ค้นหา :

ผลการค้นหา "การไฟฟ้า"

แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ธ.ค. 62

หนุ่มหงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังอวดรวยมีเงินจ่ายค่าเสาไฟ ซีดโดนการไฟฟ้าเรียก 1.5 แสน สายเคเบิ้ลอีกเป็นล้าน

โลกออนไลน์แชร์คลิปหนุ่มเสื้อฟ้าหัวร้อนหนัก หลังพี่ชายตัวเองขับกระบะสีดำ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ในถนนสวนผัก ซอย 3 ตัดใหม่ หักโค่นล้มลง จากนั้นก็ดึงทั้งสายไฟ สายสื่อสารร่วงลงมา ไปดึงเสาไฟต้นอื่น เอียงล้มตามลงมาอีก   ส่งผลให้ไฟฟ้าบริเวณนี้ดับเป็นบริเวณกว้าง และยังทำให้การจราจรติดขัดยาว 2 จังหวัด เนื่องจากจุดนี้ เป็นถนนแบ่งเขตกึ่งกลางระหว่างหมู่ 11 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร กับ หมู่ 4 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม   ต่อมาหนุ่มคนนี้เกิดไม่พอใจโวยวาย บอกว่า "จ่ายตังค์ได้ รวย" ชาวบ้านจึงถ่ายเป็นคลิปหลักฐาน ก็ยังมาโวยวายถามคนถ่ายคลิป นอกจากนี้หลังเกิดเหตุ หนุ่มคนนี้ก็ยังโพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมข้อความว่า "แค่นี้มีปัญญาจ่าย " ยิ่งทำให้กระแสโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ พฤติกรรมหนุ่มคนนี้อย่างหนัก หลายคนตามเข้าไปรุมจวกในเฟซบุ๊กส่วนตัว สุดท้ายหนุ่มคนนี้ออกมาโพสต์ ยอมรับว่าเป็นคนในคลิป พร้อมขอโทษสังคม "ผมแค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์" ก่อนลบโพสต์ทิ้งไป   ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกระทุ่มแบน ได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นว่า เสาไฟฟ้าล้มจำนวน 3 ต้น รวมมูลค่าไม่เกิน 150,000 บาท ซึ่งกรณีนี้รถผู้ก่อเหตุมีประกันชั้น 1 ทางบริษัทประกันได้ออกใบเคลมมาให้แล้ว อย่างไรก็ตามเสาดังกล่าวมีสายสื่อสารไฟเบอร์ออฟติคของหลายบริษัท ทั้ง TOT CAT 3BB ติดตั้งอยู่ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท คงจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายกันต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TKu4trGDzhE

 68,324
ข่าวโซเชียล
17 ธ.ค. 62

หนุ่มหงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังอวดรวยมีเงินจ่ายค่าเสาไฟ ซีดโดนการไฟฟ้าเรียก 1.5 แสน สายเคเบิ้ลอีกเป็นล้าน

โลกออนไลน์แชร์คลิปหนุ่มเสื้อฟ้าหัวร้อนหนัก หลังพี่ชายตัวเองขับกระบะสีดำ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ในถนนสวนผัก ซอย 3 ตัดใหม่ หักโค่นล้มลง จากนั้นก็ดึงทั้งสายไฟ สายสื่อสารร่วงลงมา ไปดึงเสาไฟต้นอื่น เอียงล้มตามลงมาอีก   ส่งผลให้ไฟฟ้าบริเวณนี้ดับเป็นบริเวณกว้าง และยังทำให้การจราจรติดขัดยาว 2 จังหวัด เนื่องจากจุดนี้ เป็นถนนแบ่งเขตกึ่งกลางระหว่างหมู่ 11 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร กับ หมู่ 4 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม   ต่อมาหนุ่มคนนี้เกิดไม่พอใจโวยวาย บอกว่า "จ่ายตังค์ได้ รวย" ชาวบ้านจึงถ่ายเป็นคลิปหลักฐาน ก็ยังมาโวยวายถามคนถ่ายคลิป นอกจากนี้หลังเกิดเหตุ หนุ่มคนนี้ก็ยังโพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมข้อความว่า "แค่นี้มีปัญญาจ่าย " ยิ่งทำให้กระแสโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ พฤติกรรมหนุ่มคนนี้อย่างหนัก หลายคนตามเข้าไปรุมจวกในเฟซบุ๊กส่วนตัว สุดท้ายหนุ่มคนนี้ออกมาโพสต์ ยอมรับว่าเป็นคนในคลิป พร้อมขอโทษสังคม "ผมแค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์" ก่อนลบโพสต์ทิ้งไป   ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกระทุ่มแบน ได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นว่า เสาไฟฟ้าล้มจำนวน 3 ต้น รวมมูลค่าไม่เกิน 150,000 บาท ซึ่งกรณีนี้รถผู้ก่อเหตุมีประกันชั้น 1 ทางบริษัทประกันได้ออกใบเคลมมาให้แล้ว อย่างไรก็ตามเสาดังกล่าวมีสายสื่อสารไฟเบอร์ออฟติคของหลายบริษัท ทั้ง TOT CAT 3BB ติดตั้งอยู่ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท คงจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายกันต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TKu4trGDzhE

 68,324
สังคม
16 ธ.ค. 62

การไฟฟ้าประเมิน ค่าเสียหายแสนห้า! เหตุกระบะชนเสาไฟ หนุ่มหัวร้อนโวยวายบอกมีปัญญาจ่าย

