ค้นหา :

ผลการค้นหา "ในหลวง"

พระราชสำนัก
13 ธ.ค. 62

ก้องเกียรติองค์ราชา แสนยานุภาพเหนือพื้นน้ำ พยุหยาตราทางชลมารค

วันนี้ เวลา 16 นาฬิกา 3 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ สวมสายสร้อยจุลจอมเกล้า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปยังเรือนแพที่ประทับรับรอง บริเวณท่าวาสุกรี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องปลาย   โอกาสนี้ เจ้าพนักงานราชูปโภค อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ไปประดิษฐานในบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชที่สะพานฉนวนท่าวาสุกรี แล้วเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเคลื่อนออกจากท่าวาสุกรี เพื่อเข้าริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค   จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ครุย ทรงพระมาลาเส้าสูง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงพระดำเนินไปยังท่าวาสุกรี โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา คณะองคมนตรี, และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แตรเดี่ยวเป่ากระทั่งตรง พลฝีพายเตรียมถวายบังคม โอกาสนี้ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือ ซึ่งมีเรือจำนวน 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย และกำลังพล 2,399 นาย   ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยเสด็จลงผ่านเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี ขณะนั้น ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัด ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ตามเสด็จในขบวนพยุหยาตรา โดยมีเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งรอง   จากนั้น ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานบัญชีกำลังพลประจำเรือ นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จากท่าวาสุกรี ไปตามชลวิถีท้องน้ำเจ้าพระยาไปยังท่าราชวรดิฐ เมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนเข้าริ้วขบวน ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่และกลองชนะประจำเรือพระราชพิธีประโคมขึ้นพร้อมกัน ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล     สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 แบ่งเป็น พระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องปลาย พระราชพิธีเบื้องต้น ได้แก่ พิธีพลีกรรมตักน้ำ จากแหล่งน้ำสำคัญทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวม 108 แห่ง ก่อนจะนำมาประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษก สำหรับใช้เป็นน้ำสรงพระมุรธาภิเษก ในพระราชพิธีเบื้องกลาง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 6 พฤษภาคม 2562 ซึ่งมีพระราชพิธีสำคัญ คือ การสรงน้ำพระมุรธาภิเษก ณ มณฑปพระกระยาสนาน และทรงรับน้ำอภิเษกจากทั้ง 8 ทิศ บนพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ภายใต้พระบวรเศวตฉัตร ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ภายหลังทรงรับน้ำอภิเษก และทรงรับนพปฏลมหาเศวตฉัตร จากพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ถือว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ ตามโบราณราชประเพณี นอกจากนี้ ยังมีพระราชพิธีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การสถาปนาสมเด็จพระราชินีสุทิดา ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี, การเสด็จออกมหาสมาคม, การเสด็จพระราชดำเนินโดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก แล้วถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า, ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ และพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรเถลิงพระแท่นบรรจถรณ์ ตามโบราณราชประเพณี, การเฉลิมพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เฉลิมพระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์, การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รวมทั้งการเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล จากพสกนิกรชาวไทย และเสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะทูตาทูต ผู้แทนฝ่ายกงสุล และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล    และในพระราชพิธีเบื้องปลาย คือ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีเรือพระราชพิธี 52 ลำ กำลังพลฝีพาย 2,200 นาย ประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง 4 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งทรง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือประดิษฐานพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งรอง และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทั้ง 2 พระองค์ การจัดรูปแบบขบวนเรือ แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย คือ ริ้วสายกลาง เป็นเรือพระที่นั่ง ทั้ง 4 ลำ นอกจากนี้ ยังมีเรืออีเหลือง ซึ่งเป็นเรือของรองผู้บัญชาการขบวนเรือพระราชพิธี เป็นเรือกลองนอก และเรือแตงโม ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือพระราชพิธี เป็นเรือกลองใน พร้อมด้วยเรือตำรวจนอก และเรือตำรวจในส่วนริ้วสายใน ขนาบริ้วสายกลางเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือประตูหน้า, เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือพิฆาต, เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพน์ เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร และปิดท้ายเรือสายใน คือ เรือเอกชัยเหินหาว และเรือเอกชัยหลาวทอง เป็นเรือคู่ชัก ส่วนริ้วสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้ง และเรือแซง   สำหรับการพาย เรือพระที่นั่ง จะใช้ท่าพายนกบิน ส่วนเรือลำอื่น ๆ จะใช้ท่าพายพลราบ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คือ การเห่เรือ หรือ การเห่เรือหลวง ซึ่งเป็นการขับร้องเพื่อให้จังหวะแก่พลฝีพาย ซึ่งมีทำนองแตกต่างกัน 3 แบบ คือ ขณะเริ่มออกเรือ และพายเรือตามน้ำ จะใช้ทำนอง "ช้าลวะเห่" , หากต้องการให้พายหนัก จังหวะเร็วจะใช้ทำนอง "มูลเห่" และเมื่อเรือใกล้ถึงที่ประทับจะใช้ทำนอง "สวะเห่" โดยบทเห่เรือ นิยมประพันธ์เป็นร้อยกรอง หรือในรูปของกลอนสด ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีการประพันธ์กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติขึ้นใหม่ โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ประกอบด้วย บทที่ 1 สรรเสริญพระบารมี สื่อถึงพระบุญญาบารมีพระเจ้าแผ่นดิน ที่ทรงเป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทย , บทที่ 2 ชมเรือกระบวน กล่าวถึงความงดงามของเรือพระราชพิธีศิลปกรรมอันล้ำค่าของไทย, และบทที่ 3 ชมเมือง