ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปราจีนบุรี"

ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

'เจ้างาเดี่ยว' ช้างเขาใหญ่ตกมัน เดินโชว์ นทท. โชคดีอารมณ์ดี ไม่เกี้ยวกราด

ปราจีนบุรี-เจ้างาเดี่ยวช้างเพศผู้ อายุประมาณ 20 ปี ซึ่งเป็นช้างป่าอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้เดินออกมาจากป่าและหากินตามถนนมุ่งหน้าไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และศูนย์อาหารที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (มรดกโลก) ท่ามกลางความแตกตื่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศจำนวนมาก   โดยเจ้างาเดี่ยวเดินด้วยอารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่กำลังตกมัน แต่ถ้ามีอาการดุร้ายจะสังเกตได้ว่าจะมีอาการ หางชี้ หูตั้ง แต่ครั้งนี้อารมณ์ดีจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติได้มีโอกาสเห็นช้างอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ นักท่องเที่ยวต่างถ่ายภาพความประทับใจไว้ โดยเจ้างาเดี่ยวยังคงเดินอวดโฉมหากินตามปกติ ไม่มีอาการดุร้ายเหมือนกับทุกครั้ง หรือตื่นคนเดินเข้าหานักท่องเที่ยวแต่อย่างใด สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ยิ่งนัก   ทั้งนี้ จนท.ได้ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เนื่องจากเจ้างาเดี่ยวเป็นช้างที่กำลังตกมัน แม้ว่าเจ้างาเดี่ยวจะดูท่าทีมีอารมณ์ดีก็ตาม เจ้างาเดี่ยวได้ออกมาหาอาหารกิน และเดินโชว์ตัวอยู่นาน ประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะเดินไปทางด้านหลังศูนย์อาหารเข้าป่าข้างทางโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด   ด้านนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า วันนี้มีช้างป่าขนาดใหญ่ ออกมาให้นักท่องเที่ยวได้เห็นในตอนกลางวัน ถือว่าโชคดี ปกติช้างป่าจะออกมาในช่วงกลางคืนในจุดนี้ บางครั้งก็ออกมาเพียง 1 ตัว แต่บางครั้งก็ออกมาเป็นฝูง บริเวณศูนย์อาหาร และบริเวณป่าหลังที่ทำการ บริเวณน้ำตกกองแก้ว   ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พบอยู่ประจำ แต่ก็ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเป็นสัตว์ป่า แต่เจ้าหน้าที่ก็เฝ้าระวังอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทั่วบริเวณจำต่างๆ มากกว่า 90 ตัว ที่ผ่านมาก็เคยมีช้างป่าออกมาพังร้านสวัสดิการค้นหาอาหารกินในช่วงดึก คาดว่าน่าจะได้กลิ่นอาหารถือว่าเป็นกลิ่นแปลกๆคึงดูดให้ช้างป่าอยากลอง เพราะแหล่งหากินของช้างอยู่ในป่าใกล้คนโดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเพื่อความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BIuGGPnf6Es

 771
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

หมาพิตบูลโหดขย้ำแม่วัวตาย 1 ลูกสาหัส เจ้าของโวยโดนกัดรอบที่ 5

ปราจีนบุรี-ชาวบ้านแจ้งว่าแม่วัวพันธุ์ที่ตนเลี้ยงไว้บริเวณทุ่งนาใกล้บ้าน ถูกสุนัขพันธุ์พิตบูลประมาณ 3-4 ตัวรุมกัดจนตาย 1 ตัว สภาพตามใบหน้า ลำคอ มีรอยเขี้ยว ของสุนัขรุมกัดหลายจุดจนขาดใจตายอย่างอนาถ และมีลูกวัวอายุ 2 ปีที่เลี้ยงไว้รับบาดเจ็บ อาการสาหัสเป็นแผลฉกรรจ์ อีก 1 ตัว   เจ้าของวัวเล่าว่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่าช่วงกลางดึก จึงได้ลุกขึ้นมาดูเห็นสุนัขวิ่งออกไปแล้วประมาณ 3-4 ตัว ส่วนวัวที่ถูกกัดนอนตายแล้ว จนมาช่วงเช้าพบว่าสุนัขทั้งหมดได้ไปนอนอยู่บริเวณหน้าร้านค้าปากทางเข้า โดยมีทั้งหมด 4ตัว เป็นพันธุ์พิทบูล 3 ตัว และพันธุ์ไซบีเรียน 1ตัว   ซึ่งสุนัขทั้งหมดเป็นของเพื่อนบ้านอยู่ห่างจากที่เลี้ยงวัวอยู่เกือบ 1 กิโลเมตร โดยเกิดเหตุครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้แจ้งความไว้ตลอดมา และเป็นคดีความศาลได้มีการตัดสินเสียค่าปรับไปแล้ว แต่ในเรื่องของการฟ้องค่าเสียหายอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพง   จนล่าสุดครั้งนี้ถึงขั้นรุมกัดจนตายไป 1 และเจ็บอีก 1 ตนอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวของ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแต่วัวตนเองเท่านั่น ยังมีของชาวบ้านอีกหลายรายที่โดนฝูงสุนัขฝูงนี้กัด แต่เค้าไม่ได้ไปแจ้งความเท่านั้น   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุยังไม่เห็นเจ้าของแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งตนเองก็คงต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวของ ลงมาตรวจสอบการเลี้ยงสุนัขฝูงดังกล่าว ตนเองไม่โทษสุนัขแต่โทษเจ้าของที่ปล่อยเลี้ยงอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นสุนัขที่ดุร้าย แต่ยังปล่อยให้เดินเพ่นพล่านแบบนี้ โชคดีแค่ทำร้ายสัตว์ด้วยกันหากวันไหนเกิดกัดเด็กหรือประชาชนทั่วไปใครจะรับผิดชอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZLodc4P7xhY