กรณีคลิปหนุ่มหัวร้อนโวยวาย หลังพี่ชายขับกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้าล้ม แถมคุยว่ารวย มีเงินจ่าย ล่าสุดเจออ่วม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกระทุ่งแบน ประเมินเบื้องต้น 1.5 แสนบาท ยังไม่รวมสายสื่อสารไฟเบอร์ออฟติคอีกหลายหน่วยงาน      จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์รถคันหนึ่งชนเสาไฟฟ้าจนหักโค่น บนถนนสวนผัก ซอย 3 ตัดใหม่ อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินทางราชการ และส่งผลกระทบให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง      ซึ่งในคลิปมีชายเสื้อสีฟ้ารายหนึ่ง ลักษณะคล้ายเมาสุรา ออกอาการโวยวาย ประกาศลั่นว่า "กูจ่ายตังได้ รวย" ก่อนที่ชายเสื้อฟ้าในคลิปจะออกมาโพสต์ขอโทษสังคมระบุว่า "ผมแค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์"     ทีมข่าวพยายามติดต่อไปที่ชายในคลิป เจ้าตัวเก็บตัวเงียบไม่ตอบคำถามใดๆ มีเพียงพี่ชายของหนุ่มเสื้อฟ้า บอกว่า ตนเป็นคนที่นั่งมาในรถ มีน้าเป็นคนขับ ขณะเกิดเหตุไม่รู้เหตุการณ์เพราะนั่งหลับมา ส่วนหนุ่มเสื้อฟ้าเป็นน้องชาย ไม่ได้มาในรถด้วย แต่พอรู้ว่าตนเกิดอุบัติเหตุก็ออกมาดู      ล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกระทุ่มแบน ได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นว่า เสาไฟฟ้าล้มจำนวน 3 ต้น รวมมูลค่าไม่เกิน 150,000 บาท ซึ่งกรณีนี้รถผู้ก่อเหตุมีประกันชั้น 1 ทางบริษัทประกันได้ออกใบเคลมมาให้แล้ว อย่างไรก็ตามเสาดังกล่าวมีสายสื่อสารไฟเบอร์ออฟติคของหลายบริษัท ทั้ง TOT CAT 3BB ติดตั้งอยู่ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

 7,486
สังคม-อาชญากรรม
16 ธ.ค. 62

คนขับรถ 6 ล้อการไฟฟ้ามองไม่เห็น ทับคนพิการร่างติดรถโยก ดับคาแยกคลองเตย

ตำรวจ สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุมีคนถูกรถชนเสียชีวิต ที่บริเวณ 5 แยก ณ ระนอง ถนนสุนทรโกษาแขวงคลองเตย เขตคลองเตย   ที่เกิดเหตุพบรถหกล้อสีส้ม ซึ่งเป็นรถของการไฟฟ้า มีนายวิโรจน์ พลอยพลายแก้ว อายุ 50 ปี คนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าที่ จากตรวจสอบที่บริเวณใต้ท้องรถ พบศพ นายสุพจน์ แดงอาสา อายุ 65 ปี ร่างติดอยู่รถโยกคนพิการสามล้อสีเหลือง ถูกทับเสียหาย มีไม้เท้าคนพิการและข้าวของเครื่องใช้หล่นเกลื่อนกลาดอยู่บนถนน   จากการสอบสวนนายวิโรจน์ ให้การว่า ขณะที่จอดติดไฟแดงอยู่ที่บริเวณแยก ณ ระนอง เมื่อไฟเขียวจึงออกตัว แต่ได้ยินเสียงดัง เหมือนทับกับวัตถุอะไรบางอย่าง จึงหันไปมองที่กระจก ก็พบล้อหลังของรถทับรถจักรยานคันดังกล่าว จึงถอยรถออก และลงไปดูพบว่ามีผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถ จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าเข้าให้การช่วยเหลือ   ด้านตำรวจระบุ จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น ผู้ตายเป็นผู้พิการขาต้องใช้รถเข็น เนื่องจากถูกรถชนเมื่อ 6 เดือนก่อน ขณะเกิดเหตุผู้ตายกำลังรอข้ามถนนตรงทางม้าลาย ขณะนั้นเป็นสัญญาณไฟแดง แต่พอกำลังข้ามสัญญาณก็เปลี่ยนเป็นไฟเขียว แต่รถที่จอดเลนซ้ายสุดก็จอดให้ข้าม จังหวะนั้นรถหกล้อซึ่งกำลังออกตัวพอดี คาดว่ามองไม่เห็น เนื่องจากรถมีความสูงและยังมีรถยนต์บังอยู่ จึงทับร่างผู้ตายจนเสียชีวิต   อย่างไรก็ตาม ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ หากเกิดจากความประมาท ก็จะต้องแจ้งหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OHOwE4eQmGA

