์ของกองช่างกระเด็นออกจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 40-50 เมตรจำนวน 1 คันซึ่งทำให้กระเด็นตกไปในคลองข้างถนน 1 คัน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าสาเหตุต้องรถให้กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wPJYcpTeCsA    

 10,036

Top