ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมุทรสาคร"

ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 62

พ่อเปิดศึกชายวัย 70 ใช้ปืนไฟแช็คขู่ลูกวัย 7 ขวบ โมโหเด็กเข็นรถไปชน ขณะเดินห้าง

สมุทรสาคร-เกิดเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนข่มขู่ภายในห้างบิ๊กซี สาขามหาชัย ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร ที่เกิดเหตุพบกับผู้ที่ใช้อาวุธปืน (ปลอม) และผู้เสียหาย จึงได้พาทั้ง 2 ฝ่ายมาพบกับ พ.ต.ท.ปานเดชา มะโนเลิศ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อทำการสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย   ด้านนายสุรนันท์ ไวยกาญจน์ อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนพาลูกไปเดินซื้อของเปิดเทอมภายในห้าง  แล้วก็มีลุงคู่กรณีเดินมาชนลูกสาววัย 7 ขวบของตนเอง จากนั้นลูกของตนก็เข็นรถไปชนลุงคู่กรณีโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ลุงคู่กรณีกลับชักปืน (ทราบภายหลังเป็นปืนปลอม) มาโชว์ ซึ่งถ้าตอนนั้นตนมีอาวุธปืนอยู่ในตัวก็คงยิงสวนกลับไปแล้ว เพราะต้องปกป้องลูกสาวและไม่รู้ว่าเป็นปืนจริงปืนปลอม   ซึ่งตอนที่ลุงชักปืนปลอมออกมานั้น ก็มีคนเห็นจำนวนมาก ครั้นพอเด็กอายุ 7 ขวบเห็นตกใจกลัวจึงเดินหนีแต่ลุงคู่กรณีก็ยังเดินตามแล้วบอกให้อยู่เฉยๆ ซึ่งความที่ตนเองไม่รู้ว่าเป็นปืนจริงปืนปลอม ก็ไม่กล้าเข้าชาร์จ พอเด็กยืนนิ่งเขาก็ยืนด่าลูกอยู่หลายคำ ตนเห็นท่าไม่ดีจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็สร้างความตกใจกลัวให้กับทั้งตนและลูก รวมถึงคนที่เห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก โดยตนคิดว่า อาวุธปืนที่นำออกมาโชว์นั้น ไม่ว่าจะเป็นปืนจริงหรือปืนปลอมก็ไม่ควรที่จะกระทำแบบนี้   ขณะที่นายสมบัติ เอื้ออารีย์ อายุ 70 ปี ลุงคู่กรณีก็บอกว่า ตนเองแค่มาเที่ยวห้างเท่านั้น โดยตนกับอีกฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ส่วนเหตุการณ์คือ เด็กเอารถเข็นมาชนหลังจนตนเกือบล้มคว่ำ ตนก็หันไปถามว่ามาชนทำ_อะไร แล้วตนก็ถูกด่ากลับ ซึ่งคนที่อยู่บริเวณนั้นก็ได้ยินว่าตนเองถูกด่ามากกว่าที่ตนด่าอีกฝ่าย อีกทั้งยังถูกอีกฝ่ายตามมาด้วย ตนจึงชักเอาปืนไฟแช็คที่พกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอดนั้น ออกมาเพื่อขู่เท่านั้น ซึ่งตนก็จับที่บริเวณปากกระบอกปืนไฟแช็คไม่ได้จับตรงด้ามปืน เพราะคิดว่าถ้าเขาเข้ามาทำร้ายก็จะใช้ปืนไฟแช็คตีอีกฝ่าย   ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำปืนไฟแช็คเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วก็ให้ลุงคู่กรณีและฝ่ายผู้เสียหายตกลงกัน ซึ่งทางด้านของนายสุรนันท์ ไวยกาญจน์ ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับนายสมบัติ เอื้ออารีย์ อายุ 70 ปี ลุงคู่กรณีเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจโดยการขู่เข็ญต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากนั้นก็ได้ปล่อยตัวกลับไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xwV6y2kFTrw

 1,982
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 62

ลูกชายจัดใหญ่ รำกลองยาว-ใส่ชุดสีสันในงานศพ ตามคำสั่งเสียพ่อวัย 101 ปี

สมุทรสาคร- บรรยากาศการจัดงานศพของพ่ออายุ 101 ปี ลูกชายจัดใหญ่ รำกลองยาว แต่งชุดสีสัน ตามคำสั่งเสียและความชื่นชอบของผู้ตาย โดยมีชาวบ้านมาร่วมงานจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XVJidS8yagI

