ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมุทรสาคร"

ข่าวภูมิภาค
15 ธ.ค. 62

ฝุ่นกทม.ยังไม่หมด ปลัดสมุทรสาครแต่งเพลง เลิกคุยทั้งอำเภอแก้ฝุ่น - วิจารณ์ พปชร.โพสต์แนะงดกิจกรรมกลางแจ้ง

กทม.และปริมณฑล เผชิญปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในหลายจุด โดยวันที่ 14 ธ.ค.2562 เวลา 10.00 น. ใน กทม.พบเกินค่ามาตรฐาน 9 จุด (จาก 61 จุดตรวจ) โดย 5 อันดับแรก ได้แก่   1.ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2.ริมถนนพระราม 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน 56 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 3.แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 4.ริมถนนพระราม 3 - เจริญกรุง เขตบางคอแหลม 54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 5.บางซื่อ เขตบางซื่อ 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร   ส่วนในปริมณฑล จ.สมุทรสาคร เผชิญปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 วัดค่าฝุ่นได้ล่าสุด 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทางจังหวัดได้บูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงเช้าเย็นตามจุดเสี่ยง การฉีดล้างถนนสายหลัก สายรอง การรณรงค์ให้ความรู้ แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน ขอความร่วมมือรถบรรทุกเลี่ยงการใช้ถนนพระราม 2 มีการฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงในช่วงเวลา 01.00 น. เนื่องจากมีข้อมูลเฉลี่ยว่าค่าฝุ่นพุ่งสูงในช่วงเวลาดังกล่าว   ด้านนายวีระสิทธิ์ จึงประสบค้า ปลัดอำเภอ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้อัดคลิปเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว โดยดัดแปลงเนื้อร้องใหม่เพื่อเชิญให้ทุกคนในจังหวัดสมุทรสาคร มาร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่ดูแลแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ไปด้วย   ขณะที่แฟนเพจพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ภาพแนะประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะยังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 แต่ทางชาวเน็ตได้เข้าไปแสดงความเห็นเชิงตำหนิ เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/IdcK0WlWz8k

 297
สังคม
15 ธ.ค. 62

ฝุ่นกทม.ยังไม่หมด ปลัดสมุทรสาครแต่งเพลง เลิกคุยทั้งอำเภอแก้ฝุ่น - วิจารณ์ พปชร.โพสต์แนะงดกิจกรรมกลางแจ้ง

กทม.และปริมณฑล เผชิญปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในหลายจุด โดยวันที่ 14 ธ.ค.2562 เวลา 10.00 น. ใน กทม.พบเกินค่ามาตรฐาน 9 จุด (จาก 61 จุดตรวจ) โดย 5 อันดับแรก ได้แก่   1.ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2.ริมถนนพระราม 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน 56 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 3.แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 4.ริมถนนพระราม 3 - เจริญกรุง เขตบางคอแหลม 54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 5.บางซื่อ เขตบางซื่อ 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร   ส่วนในปริมณฑล จ.สมุทรสาคร เผชิญปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 วัดค่าฝุ่นได้ล่าสุด 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทางจังหวัดได้บูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงเช้าเย็นตามจุดเสี่ยง การฉีดล้างถนนสายหลัก สายรอง การรณรงค์ให้ความรู้ แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน ขอความร่วมมือรถบรรทุกเลี่ยงการใช้ถนนพระราม 2 มีการฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงในช่วงเวลา 01.00 น. เนื่องจากมีข้อมูลเฉลี่ยว่าค่าฝุ่นพุ่งสูงในช่วงเวลาดังกล่าว   ด้านนายวีระสิทธิ์ จึงประสบค้า ปลัดอำเภอ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้อัดคลิปเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว โดยดัดแปลงเนื้อร้องใหม่เพื่อเชิญให้ทุกคนในจังหวัดสมุทรสาคร มาร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่ดูแลแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ไปด้วย   ขณะที่แฟนเพจพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ภาพแนะประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะยังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 แต่ทางชาวเน็ตได้เข้าไปแสดงความเห็นเชิงตำหนิ เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/IdcK0WlWz8k

