ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมอุตุนิยมวิทยา"

สังคม-อาชญากรรม
06 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯประกาศ หนาวต่อเนื่องถึง 10 ธ.ค. 'เหนือ-อีสาน' อุณหภูมิลดฮวบฮาบ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 05 ธันวาคม 2562        ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E4QTvaqcZDg

 162
สังคม
06 ธ.ค. 62

กรมอุตุฯประกาศ หนาวต่อเนื่องถึง 10 ธ.ค. 'เหนือ-อีสาน' อุณหภูมิลดฮวบฮาบ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 05 ธันวาคม 2562        ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.                     (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E4QTvaqcZDg

 162
สังคม
05 ธ.ค. 62

เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม! กทม.-ปริมณฑล อุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง หนาวสุดช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค.

ชาวไทยเตรียมเฮและสวมเสื้อกันหนาวรอได้เลย ทางกรมอุตุฯบอกภาคเหนือและอีสาน รวมถึงกทม.-ปริมณฑลมีอุณหภูมิลดลงต่อเนื่องไปจนถึงต้นสัปดาห์หน้า      ซึ่งทางกรมอุตุวิทยาบอกว่า หลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง โดยจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียล มีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงต่ำสุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562     โดยบริเวณพื้นที่ราบภาคเหนือและภาคอีสาน อุณหภูมิจะลดลงต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียล ยอดดอยและ ยอดภู มีอากาศหนาวจัด มีน้ำค้างแข็ง อุณหภูมิจะลดลงต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียลส่วนด้านกทม.และปริมณฑล จะมีอุณหภูมิ 13- 18 องศาเซลเซียล และลดลงอีก 1-2 องศา     โดยมีการคาดการณ์อากาศในรอบ 24 ชม.ว่า พื้นราบในภาคเหนือและภาคอีสานอุณภูมิลดลง 1-3 องศา ซึ่งบริเวณพื้นราบที่มีอุณหภูมิต่ำสุดคือ จ.นครพนม ขณะที่อากาศบนยอดดอยและยอดภูต่ำสุดอยู่ที่ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียล 

 784
สังคม-อาชญากรรม
05 ธ.ค. 62

หนาวจับใจ! คนกรุงสัมผัสอากาศหนาว 19 องศา กรมอุตุฯ เผยกทม.ลุ้นต่ำสุด 13 องศา - เหนือ 6 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 04 ธันวาคม 2562      ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย         สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.         (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MqK_l9_902U  

 13,800
สังคม
05 ธ.ค. 62

หนาวจับใจ! คนกรุงสัมผัสอากาศหนาว 19 องศา กรมอุตุฯ เผยกทม.ลุ้นต่ำสุด 13 องศา - เหนือ 6 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 04 ธันวาคม 2562      ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย         สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.         (ลงชื่อ) นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์           (สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์)           อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MqK_l9_902U  

 13,800
สรุปข่าว
05 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 5 ธ.ค.62 - กทม.อุณหภูมิ 19 องศา - อิทธิฤทธิ์เมียทลายบ่อน - เบ๊น อาปาเช่ เดือดยูทูบเบอร์บุกสุสานอาม่า