 2,123
ข่าวภูมิภาค
07 ก.ค. 62

พิทบูลรุมขย้ำแม่วัวตาย 1 เจ็บ 1 เจ้าของวัว เผย ไม่โทษสุนัข โทษคนเลี้ยงปล่อยเดินเพ่นพ่าน

วันที่ 7 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรับแจ้ง จากนายธงชัย ไพเราะ อดีตสมาชิก อบต.ท่าตูม ว่าแม่วัวพันธุ์ที่ตนเลี้ยงไว้บริเวณทุ่งนาใกล้บ้าน ถูกสุนัขพันธุ์พิทบูลประมาณ 3-4 ตัวรุมกัดจนตาย 1 ตัว และมีลูกวัว อายุ 2 ปีที่เลี้ยงไว้รับบาดเจ็บหนัก อีก 1 ตัว    ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ  หมู่ 9 บ้านย่านนางวิ่ง ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี บริเวณทุ่งนาซึ่งเป็นที่ของนายธงชัย พบมีวัวแม่พันธุ์นอนตายอยู่บริเวณดังกล่าว สภาพตามใบหน้า ลำคอ มีรอยเขี้ยว ของสุนัขรุมกัดหลายจุด   นอกจากนั้นยังพบลูกวัวสีน้ำตาล อายุประมาณ 2 ปี ได้รับบาดเจ็บ เดินวนไปมาอยู่ในที่เกิดเหตุ จากสภาพตามใบหน้า มีรอยถูกเขี้ยวสุนัขกัดหลายจุดทั่วใบหน้า บริเวณใบหูด้านซ้ายฉีกขาด ด้านหลังใบหูมีบาดแผลฉกรรจ์ อยู่ในอาการเซื่องซึม    จากการสอบถามนายธงชัย ไพเราะ เจ้าของวัว เล่าว่า ช่วงประมาณตีสองคืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงสุนัขเห่าจึงได้ลุกขึ้นมาดู เห็นสุนัขวิ่งออกไปแล้วประมาณ 3-4 ตัว ส่วนวัวที่ถูกกัดนอนตายแล้ว จนมาช่วงเช้าพบว่าสุนัขทั้งหมดได้ไปนอนอยู่บริเวณหน้าร้านค้าปากทางเข้า โดยมีทั้งหมด 4 ตัว เป็นพันธุ์พิทบูล 3 ตัว และพันธุ์ไซบีเรีย 1 ตัว โดยทั้งหมด เป็นสุนัขของบ้านอยู่ห่างจากที่วัวอยู่เกือบ 1 กิโลเมตร ครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรก เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้แจ้งความไว้ตลอดมา และเป็นคดีความศาลได้มีการตัดสินเสียค่าปรับไปแล้ว แต่ในเรื่องของการฟ้องค่าเสียหายอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพง    จนล่าสุดครั้งนี้ถึงขั้นรุมกัดจนตายไป 1 และเจ็บอีก 1 ตนอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวของ บังคับใช้กฎมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแต่วัวตนเองเท่านั้น ยังมีของชาวบ้านอีกหลายรายที่โดนฝูงสุนัขฝูงนี้กัด แต่ไม่ได้ไปแจ้งความเท่านั้น    ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุยังไม่เห็นเจ้าของแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งตนเองก็คงต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวของ ลงมาตรวจสอบการเลี้ยงสุนัขฝูงดังกล่าว ตนเองไม่โทษสุนัข แต่โทษเจ้าของที่ปล่อยเลี้ยงอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นสุนัขที่ดุร้าย แต่ยังปล่อยให้เดินเพ่นพ่านแบบนี้ โชคดีแค่ทำร้ายสัตว์ด้วยกันหากวันไหนเกิดกัดเด็กหรือประชาชนทั่วไปใครจะรับผิดชอบ  