 2,474
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ค. 62

สั่งระงับสร้างอาคาร 30 วัน หลังเหตุแผ่นปูนหนัก 6 ตัน หล่นทับคนงานดับ 2

สมุทรสาคร-เกิดเหตุแผ่นปูนคอนกรีตขนาดใหญ่ หนัก 6 ตัน ซึ่งกำลังก่อสร้างต่อเติมใหม่ มีลักษณะเป็นอาคารสำนักงานและอาคารจอดรถยนต์ของ บริษัท ไทยเมอร์รี่ ถนนเพชรเกษมขาออก ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หล่นทับคนงาน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 คน      เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะคนงานใช้รถเครน ยกแผ่นปูนซีเมนต์ขึ้นไปวางด้านบนอาคารบริเวณชั้น 4 ซึ่งกำลังก่อสร้างลานจอด ความสูง 4 ชั้น จู่ ๆ แผ่นปูนได้หล่นลงมาจากชั้น 4 ทับร่างนายณัฐวุฒิ  ชอบสุข อายุ 23 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง คือนายธวัชชัย แสนพรม อายุ 38 ปี อาการสาหัส เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลมหาชัย 2  ส่วนนายจันดี ออ อายุ 45  ปี แรงงานชาวกัมพูชา รักษาตัวที่โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ อ้อมน้อย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณซี่โครงขวา ออกจากโรงพยาบาลแล้ว    นายจันดี  ผู้บาดเจ็บเผยว่า ตนเองพร้อมเพื่อนคนงาน 7-8 คน ทำงานอยู่บริเวณด้านล่าง ได้ยินเสียงดังแล้วแผ่นปูนก็หล่นลงมา จึงพากันวิ่งหนีตายเอาตัวรอด ส่วนตนเองวิ่งไปชนแท่งเหล็กล้มลงทำให้ได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่มีชีวิตรอด หากวิ่งหนีไม่ทันอาจตายไปแล้ว ขณะนั้นเจ็บซี่โครงมากพูดอะไรไม่ได้ เพื่อนคนงานต่างพากันเข้ามาช่วย ตกใจมากไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้   ด้านคนขับรถเครนเล่าว่า ขณะที่ตนยกแผ่น  ผนังปูนสำเร็จรูปขึ้นไปวางที่ชั้น 4 นั้น ผู้ตายซึ่งเป็นคนงานทั้ง 2 คน ยืนอยู่บริเวณชั้น 4 ช่วยกันยึดแผ่นผนังปูนให้เข้าที่ หนึ่งในนั้นเป็นคนให้สัญญาณนำสลิงออก ตนก็ปลดออกจากแผ่นปูน โดยปลดสลิงออกไปแล้ว 3 สาย กำลังปลดสายที่ 4 ปรากฏว่าแผ่นปูนหล่นหลงมาพร้อมกับคนงาน แล้วก็พาร่างคนงานหล่นลงมาด้วย คาดว่าน่าจะเกิดจากเหล็กสลักที่ยึดกับแผ่นปูนรับน้ำหนักไม่ไหว เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้นมากน้ำตาแถบไหล เพราะคนตายทำงานคลุกคลีกัน ไม่คาดคิดจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น อีกไม่อีกวันก็จะปิดไซต์งานแล้ว   ขณะที่นายพิริยะ ฉันทดิลก รองผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสาคร ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่อาคารถล่ม สำหรับมาตรการดำเนินการแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ   1.ดูแลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ   2.ในส่วนของการก่อสร้างอาคารนั้นทางเทศบาลนครอ้อมน้อย พร้อมวิศวกรได้เข้ามาดูและสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว 30 วัน  และจะเข้าไปตรวจสอบในเรื่องของโครงสร้าง วัสดุที่ใช้และสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้   และ 3.จะไปดูข้อกฎหมายว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็น ความประมาทเลินเล่อของผู้รับผิดชอบในส่วนใดที่จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเป็น การประมาทและทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในแง่ของมนุษยธรรมจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในงานทั้งหมดมาพูดคุย เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตกับผู้บาดเจ็บ   นายสมศักดิ์ ขวัญเมือง นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งแบบการก่อสร้าง โครงสร้างตัวอาคารและการเข้าตรวจของวิศวกรจากเทศบาล ที่ตรวจเป็นประจำทุกสัปดาห์ได้มาตรฐานทุกอย่าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุ โดยจะต้องให้วิศวกรผู้ชำนาญการเข้ามาตรวจอย่างละเอียด   ด้านสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.สมุทรสาคร ลงพื้นที่ตรวจสอบ ระบุว่า จุดเกิดเหตุอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยระเบียงสำเร็จรูป มีขนาด 11.10x1.20 เมตร ได้ตกลงมาทับคนงาน เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น(ดาดฟ้า) พื้นที่ 7,080 ตารางเมตร พร้อมระบุว่า วิธีการติดตั้งผนังปูนสำเร็จรูปมีความผิดพลาดแน่นอน หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ตรงตามสเปค จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GzdBWIVWaXs

 1,687
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 62

แผ่นปูนหนัก 6 ตัน หล่นทับคนงาน เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 2

วันที่ 7 พ.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีอาคารถล่มลงมาทับคนงาน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุเกิดภายในบริษัท พื้นที่กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร    ซึ่งที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างต่อเติมใหม่ มีลักษณะเป็นอาคารสำนักงานและอาคารจอดรถสูง 4 ชั้น โดยแผ่นปูนที่ใช้สำหรับทำเป็นผนังตัวอาคารขนาดใหญ่น้ำหนัก 6 ตันเศษ ได้หล่นลงมาจากชั้นที่ 4 แล้วก็ทับร่างของนายณัฐวุฒิ ชอบสุข อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นคนงาน เสียชีวิต    เบื้องต้นจากการสอบถามนายสุพัก ช่อรัก อายุ 61 ปี คนขับรถเครนเล่าว่า ขณะที่ตนยกแผ่นผนังปูนขึ้นไปวางนั้น มีคนงานอยู่ทั้งหมด 3 คน ที่กำลังยืนช่วยกันยึดแผ่นผนังปูนให้เข้าที่ จากนั้นก็มีเสียงตะโกนว่าให้เอาสลิงค์ออก พอตนปลดออกแล้วก็ปรากฎว่า แผ่นปูนได้ล่วงหล่นลงมาพร้อมกับคนงาน แล้วก็พาร่างของคนงานหล่นลงมาด้วย โดยคนงานอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายณัฐวุฒิ เสียชีวิต    ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะมาจากตัวน็อตที่ยึดแผ่นปูนขาดทำให้แผ่นผนังปูนหลุดลงมา  

 3,989
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

ตร.ขับรถชนการ์ดเลน ลอยไกล 20 เมตร ก่อนพุ่งชนตอต้นโพธิ์ดับคาที่ ชาวบ้านชี้เป็นจุดอาถรรพ์