กล่าวถึงเมืองไทยแหล่งศีลธรรมที่งามด้วยน้ำใจ โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ร้อยดวงใจไทยทั้งแผ่นดิน มีนาวาเอก ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ ทำหน้าที่พนักงานเห่เรือ   ระหว่างที่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เคลื่อนผ่านไปตามท้องน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลัก สายสำคัญของประเทศ มีพระบรมวงศานุวงศ์ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในเส้นทางตามจุดต่าง ๆ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ พลับพลาที่ประทับบริเวณสวนสันติไชยปราการ , พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทอดพระเนตร ณ บริเวณสวนหลวงพระราม 8 ส่วนตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีประชาชนจำนวนมาก รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมี และชมความวิจิตรงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ และนับเป็นภาพประวัติศาตร์ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562เมื่อเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ เจ้าพนักงานราชูปโภค อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 จากบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ไปประดิษฐานบนพระราชยานถม เตรียมเข้าริ้วขบวนราบยาตราไปยังพระบรมมหาราชวัง   จากนั้น เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณารายงาน ก่อนจะเสด็จเข้าพลับพลาที่ประทับรับรอง   เวลา 17 นาฬิกา 44 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมาลาเส้าสูง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฉลองพระองค์ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เสด็จออกจากพลับพลาที่ประทับรับรอง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เพื่อประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชดำเนินโดยริ้วขบวนราบ กลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จไปยังพระบรมมหาราชวัง   เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชยานพุดตานทอง ที่เกยหน้าพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ท่าราชวรดิฐ พันโท สมชาย กาญจนมณี ถวายพระแสงขรรค์ชัยศรี พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ในฐานะผู้อำนวยการริ้วขบวนราบ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตยาตราริ้วขบวนราบ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระดำเนินเข้าริ้วขบวนราบ ในฐานะราชองค์รักษ์ประจำพระองค์คู่เคียงพระราชยานพุดตานทอง ออกจากท่าราชวรดิฐ ไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวา เข้าพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี ไปเทียบยังเกยหน้าพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางประมาณ 800 เมตร ใช้กำลังพลประมาณ 800 นาย ประกอบด้วย ข้าราชบริพารในพระองค์ จากหน่วยราชการในพระองค์ ได้แก่ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักพระราชวัง และกำลังพลจากกองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงเรียนเตรียมทหาร เดินในท่าเดินกึ่งสวนสนามประกอบจังหวะเพลงมาร์ชในเพลงพระราชนิพนธ์ ประกอบด้วย เพลงมาร์ชราชวัลลภ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล เพลงยามเย็น ใกล้รุ่ง สรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์    ริ้วขบวนราบมี เลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้อำนวยการ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ขบวนหน้า เป็นขบวนนำ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือ "ขบวนเสด็จ" เป็นขบวนกลาง และขบวนหลังเป็นขบวนตาม โดยขบวนหน้า ประกอบด้วย ตำรวจม้านำ วงดุริยางค์วงนำ กองบังคับการกองผสม และกองพันทหารเกียรติยศนำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือ "ขบวนเสด็จ" ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนนำริ้ว กับส่วนพระราชยาน ซึ่งส่วนนำริ้ว แบ่งเป็น 3 ตอน การเดินประกอบด้วย ตอนนำริ้ว ได้แก่ เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว เจ้าพนักงานพระราชพิธีประตูหน้าและธงสามชาย ต่อด้วยตอนเครื่องประโคม ประกอบด้วย หมู่กลองมโหระทึก ริ้วกองชนะ ริ้วแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ ตามด้วยตอนพระนำ อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 ที่อัญเชิญมาในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มาประดิษฐานบนพระราชยานถม จากนั้น เป็น ส่วนพระราชยาน ประกอบด้วย 3 ตอนการเดิน ได้แก่ ตอนเครื่องสูงหักทองขวางหน้า แบ่งเป็นสองสาย โดยเชิญพระแสงศาสตราวุธสำคัญ 6 องค์ เรียกว่า "ริ้วพระแสงหว่างเครื่องหน้า" ตอนพระราชยาน เป็นริ้วขบวนเชิญพระราชยานพุดตานทอง ซึ่งเป็นพระราชยานทรง ตามด้วยริ้วพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จ 16 นาย จากนั้นเป็นหมู่พระราชยาน มีข้าราชบริพารในพระองค์ปฏิบัติหน้าที่เป็นริ้วคู่เคียงพระราชยาน และแถวแซงเสด็จทั้งสองฝั่ง สายในสุดของทั้งสองข้าง เป็นมหาดเล็กคู่เคียงพระราชยาน ถัดออกมาเป็นราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน สายนอกสุด เป็นแถวมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ แซงเสด็จ ในหมู่พระราชยานได้เชิญพระกลด พัดโบก บังพระสูรย์ และพระทวย เป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เคียงข้างพระราชยาน และเชิญพระแสงรายตีนตอง ซึ่งเป็นพระแสงสำคัญ คู่เคียงพระราชยาน ได้แก่ พระแสงดาบคาบค่าย พระแสงดาบใจเพชร พระแสงดาบอัษฎาพานร และพระแสงดาบนาคสามเศียรลายมงคล 8 ส่วนตอนเครื่องสูงหักทองขวางหลัง เป็นริ้วเชิญฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางประกอบพระบรมราชอิสริยยศ อยู่ด้านหลังพระราชยาน และริ้วเชิญพระแสงสำคัญประจำรัชกาลต่าง ๆ ปิดท้ายขบวนด้วยวงดุริยางค์วงตาม และกองพันทหารเกียรติยศ   การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์ไทยกับราษฎรมาอย่างยาวนาน สืบสานโบราณราชประเพณี รักษาขนบธรรมเนียมไทย และต่อยอดให้คงอยู่สืบไป และในวันนี้เป็นการเสร็จสิ้นพระราชพิธีเบื้องปลาย เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 อย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติ ตามโบราณราชประเพณี และเป็นสิริมงคลกับประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่ได้เห็นพระราชพิธีครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะความงดงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และขบวนราบ อันเป็นวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของไทย ซึ่งจะปรากฎให้เห็นที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก ที่ทุกคนจะช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบต่อไป

