ค้นหา :

ผลการค้นหา "หมอ"

ต่างประเทศ
03 ก.พ. 61

พ่อเหยื่อถูกล่วงละเมิดสุดทนพุ่งตัวจะทำร้ายอดีตแพทย์ทีมยิมนาสติกสหรัฐฯ กลางศาล

เกิดเหตุวุ่นวายกลางห้องพิจารณาคดีในศาลเขต ในรัฐมิชิแกนของสหรัฐฯ  หลังคุณพ่อของลูกสาว 3 คน ที่ถูกอดีตนายแพทย์แลรี แนสซาร์ ประจำทีมยิมนาสติกสหรัฐฯ ล่วงละเมิดทางเพศ เกิดบันดาลโทสะ พุ่งตัวจะทำร้ายนายนาสซาร์ ผู้ต้องหา ที่นั่งอยู่กลางศาลเมื่อวานนี้ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถรวบตัวเขาลงไปนอนกับพื้นได้ทัน ก่อนจะถูกนำตัวไปนอกห้องพิจารณา เพื่อสติอารมณ์ และเมื่อกลับเข้ามาภายในห้องพิจารณาคดีอีกครั้ง เจ้าตัวได้กล่าวขอโทษและยอมรับว่าเขาควบคุมตัวเองไม่ได้          

 7,302
สังคม-อาชญากรรม
24 ม.ค. 61

ญาติไม่เชื่อ 'หมอลิต' ถูกยิงปมชู้สาว ยันเป็นคนดีไม่เคยขัดแย้งใคร คาดมือปืนอาจเสพยาจนหลอน

กาญจนบุรี-คืบหน้ากรณีนายทรงวุฒิ อุดม พนักงานพิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ประจำหน่วยแม่ละมุ่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก่อเหตุใช้อาวุธปืน เอชเค 33 อาวุธปืนประจำหน่วย ยิงนายชลิต จินตนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุขภาพตำบลปลายนาสวน จ.กาญจนบุรี เสียชีวิตขณะขับรถกระบะผ่าน   ต่อมาผู้ก่อเหตุอ้างว่าที่ลงมือยิง เพราะไม่พอใจที่ผู้เสียชีวิตมาติดพันกับภรรยาของตน จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เดินทางไปชี้จุดที่ใช้ในการซุ่มดูรถของผู้เสียชีวิต รวมถึงจุดที่ใช้ในการซุ่มยิง บริเวณริมถนนแม่ละมุ่น-ห้วยแม่ปลาสร้อย จากนั้น เดินทางไปชี้จุดที่เอาปืน ที่ใช้ในการก่อเหตุไปเก็บที่หน่วยรักษาป่าแก่งแคบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ   โดยในช่วงเกิดเหตุ ได้ยิงปืนเข้าไปใส่บริเวณห้องโดยสาร 2 นัด กระสุนถูกเข้าที่บริเวณแขนของนายชลิต ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่นายชลิต จะตัดสินใจเปิดประตูลงมาจากรถและถูกยิงซ้ำอีก 1 นัด จนกระเด็นตกลงไปเสียชีวิตอยู่ภายในร่องน้ำข้างถนนดังกล่าว หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวกลับมาที่สถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ ก่อนจะนำตัวส่งฝากขังต่อไป   อย่างไรก็ตามมีข้อมูลว่าตรวจพบฉี่สีม่สงของผู้ต้องหา และยังให้การวกวน ซึ่งที่ผ่านมาผู้ต้องหาเคยมีประวัติติดยาเสพติด เคยหลอนจนแทง จนท.กรมชลเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทำให้คาดว่าสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้อาจเกิดจากการเสพยาหนัก จนเกิดภาพหลอน   ด้านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยว่า นายทรงวุฒิ ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวตั้งแต่คืนวันที่ก่อเหตุแล้ว จากการสอบถามนายทรงวุฒิ ไม่ได้ให้การอะไร เพียงแต่พูดว่า “ผมพลาดไปแล้ว” แม้จะพยายามถาม แต่นายทรงวุฒิก็ไม่ได้ให้การอะไรเพิ่มเติม โดยปกติแล้วนายทรงวุฒิ เป็นคนดี ตั้งใจทำงาน เป็นที่ไว้เนื้อเชื้อใจของเจ้าหน้าที่ทุกคน ส่วนภรรยาของนายทรงวุฒิ ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัด และรู้จักกับนายชลิตด้วย   ทั้งนี้ยังไม่อยากปักใจเชื่อ แต่สถานการณ์แวดล้อมก็ชวนให้สงสัย อีกทั้งภรรยาของนายทรงวุฒิก็เป็นคนสวย และเป็นเจ้าของกิจการชื่อดังที่อยู่ในจังหวัด ทั้งนี้ ทราบว่านายทรงวุฒิและภรรยามีเรื่องระหองระแหงกันอยู่ แต่ตนไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตหรือไม่   ขณะที่บรรยากาศงานศพของนายชลิต เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัวและเพื่อนร่วมงานผู้เสียชีวิต โดยครอบครัวยืนยันลูกชายไม่เคยมีเรื่องกับใคร และไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับภรรยาผู้ต้องหา วอนเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ยอมรับอยากให้ถูกประหารตายตกไปตามกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tRYer0udH_o    