-หนาวจับใจ ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ อุณหภูมิ 19 องศา กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุ  ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขณะที่  ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส   https://morning-news.bectero.com/social/05-Dec-2019/159960   -แก๊งยานรกแค้น หญิงวัย 50 ปี แอบขโมยยาไอซ์ที่นำมาซ่อน ไปเผาทิ้ง ก่อนลากตัวซ้อมกลางถนน ก่อนจุดไฟเผาทั้งเป็น อาการสาหัส ชาวบ้านเล่าคืนเกิดเหตุ ช่วงประมาณตี 2 บริเวณกลางถนนหน้าโรงเรียนบ้านโคก จ.สงขลา ได้ยินเสียงคนทะเลาะในขนำและเกิดไฟไหม้ขึ้น และนางมาลัย ผู้บาดเจ็บ ได้วิ่งหนีตาย ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพที่ถูกไฟไหม้และทรมาน ไม่สามารถให้การได้ ตำรวจเผยรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นวัยรุ่นในหมู่บ้าน 4-5 คน https://morning-news.bectero.com/social/05-Dec-2019/159987   -การประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติตั้ง กมธ.เช็กบิล ม.44 รอบที่ 3 ผ่านฉลุย มาครบองค์ประชุม 261 คน ด้านฝ่ายค้านวอล์กเอ้าไม่สำเร็จ มี 10 ฝ่ายค้านแหกโผร่วมลงชื่อ ผลการนับคะแนนใหม่ ปรากฎฝ่ายรัฐบาลพลิกมติ ชนะด้วยคะแนน 259 เสียง มี 4 ส.ส.ปชป.โหวตสวนมติวิปรัฐบาล ส่วนอีก 2 ไม่ออกเสียง   ด้านประธานวิปฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง บอกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า 10 ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นงูเห่า แต่ละพรรคจะมีการเรียกคุยกับส.ส.ถึงสาเหตุที่ไปแสดงตน หากมีเหตุผลที่ดีสามารถชี้แจงได้ว่าไม่มีการรับเงิน ก็ไม่ถือว่าเป็นงูเห่า ส่วนของพรรค เพื่อไทย จะมีการเรียกคุย 3 ส.ส.ที่ไปแสดงตน ภายในวันหรือสองวันนี้ สำหรับกรณีของ นายขจิต ชัยนิยม ส.ส.อุดร พรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า เสียบบัตรทิ้งไว้ แล้วมีคนอื่นไปกดบัตรแสดงตนแทนนั้น ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน     ในนามพรรคฝ่ายค้านจะมีการหารือกันอีกครั้ง ว่าจะยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องของข้อบังคับการประชุม ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่เชื่อว่าประธานสภาได้เห็นคำตอบจากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว    - พ.ต.ท. ไวพจน์ อาภรรัตน์ ส.ส. กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างออกหมายจับ ในคดี้ล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ยังคงเดินทางมาประชุมสภาฯ ลงมติในการพิจารณาตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.ตาม ม.44 ด้านนายชวน หลีกภัย ปธ.สภาฯ ยืนยันว่า พ.ต.ท. ไวพจน์ ไม่มีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครองแล้ว เนื่องจากตามกฎหมาย จะให้การคุ้มครองต่อเมื่อ การดำเนินคดีของ ส.ส.ดังกล่าวยังอยู่ในชั้นการสอบสวน แต่กรณีพลตำรวจโทไวพจน์ ได้พ้นขั้นตอนดังกล่าวมาแล้ว กระบวนการต่อไปจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการ ซึ่งหากพบเจ้าตัวก็สามารถจับกุมได้ทันที    -นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในระหว่างการทดลองนั่งรถไฟฟ้า จากสถานี 5 แยกลาดพร้าว ไปที่สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายกฯ หันมาบอกกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอังกฤษ ว่า "No comments Politics" แปลเป็นไทยว่า ไม่วิจารณ์เรื่องการเมือง เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.และยุบสภา พลเอกประยุทธ์ รีบตอบปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดเลย พูดกันไปเอง   ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลั่นอยู่ยาว เป็นปึกแผ่น หลังดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล ย้ำไม่ทราบเรื่องปรับ ครม. ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าการที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดถึงการปรับคณะรัฐมนตรีไม่ใช่การขู่ แต่พูดในหลักการที่ว่า หากใครทำงานไม่ดีก็ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี หรือนำไปสู่การยุบสภา ส่วนตัวเชื่อยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าจะมีใครถูกปรับคณะรัฐมนตรี ตนก็อาจถูกปรับออกเอง เนื่องจากเดินไม่ค่อยได้ แต่เมื่อถามว่าหากรัฐบาลชุดนี้ขาด ป.ใด ป.หนึ่ง ก็จะทำงานไม่ได้หรือไม่นั้น พลเอกประวิตร มีท่าทีนิ่ง และระบุสั้นๆว่า ไม่ตอบ   -วิพากษ์วิจารณ์ เมนูเด็ดประจำงานเลี้ยง สมานรอยร้าวของแกนนำรัฐบาล หลังมีการเปิดเผยเมนูอาหาร ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเมนู ซุปหูฉลาม ทำให้หลายคน หลายองค์กร ออกมาตั้งคำถาม หนึ่งในนั้น คือ ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ซึ่งเป็นทูตขององค์กรไวลด์เอด ต่อต้านการบริโภคหูฉลาม โพสต์อินสตาแกรม โดยตั้งเป็นคำถามว่า "ฉลองยังต้องมีฉลามกันอีกหรือ? คนรณรงค์ ก็รณรงค์กันไป รัฐบาลก็ไม่สนใจ จะปาร์ตี้สยบรอยร้าวหรืออะไร แต่ฉลามไม่ได้รู้เรื่องด้วย"   พร้อมให้ข้อมูลการสร้างบรรทัดฐานของประเทศต่างๆ ที่ประกาศแบนเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐ ป้องกันการสูญพันธุ์ เรียกร้องให้รัฐบาล ร่วมกันเลิกเสิร์ฟ เลิกทานหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐในอนาคต #ฉลองไม่ฉลาม    -นักวิเคราะห์ประสานเสียง ห่วงกองทุนใหม่ SSF ที่จะมาแทน LTF ป่วนตลาดหุ้น