 309
พระราชสำนัก
08 ธ.ค. 62

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ 'พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์'

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ     วันนี้ เวลา 17 นาฬิกา 29 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปพระราชทานเพลิงศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรม เนื่องจากระบบหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 สิริอายุ 99 ปี      ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ณ ที่นั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรอรับเสด็จ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์บังสุกุล เสร็จแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก      พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรของรองอำมาตย์โท หลวงวินิจทัณฑกรรม(บึ้ง ติณสูลานนท์) และนางวินิจทัณฑกรรม (ออด ติณสูลานนท์) สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา แล้วเข้าศึกษาต่อที่แผนกวิทยาศาสตร์ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้น ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ที่โรงเรียนเท็ฆนิคทหารบก ปัจจุบัน คือโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อปี 2481 โดยเข้ารับการศึกษาเป็นรุ่นที่ 5      นอกจากนี้ ได้เข้าศึกษาเป็นนายทหารฝึกหัดราชการ โรงเรียนนายทหารม้า และอีกหลายสถาบัน รวมทั้ง วิทยาลัยการทัพบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 9 เริ่มรับราชการเป็นผู้บังคับหมวด ประจำกรมรถรบ เมื่อปี 2484 และได้ไปปฏิบัติราชการสนามในสงครามอินโดจีน ตลอดจนสงครามโลกครั้งที่สอง พลเอกเปรม เคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2, ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 22, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของประเทศไทย ซึ่งได้ดำรงตำแหน่ง 3 วาระ ระหว่างปี 2523 ถึง 2531      และภายหลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี พร้อมกับมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศยกย่องพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ไว้ในฐานะรัฐบุรุษ ซึ่งนับเป็นรัฐบุรุษคนที่ 2 โดยคนแรกคือ นายปรีดี พนมยงค์ ต่อมาในปี 2541 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรี จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2559      จากนั้น ได้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในรัชกาลปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2559 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2559 จนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2562      พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และจงรักภักดี จึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณนพรัตนราชวราภรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นเครื่องหมายแห่งความจงรักภักดี และเป็นบำเหน็ดความชอบในราชการแผ่นดิน นับเป็นสามัญชนคนที่ 4 ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ จึงเป็นปูชนียบุคคลของแผ่นดิน ที่เป็นแบบอย่างในการทำความดี ให้กับสังคมและชนรุ่นหลัง     ต่อมา เวลา 19 นาฬิกา 21 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการพระราชทานเพลิงศพจริง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส      เมื่อรถพระประเทียบ เทียบที่หน้าเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ ผู้แทนพระองค์ขึ้นเมรุ ทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์ 10 รูปบังสุกุล เสร็จแล้ว ผู้แทนพระองค์หยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี จุดชนวนพระราชทานเพลิง เมื่อเจ้าหน้าที่เผาศพเสร็จ ผู้แทนพระองค์ขึ้นเมรุ ทอดผ้าไตร 3 ไตร ครั้งละ 1 ไตร พระสงฆ์ 3 รูปบังสุกุล และวันพรุ่งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลเก็บอัฐิ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส     อนึ่ง เมื่อเวลา 10 นาฬิกา 25 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกเมรุ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม      ในการนี้ ผู้แทนพระองค์จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย พระราชาคณะให้ศีล พระสงฆ์ 10 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพรพระ จบแล้ว ผู้แทนพระองค์ ประเคนสำรับภัตตาหารแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ สำรับภัตตาหารนอกนั้น ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเคนตามลำดับ เมื่อพระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จ ผู้แทนพระองค์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แล้วกรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา และถวายอดิเรก      จากนั้น เวลา 13 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการเชิญโกศศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จากพระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ไปพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อผู้แทนพระองค์ถึงยังพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์ 10 รูป สวดมาติกา จบแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาลาดภูษาโยง ผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 10 รูปบังสุกุล กรวดน้ำ ผู้แทนพระองค์ กราบที่หน้าเครื่องนมัสการ และที่หน้าโกศศพ      ต่อจากนั้น เจ้าพนักงานเชิญโกศศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ไปตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยงซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก เมื่อถึงสะพานมัฆวาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเกษม ผ่านหน้าโรงเรียนเทพศิรินทราวาส ถึงแยกนพวงศ์ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนหลวง และเลี้ยวขวาเข้าไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส      เมื่อถึงเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ ได้เวียนรอบเมรุ 3 รอบ เสร็จแล้ว ตำรวจหลวงเชิญโกศศพตั้งบนจิตกาธาน เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ ผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตร สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม บังสุกุล 

 439
พระราชสำนัก
06 ธ.ค. 62

ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดนิทรรศการ 'ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์'

