ค้นหา :

ผลการค้นหา "หอการค้า"

กีฬา
23 พ.ย. 62

'ลาลีกา' จับมือ 'ม.หอการค้า' เปิดหลักสูตรพิเศษธุรกิจกีฬา ในประเทศไทย

ลาลีกา สเปน แถลงข่าวจับมือกับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดหลักสูตรการจัดการธุรกิจกีฬา โดยจะนำความรู้จากการขยายฐานลาลีก้า เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจะเป็นหลักสูตรระยะสั้น ช่วงวันที่ 23-26 มีนาคมนี้    

 1,928
เศรษฐกิจ
12 ก.ค. 62

หอการค้าชี้ คนไทยวางแผนจับจ่าย ช่วงหยุดยาวเข้าพรรษา 6,704 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 4 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 1,210 ตัวอย่าง ทั่วประเทศ พบว่า มีการวางแผนทำบุญในช่วงวันสำคัญทางศาสนา โดยร้อยละ 62.2 มีแผนเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อทำบุญและท่องเที่ยว   แต่ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 35.9 มีจำนวนเงินในการทำบุญลดลง ส่งผลบรรยากาศในช่วงวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาในปีนี้ คึกคักน้อยกว่าปีก่อน เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจยังแย่ลง มีหนี้สินและรายได้ยังน้อย   ส่งผลให้เงินสะพัดในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ขยายตัวเพียงร้อยละ 3.5 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี หรือ คิดเป็นมูลค่า 6,704 ล้านบาท ซึ่งความไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจประเทศมีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3qoU6ReJjxs

 1,412
เศรษฐกิจ
04 ต.ค. 61

นทท.จีนมาไทยลดลง 'บิ๊กป้อม' ยันจีนยังไม่ออกใบเหลืองเที่ยวไทย ชี้ขอโทษผ่านสถานทูตแล้ว

ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดือนส.ค.2561 หดตัว 11.8% เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวรัสเซียที่มีการหดตัวเช่นกัน จากสาเหตุเงินบาทแข็งค่า   ด้าน ททท. บอกว่าการที่ นทท.จีนมาเที่ยวไทยน้อยลง อาจจะป็นเพราะสงครามการค้า ทำให้คนจีนใช้เงินระมัดระวัง ยอมรับทั้งปีตัวเลขจะติดลบเล็กน้อย   ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงปัญหาเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานดอนเมืองทำร้ายนักเที่ยวชาวจีน รวมถึงทางการของจีนเตรียมออกใบเหลืองเตือนประชาชนที่จะมาท่องเที่ยวในไทยว่า เป็นแค่การเตรียมที่จะออกใบเหลือง ซึ่งทางการไทยได้ขอโทษทางการจีนและได้แจ้งสาเหตุทั้งกรณีเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตและกรณีการทำร้ายร่างกาย ผ่านทางสถานทูตแล้ว ซึ่งทางสถานทูตก็พอใจในการแก้ไขปัญหา   ส่วนทางการจีนระบุไทยไม่มีความปลอดภัยในเรื่องของการเดินทางมาท่องเที่ยว นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขี้นมันเป็นอุบัติเหตุทั้งนั้น และในส่วนของเจ้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำร้ายร่างกายนั้นก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็ดูแลรักษาความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว มีหลักเกณฑ์เป็นอย่างดี ที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ต้องแก้ปัญหา   ส่วนเหตุการณ์ล่าสุด จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนหันไปเที่ยวประเทศอื่นแทนนั้น ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเป็นเรื่องของบุคคลที่ทำให้เกิดเหตุและได้ไล่ออกไปแล้ว และขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นเชื่อว่าจะดีขึ้น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ye5Hi5dIVxg

 2,251
สังคม-อาชญากรรม
12 ม.ค. 61

หอการค้าไทยเผยโพลรับวันเด็ก ชี้หนูๆอยากให้พ่อแม่เลิกเล่นหวย-อยากเจอพี่ตูน-ขอเมืองไทยไร้โกง-หมอยังเป็นอาชีพฮิต

