ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมุทรสาคร"

ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

รถไฟชนรถกระบะ 4 ชีวิตรอดหวุดหวิด ชาวบ้านเผยยกเลิก จนท.เฝ้าจุดตัดรถไฟเพราะไร้งบ

สมุทรสาคร-เกิดเหตุรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ ชนรถกระบะที่บริเวณจุดตัดทางข้ามรถไฟ หน้าวัดโสภณาราม (วัดบ้านขอม) ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยคนขับและผู้โดยสารที่มากับรถยนต์กระบะ มีจำนวน 4 คน ซึ่งทั้งหมดปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ยังอยู่ในอาการตกใจ ส่วนรถไฟคู่กรณี มีสภาพเหล็กด้านหน้าฉีกขาดออกจากตัวรถ   จากการสอบถาม นายสหรัฐ หัสกุล อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันที่เกิดอุบัติเหตุ เล่าให้ฟังว่า ตนเองกับพวกรวม 4 คน พักอาศัยอยู่ในเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ขณะเกิดกำลังขับรถไปทำงานตบแต่งภายในกับห้องเช่าแห่งหนึ่ง ใกล้กับวัดสหกรณ์โฆสิตาราม ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร   โดยประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนเองจะใช้เส้นทางนี้เป็นประจำทุกวัน ทุกครั้งที่ผ่านจุดตัดทางรถไฟก็จะคอยระวังตลอด แต่ครั้งนี้ขณะที่กำลังขับผ่านจุดตัดทางรถไฟ มีรถยนต์คันหนึ่งจอดเปิดไฟเลี้ยวซ้ายอยู่ก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟ ตนเองจึงขับรถเบี่ยงออกขวาเพื่อจะข้ามทางรถไฟ ซึ่งเป็นจังหวะที่รถไฟวิ่งเข้ามาชนทันที โดยตนเองกับเพื่อนๆ ตกใจมากและไม่ได้ยินเสียงหวูดรถไฟเลย   ด้านเจ้าหน้าที่รถไฟซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้ารถไฟและเห็นเหตุการณ์ ระบุ รถไฟได้ชะลอความเร็วก่อนผ่านจุดตัดบ้านขอมและเปิดหวูดเตือน เพราะรถไฟต้องเข้าจอดรับส่งผู้โดยสารสถานีจอดบ้านขอม   ทั้งนี้ มีข้อมูลว่ารถไฟได้ยกเลิกคนเฝ้าจุดตัดทางรถไฟหลายจุดในจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 โดยเปลี่ยนมาใช้ไฟวับวาบเป็นการแจ้งเตือนแทน เนื่องจากไม่มีงบประมาณจ้างคนเฝ้า ซึ่งตั้งแต่ยกเลิกคนเฝ้าจุดตัดทางรถไฟสายมหาขัย-วงเวียน ได้เกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง โดยปัญหาที่เกิดขึ้นหลายภาคส่วนในจังหวัดสมุทรสาครได้หารือเพื่อเร่งแก้ปัญหา โดยมีการเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำที่กั้นอัตโนมัติ แต่ยังติดขัดปัญหาเรื่องของอำนาจหน้าที่ในการใช้งบประมาณ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DZVrW6-4xKg

 1,607
สังคม
08 ต.ค. 62

รถไฟชนรถกระบะ 4 ชีวิตรอดหวุดหวิด ชาวบ้านเผยยกเลิก จนท.เฝ้าจุดตัดรถไฟเพราะไร้งบ

สมุทรสาคร-เกิดเหตุรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ ชนรถกระบะที่บริเวณจุดตัดทางข้ามรถไฟ หน้าวัดโสภณาราม (วัดบ้านขอม) ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยคนขับและผู้โดยสารที่มากับรถยนต์กระบะ มีจำนวน 4 คน ซึ่งทั้งหมดปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ยังอยู่ในอาการตกใจ ส่วนรถไฟคู่กรณี มีสภาพเหล็กด้านหน้าฉีกขาดออกจากตัวรถ   จากการสอบถาม นายสหรัฐ หัสกุล อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันที่เกิดอุบัติเหตุ เล่าให้ฟังว่า ตนเองกับพวกรวม 4 คน พักอาศัยอยู่ในเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ขณะเกิดกำลังขับรถไปทำงานตบแต่งภายในกับห้องเช่าแห่งหนึ่ง ใกล้กับวัดสหกรณ์โฆสิตาราม ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร   โดยประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนเองจะใช้เส้นทางนี้เป็นประจำทุกวัน ทุกครั้งที่ผ่านจุดตัดทางรถไฟก็จะคอยระวังตลอด แต่ครั้งนี้ขณะที่กำลังขับผ่านจุดตัดทางรถไฟ มีรถยนต์คันหนึ่งจอดเปิดไฟเลี้ยวซ้ายอยู่ก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟ ตนเองจึงขับรถเบี่ยงออกขวาเพื่อจะข้ามทางรถไฟ ซึ่งเป็นจังหวะที่รถไฟวิ่งเข้ามาชนทันที โดยตนเองกับเพื่อนๆ ตกใจมากและไม่ได้ยินเสียงหวูดรถไฟเลย   ด้านเจ้าหน้าที่รถไฟซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้ารถไฟและเห็นเหตุการณ์ ระบุ รถไฟได้ชะลอความเร็วก่อนผ่านจุดตัดบ้านขอมและเปิดหวูดเตือน เพราะรถไฟต้องเข้าจอดรับส่งผู้โดยสารสถานีจอดบ้านขอม   ทั้งนี้ มีข้อมูลว่ารถไฟได้ยกเลิกคนเฝ้าจุดตัดทางรถไฟหลายจุดในจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 โดยเปลี่ยนมาใช้ไฟวับวาบเป็นการแจ้งเตือนแทน เนื่องจากไม่มีงบประมาณจ้างคนเฝ้า ซึ่งตั้งแต่ยกเลิกคนเฝ้าจุดตัดทางรถไฟสายมหาขัย-วงเวียน ได้เกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง โดยปัญหาที่เกิดขึ้นหลายภาคส่วนในจังหวัดสมุทรสาครได้หารือเพื่อเร่งแก้ปัญหา โดยมีการเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำที่กั้นอัตโนมัติ แต่ยังติดขัดปัญหาเรื่องของอำนาจหน้าที่ในการใช้งบประมาณ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DZVrW6-4xKg

