ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศาลปกครองกลาง"

สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 62

ศาลปกครองกลางยกฟ้อง ไม่อนุญาตชาวสองล้อ วิ่งบนสะพานข้ามแยก-อุโมงค์ กทม.

จากกรณีมีกลุ่มผู้ขี่รถจยย. ยื่นฟ้อง ผบช.น. และผู้ว่าฯกทม. ต่อศาลปกครองกลาง กรณีออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขต กทม.ว่า ด้วยการห้ามรถบางชนิด และล้อเลื่อนลากเข็น เดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก สะพานยกระดับ สะพานข้ามแม่น้ำ และในอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก พ.ศ.2559 ลงวันที่ 27 มิ.ย.59  และกำหนดห้ามไม่ให้รถจยย. จักรยาน รถสามล้อ และล้อเลื่อนลากเข็นทุกชนิดเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก 39 สะพาน และอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก 5 อุโมงค์ ใน กทม. นั้น   ล่าสุด ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ข้อบังคับดังกล่าวเป็นกฎที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลที่ใช้ยานพาหนะดังกล่าว ดังนั้นเหตุผลในการออกข้อบังคับที่ว่า เพื่อให้เกิดผลดีต่อการจัดการจราจรโดยรวม ลดอุบัติเหตุบนสะพานและอุโมงค์ทางร่วมทางแยกจึงรับฟังได้   อีกทั้งข้ออ้างที่ผู้ขับขี่รถจยย. อ้างว่าเป็นการออกข้อบังคับตามอำเภอใจ เลือกปฏิบัติจึงไม่อาจรับฟังได้ ข้อบังคับดังกล่าวจึงเป็นการกระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะโดยรวม และเพื่อรักษาความปลอดภัย ความสะดวกในการจราจร ไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพในการเดินทางของผู้ขับขี่รถจยย. ตามที่ มาตรา 29, มาตรา 34 ของรัฐธรรมนูญ 2550 และมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/GHgj9taCY5g

 1,813
สังคม
27 ธ.ค. 62

ศาลปกครองกลางยกฟ้อง ไม่อนุญาตชาวสองล้อ วิ่งบนสะพานข้ามแยก-อุโมงค์ กทม.

จากกรณีมีกลุ่มผู้ขี่รถจยย. ยื่นฟ้อง ผบช.น. และผู้ว่าฯกทม. ต่อศาลปกครองกลาง กรณีออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขต กทม.ว่า ด้วยการห้ามรถบางชนิด และล้อเลื่อนลากเข็น เดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก สะพานยกระดับ สะพานข้ามแม่น้ำ และในอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก พ.ศ.2559 ลงวันที่ 27 มิ.ย.59  และกำหนดห้ามไม่ให้รถจยย. จักรยาน รถสามล้อ และล้อเลื่อนลากเข็นทุกชนิดเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก 39 สะพาน และอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก 5 อุโมงค์ ใน กทม. นั้น   ล่าสุด ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ข้อบังคับดังกล่าวเป็นกฎที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลที่ใช้ยานพาหนะดังกล่าว ดังนั้นเหตุผลในการออกข้อบังคับที่ว่า เพื่อให้เกิดผลดีต่อการจัดการจราจรโดยรวม ลดอุบัติเหตุบนสะพานและอุโมงค์ทางร่วมทางแยกจึงรับฟังได้   อีกทั้งข้ออ้างที่ผู้ขับขี่รถจยย. อ้างว่าเป็นการออกข้อบังคับตามอำเภอใจ เลือกปฏิบัติจึงไม่อาจรับฟังได้ ข้อบังคับดังกล่าวจึงเป็นการกระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะโดยรวม และเพื่อรักษาความปลอดภัย ความสะดวกในการจราจร ไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพในการเดินทางของผู้ขับขี่รถจยย. ตามที่ มาตรา 29, มาตรา 34 ของรัฐธรรมนูญ 2550 และมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/GHgj9taCY5g