 297
ข่าวภูมิภาค
14 ธ.ค. 62

หญิงวัย 46 เคยปาดคอตัวเองแต่ลูก-สามีช่วยทัน สุดท้ายคิดสั้นโดดตึกฆ่าตัวตายอีกรอบ

สมุทรสาคร-เกิดเหตุคนกระโดดลงมาจากตึกของอาคารการเคหะเอื้ออาทรสวนหลวง หมู่ที่ 5 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เสียชีวิต   ในที่เกิดเหตุเป็นบริเวณด้านข้างตรงทางบันไดหนีไฟของอาคาร 8 ความสูง 5 ชั้น ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อต่อมาคือ นางสาววรรณา แซ่ตั้ง อายุ 46 ปี ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใดทั้งสิ้น   จากการเข้าตรวจสอบอาคารที่พักดังกล่าว พบจุดที่ผู้ตายใช้ก่อเหตุกระโดดลงมา เป็นบริเวณทางบันไดหนีไฟระหว่างชั้น 3 กับ ชั้น 4 ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่ามาจากความเครียดเรื่องสุขภาพของตัวเอง   เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตเคยใช้มีดปังตอปาดคอตัวเองนอนจมกองเลือดมาแล้ว แต่คราวนั้นไม่ตาย เพราะสามีและลูกชายมาเห็นจึงเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยชีวิตไว้ได้ทัน แต่มาคราวนี้ผู้ตายอยู่เพียงลำพัง ส่วนสามีออกไปทำงาน และลูกชายก็ไปเรียนหนังสือ จึงสบโอกาสฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากตึก   ด้านผู้เช่าของตึกดังกล่าวเล่าว่า ตนเองอยู่ในห้องก็ได้ยินเสียงคล้ายกับคนล้ม จึงออกมาดูตรงหน้าต่าง ครั้งแรกเห็นแต่ขา ก็นึกว่าคนเมา จึงออกมาดูตรงราวตากผ้า ก็เห็นคนนั่งอยู่มีเลือดไหลท่วม จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปโรงพยาบาลศิริราชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจน ก่อนที่จะให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/qQQGNNN3yaI

 3,439
อาชญากรรม
14 ธ.ค. 62

หญิงวัย 46 เคยปาดคอตัวเองแต่ลูก-สามีช่วยทัน สุดท้ายคิดสั้นโดดตึกฆ่าตัวตายอีกรอบ

สมุทรสาคร-เกิดเหตุคนกระโดดลงมาจากตึกของอาคารการเคหะเอื้ออาทรสวนหลวง หมู่ที่ 5 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เสียชีวิต   ในที่เกิดเหตุเป็นบริเวณด้านข้างตรงทางบันไดหนีไฟของอาคาร 8 ความสูง 5 ชั้น ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อต่อมาคือ นางสาววรรณา แซ่ตั้ง อายุ 46 ปี ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใดทั้งสิ้น   จากการเข้าตรวจสอบอาคารที่พักดังกล่าว พบจุดที่ผู้ตายใช้ก่อเหตุกระโดดลงมา เป็นบริเวณทางบันไดหนีไฟระหว่างชั้น 3 กับ ชั้น 4 ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่ามาจากความเครียดเรื่องสุขภาพของตัวเอง   เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตเคยใช้มีดปังตอปาดคอตัวเองนอนจมกองเลือดมาแล้ว แต่คราวนั้นไม่ตาย เพราะสามีและลูกชายมาเห็นจึงเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยชีวิตไว้ได้ทัน แต่มาคราวนี้ผู้ตายอยู่เพียงลำพัง ส่วนสามีออกไปทำงาน และลูกชายก็ไปเรียนหนังสือ จึงสบโอกาสฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากตึก   ด้านผู้เช่าของตึกดังกล่าวเล่าว่า ตนเองอยู่ในห้องก็ได้ยินเสียงคล้ายกับคนล้ม จึงออกมาดูตรงหน้าต่าง ครั้งแรกเห็นแต่ขา ก็นึกว่าคนเมา จึงออกมาดูตรงราวตากผ้า ก็เห็นคนนั่งอยู่มีเลือดไหลท่วม จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปโรงพยาบาลศิริราชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจน ก่อนที่จะให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/qQQGNNN3yaI

 3,439
สังคม
13 ธ.ค. 62

นร.ยกพวกตีกันกลางถนน มีดไล่ฟัน-ปาระเบิดปิงปองใส่คู่อริ

วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาทใช้ระเบิดปิงปองปาใส่คู่อริ เหตุเกิดใกล้สี่แยกสาครเกษม (แยกพุทธมณฑลสายสี่) หมู่ที่ 11 ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรีบประสานตำรวจหน่วยบริการประชาชนสายสี่เข้าตรวจสอบก่อน โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงนั้น ไม่พบกลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทแล้ว แต่เศษวัตถุระเบิดปิงปองตกอยู่บนถนน จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน   ทั้งนี้จากการที่ได้พูดคุยกับพี่บัวเผื่อน จันทร์เพ็ง อายุ 59 ปี แม่ค้าร้านขายอาหารตามสั่ง ซึ่งเปิดขายอยู่ตรงสะพานลอยจุดที่เกิดเหตุก็เล่าว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันนั้นรวมๆ กันแล้วเกือบ 20 คน โดยมีคนถือมีดดาบยาววิ่งไล่ตามคู่อริด้วยแต่ก็ยังไม่ได้ลงมือฟัน ซึ่งตนเองเห็นแล้วก็ทั้งตกใจและทั้งกลัว นอกจากนี้ยังมีการปาระเบิดปิงปองใส่กันทั้งหมด 3 ลูกอีกด้วย ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะหากตนหรือคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องถูกลูกหลงไปจะทำอย่างไร โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุนี้เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นนักเรียนจาก 2 สถาบันที่เป็นคู่อริกัน   ขณะที่นายสมโภชน์ ภูมิโคกรักษ์ อายุ 45 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ วินสะพานลอยสาย 4 ก็เล่าในลักษณะเดียวกันคือ เห็นกลุ่มนักเรียนจำนวนมากแต่ไม่รู้ว่าสถาบันไหนกับสถาบันไหน วิ่งไล่กันมาแล้วก็มีการปาระเบิดปิงปองลงบนถนนทั้งหมด 3 ลูก สร้างความแตกตื่นให้กับคนที่อยู่บริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่มารอรถโดยสารประจำทาง พ่อค้าแม่ค้า คนงาน และคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง   ทั้งนี้ต่อมาก็มีคลิปภาพขณะเกิดเหตุกลุ่มนักเรียนทะเลาะวิวาทถูกโพสต์ลงในเฟสบุ๊คของผู้ใช้ที่ชื่อว่า เอกชัย ชื่อนี้ รวย แล้วแท็กไปยังโพสต์ข่าวสารนครปฐม โดยเป็นภาพที่เห็นเหตุการณ์ขณะปาระเบิดปิงปองลงบนถนน เสียงดังเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมา แล้วก็เห็นนักเรียนวิ่งข้ามมาตีกัน โดยนักเรียนส่วนใหญ่ใส่หมวกกันน๊อคปิดบังใบหน้า   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งก็ยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า ผู้ที่ก่อเหตุนั้นเป็นนักเรียนทั้งหมดหรือไม่ หรือมีวัยรุ่นนอกสถาบันการศึกษาเข้าร่วมด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0XV2CenE_wg