 1,607
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 62

รวบเฒ่าปืนโหดยิงวิน จยย. ดับปมหึงหวง ซ้ำยิงหลานเจ็บ ฉุนชอบแกล้งลูกป่วยออทิสติก

สมุทรสาคร-ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้ติดตามจับกุมตัวนายอำนาจ พรศักดิ์ประเสริฐ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายปรีชา แก้วรักษา อายุ 50 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เสียชีวิตภายในซอยเพชรเกษม 114 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน   และก่อเหตุยิงนายภาณุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในหมู่บ้านสินสมบูรณ์ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้งสองเหตุการณ์เป็นการลงมือก่อเหตุต่อเนื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน    เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าที่ลงมือสังหารนายปรีชา เพราะเกิดความระแวงและหึงหวงกลัวนายปรีชา จะมีเรื่องชู้สาวกับภรรยาของนายอำนาจ ที่อยู่กินกันนานกว่า 20-30 ปี และหลังจากที่ก่อเหตุยิงนายปรีชาจนเสียชีวิต ก็ได้ไปก่อเหตุยิงนายภาณุพงษ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานภรรยาของนายอำนาจเอง   เนื่องจากเกิดจากความไม่พอใจที่สะสมมานาน นายภาณุพงษ์ชอบมาขอเงินภรรยาของนายอำนาจ และยังชอบรังแกลูกของนายอำนาจที่ป่วยเป็นออทิสติก ซึ่งตอนนี้นายภาณุพงษ์ยังไม่เสียชีวิตและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน กับนายอำนาจ พร้อมกับคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด คือ จุดแรกที่บ้านพักผู้ต้องหา หมู่บ้านสิวารัตน์ 3 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องนำอาวุธปืนสังหารมาเก็บไว้ก่อนนำไปลงมือก่อเหตุ จุดที่สองเป็นบริเวณหน้าร้านชำภายในซอยเพชรเกษม 114 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาบุกไปยิงนายปรีชา   ในการทำแผนจุดนี้มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อญาติของนายปรีชา ผู้เสียชีวิต ได้เข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา จนเกิดการชุลมุนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องควบคุมสถานการณ์ พร้อมคุมตัวผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนยังจุดที่สาม ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหายิงนายภาณุพงษ์ หลานภรรยาของผู้ต้องหา ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UYp9NdY1cMk

 1,556
อาชญากรรม
07 ต.ค. 62

รวบเฒ่าปืนโหดยิงวิน จยย. ดับปมหึงหวง ซ้ำยิงหลานเจ็บ ฉุนชอบแกล้งลูกป่วยออทิสติก

สมุทรสาคร-ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้ติดตามจับกุมตัวนายอำนาจ พรศักดิ์ประเสริฐ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายปรีชา แก้วรักษา อายุ 50 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เสียชีวิตภายในซอยเพชรเกษม 114 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน   และก่อเหตุยิงนายภาณุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในหมู่บ้านสินสมบูรณ์ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้งสองเหตุการณ์เป็นการลงมือก่อเหตุต่อเนื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน    เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าที่ลงมือสังหารนายปรีชา เพราะเกิดความระแวงและหึงหวงกลัวนายปรีชา จะมีเรื่องชู้สาวกับภรรยาของนายอำนาจ ที่อยู่กินกันนานกว่า 20-30 ปี และหลังจากที่ก่อเหตุยิงนายปรีชาจนเสียชีวิต ก็ได้ไปก่อเหตุยิงนายภาณุพงษ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานภรรยาของนายอำนาจเอง   เนื่องจากเกิดจากความไม่พอใจที่สะสมมานาน นายภาณุพงษ์ชอบมาขอเงินภรรยาของนายอำนาจ และยังชอบรังแกลูกของนายอำนาจที่ป่วยเป็นออทิสติก ซึ่งตอนนี้นายภาณุพงษ์ยังไม่เสียชีวิตและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน กับนายอำนาจ พร้อมกับคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด คือ จุดแรกที่บ้านพักผู้ต้องหา หมู่บ้านสิวารัตน์ 3 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องนำอาวุธปืนสังหารมาเก็บไว้ก่อนนำไปลงมือก่อเหตุ จุดที่สองเป็นบริเวณหน้าร้านชำภายในซอยเพชรเกษม 114 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาบุกไปยิงนายปรีชา   ในการทำแผนจุดนี้มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อญาติของนายปรีชา ผู้เสียชีวิต ได้เข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา จนเกิดการชุลมุนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องควบคุมสถานการณ์ พร้อมคุมตัวผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนยังจุดที่สาม ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหายิงนายภาณุพงษ์ หลานภรรยาของผู้ต้องหา ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UYp9NdY1cMk

 1,556
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 14 ไว้ใจนอนค้างบ้านเพื่อน หลังกินหมูกระทะ สุดท้ายถูกพารุ่นพี่มารุมโทรม