 1,813
เศรษฐกิจ
02 ก.ย. 62

ศาลสั่งระงับก่อสร้าง คอนโดหรูย่านสาทร พบทำ eia เป็นเท็จ

มีรายงานจากสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการก่อสร้างคอนโดหรู เดอะไลน์ สาทร สูง 46 ชั้น ติดบีทีเอสสุรศักดิ์ ของกลุ่มบีทีเอสร่วมทุนกับแสนสิริ หลังคอนโด เดอะ ดิโพแมท สาทร ที่อยู่ติดกันฟ้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เป็นเท็จ ผนังทึบประชิดตัวอาคาร แถมยังปล่อยผ่านรายงานก่อน รับฟังความคิดเห็นทีหลัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hn_sj3Y7R4s

 3,105
เศรษฐกิจ
14 มิ.ย. 62

ศาลปกครอง ไม่รับคำขอ รพ.เอกชน ระงับควบคุมค่ายา ชี้ประกาศชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2562 ในคดีที่ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน กับบริษัทผู้ประกอบการโรงพยาบาล รวม 42 ราย ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ, รมว.กระทรวงพาณิชย์, ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมการค้าภายใน   โดยศาลปกครองสูงสุด ให้เหตุผลว่า เหตุคดีนี้เกิดจากมีข้อร้องเรียนในเรื่องราคายาและบริการทางการแพทย์ มีราคาสูงเกินสมควร คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการค้าภายในประเทศ   จึงกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค เพื่อแก้ปัญหาราคายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย และได้ออกประกาศดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542   จึงเห็นว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการออกประกาศดังกล่าวโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ และเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดแล้ว ไม่อาจถือได้ว่ากฎดังกล่าว น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย   อีกทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนดให้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีอำนาจประกาศกำหนดให้สินค้าหรือบริการใดเป็นสินค้าหรือบริการควบคุมได้ และเมื่อประกาศแล้ว คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ยังคงมีหน้าที่กำหนดราคาซื้อหรือราคาจำหน่ายสินค้า หลักเกณฑ์ มาตรการอื่นๆ เกี่ยวกับการกำหนดราคาสินค้าและบริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2uc-FScdb0Y

 1,316
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 62

ศาลปกครองกลางพิพากษา ห้ามปิดถนนแจ้งวัฒนะ ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู

ศาลปกครองกลางพิพากษาห้าม รฟม. ปิดการจราจร ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถึงบริเวณสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ สร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู เหตุออกประกาศปิดจราจรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย   ที่ ศาลปกครอง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 539 / 2562 ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลา ลู น่า ยื่นฟ้อง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เเละผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.)เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-2 กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกประกาศแจ้งปิดเบี่ยงจราจรพื้นราบทุกช่องทางชั่วคราวบนถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าหลักสี่ตั้งแต่บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติถึงบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่เพื่อดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.- 31 ก.ค.62ในช่วงเวลา 22.00น.- 04.00 น.   โดยศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่าหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นเพียงหนังสือสั่งการภายในระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้ทราบแผนการใช้ถนนบริเวณพิพาทเพื่อการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ใช้หนังสือสั่งการภายในดังกล่าวเป็นหนังสืออนุญาตให้บริษัทชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง เเอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) ดำเนินการปิดเบี่ยงจราจรเพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ไม่ได้ออกหนังสืออนุญาตแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 หรือบริษัทชิโน-ไทยฯโดยตรงจึงถือว่าไม่ได้เป็นการอนุญาตที่ถูกต้องตามกฏหมาย   นอกจากนี้เมื่อพิจารณาเนื้อหาของหนังสือดังกล่าวที่สั่งการให้ปิดเบี่ยงจราจรบนถนนตลอดความยาวของการก่อสร้าง โดยปิดเบี่ยงหน้าจอหนึ่งช่องทางด้านขวาชิดเกาะกลางทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในพื้นราบและปิดเบี่ยงเพิ่มอีกหนึ่งช่องทางทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกในเวลากลางคืนบนสะพานข้ามแยกตั้งแต่เวลา 22.00 -04.00 น. มีระยะเวลาการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.61- 30 มี.ค.64   ซึ่งการปิดเบี่ยงจราจรดังกล่าวเป็นการห้ามรถทุกชนิดวิ่งในช่องทางที่ปิดจราจรอันเป็นการจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของประชาชนบนถนนโดยไม่ระบุเหตุจำเป็นที่จะต้องปิดจราจรเฉพาะทางตอนใดในช่วงเวลาใดให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการก่อสร้างในพื้นที่นั้น เพื่อให้มีผลกระทบต่อการใช้ถนนของประชาชนเท่าที่จำเป็นในแต่ละช่วงเวลาและระยะเวลาที่ขออนุญาตปิดเบี่ยงจราจรเป็นเวลาถึง 2 ปี 8 เดือน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการขออนุญาตปิดจราจรเป็นการชั่วคราวตามที่กฎหมายกำหนด     ดังนั้นเมื่อการอนุญาตปิดการจราจรในลักษณะเช่นนี้มีผลเท่ากับห้ามรถทุกชนิดวิ่งบนถนนถึงสองช่องทางตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 2ปี 8 เดือน ผู้ถูกฟ้องคดีที่2 จะอนุญาตตามแผนการใช้ถนนบริเวณพิพาทได้และมีผลบังคับใช้ต่อประชาชนผู้ใช้ถนนผู้ถูกฟ้องคดีที่2 ชอบที่จะต้องออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนดโดยคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้ถนนและทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการก่อสร้างในแต่ละพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่อาจกำหนดเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต้องขออนุญาตเพิ่มเติมเป็นคราวๆได้   เพื่อมิให้เป็นการจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของประชาชนเกินความจำเป็นและต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับเป็นการทั่วไปมิฉะนั้นแล้วผู้ถูกฟ้องคดีที่2ไม่อาจนำข้อสั่งการตามแผนการใช้ถนนบริเวณพิพาทไปจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของประชาชนอีกทั้งไม่อาจนำไปบังคับใช้ในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ประชาชนผู้ใช้ถนนได้   เมื่อหนังสืออนุญาตของผู้ฟ้องคดีที่สองเป็นการจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของประชาชนมิได้เป็นการอนุญาตหรือออกประกาศข้อบังคับให้ถูกต้องหนังสืออนุญาตดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย   ดังนั้นการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกประกาศแจ้งปิดเบี่ยงจราจรพื้นราบทุกช่องทางชั่วคราวบนถนนแจ้งวัฒนะฝั่งมุ่งหน้าหลักสี่ตั้งแต่บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติถึงบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.62-31 ก.ค.62 ระหว่างเวลา 22.00 น.-04.00 น. โดยอ้างถึงการได้รับอนุญาตตามหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่2 การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน   ศาลปกครอง จึงพิพากษาห้ามผู้ฟ้องคดีที่1 โดยบริษัทชิโน-ไทยฯ กระทำด้วยประการใดในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรในพื้นราบทุกช่องทางบนถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าหลักสี่ตั้งแต่บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกศูนย์ราชการถึงบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าจะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือหรือมีการออกประกาศข้อบังคับจากผู้ถูกฟ้องคดีที่2 โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา   ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่2 ดำเนินการให้ถูกต้องตามพรบ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 สำหรับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าคดีถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น   สำหรับคดีนี้อธิบดีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาโดยเร่งด่วนตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งคดีนี้ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคดีต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 25 มี.ค.62 และเมื่อวันที่ 28 มี.ค.62 ศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยห้ามผู้ถูกฟ้องคดีที่หนึ่งปิดการจราจรจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นหลังจากนั้นศาลปกครองได้นัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เม.ย.62 และมีคำพิพากษาในวันนี้รวมระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองทั้งสิ้น 18 วัน

 3,791
เศรษฐกิจ
28 ก.พ. 62

วอยซ์ทีวีไม่ฟ้อง กสทช. หลังศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนคำสั่งจอดำ 15 วัน

ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาเพิกถอนมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ สทช. 2412/5124 สั่งพักใช้ใบอนุญาตสถานีวอยซ์ทีวีเป็นเวลา 15 วัน โดยศาลปกครองกลางให้เหตุผลว่า   แม้ผู้ดำเนินรายการ Wake Up News และ Tonight Thailand เสนอข่าวสารในเชิง วิเคราะห์การเมือง มีการวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ นโยบายพรรคการเมือง ผู้นำพรรคการเมือง และผู้นำรัฐบาล รวมทั้งแสดงความคิดเห็นสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ กสทช.กล่าวอ้าง   แต่ยังฟังไม่ได้ถึงขนาดจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร ส่วนจะมีปัญหาด้านจริยธรรมหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ขององค์กรสภาวิชาชีพดำเนินการตรวจสอบ อีกทั้งไม่ปรากฏว่าสำนักงาน กสทช.ได้เสนอว่าการออกรายการดังกล่าวเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่อย่างไร   ดังนั้นการที่ กสทช.มีมติพักใช้ใบอนุญาตสถานีวอยซ์ทีวี 15 วัน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ   ด้านผู้บริหารของสถานีวอยซ์ทีวี ระบุ จะไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กสทช. แต่มุ่งหวังให้เกิดบรรทัดฐานและเสรีภาพของสื่อมวลชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/omiqhVjM670

 1,269
การเมือง
15 ก.พ. 62

วอยซ์ ทีวี ยื่นศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว ชี้จอดำ 15 วัน เสียหาย 76 ล้าน

ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี (Voice TV) เข้ายื่นคำฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.), สำนักงาน กสทช. ต่อศาลปกครองกลาง กรณี กสทช.มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตสถานีวอยซ์ทีวี 15 วัน ด้วยเหตุผลว่า   มีการนำเสนอรายงานข่าวหลายรายการมีลักษณะส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งนั้น โดยสถานีวอยซ์ทีวีได้ยื่นคำขอต่อศาลปกครองกลางเพื่อขออุทธรณ์คำสั่งกสทช.ดังกล่าว และขอให้ศาลปกครองกลางไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้จอดำ เพื่อให้สถานีกลับไปดำเนินรายการได้ตามปกติ   โดยทางสถานีระบุว่า การสั่งปิดสถานีวอยซ์ทีวี กระทบกับความเสียหายทางธุรกิจของบริษัทอย่างรุนแรง ซึ่งตัวเลขความเสียหายเท่าที่ประเมินไว้ประมาณ 76 ล้านบาท   พร้อมระบุการสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ในสถานการณ์แบบนี้จะสร้างผลกระทบต่อการรับรู้ข่าวสารของประชาชนอย่างรุนแรง เราจึงจำเป็นต้องขอความคุ้มครองชั่วคราว เพราะยิ่งในช่วงนี้ที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว ทางกสทช. ควรที่จะต้องผ่อนคลายกฎที่ใช้กำกับดูแลและควบคุมสื่อ และควรจะมีบทบาทสนับสนุนเสรีภาพของสื่อด้วยซ้ำ   ซึ่งทางสถานีจะยื่นอุทธรณ์ เพราะในเนื้อหาประเด็น ที่ กสทช.เอามาเป็นบทลงโทษนั้น ทางสถานีมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิด ตามประกาศคสช.ฉบับที่ 97 หรือว่า พ.ร.บ.ประกาศวิทยุ กระจายเสียงมาตรา 37 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vvUxw5jNlqw

 737
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 62

ตร.กวดขันจับรถควันดำเข้มข้น แก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว ศาลปกครองนัดไต่สวน หลังศรีสุวรรณยื่นฟ้อง

หลายฝ่ายยังจับตาและควบคุมสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยทางตำรวจจราจรได้กวดขันจับรถควันดำ ซึ่งพบว่ามีจำนวนลดลงจาก 600 คัน เหลือ 400 คันต่อวัน สะท้อนว่าประชาชนให้ความร่วมมือและตระหนักถึงปัญหามลพิษมากขึ้น ส่วนรถบรรทุกกว่า 2.4 แสนคัน จะให้ความร่วมมือด้วยการเปลี่ยนเวลาการวิ่ง จากกลางวันเป็นกลางคืน     ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ได้นัดไต่สวนครั้งแรก เพื่อพิจารณาคำขอกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว หลังจากที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา และประชาชนพักอาศัยเขตจัตุจักร-บางเขน-ลาดพร้าว ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน รวม 5 ราย   ร่วมกันยื่นฟ้อง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ , นายกรัฐมนตรี และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้อพิพาทเรื่องละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จนเกิดวิกฤตการณ์ สะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนมากเจ็บป่วยและก่อปัญหาด้านสุขภาพตามมามากมาย   โดยวันนี้การไต่สวนทั้งสองฝ่ายก็ได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ศาลยังไม่ได้กำหนดวันนัดฟังคำสั่ง การพิจารณาคำขอกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งศาลก็จะต้องตรวจดูข้อมูลที่ได้รับเพิ่มเติมจากคู่ความทั้งสองฝ่ายในวันนี้ว่าเพียงพอที่จะวินิจฉัยแล้วหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pWhE2M8zkuE