 11,469
ต่างประเทศ
19 ม.ค. 61

บังเอิญอะไรขนาดนี้! สาวรัสเซียโดนทำร้ายกลางไนท์คลับ พอไป รพ.เจอหมอดันเป็นคู่กรณีซะงั้น

มีรายงานในรัสเซีย เมื่อหญิงวัย 20 ปีรายหนึ่ง ถูกทำร้ายร่างกายในไนท์คลับ จากนั้นจึงได้ไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล   แต่ต้องตกใจเมื่อแพทย์ผู้ที่ทำการรักษา คือคนที่ทำร้ายร่างกายเธอในไนท์คลับนั่นเอง ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงและลงไม้ลงมือกันอีกรอบ โดยมีพยาบาลถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ขณะที่ทางหมอได้บอกว่าถูกผู้หญิงคนนี้ทำร้ายก่อนจะเกิดเหตุชุลมุนดังกล่าว อย่างไรก็ตามล่าสุดนายแพทย์คนนี้ได้ถูกไล่ออกแล้ว   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม A 20-year-old woman was assaulted at a nightclub. หญิงวัย 20 ปี ถูกทำร้ายในไนท์คลับ She was stunned when she found out that her doctor was her assaulter. เธอตกใจมากเมื่อรู้ว่าหมอเป็นคนทำร้ายเธอ This doctor has been let go. หมอคนนี้โดนไล่ออก let go = fired โดนไล่ออก      

 46,820
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 61

หมอยันไม่ได้ทารุณสุนัข ปัดทากาวหมาบลูด็อก แจงเป็นขี้เรื้อนเอง เชื่อถูกดิสเครดิต หลังเจ้าของฟาร์มเข้าแจ้งความ