สมุทรสาคร-เกิดอุบัติเหตุรถชนบนถนนพระราม 2 ช่องทางด่วน ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ หมู่ที่ 1 .ต.บางน้ำจืด อ.เมือง มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บ 1 คน    ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค สีบอร์นเงิน ตกอยู่ในร่องกลางถนนระหว่างช่องทางด่วนขาเข้ากับช่องทางด่วนขาออกกรุงเทพฯ สภาพพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้า ด้านหน้าของรถชนติดอยู่กับตอต้นโพธิ์ขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้าช่วยนานเกือบ 30 นาที จึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ เป็นชายคนขับรถ และจากการตรวจสอบเอกสารภายในตัวก็พบบัตรประจำตัวข้าราชการระบุชื่อตรงกับบัตรประชาชน คือ ร.ต.ต.จักรกริศน์ พุ่มศรีนิล ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร อายุ 53 ปี สภาพศพคอหัก มีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย   จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุในช่องทางด่วน บนถนนพระราม 2 ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างทางนั้นก็พบว่า รถยนต์เก๋งได้เสียหลักชนการ์ดเลน ตรงคอสะพานข้ามคลองคอกควาย ที่อยู่ก่อนถึงจุดที่พบรถยนต์เก๋งตกลงไปในร่องกลางถนนประมาณ 20 เมตร เมื่อชนแล้วรถก็ลอยเหินพุ่งไกลมาข้างหน้าแล้วก็มาตกในร่องกลางถนน   โดยหน้ารถพุ่งชนอย่างแรงกับตอต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ที่อยู่ตรงร่องกลางถนนนั้น ก่อนที่จะพลิกหงายท้อง ทำให้ร้อยตำรวจตรีจักรกริศน์ คนขับเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนนั่งข้างเป็นผู้หญิง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใครและมีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตอย่างไรนั้น ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชัยไปก่อนหน้านี้   ด้านชาวบ้านบางคนที่มามุงดูเหตุการณ์บอกว่า คอสะพานข้ามคลองคอกควายตรงจุดที่เกิดเหตุนั้น เป็นจุดอาถรรพ์มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเพิ่งจะมีผู้เสียชีวิตเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้เอง   ขณะที่ตอต้นโพธิ์ที่พบอยู่ในร่องกลางถนน ก็มีเรื่องเล่าว่าก่อนที่ต้นโพธิ์จะถูกตัดเพื่อขยายพื้นผิวก่อสร้างทางนั้น ก็เคยมีคนขับรถชนต้นโพธิ์จนเสียชีวิตมาแล้วเช่นกัน พอทางเจ้าหน้าที่ฯมาทำทางขยายพื้นผิวการจราจร ก็ตัดต้นโพธิ์ออกแล้วก็ลากตอต้นโพธิ์มาไว้ตรงร่องกลางถนนเพื่อรอเอาไปทิ้ง แต่ก็ไม่วายมีอุบัติเหตุรถพุ่งชนจนมีผู้เสียชีวิตอีก เป็นเรื่องที่น่าขนลุก   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช และจะได้ทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บกับตรวจสอบหาภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนที่เกิดเหตุ หรือพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7aKfLlkBrpE

 1,411
ข่าวภูมิภาค
28 เม.ย. 62

หนุ่มบุกยิงอริดับกลางงานบวช เผยเคยยิงไปแล้วแต่อีกฝ่ายรอดมาได้

สมุทรสาคร- หนุ่มวัย 36 บุกยิงอริกลางงานบวชที่ อ.บ้านแพ้ว จนเสียชีวิต ก่อนถูกรวบตัวได้ทันควันในงาน คาดมีปัญหาขัดแย้งรุนแรงมาก่อน เพราะเคยก่อเหตุมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ   เกิดเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ภายในงานบวชที่จัดขึ้นบริเวณลานเอนกประสงค์เลียบคลองชลประทานดี 3 หรือ คลองดอนราว หมู่ที่ 11 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน โดยผู้เสียชีวิตคือ นายประทีป ศรีสวัสดิ์ อายุ 35 ปี ถูกยิงเข้าที่หน้าอก ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อ นายสุมิตร ศรีสวัสดิ์ อายุ 32 ปี น้องชายผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่บริเวณขา ทั้งคู่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.   ผู้ก่อเหตุ คือ นายอำนาจ สงคราม อายุ 36 ปี ฉายา แฮ็ค มะพร้าวน้ำหอม ถูกจับกุมตัวได้ทันทีภายในงานหลังก่อเหตุ เผยว่า จากผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงหลังเลิกงาน ขณะแขกเริ่มกลับ และวงดนตรีกำลังจะเลิกเล่น ผู้ต้องหาได้เดินเข้าไปยิงนายประทีปทันที กระสุนเข้าที่หน้าอก ก่อนจะยิงไปที่ขาของนายสุมิตร ขณะจะเข้าไปช่วยนายประทีป พี่ชาย    เบื้องต้น ทราบว่าผู้ต้องหาและผู้ตายมีปัญหาขัดแย้งกันรุนแรง ก่อนจะมายิงกันในงานบวช ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายอำนาจ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/T7oAsNlYq6I

 2,315
ข่าวภูมิภาค
11 เม.ย. 62

ตร.หึงโหด ฉุนเมียแอบแชทคุยหนุ่มใหม่ นัดเคลียร์ปมรักสามเส้าไม่ลงตัว กระหน่ำยิงกิ๊กหนุ่ม 7 นัดดับหน้าโรงพัก