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยว่า ได้ทำผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินในวันเด็ก พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 59.6% ไม่มีหรือไม่ไปทำกิจกรรมในช่วงวันเด็ก ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.นี้ เพราะติดงาน สถานที่ไกล เป็นต้น   อีก 40.4% มีหรือไปทำกิจกรรม เช่น พาไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปเช้าเย็นกลับ ใช้เงิน 2,348 บาท, พาไปเที่ยวต่างจังหวัดค้างคืน ใช้เงิน 6,528 บาท, กินข้าวนอกบ้าน ใช้เงิน 1,025 บาท, พาไปร่วมกิจกรรมตามสถานที่จัดงาน ใช้เงิน 926 บาท และพาไปซื้อของขวัญ 489 บาท   ทั้งนี้คาดว่ามีเงินสะพัดในช่วงวันเด็กปี 2561 ประมาณ 2,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปี 2560 โดยประมาณ จะเห็นอัตราการขยายตัวการใช้เงินไม่สูงนัก สะท้อนผู้ปกครองยังระมัดระวังการจับจ่าย ยังไม่ใช้จ่ายเต็มที่ แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัว   สำหรับสิ่งที่เด็กต้องการจากพ่อแม่ เช่น อยากให้พ่อแม่สุขภาพแข็งแรง รักพ่อแม่มากๆ กอด อยากให้มีเงินมากๆ มีเวลาให้ลูกมากขึ้น ไม่อยากให้พูดเปรียบเทียบกับคนอื่น ไม่อยากให้บ่น ไม่อยากให้ทำงานหนัก และให้พ่อแม่เลิกเล่นหวย เป็นต้น   ขณะที่ของขวัญที่เด็กอยากได้จากรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการในปีนี้ได้แก่ ทุนการศึกษาและพัฒนาระบบการเรียนการสอน, เงินหรือทุนสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าเดินทาง, อุปกรณ์เล่นเกมส์และของเล่นเด็ก เป็นต้น   ส่วนของขวัญที่เด็กอยากมอบให้นายกรัฐมนตรี ได้แก่ ความรักและสามัคคี, ดอกไม้, การ์ดอวยพร, ขนม และกระเช้าเพื่อสุขภาพ   นักการเมืองที่เด็กอยากเจอมากที่สุด อันดับแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รองลงมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชวน หลีกภัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ   ส่วนนักร้องหรือนักแสดงที่อยากเจอ อันดับแรก ตูน บอดี้สแลม รองลงมา ณเดชน์ คูกิมิยะ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ และเสก โลโซ   ขณะที่บุคคลที่เด็กจะยึดเป็นแบบอย่าง (ไอดอล) อันดับแรก คุณพ่อคุณแม่ ในเรื่องความมุ่งมานะ อดทนรับผิดชอบต่อหน้าที่ครอบครัว รองลงมา นายกฯ ในเรื่องมีความสามารถในการปกครองประเทศให้มีระเบียบวินัย ตูน บอดี้สแลม ในเรื่องเสียสละ และก้อย รัชวิน เรื่องเชื่อมั่นในความรักเป็นแบบอย่างที่ดีต่อการใช้ชีวิตคู่   สิ่งที่เด็กวาดฝันอยากเห็นประเทศไทยในอนาคต อันดับแรก ได้แก่เป็นเมืองที่ไม่โกง รองลงมา เป็นเมืองที่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน เป็นเมืองที่ไม่ทะเลาะกัน เป็นเมืองที่สะอาดปราศจากยาเสพติด เป็นเมืองที่ไม่มีปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น   ส่วนสิ่งที่เด็กต้องการให้นายกฯ ช่วยดำเนินการ ได้แก่ต้องการให้ช่วยเหลือคนจนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ให้ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ต้องการเทคโนโลยีเพื่อการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งด้านวิชาการและความบันเทิง ต้องการให้ไทยเป็นประเทศที่โดดเด่นและเจริญก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆ และต้องการให้ประเทศไทยมีความรักและสามัคคีกัน เป็นต้น   ปิดท้ายที่อาชีพในฝันของเด็ก อันดับแรก แพทย์และนักร้องหรือดารารองลงมา ครูและนักธุรกิจ ทหารและตำรวจวิศวกร นักการทูตและนักบิน พยาบาล นักคอมพิวเตอร์ แอร์โฮสเตส นักกีฬาโดยเฉพาะนักฟุตบอล และผู้ประกาศข่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RLYaJDcJJmk

 4,050
เศรษฐกิจ
04 ม.ค. 61

หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งสูงสุดในรอบ 35 เดือน คาดปี 2561 เศรษฐกิจไทยโต 5%

เศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากการส่งออกและการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธันวาคม 2560 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สูงสุดในรอบ 35 เดือน และคาดปี 2561 เศรษฐกิจไทยอาจโตถึงร้อยละ 5     นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธันวาคม 2560 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 อยู่ที่ระดับ 79.2 ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 35 เดือนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการส่งออก ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี เพราะประเทศผู้ซื้อทั้งในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง จะกลับมาฟื้นตัว ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากขณะนี้เฉลี่ย 60-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 32.5 - 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยังมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการส่งออก เนื่องจากเป็นการแข็งค่าที่สอดคล้องกับภูมิภาค ประกอบกับจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ซึ่งจะเกิดการฝึกอบรม สร้างอาชีพ และมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 1-2 หมื่นล้านบาท , การลงทุนก่อสร้างบ้านคนไทยประชารัฐเฟส 2 , การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ร้อยละ 3-5 จะมีเม็ดเงินในระบบ 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากรวมความชัดเจนในการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การลงทุนในพื้นที่อีอีซี จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบปีนี้มากถึง 5-7 แสนล้านบาท / ส่วนความกังวลของคนในระดับฐานราก จากราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ เชื่อว่า ราคาจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น และเด่นชัดในไตรมาสที่ 2 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว   หอการค้าไทย คาดว่าเศรษฐกิจปี 2561 จะเติบโตได้ถึงร้อยละ 5 แต่ยังต้องรอตัวเลขไตรมาส 4 ปี 2560 ของสภาพัฒน์อย่างเป็นทางการก่อน จึงจะมีการปรับประมาณการใหม่ โดยปัจจุบันเป้าหมายของหอการค้า ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวร้อยละ 4.2-4.5 การส่งออกเติบโตร้อยละ 5 ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับร้อยละ 1.5 และจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 37 - 37.5 ล้านคน   

 5,478
เศรษฐกิจ
19 ธ.ค. 60

เปิด!! 10 อาชีพดาวรุ่ง - ดาวร่วง ปี 61 ชี้เป็นยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

หอการค้าไทย เผย 10 อาชีพ ดาวรุ่ง และดาวร่วง ปี 61 ชี้เป็นยุคของอาชีพด้านดิจิทัลอย่างแท้จริง   10 อาชีพดาวรุ่งได้แก่   1.แพทย์ เนื่องจากความต้องการแพทย์ยังมีอยู่สูง  2.โปรแกรมเมอร์,นักพัฒนาซอฟแวร์,นักวิเคราะห์ข้อมูล  3.นักการตลาดออนไลน์,รีวิวเวอร์,เน็ตไอดอล  4.นักออกแบบวิเคราะห์ระบบด้านไอที และนักการเงิน  5.กราฟิคดีไซน์ และนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร 6.นักวิทยาศาสตร์ด้านความงาม และอาชีพที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว 7.ผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพ และ e-commerce  8.อาชีพวงการบันเทิง และสถาปนิก  9.ครูสอนพิเศษ,ขนส่ง  10.นักบัญชี    10 อาชีพดาวร่วงปี 61 ได้แก่   1.อาชีพตัดไม้,ช่างไม้  2.พ่อค้าคนกลาง 3.อาชีพย้อมผ้า 4.บรรณารักษ์ และไปรษณีย์ส่งจดหมาย 5.พนักงานขายสินค้าหน้าร้าน (ถูกแทนที่ด้วยค้าออนไลน์) 6.ตัดเย็บเสื้อผ้าโหล 7.ช่างทำรองเท้า 8.เกษตรกร และครูอาจารย์ 9.แม่บ้านทำความสะอาด 10.นักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผู้สื่อข่าวภาคสนาม  