 2,127
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ค. 62

พายุถล่มไม่ถึงสิบนาที ทำต้นไม้นับ 10 หักโค่นทับวัด-โรงเรียน พังเสียหาย

ปราจีนบุรี - นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้รับรายงานว่า เกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ในหลายพื้นที่ของอำเภอกบินทร์บุรี หลังจากฝนหยุดตกมีรายงานว่าแรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน เช่น ตำบลบ้านนา ตำบลย่านรี ตำบลบ่อทอง และตำบลนนทรี    ส่วนที่ตำบลบ่อทองพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นเป็นจำนวนมาก กีดขวางถนน และในหมู่บ้านหลายแห่ง นอกจากนี้ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้หักโค่นทับอาคารเรียนขณะที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ รวมทั้งวัดเสียหายจำนวนมาก   ตรวจสอบพบว่าภายในวัดบ่อทองรังสรรค์ บ้านนาใต้ ม. 6 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุกว่า 50 ปี ถูกแรงลมพายุพัดหักโค่นระเนระนาดจำนวนนับสิบต้น และยังล้มทับศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ รวมทั้งกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย    นอกจากนี้ต้นไม้ยังได้ล้มทับหลังคาอาคารเรียนของโรงเรียนบ่อทองวิทยา ได้รับความเสียหายและยังมีอีกหลายต้นที่กำลังจะโค่นลงมาอีก ทำให้ครูรวมทั้งนักเรียนต่างหวาดผวา   ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี พร้อมด้วยจิตอาสา ได้นำเลื่อยยนต์ตัดทอนกิ่งไม้ออกจากอาคารเรียน รวมทั้งที่กีดขวางถนนเป็นไปอย่างอยากลำบากเพราะต้นไม้มีขนาดใหญ่ ส่วนภายในวัดคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกหลายวันเพราะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นนนทรี พะยูง และต้นประดู่ ที่โค่นล้มอีกร่วม 20 ต้น   ส่วนพระสายชล สันตะจิตโต ยุ 45 ปี พระลูกวัด กล่าวว่า หลังจากที่กำลังฉันท์เพลได้มีลมพายุพัดหมุนมานานประมาณ 10 นาที แรงลมมาจากด้านทิศใต้ของวัดพัดเอาต้นไม้ที่ปลูกไว้ในวัดหักโค่นล้มนับสิบต้น ทำศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ และกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย รวมทั้งโรงเรียนที่ข้างวัดด้วย   ด้านนายวิชัย แลกชำนาญ ผญ.ม.6 ต. บ่อทอง เปิดเผยว่า ลมพายุได้พัดเอาต้นไม้ที่อยู่ในวัดหักโค่นจำนวนมาก ทำให้ทรัพย์สินในวัดเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาคารเรียนของโรงเรียนได้รับความเสียหายไปด้วย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/J6B71sw8SKk

 3,070
ข่าวภูมิภาค
25 มิ.ย. 62

ตามหา พระบวชใหม่หายตัวจากวัดปริศนา หลังไถดินโดนตอต้นตะเคียน หมอดูบอกโดนผีบังตา

ปราจีนบุรี-ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีพระภิกษุสงฆ์หายตัวออกจากวัดโพธิญาณ (เกาะเค็ด) ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ หลังจากที่มาบวชที่วันได้เพียงวันเดียว โดยพระรูปดังกล่าวคือพระประมูล มาทา อายุ 60 ปี เป็นพระลูกวัดที่เพิ่งบวชเมื่อวันที่ 23 มิ.ย 62 ที่ผ่านมา   จากการสอบตรวจภายในบริเวณกุฏิของพระประมูล พบเพียงเสื่อ หมอน บาตร และ จีวร เครื่องใช้บางส่วน ที่พระประมูล ทิ้งไว้ และจากการสอบถามพระใบ ศิริธโร อายุ 65 ปี พระลูกวัด ที่อยู่กุฎิเดียวกันให้ข้อมูลว่า ตอนตี 1 ได้ยินเสียงพระประมูล ออกมาเข้าห้องน้ำ และในช่วงเช้าได้มาเรียกพระประมูล เพื่อที่จะออกไปบิณฑบาต แต่ไม่มีเสียงตอบ   ตนคิดว่าพระคงจะออกไปที่บ้านญาติ แต่หลังจากบิณฑบาตมาถึงบ้านของพระประมูล ภรรยาพระประมูลได้ถามถึงพระประมูล ว่าไม่ได้ออกมาด้วยหรือ ตนตอบว่าคิดว่ามาที่บ้านก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นญาติได้มาที่วัด ซึ่งค้นหาจนทั่ววัดแล้วไม่พบตัวพระประมูล   จากการสอบถามญาติของพระประมูล ทราบว่า ก่อนที่พระประมูลจะมาบวชนั้น ภรรยามาบอกว่าขอให้บวชด้วย เนื่องจากว่ามีอาการจิตหลอน คล้ายมีวิญญาณติดตาม โดยก่อนหน้านี้ตอนเป็นฆราวาสเมื่อประมาณเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา พระประมูลไปรับจ้างไปไถที่เพื่อปรับที่ให้วัดหัวนา ม.1 ใน ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็นป่าช้าเก่า   โดยระหว่างการไถที่นั้น รถไถได้ไปไถดันเข้ากบตอไม้ คาดว่าน่าจะเป็นต้นตะเคียน และไม่ได้พูดจาหยาบคาย จากนั้นก็ขึ้นรถไถดันจนตอไม้หลุด ต่อมาพระประมูล ก็มีอาการแปลกๆ มีอาการแขนขาอ่อนแรง ซึ่งไปให้หมอตรวจ หมดแค่บอกว่าเป็นอาการของคนวัยทองเท่านั้น ซึ่งทางญาติและลูกเมียไม่คิดเช่นนั้น ปกติแล้วพระประมูลยังมีร่างกายที่แข็งแรง คาดว่าน่านะเกิดจากการที่พระประมูลได้ไปหลบหลู่สิ่งเร้นลับบางอย่าง   ทางญาติลูกเมียจึงได้พาพระประมูลมาบวชเพื่อที่จะขออโหสิกรรมแก่เจ้ากรรมนายเวร แต่ในที่สุดพระประมูลก็มาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ญาติพยายามตามหาจนทั่ว ตามวัดต่างๆ หรือที่พระประมูลไปไถที่ก่อนหน้านี้ แต่ไม่พบ   ทางญาติไปหาหมอดูหรือร่างทรงตามความเชื่อ ซึ่งหมอดูแจ้งว่า พระประมูลถูกบังตาไว้ เนื่องจากไปหลบหลู่สิ่งศักดิ์บางอย่างเข้า ด้านภรรยาและญาติๆ ได้ออกค้นหาตามที่ต่างๆ แต่ก็ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด จึงไปแจ้งความคนหายและลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ไว้เป็นหลักฐานดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N4ms7YXXqUI