 1,294
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 61

ศาลยกคำร้องไต่สวนฉุกเฉิน ปมขนส่งสั่งยุติเดินรถตู้อายุ 10 ปี

ศาลยกคำร้องไต่สวนฉุกเฉิน ปมขนส่งสั่งยุติเดินรถตู้อายุ10 ปี ผู้ประกอบการโอดเปลี่ยนเป็นมินิบัสไม่ไหว ตั้งข้อสังเกตุขนส่งเอื้อนายทุนหรือไม่   ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้อง กรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและพวกยื่นร้องให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน และคุ้มครองชั่วคราว คำสั่งกรมการขนส่งทางบก ที่สั่งให้รถตู้โดยสารสาธารณะซึ่งมีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ยุติการให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยศาลเห็นว่ากรณีนี้ไม่มีเหตุฉุกเฉินจึงให้ยกคำร้องในส่วนที่ที่มาการขอไต่สวนฉุกเฉิน ส่วนคำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีการพิพากษานั้น ศาลจะมีการพิจารณาต่อไป    โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากนี้ระหว่างรอการพิพากษาคดี อาจจะไปยื่นเรื่องเรียกร้องต่อ นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคมให้หาทางออกต่อไป ซึ่งหากไม่มีทางออก กรมการขนส่งก็ควรบังคับใช้มาตรการนี้ให้เหมือนกันกับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท   ขณะที่ นางรุ่งเรือง ทองคำ ประชาสัมพันธ์สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานการเดินรถตู้กรุงเทพ-พัทยา กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งของกรมการขนส่งที่บังคับให้ต้องเป็นจากรถตู้ไปเป็นรถมินิบัสนั้น มีผลประโยชน์แอบแฝงให้ผู้นำเข้ารถมินิบัสหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวในฐานะผู้ประกอบการไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้มินิบัสได้เพราะมีต้นทุนสูงและมีที่นั่งมากกว่ารถตู้ทำให้ผู้โดยสารขึ้นเต็มรถช้า    จึงขอเรียกร้องให้กรมการขนส่งหาทางออกให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนเป็นรถตู้ได้ ไม่ต้องบังคับให้เปลี่ยนเป็นมินิบัส แต่ควรปล่อยให้เป็นไปตามความสมัครใจของแต่ละเส้นทาง พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยลงมาดูแลปัญหานี้ด้วยตัวเอง เพราะขณะนี้รถตู้หมวด 2 ซึ่งวิ่งในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบมากถึง 4,000 คัน ส่วน 1,800 คันเฉพาะในส่วนของกรุงเทพเท่านั้น  

 3,405
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 61

‘ศรีสุวรรณ’ นำกลุ่มรถตู้กว่า 300 คัน รอฟังคำสั่งศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉิน

‘ศรีสุวรรณ’ นำกลุ่มรถตู้กว่า 300 คัน รอฟังคำสั่งศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉิน   วันนี้ (1 ต.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำกลุ่มผู้ให้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ กว่า 300 คัน รวมตัวที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรอฟังคำสั่งศาลปกครองกลางกรณียื่นขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน และคุ้มครองชั่วคราว คำสั่งกรมการขนส่งทางบก ที่ให้รถตู้โดยสารที่มีอายุการใช้งานครบ10ปี ประมาณ 1800 คัน หยุดให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป    นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อน และเป็นการเลือกปฏิบัติเมื่อเทียบกับ รถเมล์ และรถโดยสารประเภทอื่นๆ ที่มีอายุมากกว่า 20ปี แต่ไม่มีการควบคุมอีกทั้ง เป็นการบีบบังคับให้ผู้ประกอบการรถตู้ต้องเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัสซึ่งมาราคาสูง และไม่สามารถตอบโจทย์ได้ว่าจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้จริง    จึงขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวคำสั่งดังกล่าว เพื่อขอยืดเวลา 4-5 ปีในการให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาปรับตัว โดยยืนยันว่ารถตู้สาธารณะแม้มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี แต่ยังมีศักยภาพ สามารถให้บริการต่อได้   นายศรีสุวรรณยอมรับว่า การพิจารณาวันนี้ศาลไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะเป็นการพิจารณาภายในว่าจะรับคำร้องดังกล่าวไว้หรือไม่ แต่ขอมารอผลด้วยตัวเองเพื่อความมั่นใจยืนยันว่าไม่ได้การกดดันศาล    ซึ่งหลังจากนี้หากศาลไม่คุ้มครองชั่วคราวก็จะเดินหน้าใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเรียกร้องให้กรมการขนส่งยุติการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทที่มีอายุเกิน 10ปี ด้วยเพื่อความเท่าเทียม   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จับตารถตู้หมดอายุ 1,800 คัน หยุดวิ่งวันนี้ ขนส่งเตรียมรับมือ ไม่ให้ ปชช.เดือดร้อน  