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์ และทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยเชื้อสายจีน     วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์      โอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธทศพลญาณ พระประธานในพระอุโบสถ ทรงกราบ พระพุทธทศพลญาณ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปูนปั้นลงรักปิดทอง เรียกว่า หลวงพ่อโต หรือ “หลวงพ่อวัดสามจีน” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระพุทธทศพลญาณ และได้มีพระราชดำรัสว่า เป็นพระพุทธรูปที่มีพระพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก     วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด เดิมชื่อ วัดสามจีน เชื่อกันว่า ชาวจีน 3 คน ร่วมกันสร้างเพื่อเป็นวิหารทานการบุญ ในปี 2482พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อวัดเป็น วัดไตรมิตรวิทยารา มีความหมายว่า เพื่อน 3 คน ร่วมกันสร้างวัดนี้     จากนั้นทรงพระดำเนินไปมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงถวายผ้าไตรพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธสุวรรณปฏิมากร หรือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุด หน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์ 99.99%      จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา วงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช ในการนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาให้ ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีนและประธานจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์” เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว       พร้อมกันนี้นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ประธานดำเนินการจัดงานฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี       ผู้แทนบริษัทห้างขายทองจินฮั้วเฮง จำกัด เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายมังกรทองคำแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายม้าทองคำแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี       โอกาสนี้ ได้ทอดพระเนตรการแสดงเอ็งกอ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงของชาวจีน ส่วนใหญ่จะแสดงโชว์หรือออกงานประเพณีต่างๆ โดยเป็นเรื่องราวจากตำนานที่เล่าขานกันมาแต่โบราณ เกี่ยวกับชุมโจรเหลียงซันโป๋ มณฑลซานตง ในสมัยราชวงศ์เป่ยซ่ง ซึ่งเป็นชุมโจรคุณธรรม ช่วยเหลือคนยากจน นักแสดงเอ็งกอได้แต่งหน้าและท่าทางให้เหมือน บู้ซ้ง, พระจีน และการแสดงแต่ละครั้งถ้าเป็นชุดสมบูรณ์ ต้องใช้ผู้แสดงจำนวน 108 คน     จบแล้วทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์ ที่หอการค้าไทย-จีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และองค์กรต่างๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมกันจัดขึ้นเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อร่วมถวายราชสดุดี แสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของบูรพมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ที่ทรงครองแผ่นดินและ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยด้วยความสุข มีความเจริญรุ่งเรืองมาตลอด     โดยนิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบการแสดงแสงสีเสียงในอุโมงค์ LED กว้าง 9 เมตร สูง 4 เมตร ยาว 20 เมตร ไปทอดพระเนตรวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์ สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่จัดแสดงในครั้งนี้ เป็นการแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงมีต่อชาวจีนที่เข้ามาพึ่งพระบารมี      จากนั้นทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ตลอดสองข้างทางของถนนเยาวราช ซึ่งต่างปลื้มปีติที่ได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างใกล้ชิด ตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน มีผู้แทนบริษัท ห้างร้านบนถนนเยาวราชรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย      ในการนี้ ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดมังกรกมลาวาส ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระศรีอริยเมตไตรย หรือพระสังกัจจายน์ แล้ว ทรงสักการะพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า และพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระประธานประจำอุโบสถ      โอกาสนี้ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม, พระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น และพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส เฝ้าถวายของที่ระลึกและถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย      จากนั้น ทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานตามจุดต่างๆ ภายในวัด ได้แก่ วิหารเทพเจ้าประจำวัด, วิหารพระกษิติครรภโพธิสัตว์, , วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์, วิหารสังฆปริณายกองค์ที่ 6 แห่งจีนนิกายณานวัดมังกรกมลาวาส เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพื้นที่ให้สร้างเมื่อปี 2414 ใช้เวลา 8 ปี จึงสร้างแล้วเสร็จเดิมชื่อวัดเล่งเน่ยยี่ ตั้งตามฮวงจุ้ยของจีน คำว่า เล่ง แปลว่า มังกร เน่ย แปลว่า ดอกบัว และยี่ แปลว่า วัด เป็นสังฆารามนิกายมหายานที่มีศิลปะงดงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อไทยว่า วัดมังกรกมลาวาส วัดนี้วางแปลนตามแบบวัดพุทธนิกายมหายาน การจัดวางวิหารถือตามแบบวัดหลวง มีรูปปั้นเทพเจ้า จำนวน 58 องค์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ในการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการศาสนาของวัดมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การเสด็จพระราชดำเนินมาทรงถวายผ้าพระกฐิน, ทรงเปิดพิพิธภัณฑ์วัตถุธรรม รวมถึงทอดพระเนตรวิหารภายในวัดกับทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 331
สรุปข่าว
06 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 ธ.ค.62 -ป่าไม้ชี้ชัด 'ทวี' ฮุบที่ดิน 'ลุงเสี้ยว' - ครูสายโหดตบหัวนร.หญิง - สาวผวาหนุ่มโรคจิตมองลอดใต้ประตูห้องน้ำ

- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันคล้ายวันพระราชสมภพรัชการที่ 9 เสด็จเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์" และทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยเชื้อสายจีนย่านเยาวราช  https://morning-news.bectero.com/royal/06-Dec-2019/160096   -ประชาชนทั่วประเทศ ร่วมทำบุญตักบาตร น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี  เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2562    ที่ท้องสนามหลวง พลเอกประยุทธ์จันทร์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2562 พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ส่วนกลาง ขณะที่ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมร่วมกันพร้อมเพียง https://morning-news.bectero.com/political/06-Dec-2019/160097   -พลเอกประยุทธ์จันทร์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ ขอให้สื่อมาช่วยกันทำจิตอาสาบ้าง จะได้รู้ว่าการทำงานของรัฐบาลเหนื่อยแค่ไหน พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่คนจะสนใจงานที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่สนใจแต่เรื่องกระพี้ ถ้าเราทำทุกอย่างได้ ประเทศไทยก็ไปข้างหน้าได้อีก ประเทศชาติก็สงบร่มเย็น ถึงแม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง ก็แก้กันไป แต่ถ้านำปัญหามารุมเร้า จนทำให้บริหารงานไม่ได้ มันไม่ใช่ ปัญหามีก็ต้องช่วยกันแก้ ยืนยัน ตนไม่มีอะไรกับใคร จะตรวจสอบหรือถ่วงดุล ก็ว่ากันไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดวันนี้ เป็นการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล หรือไม่ นายกรัฐมนตรี บอกว่า เลิกพูดได้แล้วเรื่องส่งสัญญาณ แล้วทำไมต้องส่งสัญญาณด้วย   - กรณีมีกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่เข้าร่วมรัฐบาล แก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ หลังพรรคเศรษฐกิตจใหม่ แสดงตนเข้าร่วมประชุม จนทำให้สภาสามารถเดินหน้าลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการประกาศและคำสั่ง คสช.ตาม ม.44     แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา พูดถึงกระแสข่าว โดยยืนยันว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน แต่หากเกิดขึ้นจริงก็เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาว่าพรรคไหนสมควรดูแล กระทรวงใด ไม่อาจก้าวล่วงได้ ส่วนตัวพร้อมหากมีการปรับเปลี่ยนตามที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควร และพรรคชาติไทยพัฒนาที่มี ส.ส. 11 คน ก็ไม่ได้กังวล ว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะกระทบต่อพรรค พร้อมมองว่ากระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีมีขึ้นเป็นธรรมดาเมื่อการประชุมสภามีปัญหาเสียงปริ่มน้ำ   -หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ โต้เป็นงูเห่า หลังแหกมติฝ่ายค้าน แสดงตนเป็นองค์ประชุมให้ฝั่งรัฐบาล ยันเป็นมติพรรค ไม่อยากเห็นสภาล่มซ้ำซาก จุดยืนพรรคเศรษฐกิจใหม่มีเอกภาพ สามารถสงวนสิทธิ์หากเห็นว่าเรื่องใดที่เป็นประโยชน์เราก็เห็นด้วย เมื่อแย้งและชี้แจงเหตุผลไปแล้ว แต่ไม่สำเร็จเราก็ขอสงวนสิทธิ์ พิจารณาเพื่อให้สังคมและประเทศเดินหน้าต่อไปได้ จะพิจารณาเป็นเรื่องๆไป หากมติวิปฝ่ายค้านเป็นประโยชน์ เราก็พร้อมเห็นด้วย  https://morning-news.bectero.com/political/06-Dec-2019/160177   ด้าน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นัดเคลียร์ปม 10 งูเห่า ใครจะอยู่หรือไปเอาให้ชัด ประธานวิฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง บอกว่า จากนี้ไปคงประชุมเปิดอกคุยว่าใครจะยังคงจุดยืนและทำงานร่วมกันต่อ หรือใครจะประสงค์ทำงานการเมืองในแนวทางอื่น ซึ่งเราจะไม่มีการบังคับ  https://morning-news.bectero.com/political/06-Dec-2019/160176   -กรมสรรพากรพุ่งเป้าเร่งให้ บุคคลธรรมดา 3 ล้านคน และนิติบุคคลจำนวน 2 แสนราย เข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง เตือนควรจะเร่งเข้าระบบให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะไล่เช็กบิลภาษีย้อนหลังอย่างเข้มข้น เผยยอดจัดเก็บปี 2562 จัดเก็บภาษีเกินเป้า 0.5% ได้ 2.009 ล้านล้านบาท เกินเป้าครั้งแรกในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ปี 2555  https://morning-news.bectero.com/economy/06-Dec-2019/160152   -ออกหมายจับยกแก๊ง 5 ผู้ต้องหาร่วมกันซ้อม จุดไฟเผาป้ามาลัยวัย 50 ปี ตำรวจจับได้แล้ว 1 เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี เร่งติดตามผู้ต้องหาที่หนีอีก 4 คนมาดำเนินคดี นายส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ อายุ 41 หรือแหล๊ะ นางจันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปี หรือแอด ซึ่งเป็นผัวเมียกัน นายยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือเป้ น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี   ตำรวจคุมตัว 1 ในผู้ต้องหาทำแผน จุดแรกที่บ้านลูกสาวนางมาลัย  ต.ท่าช้าง บางกล่ำ จ.สงขลา ที่นายแบงค์ขี่รถไปรับนางมาลัยออกมา จุดที่ 2 บนสะพานข้ามคลอง ที่นายแบงค์ ได้พานางมาลัยมาพบกับ นางจันทิรา นายยงยุทธ และน.ส.ภัทราพร ส่วนจุดที่ 3 เป็นขนำที่พักของนางมาลัย ซึ่งเป็นจุดที่นายส่อแหล๊ะ เจ้าของยาไอซ์รออยู่และถูกซ้อมก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผา หลังชี้จุดและทำแผนเสร็จตำรวจได้ควบคุมตัวนายแบงค์ไปยัง สภ.