 1,042
สังคม
13 ธ.ค. 62

นักเรียนยกพวกตีกัน เขวี้ยงระเบิดปิงปองใส่คู่อริ ชาวบ้านหวั่นโดนลูกหลง

วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาทใช้ระเบิดปิงปองปาใส่คู่อริ เหตุเกิดใกล้สี่แยกสาครเกษม (แยกพุทธมณฑลสายสี่) หมู่ที่ 11 ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรีบประสานตำรวจหน่วยบริการประชาชนสายสี่เข้าตรวจสอบก่อน โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงนั้น ไม่พบกลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทแล้ว แต่เศษวัตถุระเบิดปิงปองตกอยู่บนถนน จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน   ทั้งนี้จากการที่ได้พูดคุยกับพี่บัวเผื่อน จันทร์เพ็ง อายุ 59 ปี แม่ค้าร้านขายอาหารตามสั่ง ซึ่งเปิดขายอยู่ตรงสะพานลอยจุดที่เกิดเหตุก็เล่าว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันนั้นรวมๆ กันแล้วเกือบ 20 คน โดยมีคนถือมีดดาบยาววิ่งไล่ตามคู่อริด้วยแต่ก็ยังไม่ได้ลงมือฟัน ซึ่งตนเองเห็นแล้วก็ทั้งตกใจและทั้งกลัว นอกจากนี้ยังมีการปาระเบิดปิงปองใส่กันทั้งหมด 3 ลูกอีกด้วย ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะหากตนหรือคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องถูกลูกหลงไปจะทำอย่างไร โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุนี้เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นนักเรียนจาก 2 สถาบันที่เป็นคู่อริกัน   ขณะที่นายสมโภชน์ ภูมิโคกรักษ์ อายุ 45 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ วินสะพานลอยสาย 4 ก็เล่าในลักษณะเดียวกันคือ เห็นกลุ่มนักเรียนจำนวนมากแต่ไม่รู้ว่าสถาบันไหนกับสถาบันไหน วิ่งไล่กันมาแล้วก็มีการปาระเบิดปิงปองลงบนถนนทั้งหมด 3 ลูก สร้างความแตกตื่นให้กับคนที่อยู่บริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่มารอรถโดยสารประจำทาง พ่อค้าแม่ค้า คนงาน และคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง   ทั้งนี้ต่อมาก็มีคลิปภาพขณะเกิดเหตุกลุ่มนักเรียนทะเลาะวิวาทถูกโพสต์ลงในเฟสบุ๊คของผู้ใช้ที่ชื่อว่า เอกชัย ชื่อนี้ รวย แล้วแท็กไปยังโพสต์ข่าวสารนครปฐม โดยเป็นภาพที่เห็นเหตุการณ์ขณะปาระเบิดปิงปองลงบนถนน เสียงดังเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมา แล้วก็เห็นนักเรียนวิ่งข้ามมาตีกัน โดยนักเรียนส่วนใหญ่ใส่หมวกกันน๊อคปิดบังใบหน้า   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งก็ยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า ผู้ที่ก่อเหตุนั้นเป็นนักเรียนทั้งหมดหรือไม่ หรือมีวัยรุ่นนอกสถาบันการศึกษาเข้าร่วมด้วย

 210
อาชญากรรม
10 ธ.ค. 62

คนขับแบคโฮฟิวส์ขาด รัวกระสุนจ่อยิงใส่เจ้าของวังกุ้ง เหตุทะเลาะวิวาทเรื่องก่อสร้างถนน

