ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปราจีนบุรี"

แชร์ออฟเดอะเดย์
21 พ.ย. 62

ชาวปราจีนฯสาปแช่งเดือด หมอผีไลฟ์สดถีบศาลเก่า มีรูปพระ-เสด็จพ่อ ร.๕

ปราจีนบุรี-จากกรณีที่มีหญิงสาวได้ยินเสียงเด็กร้องไห้และร้องเรียกหาแม่ อยู่ในป่าสาธารณะบ้านโคกสว่าง ม.7 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มานาน 5 วัน 5 คืน บริเวณป่าละเมาะริมทางมีศาลเก่าถูกนำมาทิ้งจนเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้านสัญจรผ่าน   ต่อมามีผู้อ้างเป็นหมอผีอ้างว่าชื่ออาจารย์ลือ ทำการถ่ายทอดสดใช้เท้าถีบศาลเก่าที่ตั้งเรียงรายอยู่ล้มระเนระนาด ในศาลมีพระพุทธรูป ต่างๆ เสด็จพ่อ ร.5 กุมารทอง รูปปั้นต่างๆ ที่ชาวบ้านเคารพนับถือถูกนำมาทิ้งแตกหักเสียหาย สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวบ้าน พากันสาปแช่ง เพราะศาลอยู่ตรงนั้นก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทำไมต้องทำแบบนี้ ชาวบ้านในละแวกนั้นผ่านไปมาก็ยังเป็นที่พึ่งทางใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tbUwQsGjTzQ

 7,026
ข่าวโซเชียล
21 พ.ย. 62

ชาวปราจีนฯสาปแช่งเดือด หมอผีไลฟ์สดถีบศาลเก่า มีรูปพระ-เสด็จพ่อ ร.๕

ปราจีนบุรี-จากกรณีที่มีหญิงสาวได้ยินเสียงเด็กร้องไห้และร้องเรียกหาแม่ อยู่ในป่าสาธารณะบ้านโคกสว่าง ม.7 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มานาน 5 วัน 5 คืน บริเวณป่าละเมาะริมทางมีศาลเก่าถูกนำมาทิ้งจนเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้านสัญจรผ่าน   ต่อมามีผู้อ้างเป็นหมอผีอ้างว่าชื่ออาจารย์ลือ ทำการถ่ายทอดสดใช้เท้าถีบศาลเก่าที่ตั้งเรียงรายอยู่ล้มระเนระนาด ในศาลมีพระพุทธรูป ต่างๆ เสด็จพ่อ ร.5 กุมารทอง รูปปั้นต่างๆ ที่ชาวบ้านเคารพนับถือถูกนำมาทิ้งแตกหักเสียหาย สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวบ้าน พากันสาปแช่ง เพราะศาลอยู่ตรงนั้นก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทำไมต้องทำแบบนี้ ชาวบ้านในละแวกนั้นผ่านไปมาก็ยังเป็นที่พึ่งทางใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tbUwQsGjTzQ

 7,026
สังคม
21 พ.ย. 62

ชาวบ้านแห่สาปแช่ง กลุ่มเดรัจฉานวิชาแฝงตัวอ้างเป็นหมอผี พังศาลเก่า หวั่นอาเพศ

ชาวบ้านปราจีนบุรีแห่สาปแช่ง กลุ่มคนอ้างตัวเป็นหมอผี พังทำลายศาลเก่าที่มีคนนำมาทิ้งข้างทาง หลังโด่งดังจากข่าวมีผู้ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ละแวกนั้น ชาวบ้านสาปแช่งไม่เชื่ออย่าลบหลู่ หวั่นอาเพศ     จากกรณี ที่มีหญิงสาวได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ และร้องเรียกหาแม่ อยู่ในป่าสาธารณะบ้านโคกสว่าง ม.7 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มานาน 5 วัน 5 คืน บริเวณป่าละเมาะริมทางมีศาลเก่าถูกนำมาทิ้งจนเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้านที่ผ่านเส้นทางบ้านตรอกปลาไหล-บ้านเขากระแต จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเสียงกุมารทองร้องไห้ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีคนอยากดังทำตัวเป็นหมอผี เลียบแบบหมอปลาร่วมกับกู้ภัยนอกรีด ไลน์สดใช้เท้าถีบศาลเก่าที่ตั้งเรียงรายอยู่ล้มระเนระนาด ในศาลมีพระพุทธรูป ต่างๆ เสด็จพ่อ ร.5 กุมารทอง รูปปั้นต่างๆที่ชาวบ้านเคารพนับถือถูกนำมาทิ้งแตกหักเสียหาย สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวบ้านสาปแช่ง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่   คืบหน้า วันที่ 20 พฤศจิกายน 62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่มีศาลเก่าถูกนำมาทิ้ง บริเวณบ้านโคกสว่าง ม.7 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบว่าบริเวณดังกล่าวเคยมีมีศาลเก่าตั้งเรียงราย พร้อมด้วยรูปปั้น ที่เป็นพระพุทธรูป และเกจิอาจารย์ชื่อดังต่างๆ รวมทั้งรูปปั้นเสร็จพ่อ ร. 5 กุมารทอง แตกหักเสียหายจำนวนมาก สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวบ้านโคกสว่างยิ่งนัก พร้อมกับสาปแช่ง ทำได้อย่างไง เป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธหรือเป่า ถึงกับต้องใช้เท้าถีบ ต่างคนต่างอยู่ ทำไมต้องไปอย่างงั้นด้วย   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้าน เบื้องต้นทราบว่า เมื่อกลางดึกเวลาประมาณ 23 .00 น.ของคืนวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีคนอ้างว่าเป็นหมอผี ชื่อ “อาจารย์ลือ”มาพร้อมอดีตอาสากู้ภัยฯนอกรีดที่ถูกไล่ออก อาศัยจังหวะที่ชาวบ้านหลับนอนมาทำลายศาลเก่า โดยใช้เท้าถีบทำลายทุกอย่างที่อยู่บริเวณนั้น โดยชาวบ้านไม่รู้ว่าคนที่มาทำลายนั้นทำเพื่ออะไร ไม่เชื่ออย่าไปหลบหลู่ เพราะศาลอยู่ตรงนั้นก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทำไมต้องทำแบบนี้ ชาวบ้านให้ระแวกนั้นผ่านไปมาก็ยังเป็นที่พึ่งทางใจ   ด้านนางวารี วันวงษา อายุ 60 ปี ชาวบ้านโคกสว่าง กล่าวว่า ส่วนคนมาถีบก็ช่างทำ ส่วนที่มีรายการรายการหนึ่งอยากดังนำหมอผี เขาก็อยู่ของเขาเราก็อยู่ของเราไม่เชื่อก็อย่าลบลู่ต่างคนต่างอยู่ จะย้ายเขาไปไหนจะอยู่ตรงไหนก็เชิญเขาไปดีๆถ้ามาทำลายที่มีพระพุทธรูปอยู่ด้วยมาใช้เท้าถีบมันก็ไม่ดีเราไม่เห็นด้วย มีในหลวงพ่อ ร.5 และหลายอย่างคนนับถือเขาก็นับถือ ถ้ามีถีบก็เหมือนมาลบหลู่   ส่วนนายพันศักดิ์ บุญยศ อายุ 42 ปี กล่าวว่า เมื่อช่วงดึกที่มีหมอผี มาทำลายศาลนั้นผมก็มาดูด้วย ทีแรกเขาก็เดินมาพอมาถึงตรงจุดเขาก็สะดุดเหมือเจออะไรสักอย่าง จากนั้นเขาก็เดินไป 2 คน มีหมอผีชื่ออาจารย์ลือไปด้วย ก็เดินมาทางต้นโพธิ์เขาเริ่มทำลายศาลเก่าแต่ผมในเพจเขาที่เขาแชร์เห็นเขาใช้เท้าถีบด้วย ส่วนคนที่มาทำหัวโล้นใส่ลูกประคำ ส่วนที่หมอเริงทักว่าใครย้ายต้นโพธิ์ตรงนี้เขาจะขอชีวิต 2 คน ใช่ 2 คนที่มาทำลายศาลนี้หรือไม่ต้องรอลุ้นต่อไป