เจ้าของฟาร์มหมาปอม Dog Lann Mark  จ.ชุมพร และเจ้าของฟาร์มเดอะเบส บูลด็อก จ.กรุงเทพ พร้อมด้วยตัวแทนจากเพจ Watch Dog Thailand เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ตร.สภ.หนองปรือ หลังมีนายแพทย์รายหนึ่งซื้อสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนไปเลี้ยง ผ่านไปประมาณ 4 เดือน ได้โทรมาแจ้งว่า ส่งสุนัขไม่ตรงกับภาพในปก ไม่เหมือนกับที่ตกลงกันไว้ ทางเจ้าของฟาร์มจึงยอมเปลี่ยนตัวใหม่ให้ แต่พอสุนัขตัวเก่าถูกส่งกลับมาพบว่า สุนัขถูกทารุณกรรมอย่างหนัก บริเวณใบหน้ามีการฉีดสารเคมีจนตาเกือบบอด และใช้สารเคมีกัดสีขน จนขนสุนัขได้รับความเสียหาย   อีกทั้งนายแพทย์คนดังกล่าวยังอ้างว่า ทางฟาร์มมีการย้อมสุนัขมาขาย ลักษณะเป็นการดิสเครดิต ทำให้ชื่อเสียงของฟาร์มเสียหาย นอกจากนี้นายแพทย์คนนี้เคยซื้อสุนัขพันธุ์บูลด็อก จากอีกฟาร์มซึ่งในภายหลังพบว่าสุนัขตัวดังกล่าว มีอาการผิดปกติ ใบหน้าผิดเพี้ยน คล้ายถูกกระทำการบางอย่าง เชื่อว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์เช่นเดียวกัน   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่คลินิกที่ถูกระบุว่า เป็นสถานที่ที่นายแพทย์คนดังกล่าวเคยปฏิบัติงานอยู่ ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งทางผู้จัดการคลินิกแจ้งว่าทางคลินิกว่าถูกยกเลิกสัญญาจ้างไปก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว   เนื่องจากระยะหลังนายแพทย์รายนี้มักชอบนำสุนัข มาเลี้ยงในพื้นที่คลินิก เมื่อกล่าวตักเตือนไปแล้วหลายครั้ง จนเริ่มมีปัญหาระหว่างกัน สุดท้ายทางคลินิกจึงตัดสินใจเลิกจ้างไป   ขณะที่ทางนายแพทย์คนดังกล่าวที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงว่าไม่เคยกระทำการทารุณใดๆต่อสุนัข แต่ยอมรับเคยนำสุนัขไปที่คลินิกจริง ยันไม่เคยทำร้ายหรือฉีดสารปลอมแปลงใดๆใส่หมาปอม ส่วนประเด็นย้อมขนนั้น ตนใช้สีสำหรับย้อมขนสุนัข ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด นอกจากนี้ก็ไม่เคยใช้กาวทาหน้าหมาบลูด็อก แต่หมาได้เป็นโรคขี้เรื้อนเปียก มีใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐาน เชื่อว่าทางคู่กรณีออกมาเพื่อดิสเครดิต ยันพร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจและต่อสู้คดีในชั้นศาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a31VmivKXLM    

 17,005
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 61

หมอปลีกวิเวก หลังวางมวยคนไข้กลางคลินิก พยานชี้นิสัยโผงผาง แพทยสภาเตรียมตรวจสอบจริยธรรม

ความคืบหน้ากรณีสองสามีภรรยา พาลูกชายวัย 3 ขวบ ไปรักษาผื่นที่ใบหน้า ที่คลินิก ย่านสะพานสูง แล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับแพทย์ประจำคลินิก ถึงขั้นลงไม้ลงมือ จนกลายเป็นคลิปที่ถูกแชร์อย่างมากในโลกออนไลน์   วานนี้(17 ม.ค.) ทีมข่าวลงพื้นที่คลินิกที่เกิดเหตุ ย่านสะพานสูง พบว่าแพทย์คนดังกล่าวไม่ได้มาทำงาน โดยพยาบาลของคลินิกเปิดเผยได้เพียงว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดใดๆได้ ส่วนแพทย์คนดังกล่าว ก็ลางานเป็นเวลา 2 วัน คือเมื่อวานนี้ (17 ม.ค.) ถึงวันนี้  โดยทางคลินิกเปิดมาได้เป็นเวลา 1 ปี เศษ แพทย์คนดังกล่าวก็ประจำที่คลินิกมาตั้งแต่เริ่มเปิด ซึ่งทางคลินิกก็สถานพยาบาลที่ รับผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์ 30 บาท ทำให้มีผู้ป่วยมาใช้บริการเฉลี่ยเกือบ 100 คนต่อวัน แพทย์ประจำคลินิกต้องดูแลคนไข้จำนวนมากเป็นประจำทุกวัน   ทีมข่าวได้ไปพูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับคลินิกดังกล่าว ชื่อนายศักดิ์ ทองสาย ให้ข้อมูลว่า คลินิกแห่งนี้มีผู้ป่วยมารอรับการรักษาเป็นจำนวนมากทุกวัน จนแถวยาวล้นออกมาด้านนอก และใช้เวลารอคิวตรวจค่อนข้างนาน เนื่องจากมีแพทย์ประจำไม่กี่คน   นายศักดิ์บอกว่า เคยเห็นเหตุการณ์ที่คนไข้มีปัญหากับแพทย์รายนี้หลายครั้ง บ่อยถึงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เนื่องจากแพทย์คนดังกล่าวเป็นคนไม่ยิ้มแย้ม และพูดจาโผงผางตรงไปตรงมา แต่ก็อยากให้สังคมเข้าใจแพทย์ด้วยว่า แต่ละวันต้องรักษาคนไข้จำนวนมาก ก็อาจจะมีความเครียดสะสม จึงทำให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับคนไข้บ่อยครั้ง   ด้าน พันตำรวจโท ปวิช นิลสุวรรณ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.บางชัน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ทั้ง 2 ฝ่ายได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ทางตำรวจได้นัดทั้งคู่มาให้ปากคำเมื่อวานนี้ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนออกไปก่อน โดยทางฝ่ายแพทย์ระบุว่า ต้องขอปรึกษาทนายความก่อน แล้วจะประสานทางพนักงานสอบสวน สน.บางชันมาให้ข้อมูลต่อไป   ขณะที่แพทยสภา ก็ได้ออกแถลงการณ์ ผ่าน facebook ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุใจความว่า   สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ขอแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งทางวาจา และการใช้กำลังประทุษร้าย สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม  แพทยสภาขอแสดงความเห็นใจและขอให้กำลังใจ ในการปฏิบัติงานที่ยากลำบาก ซึ่งต้องใช้ความพยายาม และอาศัยประสบการณ์ ในการควบคุมอารมณ์ เมื่อประสบกับสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตามขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมพึงปฏิบัติตามจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างเคร่งครัด   สำหรับกรณีที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแพทยสภาด้านการตรวจสอบทางจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาจะได้ดำเนินการต่อไป   ลงชื่อ นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ เลขาธิการแพทยสภา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aqiXS4pj3Yk    