สมุทรสาคร-นางสาวขวัญ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ได้พาเด็กหญิงฝ้าย (นามสมมติ) ลูกสาวอายุ 14 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังจากที่ทราบว่า ลูกสาวถูกรุ่นพี่อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเดียวกัน กระทำชำเราในลักษณะรุมโทรม    เด็กหญิงฝ้าย ผู้เสียหายเล่าว่า มีเพื่อนชายในห้องที่สนิทกันชวนตนเองไปกินหมูกระทะที่บ้าน โดยบอกว่าจะมีแฟนของเพื่อนผู้ชายคนดังกล่าวไปด้วย และยังบอกว่าหากหนูจะชวนใครไปด้วยก็ได้ แต่ตนเองไม่รู้จะชวนใครก็เลยไม่ได้พาใครไป   พอถึงเวลานัด เพื่อนชายก็มารับที่บ้าน ซึ่งก่อนออกไปตนก็ขออนุญาตคุณตาว่า จะนอนค้างที่บ้านเพื่อนเลย เพราะกว่าจะกินเสร็จก็ดึกมากแล้ว อีกทั้งด้วยความไว้วางใจและเชื่อว่าจะมีแฟนของเพื่อนผู้ชายนอนเป็นเพื่อนกัน แต่พอมาถึงบ้านของเพื่อน กลับไม่พบใครเลยแม้แต่ผู้ปกครองของเพื่อน กระทั่งสักพักหนึ่งก็มีรุ่นพี่ชั้น ม.3 ที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันจำนวน 3 คน ตามมานั่งกินหมูกระทะด้วยกัน   จนถึงเวลาราวๆ 4 ทุ่มเศษ ตนเองเห็นไม่มีเพื่อนผู้หญิง แต่ก็ไม่กล้ากลับบ้าน และด้วยความไว้วางใจในตัวเพื่อนชายที่สนิทกัน แล้วก็เห็นว่ารุ่นพี่ก็อยู่โรงเรียนเดียวกันเคยเห็นหน้ากันมาก่อนบ้าง จึงไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงตกลงใจเข้านอนในห้องที่บ้านเพื่อน ซึ่งเป็นห้องนอนที่มีเตียงแยก 2 เตียง ตนเองนอน 1 เตียง พอช่วงกลางดึก ตนเองก็ถูกรุ่นพี่ทั้ง 3 คน มาลวนลามด้วยการกอดก่อนแล้วก็ลงมือกระทำชำเราคนละ 1 ครั้ง พอตอนใกล้จะสว่าง ตนจึงลุกขึ้นกลับบ้านโดยมีเพื่อนชายเป็นคนพามาส่ง   เด็กหญิงฝ้ายบอกอีกว่า พอตนไปโรงเรียนนั้นตนเองรู้สึกทั้งกลัวและอาย ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่ก็มีคนทราบเรื่องนี้เพราะพวกผู้ชายเอาไปพูด จนคุณครูเรียกไปสอบถาม แล้วก็โทรแจ้งให้แม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนเองจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง ก่อนที่แม่จะพาเข้าแจ้งความ โชคดีที่ไม่ถูกถ่ายคลิปไว้ แต่ตามแขนก็มีรอยฟกช้ำจากการถูกบีบเพราะตนขัดขืน   แม่ของเด็กหญิงฝ้าย เล่าว่า ตนเองกับพ่อของเด็กหญิงนั้นเลิกรากันไปนานแล้ว โดยลูกสาวอยู่กับตา ส่วนตนไปทำงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งพอเมื่อช่วงเย็น คุณครูโทรไปเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวนั้น พอเลิกงานตนก็รีบกลับมาบ้าน แล้วก็มาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากของลูกสาว จากนั้นจึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความ เพราะต้องการให้ตำรวจจับตัวคนผิดมารับผิดชอบและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ทางโรงเรียนก็บอกว่าจะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ตนนั้นก็ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่ทำการสอบปากคำแม่และเด็กหญิงไว้เบื้องต้นแล้ว ก็จะได้ส่งตัวเด็กหญิงไปให้แพทย์ตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยของการถูกข่มขืนกระทำชำเราตามที่เด็กได้ให้การไว้ อีกทั้งยังจะต้องตั้งทีมสหวิชาชีพขึ้นมาเพื่อทำการสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่าย คือทั้งผู้เสียหายและผู้ที่ถูกอ้างว่าก่อเหตุ เนื่องจากยังเป็นเยาวชนด้วยกันทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะสอบปากคำบุคคลใกล้ชิด และลงพื้นที่ตรวจจุดที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจหาข้อเท็จจริงต่อไปด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p6fLOwbxVwc

 89,866
สังคม
04 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 14 ไว้ใจนอนค้างบ้านเพื่อน หลังกินหมูกระทะ สุดท้ายถูกพารุ่นพี่มารุมโทรม