สมุทรสาคร-เกิดเหตุคนยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร พบศพนายกวิตม์ เหมือนชู อายุ 37 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี เป็นคนงานโรงงานทำลูกชิ้นปลา   โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ด้านหลังท้ายทอยทะลุ 2 นัด เอวด้านหลัง ทะลุหน้าท้อง 2 นัด แขนข้างขวา เหนือศอก 1 นัด ใต้ศอก 1 นัด มือขวาแตกถูกยิง 1 นัด อีกทั้งยังพบเงินสดหลายหมื่นบาทในตัวผู้เสียชีวิต และใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 4 ปลอก   ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ภายในบริเวณลานจอดรถหน้าเสาธง สภ.เมืองสมุทรสาคร ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่อีก 3 ปลอก โดยมีรอยเลือดหยดเป็นทางยาวจากหน้าเสาธงไปจนถึงจุดที่พบศพ เหตุยิงอุกอาจในครั้งนี้มีหญิงสาวอีก 1 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้เชิญตัวไปสอบปากคำแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป   ต่อมาทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.ภัคภณ สมิตานนท์ ผบ.หมู่(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร โดยก่อนเกิดเหตุนั้น ผู้ตายกับผู้ก่อเหตุและภรรยาสาว ได้นัดมาเจรจากันถึงปัญหาความรักที่เกิดขึ้นระหว่าง 3 คน เพราะก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์   ทางด้านของดาบตำรวจผู้ก่อเหตุ เกิดจับได้ว่า ผู้ตายที่เป็นคนขับรถของบริษัทอาหารทะเล ได้แชทไลน์และคุยเฟซกับภรรยาสาวของตนเอง ที่ทำงานเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทดังกล่าว จึงเกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสอง และในที่สุดก็ได้นัดมาคุยกันเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ตกลงกันไม่ได้จนนำไปสู่การฆ่ากันตาย   หลังเกิดเหตุแล้ว คนร้ายได้หลบหนีไปต่อมาได้เข้ามอบตัว เบื้องต้นได้มีการตั้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมกับควบคุมตัวส่งไปฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาครทันที ส่วนทางด้านผู้ต้องหานั้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือยิงนายกวิตม์ จริงแต่ไม่ได้เจตนาฆ่าผู้อื่น ซึ่งก็จะขอให้การในชั้นศาลต่อไป   สำหรับประวัติของ ด.ต.ภัคภณ สมิตานนท์ ผบ.หมู่(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการประชาชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาครนั้น เบื้องต้นพบว่า เป็นคนเงียบๆ เฉยๆ ไม่ค่อยพูดจากับใคร ในอดีตเคยเป็นตำรวจ ตชด.มาก่อน จากนั้นก็ย้ายมาสังกัด ผบ.หมู่งาน (ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยได้รับหน้าที่ให้ไปประจำศาล ก่อนที่จะย้ายออกมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่หน่วยบริการตำรวจประชาชนแห่งหนึ่งประมาณ 2 ปีเศษ แล้วก็มาก่อเหตุดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/IYWtOM5aHPg  

 2,640
ข่าวภูมิภาค
04 มี.ค. 62

รปภ.ตั้งวงกินเหล้า เกิดปากเสียง คว้ามีดแทงเพื่อนร่วมงานแทงดับคาป้อม

สมุทรสาคร-ตร.รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและผู้ถูกแทงเสียชีวิตภายในป้อมยาม ด้านหน้าบริษัทสุรากระทิงแดง (1988) จำกัด ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร   ภายในป้อมยามพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมชุด รปภ. นอนหงาย มีเลือดไหลออกมาจากทางหน้าอกด้านซ้าย โดยมีรอยบาดแผลความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ที่เกิดจากการถูกอาวุธมีคมแทงใต้ราวนมซ้ายตัดขั้วหัวใจ 1 แผล ทราบชื่อต่อมาคือ นายชาติชาย วันสุข อายุ 51 ปี   ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายศักรินทร์ หรุ่นรอด อายุประมาณ 40 ปีเศษ เป็นเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป พร้อมกับนายไพโรจน์ โพธิสาวัง เพื่อนอีกคนที่นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้ลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้ภายในป้อมยามยังพบขวดเหล้าขาวขนาดเล็ก 1 ขวด และอาวุธมีดปลายแหลมแบบมีดปลอกผลไม้อีก 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนนายคำเบ้า ชินภาพ รปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองมารับหน้าที่เข้าเวรต่อจากนายไพโรจน์ โ โดยเมื่อตอนที่ตนมาถึงนั้นก็เห็นนายชาติชาย ผู้ตาย กับ นายศักรินทร์ คนก่อเหตุ ได้นั่งดื่มสุรากันอยู่ก่อนแล้วภายในป้อมยาม กระทั่งเมื่อนายไพโรจน์ เพื่อนอีกคนออกเวร ก็เข้าไปดื่มด้วย ส่วนตนนั้นยืนอยู่ข้างนอกป้อม คอยทำหน้าที่เปิด-ปิด ประตูเหล็กกั้นทางเข้าออก   ซึ่งพอสักพักหนึ่งก็เห็นนายชาติชาย กับ นายศักรินทร์ คล้ายกับมีการล็อคคอกัน โดยตอนนั้นตนนึกว่าทั้งสองคนกำลังยื้อไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับบ้าน แต่ผ่านไปเพียงชั่วครู่นายศักรินทร์ มือมีด ก็ออกมาบอกกับตนว่า ให้ไปตามหัวหน้า รปภ.มาพานายชาติชายไปส่งโรงพยาบาล เพราะถูกแทงแต่ไม่มากเป็นแผลแค่นิดเดียวไม่ถึงกับตาย   จากนั้นนายศักดิ์รินทร์กับนายไพโรจน์ ก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปด้วย ครั้นพอตนเข้าไปดูนายชาติชาย ที่นอนหงายอยู่ในป้อมยาม ก็พบว่ามีอาการหายใจรวยริน จึงได้รีบไปตามหัวหน้า รปภ.ให้มาดู และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พร้อมกับประสานหน่วยกู้ชีพฯ มาให้การช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทัน นายชาติชายได้ขาดใจตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาทิศทางการหลบหนีของคนร้าย อีกทั้งยังจะได้สอบพยานที่ใกล้ชิดกับบุคคลทั้งสอง และตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ก็ได้จัดกำลังชุดสืบสวนออกติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด   ส่วนสาเหตุก็คาดว่าอาจจะมาจากอาการเมาสุรา นายชาติชาย ผู้เสียชีวิต กับ นายศักรินทร์ คนก่อเหตุ อาจจะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ส่วนนายไพโรจน์ เพื่อนร่วมวงหล้านั้น พยายามที่จะให้ทั้งสองคนได้พูดคุยไกล่เกลี่ยกันแต่ไม่สำเร็จ จนกลายเป็นเหตุให้ทั้งคู่ลงมือทะเลาะวิวาทกัน จนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนศพนั้นได้ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XhRR89NwUrs