เม็ดเงินเข้าตลาดหุ้นส่อวูบกว่าหมื่นล้านบาท CIMB ระบุ ต้องถือยาวเป็น 10 ปี คนใช้สิทธิไม่เต็ม เพราะต้องมีเงินไว้ใช้ส่วนตัว ประเมินว่าตลาดหุ้นเงินจะหายมากกว่า 50% ด้านกสิกรไทย ระบุ สำรวจแล้วพบ ถึงจะลดหย่อนภาษีได้ถึง 30% แต่คนก็ไม่ใช้สิทธิซื้อเพิ่ม กระทบหุ้นไทยปีหน้าแน่นอน ล่าสุดปลัดกระทรวงการคลัง สวนไม่กระทบหุ้นแน่นอน นักลงทุนเขามีความรู้ ตลาดหุ้นไทยก็แข็งแกร่ง LTF มีสัดส่วนแค่ 2% แทบไม่มีนัยยะต่อตลาด https://morning-news.bectero.com/economy/05-Dec-2019/159993     -ไฮโซกี้ หนุ่มนักแข่งรถ เจ้าของธุรกิจแบรนด์รังนก พาดาราสาว ฝน ฮอร์โมน ขับรถเฟอร์รารี่ พุ่งชนแท่งแบร์ริเออร์ ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ สภาพรถมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทพังยับ กลายเป็นเศษเหล็ก อัดอยู่กับแท่งปูนแบร์ริเออร์แนวกั้นสถานที่ก่อสร้างสะพานรถไฟฟ้า ด้านหน้าฝั่งขวาพังยับเยิน ส่วนคนขับบาดเจ็บชื่อ นายสราวุธ เสรีธรณกุล เจ้าของแบรนด์รังนกดัง และยังเป็นนักแข่งรถชื่อดัง เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องตัดถ่างตัดโครงเหล็กชุดประตูออกและถ่างโครงเหล็กคอนโซนหน้ารถ นำตัวนายสราวุธ เสรีธรณกุล คนขับออกมาได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา ส่วน น.ส.ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือ ฝน ฮอร์โมน ปีนออกมาจากรถได้ก่อน บาดเจ็บเล็กน้อย https://morning-news.bectero.com/social-crime/05-Dec-2019/159985   เบื้องต้น นายสราวุธ ให้การว่า คาดว่ารถน่าจะเหยียบเข้ากับน้ำมันหรืออะไรบางอย่าง ทำให้รถลื่นและเสียหลักพุ่งเข้ามาชนแท่งปูนแบร์ริเออร์ที่เป็นแนวกั้นก่อสร้างสะพานรถไฟฟ้าที่อยู่เกาะกลางถนน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดได้ เนื่องจากคนเจ็บถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล รอตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าอุบัติเหตุเกิดจากการเหยียบคราบน้ำมัน หรือขับรถเร็ว พร้อมยึดรถหรูไว้ตรวจสอบ ว่านำเข้าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่   -วินจยย.เปิดศึกตีกันเอง บนนถนนกลางกรุง ปากซอยจุฬาลงกรณ์ 42 ท่ามกลางสายตาประชาชน สุดท้ายเพื่อนร่วมวินเข้ามาห้าม อีกฝ่ายจึงขึ้นรถหลบหนี สาเหตุเพราะวินอีกฝ่ายไม่พอใจที่ถูกเตือนเรื่องรับคนข้ามเขต   -ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ บุกทลาย 'บ่อนเจ๊รุ้ง' ในพื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก หลังเมียร้องสามีและลูกชาย ติดหนี้พนัน หมดเนื้อหมดตัว ลักรถ ขโมยสร้อยทอง ไปจำนำ แถมเจ้าของบ่อนยังอ้าง จ่ายส่วยให้ผู้ว่าแล้ว เข้ามาเล่นได้ไม่ต้องกลัว บ่อนนี้ไม่มีใครกล้าแตะต้อง จนท.วางแผนเข้าจับกุม พบเป็นบ้านพักบุคคล พื้นที่กว่า 4  ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด มีกำแพงสูง 3 เมตร พบนักพนันกว่า 50 คน มีเจ๊รุ่งแสดงตัวต่อสายลับ บอกเป็นเจ้าของบ่อน สร้างความสนิทสนมพร้อมกับบอกว่า เป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ ก่อนชุดจับกุมจู่โจมเข้าดำเนินการจับกุม https://morning-news.bectero.com/regional/05-Dec-2019/159973   - 'เบ๊น อาปาเช่' เดือด ยูทูบเบอร์ล่าท้าผี บุกสุสานอาม่า เคาะเรียกผีกินเบียร์ เจ้าตัวบอก ตกใจและโกรธมาก นั้นมันหลุมของอาม่า นี้ถือว่าหลบหลู่บรรพบุรุษตนอย่างร้ายแรง แฉเพิ่มย้อนไปดูเจอคลิปไม่เหมาะสมเพียบ ทั้งสอนเหลาช้อนเป็นมีด เอายาหม่องทาตาสุนัข เพราะเชื่อว่าน้ำตาสุนัข จะทำให้เห็นผี และสอนเสพกัญชา ด้านคู่กรณีลบคลิปพร้อมขอโทษ อ้างคึกคะนองไม่ทันได้คิด ล่าสุดเพจทนายคู่ใจเผย ดูหมิ่นหยามศพ โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ https://morning-news.bectero.com/socialnews/05-Dec-2019/159988   -รู้ตัวแล้ว ชายเมากร่างในคลิป เป็นตำรวจจริง ยศพันตำรวจโท สังกัดตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าตัวยอมรับทำผิด เตรียมขอโทษกู้ภัยเป็นการส่วนตัว จากคลิปเหตุเกิดขึ้นบนถนนในพื้นที่ บ้านบึงกระโดน ต.เสม็ด จ.ชลบุรี หลังรถป้ายแดง เฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง มีผู้บาดเจ็บ แต่ขณะที่กู้ภัยจะพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ชายที่นั่งมากับรถเบนซ์ ก็ลงมาด่าว่า ทำร้ายกู้ภัยด้วยคำหยาบคาย อวดเบ่งใหญ่โตว่าเป็นตำรวจ ลักษณะเหมือนคนเมา    ล่าสุด พันตำรวจเอก วัชรวิชญ์ นิธิวรรัชย์ ผู้กำกับการ สภ.เสม็ด เผยว่า ชายในคลิปคือ พันตำรวจโทวิฑูร พานทอง สารวัตรฝ่ายอำนวยการ 6 ตำรวจภูธรภาค 2 และเจ้าตัวยอมรับ ตอนนั้นเมา แต่ไม่ได้เป็นคนขับ แต่ตนลงไปเคลียร์เพราะคิดว่าเป็นมิจฉาชีพ บอกตนเองไม่ได้ตั้งใจ พร้อมที่จะขอโทษ และจะขอโทษเป็นการส่วนตัว ไม่พร้อมที่จะออกสื่อ   -รถพ่วง 22 ล้อ อ้างวูบกะทันหัน ทำให้ไม่เห็นรถข้างหน้าที่จอดรถเข้าจุดตรวจของตำรวจ ชนแหลก 6 คันรวด ภาพจากกล้องหน้ารถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ คันที่คนขับวูบ จะแสดงให้เห็นจังหวะที่คนขับรถบรรทุกพ่วง ชนท้ายรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งสังเกตได้ว่าแทบจะไม่ได้เบรก แรงชนทำให้มีรถยนต์ ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รวม 6 คัน ได้รับความเสียหาย มีผู้บาดเจ็บรวม 5 คน ล่าสุดบริษัทประกันรถบรรทุกยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ทุกคัน https://morning-news.bectero.com/regional/05-Dec-2019/159992     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TgSzTrg-7OU