 57,073
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

แพทยสภาสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีหมอทะเลาะคนไข้ย่านสะพานสูง

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภาเปิดเผยถึงกรณีคนไข้ทะเลาะวิวาทกับแพทย์กลางคลินิกย่านสะพานสูงว่า เบื้องต้นแพทยสภาสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของแพทยสภา ขณะที่พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงกรณีนี้ว่า คลิปที่เผยแพร่ออกมาทางเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าสาเหตุเกิดขึ้นเพราะอะไร จึงไม่อยากให้สังคมตัดสินไปก่อนว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก ซึ่งแนวทางการตรวจสอบเรื่องนี้ หากผู้ป่วยมองว่าแพทย์คนดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม สามารถร้องเรียนให้แพทยสภาตรวจสอบการทำงานและจริยธรรมของแพทย์คนดังกล่าว   สำหรับความเคลื่อนไหวของแพทย์รายดังกล่าว ทีมข่าวลงพื้นที่คลินิกที่เกิดเหตุ ซึ่งพยาบาลในคลินิกให้ข้อมูลว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ส่วนแพทย์ที่ปรากฎในคลิปก็แจ้งว่าลางานเป็นเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงพรุ่งนี้ พร้อมยอมรับว่าคลินิกแห่งนี้เป็นสถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้แต่ละวันมีผู้ป่วยมาใช้บริการเฉลี่ยเกือบ 100 คน ทำให้แต่ละวันแพทย์ต้องรักษาคนไข้จำนวนมาก สอดคล้องกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ให้ข้อมูลว่า สถานพยาบาลแห่งนี้รักษาผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้แต่ละวันจะมีผู้ป่วยมารอรับการรักษาต่อแถวยาวล้นออกมาด้านนอก และใช้เวลารอค่อนข้างนานเนื่องจากมีแพทย์ไม่กี่ราย   ด้านพันตำรวจโทปวิช นิลสุวรรณ รองผู้กำกับการสอบสวนสน.บางชัน เปิดเผยว่า เบื้องต้นเมื่อวานนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ และได้นัดทั้งคู่มาให้ปากคำวันนี้ แต่ล่าสุดทั้ง 2 ฝ่ายขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยทางแพทย์ระบุว่าจะขอปรึกษาทนายความก่อน แล้วจึงจะประสานทางพนักงานสอบสวน สน.บางชันมาให้ข้อมูลต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 8,040
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