 2,278
สังคม
16 ธ.ค. 62

คนขับรถ 6 ล้อการไฟฟ้ามองไม่เห็น ทับคนพิการร่างติดรถโยก ดับคาแยกคลองเตย

ตำรวจ สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุมีคนถูกรถชนเสียชีวิต ที่บริเวณ 5 แยก ณ ระนอง ถนนสุนทรโกษาแขวงคลองเตย เขตคลองเตย   ที่เกิดเหตุพบรถหกล้อสีส้ม ซึ่งเป็นรถของการไฟฟ้า มีนายวิโรจน์ พลอยพลายแก้ว อายุ 50 ปี คนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าที่ จากตรวจสอบที่บริเวณใต้ท้องรถ พบศพ นายสุพจน์ แดงอาสา อายุ 65 ปี ร่างติดอยู่รถโยกคนพิการสามล้อสีเหลือง ถูกทับเสียหาย มีไม้เท้าคนพิการและข้าวของเครื่องใช้หล่นเกลื่อนกลาดอยู่บนถนน   จากการสอบสวนนายวิโรจน์ ให้การว่า ขณะที่จอดติดไฟแดงอยู่ที่บริเวณแยก ณ ระนอง เมื่อไฟเขียวจึงออกตัว แต่ได้ยินเสียงดัง เหมือนทับกับวัตถุอะไรบางอย่าง จึงหันไปมองที่กระจก ก็พบล้อหลังของรถทับรถจักรยานคันดังกล่าว จึงถอยรถออก และลงไปดูพบว่ามีผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถ จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าเข้าให้การช่วยเหลือ   ด้านตำรวจระบุ จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น ผู้ตายเป็นผู้พิการขาต้องใช้รถเข็น เนื่องจากถูกรถชนเมื่อ 6 เดือนก่อน ขณะเกิดเหตุผู้ตายกำลังรอข้ามถนนตรงทางม้าลาย ขณะนั้นเป็นสัญญาณไฟแดง แต่พอกำลังข้ามสัญญาณก็เปลี่ยนเป็นไฟเขียว แต่รถที่จอดเลนซ้ายสุดก็จอดให้ข้าม จังหวะนั้นรถหกล้อซึ่งกำลังออกตัวพอดี คาดว่ามองไม่เห็น เนื่องจากรถมีความสูงและยังมีรถยนต์บังอยู่ จึงทับร่างผู้ตายจนเสียชีวิต   อย่างไรก็ตาม ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ หากเกิดจากความประมาท ก็จะต้องแจ้งหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OHOwE4eQmGA

 2,278
กีฬา
30 พ.ย. 62

บรรยากาศงานวิ่งการกุศล '50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน' นำรายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มอบให้ รพ. 7 แห่ง

เสน่ห์กีฬา... พาไปชมบรรยากาศงานวิ่งการกุศล '50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน' หนึ่งในกิจกรรมที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตประเทศไทย ได้จัดขึ้นเนื่องในโอกาศครบรอบ 50 ปี ของการก่อตั้ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17  พ.ย. 62   เป็นเวลากว่า 50 ปี ที่ กฟผ.ได้สร้างความสุข และผูกพันกับชีวิตคนไทยมาโดยตลอด นอกจากจะเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้า รวมถึงสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้า กฟผ.ก็ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม    อย่างกิจกรรมด้านกีฬา กฝผ.ก็ได้ส่งเสริมและจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำของทุกปี พอดีกับที่ปีนี้ครบรอบการก่อตั้งปีที่ 50 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิ่งการกุศล '50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน'   โดยหนึ่งในจุดเด่นของงานวิ่งครั้งนี้ คือเส้นทางการวิ่ง ที่ผู้เข้าแข่งขันจะได้วิ่งไปสัมผัสกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสองข้างทาง ที่ขนาบไปด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา บนสะพานพระราม 7    ก่อนจะปิดท้ายด้วยการท้าทายขีดจำกัดของนักวิ่ง โดยเส้นทางก่อนที่จะเข้าถึงเส้นชัยนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่งขึ้นลงอาคารทำการขอ กฟผ.ที่มาความสูงถึง 7 ชั้น ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่หาได้จากที่นี้ที่เดียว   งานวิ่งการกุศล '50 ปี กฟผ. ฮาล์ฟมาราธอน' นำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ถูกนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลน 7 แห่ง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่เขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ.   อีกหนึ่งความพิเศษของงานวิ่งในครั้งนี้ คือการได้รับเกียรติจาก ตูน บอดี้สแลม ก้อย รัชวิน และศิลปินอื่นๆ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ในการร่วมสร้างการมีส่วนร่วมทำความดีต่อสังคม 

 526
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

การไฟฟ้าเยียวยาแล้ว 1 ล้าน สาวถูกสายไฟแรงสูงตกใส่ขา รอมติจ่ายค่าทำขวัญ 12 ล้าน

โคราช-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ester Chill ได้เผยแพร่คลิปภาพวงจรปิดบริเวณหน้ารานสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าตลาดสดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เกิดไฟช็อต ทำให้สายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ตกใส่นางมาลิณี วีระสุชาติ ภรรยาของผู้โพสต์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดค่ารักษาภรรยาไปเกือบ 1 ล้านบาท และเวลาก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากการไฟฟ้าแต่อย่างใด   นางมาลิณี วีระสุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อต ล่าสุดอาการบาดเจ็บดีขึ้น และขณะนี้ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่ก็ยังคงเดินไม่สะดวก เปิดเผยว่าตลอดระยะ 2 เดือนที่นอนโรงพยาบาลหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนกว่า 970,000 บาท   ซึ่งตอนแรกทางตัวแทนการไฟฟ้าก็ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และสอบถามค่ารักษาพยาบาลว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นตนยังไม่สามารถสรุปค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ และยังไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จนกระทั่งตนเองออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจึงทำหนังสือเรียกค่าเสียหายไปยังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสีคิ้ว แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ซึ่งตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย   ด้านนายณัฐวรรธน์ อัครรุ่งเรืองกุล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บที่บ้านพัก พร้อมมอบเช็คเงินสดช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับผู้บาดเจ็บด้วย ยืนยันเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และจะดูแลค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องไปจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหายเป็นปกติ   ส่วนเรื่องค่าทำขวัญที่ทางผู้บาดเจ็บได้เรียกร้องมาจำนวน 12 ล้านบาทนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องนำเรื่องไปพิจารณาประชุมกันก่อน รวมทั้งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบด้วย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปในเรื่องของตัวเลขค่าของความเสียหายที่ชัดเจน และหลังจากนั้นก็มอบเงินค่าทำขวัญให้กับทางผู้บาดเจ็บต่อไปได้ ซึ่งทางนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บ และครอบครัว ต่างก็รู้สึกพอใจกับความช่วยเหลือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบในครั้งนี้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GjJY_AsdZ30