 1,709
เศรษฐกิจ
04 ก.ย. 61

รอศาลปกครองชี้ชะตา เทอร์มินอล 2 สุวรรณภูมิ กระทบออกแบบล่าช้า-ประมูลดิวตี้ฟรี

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.กล่าวถึงประเด็นที่เอสเอกรุ๊ป ยื่นฟ้องศาลปกครอง ในการประมูลงานจ้างสำรวจออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังกลุ่มบริษัท ดวงฤทธิ์ บุนนาค ชนะการประมูลโดยมองว่าเป็นการชนะโดยมิชอบ   ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเริ่มต้นขั้นตอนออกแบบได้ และจะกระทบต่อการเริ่มต้นก่อสร้างแน่นอน แต่จะล่าช้าเท่าไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาลปกครอง นอกจากนี้ ความล่าช้าดังกล่าวยังจะส่งผลต่อแผนการเปิดประมูลผู้รับสิทธิ์บริหารพื้นที่สินค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kkA9aq3uPP8

 2,497
เศรษฐกิจ
29 มิ.ย. 61

ศาลปกครองสั่งกองสลากฯ จ่ายค่าเสียหายคดีหวยออนไลน์ให้ 'ล็อกซเล่ย์' กว่า 900 ล้านพร้อมดอกเบี้ย

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชำระเงินจำนวน 945,649,656 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้นดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จภายใน 60วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ให้แก่บริษัทล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด   ซึ่งเป็นค่าเสียหายในส่วนของเงินลงทุนจากการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยกเลิกสัญญาจ้างบริษัทล็อกซเล่ย์ฯ ให้บริการระบบเกมสลาก โครงการสลากกินแบ่งออนไลน์  โดยคดีดังกล่าว บริษัทล็อกซเล่ย์ฯ ได้ยื่นฟ้องสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อศาลปกครอง เรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 5,171,912,740 บาท กรณีที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทำให้บริษัทได้รับความเสียหายจากความล่าช้าของโครงการหวยออนไลน์  เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2554    ทั้งนี้ศาลให้เหตุผลว่า สัญญาข้อพิพาทดังกล่าว เป็นสัญญาอันมีลักษณะเป็นเอกสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายปกครอง ซึ่งเมื่อบริษัทล็อกซเล่ย์ฯ ทำสัญญากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลถือเป็นการยอมรับความเสี่ยงในกรณีไม่มีการจำหน่ายสลากจริง หรือมีการจำหน่ายสลากจริงแต่มีผู้ซื้อจำนวนน้อยหรือไม่มีผู้ซื้อสลาก หรือมีการเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดระยะเวลา 5 ปีตามสัญญา   แม้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะไม่ได้เป็นบอกเลิกสัญญา แต่สัญญาว่าจ้างนี้ถือเป็นที่สิ้นสุดก่อนครบสัญญานับแต่วันที่บริษัทล็อกซเล่ย์ฯนำคดีมาฟ้องต่อศาล การกำหนดค่าเสียหายซึ่งเป็นเงินลงทุนตามสัญญา โดยที่ยังไม่มีการจำหน่ายสลากกินแบ่งออนไลน์ด้วยเครื่องจำหน่ายสลาก จึงไม่สามารถทำได้   แต่เมื่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ชี้แจงว่า ในการจำหน่ายสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3ตัว และ2ตัว แบบเขียน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2546 -วันที่ 16 พ.ย.2549 รวม 80 งวด มีค่าจ้างบริษัทล็อกซเล่ย์ฯ บริการตามสัญญา เป็นเงินจำนวน 945,649,656 บาท ศาลจึงเห็นควรกำหนดจำนวนเงินดังกล่าวเป็นค่าเสียหายซึ่งเป็นเงินลงทุนตามสัญญาแก่ บริษัทล็อกซเล่ย์ฯ พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้นดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/apgh8j83Nws