 3,324
ข่าวภูมิภาค
18 พ.ย. 62

ผวาทั้งหมู่บ้าน ได้ยินเสียงเด็กร้องในป่า 5 วัน 5 คืน ร่างทรงบุกพิสูจน์ บอกชาวบ้านหลอนกันไปเอง

ปราจีนบุรี-ชาวบ้านโคกสว่าง ม.7 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี ผวาได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ในป่าสาธารณะ มานาน 5 วัน 5 คืนแล้ว ขอให้ช่วยออกค้นหาจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบ   พบบริเวณดังกล่าวเป็นถนนเข้า - ออกหมู่บ้าน ระหว่างบ้านตรอกปลาไหล-บ้านเขากระแต ก่อนถึงวัดโคกสว่าง ข้างทางฝั่งขวามือเป็นป่ารกทึบ ข้างทางพบเศษซากศาลเจ้าที่เจ้าทาง และศาลพระภูมิ ที่ถูกนำมาทิ้งเกลื่อนเป็นแนวยาว เป็นที่น่าหวาดกลัว นอกจากนี้ยังพบเครื่องรางของขลังจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป  องค์เทพ  พญานาค รูปปั้น ปู่-ย่า ตา-ยาย  รวมทั้งกุมารทองจำนวนมาก มีทั้งที่แตกหักและยังอยู่ในสภาพเดิม   ต่อมามีร่างทรงชื่อดังของบ้านโคกสว่าง ชื่อว่าหมอเริง ทราบชื่อต่อมาคือนายสำเริง ดีรบรัมย์ อายุ 65 ปี มาตรวจสอบจุดที่ได้ยินเสียงเด็กร้อง ระบุว่า การที่มีเสียงเด็กร้องไห้นั้นไม่จริง คนได้ยินน่าจะเกิดอาการหลอนมากกว่า แม้ว่าตรงนี้เคยมีผู้พบเห็นดวงวิญญาณ มีคนแต่ขาวนุ่งขาวเดินอยู่บน คนที่พบเห็นเป็นคนที่มีบุญ พร้อมแนะให้ชาวบ้านเก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อยบริเวณศาล เพราะทำให้คนที่ผ่านทางไปมาหวาดกลัว ไม่กล้าสัญจร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-sw8Qu3Zi80

 1,395
สังคม
18 พ.ย. 62

ผวาทั้งหมู่บ้าน ได้ยินเสียงเด็กร้องในป่า 5 วัน 5 คืน ร่างทรงบุกพิสูจน์ บอกชาวบ้านหลอนกันไปเอง

ปราจีนบุรี-ชาวบ้านโคกสว่าง ม.7 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี ผวาได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ในป่าสาธารณะ มานาน 5 วัน 5 คืนแล้ว ขอให้ช่วยออกค้นหาจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบ   พบบริเวณดังกล่าวเป็นถนนเข้า - ออกหมู่บ้าน ระหว่างบ้านตรอกปลาไหล-บ้านเขากระแต ก่อนถึงวัดโคกสว่าง ข้างทางฝั่งขวามือเป็นป่ารกทึบ ข้างทางพบเศษซากศาลเจ้าที่เจ้าทาง และศาลพระภูมิ ที่ถูกนำมาทิ้งเกลื่อนเป็นแนวยาว เป็นที่น่าหวาดกลัว นอกจากนี้ยังพบเครื่องรางของขลังจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป  องค์เทพ  พญานาค รูปปั้น ปู่-ย่า ตา-ยาย  รวมทั้งกุมารทองจำนวนมาก มีทั้งที่แตกหักและยังอยู่ในสภาพเดิม   ต่อมามีร่างทรงชื่อดังของบ้านโคกสว่าง ชื่อว่าหมอเริง ทราบชื่อต่อมาคือนายสำเริง ดีรบรัมย์ อายุ 65 ปี มาตรวจสอบจุดที่ได้ยินเสียงเด็กร้อง ระบุว่า การที่มีเสียงเด็กร้องไห้นั้นไม่จริง คนได้ยินน่าจะเกิดอาการหลอนมากกว่า แม้ว่าตรงนี้เคยมีผู้พบเห็นดวงวิญญาณ มีคนแต่ขาวนุ่งขาวเดินอยู่บน คนที่พบเห็นเป็นคนที่มีบุญ พร้อมแนะให้ชาวบ้านเก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อยบริเวณศาล เพราะทำให้คนที่ผ่านทางไปมาหวาดกลัว ไม่กล้าสัญจร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-sw8Qu3Zi80