 1,014
สังคม
14 พ.ย. 62

การไฟฟ้าเยียวยาแล้ว 1 ล้าน สาวถูกสายไฟแรงสูงตกใส่ขา รอมติจ่ายค่าทำขวัญ 12 ล้าน

โคราช-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ester Chill ได้เผยแพร่คลิปภาพวงจรปิดบริเวณหน้ารานสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าตลาดสดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เกิดไฟช็อต ทำให้สายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ตกใส่นางมาลิณี วีระสุชาติ ภรรยาของผู้โพสต์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดค่ารักษาภรรยาไปเกือบ 1 ล้านบาท และเวลาก็ผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากการไฟฟ้าแต่อย่างใด   นางมาลิณี วีระสุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อต ล่าสุดอาการบาดเจ็บดีขึ้น และขณะนี้ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่ก็ยังคงเดินไม่สะดวก เปิดเผยว่าตลอดระยะ 2 เดือนที่นอนโรงพยาบาลหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนกว่า 970,000 บาท   ซึ่งตอนแรกทางตัวแทนการไฟฟ้าก็ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และสอบถามค่ารักษาพยาบาลว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นตนยังไม่สามารถสรุปค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ และยังไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จนกระทั่งตนเองออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจึงทำหนังสือเรียกค่าเสียหายไปยังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสีคิ้ว แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ซึ่งตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย   ด้านนายณัฐวรรธน์ อัครรุ่งเรืองกุล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บที่บ้านพัก พร้อมมอบเช็คเงินสดช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับผู้บาดเจ็บด้วย ยืนยันเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และจะดูแลค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องไปจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหายเป็นปกติ   ส่วนเรื่องค่าทำขวัญที่ทางผู้บาดเจ็บได้เรียกร้องมาจำนวน 12 ล้านบาทนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะต้องนำเรื่องไปพิจารณาประชุมกันก่อน รวมทั้งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบด้วย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปในเรื่องของตัวเลขค่าของความเสียหายที่ชัดเจน และหลังจากนั้นก็มอบเงินค่าทำขวัญให้กับทางผู้บาดเจ็บต่อไปได้ ซึ่งทางนางสาวมาลิณีผู้บาดเจ็บ และครอบครัว ต่างก็รู้สึกพอใจกับความช่วยเหลือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบในครั้งนี้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GjJY_AsdZ30

 1,014
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ย. 62

หนุ่มถามหา การไฟฟ้าอยู่ไหน? ร้องแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่ขา เจ็บหนักเดินไม่ได้ ค่ารักษาเป็นล้าน

หนุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ester Chill โพสต์ร้องเรียน กรณีแฟนสาวถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่เดินไม่ได้ ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลนานนับเดือน หมดค่ารักษานับล้านบาท ไร้ผู้เยียวยา   โดยผู้เสียหายได้แก่ อ้อม-มาลิณี วีระสุชาติ ประสบเหตุโดนสายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ขาดที่บริเวณรอยต่อสายไฟตกใส่ตัว ที่บริเวณหน้าตลาดสดสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่เกือบ 1 เดือนเต็ม แม้จะกลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่ก็ยังต้องล้างแผล และต้องทำกายภาพบำบัด เนื่องจากยังไม่สามารถเดินได้   ผ่านไปกว่า 2 เดือน สามีได้ออกมาโพสต์ทวงถามถึงผู้ใหญ่จากการไฟฟ้า หลังตลอดระยะเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวหมดเงินไปกับค่ารักษากว่า 1,000,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด โดยโพสต์ระบุ   “ฝากผู้ใหญ่การไฟฟ้าครับ ผมอยากฝากผู้รู้ นักกฎหมายช่วยดู และช่วยเหลือเรื่องการเร่งค่าเยียวยาด้วย เราเสียหายมามากพอแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าขั้นตอนมันมาก แต่เรารอมานานแล้ว รบกวนเร่งให้ที ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง มัน 2 เดือนกว่าแล้ว”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ZcKTtROAfk

 7,377
ข่าวโซเชียล
13 พ.ย. 62

หนุ่มถามหา การไฟฟ้าอยู่ไหน? ร้องแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่ขา เจ็บหนักเดินไม่ได้ ค่ารักษาเป็นล้าน

หนุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ester Chill โพสต์ร้องเรียน กรณีแฟนสาวถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่เดินไม่ได้ ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลนานนับเดือน หมดค่ารักษานับล้านบาท ไร้ผู้เยียวยา   โดยผู้เสียหายได้แก่ อ้อม-มาลิณี วีระสุชาติ ประสบเหตุโดนสายไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ขาดที่บริเวณรอยต่อสายไฟตกใส่ตัว ที่บริเวณหน้าตลาดสดสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่เกือบ 1 เดือนเต็ม แม้จะกลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่ก็ยังต้องล้างแผล และต้องทำกายภาพบำบัด เนื่องจากยังไม่สามารถเดินได้   ผ่านไปกว่า 2 เดือน สามีได้ออกมาโพสต์ทวงถามถึงผู้ใหญ่จากการไฟฟ้า หลังตลอดระยะเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวหมดเงินไปกับค่ารักษากว่า 1,000,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด โดยโพสต์ระบุ   “ฝากผู้ใหญ่การไฟฟ้าครับ ผมอยากฝากผู้รู้ นักกฎหมายช่วยดู และช่วยเหลือเรื่องการเร่งค่าเยียวยาด้วย เราเสียหายมามากพอแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าขั้นตอนมันมาก แต่เรารอมานานแล้ว รบกวนเร่งให้ที ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง มัน 2 เดือนกว่าแล้ว”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ZcKTtROAfk