 3,908
เศรษฐกิจ
15 มี.ค. 61

บอร์ด กสทช.มีมติชู 3 ประเด็นหลัก ยื่นอุทธรณ์ 'เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล'

พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรม กสทช. เปิดเผยผลการประชุมบอร์ด กสทช.ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ กสทช. ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีศาลปกครองกลางตัดสินให้บริษัท ไทยทีวี จำกัด ชนะคดี สามารถคืนใบอนุญาตประกอบกิจการได้ และ ให้กสทช. จ่ายเงินคืนกว่า 1,500 ล้านบาท โดยจะยื่นอุทธรณ์ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย   1. ในคำพิพากษา ได้มีการระบุว่า กสทช. ได้เปิดให้เอกชนเข้าร่วมการงาน ซึ่งหมายถึงการให้เอกชนเข้ามารับสัมปทานคลื่นความถี่ ซึ่งขัดกับเจตนารมย์ และอำนาจของ กสทช. เนื่องจาก กสทช. มีหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ และออกใบอนุญาตประกอบกิจการ เท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ของ กสทช. ในการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทาน ไปสู่ระบบใบอนุญาต   2. กรณีการขยายโครงข่าย(MUX) ที่บริษัททีวีไทย จำกัด อ้างว่า กสทช. ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา โดยยืนยันว่า มีหลักฐานชัดเจนว่า การขยายโครงข่าย MUX ตั้งแต่แรกเริ่มครอบคลุมพื้นที่ประชากรในสัดส่วน 50% และ มีการขยายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนในปัจจุบันได้เป็นไปตามเงื่อนไข คือครอบคลุม 95% ของพื้นที่ประชากรแล้ว   3.กรณีการจ่ายเงินคืนค่าใบอนุญาตคืน แก่บริษัท ไทยทีวี จำกัด นั้น ต้องชี้แจงว่า ตั้งแต่แรกเริ่ม ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการทั้งหมดอยู่แล้ว แต่การเปิดให้ชำระเป็นรายงวดนั้น เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเท่านั้น   ทั้งนี้จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมาย กสทช. ในการเตรียมเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อทำการยื่นอุทธรณ์ ตามกรอบเวลา 30 วัน อย่างไรก็ตามมองว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่บรรทัดฐานให้ทีวีดิจิทัลรายอื่นยื่นฟ้องตาม   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมกับผู้บริหารทีวีดิจิทัลในวันนี้ (15 มีนาคม 2561) ไม่เกี่ยวกับศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา แต่เป็นการนัดหมายล่วงหน้า และยังไม่สามารถบอกได้ว่าในการหารือพรุ่งนี้จะขอคืนใบอนุญาตได้หรือไม่ แต่จะเป็นแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยจะต้องทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งนายวิษณุ ไม่ตอบว่าจะเป็นการแก้กฎหมายหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d7iCQrm1Rak  

 6,725
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
14 มี.ค. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า 'เจ๊ติ๋ม' นำร่องชนะคดี สร้างบรรทัดฐานให้วงการทีวีดิจิตอล

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยประเด็นนางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย หรือเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทไทยทีวีจำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูล 2 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ช่อง Loca และ ช่องไทยทีวี ได้ยื่นฟ้องว่า กสทช. หลังจากมีคำสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ และให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย   ซึ่งล่าสุดเจ๊ติ๋ม ชนะคดีทีวีดิจิตอล หลังศาลปกครองกลาง ชี้ กสทช.ทำผิดสัญญา พร้อมให้คืนแบงค์การันตีกว่า 1,500 ล้านบาท   ซึ่งจากคำตัดสินดังกล่าวอาจสร้างบรรทัดฐานให้ช่องทีวีดิจิตอล 24 ช่องที่เหลือในปัจจุบัน อาจตัดสินใจคืนช่อง และฟ้องร้อง กสทช.เหมือนกรณีของเจ๊ติ๋ม ซึ่งอาจทำให้ในอนาคตอาจเหลือช่องทีวีดิจิตอลแค่ไม่กี่ช่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7nVkyR3hDys      