 1,395
ข่าวภูมิภาค
18 พ.ย. 62

รถบัสเร่งเครื่องผ่าไฟแดงชน จยย.กลางสี่แยก เสียชีวิต 3 ราย

ปราจีนบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถบัสปรับอากาศชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนสาย304 ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้า กบินทร์บุรี บริเวณ3 แยกสัญญาณไฟจราจร บ้านระเบาะไผ่ ม.5 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ มีผู้เสียชีวิต 2 รายในที่เกิดเหตุ และผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่ง รพ.ไปแล้วในเบื้องต้น และล่าสุดแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 3 ราย   จากการสอบถามนายบุญเตียง คนขับรถบัส กล่าวว่า ได้ขับรถมาจากระยอง เพื่อที่จะมุ่งหน้าหนองคาย โดยขับมาตามปกติพอมาถึงใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสัญญาณไฟสีเหลือง ตนคิดว่าจะทันแต่สัญญาณไฟมาเปลี่ยนเป็นแดงก่อน ซึ่งจะเบรกก็ไม่ทันแล้ว ไม่คาดคิดว่าจะมีรถจักรยานยนต์จะออกมา เลยชนเต็มแรง   ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งจอดรถต่อท้ายรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า ฝั่งของรถบัสเป็นไฟเหลืองกระพริบแล้ว แต่ไม่ยอมเบารถ กลับเปิดไฟผ่าหมากขอทางมาอีก ซึ่งทางฝั่งผู้เสียชีวิตนั้นเห็นเป็นไฟเขียวก็ออกตัวไป ไม่คิดว่ารถบัสจะผ่าสัญญาณไฟมาจนชนรถจักรยานยนต์ จนทำให้ทั้ง 3คน กระเด็นไปคนละทางและเสียชีวิตทั้งหมด   ด้านเพื่อนผู้ตายที่ขับรถมาด้วยกัน เล่าว่าพวกตนมาจากบ้านระเบาะนา คลองรั้งจะไปหาเพื่อนที่ระเบาะไผ่ พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้สัญญาณไฟฝังตนเป็นสีแดง พวกตนก็จอดรอ จนสัญญาณไฟนั่นเปลี่ยนเป็นสีเขียว พวกตนจึงได้ขับรถออกไป ซึ่งคันของผู้ตายนั่นอยู่หน้าก็เลยออกไปก่อน ไม่รู้ว่ารถบัสฝ่าสัญญาณไฟมาอย่างไร ทำให้ชนเพื่อนตนจนเสียชีวิต   ทางด้านเจ้าหน้าที่จะได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบอีกครั้ง และได้ติดต่อทางบริษัทของรถบัส ให้มาเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ก่อนที่จะนำรถคันที่ก่อเหตุไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.ระเบาะไผ่ พร้อมกับเชิญคนขับรถมาสอบปากคำอีกครั้ง เบื้องต้นตั้งข้อหา ขับรถยนต์โดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย กลังจากเจ้าหน้าทีแพทย์เวรชันสูตรแล้วจะได้มอบให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8fYDAKY4XvY

 2,295
อาชญากรรม
18 พ.ย. 62

รถบัสเร่งเครื่องผ่าไฟแดงชน จยย.กลางสี่แยก เสียชีวิต 3 ราย

ปราจีนบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถบัสปรับอากาศชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนสาย304 ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้า กบินทร์บุรี บริเวณ3 แยกสัญญาณไฟจราจร บ้านระเบาะไผ่ ม.5 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ มีผู้เสียชีวิต 2 รายในที่เกิดเหตุ และผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่ง รพ.ไปแล้วในเบื้องต้น และล่าสุดแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 3 ราย   จากการสอบถามนายบุญเตียง คนขับรถบัส กล่าวว่า ได้ขับรถมาจากระยอง เพื่อที่จะมุ่งหน้าหนองคาย โดยขับมาตามปกติพอมาถึงใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสัญญาณไฟสีเหลือง ตนคิดว่าจะทันแต่สัญญาณไฟมาเปลี่ยนเป็นแดงก่อน ซึ่งจะเบรกก็ไม่ทันแล้ว ไม่คาดคิดว่าจะมีรถจักรยานยนต์จะออกมา เลยชนเต็มแรง   ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งจอดรถต่อท้ายรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า ฝั่งของรถบัสเป็นไฟเหลืองกระพริบแล้ว แต่ไม่ยอมเบารถ กลับเปิดไฟผ่าหมากขอทางมาอีก ซึ่งทางฝั่งผู้เสียชีวิตนั้นเห็นเป็นไฟเขียวก็ออกตัวไป ไม่คิดว่ารถบัสจะผ่าสัญญาณไฟมาจนชนรถจักรยานยนต์ จนทำให้ทั้ง 3คน กระเด็นไปคนละทางและเสียชีวิตทั้งหมด   ด้านเพื่อนผู้ตายที่ขับรถมาด้วยกัน เล่าว่าพวกตนมาจากบ้านระเบาะนา คลองรั้งจะไปหาเพื่อนที่ระเบาะไผ่ พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้สัญญาณไฟฝังตนเป็นสีแดง พวกตนก็จอดรอ จนสัญญาณไฟนั่นเปลี่ยนเป็นสีเขียว พวกตนจึงได้ขับรถออกไป ซึ่งคันของผู้ตายนั่นอยู่หน้าก็เลยออกไปก่อน ไม่รู้ว่ารถบัสฝ่าสัญญาณไฟมาอย่างไร ทำให้ชนเพื่อนตนจนเสียชีวิต   ทางด้านเจ้าหน้าที่จะได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบอีกครั้ง และได้ติดต่อทางบริษัทของรถบัส ให้มาเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ก่อนที่จะนำรถคันที่ก่อเหตุไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.ระเบาะไผ่ พร้อมกับเชิญคนขับรถมาสอบปากคำอีกครั้ง เบื้องต้นตั้งข้อหา ขับรถยนต์โดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย กลังจากเจ้าหน้าทีแพทย์เวรชันสูตรแล้วจะได้มอบให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8fYDAKY4XvY