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (9 ธ.ค. 62) มีคลิปภาพจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งที่เผยให้เห็นถึงวินาทียิง และจุดเดือดที่ทำให้เกิดเหตุฆาตรกรรมในครั้งนี้ขึ้น   ซึ่งจากภาพจะเห็นได้ตั้งแต่ในระยะไกล คนขับรถยนต์กระบะหรือผู้เสียชีวิตนั้นได้เดินกลับมาขึ้นรถของตนเองแต่ยังคงเปิดประตูไว้ แล้วคนขับรถแบคโฮก็เข้าไปเหมือนจะพูดคุยโต้เถียงกันสักพักหนึ่ง แล้วคนขับรถยนต์กระบะก็ลงมายืนข้างประตูรถ โดยยังคงมีการพูดคุยในลักษณะโต้เถียงกันอยู่ จากนั้นก็ขึ้นรถไปอีกรอบแต่ยังคงเปิดประตูโต้เถียงกันประมาณ 3 - 5 นาที ก่อนที่จะปิดประตูรถ แล้วได้เร่งเครื่องจนควันดำโขมงออกมาจากท่อรถยนต์   ซึ่งก็เป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับที่นายบูรภัช พัชรพรนุกูล ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนเข้ามารัวยิงนายนครินทร์ หงษ์โต ตรงข้างประตูจนเสียชีวิตคาที่ แล้วคนร้ายก็เดินหลบหนีออกมา ก่อนจะกลับไปเอารถยนต์กระบะขับหลบหนีไป ซึ่งภาพที่ปรากฏนั้น ก็มีภาพคนงานก่อสร้างคนอื่น ๆ อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย และทั้งหมดถูกกันไว้เป็นพยาน   เบื้องต้นจากคำให้การทราบว่า ทั้งผู้เสียชีวิตและคนร้ายมีปากเสียงกันที่ด้านล่างก่อนด้วยเรื่องของการทำงานกีดขวางการจราจร แล้วผู้เสียชีวิตก็เดินไปหยิบปืนที่อยู่ในรถออกมาขู่คนขับรถแบคโฮ แต่คนขับรถแบคโฮปัดไปทางอื่น ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะเดินกลับไปขึ้นรถ พร้อมกับมีการพูดจาท้าทายแล้วเร่งเครื่องพ่นควันดำใส่ ทำให้คนร้ายโมโหใช้อาวุธปืนจ่อรัวยิงใส่จนอีกฝ่ายเสียชีวิตดังกล่าว   ทางด้านของ พ.ต.ท.สมชาย ขอค้า รองผู้กำกับการสืบสวนฯ สภ.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ก็ได้บอกกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายในทุกพื้นที่ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไปหลบซ่อนตัว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปฏิบัติงานล่าช้าแต่การติดตามตัวคนร้ายบางครั้งก็ต้องใช้เวลาและแนวทางการสืบสวนที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันทางครอบครัวของผู้ต้องหานั้นก็ต้องการให้นายบูรภัชฯ เข้ามอบตัวด้วยเช่นเดียวกัน  

 222
สังคม
29 พ.ย. 62

สมุทรสาคร - โจรบุกชิงสร้อยทองมูลค่ากว่าแสนบาท

วันที่ 28 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุมีคนร้ายชิงทองรูปพรรณภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ริมถนนพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดย พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรพล วิชิต ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ ตั้งอยู่บริเวณชั้นหนึ่ง   เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามพนักงานภายในร้าน ทราบว่า คนร้ายเป็นชายอายุไม่เกิน 40 ปี รูปร่างเพรียวสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมกางเกงขายาวสีครีม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน สวมหมวกแก็ปสีกรมท่า สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ทำทีเข้ามาขอซื้อสร้อยคอทองคำ โดยคนร้ายให้พนักงานหยิบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท มาให้ดูก่อนซึ่งคนร้ายได้ถือสร้อยไว้ในมือ จากนั้นจึงให้พนักงานหยิบสร้อยน้ำหนัก 3 บาทอีกหนึ่งเส้นมาดู ขณะนั้นพนักงานขายเริ่มเอะใจพยายามจะดึงสร้อยคอกลับมา แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่คนร้ายตัดสินใจวิ่งหนีออกจากร้านทอง โดยมีพนักงานวิ่งไล่ตามออกไป ทั้งนี้คนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางด้านหน้าของห้างสรรพสินค้า ก่อนที่จะถอดเสื้อเชิ้ตแขนยาวและหมวกแก็ปทิ้งไว้บริเวณลานด้านหน้าห้าง   เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า คนร้ายได้สร้อยคอทองคำไปจำนวน 2 เส้น เส้นละ 3 บาท รวมคนร้ายได้ทองรูปพรรณน้ำหนัก 6 บาท ลายกระดูกงู กับลายป่าหวาย โดยคาดว่าคนร้ายวิ่งหนีไปทางถนนพระราม 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