 7,377
สรุปข่าว
13 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 13 พ.ย.62 ระทึกยิงกลางศาล-ชัยวัฒน์มอบตัวคดีบิลลี่-ครม.ไฟเขียวชิมช้อปใช้เฟส3

-ระทึก กลางห้องพิจารณาคดีศาล จ.จันทบุรี นายตำรวจเกษียณยศ พล.ต.ต.ยิงคู่กรณีที่เป็นคู่เขยกันและทนายหน้าบังลังก์ ระหว่างกำลังรอพิจารณาคดี ปมก่อเหตุจากข้อพิพาทที่ดินมรดก ที่ต่อสู้ทางแพ่งยาวนานถึง 10 ปี และมีการดำเนินการฟ้องอาญาเพิ่มกับ จำเลยซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าว ในข้อหาฟ้องเท็จ มือปืนโดน จนท.ศาลยิงสวน รวมเสียชีวิต 3 ราย เจ็บ 2 ราย ภรรยามือยิงร่ำไห้เสียใจ ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น คาดสาเหตุเกิดจากความกดดันและไม่ได้รับความเป็นธรรม โฆษกศาลระบุต้องตรวจสอบเพื่อปรับปรุงมาตรการความปลอดภัย หลังมือยิงพกปืนผ่านจุดตรวจเข้าศาล ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ภรรยาเสียใจ อดีตตร.ยิงคู่กรณีกลางศาลจันทบุรี ปมพิพาทที่ดินมรดก 300 ล้าน ดับ 3 เจ็บ 2   -ศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4คน ตีราคาประกันคนละ 800,000 บาท เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยอมรับน้อยใจ ยันไม่ได้เป็นคนฆ่า ย้อนถามหลักฐานที่ดีเอสไอมี เป็นของจริงหรือของเท็จ ประณามคนฆ่าเป็นคนเลวสุดๆ แต่คนแต่งเรื่องก็เลวไม่ใช่ย่อย พร้อมสาบานที่สะพานแขวนแก่งกระจานจุดพบกระดูกบิลลี่ ด้านอธิบดี DSI ปัดกลั่นแกล้ง มีหลักฐานชัด ชัยวัฒน์จับบิลลี่และไม่ได้ปล่อยตัว ขณะที่ DSI เข้าค้นไร่ชัยราชพฤกษ์ ของชัยวัฒน์ ที่จ.เพชรบุรี พี่ชายชี้ถูกตรวจละเอียดแต่ไม่เจออะไร เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ศาลให้ประกัน 'ชัยวัฒน์' เดินหน้าชน dsi ซัดคนฆ่าเลวสุดๆ คนแต่งเรื่องเลวใช่ย่อย ท้าสาบานจุดเจอกระดูก 'บิลลี่'   -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุถล่มยิง ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา จำนวน 9 ราย โดยมีนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธี บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเศร้าสลดของครอบครัว และญาติพี่น้อง ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ญาติร่ำไห้ พระราชทานเพลิงศพ 9 ชรบ.ยะลา    -นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ร่ำไห้ลูกสาวถูกดิสเครดิต บุกรุกที่สปก. 1,700 ไร่ ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน ยันลูกสาวไม่ได้บุกรุกที่ป่า สปก. แต่เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ตาม ภบท.5 โดยซื้อต่อกันมาหลายมือ ชี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอิทธิพลและอิทธิฤทธิ์ของทักษิณที่โกรธแค้นขุดปมหนีคดีมาอภิปรายในสภา ด้านปารีณา ซ้อนแกร็บไบค์มาหาธรรมนัส แจงปมที่ดินราชบุรีระบุ ที่ดินแปลงดังกล่าวได้มาตั้งสมัยรุ่นปู่ รุ่นย่าของ ส.ส.เอ๋ ตั้งแต่สมัย ตั้งแต่ 2494 นายกฯขานรับสั่งหน่วยงานตรวจสอบ ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : พ่อ 'ปารีณา' โวยลูกสาวถูกดิสเครดิต บุกรุกที่ สปก. เชื่อเป็นอิทธิฤทธิ์ 'ทักษิณ'   -ครม.ไฟเขียว ชิมช้อปใช้ เฟส 3 ไม่มีแจกเงิน 1,000 บาท แต่กระตุ้นให้คนใช้จ่ายผ่านกระเป๋า 2 มากขึ้น ใช้ 30,000 บาทแรก คืนเงิน 15% ขยายสิทธิให้ซื้อแพ็กเกจทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม อาหารได้ ปลดล็อกให้ใช้ได้ทุกจังหวัด รวมทั้งภูมิลำเนาตัวเอง เริ่มลงทะเบียนวันละ 1 ล้านคน เริ่ม 14 พ.ย. แบ่ง 2 รอบ 06.00 / 18.00 น. เปิดนาทีทองให้ผู้สูงอายุ 500,000 คน หลังลงทะเบียนไม่ทันคนหนุ่มสาว รวมให้สิทธิ 2 ล้านคน ขยายเวลาสิ้นสุดถึง 31 ม.ค.63 ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : มาแล้ว! 'ชิมช้อปใช้' เฟส 3 กระตุ้นใช้เงินตัวเองแล้วได้เงินคืน ปลดล็อกใช้ได้ทุกจังหวัด กัน 5 แสนสิทธิให้ผู้สูงอายุ   -ก.ทรัพยากรฯออกโครงการให้คน ลด ละ เลิก ใช้ถุงพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง แล้วเปลี่ยนใช้ถุงผ้า ดีเดย์เริ่ม 1 ม.