สมุทรสาคร-นางสาวขวัญ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ได้พาเด็กหญิงฝ้าย (นามสมมติ) ลูกสาวอายุ 14 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังจากที่ทราบว่า ลูกสาวถูกรุ่นพี่อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเดียวกัน กระทำชำเราในลักษณะรุมโทรม    เด็กหญิงฝ้าย ผู้เสียหายเล่าว่า มีเพื่อนชายในห้องที่สนิทกันชวนตนเองไปกินหมูกระทะที่บ้าน โดยบอกว่าจะมีแฟนของเพื่อนผู้ชายคนดังกล่าวไปด้วย และยังบอกว่าหากหนูจะชวนใครไปด้วยก็ได้ แต่ตนเองไม่รู้จะชวนใครก็เลยไม่ได้พาใครไป   พอถึงเวลานัด เพื่อนชายก็มารับที่บ้าน ซึ่งก่อนออกไปตนก็ขออนุญาตคุณตาว่า จะนอนค้างที่บ้านเพื่อนเลย เพราะกว่าจะกินเสร็จก็ดึกมากแล้ว อีกทั้งด้วยความไว้วางใจและเชื่อว่าจะมีแฟนของเพื่อนผู้ชายนอนเป็นเพื่อนกัน แต่พอมาถึงบ้านของเพื่อน กลับไม่พบใครเลยแม้แต่ผู้ปกครองของเพื่อน กระทั่งสักพักหนึ่งก็มีรุ่นพี่ชั้น ม.3 ที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันจำนวน 3 คน ตามมานั่งกินหมูกระทะด้วยกัน   จนถึงเวลาราวๆ 4 ทุ่มเศษ ตนเองเห็นไม่มีเพื่อนผู้หญิง แต่ก็ไม่กล้ากลับบ้าน และด้วยความไว้วางใจในตัวเพื่อนชายที่สนิทกัน แล้วก็เห็นว่ารุ่นพี่ก็อยู่โรงเรียนเดียวกันเคยเห็นหน้ากันมาก่อนบ้าง จึงไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงตกลงใจเข้านอนในห้องที่บ้านเพื่อน ซึ่งเป็นห้องนอนที่มีเตียงแยก 2 เตียง ตนเองนอน 1 เตียง พอช่วงกลางดึก ตนเองก็ถูกรุ่นพี่ทั้ง 3 คน มาลวนลามด้วยการกอดก่อนแล้วก็ลงมือกระทำชำเราคนละ 1 ครั้ง พอตอนใกล้จะสว่าง ตนจึงลุกขึ้นกลับบ้านโดยมีเพื่อนชายเป็นคนพามาส่ง   เด็กหญิงฝ้ายบอกอีกว่า พอตนไปโรงเรียนนั้นตนเองรู้สึกทั้งกลัวและอาย ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่ก็มีคนทราบเรื่องนี้เพราะพวกผู้ชายเอาไปพูด จนคุณครูเรียกไปสอบถาม แล้วก็โทรแจ้งให้แม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนเองจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง ก่อนที่แม่จะพาเข้าแจ้งความ โชคดีที่ไม่ถูกถ่ายคลิปไว้ แต่ตามแขนก็มีรอยฟกช้ำจากการถูกบีบเพราะตนขัดขืน   แม่ของเด็กหญิงฝ้าย เล่าว่า ตนเองกับพ่อของเด็กหญิงนั้นเลิกรากันไปนานแล้ว โดยลูกสาวอยู่กับตา ส่วนตนไปทำงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งพอเมื่อช่วงเย็น คุณครูโทรไปเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวนั้น พอเลิกงานตนก็รีบกลับมาบ้าน แล้วก็มาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากของลูกสาว จากนั้นจึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความ เพราะต้องการให้ตำรวจจับตัวคนผิดมารับผิดชอบและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ทางโรงเรียนก็บอกว่าจะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ตนนั้นก็ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่ทำการสอบปากคำแม่และเด็กหญิงไว้เบื้องต้นแล้ว ก็จะได้ส่งตัวเด็กหญิงไปให้แพทย์ตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยของการถูกข่มขืนกระทำชำเราตามที่เด็กได้ให้การไว้ อีกทั้งยังจะต้องตั้งทีมสหวิชาชีพขึ้นมาเพื่อทำการสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่าย คือทั้งผู้เสียหายและผู้ที่ถูกอ้างว่าก่อเหตุ เนื่องจากยังเป็นเยาวชนด้วยกันทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะสอบปากคำบุคคลใกล้ชิด และลงพื้นที่ตรวจจุดที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจหาข้อเท็จจริงต่อไปด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p6fLOwbxVwc

 89,866
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ย. 62

กล้องหน้ารถจับภาพ ชายโดดสะพานลอย หวิดถูกรถชนดับ พบเป็นผู้ป่วยทางจิต

สมุทรสาคร-นายสุพัฒน์ รอดบุญเกิด อายุ 55 ปี เผยคลิปนาทีระทึก ที่มีผู้ชายกระโดดลงมาจากสะพานลอยเกือบหล่นใส่รถ โดยมีกล้องหน้ารถบันทึกภาพไว้ได้   นายสุพัฒน์ เล่าว่า วันเกิดเหตุ ตรงกับวันที่ 16 กันยายน 2562 ตนเองขับรถพาภรรยาพร้อมหลานอีก 1 คน เดินทางไปหาคุณหมอตามนัดที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ขณะกำลังขับวนหาที่จอดรถ ช่วงเวลา 16.50 น. ช่วงแรกก็มองทางซ้ายเพื่อหาที่จอดรถ เพียงเสี้ยวนาทีทั้งตนเองและภรรยาก็หันไปด้านหน้าพร้อมกัน เป็นจังหวะที่ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปีเศษกระโดดลงมา จึงหักหลบไปทางด้านซ้ายทันที   เมื่อหักหลบออกไปแล้วก็ยังสอบถามภรรยาว่าพ้นหรือเปล่าเพราะเป็นระยะที่กระชั้นชิดมาก จากนั้นก็มีคนมาช่วยกันนำตัวเข้าไปในโรงพยาบาล มาทราบจากที่เขาคุยกันว่าเป็นคนป่วยมีอาการทางจิตมารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียดมากกว่านั้น ซึ่งถ้าตนไม่ทันมองหรือหักหลบชายคนดังกล่าวจะหล่นลงมาใส่บริเวณกระโปรงรถพอดี แต่ถ้าโชคร้ายไปกว่านั้นถ้าหล่นลงมาบนหลังคาซันลูปคงต้องได้รับบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายแน่ๆ   ยอมรับว่าระทึกมากตกใจมากๆ ที่ลงคลิปไปเพื่ออยากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังมากกว่าซ้ายขาวหรือข้างหน้า สิ่งต่างๆ ที่อาจจะตกลงมาจากข้างบนก็น่ากลัว และมาพิจารณาดูคลิปอย่างละเอียดทางครอบครัวเพื่อนๆ มีความเห็นว่าชายที่กระโดดลงมาตั้งใจจะกระโดดใส่รถตนเอง จะมีจุดประสงค์ให้ชนให้เหยียบเพราะอยากตายหรืออยากเรียกร้องอะไรหรือเปล่าก็เป็นเพียงการตั้งขอสังเกต แต่ไม่อยากให้ทำแบบนี้ คนอื่นจะเดือดร้อนไปด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6eI4INnG2Sw