 1,240
ข่าวภูมิภาค
25 ก.พ. 62

ลูกชายแม่ค้าหมูตลาดมหาชัย บุกยิงลูกจ้างขายผักชาวเมียนมา เจ็บ 3 ราย

สมุทรสาคร-ลูกชายแม่ค้าหมูตลาดสดมหาชัย ฉุนถูกลูกจ้างร้านขายผักชาวเมียนมาต่อว่าเอาเรื่องส่วนตัวไปนินทา ยกพวกรุมกระทืบถึงห้องพัก แต่ไม่หายแค้นยังบุกซ้ำ ยกพวกขึ้นไปยิงระบายแค้นถึงห้องพัก เจ็บ 3 ราย   โดยแม่ค้าขายผักในตลาดมหาชัย และเป็นนายจ้างของชายชาวเมียนมาทั้ง 3 ที่ถูกยิง เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. ลูกน้องของตนเองได้ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกขึ้นทำร้ายร่างกายถึงบนห้องพักครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งตนเองได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาครไว้แล้ว   ส่วนสาเหตุเกิดจากลูกน้อง ซึ่งมาช่วยตนเองทำงานเข็นผักที่ตลาดมหาชัย มีเรื่องกับคนชื่อกอล์ฟ ซึ่งมาส่งหมูให้กับแม่ของเขาที่ขายอยู่ในตลาดเช่นกัน โดยทั้งสองคนมีเรื่องเถียงกันเพราะลูกน้องตนเองได้ไปต่อว่า นายกอล์ฟกับแฟนสาว ที่ไปพูดกับคนอื่นว่า ลูกจ้างชาวเมียนมามีผู้หญิงหลายคนรวมทั้งไปมีอะไรกับเมียชาวบ้าน   ซึ่งจากการมีปากเสียงกันครั้งนั้นทำให้นายกอล์ฟ ได้ขู่อาฆาตและพาพวกประมาณ 7-8 คน บุกเข้ามาทำร้ายแรงชาวเมียนมาทั้ง 3 คน ถึงบนห้องพักจนได้รับบาดเจ็บ และยังมีทรัพย์สินเป็นรถมอเตอร์ไซค์ได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tlnVhhRjRzo

 2,509
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 62

ลูกศิษย์ตะลึง! หลวงปู่เหล็งเข้าร่างกรรมการวัด ลั่นไม่ชอบดวงตาคู่ใหม่ ขนลุกตาดวงใหม่หลุดกระเด็นหาย

สมุทรสาคร-วานนี้ (9 ก.พ.) ภายในวิหารหลวงปู่เหล็ง วัดสุวรรณรัตนาราม ต.ท่าฉลอม อ.เมือง ได้จัดให้มีพิธีเบิกเนตร หรือดวงตาคู่ใหม่ ของหลวงปู่เหล็ง แทนดวงตาคู่เก่าที่ถูกขโมยหายไป   โดยมีพระสมุห์บุญส่ง ธัมมทัสสี เจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม พร้อมด้วย พระลูกวัด คณะกรรมการวัด และศิษยานุศิษย์เข้าร่วม ซึ่งพิธีที่จัดขึ้นนี้ก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย เนื่องจากทางวัดจัดเตรียมสิ่งของเซ่นไหว้ชุดใหญ่ที่จะต้องใช้ในการกระทำพิธีไม่ทัน เพราะเพิ่งได้รับการประสานจากช่างฝีมือดี ที่พร้อมจะนำนิลดำมาติดให้กับหลวงปู่เหล็งแทนดวงตาคู่เก่าที่หายไป แต่ทั้งนี้ก็มีร่างทรงที่มาเช่าพื้นที่ของวัดประกอบพิธีไหว้ครูนั้น ได้มอบบายศรีและผลไม้มาให้ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้เองก็ทำให้มีเรื่องประหลาดที่หลายคนไม่คาดคิดเกิดขึ้นขณะทำพิธีติดดวงตาและเบิกเนตร   โดยขณะที่ช่างฝีมือกำลังนำนิลดำติดเข้าไปที่ดวงตาของหลวงปู่นั้น ก็ปรากฏว่าขนาดของนิลใหญ่เกินไป เพราะตอนที่มาวัดดวงตา วัดแค่ความกว้างกับความยาวรอบดวงตา แต่ไม่ได้วัดความลึก ทำให้ไม่พอดีกับเบ้าตาของหลวงปู่เหล็ง เมื่อติดเข้าไปจึงมีลักษณะตาดำโปนออกมาดูน่ากลัว ทางพระลูกวัดและลูกศิษย์แม้จะเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าเบิกเนตรไปแล้วจะดูไม่งาม แต่ด้วยฤกษ์งามยามดีในวันนี้ จึงจำเป็นต้องทำพิธีเบิกเนตรให้หลวงปู่ไปก่อน ส่วนจะแก้ไขอย่างไรนั้นจะขอทำหลังจากนี้อีกครั้งหนึ่ง   แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาด เพราะเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นและชวนขนลุกไปตาม ๆ กัน คือ ช่วงที่ช่างฝีมือกำลังพยายามติดดวงตาให้ใหม่นั้นจู่ ๆ นายอำนาจ หอมทอง อายุ 49 ปี กรรมการและโฆษกวัด ก็มีอาการสั่นแล้วพูดว่าด้วยน้ำเสียงกับอาการกริ้วโกรธ คล้ายกับถูกดวงวิญญาณหลวงปู่เหล็งเข้าสิงร่าง โดยบอกถึงความไม่พอใจที่นำดวงตาคู่นี้มาใส่ให้ อีกทั้งยังกล่าวถึงโจรใจบาป 3 คน ที่ร่วมก่อเหตุขโมยดวงตาไปว่า "ทำไมถึงมาเอาดวงตาไป"   นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดมาก คือ ดวงตาดวงใหม่ที่ติดเข้าไปในเบ้าตานั้นไม่สนิท จึงทำให้หลุดออกมาและกระเด็นหายภายในวิหาร ทั้งพระและลูกศิษย์ ช่วยกันค้นหาแต่ก็ไม่พบ ซึ่งนายอำนาจที่ในขณะนั้นหลายคนภายในวิหารเชื่อว่า ถูกหลวงปู่เหล็งเข้าสิงร่าง ก็ได้กล่าวอีกว่า "ไม่ต้องหา ให้หาอย่างไรก็ไม่เจอ เพราะข้าไม่เอา ข้าไม่อยากได้ จะเอาอะไรมาใส่ก็ได้ แต่ขอให้ทำเหมือนเดิม" อีกทั้งยังกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตโดยให้ไปถามบุคคลเก่าแก่ว่าดั้งเดิมนั้นสืบทอดทำกันมาแบบไหน ส่วนการทำพิธีบวงสรวงจะต้องบอกกล่าวให้หมดทุกที่เหมือนที่ผ่านมา ต้องทำให้ดี และไม่ให้เอาบายศรีจากพิธีกรรมอื่นมาใช้ จะต้องเป็นบายศรีที่ทำขึ้นใหม่เพื่อพิธีนี้โดยตรง พร้อมกับให้จัดเครื่องถวายชุดใหญ่   ซึ่งเมื่อสิ้นคำสั่งสุดท้ายนายอำนาจ ก็นิ่งไปแล้วล้มลงตรงหน้ารูปหล่อองค์หลวงปู่เหล็ง ทางลูกศิษย์จึงช่วยกันประคองมาปฐมพยาบาล จนนายอำนาจมีสติกลับมา แล้วก็ถามพระลูกวัดที่กำลังค้นหาดวงตาข้างที่หายไปว่า "หาอะไรกัน" โดยเมื่อรู้ว่าหลวงปู่เหล็งประทับร่างของตน ก็ถึงกับน้ำตาไหลออกมา แล้วก็เข้าไปก้มกราบรูปหล่อองค์หลวงปู่เหล็ง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิธีกรรมเบิกเนตรครั้งนี้สร้าง ความศรัทธาให้กับชาวบ้านที่มามุงดูพิธีกรรมและต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของโจรใจบาปที่ต้องมาทำให้หลวงปู่เหล็งโกรธ   ด้านพระสมุห์บุญส่ง ธัมมทัสสี เจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม พร้อมด้วยพระลูกวัด คณะกรรมการ และศิษยานุศิษย์ ก็ได้หารือกันว่าจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการทุกคนให้รับทราบ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามพิธีกรรม และจะต้องมีการดูฤกษ์งามยามดีในการประกอบพิธีครั้งใหม่ อีกทั้งยังจะต้องหาคนที่รู้จริงว่าดวงตาหลวงปู่เหล็งนั้นมีลักษณะอย่างไร ส่วนในวันนี้ก็ต้องพักเรื่องของการใส่ดวงตาคู่ใหม่ไว้ก่อน โดยจะยังคงใส่แว่นตาดำให้กับหลวงปู่ไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีการติดนิลดำที่ทำใหม่แทนดวงตาคู่เก่าที่หายไป ซึ่งก็จะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีงานประจำปี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/W7q3oZxROW8