 2,295
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

ลูกทรพีถีบแม่ล้มคว่ำ ชิงเอารถ จยย.ป้ายแดง แลกยาบ้า 100 เม็ด เข่าอ่อนไม่นึกว่าแม่จะแจ้งจับ

ปราจีนบุรี-นายธวัชชัย หรือต้อม แน่นอน อายุ 27 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็นรถของนางสมคิด แสงเทพ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเป็นแม่บังเกิดเกล้าแท้ๆ ของตัวเอง จนล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บเลือดสาด ก่อนหลบหนี   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากนายธวัชชัย หรือต้อม มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง โดยนายต้อมได้ติดต่อผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ว่าต้องการที่จะนำรถจักรยานยนต์ แลกกับยาบ้าจำนวน 100 เม็ด   จึงวางแผนจับกุมได้ดังกล่าว พร้อมกับส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีต่อไป พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ชิงทรัพย์ผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือรับของโจร / เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย   ด้านนางสมคิด แสงเทพ แม่ของนายต้อม กล่าวว่า ลูกชายได้วางแผนและได้โทรศัพท์มาหาแจ้งว่า มีเรื่องถูกเพื่อนทำร้ายได้รับบาดเจ็บให้พาไปหาหมอหน่อย ตนจึงรีบขับขี่รถ จยย.มาหาลูกชายด้วยความเป็นห่วง จากนั้นได้ให้ลูกชายซ้อนท้ายรถ จยย.ไปด้วย เพื่อจะพาพบแพทย์ที่ รพ.กบินทร์บุรี ต่อมาลูกชายแจ้งว่าไม่ต้องการไป รพ.แล้ว แต่ให้แม่ไปส่งที่บ้านเพื่อนแทน เมื่อถึงกลางหมู่บ้าน ลูกชายก็กลายเป็นโจรทันที โดยออกอุบายว่าให้จอดรถ แล้วให้ลงจากรถ แต่ตนเองยังคร่อมรถอยู่ จากนั้นลูกชายได้ใช้เท้าถีบอย่างแรงจนตกจากรถได้รับบาดเจ็บ   จากนั้นลูกชายก็ได้มายกรถขึ้นพร้อมกับขับหลบหนีไป ปล่อยให้ตนอยู่คนเดียวท่ามกลางซอยที่เปลี่ยว ต่อมาตนพยายามตะโกนร้องให้คนช่วย แต่ไม่มีใครกล้ามาช่วยจึงเดินเท้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับลูกตามกฎหมายต่อไป   ด้านนายต้อม ลูกทรพี ระบุ ไม่คิดว่าแม่จะแจ้งความดำเนินคดีกับตน เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวมาได้ถึงเขาอ่อน พร้อมกับบอกกับแม่ว่า “ที่ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ” เพื่อจะต้องการยืมรถ จยย.ของแม่ไปขับเล่นอวดเพื่อนๆ แต่เมื่อยืมแม่แล้วไม่ให้ จึงวางแผนออกอุบายให้แม่มารับไปส่งบ้านเพื่อน พอมาถึงจุดเปลี่ยวเปลี่ยนใจจากความเป็นลูกกลายเป็นโจรถีบแม่ลงจากรถ ทิ้งให้อยู่คนเดียวก่อนขับรถหนีไป และมาถูกตำรวจจับได้ในที่สุด   ทางด้านตำรวจระบุ นายต้อม มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ทรัพย์สินภายในบ้านและของเพื่อนบ้านหายเป็นประจำ ล่าสุดได้วางแผนก่อเหตุชิงรถจยย.ของแม่ตัวเอง และได้ติดต่อผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ว่าต้องการที่จะนำรถจักรยานยนต์ แลกกับยาบ้าจำนวน 100 เม็ด และให้นางสมคิด แสงเทพ ผู้เป็นแม่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdimlS7-qOw

 7,789
สังคม
14 พ.ย. 62

ลูกทรพีถีบแม่ล้มคว่ำ ชิงเอารถ จยย.ป้ายแดง แลกยาบ้า 100 เม็ด เข่าอ่อนไม่นึกว่าแม่จะแจ้งจับ