เจ้าของฟาร์มร่วมมือวอทช์ด็อก จ่อแจ้งความหมอทารุณหมาปอม ชี้เคยก่อเหตุหลายครั้ง

ความคืบหน้ากรณีเจ้าของฟาร์มสุนัข DOG LANDMARK ที่ จ.ชุมพร ออกมาเปิดเผยว่า มีแพทย์คนหนึ่งได้ติดต่อขอซื้อสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนทางเฟซบุ๊กในราคา 1 แสนบาท แต่หลังจากนั้น 4 เดือนได้ส่งสุนัขกลับคืนมาโดยอ้างว่าเป็นสุนัขที่มีลักษณะไม่ตรงตามที่ตนโฆษณา และเมื่อได้รับสุนัขคืนมาตนก็พบว่าสุนัขตัวดังกล่าวมีร่องรอบถูกทารุณกรรมเต็มไปหมด   ล่าสุดเจ้าของฟาร์ม จะเดินทางไปพบ จนท.ของกลุ่มวอทช์ด็อกที่กรุงเทพฯ เพื่อพบกับผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่จะรวมตัวกันไปแจ้งความดำเนินคดีแพทย์คนดังกล่าวในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีกลุ่มผุ้เลี้ยงสุนัขพันธุ์บูลด็อก เคยโดนกระทำในลักษณะแบบนี้มาแล้ว แต่เมื่อนายแพทย์ผู้นี้ยอมจ่ายเงินค่าเสียหาย เรื่องก็เงียบไป แต่ในครั้งนี้จะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด   ส่วนสาเหตุที่นายแพทย์คนดังกล่าวทำเช่นนี้ อาจต้องการเป็นที่หนึ่ง หรือ เป็นที่ยอมรับในวงการค้าขายสุนัขในแต่ละประเภท อย่างกรณีสุนัขบูลด็อกก็เช่นเดียวกัน แต่ได้รับการต่อต้านจากกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขบูลด็อกจนต้องยอมแพ้ และหันมากระทำสุนัขปอมเมอเรเนียนแทน และเห็นว่าตนยังเด็กอีกทั้งเป็นคนยอมคนง่ายๆ จึงมีพฤติกรรมคำพูดข่มขู่ตนมาหลายครั้ง เช่น เคยประกาศว่า ไม่ว่าใครที่มาซื้อสุนัขจากฟาร์มของตน จะตามไปซื้อคืนมาทั้งหมด และจะไม่ให้ใครมาซื้อสุนัขจากฟาร์มของตนอย่างเด็ดขาด ซึ่งตนคงไม่ยอมแพ้อีกแล้ว และจะขอสู้ให้ถึงที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j7ocF4AWyIU    

 5,014
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ม.ค. 61

คลิปเดือดหมอ vs คนไข้วางมวยกลางคลินิก ฝ่ายคนไข้เผยโดนไล่ไปรักษาที่อื่น เหตุแค่ถามอาการลูก

ผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างคนไข้ กับ นายแพทย์คนหนึ่งในคลินิก โดยคลิปเป็นฝ่ายสามีภรรยาที่พาลูกมารักษา เป็นผู้ถ่ายเอาไว้ ตอนที่กำลังมีปากเสียงกับหมอจับใจความได้ว่า ฝ่ายสามีภรรยาถามอาการของลูกตน แต่แพทย์กลับบอกว่า หากไปถามคนอื่นมา แล้วเชื่อคนอื่น ก็ให้ไปรักษาที่อื่น ไม่ต้องมารักษาที่นี่  สามีภรรยาไม่พอใจที่แพทย์ใช้คำพูดไม่เหมาะสม จึงเกิดการปะทะคารม จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกันตามที่ปรากฎในคลิป   ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ สามี-ภรรยา ผู้ถ่ายคลิปดังกล่าว โดยฝ่ายภรรยาเปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตนพาลูกไปหาหมอที่คลินิกที่เกิดเหตุ ย่านสะพานสูง เนื่องจากลูกชายวัย 3 ขวบ มีผื่นแดงขึ้นที่แก้มทั้งสองข้าง  ที่ตัดสินใจไปที่คลินิกแห่งนี้เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน และเห็นว่าลูกไม่ได้เจ็บป่วยรุนแรง จึงไปใช้สิทธิ 30 บาท (ประกันสุขภาพถ้วนหน้า)  โดยตอนที่พาลูกเข้าไปตรวจ สามีนั่งรออยู่นอกห้องตรวจ   ตอนที่เข้าไปตรวจ ก็เล่าอาการให้หมอฟังว่าลูกมีผื่นขึ้น ตนหาข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ต สงสัยว่าจะเป็นกลากน้ำนม จึงถามหมอว่า ใช่กลากน้ำนมหรือไม่  ตอนนั้นหมอไม่ได้มองผื่นที่หน้าลูกแม้แต่นิดเดียว กลับหันมาตะคอกใส่ตนว่า “ถ้าถามคนอื่นมาแล้วเชื่อคนอื่น ก็ไปรักษาที่อื่น ไม่ต้องมารักษาที่นี่  ไป !!”   ตอนนั้นตกใจที่หมอพูดแบบนี้ออกมา แต่ก็ยอมออกมาจากห้องโดยไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่หมอยังตามออกมานอกห้อง พูดอีกว่า “นี่มันสิทธิ 30 บาท ถ้าจะรักษาตามอำเภอใจ ให้ไปรักษาที่อื่น”  สามีซึ่งรออยู่ข้างนอกได้ยินเข้า จึงเข้ามาถามว่าทำไมต้องพูดแบบนี้ จนลุกลามกลายเป็นเหตุการณ์ในคลิป   ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อหลายเดือนก่อน ตนเคยพาลูกไปรักษาไข้หวัดที่คลินิกนี้ กับหมอคนนี้มาแล้ว ตอนนั้นหมอหยิบเครื่องมือตรวจลำคอขึ้นมา แต่ไม่ได้บอกให้ลูกของตนอ้าปาก และไม่ได้บอกอะไรกับตน พอเห็นว่าเด็กไม่อ้าปาก ก็ด่าตนอย่างหยาบคายว่า “ถ้าผู้ปกครองเข้ามายืนทื่อแบบนี้ จะเข้ามาทำ..(คำหยาบ)..อะไร”  ตอนนั้นตนเข้าใจว่าหมออาจจะเหนื่อย จึงแสดงอารมณ์ออกมา ไม่ได้ติดใจอะไร แต่พอมาเจอเหตุการณ์ซ้ำสองอีก ยอมรับว่าทนไม่ไหวจริงๆ   หลังเกิดเหตุเมื่อวานนี้ พยาบาลที่คลินิกก็เข้ามาขอโทษ และบอกกับตนว่า หมอรายนี้มีพฤติกรรมแบบนี้ประจำ และมีกรณีพิพาทกับคนไข้ในลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว   ด้านสามี ซึ่งลงไม้ลงมือกับหมอในคลิป เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยอมรับผิดที่ใช้อารมณ์รุนแรง ยืนยันว่ายังไม่ได้ต่อยหมอ แค่กระชากเสื้อแล้วเกิดการชุลมุนเท่านั้น  ในมุมของตนมองว่า ไม่ว่าใครมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คงควบคุมอารมณ์ไม่ไหว ตอนแรกตนพยายามบอกหมอให้ออกไปคุยกันนอกคลินิก เพราะเกรงใจคนไข้คนอื่นๆที่นั่งรออยู่ แต่หมอไม่ยอมออก  และหมอยังบอกว่าตัวเองมีคลิปเหตุการณ์ทั้งหมด  ตนก็อยากให้หมอเอาคลิปที่ว่าออกมาเผยแพร่ เพื่อให้สังคมได้ฟังความทั้งสองข้าง และตัดสินกันไปเลยว่าใครถูกใครผิด อย่าฟังจากตนแค่ฝ่ายเดียว หรือไปถามจากคนไข้รายอื่นๆที่เคยมารักษากับหมอคนนี้ก็ได้ ว่าเคยเจอเหตุการณ์อะไรมาบ้าง   หลังเกิดเหตุ ฝ่ายหมอบอกว่าจะแจ้งความ ดำเนินคดีกับตน ซึ่งฝ่ายตนก็พร้อม อยากให้เรื่องดังกล่าวไปตัดสินกันด้วยกระบวนการยุติธรรม   ทีมข่าวพยายามติดต่อไปยังนายแพทย์คู่กรณี ทั้งทาง facebook และทางโทรศัพท์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ เบื้องต้นทราบว่า นายแพทย์ได้ไปแจ้งความเอาผิด สองสามีภรรยาไว้แล้ว ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H5OXLbIB710