 56,787
เศรษฐกิจ
27 เม.ย. 60

หอการค้าคาดเงินสะพัดวันแรงงานสูงสุดในรอบ 4 ปี

หอการค้าไทย มั่นใจเศรษฐกิจไทยค่อยๆ ฟื้นตัว และเริ่มสะท้อนไปยังเศรษฐกิจฐานรากแล้ว จึงส่งผลให้เม็ดเงินใช้จ่ายวันแรงงานปีนี้ สูงที่สุดในรอบ 4 ปี   นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังมั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ร้อยละ 3.6 ในระดับตัวเลขการส่งออกที่เป็นบวกร้อยละ 2 เป็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และกำลังลงไปยังเศรษฐกิจฐานราก และจะเริ่มเห็นชัดขึ้นสำหรับในช่วงไตรมาสที่ 3 ต่อเนื่องไปถึงสิ้นปีนี้ เหตุผลที่มีการวิเคราะห์อย่างนี้ มาจากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง แรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น เห็นได้จากผู้มีรายได้น้อยเริ่มกล้าใช้จ่าย แต่เป็นการใช้จ่ายแบบระมัดระวัง โดยประเมินว่าวันแรงงานในปีนี้ จะมีเม็ดเงินสะพัด 2,115 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 3 ซึ่งเป็นการใช้จ่ายที่สูงสุดรอบ 4 ปี ขณะที่การก่อหนี้ของแรงงานกลุ่มนี้ เป็นไปในทิศทางบวก เพราะหนี้นอกระบบเฉลี่ยครัวเรือนละ 5,244 บาทต่อเดือน เป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี แม้หนี้ในระบบจะสูงขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 ปี ผ่อนอยู่ที่ครัวเรือนละ 5,587 บาท เป็นเพราะรัฐบาลมีมาตรการแก้หนี้นอกระบบ ซึ่งลดภาระดอกเบี้ยให้กับผู้มีรายได้น้อย ส่งผลให้ปัจจุบันแรงงานที่แบกรับภาระหนี้เกินรายได้น้อยลง อยู่ที่ประมาณร้อยละ 8 นอกจากนี้ พฤติกรรมการกู้ยืมเงินก็ดีขึ้น มีวัตถุประสงค์ในการไปซื้อสินค้าคงทนมากขึ้น มากที่สุดร้อยละ 37.5 ซื้อยานพาหนะ ร้อยละ 24.4 ใช้จ่ายประจำวัน และร้อยละ 14.3 กู้ไปซื้อที่อยู่อาศัย

 9,066
เศรษฐกิจ
26 ม.ค. 60

หอการค้าชี้ตรุษจีนปี 60 คึกคัก เงินสะพัดเกือบ 5.5 หมื่นล้าน สูงสุดรอบ 10 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน ว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะคึกคักมากขึ้น เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น การส่งออกในไตรมาสที่ 1 สูงขึ้น และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่มีปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญลดลง นักท่องเที่ยวจีนดีขึ้น ทำให้ประชาชนใช้จ่ายในช่วงนี้เพิ่มขึ้น โดยจะมีเงินสะพัดสูงถึง 54,927.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าช่วงตรุษจีนปีก่อน 4.5% โดยเป็นมูลค่าการใช้จ่ายที่สูงสุดในรอบ 10 ปี หรือสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่การสำรวจมาเมื่อปี 2550 ส่วนในภาคใต้นั้นจากการสำรวจพบว่ายังมีการใช้จ่ายเพื่อไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นปกติ ไม่มีการลดปริมาณการซื้อของไหว้และลดการใช้จ่ายลงแต่อย่างใด เพราะราคายางพาราและปาล์มน้ำมันยังสูง   ทั้งนี้การใช้จ่ายดังกล่าว ส่วนใหญ่ประชาชนจะใช้เงินซื้อของเซ่นไหว้ 3,950.21 บาทต่อคน ทำบุญ 1,990.93 บาทต่อคนซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 2,627.70 บาทต่อคน ให้แต๊ะเอีย 3,954.15 บาทต่อคน จัดเลี้ยงสังสรรค์ 4,441.04 บาทคน และท่องเที่ยว 11,802.34 บาทต่อคน   สำหรับซึ่งบรรยากาศการใช้จ่าย และแนวโน้มปัจจัยบวกในหลายๆ ด้าน เป็นสิ่งสะท้อนว่าประชาชนเริ่มมองว่าทิศทางภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นเลยจับจ่ายสูงขึ้น โดยต่อเนื่องมาจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา จึงทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวได้ 3-3.3% เพราะมีเงินเพิ่มเข้าสู่ระบบ 10,000-30,000 ล้านบาท และหากมีแรงส่งต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจในไตรมาสต่อไป จะทำให้เศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวได้ตามคาดที่ 3.6% แน่นอน แม้ว่าในไตรมาสที่ 2 อาจจะมีผลกระทบต่อกรณี Brexit ได้บ้างก็ตาม และการเจรจาระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ในอนาคตจะเป็นแบบใด หลังจากมีการยกเลิกการทำการค้าในกรอบ TPP ซึ่งไม่ได้ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการทำการค้าและการลงทุนในอนาคต ซึ่งคาดการณ์การส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้ 2.5-3.5% ตามคาด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BihNBt5sxv8    