 3,100
ปากท้องร้องทุกข์
17 พ.ค. 62

ตายายเครียดค่าน้ำพุ่งหลักหมื่น การประปาให้ช่วยหารกันจ่าย ทั้งที่ พนง.คิดเงิน-จดมาตรผิด

ปราจีนบุรี- นายคำพอง กองแก้ว อายุ 84 ปี ได้ร้องขอความเป็นธรรมว่า ค่าน้ำประปาที่เคยใช้ประมาณเดือนละไม่เกิน 200 บาท ใช้มานานเกือบ 10 ปี จู่ๆ ค่าน้ำประปาพุ่งพรวดเกือบ 15,000 บาท ทั้งที่อยู่กันแค่สองคนกับภรรยา มีรายได้เพียงเงินผู้สูงอายุ และเก็บผักเล็กๆ น้อยๆ ขายตลาดเพื่อเลี้ยงชีพ แถมถูกประปาขู่ไม่จ่ายจะฟ้องและตัดมิเตอร์ ทำให้ตัวเองเครียดจนไม่มีทางออก   จากการตรวจสอบพบว่าใบแจ้งค่าน้ำประปาการประปาส่วนภูมิภาค สาขากบินทร์บุรี เริ่มผิดปกติ วัน/เดือน/ปี ที่อ่าน ครั้งก่อน 09/03/62 เลขในมาตรวัดน้ำ 1036 และจดครั้งนี้ 09/04/62 เลขในมาตรวัดน้ำ 1679 หน่วย น้ำที่ใช้ 643,000 ลิตร คิดเป็นเงินค่าน้ำ 13,757.25 บาท ค่าบริการทั่วไป 30 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 965.11 บาท รวมเงินครั้งนี้ 14,752.36 บาท ซึ่งผิดปกติจากเดือนก่อนหลายร้อยเท่า   หลังจากที่ค่าน้ำประปาผิดปกติ เจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขากบินทร์บุรี ได้เรียกนายคำพอง กองแก้ว เจ้าของบ้านเข้าพบเพื่อประนอมหนี้ และให้จ่ายผ่อนชำระงวดแรกเป็นจำนวนเงิน 2753.00 บาท ส่วนที่เหลือให้จ่ายเดือนละ 1,000 บาทจนกว่าจะครบ ซึ่งนายคำพองคิดว่าจ่าย 2753.00 บาทแล้ว จะจบสิ้นไม่ต้องจ่ายอีกแต่เรื่องไม่จบเพียงแน่นี้แต่การประปาให้จ่ายผ่อนชำระตามจำนวนคือ 14,752.36 บาท ถ้าไม่จ่ายผ่อนชำระจะดำเนินการตามขั้นตอน และตัดมิเตอร์น้ำ จึงทำให้นายคำพองเกิดอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด   ทั้งนี้ ผจก.การประปาส่วนภูมิภาคสาขากบินทร์บุรี ได้พบกับผู้เสียหายและได้พูดคุยกัน พร้อมยอมรับว่าเป็นความผิดของการประปา ที่อาจเกิดจากระบบการเงินมีความผิดพลาด และการจดมาตรผิดของพนักงาน   ต่อมาทางลูกชายผู้เสียหายเผยว่า ทางผจก.การประปาบอกทางออกของเรื่องนี้ว่า ต้องเฉลี่ยกันออกค่าน้ำ ทำให้ทางผู้เสียหายไม่ยินยอม เพราะไม่ใช่ความผิดของตน ส่วนเงินที่จ่ายไปแล้ว 2 พันกว่าบาทก็ไม่ได้คืน ยังเหลืออีกหมื่นกว่าบาท ซึ่งทางตนจะไม่ยอมจ่ายแน่นอน เพราะไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องรับผิดชอบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3iwbdXGtsj4

 15,246
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

สลด ยายปั่นจักรยานไปส่งหลานเปิดเทอมวันแรก ถูกกระบะชนกลางทาง เด็กเสียชีวิต

ปราจีนบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนจักรยานนักเรียน ในที่เกิดเหตุมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และผู้สูงอายุ 1 ราย อาการหัสทั้งคู่ และได้มีพลเมืองดีนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี ต่อมาเด็กนักเรียนได้เสียชีวิต เหตุเกิดถนนสายบ้านหนองสังข์-วังท่าช้าง ก่อนถึงโรงเรียนบ้านกุงประชาสวรรค์ 50 เมตร ม.3 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี   จากการตรวจสอบพบว่ายายอายุ 55 ปี ได้ขี่จักรยานไปส่งหลานวัย 5 ขวบไปโรงเรียนวันแรกในวันเปิดเทอม ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ถูกรถกระบะพุ่งชนจนทำให้เด็กเสียชีวิต และยายได้รับบาดเจ็บ   ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า หลังประสบเหตุได้ลงไปช่วยเหลือทั้งสองคนและมีอาการสาหัส ขณะเดียวกันได้มีพยาบาลสาว รพ.กบินทร์บุรี ขับรถยนต์ผ่านมาเห็นเด็กอาการหนักจึงรีบนำส่ง รพ. ส่วนคนขับเป็นหญิงสาว และเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ส่วนสาเหตุน่าจะหลับใน หรือวูบ และจะก้มหยิบอะไรสักอย่างจึงมองไม่เห็นเด็กนักเรียน และถนนไม่มีรอยเบรก   เบื้องต้น ตร.สภ.วังตะเคียน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่แต่อย่างใด เพราะต้องรอไปตรวจสอบ ที่ รพ.กบินทร์บุรี ก่อน ส่วนผู้ขับขี่เบื้องต้นทราบชื่อ น.ส.จริยา อิ่มบุญสุ อายุ 34 ปี ส่วนสาเหตุคนขับรับสารภาพว่าวูบ และจะแจ้งข้อกล่าวหาขับรถประมาณทำให้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VXCOGdlPadM