 1,307
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 พ.ย. 62

ครูยอมรับทำรุนแรง ตบตีเด็กไม่ส่งการบ้าน อ้างตบเพราะรัก อยากให้เด็กได้ดี

กรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นภาพคุณครูท่านหนึ่งลงโทษนักเรียนไม่ส่งการบ้าน โดยการให้มายืนเรียงหน้ากระดาน 4-5 คน แล้วตบหน้าตบหัวเรียงคนไม่ยั้งและด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ซึ่งคลิปนี้นักเรียนในชั้นเรียนดังกล่าวเป็นคนถ่ายนำไปโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก   ขณะที่ผู้โพสต์ระบุว่า “ทนไม่ไหวลูกโดนตบหน้าแบบนี้ เหตุผลแค่ไม่ส่งการบ้านทำเกินไปมั้ย พ่อแม่ยังไม่เคยตบหน้าลูกขนาดนี้เลย แล้วยึดโทรศัพท์ลูกไปโดยไม่มีเหตุผล เด็กที่ห้องหลายคน เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมาก ฝากหน่วยงานช่วนดูด้วย ครูท่านดังกล่าวสอนภาษาอังกฤษ ช่วยอธิบายกับเหตุการณ์นี้ด้วย”   ล่าสุดผู้อำนวยการโรงเรียนได้เรียกครูในคลิปและผู้ปกครองของเด็ก 1 ใน 3 คน ที่ปรากฎในคลิปมาพบเพื่อพูดคุยกันแล้วโดยครูคนดังกล่าว ยอมรับว่าได้ทำโทษเด็กรุนแรงเกินไปจริง พร้อมขอโทษผู้ปกครอง และมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่มีการทำโทษที่รุนแรงอย่างในคลิปอีก   พร้อมระบุว่า ในวันเกิดเหตุตนได้เข้าสอนเด็กนักเรียนระดับชั้น ม.1 โดยเด็กในคลิปไม่ทำ การบ้านมาส่ง และให้สอบพูดก็พูดไม่ได้เพราะไม่ฝึกซ้อมมา เจตนาของครูเพียงแค่อยากให้เขา ได้ดี มีอนาคตที่ดี ไม่อยากให้ติดศูนย์ เพราะถ้าเด็กไม่ส่งงานก็ไม่มีคะแนนให้ ไม่อยากให้เรียนซ้ำชั้น สิ่งที่ครูทำลงไปนั้น   ยอมรับว่าทำเพราะความโกรธ แต่เพราะรักและหวังดีกับศิษย์ หลังจากที่ ตนเห็นคลิปรู้สึกผิดและเสียใจมาก สัญญากับผู้ปกครองแล้วว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ส่วนผู้ปกครองอีก 1 คนที่อยู่ต่างประเทศนั้น คุณครูก็อยากจะขอโทษด้วยเช่นเดียวกัน โดยจะรอวันที่ผู้ปกครองกลับมาพบกับผู้อำนวยการและคุณครูเพื่อที่จะได้ขอโทษต่อไป   ทั้งนี้สองฝ่ายปรับความเข้าใจกัน โดยทางผู้ครองก็เข้าใจถึงเหตุที่คุณครูทำลงไปเพราะต้องการให้เด็กได้ดี และไม่ถือโทษโกรธคุณครูไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด วอนขออย่าให้มีการทำโทษในลักษณะรุนแรงแบบนี้อีก ถ้าจะทำโทษก็ขอให้เป็นวิธีอื่นแทน ซึ่งทางโรงเรียนก็สัญญา แล้วว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน    ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับน้าของเด็กชายคนหนึ่ง ที่โดนครูตบหัวอย่างรุนแรง ระบุว่า แม่ของเด็กขณะนี้อยู่ต่างประเทศ จะกลับมาเจรจากับทางโรงเรียนวันที่ 2 พ.ย. เบื้องต้นครูในคลิป ได้ส่งข้อความไปขอโทษแม่เด็กคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งแม่เด็กยืนยันจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชาย มันรุนแรงเกินไป   น้าสาวของเด็ก เล่าว่า หลังเห็นคลิปได้โทรไปสอบถามครูท่านดังกล่าว แต่ไม่อธิบายอะไรให้ฟังอ้างเด็กไม่ส่งงาน หลานเล่าว่าเคยดดนตีบ้างแต่ไม่หนักเท่าครั้งนี้ และเคยมีเด็กในชั้นเรียนถูกครูให้เอาศีรษะลงพื้นแล้วให้เพื่อนจับขาทั้งสองข้างยกขึ้นใช้หลังแนบกับกระดาน แต่ไม่มีใครถ่ายคลิปเพราะครูหันมามอง ส่วนหลานคงให้เรียนอยู่โรงเรียนเดิมไปย้ายไปไหนเพราะอยู่ใกล้บ้าน   ขณะที่ในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นบอกเป็นการกระทำที่ไม่สมควร บางส่วนเข้ามา ให้กำลังใจครู เช่น ครูคนดังกล่าวเป็นคนดี ทำให้เด็กประสบความสำเร็จมาเป็นจำนวนมาก ครูทำ ลงไปก็เพราะรักเด็ก ต้องการให้เด็กได้ดี บางคนบอกเคยเรียนกับครูท่านดังกล่าว ส่วนใหญ่คนที่โดนจะเป็นคนที่ไม่ส่งงาน เด็กที่จบไปหลายรุ่นก็เคยโดนครูท่านดังกล่าวทำโทษลักษณะนี้เช่นกัน แต่ไม่มีใครเอาเรื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nnHdGeeqXBE