 21,411
สังคม
20 ก.ย. 62

กล้องหน้ารถจับภาพ ชายโดดสะพานลอย หวิดถูกรถชนดับ พบเป็นผู้ป่วยทางจิต

สมุทรสาคร-นายสุพัฒน์ รอดบุญเกิด อายุ 55 ปี เผยคลิปนาทีระทึก ที่มีผู้ชายกระโดดลงมาจากสะพานลอยเกือบหล่นใส่รถ โดยมีกล้องหน้ารถบันทึกภาพไว้ได้   นายสุพัฒน์ เล่าว่า วันเกิดเหตุ ตรงกับวันที่ 16 กันยายน 2562 ตนเองขับรถพาภรรยาพร้อมหลานอีก 1 คน เดินทางไปหาคุณหมอตามนัดที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ขณะกำลังขับวนหาที่จอดรถ ช่วงเวลา 16.50 น. ช่วงแรกก็มองทางซ้ายเพื่อหาที่จอดรถ เพียงเสี้ยวนาทีทั้งตนเองและภรรยาก็หันไปด้านหน้าพร้อมกัน เป็นจังหวะที่ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปีเศษกระโดดลงมา จึงหักหลบไปทางด้านซ้ายทันที   เมื่อหักหลบออกไปแล้วก็ยังสอบถามภรรยาว่าพ้นหรือเปล่าเพราะเป็นระยะที่กระชั้นชิดมาก จากนั้นก็มีคนมาช่วยกันนำตัวเข้าไปในโรงพยาบาล มาทราบจากที่เขาคุยกันว่าเป็นคนป่วยมีอาการทางจิตมารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียดมากกว่านั้น ซึ่งถ้าตนไม่ทันมองหรือหักหลบชายคนดังกล่าวจะหล่นลงมาใส่บริเวณกระโปรงรถพอดี แต่ถ้าโชคร้ายไปกว่านั้นถ้าหล่นลงมาบนหลังคาซันลูปคงต้องได้รับบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายแน่ๆ   ยอมรับว่าระทึกมากตกใจมากๆ ที่ลงคลิปไปเพื่ออยากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังมากกว่าซ้ายขาวหรือข้างหน้า สิ่งต่างๆ ที่อาจจะตกลงมาจากข้างบนก็น่ากลัว และมาพิจารณาดูคลิปอย่างละเอียดทางครอบครัวเพื่อนๆ มีความเห็นว่าชายที่กระโดดลงมาตั้งใจจะกระโดดใส่รถตนเอง จะมีจุดประสงค์ให้ชนให้เหยียบเพราะอยากตายหรืออยากเรียกร้องอะไรหรือเปล่าก็เป็นเพียงการตั้งขอสังเกต แต่ไม่อยากให้ทำแบบนี้ คนอื่นจะเดือดร้อนไปด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6eI4INnG2Sw

 21,411
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ย. 62

ทีมงานท่อซิ่งพญานาค พร้อมช่วยฟรีไม่คิดเงิน รอบิณฑ์-ราชการประสานช่วยน้ำท่วมอุบลฯ

สมุทรสาคร-ทีมงานท่อสูบน้ำซิ่ง-ท่อพญานาค จำนวน 7 ตัว ในอำเภอบ้านแพ้ว-จังหวัดนครปฐม ที่เคยลงพื้นที่ สูบน้ำช่วยชีวิต 13 หมูป่าอคาเดมี ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งการรวมตัวกันของเจ้าของท่อสูบน้ำซิ่ง-ท่อพญานาค ในครั้งนี้เพื่อบอกกับทุกฝ่ายถึงความพร้อมที่จะลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่จังหวัดอุบลราชธานี   ด้านนายประสิทธิ์ ขอนแก่น อายุ 45 ปี ผู้นำกลุ่มท่อสูบน้ำซิ่ง-ท่อพญานาค กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนที่มีท่อสูบน้ำซิ่ง-ท่อพญานาคจำนวน 7 ตัว พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่จังหวัดอุบลราชธานี   ซึ่งที่ผ่านมาได้มีคนโพสต์ทางเฟซบุ๊กว่า มีท่อสูบน้ำซิ่งท่อ-พญานาค ของอำเภอบ้านแพ้ว-นครปฐม ลงพื้นที่ช่วยเหลือที่ จังหวัดอุบลราชธานีไม่เป็นความจริง โดยคนที่ลงโพสต์ไปใช้ภาพเก่าตั้งแต่ลงพื้นที่ช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ จังหวัดเชียงราย จริงๆ แล้วพวกเรายังไม่ได้ออกไปช่วยเหลือ แต่ทุกคนพร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือ ซึ่งต้องรอให้หน่วยงานทางจังหวัดอุบลราชธานี ติดต่อมา   นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ทางคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ประสานมาหาตนและเพื่อนเนื่องจากคุณบิณฑ์น่าจะรู้พื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งพวกตนพร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยไม่คิดเงินใดๆ ทั้งสิ้นจนเสร็จภารกิจ พวกเราเห็นใจชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และอยากให้คลี่คลายอย่างรวดเร็ว โดยให้ติดต่อโดยตรงกับช่างประสิทธิ์ เบอร์โทรศัพท์ 061 6361788 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ขอวอนหน่วยงาน หรือผู้ใจบุญ ร่วมช่วยเหลือ เพราะต้องการรถเทรลเลอร์ ในการเดินทางไปกลับ โดยให้ติดต่อโดยตรงช่างประสิทธิ์ เบอร์โทรศัพท์ 061 636 1788 เพื่อประสานงานในการเดินทางในครั้งนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fSz5IZU4JhE