 5,447
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ค. 62

จับชายปราจีนฯ ค้นเป้เจอซากลูกหมีควาย อ้างเจอติดบ่วงตาย เลยจะเก็บมากิน

เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยแพร่ภาพการจับกุมชาวบ้านพร้อมซากหมีได้ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน บริเวณป่าคลองน้ำใส ในเขตอุทยานฯ ท้องที่ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี   ทราบชื่อคือ นายศุภกิตต์ ทองบรรจบ อายุ 40 ปี เป็นสมาชิกลูกบ้านในพื้นที่ หมู่ 1 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ตรวจค้นในเป้ที่สะพายหลังพบซากลูกหมีควายอายุประมาณ 3-6 เดือน โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนได้เข้าไปหาตัดยอดหวายเพื่อนำไปขาย   แต่พบลูกหมีควายติดบ่วงตายอยู่ใกล้จุดที่ตนหาหวาย จึงได้แอบเอาลูกหมีดังกล่าวใส่เป้สะพายออกมาเพื่อนำมาทำเป็นอาหาร แต่มาถูกจำเสียก่อน คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและให้นำเข้าไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบหาหลักฐานการกระทำผิดเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการดำเนินคดีต่อผู้ต้องหารายดังกล่าวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c-3pPLZsW6c

 1,660
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ค. 62

พายุฤดูร้อนถล่มปราจีนฯ น้ำจากโรงงานไหลทะลักท่วมบ้านเรือนเสียหาย

ปราจีนบุรี-มีรายงานว่า ในเขต อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีฝนตกหนักนานเกือบชั่วโมง ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง หลังจากฝนหยุดตกพบว่าในโรงงานแห่งหนึ่งในเขตนิคมอุตสาหกรรม ไหลทะลักออกมาไม่ต่างไปกับน้ำป่า และท่วมบ้านเรือนประชาชนบ้านโป่งไผ่ ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ น้ำที่ไหลออกมาได้เข้าท่วมบ้านของประชาชน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก   ต่อมาทางโรงงานดังกล่าวได้ส่งตัวแทนออกมา พร้อมกับ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7เข้าตรวจสอบ ซึ่งทางโรงงานเองยังไม่มีบทสรุป เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ ไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องรอวันที่โรงงานเปิด จะได้นำเรื่องเรียนให้ผู้บริหารทราบ เพื่อที่จะแก้ไข ส่วนสาเหตุที่น้ำไหลทะลักออกมาจากโรงงานนั้น เนื่องจากท่อน้ำภายโรงงานมีการอุดตัน ทำให้น้ำภายในไม่สามารถระบายได้ทัน จึงมีสภาพอย่างที่เห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sgVwzMEDmOM

 1,752
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

ไฟไหม้เศียรหลวงปู่ทวด วัดดังปราจีนฯ ขณะก่อสร้าง ช่างโดดหนีรอดตายหวุดหวิด

ปราจีนบุรี-เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณภายในวัดโพธิ์ทอง ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งบริเวณดังกล่าวได้มีการก่อสร้างเศียรของหลวงปู่ทวด ขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 3-4เมตร ได้ถูกไฟไหม้จนเหลือแค่โครงเหล็ก นอกจากนั้นยังมีเต็นท์ขนาดใหญ่ที่กางตั้งไว้ข้างๆ ถูกเปลวไฟไหม้ได้รับความเสียหายไปด้วย ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความอภินิหารของหลวงปู่ทวด   จากการสอบถามนายจำรูญ วงษ์อยู่ อายุ 41 ปี ช่างเชื่อมเหล็กอยู่ภายใน ทราบว่าขณะที่ตนกำลังเชื่อมเหล็กอยู่ภายในเศียรของหลวงปู่ทวด ได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรกับโครงเหล็กของเศียรพระ จากนั้นสะเก็ดไฟก็ไปโดนแผ่นฝังภายใน ที่ทำด้วยโฟม จนเกิดประกายและลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ตนจึงได้กระโดดหนีตายลงมาจากนั่งร้านมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่รถดับเพลิง จะเดินทางมาถึง   จากการสอบถามเจ้าอาวาส ทราบว่า เศียรหลวงปู่ทวด สร้างมาจากเงินบริจาคของญาติโยมที่มาร่วมทำบุญเพื่อให้ชาวบ้านได้มากราบไหว้ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวพุทธ มูลค่าประมาณ 200,000 บาท เหลืออีกเพียงเล็กน้อยก็ได้เสร็จแล้ว แต่มาถูกไฟไหม้ก่อน ซึ่งต้องดูกำลังก่อนว่าจะดำเนินการต่อหรืออย่างไร เมื่อครั้งก่อนไฟก็ไหม้ภายในโบสถ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ก็กำลังบูรณะใหม่แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ครั้งนี้ก็มาโดนอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ipl_GLicsic