บางกล่ำ เพื่อดำเนินคดี โดยมีแม่และยายของแบงค์และญาติพี่น้องเดินทางไปเยี่ยมและร้องให้ด้วยความเป็นห่วง บอกลหานเกเรบ้าง แต่นิสัยดี คืนวันเกิดเหตุ ก็กลับมานอนที่บ้านปกติ   วงจรปิดช่วงวันเกิดเหตุ เห็นนางมาลัย เดินไปซ่อนตัวที่บ้านของชาวบ้าน หยิบภาพที่ตากไว้ที่ราว เดินขึ้นไปนอนที่ท้ายรถกระบะ อยู๋ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ป้ามาลัยนอนอยู่นาน 2 ชั่วโมง ก่อนที่ชาวบ้านจะมาพบ ขณะอาการล่าสุดดีขึ้น พอสื่อสารได้ เจ้าหน้าที่รอสอบปากคำอย่างละเอียด เร่งไล่ล่าตัวผู้ต้องหาอีก 4 คน มั่นใจได้ตัวครบทุกคน   https://morning-news.bectero.com/regional/06-Dec-2019/160144   -จนท.ป่าไม้ บุกปักป้ายประกาศ ยึดที่ดินฟาร์มไก่ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ทั้งหมด 4 จุด รุกที่ 46 ไร่ ประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ถูกตรวจยึด ผิดกฎหมายป่าไม้ ห้ามบุคคลใดเข้าไปในพื้นที่ ส่วนปมพิพาทที่ดิน สวนผึ้ง ผมรังวัดชี้ชัด นายทวี ไกรคุปต์ พ่อ ส.ส.ปารีณา ฮุบที่ดินทำกิน ลุงเสี้ยวจริง ลูกสาวลุงเสี้ยว บอก พยายามร้องทุกข์ทุกหน่วยงาน เรื่องก็เงียบ ท้อใจคิดว่าเราก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา คงไม่มีปัญญาไปสู้อะไรกับเขา แต่วันนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้ว   https://morning-news.bectero.com/social-crime/06-Dec-2019/160167   - ดีเอสไอ ขยายผลลุยค้น 4 จุด ตรวจยึดทรัพย์สินบอสใหญ่ Forex 3D รอบที่ 2 ยึดรถยนต์หรู คอนโด มูลค่ารวมกว่า 25 ล้านบาทโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สนธิกำลังร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ , ป.ป.ง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้น 4 จุด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เกี่ยวข้องกับคดีแชร์ Forex 3D โดยเป้าหมายสำคัญของนายอภิรักษ์ โกฎธิ เจ้าของบริษัทฯ และเครือข่ายมีชื่อเป็นผู้ครอบครอง รวมทั้งสถานที่ที่ใช้เป็นที่เก็บซ่อนทรัพย์จากการกระทำผิด สำหรับทรัพย์สินที่ตรวจยึดอายัดมาได้นั้นประกอบด้วย คอนโดหรู , รถปอร์เช่ 2 คัน รถอัลพาร์ด 1 คัน จักรยานยนต์ฮาเลย์ 1 คัน เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง รวมมูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท หลังก่อนหน้านี้  ดีเอสไอ ได้เข้าตรวจค้น ยึดอายัดทรัพย์นายอภิรักษ์ ไปแล้วมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท https://morning-news.bectero.com/social-crime/06-Dec-2019/160153   -สาวผวา เจอหนุ่มโรคจิตก้มมองลอดใต้ประตูห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน ล่าสุดตร.ลงพื้นที่ไล่ล่า ยืนยันได้ตัวแน่เร็วๆนี้ เด็กปั้มบอก ก่อนหน้าผู้ชายคนนี้ก็เคยมาที่ปั้มแล้วครั้งหนึ่ง มาแอบดูคนอาบน้ำ แต่สงสัยปีนผิดห้อง เจอผู้ชายแก้ผ้า จึงรีบวิ่งหนีไป แจ้งความแล้วยืนยันคนนี้ทำมาหลายครั้ง ไม่คิดว่าจะกล้ามาก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก   -ครูสายโหดฉุนนักเรียนหญิง ไว้ผมทรงผิดระเบียบ เรียกไม่ตอบ ตบหัวอย่างแรงกลางห้องเรียน ที่โรงเรียนชื่อดังใน จ.อุดรธานี ระหว่างนั้น มีเพื่อนนร.ถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ในคลิปครูต่อว่าโต้เถียงกับนักเรียน บอกเคยตีนักเรียนคนอื่นมาแล้ว มากกว่านี้ก็ยังมี ก่อนที่นร.จะตอบกลับว่า ถ้าครูกล้าก็ทำเลย หลังเกิดเหตุ ผอ.โรงเรียนระบุ ครูและผู้ปกครองได้ผู้คุยตกลงกันแล้ว ไม่ได้ติดใจอะไร   https://morning-news.bectero.com/share-of-the-day/06-Dec-2019/160148   -ยะลาเดือด มือปืนประกบยิง หัวหน้าโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ อายุ 52 ปี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์ 7 ดับกลางเมือง ก่อนเกิดเหตุหัวหน้าโกวิทย์ขี่จยย.กลับบ้านพัก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้าย 2 คน ขี่จยย.ตามประกบ ก่อนคนซ้อนท้ายชักอาวุธปืนยิงใส่แล้วหลบหนีไป ตร.ตั้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว รวมถึงการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่   -สูญเสียผู้กำกับศิลป์ หนังแอนิเมชั่นก้านกล้วยและพระมหาชนก นายพัชนุ โนรี โหมงานหนัก ขับรถกลับบ้าน เกิดอุบัติเหตุรถพุ่งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต ที่บริเวณใกล้แยก ม.กรุงเทพ ถนนพระราม 4 ญาติเดินทางมารับศพไปบำเพ็ญกุศล   นางสาวศิภัสส์ฎา อภิวันท์ เพื่อนร่วมงานผู้ตาย เล่าว่า เมื่อคืนผู้ตายยังนั่งทำงานอยู่ออฟฟิศ ครั้งสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันประมาณตี 3-4 ก่อนที่ผู้ตายจะออกจากที่ทำงาน เพื่อกลับบ้านไปหาภรรยาที่บ้าน จ.นนทบุรี ก่อนเตรียมเดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.มุกดาหาร ในช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุด และนัดกับพี่ชายว่าจะกลับไปทำบุญร่วมกัน วินาทีสุดท้ายก่อนจะออกจากออฟฟิศ ผู้ตายก็ไม่มีอะไรผิดปกติ และไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ส่วนผู้ตายมีงานที่ทำค้างอยู่เป็นโปรเจ็กแอนนิเมชั่นที่ทำร่วมกับประเทศอินเดียที่จะฉายทั่วโลก เพิ่งเริ่มต้นได้เพียง 20-30%   -ช้างศึกสู้เต็มที่แล้ว! ไทยขึ้นนำก่อน 2-0 ตั้งแต่ต้นเกม แต่เจอลูกฮึดเวียดนามบด 2-2 ทำให้ ช้างศึก แชมป์เก่าตกรอบ ซีเกมส์ 2019 อย่างน่าเสียดาย  ขณะที่ทัพดาวทอง ควงอินโดนีเซีย ลิ่วตัดเชือกในฐานะอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มตามลำดับ  https://morning-news.bectero.com/sport/06-Dec-2019/160103   ส่วนทีมนักตบสาวไทย โชว์ฟอร์มไล่ทุบ ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพ  3-0 เซต 25-16, 25-22, 34-32  เก็บชัย 2 นัด ลิ่วเข้ารอบชิงเหรียญทองซีเกมส์แน่นอนแล้ว https://morning-news.bectero.com/sport/06-Dec-2019/160111   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UrsRJLJ_7No