 8,916
เศรษฐกิจ
14 มี.ค. 61

'ติ๋ม ทีวีพูล' เฮ! ชนะคดีทีวีดิจิตอลยกแรก ศาลสั่งคืนเงินกว่า 1.5 พันล้าน เลขาธิการ กสทช.แฮปปี้ ช่วยชี้ทางออกให้ทีวีคืนช่อง

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาในคดีระหว่าง บริษัท ไทยทีวี จำกัด ของนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือรู้จักในชื่อ ติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่   โดยบริษัท ไทยทีวี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูล 2 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ ช่อง Loca และ ช่องไทยทีวี ยื่นฟ้องว่า กสทช. มีคำสั่งตามหนังสือที่ สทช 4010/5495 ลว. 12 ก.พ. 2559 เพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ เลขที่ B1-S20031-0024-57 และ B1-S20031-0017-57 และให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย   อ้างว่าผู้ฟ้องคดีไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนเลิกการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวตกเป็นโมฆะ เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้แจ้งยกเลิกใบอนุญาตและยุติการดำเนินการตามใบอนุญาตดังกล่าวไปก่อนแล้ว จึงเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีเสียหาย   ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บริษัทไทยทีวี ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เนื่องจาก กสทช. ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ประกาศเชิญชวนไว้ ดังนั้นเมื่อคู่กรณีบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงให้ กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ ที่ได้วางไว้คืนแก่บริษัทไทยทีวีด้วย ภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด ส่วนคำขออื่นศาลให้ยก   ทั้งนี้ เงินค้ำประกันจากธนาคารกรุงเทพ ที่บริษัทไทยทีวี นำมาวางไว้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี ในงวดที่เหลือ 4-6 มูลค่ารวมกว่า 1,075 ล้านบาท   โดยติ๋ม ทีวีพูล กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทไม่ใช่ไม่มีความสามารถในการบริหารธุรกิจ เป็นคนอ่อนแอ หรือไม่มีสายป่าน ขาดทุนแล้วเลิกกิจการ แต่ปัญหาคือสิ่งที่ กสทช.กำหนดมันไม่ได้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการด้วยซ้ำ ในประวัติการทำธุรกิจมา 30 กว่าปี ยังไม่เคยทำขาดทุนแม้แต่บาทเดียว มาตลอดชีวิต ทำไมจะมองธุรกิจไม่เป็น กลายเป็นคนที่อ่อนแอแล้วแพ้ไปได้ ทั้งที่ความจริงแล้วเรามีความสามารถ เรามีคนเก่ง   การสู้วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อประชาชน ซึ่งตอนนี้ช่องอื่น ๆ ก็ลำบากหมด บางคนครอบครัวแตกแยก ถึงขนาดเกือบฆ่าตัวตาย ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของ กสทช.ทั้งสิ้นถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง และแม้ว่า กสทช.ชุดที่อนุมัติเรื่องทีวีดิจิตอลจะพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น   อย่างไรก็ตามแนวทางจากนี้ บริษัทไทยทีวีจะยื่นอุทธรณ์เพิ่มต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และค่างวดที่2 ที่ได้ยุติการดำเนินการทีวีดิจิทัลไปแล้ว จึงไม่ควรเป็นหน้าที่ที่จะต้องจ่าย โดยจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน จากนี้   ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า พอใจกับคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการที่หาทางออกให้ผู้ประกอบการทีวีทุกช่อง ทาง กสทช.มองว่าเป็นหลักการที่ดีที่ผู้ประกอบการที่ต้องการจะคืนใบอนุญาตจะได้มีหลักการในการดำเนินการได้ สำหรับการอุทธรณ์คำวินิจฉัยบอร์ด กสทช.จะพิจารณาอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/69zZ7hZIiE4    

 11,474

Top