ปราจีนบุรี-นายธวัชชัย หรือต้อม แน่นอน อายุ 27 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็นรถของนางสมคิด แสงเทพ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเป็นแม่บังเกิดเกล้าแท้ๆ ของตัวเอง จนล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บเลือดสาด ก่อนหลบหนี   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากนายธวัชชัย หรือต้อม มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง โดยนายต้อมได้ติดต่อผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ว่าต้องการที่จะนำรถจักรยานยนต์ แลกกับยาบ้าจำนวน 100 เม็ด   จึงวางแผนจับกุมได้ดังกล่าว พร้อมกับส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีต่อไป พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ชิงทรัพย์ผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือรับของโจร / เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย   ด้านนางสมคิด แสงเทพ แม่ของนายต้อม กล่าวว่า ลูกชายได้วางแผนและได้โทรศัพท์มาหาแจ้งว่า มีเรื่องถูกเพื่อนทำร้ายได้รับบาดเจ็บให้พาไปหาหมอหน่อย ตนจึงรีบขับขี่รถ จยย.มาหาลูกชายด้วยความเป็นห่วง จากนั้นได้ให้ลูกชายซ้อนท้ายรถ จยย.ไปด้วย เพื่อจะพาพบแพทย์ที่ รพ.กบินทร์บุรี ต่อมาลูกชายแจ้งว่าไม่ต้องการไป รพ.แล้ว แต่ให้แม่ไปส่งที่บ้านเพื่อนแทน เมื่อถึงกลางหมู่บ้าน ลูกชายก็กลายเป็นโจรทันที โดยออกอุบายว่าให้จอดรถ แล้วให้ลงจากรถ แต่ตนเองยังคร่อมรถอยู่ จากนั้นลูกชายได้ใช้เท้าถีบอย่างแรงจนตกจากรถได้รับบาดเจ็บ   จากนั้นลูกชายก็ได้มายกรถขึ้นพร้อมกับขับหลบหนีไป ปล่อยให้ตนอยู่คนเดียวท่ามกลางซอยที่เปลี่ยว ต่อมาตนพยายามตะโกนร้องให้คนช่วย แต่ไม่มีใครกล้ามาช่วยจึงเดินเท้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับลูกตามกฎหมายต่อไป   ด้านนายต้อม ลูกทรพี ระบุ ไม่คิดว่าแม่จะแจ้งความดำเนินคดีกับตน เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวมาได้ถึงเขาอ่อน พร้อมกับบอกกับแม่ว่า “ที่ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ” เพื่อจะต้องการยืมรถ จยย.ของแม่ไปขับเล่นอวดเพื่อนๆ แต่เมื่อยืมแม่แล้วไม่ให้ จึงวางแผนออกอุบายให้แม่มารับไปส่งบ้านเพื่อน พอมาถึงจุดเปลี่ยวเปลี่ยนใจจากความเป็นลูกกลายเป็นโจรถีบแม่ลงจากรถ ทิ้งให้อยู่คนเดียวก่อนขับรถหนีไป และมาถูกตำรวจจับได้ในที่สุด   ทางด้านตำรวจระบุ นายต้อม มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ทรัพย์สินภายในบ้านและของเพื่อนบ้านหายเป็นประจำ ล่าสุดได้วางแผนก่อเหตุชิงรถจยย.ของแม่ตัวเอง และได้ติดต่อผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ว่าต้องการที่จะนำรถจักรยานยนต์ แลกกับยาบ้าจำนวน 100 เม็ด และให้นางสมคิด แสงเทพ ผู้เป็นแม่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdimlS7-qOw

 7,789
สังคม
04 พ.ย. 62

ปลดปล่อยดวงวิญญาณโรงพักกบินทร์บุรี หลังเจอเหตุการณ์หลอน

สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้ทำพิธีเก็บดวงวิญญาณเร่ร่อนบริเวณในสภ.กบินทร์บุรี หลังทั้งตำรวจและประชาชนเจอเหตุการณ์หลอน   โดยทาง พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี ได้เชิญองค์โป๊ยเซียนเจอซือ หรือเซียนปราบผี ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากมูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี) มาเก็บดวงวิญญาณโดยมีคณะทรงมาทำพิธี จากกรณีที่มีข่าวลือว่า สภ.กบินทร์บุรี มีเหตุการณ์หลอนทั้งประชาชนและตำรวจบนโรงพัก เห็นวิญญาณตำรวจผู้หมวด   รวมทั้งวิญญาณผูกคอตายใต้ต้นไทร และวิญญาณรถยนต์ รถจักรยานยนต์ของกลางที่ประสบอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและล่าสุดผู้ต้องหาคดียาเสพติดผูกคอตายคาห้องขัง จึงได้ทำพิธีเก็บดวงวิญญาณเพื่อนำไปปลดปล่อย จากนั้นคณะทรงได้เชิญองค์โป๊ยเซียนเจอซือ โดยมีไม้กี หรือไม้ทรง ที่คณะทรงถืออยู่ในมือเป็นองค์โป๊ยเซียนเจอซือ วิ่งชี้ตามจุดที่องค์โป็ยเซียนเจอซือ สื่อได้ว่าตรงไหนมีดวงวิญญาณอยู่ โดยมีท่งฮวงเป็นที่เก็บดวงวิญญาณ จุดแรกภายในห้องขัง รวมทั้งบริเวณซากรถยนต์ของกลางรอบๆ โรงพัก และจุดสุดท้ายบริเวณโรงพักร้างที่พบวิญญาณผู้หมวด   จากนั้นได้นำดวงวิญญาณที่เก็บมาได้โดยไม่ทราบจำนวนว่ามีเท่าใด มากินของเซ่นไหว้ที่ได้จัดเอาไว้มีอาหารคราวหวานโดยมี พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.เชิญวิญญาณเหล่านั้นมากินของเซ่นไหว้ ต่อมาได้นำดวงวิญญาณที่อยู่ในท่งฮวง มาทำพิธีเผาเพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณเหล่านั้น  