 2,651
พระราชสำนัก
05 ธ.ค. 62

ในหลวง-พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ร.๙

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร     วันนี้ เวลา 17 นาฬิกา 20 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร     โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตลอดจนท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซ่น และท่านผู้หญิงหญิงสิริกิติยา เจนเซ่น โดยเสด็จในการนี้ด้วย      พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และประเทศชาติ จนได้รับการยกย่องว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนาน และทรงงานหนักที่สุดในโลก ทั้งยังทรงเป็น "กษัตริย์นักเกษตรของแผ่นดิน" ที่ทรงคิดค้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฝากไว้ให้กับชาวไทยถึง 4 พัน 689 โครงการ 

 115
พระราชสำนัก
13 พ.ย. 62

ในหลวง โปรดเกล้าฯ องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ประชาชนที่ประสบอัคคีภัย ซ.จตุรทิศ 2

วันนี้ 13 พ.ย.62 เวลา 14 นาฬิกา 40 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอนเครื่องครัว จำนวน 20 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนซอยจตุรทิศ 2 แยก 15 (ซอยประสานสารบรรณ) เขตดินแดง ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคาร 8 โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร   โดยเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 18.16 น.ที่บ้านเลขที่ 225 บริเวณซอยจตุรทิศ แยก 15 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้เก่าสองชั้นมีอายุกว่า 60 ปี ปลูกติดกัน ขณะเกิดเหตุมีลมกระโชกแรงทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จากสถานีดับเพลิงในพื้นที่ และใกล้เคียง พร้อมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และมูลนิธิต่างๆ ได้ร่วมกันเข้าระงับเหตุเพลิงสงบลง   เมื่อเวลา 18.52 น. บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 8 หลังคาเรือน 20 ครอบครัว ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอัคคีภัย จำนวน 60 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต   ในการนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และได้ลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุ กับพูดคุยให้กำลังใจตลอดจนให้ข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ซึ่งสำนักงานเขตได้เร่งออกหนังสือรับรองแก่ผู้ประสบสาธารณภัย เพื่อนำไปยื่นขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรสาธารณกุศล ต่อไป

 93
พระราชสำนัก
13 พ.ย. 62

ในหลวง-พระราชินี ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูหนาว พระแก้วมรกต - ทรงเททองหล่อเหรียญพระพุทธบุษยรัตน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน เป็นเครื่องทรงฤดูหนาว ถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นราชประเพณีที่สืบต่อกันมาเป็นเวลานาน   จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากพระอุโบสถ ไปยังมณฑลพิธีบวงสรวงสังเวย ทรงเททองหล่อเหรียญพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างขึ้น เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562   และมีพระบรมราชวินิจฉัยในการออกแบบ เหรียญรูปทรงหยดน้ำ เนื้อนวโลหะ มีลักษณะสำคัญคือ ด้านหน้า เป็นรูปพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย ส่วนด้านหลังมีพระปรมาภิไธย วปร. และข้อความ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562” โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้าง จำนวน 999 เหรียญ   สำหรับ พระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย เป็นพระพุทธรูปสำคัญของประเทศ มีความงดงาม ด้วยพุทธลักษณะเป็นแก้วผลึกสีขาวใสบริสุทธิ์ โบราณเรียก "บุษย์น้ำขาว" หรือ "เพชรน้ำค้าง" เดิมเรียกกันว่า พระแก้วผลึกขาว ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต   จากนั้น เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก แล้วทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x6tGzmKpPqU

 229
พระราชสำนัก
12 พ.ย. 62

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯ เปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

วันนี้ เวลา ๑๗.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน เป็นเครื่องทรงฤดูหนาวถวาย พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง

 61
พระราชสำนัก
26 ต.ค. 62

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชินี เสด็จฯ แทนพระองค์ในการถวายผ้าพระกฐิน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดมกุฎกษัตริยาราม และวัดอรุณราชวราราม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/edY41pN3oJU      

 4,677
พระราชสำนัก
21 ต.ค. 62

ในหลวง-พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันสวรรคตครบ ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันสวรรคตครบ ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี สมเด็จพระพันปีหลวง ในรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง   ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยเสด็จในการนี้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F5i_TVi07jU

 1,848
พระราชสำนัก
17 ต.ค. 62

ในหลวง เสด็จฯ พร้อมด้วยพระราชินี ทรงเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทรงเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ที่กองทัพเรือได้ว่าจ้างบริษัทจากสาธารณรัฐเกาหลี เป็นผู้ดำเนินการสร้างเรือ เพื่อใช้ในภารกิจในการป้องกันประเทศ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอีกทั้งทดแทนเรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ได้ปลดระวางประจำการไปแล้ว   เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช หมายเลขเรือ 471 ได้ทำพิธีตัดแผ่นเหล็กตัวเรือแผ่นแรกตามแบบธรรมเนียมของทหารเรือทั่วโลก เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ประกอบพิธีวางกระดูกงูเรือ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 และพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ในวันที่ 23 มกราคม 2560    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YmVMHDSpl1U