 29,931
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ย. 59

รวบคนร้ายไล่แทงคนย่าน ม.หอการค้าเจ็บ ยังให้การวกวน คาดมีอาการทางจิต

ตำรวจเตรียมส่งชายที่คาดว่าสติไม่ดี ผู้ต้องหาที่ไล่แทงชาวบ้านภายในซอยมหาวิทยาลัยหอการค้าไปตรวจสภาพจิต หลังตามจับกุมได้ในห้องเช่าห่างจาก สน.ดินแดงเพียง 100 เมตร ผู้ต้องหาให้การสารภาพอย่างวกไปวนมาคล้ายสติไม่สมประกอบว่า เคยมีอาชีพเป็นรปภ.แต่ออกจากงานได้ 2 เดือนแล้ว และก่อเหตุดังกล่าวจริง ซึ่งเคยก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง อ้างว่าที่ทำเพราะญาณวิเศษกระซิบบอกว่าอนาคตของเด็กหอการค้าอยู่ในมือตน โดยตำรวจได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และหลังจากนี้จะพาไปตรวจอาการทางจิต เพื่อพิสูจน์ว่าขณะก่อเหตุมีสติหรือไม่ และจะนำผลการตรวจไปประกอบสำนวนให้ศาลพิจารณา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QlbHhte5duA  

 3,914
เศรษฐกิจ
10 พ.ค. 59

หอการค้า คาดเปิดเทอมเงินสะพัด 49,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากปีก่อน

ม.หอการค้า คาดเงินสะพัดช่วงเปิดเทอม 49,000 ล้านบาท เหตุค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่พร้อมทำเพื่อการศึกษาบุตรหลาน ยันส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ 0.1 - 0.2% แต่รอปรับประมาณการ 12 พ.ค.นี้   นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเปิดเทอมปี 2559 ผู้ปกครองจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 49,145.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.3% จากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 48,040.18 ล้านบาท ดีที่สุดในรอบ 3 ปี แม้ยังขยายตัวไม่สูงมากนักก็ตาม ซึ่งเงินส่วนใหญ่จะใช้ในการจ่ายค่าเทอม ค่าบำรุงโรงเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน หนังสือ เเละเสื้อผ้าต่างๆ ซึ่งมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกรายการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ 0.1 - 0.2% แต่ปัจจัยนี้ได้รวมกับการประมาณการเศรษฐกิจที่มีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 3 - 3.5% อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามศูนย์วิจัยฯ จะปรับประมาณการอีกครั้งในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ แต่ในเบื้องต้นมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะขยายตัวได้สูงกว่าการประมาณการเดิม    ทั้งนี้จากการสำรวจยังพบว่าปัจจุบันผู้ปกครองส่วนใหญ่มีหนี้สินต่อครัวเรือนสูงอยู่ที่ 208,691.02 บาท เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน 24.11% โดยเป็นหนี้สินมาจากการใช้จ่ายประจำวัน การใช้จ่ายสำหรับบุตรหลาน ค่าผ่อนรถยนต์และที่อยู่อาศัย ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ถึง 51.3% แต่ผู้ปกครองพร้อมกู้ยืมเพื่อนำมาใช้จ่ายเพื่อบุตรหลาน แม้ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับค่าเรียนพิเศษเพิ่มเติมก็ตาม และผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องการให้บุตรหลานมีคุณภาพทางด้านการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ดังนั้นเพื่อให้เงินที่ใช้จ่ายในการดูแลการศึกษาของบุตรหลานมีประสิทธิภาพสูงสุด รัฐบาลจะต้องปรับคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้ง การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน การสร้างจริยธรรมคุณธรรมมากกว่าวัตถุนิยม รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการศึกษาสายอาชีพ เพื่อให้มีงานมำในอนาคต และควรจะมีการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในโรงเรียนเอกชน และเพิ่มรายได้ให้กับบุคคลากรทางการศึกษาระดับต้นเพื่อจูงใจให้ทำการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น       