 21,027
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 62

อุตุฯชี้ 7-10 ธ.ค. ไทยตอนบนจะหนาวสุด ยอดดอยหนาวจัด ลุ้น กทม.แตะ 15 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 03 ธันวาคม 2562   ในช่วงวันที่ 3-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง อย่างต่อเนื่องได้ 8-10 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยในช่วงวันที่ 7-10 ธันวาคม 2562 อุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุด โดยบริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส   ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอยในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ และยอดภูในภาคอีสานจำนวนมาก พร้อมชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม   ขณะที่ภาคใต้ตอนล่างเจอฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าในหลายพื้นที่ เช่น นราธิวาส พัทลุง ส่วนที่ภาคใต้ตอนบนที่ จ.ระนอง เกิดทะเลหมอกสีขาวโพลนที่ยอดเขาฝาชี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aCxQRVFfjMI

 1,096
สังคม
04 ธ.ค. 62

อุตุฯชี้ 7-10 ธ.ค. ไทยตอนบนจะหนาวสุด ยอดดอยหนาวจัด ลุ้น กทม.แตะ 15 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 03 ธันวาคม 2562   ในช่วงวันที่ 3-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง อย่างต่อเนื่องได้ 8-10 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยในช่วงวันที่ 7-10 ธันวาคม 2562 อุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุด โดยบริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส   ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอยในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ และยอดภูในภาคอีสานจำนวนมาก พร้อมชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม   ขณะที่ภาคใต้ตอนล่างเจอฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าในหลายพื้นที่ เช่น นราธิวาส พัทลุง ส่วนที่ภาคใต้ตอนบนที่ จ.ระนอง เกิดทะเลหมอกสีขาวโพลนที่ยอดเขาฝาชี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aCxQRVFfjMI

 1,096
สังคม
03 ธ.ค. 62

กรมอุตุประกาศ! เหนือ - อีสาน เตรียมรับมืออากาศเย็นคาดอุณหภูมิต่ำสุดแตะ 10 องศา

กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ฉบับที่ 7 อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)     ในช่วงวันที่ 3 - 10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 8 - 10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10 - 15 องศาเซลเซียส     ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1 - 9 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 6 - 8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15 - 20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย     สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง     ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในระยะต่อไป ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น     จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 644
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 62