 28,083
ข่าวโซเชียล
28 พ.ย. 62

ครูยอมรับทำรุนแรง ตบตีเด็กไม่ส่งการบ้าน อ้างตบเพราะรัก อยากให้เด็กได้ดี

กรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นภาพคุณครูท่านหนึ่งลงโทษนักเรียนไม่ส่งการบ้าน โดยการให้มายืนเรียงหน้ากระดาน 4-5 คน แล้วตบหน้าตบหัวเรียงคนไม่ยั้งและด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ซึ่งคลิปนี้นักเรียนในชั้นเรียนดังกล่าวเป็นคนถ่ายนำไปโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก   ขณะที่ผู้โพสต์ระบุว่า “ทนไม่ไหวลูกโดนตบหน้าแบบนี้ เหตุผลแค่ไม่ส่งการบ้านทำเกินไปมั้ย พ่อแม่ยังไม่เคยตบหน้าลูกขนาดนี้เลย แล้วยึดโทรศัพท์ลูกไปโดยไม่มีเหตุผล เด็กที่ห้องหลายคน เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมาก ฝากหน่วยงานช่วนดูด้วย ครูท่านดังกล่าวสอนภาษาอังกฤษ ช่วยอธิบายกับเหตุการณ์นี้ด้วย”   ล่าสุดผู้อำนวยการโรงเรียนได้เรียกครูในคลิปและผู้ปกครองของเด็ก 1 ใน 3 คน ที่ปรากฎในคลิปมาพบเพื่อพูดคุยกันแล้วโดยครูคนดังกล่าว ยอมรับว่าได้ทำโทษเด็กรุนแรงเกินไปจริง พร้อมขอโทษผู้ปกครอง และมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่มีการทำโทษที่รุนแรงอย่างในคลิปอีก   พร้อมระบุว่า ในวันเกิดเหตุตนได้เข้าสอนเด็กนักเรียนระดับชั้น ม.1 โดยเด็กในคลิปไม่ทำ การบ้านมาส่ง และให้สอบพูดก็พูดไม่ได้เพราะไม่ฝึกซ้อมมา เจตนาของครูเพียงแค่อยากให้เขา ได้ดี มีอนาคตที่ดี ไม่อยากให้ติดศูนย์ เพราะถ้าเด็กไม่ส่งงานก็ไม่มีคะแนนให้ ไม่อยากให้เรียนซ้ำชั้น สิ่งที่ครูทำลงไปนั้น   ยอมรับว่าทำเพราะความโกรธ แต่เพราะรักและหวังดีกับศิษย์ หลังจากที่ ตนเห็นคลิปรู้สึกผิดและเสียใจมาก สัญญากับผู้ปกครองแล้วว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ส่วนผู้ปกครองอีก 1 คนที่อยู่ต่างประเทศนั้น คุณครูก็อยากจะขอโทษด้วยเช่นเดียวกัน โดยจะรอวันที่ผู้ปกครองกลับมาพบกับผู้อำนวยการและคุณครูเพื่อที่จะได้ขอโทษต่อไป   ทั้งนี้สองฝ่ายปรับความเข้าใจกัน โดยทางผู้ครองก็เข้าใจถึงเหตุที่คุณครูทำลงไปเพราะต้องการให้เด็กได้ดี และไม่ถือโทษโกรธคุณครูไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด วอนขออย่าให้มีการทำโทษในลักษณะรุนแรงแบบนี้อีก ถ้าจะทำโทษก็ขอให้เป็นวิธีอื่นแทน ซึ่งทางโรงเรียนก็สัญญา แล้วว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน    ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับน้าของเด็กชายคนหนึ่ง ที่โดนครูตบหัวอย่างรุนแรง ระบุว่า แม่ของเด็กขณะนี้อยู่ต่างประเทศ จะกลับมาเจรจากับทางโรงเรียนวันที่ 2 พ.ย. เบื้องต้นครูในคลิป ได้ส่งข้อความไปขอโทษแม่เด็กคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งแม่เด็กยืนยันจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชาย มันรุนแรงเกินไป   น้าสาวของเด็ก เล่าว่า หลังเห็นคลิปได้โทรไปสอบถามครูท่านดังกล่าว แต่ไม่อธิบายอะไรให้ฟังอ้างเด็กไม่ส่งงาน หลานเล่าว่าเคยดดนตีบ้างแต่ไม่หนักเท่าครั้งนี้ และเคยมีเด็กในชั้นเรียนถูกครูให้เอาศีรษะลงพื้นแล้วให้เพื่อนจับขาทั้งสองข้างยกขึ้นใช้หลังแนบกับกระดาน แต่ไม่มีใครถ่ายคลิปเพราะครูหันมามอง ส่วนหลานคงให้เรียนอยู่โรงเรียนเดิมไปย้ายไปไหนเพราะอยู่ใกล้บ้าน   ขณะที่ในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นบอกเป็นการกระทำที่ไม่สมควร บางส่วนเข้ามา ให้กำลังใจครู เช่น ครูคนดังกล่าวเป็นคนดี ทำให้เด็กประสบความสำเร็จมาเป็นจำนวนมาก ครูทำ ลงไปก็เพราะรักเด็ก ต้องการให้เด็กได้ดี บางคนบอกเคยเรียนกับครูท่านดังกล่าว ส่วนใหญ่คนที่โดนจะเป็นคนที่ไม่ส่งงาน เด็กที่จบไปหลายรุ่นก็เคยโดนครูท่านดังกล่าวทำโทษลักษณะนี้เช่นกัน แต่ไม่มีใครเอาเรื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nnHdGeeqXBE

 28,083
ข่าวโซเชียล
28 พ.ย. 62

ครูตบหน้าศิษย์ ขอโทษแจงทำเพราะรัก ผู้ปกครองเข้าใจอยากให้เด็กได้ดี วอนอย่าใช้ความรุนแรงอีก