 2,964
พระราชสำนัก
15 ต.ค. 62

ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารศูนย์รวมนมแห่งใหม่ สวนจิตรลดา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารศูนย์รวมนม สวนจิตรลดา และทอดพระเนตรนิทรรศการเกี่ยวกับกระบวนการผลิตของศูนย์รวมนมสวนจิตรลดา ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต โดยมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เฝ้าฯ รับเสด็จ   ศูนย์รวมนม สวนจิตรลดา เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 มีอายุการใช้งานนานกว่า 25ปี จึงทำให้เครื่องชำรุดเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ได้มีการช่อมปรับปรุง และเปลี่ยนอะไหล่มาโดยตลอด   โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จึงเห็นความจำเป็นที่จะปรับปรุงพัฒนาสายการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ให้มีประสิทธิภาพ ด้วยระบบการผลิตที่ทันสมัย อันเป็นการสนองพระราชปณิธานพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการ สืบสาน รักษา ต่อยอด อาชีพพระราชทาน สู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์นมโดย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดในนามมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ได้ให้การสนับสนุนด้านการออกแบบแปลนอาคาร และการก่อสร้างศูนย์รวมนมใหม่ รวมทั้งเครื่องจักรในสายการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ใหม่ทั้งหมด   โดยศูนย์รวมนม สวนจิตรลดา ก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศ ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน และพัฒนาต่อยอดการผลิตระดับอุตสาหกรรมนมต่อไป โดยเน้นการเป็น   โรงงานที่ไม่มุ่งเน้นการพาณิชย์ ซึ่งได้นำเทคโนโลยีการผลิตและระบบตรวจสอบคุณภาพระหว่างการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อให้การผลิตดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีขนาดกำลังการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ 2, 000 ลิตรต่อชั่วโมงสามารถผลิตนมได้ 15,000 ลิตรต่อวัน   อันเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตของโรงงานตามมาตรฐานสากลและเป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกระทรวงอุตสาหกรรมอีกทั้งยังใช้เป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ ด้วยเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nUlw7JU2QR0

 2,192
พระราชสำนัก
14 ต.ค. 62

'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯในการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.9

วานนี้ เวลา 17.23 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย   พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน   ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2562          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ElB0xZDLUCA

 4,659
พระราชสำนัก
14 ก.ย. 62

'ในหลวง' พระราชทานถุงยังชีพ-โปรดเกล้าฯตั้งโรงครัวพระราชทาน ช่วยราษฎรประสบอุทกภัย จ.อำนาจเจริญ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,458 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ   พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือ

 689
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 62

เปิดชื่อพระราชทาน 13 สุนัขเกรทเดน ได้ชื่อใหม่เป็นกลุ่มดอกไม้ไทยสุดไพเราะ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อสุนัขเกรทเดน 13 สุนัขในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นชื่อกลุ่มดอกไม้ที่มีอยู่ในประเทศไทย   ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับสุนัขพันธ์เกรทเดน จำนวน 13 สุนัขอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ และโปรดให้มารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปแล้วนั้น   เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานชื่อสุนัขพันธุ์เกรทเดนใหม่ โดยชื่อพระราชทานเป็นกลุ่มชื่อดอกไม้ที่มีอยู่ในประเทศไทย ดังนี้   1. คุณนนทรี (บิซาโร่) เพศผู้ อายุ 2 ปี 3 เดือน น้ำหนัก 48.3 กก. มาร์คกิ้ง : หน้ากากขาว คอขาว 2. คุณพวงแสด (เบนลิซ่า) เพศเมีย อายุ 2 ปี 3 เดือน น้ำหนัก 35.2 กก. มาร์คกิ้ง : หน้าดำ คอขาว 3. คุณทองกวาว (ไบรโอนี่) เพศเมีย อายุ 2 ปี 3 เดือน น้ำหนัก 43.2 กก. มาร์คกิ้ง : จุดขาวบริเวณใบหน้า 4. คุณกาหลง (ชาลี) เพศผู้ อายุ 11 เดือน น้ำหนัก 34.2 กก. มาร์คกิ้ง : ดำล้วน 5. คุณบัวตอง (เชอริล) เพศเมีย อายุ 11 เดือน น้ำหนัก 30.2 กก. มาร์คกิ้ง : ดำล้วน 6. คุณโสน (โทโร่) เพศผู้ อายุ 5 เดือน น้ำหนัก 14.2 กก. มาร์คกิ้ง ลายด่าง 7. คุณทุ้งฟ้า (หมอทรัพย์) เพศผู้ อายุ 5 เดือน น้ำหนัก 14.3 กก. มาร์คกิ้ง : คอขาว 8. คุณลำดวน (กาสะลอง) เพศหญิง อายุ 5 เดือน น้ำหนัก 12.4 กก. มาร์คกิ้ง : หน้ากากขาว คอขาว   และอีก 5 สุนัข ปัจจุบันยังอยู่ในห้องสัตว์ป่วยวิกฤต 9. คุณจำปูน (แดรี่) เพศหญิง อายุ 5 เดือน น้ำหนัก 11 กก. มาร์คกิ้ง : ลายเหมือนวัวนม 10. คุณเฟื่องฟ้า (อาร์ยา) เพศหญิง อายุ 5 เดือน น้ำหนัก 10.8 กก. มาร์คกิ้ง : หน้ากากสีขาว 11. คุณบานบุรี (เบลล่า) เพศเมีย อายุ 5 เดือน น้ำหนัก 9.3 กก. มาร์คกิ้ง : ตัวสีขาว หูสีดำ 12. คุณพิกุล (คิมเบอรี่) อายุ 5 เดือน น้ำหนัก 12.5 กก. มาร์คกิ้ง : หน้ากากขาว หลังคอขาว 13. คุณกระดังงา (บาตู) เพศผู้ มาร์คกิ้ง : หน้ากากขาว คอหลังขาว ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2562   นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาต่อสรรพสัตว์ และเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา พระองค์ได้พระราชทานเงินจำนวน ให้กับโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ในการเพิ่มศักยภาพในการรักษาทางการแพทย์   ทางคณะฯ จึงได้นำเงินพระราชทานไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ตามพระราชประสงค์ จำนวน 4 รายการ ได้แก่ ชุดเครื่อช่วยผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูกสันหลังและศัลยกรรมสมองด้วยระบบคอมพิวเตอร์นำวิถี เครื่องยันทึกและวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าสมอง ชุดเครื่องมือผ่าตัดข้อและกระดูกผ่านกล้อง และเครื่องเลเซอร์คลาส 4 แบบมีหัวฝังเข็ม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/64-O7r1XjdU

 16,701

Top