เปิดสถิติอุณหภูมิต่ำสุดในภาคต่างๆ ปีไหน ภาคไหนหนาวสุด

           อุตุนิยมวิทยา เปิดสถิติอุณหภูมิต่ำสุดในภาคต่างๆ ไทยเคยหนาวติดลบ เมื่อปี พ.ศ. 2517 ที่ จ.สกลนคร ส่วนกทม. เคยหนาวสุด 9.9 องศาที่เขตคลองเตย เมื่อปี พ.ศ.2498              ขณะที่อุตุฯ ประกาศเตือน ฉบับที่ 7 อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)"           ในช่วงวันที่ 3-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 8-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส           ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง           ไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในระยะต่อไป ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PHtlF19DTZM

 1,560
สังคม
03 ธ.ค. 62

เปิดสถิติอุณหภูมิต่ำสุดในภาคต่างๆ ปีไหน ภาคไหนหนาวสุด

           อุตุนิยมวิทยา เปิดสถิติอุณหภูมิต่ำสุดในภาคต่างๆ ไทยเคยหนาวติดลบ เมื่อปี พ.ศ. 2517 ที่ จ.สกลนคร ส่วนกทม. เคยหนาวสุด 9.9 องศาที่เขตคลองเตย เมื่อปี พ.ศ.2498              ขณะที่อุตุฯ ประกาศเตือน ฉบับที่ 7 อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)"           ในช่วงวันที่ 3-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 8-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส           ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง           ไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในระยะต่อไป ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PHtlF19DTZM

 1,560
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 62

คนกรุงมีหนาว! ลมหนาวมาตามนัดยาวๆถึง 10 ธ.ค. ยอดดอยยะเยือกลด 8-10 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 03 ธันวาคม 2562   ในช่วงวันที่ 3-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 8-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส   ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในระยะต่อไป ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.   นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์   อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_1QKnHMD-ec

 5,311
สังคม
03 ธ.ค. 62

คนกรุงมีหนาว! ลมหนาวมาตามนัดยาวๆถึง 10 ธ.ค. ยอดดอยยะเยือกลด 8-10 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 03 ธันวาคม 2562   ในช่วงวันที่ 3-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 8-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส   ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในระยะต่อไป ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.   นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์   อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_1QKnHMD-ec

 5,311
สรุปข่าว
03 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ธ.ค.62 คนกรุงหนาวแล้ว-พ่อปารีณาแย่งไมค์อธิบดีกรมป่าไม้-ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ

-วันนี้คนกรุงมีหนาว อุตุนิยมวิทยาประกาศ วันนี้-10 ธันวาคม ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ-อีสาน หนาวแน่อากาศลด 8-10 องศาเซลเซียส ยอดดอยและยอดภูหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศา   ขณะที่ใต้ต้องรับมือกับฝน น้ำท่วมนราธิวาสยังหนัก ขยายวงกว้างถึง 11อำเภอ ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร กว่า 3 หมื่นชีวิตได้รับผลกระทบ   -กรมป่าไม้หอบหลักฐานแจ้งเอาผิดทั้งพ่อและลูก เอ๋ ปารีณา-ทวี ไกรคุปต์ 4 ข้อหาฐานบุกรุกป่าสงวน 46 ไร่ ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ / พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ / พ.ร.บ.ที่ดินมาตรา 9 / พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม โทษสูงสุดคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน ระหว่างที่ อธิบดีกรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา แถลงข่าว ทวี ไกรคุปต์ ยกแผนที่มาตราส่วน 1 : 400,000 พร้อมถามอธิบดีกรมป่าไม้ ว่า พื้นที่ 600 ไร่ ที่ฟ้องร้องกันอยู่นี้อยู่ตรงไหน? ขณะที่อธิบดีชี้แจงนายทวีดึงไมค์จากอธิบดีมาพูดเอง   พ่อยังระบุติดต่อปารีณาไม่ได้ อยากบอกว่าอย่าไปฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ เขาทำหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย บอกทนายความด้วย อย่าไปฟ้องเขาเลย ท่านทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ขอให้ฟังพ่อ ลูกเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดผิดที่ส่งลูกไปเรียนตปท. แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อฟัง   ด้านปารีณาส่งทนายฟ้อง วีระ-อัจฉริยะ ฐานแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท แต่ยังไม่ฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ รอดูท่าทีก่อน ส่วนที่ดินที่ แจ้ง ปปช เกินมา 1,000 กว่าไร่นั้น ทนายบอกเป็นแค่การแจ้งซ้ำ   -พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความข้อบังคับการประชุมที่ให้นับคะแนนใหม่ อาจเจ้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญได้ พร้อมเตรียมเสนอสภา ยื่นญัตติแก้ไขข้อบังคับการประชุม สร้างบรรทัดฐานให้ชัดเจน สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เตรียมหาร่วมกันใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ในวันพรุ่งนี้ เพื่อพิจารณาขอเสนอญัตติในสภา ขอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 85 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขตามขั้นตอน เพื่อจะได้มีความชัดเจนมากขึ้น ว่ามีมูลเหตุใดบ้างที่จะสามารถขอนับคะแนนใหม่ได้     -วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ยืนยันญัตติขอนับคะแนนใหม่ในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 โดยมั่นใจว่า องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4 ธ.ค. นี้ จะครบององค์ประชุม 250 เสียง ทั้งนี้ได้ไล่เช็คทุกพรรคแล้วการประชุมครั้งต่อไปน่าจะครบ อีกทั้งองค์ประชุมรวมถึงประธานด้วย ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า การขอนับคะแนนใหม่ อาจขัดรัฐธรรมนูญ นายวิรัช กล่าวว่า ต้องดูข้อบังคับการประชุมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนและล้อตามรัฐธรรมนูยืนยันว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยถูกต้องแล้ว   -กรณีการนัดพบปะแกนนำรัฐบาล กินข้าวกระชับความสัมพันธ์สยบรอยร้าว ที่สนามกอล์ฟราชพฤกษ์ วันนี้  บิ๊กป้อมบอกว่าเป็นการนัดตามปกติธรรมดา ไม่มีพูดอะไรกันเป็นพิเศษ ส่วนที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โหวตสวนมติวิปรัฐบาลในการตั้งคณะกรรมาธการศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.และมาตรา 44 นั้น ได้พูดคุยกันแล้วไม่มีอะไร และเชื่อว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไปจะเรียบร้อย ไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 ยืนยันว่า ไม่มีรอยร้าวอะไรเป็นเรื่องของบุคคล ทุกฝ่ายเข้าใจกันดี   ด้านนายกฯ ยังไม่รับปากว่าจะไปร่วมงานเลี้ยง จะไปร่วมหรือไม่ ขอดูเวลาก่อน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอยากให้ตนเองไปร่วมงานนั้น ถ้าหากตนไป ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่หากไปก็อาจเป็นการไปเยี่ยม โดยใช้เวลาไม่นาน ทั้งนี้เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะไปหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ ขอรอดูก่อน   -ศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้ง สั่งกรุงศรีวิไล ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หลังรับคำร้อง กกต. แจกใบเหลือง กรณีคนใกล้ชิดใส่ซองงานศพ 1 พันบาท นัดตรวจพยานหลักฐาน 25 ธ.