ค.63 ถัดจากนั้น 1 ปีจะมีกฎหมายห้ามใช้ถุงลพาสติกเด็ดขาด ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ปี 63 แค่ขอความร่วมมือ แต่ปี 64 เอาจริง! จ่อออกกม.ห้ามใช้ 'ถุงก๊อบแก๊บ' พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง   -ครูพละที่สุโขทัยเดือด ถีบนักเรียน 2 คน หงายหลังตกเก้าอี้ หลังเรียกเคลียร์เด็กโดดเรียน ครูที่ปรากฏในคลิปยอมรับว่าทำรุนแรงจริง แต่ด้วยความรักเด็กทั้ง 2 เหมือนลูกคนที่ 2 เพราะเด็กทั้ง 2 คน ตนดูแลทั้งในเวลาเรียนและการเล่นฟุตบอล จึงผูกพันเหมือนพ่อ ผู้ปกครองเด็กฝากให้ดูแล เมื่อเช็คว่าเด็กโกหกไม่ไปเรียน จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ทำรุนแรง ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนไม่ติดใจ เพราะฝากฝังลูกไว้กับครูดูแล เด็กยอมรับผิดที่หนีเรียน ไม่โกรธที่ครูลงโทษ ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : พ่อแม่ไม่ติดใจ ครูพละหัวร้อนถีบเด็กตกเก้าอี้ ชี้ทำเพราะรักเหมือนลูก โมโหที่โดดเรียน    -ปู่วัย 65 ปีแจ้งความ ตร.ลพบุรี หลานชายวัย 16 ปี ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกาย ชกต่อยปางตาย จับมัดมือเท้าและ ขู่รีดเงิน 1,000 บาท ที่ให้ไปซื้อยาบ้าคืน ปู่เห็นหลานชายใช้เสื้อกันหนาวของตนเองผูกคอติดกับขื่อห้องน้ำ โดยกำลังดิ้นทุรนทุรายทำให้ต้องพังประตูเข้าไปให้การช่วยเหลือออกมาได้อย่างหวุดหวิด ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : เฒ่าวัย 71 ฉุนถูกเด็ก 16 เชิดเงินซื้อยาบ้า 1 พัน สั่งชายฉกรรจ์รุมตื้บ-ขู่ฆ่า   -ควันหลงยี่เป็งเชียงใหม่ เจอซากโคมลอยตกเกลื่อนทุ่งนาที่สันกำแพงนับ 100 ลูก เพจดังรวมภาพโคมตกใส่เสาไฟไหม้ ตกเกลื่อนถนน คนนอนผวาทั้งคืนกลัวไฟไหม้บ้าน จื่นมาเจอซากโคมเกลื่อน วอนหยุดจัดอีเว้นท์อันตราย ส่วนมาตรการห้ามปล่อยโคมลอยยี่เป็ง 5 อำเภอรอบท่าอากาศยานเชียงใหม่ไม่เป็นผล เพียง 2 วันโคมลอยยี่เป็งตกในพื้นที่ท่าอากาศยาน 21 ลูก ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ชาวเชียงใหม่โวย โคมยี่เป็งตกเกลื่อน กลัวไฟไหม้บ้าน แทบไม่ได้หลับได้นอน   -ล็อกตัวคางานลอยกระทง ผอ.โรงเรียนดังและเพื่อน ซื้อกามเด็ก 15 เผยแชทลับหลักฐานมัดตัวผอ.และแม่เล้า ทั้ง 2 ยังปฏิเสธ ขอให้การในชั้นศาล เค้นสอบเด็กสาววัย 15 รับว่าขายบริการให้ชายทั้ง 2 เพิ่งทำได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น เหตุเกิดที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ตร.เตรียมแจ้ง 2 ข้อหา นำตัวฝากขังศาลวันนี้   -พนักงานบริษัท นิว สตาร์ มีเดีย อดีตต้นสังกัดนัน กิ่งเพชร ส่งทนายโร่แจ้งจับ 20 ชาวเน็ต อ้างใส่ร้ายหมิ่นประมาท เป็นแก๊งลิขสิทธิ์ตบทรัพย์ ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง จากคดีล่อซื้อกระทงลิขสิทธิ์ ซึ่งภาพที่นำไปโพสต์เป็นภาพทีมงานทั้งหมดในอดีต ทีมงานบางคนเป็นตัวแทนบริษัท บางคนไม่เป็น แต่เป็นการกล่าวหาเหมารวม จึงมาแจ้งความดำเนินคดีผู้ใช้เฟซบุ๊ก กว่า 20 รายใน ข้อหาหมิ่นประมาท   -สิบตำรวจหนุ่มเจ้าบ่าวป้ายแดงชาวเชียงใหม่ เปิดใจหลังตกเป็นเหยื่อสดๆร้อนๆ โดนออร์แกไนซ์แสบทิ้งจัดงานแต่งหน้าตาเฉย ต้องวิ่งวุ่นแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจัดงานกันเอง ผ่านไปได้อย่างหวุดหวิด พบผู้เสียหายอีกหลายรายโดนเทเหมือนกัน เตรียมรวมตัวแจ้งความ   -หนุ่มโพสต์ถามหาการไฟฟ้าอยู่ไหน หลังแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่แถวตลาดสดสีคิ้ว โคราช ทำให้เดินไม่ได้ หมดค่ารักษาเป็นล้าน ไร้ผู้เยียวยา ผ่านไปกว่า 2 เดือน โวยการไฟฟ้าไม่เคยช่วยเหลือ ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : หนุ่มถามหา การไฟฟ้าอยู่ไหน? ร้องแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่ขา เจ็บหนักเดินไม่ได้ ค่ารักษาเป็นล้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h8yZ-A0Ehk4

 4,242
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ย. 62

สลด หนุ่มช่วยเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วม ถูกไฟช็อตจมน้ำ เสียชีวิต