 2,008
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 62

เด็กแว้นซิ่งชนกัน ล้มเกลื่อนถนนพระราม 2 15 คัน ดับ 1 เจ็บระนาว

วันที่ 10 ก.พ. 62 เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เด็กแว้นซิ่งเฉี่ยวชนกันบนถนนพระราม 2 กม.ที่ 35 + 800 ขาเข้ากรุงเทพฯ ใกล้ปั๊มน้ำมันเอสโซ่บางกระเจ้า ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก    ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์นับรวมได้ 15 คัน ล้มกลิ้งเกลื่อนเต็มถนน ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลืออยู่ในที่เกิดเหตุรวม 18 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาครจำนวน 11 คน, โรงพยาบาลมหาชัย จำนวน 1 คน ,โรงพยาบาลเอกชัย จำนวน 3 คน, โรงพยาบาลวิภารามจำนวน 2 คน และโรงพยาบาลเจษฎาเวชการอีก 1 คน แต่ละคนมีบาดแผลตามร่างกาย ศีรษะแตก แขนหัก นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน เป็นชายไม่ทราบชื่อ สภาพศพศีรษะแตกเลือดไหล     จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มเด็กแว้นได้นัดกันนำรถจักรยานยนต์ออกมาแข่งบนทางสาธารณะ(ถนนพระราม 2) แล้วมีรถ 2 คัน เกิดเฉี่ยวชนกันก่อน ทำให้รถคันอื่นๆ ที่ขับตามมาเบรคไม่อยู่ชนตามๆ กันไป    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ที่อยู่ในกลุ่มเด็กแว้นซึ่งยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุไปสอบปากคำเพิ่มเติม อีกทั้งยังได้มีการติดตามตัวเด็กแว้นที่ร่วมกันก่อเหตุแข่งรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย    ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้มีการวิทยุให้ตำรวจสายตรวจทุกแห่ง ออกตรวจตราหาเด็กแว้นที่ขับหลบหนีเข้าไปในตัวเมืองสมุทรสาคร หรือตามแหล่งชุมชนต่างๆ ส่วนรถทั้ง 15 คัน ได้นำไปเก็บไว้ที่อู่เก็บของกลางเพื่อตรวจสอบและเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเด็กแว้นจะนำรถออกมาแข่งบนทางสาธารณะเป็นประจำทุกคืนวันศุกร์และวันเสาร์ โดยจะนัดแข่งกันในช่วงกลางดึกบนทางสาธารณะ ซึ่งถนนที่เป็นสายหลักของการแข่งคือ ถนนพระราม 2 กับ ถนนเพชรเกษม ทั้งในพื้นที่สมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง   