ค.   -รมว.คมนาคมสั่งบอร์ด รฟม.รื้อพิจารณาเงื่อนไขการปรับลดราคาระบบขนส่ง เพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน ทั้งรถไฟฟ้า-ทางด่วน หลังไม่ปลื้มมาตรการก่อนหน้า ลุ้นลดราคารถไฟฟ้าทั้งวันไม่มีช่วงออฟพีค ลดแบบไม่ตั้งเงื่อนไขเวลา เพื่อให้ ปชช.ได้ประโยชน์แท้จริง และเป็นของขวัญปีใหม่ สั่งพิจารณาภายใน 15 ธ.ค.   -ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ พ่อ แม่ ลูก ถูกจ่อยิงที่หัว ตายคาบ้านกลางเมืองเชียงราย เร่งล่าตัวแฟนลูกสาว คาดพัวพันคดี ชาวบ้านระบุได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด ตั้งแต่คืน 28 พ.ย. แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุร้าย กระทั่งเพื่อนผู้ตายมาตาม เพราะไม่ไปทำงาน พบเป็นศพตายยกครัว สภาพขึ้นอืด ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน มั่นใจไม่ใช่เหตุฆ่ากันเองในบ้าน หรือฆ่าตัวตาย ที่ผ่านมาบ้านนี้ไม่มีปัญหากับใคร สงสัยเป็นแฟนหนุ่มของลูกสาว ที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ ก่อนจะถูกทางครอบครัวฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้คบหา เร่งไล่ล่าตัวมาสอบปากคำ   -รวบแล้ว อดีตเมียกับผัวใหม่ พาเพื่อนบุกแทงผัวเก่าแล้วเอาพัดลมทุ่มจนตายคาห้องพักบ้านเอื้ออาทรย่านบางบัวทอง ทั้งอดีตเมียเก่าและผัวใหม่ยังปากแข็ง อ้างไม่ได้เป็นคนลงมือ จะเข้าเอามือถือและเสื้อผ้า ถูกผู้ตายใช้เขียงทุ่มเลยชุลมุน ปัดให้เพื่อนอีกคนเป็นคนแทง ตร.รวบตัวเพื่อนอีกคนได้แล้วที่ชลบุรี เตรียมแถลงข่าววันนี้   -ดีเอสไอแจงสารพันธุกรรมจากกระดูก 9 ชิ้นที่ส่งตรวจเพิ่มในคดีบิลลี่ เสื่อมสภาพถูกเผามานานกว่า 10 ปี ทำให้ตรวจไม่ได้ว่าเป็นของใคร แต่ยืนยันว่าเป็นของมนุษย์ ยืนยันไม่กระทบต่อรูปคดีแน่นอน   -กรมขนส่งทางบกเตรียมแบ่งสินบนนำจับ 50%  ให้กับคนแจ้ง เบาะแส ขับขี่ไม่ปลอดภัย คาดมีผลบังคับใช้ 9 ธันวาคมนี้ ประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิด เช่น ขับรถส่ายไปส่ายมา ขับรถประมาทหวาดเสียว ควันดำ บรรทุกเกิน ทั้งในส่วนของรถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ สามารถถ่ายรูป ถ่ายคลิป   ส่งมาที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก, เฟซบุ๊ก หรือร้องเรียนผ่านสายด่วน 1584 ได้เลย หากพบว่าทำผิดจริงเราจะแบ่งสินบน 50% ให้คนแจ้ง เงินรางวัลมีตั้งแต่ 200-25,000 บาท แต่ต้องมารับเงินด้วยตัวเองที่กรมขนส่ง ไม่มีการทำธุรกรรมเพื่อความโปร่งใส ซึ่งจะบังคับใช้ทันก่อนช่วงปีใหม่พอดี    -ชายขับกระบะพุ่งชนเก๋งจอดหน้าบ้านเข้าพบ ตร.แล้ว อ้างเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านไปช่วยขนกระถางต้นไม้หน้าบ้านเพื่อน ยกออกไม่ได้เพราะรถคู่กรณีจอดขวาง เรียกไม่มีใครมาเคลื่อนย้ายจึงโมโหตัดสินใจชนดะ ยันไม่ได้หนี ยอมรับเป็นคนใจร้อนขอโทษสังคมด้วย ผู้เสียหายยันไม่ได้จอดขวาง แต่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เสนอซื้อรถคันใหม่ให้หรือจ่ายเงินค่าซ่อม 5 แสน สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ คนขับกระบะโดนแจ้งข้อหา นัดเจรจา 2 ฝ่ายอีกครั้งอาทิตย์นี้   -หนุ่มบุกเดี่ยวชิงเงินแบงก์พลาดท่า เจอพนง.คนจริงกระชากหัวทิ่งคาเคาน์เตอร์ วงจรปิดจับภาพวินาทีคนร้ายเดินขึ้นมากระโดดบนเคาน์เตอร์ ประกาศดังลั่นธนาคาร นี่คือการปล้น เหตุเกิดที่ธนาคารทหารไทย สาขาพัฒนาการ 48 ขณะกระโดดเกิดลื่นล้ม ทำให้ พนง.กระชากแขนจนหัวทิ่ม ไปกองกับพื้นและมีพลเมืองดีเข้าช่วยจับ พบคนร้ายเป็นไลน์แมน สารภาพขี่รถตระเวนดูธนาคาร 2-3 แห่ง พบสาขานี้ไม่มี รปภ.จึงเข้าก่อเหตุ   -ฌาปนกิจ คิว ภูริวัฒน์ นักร้องนำของวง Friday Night to Sunday หลังผูกคอฆ่าตัวตาย จากอาการป่วยซึมเศร้า แม่ร้องแทบขาดใจหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงเปิดฝาโลงดูหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย   -พ่อโวยห้างดังเมืองสุราษฎร์ธานี ทำไฟฟ้ารั่วชั้นวางสินค้า ช็อตลูกสาววัย 2 ขวบหวิดดับ ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเกือบ 2 นาที ลูกสาวสลบนานกว่า 10 นาที ต้องอยู่ ICU 2 คืน อยากฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหาย ขอความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ERSlbadzdWA