วันที่ 1 ก.ย. 62 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ม.2 บ้านไผ่เก่า คุ้มวัดโพธิ์สิริโสภณ ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นางศิลากร จันโทแพง อายุ 43 ปี พร้อมญาติพี่น้อง พากันเก็บกวาดบ้านเพื่อจัดงานศพลูกชายชื่อว่า นายสราวุธ จันโทแพง อายุ 20 ปี ซึ่งถูกไฟฟ้าช็อต เสียชีวิต ขณะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา   นางศิลากร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน ลูกชายจึงไปช่วยเพื่อนบ้านขนข้าวของหนีน้ำท่วม หลังจากได้ข้าวของแล้วลูกชายก็จะเดินทางกลับออกมา ปรากฏว่าถูกไฟช็อตจมน้ำ เสียชีวิต ซึ่งน้ำท่วมในพื้นที่ แต่ไม่มีการตัดไฟ    เมื่อลูกชายถูกไฟช็อตจมน้ำ ญาติจึงได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้แจ้งการไฟฟ้า ทำการตัดไฟ พอไฟฟ้าถูกตัด แม่จึงรีบเข้าไปที่บ้านเกิดเหตุ เพื่องมหาร่างลูกชายเท้าก็สะดุดร่างลูก นอนอยู่ใกล้เสาไฟฟ้า จึงรีบนำร่างขึ้นมา ส่งโรงพยาบาล แต่ส่งที่ รพ.บ้านไผ่ ไม่ได้ จึงนำส่งที่ รพ.โนนศิลา และส่งต่อไปยัง รพ.พล แต่ลูกชายเสียชีวิตแล้ว ซึ่งเมื่อลูกชายเสียชีวิตแล้ว และเมื่อน้ำลดแล้วก็จะรับศพลูกชายออกจาก รพ.มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน   นางศิลากร กล่าวต่ออีกว่า ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัว เพราะคิดว่าเมื่อมีน้ำท่วมในพื้นที่ใด ไม่ว่าจะมากหรือน้อย การไฟฟ้าก็จะตัดไฟ แต่ครั้งนี้การไฟฟ้าไม่ได้ตัดไฟในทันที กลับมาตัดในช่วงที่เกิดเหตุแล้ว จึงอยากให้เป็นอุธาหรณ์ ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีความพร้อมมากกว่านี้ และลูกชายไม่ควรจะเสียชีวิตเช่นนี้ เพราะกำลังเป็นคนมีอนาคต อยู่ระหว่างการฝึกงานที่สำนักงานที่ดิน อ.บ้านไผ่ มีร่างกายแข็งแรง ว่ายน้ำเป็น ไม่น่ามาตายเพราะไฟฟ้าช็อตเช่นนี้   ด้านนางใจสวรรค์ เสามะลี อายุ 46 ปี คนในชุมชนเดียวกัน และเป็นเจ้าของบ้านจุดเกิดเหตุ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 31 สิงหาคม มีน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ผู้เสียชีวิตพร้อมลูกชาย จึงพากันมาขนเอาสิ่งของในบ้านออกไป    ขณะที่ผู้เสียชีวิตขนของ และเดินออกมาที่ประตูหน้าบ้าน ติดกับเสาไฟฟ้า ที่มีหม้อแปลงอยู่หลายอัน และถูกน้ำท่วมหม้อแปลง ก็ถูกไฟช็อตจมน้ำ ลูกชายไม่กล้าเข้าช่วย เพราะว่ามีกระแสไฟในน้ำ จึงโทรศัพท์แจ้งญาติพี่น้องที่อยู่ภายนอก ให้แจ้งการไฟฟ้าตัดไฟในชุมชนดังกล่าว เมื่อตัดกระแสไฟแล้ว ญาติพาน้องจึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าน้องเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทั้งหมดน่าจะเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ไม่ตัดไฟตั้งแต่แรก จึงเกิดเหตุร้ายขึ้น นางใจสวรรค์ กล่าว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สถานการณ์น้ำท่วม อ.บ้านไผ่ ขอนแก่นเริ่มคลี่คลาย - เปิดภาพนาทีช่วยชาวบ้านหนีน้ำขึ้นหลังคา       

 4,515
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

การไฟฟ้าเข้าแจ้งความ มิจฉาชีพแอบอ้าง-หลอกขายกล่องลดค่าไฟ ย้ำอย่าหลงเชื่อ เพราะไม่มีอยู่จริง

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. พร้อมด้วย นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน ผู้ช่วยว่าการยุทธศาสตร์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นำเจ้าหน้าที่พร้อมผู้เสียหาย จำนวน 4 คน   เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังพบว่า มีมิจฉาชีพโฆษณาหลอกขายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าอ้างว่าลดค่าไฟได้ ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage : Expert Electric อีกทั้งยังละเมิดแอบอ้างหน่วยงานรัฐหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ หรือนำภาพข่าวของ 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ปอท.)   นายจาตุรงค์ เปิดเผยว่า กฟน. กฟผ. และ PEA มีความห่วงใยประชาชนที่ถูกหลอกลวงดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงได้แจ้งดำเนินคดีทางกฎหมายกับมิจฉาชีพผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชนอย่างถึงที่สุด เนื่องจากพบว่ามีการละเมิดนำภาพตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานทั้ง 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อ แอบอ้างหลอกจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า รวมถึงแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐหรือผู้มีชื่อเสียงผู้นำมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อถูกหลอกลวงเสียทรัพย์จำนวนมาก โดยวันนี้ได้นำหลักฐานพร้อมเชิญผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับ บก.ปอท.    ทั้งนี้ กฟน. กฟผ. และ PEA ยืนยันว่าอุปกรณ์ช่วยประหยัดไฟฟ้าหรือช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านนั้นไม่มีอยู่จริง สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีการนำมาแอบอ้างหลอกลวงจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค โดย 3 การไฟฟ้าตรวจสอบแล้ว พบว่ามี 3 ลักษณะคือ 1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลย มีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง และ 3) เป็นบัตรสำหรับติด หรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริง และอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติ หรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งหากนำมาใช้อาจมีความผิดตามกฎหมายได้   อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การเปิดพัดลมช่วยให้อากาศมีการเคลื่อนที่ทำให้รู้สึกเย็นเพิ่มขึ้นได้ และไม่แช่อาหารร้อนในตู้เย็น รวมถึงไม่ควรเปิด-ปิด ตู้เย็นบ่อยครั้งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นด้วย    อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เลือกใช้เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GT64l7ymBLY