 12,539
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ก.พ. 62

วิจารณ์ยับ! ร้านก๋วยเตี๋ยวเห็นแก่ตัว ทาสีขอบฟุตปาธจาก 'ขาวแดง' เป็น 'ขาวดำ' ให้ลูกค้าจอดรถได้ แขวงทางหลวงฯ เข้าแก้ไขแล้ว

ผู้เฟซบุ๊กชื่อ Parichart  Haruansri  ได้โพสต์ภาพชายคนหนึ่งนำสีสเปรย์กระป๋องมาพ่นขอบฟุตบาธ จากขาวแดงเป็นขาวดำ พร้อมระบุข้อความว่า   “เดิมเป็นขาวแดงเพราะเป็นทางเข้าหมู่บ้าน แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ตั้งร้านอยู่บนฟุตปาธอยากให้ลูกค้าจอดรถได้ ฟุตปาธมีไว้สำหรับคนเดิน ให้ลูกค้าไปจอดรถในปั้มแก๊สที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้มั้ย สังคมควรอยู่กันแบบมีกฏมีระเบียบ”    ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า จุดดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษาซีนเนอรี่มหาชัย ถนนเอกชัย ปากทางปั๊มแก๊สแอลพีจี ทั้งนี้นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับนายบรรยง ยอดแก้ว หมวดทางหลวงเศรษฐกิจ ได้นำเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสมุทรสาคร ไปดำเนินการแก้ไขทาสีแดงทับสีดำ ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว    กรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 40  ห้ามมิให้ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลง ขีดเขียน เคลื่อนย้าย รื้อถอนหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเครื่องหมายจราจรป้ายจราจร และได้มีการกล่าวตักเตือนผู้ที่กระทำผิดแล้ว อย่าให้มีการทำผิดซ้ำอีกเพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย   นอกจากนี้สั่งให้เจ้าของร้านรื้อถอนส่วนที่ยื่นล้ำเกินทางเท้าภายใน 7 วัน หาก ไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนและเก็บค่ารื้อถอนจากทางร้าน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีต่อไป ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 38 ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง แขวน วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะที่เป็นการกีดขวางหรืออาจเป็นอันตรายแก่ยานพาหนะฯ   ขณะที่ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นว่าเห็นแก่ตัว ทำแบบนี้ผิดกฎหมาย บ้างก็ชื่นชมเจ้าหน้าที่หลังรับแจ้งก็เข้ามาดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z2XTB4LyIHU

 19,982
การเมืองเข้มข้น
17 ม.ค. 62

'หญิงหน่อย' ควง 'ชัชชาติ' ประเดิมลงพื้นที่ บอกเพื่อไทยอยากแจกบัตรคนรวย ไม่ใช่คนจน

ความเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคณะ ซึ่งมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หนึ่งในแคนดิเดตชิงนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย ได้ลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ซึ่งโรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการทางการแพทย์ และพัฒนาโรงพยาบาลได้โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ   จากนั้นทางคณะได้เดินตลาดน้ำบ้านแพ้ว โดยได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้า รวมประชาชนที่มาซื้อคิดค้า ซึ่งได้มีการขอถ่ายภาพคู่กับบรรดาแกนนำ โดยช่วงหนึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ และนายชัชชาติได้เดินผ่านแผงขายหยังสือพิมพ์ ซึ่งมีหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด ซึ่งหน้าปกเป็นภาพที่นายชัชชาติเคยโพสลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นตัวซุปเปอร์ฮีโร่ในเครือมาร์เวล โดยนายชัชชาติเป็นตัวฮัลก์ ส่วนคุณหญิงเป็นกัปตันมาเวล ซึ่งทั้งสองได้ชวนกันหยุดดูหนังสือพร้อมทำท่าทางตามหน้าปก และเจ้าของแผงหนังสือได้ขอลายเซ็นจากทั้ง 2 คนด้วย   เมื่อถามนายชัชชาติ ถึงความพร้อมในการเปิดตัวเป็น 1 ใน 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย นายชัชชาติ กล่าวว่า “ผมไม่รู้เรื่องครับ อันนี้ต้องแล้วแต่ทางพรรคเพื่อไทย หากทางพรรคเพื่อไทย เห็นว่า เหมาะสม ผมก็พร้อม”   เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ประชาชนอยากให้ท่านเป็นนายกฯ นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องฟังเสียงคนด่ามากกว่าชม ซึ่งคนชมเราก็ขอบคุณ แต่ยิ่งคนชมเยอะเราก็ยิ่งรู้สึกว่าภาระหนัก   ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า มั่นใจว่าทีมผู้บริหารของเราจะทำให้พี่น้องลืมตาอ้าปาก และหาเงินเข้ากระเป๋าให้ตุงๆ ได้ มีคนถามว่า พท. จะทำให้พี่น้องกระเป๋าตุงได้จริงหรือ เราขอยืนยันว่าถ้าเป็นเพื่อไทยทำได้แน่นอน ไม่เหมือนกับอีกคนที่ยิ่งทำพี่น้องประชาชาชนยิ่งจนลง แถมยังให้ประชาชนไปขึ้นทะเบียนคนจนอย่างภาคภูมิใจว่ามีคนจนเท่านั้นเท่านี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ พท.ทำไม่เป็น พรรค พท. อยากแจกบัตรคนรวย ไม่ใช่แจกบัตรคนจน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tDYKQSJIG58

 1,551
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ม.ค. 62

ตื่นตาตื่นใจ แพลงก์ตอนเรืองแสง สะพานแดง สมุทรสาคร

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Boonyarit Kongjaroon ได้โพสต์ภาพปรากฏการณ์ แพลงก์ตอนเรืองแสง บริเวณสะพานแดง ศาลเจ้าพ่อมัจฉานุ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ในช่วงเวลากลางคืน ที่จะเห็นน้ำทะเลน้ำเรืองแสงออกมาเป็นสีน้ำเงินสร้างความตื่นตาให้แก่ผู้พบเห็นอย่างมาก   ทั้งนี้การเข้าไปรับชมสถานที่ดังกล่าว ไปเฉพาะเวลา 05.00 น.-21.00 น. เท่านั้น และนักท่องเที่ยว โปรดรับชมด้วยความสุภาพ เคารพสถานที่ อย่ากระทำการที่เป็นการรบกวนธรรมชาติ และไม่โยนหินหรือสิ่งของต่างๆ ลงน้ำโดยเด็ดขาด ขอให้รอชมแพลงก์ตอนขณะกระทบคลื่นหรือแนวไม้ไผ่จนเกิดแสงขึ้นมาเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/asEBhIg4pbM