 4,176
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

พายุฤดูร้อนถล่มปราจีนฯ กิ่งต้นไทรหักทับรถ-เป็ดเหลืองอุดรบินขึ้นฟ้า

ปราจีนบุรี-เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ ส่งผลให้กิ่งต้นไทร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 ซม. หักทับรถยนต์เสียหาย จำนวน 2 คัน ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางจนท.ได้นำเลื่อยยนต์พร้อมรถยนต์ไปทำการตัดกิ่งต้นไทรและยกกิ่งไม้ออกจากรถทั้ง 2 คัน   ขณะที่ จ.ราชบุรี เกิดพายุพัดถล่มรอบสอง โรงเรียนบ้านหนองสีนวล ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พังเสียหาย ทั้งอาคาร หลังคากระเบื้อง ฝ้าเพดานหลุดปลิวหายเป็นรูโหว่หมดทุกชั้น ภายในห้องเรียนโต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งอุปกรณ์ทางการศึกษาของเด็ก ๆ เปียกโชกไปด้วยน้ำฝน ต้องซ่อมให้เสร็จก่อนเด็กจะเปิดเรียน   ส่วนที่ จ.อุดรธานี มีคลิปนาทีเป็ดเหลืองเมืองอุดรธานี ถูกลมพัดหอบขึ้นบนหลังคาร้านนวด ช่วงเย็นวันที่ 28 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 18.00 น. โดยช่วงเวลาดังกล่าวเกิดพายุและลมแรงมาอย่างหนัก จะเห็นเสียงชาวบ้านร้องด้วยความตกใจขณะเป็ดเหลืองบินขึ้นฟ้า ขณะที่มีประชาชนที่นั่งเป็ดเหลืองต้องติดอยู่ในหนองน้ำ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครอุดรธานีช่วยเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vNRcPU-13IY

 1,064
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 62

พายุพัดถล่มปราจีนบุรี สวนทุเรียนหมอนทอง-ก้านยาว เสียหายกว่า 54 ล้านบาท

ปราจีนบุรี - เกิดพายุฤดูร้อนส่งผลทำให้สวนผลไม้ ในพื้นที่ ตำบลบ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ของ นายมนัส ฮวดจึง ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน เป็นสวนทุเรียนแปลงใหญ่ พบว่า มีต้นกิ่งและต้นทุเรียนหัก รวมทั้งทุเรียนหมอนทอง ก้านยาวร่วงหล่นจากต้นเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าของสวนกำลังเดินเก็บผลทุเรียนที่หล่นตามสวน โดยมีเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอเมือง ได้ลงพื้นที่ไปดูแลและช่วยเหลือ   นายมนัส ฮวดจึง มีพื้นที่สวนผลไม้ทั้งหมด 30 ไร่ ปลูกทุเรียน 20 ไร่ นอกนั้นเป็นพวกเงาะ มังคุด ลองกอง ถูกพายุพัดร่วงหล่นเสียเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีทุเรียนหมอนทองร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก ประมาณ 1000 ลูก ซึ่งทางเจ้าของส่วน จะทำการเก็บขายในช่วงต้นเดือน พ.ค. นี้ โดยขายส่งในราคา กก.ละ 150 – 170 บาท ทำให้เจ้าของสวนได้รับความเสียหายกว่า 4 แสนบาท   ส่วนสวนทุเรียนของนายอภิวัฒน์ พลีน้อย ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ดงขี้เหล็ก มีพื้นที่สวนทุเรียน 13 ไร่ ถูกพายุพัดจนทำให้ทุเรียนหล่นกว่า 300 ลูก โดยทางเจ้าของสวนกำลังจะเก็บเกี่ยวในสิ้นเดือนนี้ เพื่อนำไปส่งขายที่ตลาด อตก. จ.นนทบุรี ในราคา กก.ละ 200 บาท ทำให้สูญเสียเงินประมาณ 500,000 บาท    จากการตรวจสอบของทางราชการ พบว่า มีสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี ทำสวนผลไม้ จำพวกทุเรียน ประมาณ 40 ราย มีพื้นที่ถูกลมพัดสวนทุเรียนเสียหายกว่า 400 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท    ส่วนบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ต.หนองโพรง ต.ท่าตูม ต.หัวหว้า ต.ศรีมหาโพธิ และ ต.บ้านทาม ถูกพายุพัดพังเสียหาย 60 หลังคาเรือน อ.บ้านสร้าง ประกอบด้วย ต.บางปลาร้า ต.กระทุ่มแพ้ว ต.บางยาง ต.บางเตย ต.บางแตน มีบ้านถูกพายุพัดพังเสียหาย 93 หลังคาเรือน พื้นที่ อ.เมือง ต.ดงขี้เหล็ก ต.บ้านพระ ต.โนนห้อม ต.ดงพระราม ต.รอบเมือง มีบ้านเรือนราษฎรเสียหาย จำนวน 139 หลังคาเรือน รวมทั้งอำเภอกบินทร์บุรี ถูกพายุพัดหลังคาบ้านพังไปหลายหลังคาเรือนเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/qoXsqfSVlZ8