 2,089
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 ส.ค. 62

หนุ่มเถียงไฟแล่บ อัดคลิปถ่าย ตร.เรียกค้นตัว-ตรวจฉี่ หวั่นถูกยัดยา

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก เจ เจี๊ยววว ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์วัยรุ่นกำลังโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขอตรวจปัสสาวะ แต่วัยรุ่นไม่ยอมให้ตรวจ กลัวว่าจะโดนยัดสิ่งของผิดกฎหมาย จนตำรวจด่าว่า “ไอ้เหี้- กูเงินเดือน 4-5 หมื่น กูไม่ทำมึงหรอก” หลังจากนั้นตำรวจเห็นว่าวัยรุ่นถ่ายคลิปเก็บไว้ จึงเปลี่ยนสรรพนามเรียกใหม่ว่า 'ไอ้น้อง' เหตุเกิดที่ซอยวัดวิสุทธาราม (บางสีคต) ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร   นายเจ (นามสมมติ) เจ้าของคลิป ได้เล่าว่า เมื่อคืนเป็นวันเกิดน้องตนเอง จึงได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อเค้ก พอถึงปากซอยก็พบเจ้าหน้าที่ 2 คนขอตรวจค้น จึงจอดรถให้ตรวจ แต่ตำรวจดึงกุญแจไปถือไว้ ส่วนอาสาอีกคนก็มายืนข้างหลัง จากนั้นก็ล้วงค้นตามกระเป๋ากางเกง เมื่อตรวจแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะขอตรวจปัสสาวะอีก จึงรู้สึกไม่พอใจ บอกตำรวจว่า “ไม่เจอนี่ก็จะเอานั่น อะไรนักหนา มาตรวจกันบ่อยครั้ง ปากทางเข้ายันบ้าน หมายตรวจก็ไม่มี”   ตนเองไปทำงานทุกวัน กลับบ้านมาเจอแบบนี้บ่อยมาก หากเจ้าหน้าที่นำสิ่งของบางอย่างมายัดใส่แล้วตนจะทำอย่างไร จึงโต้เถียงกับตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสา จนตำรวจพูดขึ้นมาว่า “ไอ้เหี้- กูเงินเดือนกูตั้ง 4-5 หมื่น กูไม่ทำมึงหรอก” จากนั้นจึงยกกล้องชูขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่รู้ว่าถูกถ่ายคลิป เจ้าหน้าที่จึงมีน้ำเสียงอ่อนลง แล้วบอกว่า “ไอ้น้อง ฟังก่อน” แต่ตนเองก็ยืนยัน กับตำรวจว่าเจ้าหน้าที่ไม่ควรพูดแบบนี้กับประชาชน ก่อนที่ตำรวจและอาสาจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไป   นายเจยอมรับว่าไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ตอนวัยรุ่นเคยถูกจับกุมในข้อหาแข่งรถแค่นั้น ทุกวันนี้ตั้งใจทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองก็ขอโทษเจ้าหน้าที่ แต่ก็อยากบอกให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้มันเกิดขึ้นบ่อยจริง ๆ อยากให้มีเหตุผลมากกว่านี้ คิดว่าไม่ถูกต้อง ทำเกินไป   พร้อมทั้งยังได้เปรียบเปรยว่า “เป็นประชาชนตัวเล็ก เจ้าหน้าที่เขาเหมือนช้าง ตนเองเป็นมด จะไปทำอะไรเขาได้ แต่ถ้ามดทั้งฝูง ก็สามารถล้มช้างได้เหมือนกัน ผมให้เกียรติตรงที่เขาเป็นตำรวจแล้วเขาให้เกียรติ ตรงที่ผมเป็นประชาชนหรือเปล่า” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nVWdjd23yUM

 1,198
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

ตู้ซ่อนผี! ลูกจ้างอู่ซ่อมรถ ผูกคอตายปริศนาในตู้เสื้อผ้า ผวาอาถรรพ์ตู้มรณะ

สมุทรสาคร-เกิดเหตุคนผูกคอเสียชีวิตภายในอู่ซ่อมรถ ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่เกิดเหตุภายในอู่ซ่อมรถบริเวณชั้น 4 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบพบชายผูกคอ เสียชีวิตในตู้เสื้อผ้าไม้ ด้วยเชือกไนลอน ผูกกับราวแขวนเสื้อผ้า ในท่ายืนพิงกับตู้เสื้อผ้า   เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้ตัดเชือกนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากตู้เสื้อผ้าไม้ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกายไม่พบบาดแผล เจ้าหน้าที่จึงห่อศพและนำร่างลงมาจากชั้น4 ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายทศพร บุญมา อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นช่างอยู่ในอู่นี้   จากการสอบถามนายพลากร ไชยสิทธิ์ อายุ 25 ปี เจ้าของอู่เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนนำรถลูกค้าไปลอง พอดีรถเกิดดับกลับไม่ถึงอู่รถ จึงโทรให้น้องชายของคนที่เสียชีวิต ไปเรียกผู้เสียชีวิตเพื่อมาช่วยพาเอารถกลับที่อู่ แต่พอไปเรียกก็พบว่าพี่ชายผูกคอเสียชีวิตแล้ว     ด้านน้องชายของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนพักกันอยู่ 3 คน ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ตอนเกิดเหตุตนขึ้นไปเรียกพี่ชายเพื่อจะให้ไปช่วยเอารถกลับอู่ แต่เรียกไม่มีเสียงตอบรับ ก็เลยงัดห้องเข้าไปเห็นพี่ชายอยู่ในตู้เสื้อผ้าท่ายืนคอตก ตนตกใจมากรีบเข้าไปจับตัวพี่ชายปรากฏว่าตัวแข็งแล้ว ตนจึงรีบวิ่งลงมาบอกคนข้างล่างและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสาเหตุไม่ทราบจริงๆ เพราะพี่ชายตนไม่ได้ทะเลาะกับใครและไม่มีปัญหาอะไรกับใคร เมื่อวานก็ยังปกติดีอยู่เลย   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครนำศพส่งสถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป   อย่างไรก็ตาม มีประเด็นจากทางญาติเจ้าของร้าน เชื่อว่าอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากเมื่อก่อนวันสารทจีน ผู้ตายเพิ่งไปขยับศาลตี่จู๊เอี้ย ศาลคนจีนที่ตั้งกับพื้นในบ้าน ซึ่งเป็นของเจ้าของตึกแถวที่เกิดเหตุ เนื่องจากปกติศาลจะวางอยู่กลางบ้าน และร้านกำลังจะจัดพื้นที่ใหม่ จึงย้ายไปไว้หลังตู้เย็น ซึ่งบ้านตนเป็นคนเชื้อสายจีน นับถือว่าหากช่วงวันสารทจีน เป็นวันที่ไหว้บรรพบุรุษ แต่กลับไปย้ายศาลโดยไม่บอก อาจจะเป็นอาถรรพ์เรื่องนี้ก็ได้   อีกทั้งในห้องที่เกิดเหตุ และในตู้เสื้อผ้าเดียวกัน เคยมีคนผูกคอตายมาก่อนแล้ว เนื่องจากที่นี่เคยเปิดเป็นลักษณะอาบอบนวดมาก่อน และมีพนักงานหญิงไปผูกคอตายที่จุดดังกล่าว หลังจากนี้เจ้าของร้านจะย้ายออกจากร้านแล้ว ตนที่อยู่ตึกข้างกันก็จะย้ายออกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2EYMHmRJNJA

