ค้นหา :

ผลการค้นหา "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

พระราชสำนัก
25 ก.พ. 63

ในหลวง มีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันชาติรัฐคูเวต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล ไปยังเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ในโอกาสวันชาติของรัฐคูเวต   วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล ไปยังเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ในโอกาสวันชาติของรัฐคูเวต ซึ่งตรงกับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ความว่า    "เชคซอบะห์ อัลอะห์มัด อัลจาบีร์ อัลซอบะห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต กรุงคูเวตซิตี ในโอกาสวันชาติของรัฐคูเวต หม่อมฉันมีความยินดีขอถวายพระพรชัยมงคล และความปรารถนาดีอย่างจริงใจ เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความผาสุกและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และประชาชนชาวคูเวต     หม่อมฉันเชื่อมั่นอย่างแน่แท้ว่า ประเทศไทยและรัฐคูเวต จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตร และความร่วมมือในกิจการด้านต่างๆ ระหว่างประเทศทั้งสอง ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า"    พระปรมาภิไธย มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 24
พระราชสำนัก
24 ก.พ. 63

ในหลวง มีพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเอสโตเนีย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเอสโตเนีย   วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเอสโตเนีย ในโอกาสวันเอกราช ของสาธารณรัฐเอสโตเนีย ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ความว่า    "ฯพณฯ นางเคร์สติ คัลยูไลด์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเอสโตเนีย กรุงทาลลินน์ ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐเอสโตเนีย ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพร และความปรารถนาดี เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์ และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประชาชน และความรุ่งเรืองไพบูลย์ของสาธารณรัฐเอสโตเนีย - ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐเอสโตเนีย จะยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมสัมพันธไมตรี และความร่วมมือระหว่างกันให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองฝ่าย    พระปรมาภิไธย มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 23
วิดีโอเต็มรายการ
15 ก.พ. 63

ในหลวง มีพระราชสาส์นอำนวยพร เนื่องในวันชาติเซอร์เบีย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซอร์เบีย   วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซอร์เบีย ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐเซอร์เบีย ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ความว่า   " ฯพณฯ นายอะเล็กซานดาร์ วูชิช ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซอร์เบีย กรุงเบลเกรด ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐเซอร์เบีย ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดีอย่างจริงใจ เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์ และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นของประเทศ และประชาชนชาวเซอร์เบีย- ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไมตรีจิตมิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศของเราทั้งสอง จะกระชับแน่นแฟ้น และเจริญงอกงามยิ่งขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า"    พระปรมาภิไธย มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว    

 110
พระราชสำนัก
13 ก.พ. 63

ในหลวง-พระราชินี มีพระราชกระแส แสดงความเสียพระราชหฤทัย เหตุกราดยิงโคราช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชกระแสแสดงความเสียพระราชหฤทัย ต่อเหตุการณ์ร้ายแรงใน จ.นครราชสีมา ความว่า   "ข้าพเจ้าและพระราชินีรู้สึกเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ที่ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในประเทศของเรา ที่จังหวัดนครราชสีมา นับแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 อันทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากได้รับอันตราย ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ความสูญเสียในครั้งนี้ ได้สร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวงให้แก่ข้าพเจ้าและพระราชินี ด้วยเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดจากการกระทำอันโหดร้ายเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด ต่อชาวไทยด้วยกันอันเป็นทั้งเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมชาติ   ข้าพเจ้าและพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้ที่ต้องประสบความสูญเสีย และเห็นใจ ชื่นชมผู้ตกอยู่ในเหตุการณ์ ที่ต่างมีความอดทนเข้มแข็ง ตลอดจนช่วยเหลือและเกื้อกูลกันในยามคับขัน จนสามารถรอดพ้นอันตรายได้ ทั้งขอยกย่องผู้มีส่วนคลี่คลายสถานการณ์ครั้งนี้ทุกคนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คณะกรมการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร มูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งนอกจากจะต้องมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและเสียสละชีวิตอุทิศตนอย่างสูงแล้ว ยังได้แสดงถึงความสันทัดช่ำชองในการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชีวิตความปลอดภัยของผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย   ความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกคนทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทางการและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะกระทำได้ต่อผู้ที่บาดเจ็บและได้รับอันตราย ได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมชาติ พร้อมทั้งพลังความสามัคคีซึ่งเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง ข้าพเจ้าและพระราชินีเชื่อมั่นว่า เราชาวไทยทุกคน สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงครั้งนี้ไปได้ ด้วยความมีสติ มีปัญญา และสามัคคี ตลอดจนด้วยความเสียสละเพื่อความผาสุก สงบ เรียบร้อยของส่วนรวมและประเทศชาติ"   ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรับศพผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยในวันนี้ (13 ก.พ.2563) จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพทั้งสิ้น 14 ราย แบ่งเป็น จ.นครราชสีมา 11 ราย, บุรีรัมย์ 1 ราย, สกลนคร  1 ราย และสมุทรสาคร 1 ราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MQ3Cx3VJsUc