 791
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย

กรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือเอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   หลังเกิดเหตุมีการตรวจสอบวงจรปิดร้านใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพนายทอง เดินออกมาจากร้านนวด สะพายกระเป๋าข้างสีดำ คาดว่าในกระเป๋าซ่อนปืนไว้ ซึ่งเดินผ่านกล้องวงจรปิดอย่างใจเย็น โดยมี ด.ช.วัย 6 ขวบวิ่งตาม แล้วนายทองก็จูงมือเดินขึ้นรถไป โดยพบว่ามีการนำรถเก๋งคันก่อเหตุ ไปจอดไว้ริมถนนห่างจากร้านนวด ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายทอง เขียวฉะอ้อน หรือนายทอง อายุ 51 ปี ผู้ก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ได้เรียกพยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนหาสาเหตุ   จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวปิยนันท์ มีสามีทั้งหมด 4 คน ก่อนเกิดเหตุนายทอง สามีคนที่ 4 ซึ่งเลิกรากันแล้ว (ไม่มีลูกด้วนกัน) ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว มาหานางสาวปิยนันท์ ที่ร้านนวดจุดเกิดเหตุ เพื่อเคลียร์ปัญหาและมาง้อขอคืนดี  แต่นางสาวปิยนันท์ไม่ยอมคืนดีด้วยจึงใช้ปืนยิงเสียชีวิต พร้อมกับนางวรีรัตน์  เจริญบูรณ์พันธุ์ เจ้าของร้านนวดซึ่งเป็นแม่ของนางสาวปิยนันท์   หลังจากก่อเหตุนายทอง ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน กง 3320 สุโขทัย หลบหนีไป พร้อมนำตัวเด็กชายนันทพัทร์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 6 ขวบ ลูกของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 3 ติดรถไปด้วย จนไปถึง จ.ชัยนาท เวลาประมาณ 04.00 น.ของคืนเกิดเหตุ โดยได้จอดรถทิ้งไว้บริเวณ หน้าวัดประชุมธรรม(วัดทับนา) หมู่ที่ 5 ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท   ชาวบ้านละแวกนั้น เล่าว่า ตื่นมาเปิดบ้านตามปกติเวลาประมาณตี 5 ก็พบรถคันดังกล่าว เปิดกระจกทิ้งไว้ เมื่อเดินไปดูพบว่ามีเด็กนอนอยู่ในรถ ในสภาพเลือดเปื้อนเสื้อจำนวนมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมนำเด็กออกมาดูแล หาขนมและนมให้ดื่มเพื่อประทังความหิว มีแผลบาดเจ็บเล็กน้อยใต้รักแร้ซ้าย ปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหันคา และเชิญ จนท.สหวิชาชีพ มาร่วมสอบถามน้องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าจับกุมเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์โหดเหี้ยม ยังไม่มีเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ชุดสืบสวนกำลังแกะรอยเส้นทางหลบหนี พร้อมติดตามตัวเพื่อนที่พาหลบหนีมาสอบสวน เบื้องต้นพบว่านายทองก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัวกับชู้สาว   สำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ญาติส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถามนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ ลูกชายของนางวรีรัตน์ เจ้าของร้านนวด เผยว่า ตนเรียนอยู่กรุงเทพฯ โดยช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ ได้โทรคุยกับแม่ กระทั่งเวลา 20.00 น.หลังจากเลิกเรียน โทรหาแม่อีกครั้งเกือบ 20 สาย แต่ไม่มีคนรับ พอกลับถึงที่พัก เวลาประมาณเที่ยงคืน ก็โทรหาอีกก็ไม่มีคนรับ จึงโทรบอกพ่อคือนายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ ซึ่งอยู่ที่กบินทร์บุรี ว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย จากนั้นพ่อได้โทรกลับมาบอกว่าแม่เสียแล้ว   ด้านนางสาวกันยา แต้มเพ็ชร ลูกสาวของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 1 เล่าว่า ทราบเรื่องที่นายทอง ขู่ฆ่าแม่ของตนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าจะทำจริง โดยแม่มีปัญหากับนายทองและเลิกรากันมานาน 1 ปีแล้ว เพราะนายทองชอบดื่มเหล้าและด่าทอ หึงหวงว่านางสาวปิยนันท์จะมีสามีใหม่ ซึ่งนายทองพยายามโทรศัพท์มาง้อให้นางสาวปิยนันท์ กลับไปอยู่ด้วย   พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่กลับไป จะฆ่าทั้งครอบครัว แม่ตนเองก็กลัวเพราะรู้ว่านายทองเป็นคนเอาจริง จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กบินทร์บุรี   ตนเคยขอให้แม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ จ.ระยอง แต่แม่ไม่ไปเพราะอยากอยู่ที่ร้านนวดดูแลนางวรีรัตน์ กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตนเองอยากให้นายทองเข้ามาขอขมาแม่และอาม่า   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายทอง พบว่า 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา นายทองได้โพสต์แสดงความคิดเห็นพูดคุยกับเพื่อนในเฟซ เหมือนตั้งใจจะก่อเหตุดังกล่าว โดยระบุว่า “ตอนเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้คงต้องอยู่กันตอน...,ก็ดีแล้วที่ไม่คุยเดี๋ยวไปจะได้ไม่ต้องบอกลากัน,อยากกินอะไรก็รีบกินเมื่อมีโอกาส,เวลามันเหลือน้อยแล้วนะ,เดี๋ยวจะไปเคลียร์ให้จบ”   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายตู่  สามีคนที่ 3 ของนางสาวปิยนันท์ ตามข่าวระบุว่าเป็นเพื่อนกับนายทอง ผู้ก่อเหตุ น่าจะมีปัญเรื่องชู้สาวกันหรือไม่ นายตู่ระบุว่า ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แค่เคยรู้จักกับนายทอง ผิวเผินเท่านั้น เพราะเคยทำงานอยู่โรงสีข้าว ที่ จ.สุโขทัย ด้วยกัน    ส่วนที่นายทอง ลงมือก่อเหตุไม่น่าจะเกี่ยวกับตน เพราะเรื่องระหว่างตนกับนางสาวปิยนันท์ เลิกรากันไปนานแล้ว และไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่อดีตภรรยา มาคบหากับนายทอง ทั้งนี้ในคืนเกิดเหตุตำรวจโทรมาบอก ตนก็ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงลูกมาก เมื่อทราบว่าปลอดภัยก็โล่งใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjYKb966II0