กรณีที่มีคลิปภาพขณะที่ครูตบหน้านักเรียน โดยคุณครูออกมายอมรับผิด พร้อมเผยที่ตบเพราะรัก ส่วนผู้ปกครองให้อภัย วอนอย่าให้เกิดเหตุซ้ำอีก   เป็นคลิปภาพ ในขณะที่ครูโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ย่านจังหวัดสมุทรสาคร เรียกเด็กออกไปยืนหน้าชั้นเรียน เพราะไม่ได้ทำการบ้านเด็กจึงสนทนาภาษาอังกฤษไม่ได้ จากนั้นก็ดุด่า และมีการทำโทษด้วยการตบหน้าเด็กนักเรียน และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในสังคมออนไลน์ขณะนี้   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางมาที่โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เกิดเหตุในคลิป ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อพบกับนายพงศกร พูลสมบัติ ผู้อำนวยการโรงเรียน และพบว่านายพงศกร ได้เรียกผู้ปกครองของเด็ก 1 ใน 3 คน และคุณครู ผู้ก่อเหตุ มาพบเพื่อเจรจาหาข้อยุติ กันแล้ว   ขณะที่คุณครู ยอมรับว่า ได้ทำโทษเด็กรุนแรงเกินไปจริง พร้อมกันนี้ก็ได้ขอโทษผู้ปกครองแล้ว และให้มีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่า จะไม่มีการทำโทษเด็กที่รุนแรงอย่างในคลิปภาพอีก   ขณะที่ ผู้ปกครองบอกว่า ได้เข้าใจที่คุณครูกระทำลงไป เพราะต้องการให้เด็กได้ดี และไม่ถือโทษโกรธ แต่วอนขออย่าให้มีการทำโทษในลักษณะรุนแรงเช่นนี้อีก ขณะที่ ผอ.โรงเรียน สัญญาว่า จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก และจะวางมาตรการเรื่องการทำโทษเด็กแก่คุณครูทุกคนต่อไป  

 946
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ย. 62

หญิงวัย 43 เป็นลมบนรางรถไฟ ถูกรถไฟทับเสียชีวิต

สมุทรสาคร-ตำรวจ สภ.โคกขาม รับแจ้งเหตุรถไฟทับคนเสียชีวิตบริเวณหน้าวัดศรีบูรณาวาส(วัดโคก) ม.4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่เกิดเหตุพบศพนางพัชรินทร์ เบญจเทียร อายุ 43 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนรางรถไฟ สภาพศพบริเวณหน้าอกถูกล้อทับเกือบขาดกลาง และพบรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ขบวน 4312 จอดอยู่   จากการสอบถามนายวิรัช เบญจเทียร อายุ 50 ปี สามีผู้ตายบอกว่าภรรยาตนมีอาชีพค้าขาย ก่อนเกิดเหตุบอกว่าฝันไม่ดีจะมาไหว้เจดีย์ที่วัดโคก และก็จะไปหาหมอ แต่มาเสียชีวิตจากเหตุที่เกิดขึ้นเสียก่อน   ด้านนางสว่างจิต จาดศรี อายุ 52 ปี แม่ค้าขายหมูปิ้งซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุบอกว่า หลังจากผู้ตายได้กินโจ๊กที่ร้านหน้าวัดและก็เดินข้ามมานั่งพร้อมกับซื้อหมู 2 ไม้และบ่นว่าเวียนหัว และก็นั่งดมยาดมอยู่นานจากนั้นก็เรียกรถจยย.รับจ้าง พอดีรถจยย.ติดรถไฟที่กำลังแล่นมา ตนก็บอกว่าป้าเขยิบออกมารถไฟมันมา พอป้าเขยิบออกมาและหงายไปเลย ซึ่งตนก็ตะโกนเรียกบอกป้าออกมารถไฟมันมาแล้วเขาก็เดินเข้าไปแล้วก็ถอยออกมาแล้วก็หงายจนถูกรถไฟทับ   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกคนขับรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ ที่ออกจากสถานีมหาชัยในเวลา 08.00 น.มาสอบถามเพิ่มเติม และจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครนำศพส่งนิติเวช และจะได้ประสานให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/mJN-c4Wt00s

 3,242
อาชญากรรม
27 พ.ย. 62

หญิงวัย 43 เป็นลมบนรางรถไฟ ถูกรถไฟทับเสียชีวิต

สมุทรสาคร-ตำรวจ สภ.โคกขาม รับแจ้งเหตุรถไฟทับคนเสียชีวิตบริเวณหน้าวัดศรีบูรณาวาส(วัดโคก) ม.4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่เกิดเหตุพบศพนางพัชรินทร์ เบญจเทียร อายุ 43 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนรางรถไฟ สภาพศพบริเวณหน้าอกถูกล้อทับเกือบขาดกลาง และพบรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ขบวน 4312 จอดอยู่   จากการสอบถามนายวิรัช เบญจเทียร อายุ 50 ปี สามีผู้ตายบอกว่าภรรยาตนมีอาชีพค้าขาย ก่อนเกิดเหตุบอกว่าฝันไม่ดีจะมาไหว้เจดีย์ที่วัดโคก และก็จะไปหาหมอ แต่มาเสียชีวิตจากเหตุที่เกิดขึ้นเสียก่อน   ด้านนางสว่างจิต จาดศรี อายุ 52 ปี แม่ค้าขายหมูปิ้งซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุบอกว่า หลังจากผู้ตายได้กินโจ๊กที่ร้านหน้าวัดและก็เดินข้ามมานั่งพร้อมกับซื้อหมู 2 ไม้และบ่นว่าเวียนหัว และก็นั่งดมยาดมอยู่นานจากนั้นก็เรียกรถจยย.รับจ้าง พอดีรถจยย.ติดรถไฟที่กำลังแล่นมา ตนก็บอกว่าป้าเขยิบออกมารถไฟมันมา พอป้าเขยิบออกมาและหงายไปเลย ซึ่งตนก็ตะโกนเรียกบอกป้าออกมารถไฟมันมาแล้วเขาก็เดินเข้าไปแล้วก็ถอยออกมาแล้วก็หงายจนถูกรถไฟทับ   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกคนขับรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ ที่ออกจากสถานีมหาชัยในเวลา 08.00 น.มาสอบถามเพิ่มเติม และจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครนำศพส่งนิติเวช และจะได้ประสานให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/mJN-c4Wt00s