 541
พระราชสำนัก
12 ก.พ. 63

ในหลวง-พระราชินี ทรงมีพระราชกระแสแสดงความเสียพระราชหฤทัย ในเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชกระแสแสดงความเสียพระราชหฤทัย ในเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา   ข้าพเจ้าและพระราชินี รู้สึกเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ที่ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในประเทศของเรา ที่จังหวัดนครราชสีมา นับแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 อันทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากได้รับอันตราย ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต- ความสูญเสียในครั้งนี้ ได้สร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวง ให้แก่ข้าพเจ้าและพระราชินี ด้วยเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดจากการกระทำอันโหดร้าย เกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด ต่อชาวไทยด้วยกัน อันเป็นทั้งเพื่อนมนุษย์ และเพื่อนร่วมชาติ   ข้าพเจ้าและพระราชินี ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง กับครอบครัวของผู้ที่ต้องประสบความสูญเสีย และเห็นใจ ชื่นชมผู้ตกอยู่ในเหตุการณ์ ที่ต่างมีความอดทนเข้มแข็ง ตลอดจนช่วยเหลือและเกื้อกูลกันในยามคับขัน จนสามารถรอดพ้นอันตรายได้ ทั้งขอยกย่องผู้มีส่วนคลี่คลายสถานการณ์ครั้งนี้ทุกคนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คณะกรมการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร มูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งนอกจากจะต้องมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และเสียสละชีวิตอุทิศตนอย่างสูงแล้ว ยังได้แสดงถึงความสันทัดช่ำชองในการปฏิบัติหน้าที่ และการให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชีวิตความปลอดภัย ของผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย   ความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกคนทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนทุกคน ที่ได้ให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทางการและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะกระทำได้ต่อผู้ที่บาดเจ็บ และได้รับอันตราย ได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ ถึงความรักความห่วงใย ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมชาติ พร้อมทั้ง พลังความสามัคคี ซึ่งเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง ข้าพเจ้าและพระราชินีเชื่อมั่นว่า เราชาวไทยทุกคน สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงครั้งนี้ไปได้ ด้วยความมีสติ มีปัญญา และสามัคคี ตลอดจนด้วยความเสียสละ เพื่อความผาสุข สงบ เรียบร้อย ของส่วนรวมและประเทศชาติ    พระปรมาภิไธย 11 กุมภาพันธ์ 2563