 1,693
เศรษฐกิจ
29 เม.ย. 59

หอการค้าเผยแรงงานไทยหนี้พุ่ง พบรายได้ไม่พอใช้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงสถานภาพแรงงานไทยในปัจจุบัน พบว่า ร้อยละ 95.9 มีหนี้สินต่อครัวเรือนสูงถึง 119,061 บาท สูงสุดในรอบ 9 ปี แต่ละครัวเรือนมีภาระในการผ่อนชำระมากถึง 8,114 บาทต่อเดือน     โดยมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5,000-15,000 บาท ขณะที่รายจ่ายอยู่ที่ 5,000-10,000 บาท ซึ่งบางรายมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ส่งผลให้มีเงินเก็บออมต่ำและมีหนี้สูง  ส่วนใหญ่เป็นหนี้นอกระบบ มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60.62 และหนี้ในระบบ ร้อยละ 39.38   ทั้งนี้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าแรงงานผิดนัดชำระหนี้ถึงร้อยละ 83.5 เนื่องจากมีเงินไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย แม้ส่วนใหญ่จะหารายได้เสริม แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้อยู่  ขณะที่แรงงานต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพให้สอดคล้องกับรายได้ รวมถึงปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำที่ปัจจุบันที่อยู่ที่ 300 บาทต่อวัน เป็น 356.76 บาทต่อวัน และลดเงินจ่ายสมทบประกันสังคม เพื่อเพิ่มเงินในประเป๋าให้กับแรงงาน พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการคุ้มครองต่าง ๆ มากขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IKlccUx358k    

 1,939
เศรษฐกิจ
23 ธ.ค. 58

หอการค้าคาดปีใหม่ 59 คึกคัก เงินสะพัด 1.25 แสนล้าน

หอการค้าระบุประชาชนวางแผนใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 1 แสน 2 หมื่น 5 พันล้านบาท ถือว่าสูงสุดในรอบ10 ปี ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะ เปิดเผยผลสำรวจแผนการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ว่าจะมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 6.4% คิดเป็นเม็ดเงิน ประมาณ 1 แสน 2 หมื่น 5พันกว่าล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงสุดตั้งแต่ปี 50 เป็นต้นมา กลุ่มตัวอย่างเกือบ 40% จะใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศ 54,485 ล้านบาท เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่คนละ 1 หมื่น 2 พันกว่าบาท ขณะที่เดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ 37,631 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 9 หมื่นกว่าบาท หรือสูงสุดในรอบ 5 ปี ส่วนที่เหลือเป็นการทำบุญ ซื้อสินค้าทั้งคงทน และฟุ่มเฟือย รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนสาเหตุที่ทำให้การใช้จ่ายช่วงปีใหม่นี้เป็นไปอย่างคึกคัก ในรอบ 10 ปี นั้น เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงการลดราคาน้ำมันขายปลีก และโครงการลดราคาสินค้าของรัฐบาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J_f0_gC0P0Y  

 1,170
เศรษฐกิจ
03 ก.ค. 58

หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย.ต่ำสุดในรอบ 12 เดือน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่าปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แตะระดับ 74.4 ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 ทั้งนี้ เป็นผลมาจากความไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศหลังธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ลงเหลือร้อยละ 3 อีกทั้งมีความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และการส่งออกติดลบต่อเนื่อง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/w132iFctMP4  

 2,032
เศรษฐกิจ
06 มี.ค. 58

หอการค้าระบุดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ.ดิ่งเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ. อยู่ที่ 79.1 จาก 80.4 ใน ม.ค.ซึ่ง เป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/9rcWy-oNGwk    

 1,868
การเมือง
04 ธ.ค. 57

นายกฯปาฐกถาหอการค้า ตปท. ยันมีการเลือกตั้งแน่นอน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปาฐกภาพิเศษ ให้กับหอการร่วมต่างประเทศ ในประเทศไทย ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนหอการค้าร่วมต่างประเทศ รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน คาดปีหน้าขยายการค้าการลงทุนเป็น 2 เท่า ขอนักลงทุนอย่างกังวลเรื่องประชาธิปไตย ยืนยันจะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

 1,544

Top