 3,242
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 62

ไฟไหม้รถห้องเย็นบรรทุกกุ้งสด 5 ตัน เสียหายนับล้านบาท

สมุทรสาคร - เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกไฟไหม้ บนสะพานข้ามคลองท่าแร้ง ถ.พระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร โดยภายในมีถังแช่กุ้งสดจำนวนมาก น้ำหนักรวมประมาณ 5 ตัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ใช้น้ำฉีดนานประมาณ 15 นาที จึงควบคุมเพลิงให้สงบลงได้   จากการสอบถามนายทะนะโชค จีวีระ อายุ 50 ปี คนขับรถ เล่าว่า ตนเองกำลังจะนำกุ้งสดราวๆ 5 ตัน จากจังหวัดประจวบฯ ไปลงที่ตลาดทะเลไทย อ.เมืองสมุทรสาคร แต่พอขับมาถึงแถวๆ แยกวังมะนาว ก็รู้สึกว่ารถมีความผิดปกติ ขับๆไปเริ่มสะดุด แต่ก็ไม่ได้จอดดูเพราะสภาพทางค่อนข้างมืดและคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้มาตลอดทาง    กระทั่งเมื่อขับมาถึงบนสะพานข้ามคลองท่าแร้ง ก็มีคนที่ขับรถตามมาตะโกนบอกว่าไฟไหม้ล้อรถ ตนจึงได้จอดบนสะพานแล้วพยายามเอาน้ำที่มีติดรถไปดับแต่ก็ไม่เป็นผล ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนไหม้ครอบทั้งคัน    ส่วนสาเหตุก็มาจากเบรกติดล้อข้างซ้าย ขณะที่กุ้งสดที่แช่เย็นอยู่ในถังนั้น ก็ต้องรอให้ทางเถ้าแก่นำรถมาถ่ายย้ายคัน แล้วก็ต้องดูว่ายังคงสามารถนำไปขายได้หรือไม่ ส่วนค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ให้คนขับรถ 10 ล้อ บรรทุกตู้ห้องเย็นไปให้ปากคำไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บางโทรัด โชคดีที่ไม่มีอุบัติเหตุซ้ำซ้อน หรือผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/H55dttPLiOM

 340
สังคม
23 พ.ย. 62

ไฟไหม้รถห้องเย็นบรรทุกกุ้งสด 5 ตัน เสียหายนับล้านบาท

สมุทรสาคร - เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกไฟไหม้ บนสะพานข้ามคลองท่าแร้ง ถ.พระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร โดยภายในมีถังแช่กุ้งสดจำนวนมาก น้ำหนักรวมประมาณ 5 ตัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ใช้น้ำฉีดนานประมาณ 15 นาที จึงควบคุมเพลิงให้สงบลงได้   จากการสอบถามนายทะนะโชค จีวีระ อายุ 50 ปี คนขับรถ เล่าว่า ตนเองกำลังจะนำกุ้งสดราวๆ 5 ตัน จากจังหวัดประจวบฯ ไปลงที่ตลาดทะเลไทย อ.เมืองสมุทรสาคร แต่พอขับมาถึงแถวๆ แยกวังมะนาว ก็รู้สึกว่ารถมีความผิดปกติ ขับๆไปเริ่มสะดุด แต่ก็ไม่ได้จอดดูเพราะสภาพทางค่อนข้างมืดและคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้มาตลอดทาง    กระทั่งเมื่อขับมาถึงบนสะพานข้ามคลองท่าแร้ง ก็มีคนที่ขับรถตามมาตะโกนบอกว่าไฟไหม้ล้อรถ ตนจึงได้จอดบนสะพานแล้วพยายามเอาน้ำที่มีติดรถไปดับแต่ก็ไม่เป็นผล ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนไหม้ครอบทั้งคัน    ส่วนสาเหตุก็มาจากเบรกติดล้อข้างซ้าย ขณะที่กุ้งสดที่แช่เย็นอยู่ในถังนั้น ก็ต้องรอให้ทางเถ้าแก่นำรถมาถ่ายย้ายคัน แล้วก็ต้องดูว่ายังคงสามารถนำไปขายได้หรือไม่ ส่วนค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ให้คนขับรถ 10 ล้อ บรรทุกตู้ห้องเย็นไปให้ปากคำไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บางโทรัด โชคดีที่ไม่มีอุบัติเหตุซ้ำซ้อน หรือผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/H55dttPLiOM

 340

Top