 284
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

ชนสนั่น 11 คันรวด ทางลงเขาอาถรรพ์ปราจีนฯ อึ้ง รถบรรทุกพังยับ คนขับเจ็บนิดเดียว

ปราจีนบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลเจ้าพ่อปู่โทน ถนนสาย 304 นครราชสีมา-ฉะเชิงเทรา หลัก กม. 208 ม.8 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี   ตรวจสอบพบรถบรรทุกพ่วงบรรทุกเปลือกไม้ยูคาฯ ทะเบียน 86-1162 นครราชสีมา พลิกคว่ำขวางถนนทั้ง 2 เลน ทำให้เปลือกไม้ยูคาเกลื่อนถนน รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายเป็นคนขับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.นาดี   ต่อมาขณะที่กำลังกู้รถบรรทุกพ่วงอยู่นั้น ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุซ้ำซ้อนบริเวณทางโค้งหน้าศาลเจ้าพ่อปู่โทน กม. 210 มีรถชนกันอีกจำนวนหลายคัน ตรวจสอบพบรถทุกตู้ทึบ 6 ล้อ ฮีโน่ ทะเบียน70-7463 นนทบุรี สภาพรถด้านหน้าแหลกเหลวพังยับ มีนายสมร ศุภนาม อายุ 49 ปี เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว ค้านสายตาผู้ขับขี่รถด้วยกัน ดูสภาพรถแล้วไม่น่ารอดเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงปู่ทวดผู้เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างไห้ ไม่ทราบรุ่นที่แขวนไว้หน้ารถคุ้มครอง   จากการตรวจสอบพบว่ามีรถคันอื่นๆ รวมทั้งรถบรรทุก รถยนต์กระบะ ถูกรถบรรทุก 6 ล้อเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 11 คัน ส่งผลยิ่งทำให้การจราจรรถที่มาจากจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าเข้าอำเภอกบินทร์บุรี เป็นอัมพาตติดยาว คาดว่าอาจจะใช้เวลาถึงช่วงก่อนสว่างจึงจะสามารถเปิดเส้นทางให้รถวิ่งได้ตามปกติ   ด้านนายสมร คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ กล่าวว่า มาจากจังหวัดขอนแก่นจะเอาผ้าไปส่งประเทศกัมพูชา เกิดเบรกแตก เบรกไม่อยู่ลงมาเกียร์ 4 ส่วนตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แค่ถลอกตรงข้อศอกเล็กน้อย เชื่อว่า บารมีของหลวงปู่ทวดผู้เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างไห้ ไม่ทราบรุ่นที่แขวนไว้หน้ารถคุ้มครองจึงรอดตายราวปาฏิหาริย์   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า อุบัติเหตุบริเวณหน้าทางโค้งศาลเจ้าพ่อปู่โทน เกิดติดต่อกัน 4 รายรวด ระยะเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมีแต่ผู้ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสภาพรถไม่พร้อม หรือใช้เกียร์สูงขณะลงเขา หลังจากที่ถนนสร้างเสร็จเปิดใช้ได้ไม่นานมีแต่ร่องรอยความเสียหายเกือบตลอดช่วงทางลงเขาดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/--JFYeK31So

 3,867
อาชญากรรม
25 ต.ค. 62

ชนสนั่น 11 คันรวด ทางลงเขาอาถรรพ์ปราจีนฯ อึ้ง รถบรรทุกพังยับ คนขับเจ็บนิดเดียว

ปราจีนบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลเจ้าพ่อปู่โทน ถนนสาย 304 นครราชสีมา-ฉะเชิงเทรา หลัก กม. 208 ม.8 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี   ตรวจสอบพบรถบรรทุกพ่วงบรรทุกเปลือกไม้ยูคาฯ ทะเบียน 86-1162 นครราชสีมา พลิกคว่ำขวางถนนทั้ง 2 เลน ทำให้เปลือกไม้ยูคาเกลื่อนถนน รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายเป็นคนขับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.นาดี   ต่อมาขณะที่กำลังกู้รถบรรทุกพ่วงอยู่นั้น ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุซ้ำซ้อนบริเวณทางโค้งหน้าศาลเจ้าพ่อปู่โทน กม. 210 มีรถชนกันอีกจำนวนหลายคัน ตรวจสอบพบรถทุกตู้ทึบ 6 ล้อ ฮีโน่ ทะเบียน70-7463 นนทบุรี สภาพรถด้านหน้าแหลกเหลวพังยับ มีนายสมร ศุภนาม อายุ 49 ปี เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว ค้านสายตาผู้ขับขี่รถด้วยกัน ดูสภาพรถแล้วไม่น่ารอดเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงปู่ทวดผู้เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างไห้ ไม่ทราบรุ่นที่แขวนไว้หน้ารถคุ้มครอง   จากการตรวจสอบพบว่ามีรถคันอื่นๆ รวมทั้งรถบรรทุก รถยนต์กระบะ ถูกรถบรรทุก 6 ล้อเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 11 คัน ส่งผลยิ่งทำให้การจราจรรถที่มาจากจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าเข้าอำเภอกบินทร์บุรี เป็นอัมพาตติดยาว คาดว่าอาจจะใช้เวลาถึงช่วงก่อนสว่างจึงจะสามารถเปิดเส้นทางให้รถวิ่งได้ตามปกติ   ด้านนายสมร คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ กล่าวว่า มาจากจังหวัดขอนแก่นจะเอาผ้าไปส่งประเทศกัมพูชา เกิดเบรกแตก เบรกไม่อยู่ลงมาเกียร์ 4 ส่วนตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แค่ถลอกตรงข้อศอกเล็กน้อย เชื่อว่า บารมีของหลวงปู่ทวดผู้เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างไห้ ไม่ทราบรุ่นที่แขวนไว้หน้ารถคุ้มครองจึงรอดตายราวปาฏิหาริย์   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า อุบัติเหตุบริเวณหน้าทางโค้งศาลเจ้าพ่อปู่โทน เกิดติดต่อกัน 4 รายรวด ระยะเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมีแต่ผู้ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสภาพรถไม่พร้อม หรือใช้เกียร์สูงขณะลงเขา หลังจากที่ถนนสร้างเสร็จเปิดใช้ได้ไม่นานมีแต่ร่องรอยความเสียหายเกือบตลอดช่วงทางลงเขาดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/--JFYeK31So