 8,443
สรุปข่าว
02 ธ.ค. 62

ประเด็นข่าวรอบวัน 2 ธ.ค. 62 - ทั่วไทยเตรียมหนาวพรุ่งนี้ - กกต.ปฏิเสธทันควัน อนาคตใหม่ขอขยายเวลาส่งเอกสาร - ดีเอสไอแจงกระดูกไม่ใช่ 'บิลลี่'

ดีเอสไอแจงกระดูก 9 ชิ้น ไม่ใช่ 'บิลลี่' อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในเบื้องต้นทราบว่าชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น ที่นำขึ้นมาจากใต้น้ำบริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป   วิปรัฐบาลมั่นใจองค์ประชุมไม่ล่มรอบ 3 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ยืนยันญัตติขอนับคะแนนใหม่ในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 โดยมั่นใจว่าองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4 ธ.ค. จะครบององค์ประชุม 250 เสียง โดยการประชุมครั้งที่ผ่านมา มี ส.ส. พลังประชารัฐ เดินทางไปต่างประเทศ 2 คน และมีบางคนเข้ามาแสดงตนไม่ทัน ทั้งนี้ได้ไล่เช็คทุกพรรคแล้วการประชุมครั้งต่อไปน่าจะครบ อีกทั้งองค์ประชุมรวมถึงประธานด้วย ส่วนรัฐมนตรีต้องมาตามหน้าที่อยู่แล้ว และยังไม่คุยกับฝ่ายค้านเพื่อขอเสียงสนับสนุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหลังองค์ประชุมครบแล้วจะโหวตลงมติในญัตติดังกล่าวต่อไป   ทั้งนี้หากองค์ประชุมสภาล่มครั้งที่ 3 อีก นายวิรัช กล่าวว่าต้องดูเหตุผลที่ไม่ครบ เพราะองค์ประชุมเป็นหน้าที่ ส.ส. ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และหากเป็นเช่นนี้บ่อยๆผู้ใหญ่ก็ต้องคุยและหามาตรการร่วมกัน ส่วนตัวจะไม่พิจารณาตัวเอง และวิปรัฐบาลไม่ได้ติดใจอะไร   อนาคตใหม่ขยายเวลาส่งเอกสารให้ กกต. พรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ส่งเอกสารกู้เงินพรรค ขอขยายเวลาอีก 120 วัน หลังครบกำหนดวันนี้ โดยให้เหตุผลว่าเอกสารที่ กกต.ขอนั้นมีจำนวนมากทั้งรายรับ-รายจ่าย ของพรรคทั้งหมดตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกันยายน ซึ่งมีเอกสารร่วมกว่า 100 แฟ้ม จึงขอตรวจสอบเอกสารและรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องส่งให้ กกต.ในคราวเดีย อย่างไรก็ตาม กกต.ได้แจ้งกลับมาทางพรรคแล้วว่าไม่สามารถขยายเวลาให้ได้ตามที่ร้องขอ แต่พรรคก็ยังจะขอใช้สิทธิส่งเอกสารให้ กกต.ตามที่ร้องขอ   กรมอุตุฯ ประกาศเตรียมรับมืออากาศหนาว กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศหนาว โดยพาะในภาคเหนือและอีสาน ที่อุณภูมิจะลดลง 8-10 องศา โดยบริเวณพื้นราบอากาศหนาว อุณภูมิต่ำสุด 10-15 องศา ส่วนยอดดอยและยอดภู อากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณภูมิต่ำสุด 1–9 องศา    ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณภูมิจะลดลง 6-8 องศา ทำให้ทุกพื้นที่มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณภูมิต่ำสุด 15-20 องศา   ขณะที่ภาคใต้ตอนล่าง ขอให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก คลื่นลมบริเวรอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วงนี้    ดีเดย์ 9 ธ.ค.นี้ แจ้งเบาะแสรถสาธารณะทำผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ผู้ที่พบเห็นรถสาธารณะทำผิดกฏหมาย สามารถแจ้งเบาะแส และจะได้สินบนนำจับ 50 % ของค่าปรับด้วย สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ 1584 และตามช่องทางสื่อโชเชี่ยลมีเดียของกรมฯ ทั้ง เฟชบุ๊ก เพจกรมการขนส่งทางบก   จีนประกาศมาตรการตอบโต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนฮ่องกงของสหรัฐฯ ทางการจีนประกาศห้ามเรือรบและเครื่องบินรบสหรัฐฯ เทียบท่าหรือลงจอดบริเวณฮ่องกง รวมถึงประกาศคว่ำบาตรการทำงานขององค์กรไม่แสวงผลกำไรจากสหรัฐฯ ในฮ่องกง โดยเป็นไปเพื่อตอบโต้ที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงและแสดงความคิดเห็นถึงกิจการภายในของจีนโดยเร็ว    สำหรับประกาศที่มีผลบังคับใช้ทันทีครั้งนี้ จะมุ่งเป้าไปที่องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯ โดยเฉพาะองค์กรที่จับตาสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงเป็นพิเศษ     ช่อง 3 เปิดตัว 'คลินิกหมอความ'   ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เปิดตัวรายการศูนย์รับเรื่องอย่างเป็นทางการแล้ว โดยใช้ชื่อรายการว่า 'คลินิกหมอความ' เพื่อเป็นสื่อกลางช่วยเหลือ และรับเรื่องราวต่างๆ จากประชาชน คนที่เดือดร้อน มีปัญหาอยากร้องทุกข์ หรืออยากปรึกษาข้อกฎหมายต่างๆ  ตอกย้ำ สโลแกน 'ข่าวจริง ทันเหตุการณ์ พึ่งพาได้'  โดยมี ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ผู้ดำเนินรายการ และเป็นทนายความ ร่วมกับทนายอาสา อีกทั้งยังมีหน่วยงานของรัฐอีกมากมาย ที่จะเข้าร่วม

 646

Top