 63
พระราชสำนัก
01 ก.พ. 63

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ส่งข้อความพระราชสาส์นถึง 'สี จิ้นผิง' ทรงห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสโคโรนา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น แสดงความห่วงใยไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรณีเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย และพื้นที่อื่น ๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน   ฯพณฯ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ​กรุงปักกิ่ง   ข้าพเจ้ารู้สึกกังวลและห่วงใยอย่างยิ่งจากการระบาดอย่างกว้างขวางและรุนแรง ของไวรัสโคโรนาในนครอู่ฮั่น ซึ่งขณะนี้ได้แพร่กระจายไปสู่จังหวัดและมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศ   ประชาคมโลกย่อมเกิดความประทับใจในความพยายามและความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่างเต็มที่ของทางการจีน รวมทั้งมาตรการรอบด้านที่นำมาใช้ต่อสู้กับโรคระบาด ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อเราทุกคน ข้าพเจ้าและประชาชนชาวไทยขอยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน กับประชาชนชาวจีนทั้งมวล ทั้งขออำนวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จทุกประการในการต่อสู้ฟันฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ด้วยความหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด   พร้อมกันนี้ ข้าพเจ้าในนามของประชาชนชาวไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่านประธานาธิบดีและประชาชนชาวจีน ทั้งขอแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ที่ต้องประสบความทุกข์และความโศกเศร้าแสนสาหัสจากเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้   ​(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/C4snFu3aIq4

 454
พระราชสำนัก
19 ม.ค. 63

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินา   วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังนายอัลเบร์โต อันเฆล เฟร์นันเดช (Alberto ?ngel Fern?ndez) ในโอกาสสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี แห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินาคนใหม่ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562   ความว่า " ฯพณฯ นายอัลเบร์โต อันเฆล เฟร์นันเดช ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินา กรุงบัวโนสไอเรส ในโอกาสที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ข้าพเจ้ามีความยินดีขอส่งคำอำนวยพร และความปรารถนาดีอย่างจริงใจ เพื่อความสำเร็จและความสุขของท่านประธานาธิบดี ทั้งเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประชาชน และความวัฒนาถาวรของสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ข้าพเจ้าเชื่ออย่างแน่แท้ว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐอาร์เจนตินา จะยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตร และความร่วมมือในกิจการด้านต่างๆ ให้กระชับแน่นแฟ้น เพื่อประโยชน์สุขร่วมกันของประเทศทั้งสอง"   พระปรมาภิไธย มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 209
พระราชสำนัก
19 ม.ค. 63

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังประธานาธิบดีแห่งโรมาเนีย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังประธานาธิบดีแห่งโรมาเนีย   วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังนายเคลาส์ แวร์เนอร์ โยฮันนิส (Klaus Werner lohannis) ในโอกาสสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งโรมาเนีย เป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562   ความว่า " ฯพณฯ นายเคลาส์ แวร์เนอร์ โยฮันนิส ประธานาธิบดีแห่งโรมาเนีย กรุงบูคาเรสต์ ในโอกาสที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งโรมาเนีย เป็นสมัยที่ 2 ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพร และความปรารถนาดีอย่างจริงใจ เพื่อความสำเร็จและความสุขของท่านประธานาธิบดี ทั้งเพื่อความผาสุก และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และประชาชนชาวโรมาเนีย- ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า สัมพันธไมตรีและความร่วมมือระหว่างประเทศ และประชาชนของเราทั้งสอง จะกระชับแน่นแฟ้น และเจริญงอกงามยิ่งขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า"   พระปรมาภิไธย มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 144
พระราชสำนัก
19 ม.ค. 63

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ประธานองคมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ประธานองคมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่    วานนี้ เวลา 19 นาฬิกา 58 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่    โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปฏิสันถารกับประธานองคมนตรี ด้วย

 254
พระราชสำนัก
19 ม.ค. 63

'ในหลวง' พระราชทานพระราชดำรัส แก่ทหาร-ตำรวจ ในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณ

วานนี้ เวลา 16.05 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย    ทั้งนี้ กำลังพลสวนสนามจำนวน 6,812 นาย กล่าวคำปฏิญาณตน    ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส แก่เหล่าทหาร ตำรวจ ความว่า "ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความชื่นชมยิ่งนัก ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางเหล่าทหารและตำรวจ ในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ ขอขอบใจในคำอำนวยพรและไมตรีจิตของทุก ๆ คน และขอสนองพรกับทั้งน้ำใจไมตรีนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน ประเทศชาติจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้ ก็ด้วยคนไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมีอุดมคติและจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือประโยชน์สุขของทุกคนในชาติ   ข้าพเจ้าจึงยินดีมากที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของทหารและตำรวจในวันนี้ ทั้งได้ฟังคำปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีและเจตนาอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน ขอให้นายทหาร นายตำรวจทุกคน รักษาคำปฏิญาณที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรง เข้มแข็ง และเสียสละ พร้อมทั้งหมั่นศึกษาและฝึกฝนตนเองให้มีความจัดเจนคล่องแคล่วในหน้าที่ และในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น ฝ่ายอื่นอยู่เสมอ ทุกคน ทุกฝ่าย จะได้สามารถร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ความวัฒนาผาสุกให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้ตามอุดมคติที่ตั้งมั่นไว้ตลอดไป   ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งอำนาจแห่งความภักดีโดยบริสุทธิ์ใจต่อบ้านเมือง จงบันดาลให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความสามัคคี สวัสดีมีชัยโดยทั่วกัน"       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/U3P5s7nYzv4

 2,746
พระราชสำนัก
18 ม.ค. 63

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ

กองทัพไทย จัดการซักซ้อมพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร – ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และวันกองทัพไทย   วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา กองทัพไทย จัดการซักซ้อมพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร – ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และวันกองทัพไทย ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ถนนพหลโยธิน ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี   นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยรัชกาลที่ ๑๐ ที่ทหาร – ตำรวจทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของเหล่าทัพ และเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น “องค์จอมทัพไทย”   สำหรับการจัดกำลังสวนสนามฯ ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๙ กองพัน (๖,๘๑๒ นาย) ประกอบด้วย - กรมเดินเท้าสวนสนาม จำนวน ๗ กรม กรมละ ๔ กองพัน รวม ๒๘ กองพัน - กรมวิ่งสวนสนาม จำนวน ๑ กรม ๔ กองพัน - กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน ๑ กองพัน - กรมยานยนต์ จำนวน ๒ กรม กรมละ ๓ กองพัน รวม ๖ กองพัน   นอกจากนี้ ยังได้จัดกำลังทางอากาศ จำนวน ๓๗ เครื่อง ประกอบด้วยหมู่บิน AU-๒๓ จำนวน ๓ เครื่อง ทำการบินปล่อยควันสีรูปธงชาติ ตามด้วยหมู่บินเฮลิคอปเตอร์ ๔ เหล่าทัพ ทำการบินแบบหมู่ ๖ และหมู่ ๙ พร้อมด้วยหมู่เครื่องบินรบ ทำการบินแบบหมู่ ๙ และหมู่ ๑๐   การจัดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร – ตำรวจ ในครั้งนี้ กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้เปล่งเสียงถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์อย่างพร้อมเพรียงทั่วประเทศ แสดงถึงความเป็นปึกแผ่นในการผนึกกำลังของทหาร – ตำรวจ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ในโอกาสนี้ขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชนรับชมการถ่ายทอดสดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร – ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และวันกองทัพไทย ในวันเสาร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๓ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๕๐ นาฬิกา เป็นต้นไป ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ แห่งประเทศไทยและรับฟังการถ่ายทอดเสียงได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย   กองทัพไทย ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจะสืบสานพระราชปณิธานที่พระองค์ทรงมีต่อทหาร – ตำรวจ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะถวายพระเกียรติ ในทุกโอกาสปฏิบัติงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาทโดยมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และพร้อมอุทิศชีวิตเป็นราชพลี ถวายความจงรักภักดีตราบชีวีวางวาย