 3,867
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 62

อายัดสลากถูกรางวัล หลังโจรแสบงัดร้านได้ลอตเตอรี่ พร้อมเงินสดเกือบ 5 ล้าน

ปราจีนบุรี-ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดร้านรับซื้อรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้สลากที่ถูกรางวัลรวมมูลค่า 4 ล้านบาทและเงินสดอีก 4 แสนกว่าบาท รวมมูลค่าเกือบ 5 ล้านบาทหลบหนีไป   จากการตรวจสอบพบร้านชื่อชาตรี เป็นร้านขายหนังสือ รวมทั้งยังเป็นเอเย่นต์สลากกินแบ่งฯ และรับขึ้นเงินรางวัลสลากต่างๆ มีนายชาตรี หงษ์สมดี อายุ 51ปี เป็นเจ้าของร้าน ตั้งอยู่ที่ ตลาดอุดมสุข ม.10 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี โดยทรัพย์สินที่หายไปเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลแล้ว งวดวันที่ 1 ตุลาคม 62 ที่ผ่านมา สลากรางวัลที่ถูกคือ รางวัลที่ 2 จำนวน 3 คู่ รางวัลที่ 3,4,5 รางวัลเลขท้าย 3 ตัวและรางวัลเลข 2 ตัว รวมกว่า 1,000ฉลับ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในร้าน บันทึกภาพไว้ได้เมื่อเวลา 03.25 น.ของวันเดียวกัน พบว่าคนร้ายจำนวน 2 คนเป็นชายปิดบังใบหน้า ได้มุดช่องกระจกเลื่อนเข้าไปภายในและมีดอีโต้ที่ติดตัวไปงัดสิ้นชักโต๊ะที่เก็บสลากฯ รวมทั้งเงินสดที่อยู่ในลิ้นชักใส่ถุงพลาสติก ก่อนกหลบหนีใช้เวลาประมาณ 7-8 นาที ส่วนกล้องวงจรปิดหน้าร้านถูกงัดขึ้นด้านบนไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้   นายชาตรี หงษ์สมดี อายุ 51 ปี เป็นเจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนได้นอนอยู่ชั้นบนพร้อมด้วยภรรยา ส่วนสลากกินแบ่งฯที่ถูกรางวัล รวมทั้งเงินสดรวมมูลค่าเกือบ 5 ล้าน ปกติทุกวันภรรยาจะนำไปเก็บไว้ชั้นบนแต่เมื่อคืนไม่รู้ว่าเป็นอะไรลืมเขาขึ้นไปเก็บ และเตรียมสลากที่ถูกรางวัลไปขึ้นที่กองสลากฯในวันนี้ และมาถูกคนร้ายงัดเอาเสียหมด ส่วนผู้ต้องสงคาดว่าจะมาดูลาดเราก่อนที่จะลงมือ เพราะได้เตรียมการณ์มาอย่างดีรวมทั้งสวมใส่ไอ้โม่ง ถุงมือ และยังดันกล้องตัวหน้าร้านขึ้นด้านบน อยากขอร้องและความร่วมมือร้านที่รับขึ้นสลากช่วยสังเกตอาจจะมีคนร้ายนำสลากไปขึ้นรางวัลตามหมวด หรือชุดที่ระบุไว้บางฉลับจะมีชื่อร้านชาตรีปั๊มติดอยู่ดังกล่าว   อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจได้อายัดเลขสลากที่ถูกรางวัล ที่ระบุไว้ตามหมวดหรือชุดต่างๆ ไปที่กองสลากแล้ว รวมทั้งให้ร้านที่รับขึ้นรางวัลให้ตรวจสอบว่า ถ้ามีบุคลมาขึ้นรางวัลตามที่แจ้งไว้ และให้รับซื้อไว้และขอให้บันทึกบัตรประจำตัวประชาชนไว้เป็นหลักฐานด้วย เพื่อจะได้ง่ายแก่การติดตามตัวคนร้าย ส่วนคนร้ายน่าจะรู้ว่าเจ้าของร้านขึ้นสลากที่ถูกรางวัลไว้จำนวนมาก และยังไม่ได้นำไปขึ้นเงิน   ส่วนการสอบสวนได้ให้ชุดสืบสวน หาภาพจากกล้องวงจรปิดรอบๆ ข้างรวมทั้งในตลาดอุดมสุข ส่วนคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ที่รู้ความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดีดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/eM1DZPXwkT4