 7,487
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 62

ลุงแท็กซี่เครียดจุดไฟเผาตัว ประชดชีวิตกลางลานจอดรถห้างดัง อาการปางตาย

สมุทรสาคร-เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลสีเหลือง ที่ดัดแปลงมาจากรถแท็กซี่เก่า บริเวณลานจอดรถแท็กซี่ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสมุทรสาคร ต.ท่าทราย อ.เมือง มีเพลิงลุกไหม้ท่วมคัน   หลังจากเพลิงสงบแล้วก็พบร่างคนขับเปิดประตู หนีลงมานอนกองกับพื้นถนน ในสภาพไฟลวกทั้งร่างกาย อาการสาหัสปางตายแต่ยังพอรู้สึกตัว ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมชาย บรรลุดี อายุ 60 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร พร้อมกันนี้จากการตรวจสอบภายในรถก็ได้กลิ่นน้ำมันคละคลุ้งไปทั่ว เบื้องต้นคาดคนขับอาจจะจุดไฟเผาตัวเองเพื่อประชดปัญหาบางอย่าง   ภรรยาของผู้บาดเจ็บกล่าวว่า ก่อนที่สามีจะออกจากบ้านมานั้น บอกเพียงแค่ว่าจะมาหาเพื่อนแท็กซี่เพื่อเคลียร์ปัญหาที่เคยทะเลาะกัน แล้วก็ขับรถมาที่บิ๊กซีมหาชัย ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเกิดการทะเลาะอะไรกันขึ้นอีก จนนำไปสู่เหตุการณ์สลดใจนี้   เบื้องต้นนั้นก็คาดได้ว่า ผู้บาดเจ็บอาจจะเกิดอาการเครียดจากปัญหาระหว่างคนที่ขับรถแท็กซี่ด้วยกัน จนคิดสั้นใช้น้ำมันจุดไฟเผาตัวเองเพื่อประชดปัญหาก็เป็นไปได้ โดยจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่วิทยาการจากกองพิสูจน์หลักฐาน เป็นผู้ตรวจพิสูจน์หารายละเอียดและสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป   ด้านเพื่อนที่ขับแท็กซี่ด้วยกันเล่าว่า ผู้ก่อเหตุมีโรคประจำตัว สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ประกอบกับเป็นคนที่ค่อนข้างคิดมาก ขี้น้อยใจมาก จึงมาขับบ้างไม่มาบ้าง ถ้าวันไหนมาขับแท็กซี่ก็จะมาแต่เช้า พอสายๆ ก็จะกลับไปพักผ่อน และเมื่อมาถึงคิวก็จะไม่ค่อยคุยกับใคร จะชอบอยู่เงียบๆ นั่งเล่นโทรศัพท์คนเดียว ในระยะหลังๆนี้ ลุงก็มักจะบ่นปัญหาเรื่องสุขภาพและโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ทำให้ขาไม่ค่อยมีแรงทำงาน บางครั้งก็เคยบ่นว่าอยากตาย และไม่กลัวตายเพราะเคยเป็นทหารพรานผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน   เพื่อนคนขับแท็กซี่บอกอีกว่า ส่วนปัญหากับคนในคิวรถแท็กซี่ด้วยกัน ก็ไม่เห็นมีใครที่จะมีปัญหากับลุง เพราะด้วยลุงเป็นคนที่ไม่ค่อยคุยกับใคร จึงไม่ค่อยมีใครพูดคุยกับลุงนั่นเอง จึงไม่รู้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลุงเกิดความน้อยใจด้วยหรือไม่ แต่ทุกคนในคิวก็รักและเคารพกันเสมอ ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือการเงิน ก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาที่ทำให้ลุงน้อยใจจนคิดสั้นประชดชีวิตในลักษณะดังกล่าว เพราะไม่เคยได้ยินลุงพูดถึงเลย   ด้านตำรวจระบุ ประเด็นปัญหาหรือปมปัญหาที่ทำให้นายสมชายก่อเหตุสะเทือนใจนั้น ยังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำผู้ที่ใกล้ชิดและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นไม่ได้มาจากความขัดแย้งภายในครอบครัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-SUGsBSIt1c