 11,165
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

'ลุงชื่น' ยันเครื่องปั่นไฟ ของจริง ไม่ลวงโลก กฟผ.แจงไม่พบชื่อเป็น พนง.การไฟฟ้า

จากกรณีนายชื่น ฝันเมฆ อายุ 75 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ อดีตพนักงานจ้างชั่วคราว การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย คิดค้นเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยมือ แต่สามารถใช้ไฟฟ้าได้นานถึง 6-8 ชั่วโมง เพียงใช้ระบบเฟืองเข้ามาช่วยขับเคลื่อน   สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ 500 วัตต์ ได้เหมือนกระแสไฟฟ้าใช้งานทั่วไป พร้อมระบุว่าได้จดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาคนไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีบริษัทต่างชาติสั่งจองนับล้านเครื่อง ราคาต้นทุนการผลิตเพียง 16,000 บาท แต่มีบางคนวิจารณ์และตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ และตั้งข้อสมมติฐานเกี่ยวกับการใช้แรงในการผลิตไฟฟ้า   ล่าสุด ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคล กฟผ. ตั้งแต่ปี 2539 ไม่พบว่า นายชื่น ฝันเมฆ เคยเป็นอดีตพนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แต่อย่างใด   ด้านลุงชื่นเปิดใจว่า ตนเองเรียนจบ ป.4 ปี 2512 ไปเรียนต่อช่างกลปทุมวัน จากนั้นได้ไปดูงานที่เมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อฝึกเรื่องเครื่องจักรกล กลับมาทำงานการไฟฟ้า เป็นลูกจ้างชั่วคราว ติดตั้งหม้อแปลง และลาออกไปทำงานเขียนแบบ และมาศึกษาเรื่องระบบเฟือง และคิดว่าจะทำอย่างไร จึงจะผลิตเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ จนผลิตเครื่องนี้ออกมา   สำหรับเครื่องที่ผลิตขึ้นนี้ราคาไม่แพง ต้นทุนกว่า 10,000 บาท เท่านั้น บนดอยที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ก็เอาไปใช้ได้ พร้อมยืนยันว่า ปั่นด้วยมือเพียง 15 นาที ใช้งานไฟฟ้าได้ 6-8 ชั่วโมง ทั้งนี้ เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นว่าเครื่องจะใช้ได้จริงหรือไม่นั้น ตนขอเชิญมาตรวจสอบ และท้าพิสูจน์ได้ เครื่องใช้งานได้จริง ถ้าไม่จริงตนคงโดนจับติดคุกไปแล้ว   ขณะเดียวกัน มีคนติดต่อเข้ามาขอให้ผลิตเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยกำลังมือเป็นจำนวนมาก ประมาณ 1 ล้านเครื่อง โดยตนเองได้จดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขายสิทธิบัตรให้บริษัทแห่งหนึ่งที่ประเทศไต้หวัน เพื่อผลิต และกำลังจะเปิดให้บริษัทที่สนใจกว่า 100 บริษัท เข้ามาประมูลเพื่อสร้างและต่อยอดผลงานนวัตกรรมเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยกำลังมือต่อไป   ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.)  กล่าวชื่นชมลุงชื่นว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่คนไทยให้ความสำคัญในการคิดค้นสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เพราะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งกรมฯเอง ก็มีจุดยืนในการสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และยังได้ช่วยเพิ่มช่องทางในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ด้วย   สำหรับสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว ขณะนี้ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับกรมฯไว้แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น โดยยังไม่มีการประกาศโฆษณา ซึ่งตามข้อกฎหมาย กรมฯ ไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดของการประดิษฐ์ได้ แต่ในระหว่างนี้ หากท่านใดสนใจอยากทราบข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อไปยังเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ได้โดยตรง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3tfKfLM-Oe8

 17,240
เศรษฐกิจ
04 ก.ค. 62

กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงยังไม่ได้อนุมัติสิทธิบัตร ลุง 75 ยื่นจดเครื่องผลิตไฟฟ้า

จากกรณีคุณลุงชื่น ฝันเมฆ อายุ 75 ปี อดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่าสามารถประดิษฐ์เครื่องปั่นไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ใช้มือปั่นเพียง 15 นาที แล้วสามารถใช้ไฟฟ้าได้นานถึง 6-8 ชั่วโมง ช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี จนมีคนสนใจซื้อจำนวนมาก นับล้านเครื่อง   พร้อมระบุด้วยว่าเครื่องปั่นไฟฟ้าดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากวิศวกร และจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว    ล่าสุดกองสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยทางกรมฯ ได้ให้ข้อมูลว่า คุณลุงชื่นได้มายื่นขอจดสิทธิบัตรจริง และทางกรมฯ ก็ได้รับเรื่องไว้แล้ว  แต่ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการพิจารณา ยังไม่ได้มีการออกสิทธิบัตรให้แต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jku6InaKgik

 3,422

Top