 1,910
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

จับ 7 วัยรุ่นปราจีนฯบุกยิงคู่อริคาร้านขายของชำ หลังวงจรปิดจับภาพชัด

ปราจีนบุรี-ตำรวจ สภ.ประจันตคาม รับแจ้งเหตุคนถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ มาทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลขอให้มาทำการสอบสวน บริเวณห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลประจันตคาม พบนายสุชิน อ่อนน้อม อายุ 15 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่มือขวา กระสุนฝังใน แพทย์ให้การรักษาโดยทำการผ่าเอากระสุนออก   จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มคนร้ายเป็นคนในพื้นที่เกิดเหตุ และเหตุได้เกิดขึ้นภายในร้านขายของชำในพื้นที่ ม.12 ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จากการเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน พบว่า เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 6 ตุลาคม 2562 ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนนั้น ได้เข้ามาภายในร้านค้าดังกล่าว เพื่อมาขอชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถืออยู่บริเวณเตียงหวายภายในร้าน จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคนได้เข้ามารุมทำร้ายร่างกายพร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่ นานสุชิน อีก 1 นัดก่อนพากันหลบหนีไป   ล่าสุดญาติผู้ปกครอง ได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 7 ราย ที่ก่อเหตุรุมทำร้ายนายสุชิน อ่อนน้อม อายุ 15 ปี ภายในร้านขายของชำ ส่วนที่เหลือคือร่วมอยู่ในกลุ่มแต่ไม่ได้ร่วมในการทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่กันไว้เป็นพยาน 6 ราย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายธีรภัทร ภาระกิจ อายุ 19 ปี ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสุชิน อ่อนน้อม จนได้รับบาดเจ็บ ไปหาอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยหลังจากก่อเหตุแล้วได้นำอาวุธปืนไปโยนทิ้งน้ำที่บริเวณสะพานหนองแก้ว ซึ่งยังไม่พบอาวุธปืน จากนั้นได้นำตัวไปค้นบ้าน ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ เพิ่มเติม   สอบถามนายธีรภัทร ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเองเคยถูกผู้ได้รับบาดเจ็บและพวก ทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืนยิงก่อน เมื่อสามอาทิตย์ ที่ผ่านมามาขณะที่พวกตนไปเที่ยวน้ำตกที่ประจันตคาม โดยในตอนนั้นตนถูกผู้ได้รับบาดเจ็บใช้อาวุธปืน ยิงเฉี่ยวที่ขาและมีพวกที่มาด้วยกันใช้ขวดตีที่หัวตนเอง แต่ไม่ได้มาแจ้งความ จนมาวันเกิดเหตุ ตนไม่รู้ว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคนที่เคยทำร้ายตนมาที่น้ำตก แต่มีน้องเป็นแฟนเพื่อนในกลุ่มพูดเชิงท้าทาย   จากนั้นตนเลยโมโหว่าจะมาพูดทำไมทั้งที่ตนไม่ได้สนใจแล้ว เลยพาพวกเลยตามมาจนเจออยู่ในร้านขายของชำ จึงเข้าไปถามว่าคู่อริ จากนั้นก็เกิดการชุลมุนขึ้น โดยตนเอาปืนออกมาแค่ขู่แต่ปืนเกิดสั่นใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และจากนั้นพวกตนได้พากันหลบหนี   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเกิดทั้งหมด ทำประวัติพร้อมรอทางด้านเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาอีก 5 คน ที่เป็นเยาวชนก่อน แต่ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สอบสวน ได้ตั้งหาทั้งหมด ในข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น โดยมีอาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาตไว้ในครอบครอง พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณโดยไม่มีเหตุอันควร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nI8sIvLnrLA

 1,461
อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

จับ 7 วัยรุ่นปราจีนฯบุกยิงคู่อริคาร้านขายของชำ หลังวงจรปิดจับภาพชัด

ปราจีนบุรี-ตำรวจ สภ.ประจันตคาม รับแจ้งเหตุคนถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ มาทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลขอให้มาทำการสอบสวน บริเวณห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลประจันตคาม พบนายสุชิน อ่อนน้อม อายุ 15 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่มือขวา กระสุนฝังใน แพทย์ให้การรักษาโดยทำการผ่าเอากระสุนออก   จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มคนร้ายเป็นคนในพื้นที่เกิดเหตุ และเหตุได้เกิดขึ้นภายในร้านขายของชำในพื้นที่ ม.12 ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จากการเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน พบว่า เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 6 ตุลาคม 2562 ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนนั้น ได้เข้ามาภายในร้านค้าดังกล่าว เพื่อมาขอชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถืออยู่บริเวณเตียงหวายภายในร้าน จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคนได้เข้ามารุมทำร้ายร่างกายพร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่ นานสุชิน อีก 1 นัดก่อนพากันหลบหนีไป   ล่าสุดญาติผู้ปกครอง ได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 7 ราย ที่ก่อเหตุรุมทำร้ายนายสุชิน อ่อนน้อม อายุ 15 ปี ภายในร้านขายของชำ ส่วนที่เหลือคือร่วมอยู่ในกลุ่มแต่ไม่ได้ร่วมในการทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่กันไว้เป็นพยาน 6 ราย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายธีรภัทร ภาระกิจ อายุ 19 ปี ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสุชิน อ่อนน้อม จนได้รับบาดเจ็บ ไปหาอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยหลังจากก่อเหตุแล้วได้นำอาวุธปืนไปโยนทิ้งน้ำที่บริเวณสะพานหนองแก้ว ซึ่งยังไม่พบอาวุธปืน จากนั้นได้นำตัวไปค้นบ้าน ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ เพิ่มเติม   สอบถามนายธีรภัทร ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเองเคยถูกผู้ได้รับบาดเจ็บและพวก ทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืนยิงก่อน เมื่อสามอาทิตย์ ที่ผ่านมามาขณะที่พวกตนไปเที่ยวน้ำตกที่ประจันตคาม โดยในตอนนั้นตนถูกผู้ได้รับบาดเจ็บใช้อาวุธปืน ยิงเฉี่ยวที่ขาและมีพวกที่มาด้วยกันใช้ขวดตีที่หัวตนเอง แต่ไม่ได้มาแจ้งความ จนมาวันเกิดเหตุ ตนไม่รู้ว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคนที่เคยทำร้ายตนมาที่น้ำตก แต่มีน้องเป็นแฟนเพื่อนในกลุ่มพูดเชิงท้าทาย   จากนั้นตนเลยโมโหว่าจะมาพูดทำไมทั้งที่ตนไม่ได้สนใจแล้ว เลยพาพวกเลยตามมาจนเจออยู่ในร้านขายของชำ จึงเข้าไปถามว่าคู่อริ จากนั้นก็เกิดการชุลมุนขึ้น โดยตนเอาปืนออกมาแค่ขู่แต่ปืนเกิดสั่นใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และจากนั้นพวกตนได้พากันหลบหนี   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเกิดทั้งหมด ทำประวัติพร้อมรอทางด้านเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาอีก 5 คน ที่เป็นเยาวชนก่อน แต่ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สอบสวน ได้ตั้งหาทั้งหมด ในข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น โดยมีอาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาตไว้ในครอบครอง พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณโดยไม่มีเหตุอันควร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nI8sIvLnrLA

 1,461

Top