 378
พระราชสำนัก
16 ม.ค. 63

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความยินดี สุลต่านฮัยซัม ในโอกาสเสด็จขึ้นครองราชย์พระองค์ใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ส่ง ข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยังสุลต่านพระองค์ใหม่ แห่งโอมาน   วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดี ไปยัง สุลต่านฮัยซัม บิน ฏอริก อาล ซะอีด ในโอกาสเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นสุลต่านแห่งโอมานพระองค์ใหม่ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563 ความว่า    "สุลต่านฮัยซัม บิน ฏอริก อาล ซะอีด กรุงมัสกัต ในโอกาสที่ฝ่าพระบาทเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นสุลต่านแห่งโอมาน หม่อมฉันและพระราชินี มีความยินดีขอถวายพระพรชัยมงคล และความปรารถนาดี เพื่อฝ่าพระบาททรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความสำเร็จ และความรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่งขึ้น ของประเทศและประชาชนชาวโอมาน - หม่อมฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยการนำและการสนับสนุนของฝ่าพระบาท ไมตรีจิต มิตรภาพ และความร่วมมือในกิจการทุกๆด้าน ระหว่างประเทศและประชาชนของเราทั้งสอง จะมั่นคงและเพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า"   พระปรมาภิไธย มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 140
พระราชสำนัก
11 ม.ค. 63

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ จัดงานวันเด็กแห่งชาติ เขตพระราชฐานในพระองค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ สนามกีฬาอเนกประสงค์ พื้นที่เขตพระราชฐานในพระองค์ ฯ ราชวิถี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร   วันนี้ (11 ม.ค. 2563) เวลา น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ สนามกีฬาอเนกประสงค์ เขตพระราชฐานในพระองค์ ฯ ราชวิถี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน ที่จะเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งในการที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ    โดยพระราชทานพระบรมราโชบายให้เป็นการจัดกิจกรรมแบบรวมการ โดยให้บุตรหลานของข้าราชบริพาร ตลอดจนเด็กและเยาวชนในพื้นที่รอบเขตพระราชฐาน และเด็กทั่วไปได้เข้ามาร่วมกิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติ ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ให้เป็นทุนการศึกษาสำหรับบุตรข้าราชบริพารที่มีผลการเรียนดี พระราชทานสลากออมสิน ของขวัญ ของเล่นเสริมทักษะและความรู้ ตลอดจนพระราชทานอาหารและเครื่องดื่มแก่เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองที่มาร่วมงาน โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมในการจัดงานครั้งนี้ด้วย   การนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ได้ทูลเกล้า ฯ ถวายของขวัญ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติด้วย   ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ได้ยึดมั่นตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันเด็กแห่งชาติ ความว่า ความรู้ และคุณธรรม เป็นรากฐานสำคัญของความดีความเจริญทุกอย่าง เด็กทุกคนจึงต้องหมั่นศึกษาอบรมให้ถึงพร้อมด้วยความรู้และคุณธรรม เพื่อจะได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ผู้สามารถสร้างสรรค์ความดีความเจริญให้แก่ตนและแก่ส่วนรวม รวมทั้งได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการที่ทรงตั้งพระราชปณิธาน ในการสืบสาน รักษาและต่อยอด พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ได้พระราชทานพระบรมราโชบายไว้โดยต่อเนื่องและมั่นคง เพื่อให้เด็กและเยาวชนเมื่อเจริญเติบโตจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป

 148
พระราชสำนัก
11 ม.ค. 63

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทฯ วันเด็กปี 2563

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่เยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2563   วันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติ ความว่า    " ความรู้ และคุณธรรม เป็นรากฐานสำคัญของความดีความเจริญทุกอย่าง เด็กทุกคนจึงต้องหมั่นศึกษาอบรม ให้ถึงพร้อมด้วยความรู้และคุณธรรม เพื่อจะได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ผู้สามารถสร้างสรรค์ความดี ความเจริญ ให้แก่ตนและแก่ส่วนรวม "   พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 18 ธันวาคม พุทธศักราช 

 274
พระราชสำนัก
04 ม.ค. 63

'ในหลวง' มีพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.เมียนมาในโอกาสวันเอกราช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราช ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา     วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดี แห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งตรงกับวันที่ 4 มกราคม 2563 ความว่า    " ฯพณฯ อูวินมยิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กรุงเนปยีดอ ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดีอย่างจริงใจ เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และประชาชนชาวเมียนมา- ข้าพเจ้าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือในกิจการด้านต่างๆ ที่มีมาอย่างมั่นคงระหว่างประเทศและประชาชนของเราทั้งสอง จะกระชับแน่นแฟ้นและเพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า "    พระปรมาภิไธย มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 87

Top