 1,790
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

เจอแล้ว ด.ช. 6 ขวบ หายตัว หลังคนร้ายก่อเหตุยิง 2 แม่ลูก ดับคาร้านนวด

จากกรณีเกิดเหตุยิงกันตาย 2 ศพ ภายในร้านนวดชื่อ คุณรัตน์ นวดเพื่อสุขภาพ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายในร้าน พบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย ทราบชื่อ นางวรีรัตน์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านนวด และ น.ส.ปิยนันท์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 43 ปี ทั้ง 2 คนเป็นแม่ลูกกัน สภาพศพนอนเรียงกันมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม.ลักษณะถูกจ่อยิงแบบเผาขนเข้าที่บริเวณเหนือคิ้วขวาทั้ง 2 คน นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุยังพบว่ามี ด.ช. วัย 6 ขวบ หายตัวไปด้วย    ความคืบหน้าวันที่ 22 เม.ย. 62 พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี เผยว่า ขณะนี้พบ ด.ช. วัย 6 ขวบ ที่หายตัวไปแล้ว โดยหลังก่อเหตุ คนร้ายได้นำตัว ด.ช.วัย 6 ขวบ ไปปล่อยไว้ที่กลางทุ่งนาใน ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท ใกล้กับบ้านของ น.ส.ดวงพร ทั้งทอง ลูกสาวของนางปิยนันท์ ผู้เสียชีวิต ส่วนคนร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่าวันนี้จะออกหมายจับได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยิงดับ 2 แม่ลูก คาร้านนวดปราจีนบุรี พบ ด.ช. 6 ขวบหายตัวไป      

 14,886
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

ยิงดับ 2 แม่ลูก คาร้านนวดปราจีนบุรี พบ ด.ช. 6 ขวบหายตัวไป

ปราจีนบุรี-เกิดเหตุยิงกันตาย 2 ศพ ภายในร้านนวดชื่อ คุณรัตน์ นวดเพื่อสุขภาพ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายในร้านพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงจำนวน 2 ราย สภาพศพนอนเรียงกันมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม.ลักษณะถูกจ่อยิงแบบเผาขนเข้าที่บริเวณเหนือคิ้วขวาทั้ง 2 คน   ทราบชื่อคือ นางวรีรัตน์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านนวด และ น.ส.ปิยนันท์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 43 ปี ทั้ง 2 คนเป็นแม่ลูกกัน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่กว่า 4-5 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุพบร่องรอยของการต่อสู้ และยังพบกระสุนปืนขนาดเดียวกันที่ยังไม่ยิงตกอยู่บริเวณรอบศพจำนวน 4 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนภายในร้านไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด จึงไม่รู้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นใคร   ด้านนายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ อายุ 49 ปี สามีเก่าของผู้ตาย ผู้ที่เห็นการณ์คนแรก กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์จากนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกชายว่าให้ไปดูแม่คือนางวรีรัตน์ หลังจากที่โทรศัพท์คุยกับแม่และโทรศัพท์ได้ถูกตัดสายหายไปเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย ส่วนตนกับนางวรีรัตน์ ซึ่งเป็นภรรยาเก่าได้เลิกรากันมา 6 ปี   หลังจากนั้นจึงได้ขับขี่รถยนต์มาดูที่ร้าน เห็นว่าภายในร้านดับไฟจึงเปิดประตูเข้าไปพอเปิดไฟก็เห็นว่าทั้ง 2 คนนอนอยู่ คิดว่าคงจะถูกทำร้ายจึงขับรถไปบอกหน่วยกู้ภัยฯที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมาดูว่า พบว่าทั้ง 2 ถูกยิงตายเสียแล้วจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ   นายพงษ์ยศ กล่าวอีกว่า น.ส.ปิยนันท์ หรือ เอ๋ ซึ่งเป็นลูกติดของนางวรีรัตน์ ได้เลิกรากับสามีเก่า และมาอาศัยอยู่กับแม่โดยเปิดร้านนวดที่เกิดเหตุเพื่อเลี้ยงชีพ และมีลูกชายอายุ 6 ขวบ 1 คนมาอยู่ด้วย ต่อมาได้มีเพื่อนของสามีเก่า มาติดพัน น.ส. เอ๋ จนกระทั่งถูกสามีเก่าโทรมาขู่ฆ่า จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว หลังเกิดเหตุลูกชายวัย 6 ขวบที่เกิดจาก น.ส.เอ๋ กับสามีเก่าได้หายตัวไปด้วย   หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตร.ระบุ เบื้องต้นพบ 2 แม่ลูกถูกยิงตายอยู่ภายในร้านนวด จากสอบถามนายพงษ์ยศ ซึ่งเป็นสามีเก่าของนางวรีรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านนวด และลูกชายคือไตรภพ หลังจากที่โทรคุยกับผู้เป็นแม่คือนางวรีรัตน์ และโทรศัพท์ถูกตัดหายไป จึงโทรมาหานายพงษ์ยศ ผู้เป็นพ่อให้ไปดูแม่จนกระทั่งมาพบเหตุร้ายดังกล่าว เบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ตอนนี้ได้สั่งชุดสืบสวนออกหาข่าวเพื่อติดตามผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VGsn7D8j9FM

 3,268

Top