 3,892
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

พลทหารเมาเหล้า ทะเลาะแย่งมีดกับแม่ยาย พลาดถูกเสียบตัดขั้วหัวใจดับ

สมุทรสาคร-เกิดเหตุแทงกันตายที่หอพักอยู่เจริญ ภายในห้องเช่า ม.3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนหงายจมกองเลือด ทราบชื่อต่อมาคือ พลทหารสุวัฒน์ นาคทองอินทร์ อายุ 23 ปี เป็นพลทหารสังกัดกองพันทหารช่างที่ 9 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี      จากการชันสูตรศพเบื้องต้น พบมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงเข้าใต้ราวนมด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจ 1 แผล นอกจากนี้ยังพบมีดทำครัวปลายแหลม ความยาวประมาณ 1 ไม้บรรทัด ตกอยู่ 1 เล่ม อีกทั้งยังมีรอยเท้าเปื้อนเลือดเดินออกไปด้วย ส่วนผู้ก่อเหตุทราบต่อมาคือนางสาวอันธิกา ปานดำ อายุ 39 ปี เป็นแม่ยายของผู้เสียชีวิต ซึ่งพักอาศัยอยู่ห้องใกล้ๆ กัน และไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่เกิดอาการเป็นลม ช็อค นอนนิ่ง ตาลอย   พ่อตาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า พลทหารสุวัฒน์ เป็นสามีของลูกสาววัย 17 ปี โดยทั้งคู่เพิ่งจะมีลูกอ่อนคลอดมาได้ราวๆ 3 เดือน และได้เช่าห้องพักอยู่ห้องใกล้ๆ กัน เพราะตนกับภรรยาเป็นห่วงลูกสาว เวลาที่พลหารสุวัฒน์ ต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่     ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุนั้น พลทหารสุวัฒน์ ได้นั่งกินเหล้ากับพวกเพื่อนๆ บริเวณข้างห้องเช่าตั้งแต่ช่วงเย็น ต่อมาก็กลับมาที่ห้องพัก ซึ่งขณะนั้นตนเองและภรรยาก็อยู่ที่ห้องของลูกสาวด้วยเพราะมาดู มาเล่นกับหลาน โดยพลทหารสุวัฒน์ ได้เข้ามาชวนลูกสาวของตนให้ไปกินข้าวด้วยกัน แต่ลูกสาวบอกไม่กิน เพราะกินน้ำเต้าหู้อิ่มแล้ว ตนจึงบอกว่าถ้าจะกินก็กินไปคนเดียว ทำให้ลูกเขยไม่พอใจ จึงนั่งกินเบียร์ต่ออีกในห้อง   ซึ่งตนเองในฐานะพ่อตาก็ถามไปว่าจะยังกินอีกเหรอ ทำให้ลูกเขยไม่พอใจอีกก็เลยเกิดมีปากเสียงกัน แล้วตนก็ทนไม่ไหว จึงออกปากไล่ให้ออกไปเพราะหลานยังเล็กมาก ซึ่งก็เชื่อได้ว่าคำพูดนั้นเองที่ทำให้ลูกเขยโกรธ ลุกขึ้นไปคว้ามีดทำครัวปลายแหลม มาหนีบไว้ข้างลำตัวใต้รักแร้ แล้วบอกว่าวันนี้ต้องมีคนตายไปข้างหนึ่ง ซึ่งพอภรรยาของตนกับลูกสาว เห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปแย่งจะเอามีดออกมา เพราะกลัวว่าลูกเขยจะทำร้ายตน แต่ในช่วงชุลมุนยื้อแย่งกันไปมานั่นเอง ลูกเขยก็เกิดพลาดมีดที่เขาหยิบเอามาเองกับมือนั้น เกิดเสียบเข้าใต้ราวนมซ้ายตัดขั้วหัวใจตายคาที่     ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ โดยจะได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจบาดแผลที่แน่ชัด และร่องรอยของการทำร้ายร่างกายอื่นๆ ว่ามีด้วยหรือไม่ พร้อมกันนี้ก็จะได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อที่จะหาสาเหตุการตายที่แท้จริง และการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yyq7wl2i74M

 3,520
ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 62

ไฟไหม้เก๋งเก่าวอด-กระบะถูกทุบกระจก คาดฝีมือวัยรุ่นป่วนเมือง

สมุทรสาคร - เกิดเหตุไฟลุกไหม้รถยนต์เก่า ที่จอดทิ้งไว้ข้างกำแพงย่าน ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร    โดยในที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์เก๋งรุ่นเก่า จนวอดหมดทั้งคัน และกำลังจะลุกลามไปยังรถยนต์กระบะที่จอดทิ้งไว้อยู่ติดกัน โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงลงได้ก่อน ซึ่งถึงแม้รถกระบะจะไม่ถูกไฟไหม้ แต่ก็พบว่า ถูกขวดเบียร์ทุบกระจกรอบคันจนแตกละเอียด โดยมีขวดเบียร์โยนทิ้งไว้อีกด้วย    จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่ารถทั้งสองคันนี้ เป็นของคนในหมู่บ้าน แต่เจ้าของไม่ค่อยได้อยู่ เพราะไปอยู่ในกรุงเทพฯ โดยรถก็ถูกนำมาจอดทิ้งไว้แบบนี้นาน 5 – 6 ปีแล้ว ไม่เคยมีใครมาทำลายให้เสียหาย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ก็เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นฝีมือวัยรุ่นป่วนเมือง    ทั้งนี้ก็จะได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุไปตรวจหาลายนิ้วมือแฝง และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/07Hvw5BSYbA

 1,363
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 62

คนเก็บผักชีวิตพลิก ถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงิน 12 ล้าน สร้างบ้านใหญ่โต ซื้อยาบ้าแจกเพื่อน

สมุทรสาคร-ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว เข้าตรวจค้นบ้านนายยุทธ วงค์ถนอม อายุ 39 ปี หลังสืบทราบมาว่าเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่น ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าของบ้าน ได้เตรียมหลบหนีออกทางหลังบ้าน แต่เจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ได้ พบที่โคนต้นมะม่วง พบถุงพลาสติกฝังดิน ภายในพบยาบ้าบรรจุในหลอดพลาสติก หุ้มด้วยดินน้ำมัน จำนวน 31 เม็ด   จากการสอบสวน นายยุทธ เป็นคนเก็บผักขาย แต่ชีวิตพลิกผันซื้อลอตเตอรี่ ถูกรางวัลที่ 1 ถึง 2 ใบ รับเงิน 12 ล้าน งวดวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา จึงนำเงินมาซื้อที่ดินจำนวน 4 ไร่ ราคา 7 ล้านบาท ปลูกบ้านราคา 3.5 ล้าน จนมีพรรคพวกเพื่อนฝูงจำนวนมากเข้ามาหาทุกวัน และตนเองก็เสพยาเป็นประจำ   จึงได้ซื้อยาบ้ามาเป็นถุง แล้วมาแจกจ่ายให้เพื่อนๆ ไว้เสพกันเป็นประจำ จนเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าน่าจะเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่น ละแวกนั้น จึงได้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบยาบ้าซุกซ่อน จากนั้นได้นำตัวส่ง สภ.บ้านแพ้ว ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_jhV7AbvAa0

 169,608

Top