 4,259
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 62

ดราม่า สาวถูกเพื่อนบ้านรั้วติดกันบุกทุบกำแพงบ้าน อ้างจะสร้างรั้ว งงยังไม่รับปาก ช่างมาถึงก็ทุบเลย

ปัญหาดราม่าระหว่างเพื่อนบ้านที่อาศัยใกล้กัน รั้วบ้านติดกันเกิดขึ้นบ่อยในหลายพื้นที่ แต่ล่าสุดเป็นปัญหาเรื่องรั้วบ้าน ถึงขั้นต้องทุบบ้านกัน สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน เพราะจุดที่ทุบมันคือห้องน้ำที่เพื่อนบ้านต้องใช้ทุกวัน   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านของ น.ส.จิรนันต์ ธูปหอม ตั้งอยู่ที่ ถนนบางปลา ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านจุดเกิดเหตุ พบว่า ด้านหลังของบ้านมีร่องรอยการรื้อหลังคา ทุบห้องน้ำ ผนังห้องน้ำถูกทุบทะลุ ไม่สามารถใช้ห้องน้ำได้   น.ส.จิรนันต์ เล่าว่า นี่คือสภาพบ้านของตนที่เป็นปัญหากับคุณป้าเพื่อนบ้านที่รั้วติดกัน ซึ่งบ้านหลังนี้ตนมาก่อสร้างและอาศัยอยู่ตั้งแต่ปี 2543  ก่อนที่บ้านป้าคู่กรณีจะมาก่อสร้าง ตนมีฉโนดที่ดินการก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ที่ผ่านมาอาศัยอยู่ปกติไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อสัปดาห์ผ่านมา ป้ามาแจ้งว่าจะทำรั้วบ้าน โดยจะรื้อถอนพื้นที่ด้านหลังบ้านของตน ซึ่งใช้เป็นทางเดินไปห้องน้ำ ตอนนั้นก็ตกใจและยังไม่ได้ตกลงรับปากจะให้รื้อถอน หรือทำหนังสือตกลงยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร   แต่อยู่ดีๆ วันที่ 7 ม.ค. ป้าก็ขนช่างมา 4-5 คน มารื้อทันที โดยอ้างว่าทำตามกฎหมายใหม่ ช่วงนั้นตนไม่อยู่บ้านออกไปขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ แต่พอกลับเข้าบ้านก็ตกใจ ช่างกำลังทุบ รื้อบ้าน พอเข้าไปเจรจาขอให้หยุด ช่างก็ไม่หยุด จนกระทั่งเพื่อนบ้านข้างๆ เป็นผู้ชายเข้ามาห้ามและถ่ายคลิปไว้ ช่างจึงหยุด   เรื่องนี้นายบรรพต จันทร์วงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน เมื่อทราบเรื่องก็เรียกทั้งสองฝ่าย คือ ป้าข้างบ้านคนทุบ และบ้านผู้เสียหายมาเจรจาโดยใช้เวลาเจรจากว่า 2 ชม. ก่อนเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงกันได้โดยฝั่งป้าที่ทุบนั้นยอมรับผิดที่บุกรุกเข้าไป และไปทุบบ้านเพื่อนบ้าน ขอชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด 3 หมื่นบาท แต่ยังยืนยันจะก่อสร้างรั้วบ้านต่อไป   ส่วนการก่อสร้างรั้วนั้นจุดที่เป็นปัญหาให้ระงับการก่อสร้างไปก่อน รอให้ทางอบต.และเจ้าหน้าที่ดูแลเองการก่อสร้างอาคารเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ว่าจะสามารถก่อสร้างจุดใดได้บ้าง โดยจะไม่ไปรุกล้ำพื้นที่เขตของกันและกัน   ทางด้านคู่กรณี หลังเจรจาก็ยอมรับว่าไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่าป้าจะมาทุบบ้านอีกเมื่อไหร่ และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะป้าคู่กรณีรู้จักคนเยอะ และตนก็ไม่รู้กฎหมายใหม่ อยากให้คนที่รู้เรื่องนี้มาเป็นคนกลางดูแลให้   ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกับป้าที่ทุบบ้านเพื่อนบ้าน ก็ปฏิเสธจะให้ข้อมูล โดยลูกสาวอ้างว่าไม่มีข้อมูลใดๆ ให้กับสื่อมวลชน เช่นเดียวกับสามีของป้า ก็ไม่ขอให้ข้อมูลกับสื่อ และขอให้สื่อกลับออกไปห้ามเข้ามาในเขตบ้าน   โดยช่วงที่ผู้สื่อข่าวสอบถามฝั่งบ้านป้าที่ทุบบ้าน เพื่อนบ้านก็พบว่าช่างก่อสร้างกำลังก่อสร้างรั้วบ้านช่วงต้นซอย ซึ่งติดกับบ้านของเพื่อนบ้านเช่นกัน ซึ่งจุดนี้ก็เคยมีปัญหากันมาก่อน แต่บ้านหลังนี้ไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างจึงยอมถอยร่นพื้นที่ให้เพื่อสงบศึกเพื่อนบ้าน   ผู้สื่อข่าวสอบถามช่างที่ก่อสร้าง ระบุว่า วันเกิดเหตุ ทางฝั่งป้าบอกว่าให้เข้าทุบได้เลย เพราะเคลียกันแล้ว ช่างจึงลงมือทำ ตามรับจ้างมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Eg0KCNc9ojo

 2,150

Top