 45,304
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ม.ค. 61

เจ้าของฟาร์มโพสต์แฉ หมาปอมโดนนายแพทย์ย้อมสี ฉีดฟิลเลอร์จนหน้าเบี้ยว-ตาหวิดบอด ก่อนส่งคืนอ้างหมาไม่ตรงปก

เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักสุนัข เมื่อผู้ใช้ facebook ชื่อ Udomsak Sakulpradit โพสต์คลิปวีดีโอพร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า มีลูกค้าติดต่อซื้อสุนัขปอมเมอเรเนี่ยนของตนไป ผ่านไปหลายเดือนก็ส่งสุนัขกลับมาคืน อ้างว่าสุนัขสภาพจริงไม่เหมือนกับรูปที่ลงขายไว้ แต่ปรากฎว่าตอนที่รับคืนมา สุนัขอยู่ในสภาพสะบักสะบอม แพ้สารเคมี จนตาเกือบจะบอด     โดยผู้โพสต์ได้โพสต์คลิปวีดีโอหลายคลิป   คลิปแรกเป็นสภาพของสุนัขก่อนที่จะขายให้ลูกค้ารายนี้ ถ่ายเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 60 ในคลิปจะเห็นว่าสุนัขร่าเริงแข็งแรงตามปกติ  ก่อนที่คลิปต่อมาอีก 3 คลิป จะเป็นภาพตอนที่รับสุนัขกลับมาคืน เมื่อวันที่ 31 พ.ย. พบว่าสุนัขอยู่ในสภาพบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณดวงตา   วานนี้(15 ม.ค.)ผู้สื่อข่าว จ.ชุมพร เดินทางไปที่ ฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัข ชื่อ DOG LANDMARK ที่อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้พูดคุยกับผู้โพสต์ ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์ม ชื่อ นายอุดมศักดิ์ สกุลประดิษฐ์ อายุ 31 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ตนได้รับการติดต่อจากนายแพทย์ท่านหนึ่งใน กทม.ผ่านทางเฟซบุ๊ก ขอซื้อสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เพศผู้ อายุ 2 ปี 1 ตัว ตนจึงถ่ายวีดีโอสุนัขตัวที่จะขาย ส่งไปให้นายแพทย์คนดังกล่าวดูจนพอใจ ตกลงซื้อขายกันราคา 1 แสนบาท   หลังซื้อขายกันเสร็จ ผ่านไปประมาณ 4 เดือน นายแพทย์คนดังกล่าวโทรมาต่อว่า ระบุว่าตนส่งสุนัข “ผิดปก” ไปให้ คือไม่ลักษณะเหมือนกับที่ตกลงไว้ทั้งสีขน และลักษณะร่างกาย ตนก็พยายามอธิบายว่า สุนัขเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็เปลี่ยนไปตามลักษณะเฉพาะของสุนัขแต่ละตัว แต่เมื่อลูกค้าต่อว่าหนักๆ ตนก็ยอมเปลี่ยนสุนัขตัวใหม่ไปให้ ภายในวันนั้นทันที พร้อมรับสุนัขตัวเดิมกลับคืน   แต่เมื่อรับสุนัขกลับมาที่ฟาร์ม พบว่าสุนัขตัวดังกล่าวถูกทารุณกรรมอย่างหนัก เช่น มีการฉีดสารเคมีทั่วทั้งใบหน้า ทำให้เนื้อบริเวณปากทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน ใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป ตาเป็นฝ้าจนมองแทบไม่เห็น เกิดสารตกค้างใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตา บริเวณลำตัวมีการใช้สารเคมีกัดสีขน จนขนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้สุนัขไม่สามารถวิ่งหรือเดินได้ตามปกติ เมื่อวิ่งก็จะวิ่งไปชนสิ่งต่างๆ เนื่องจากความผิดปกติของตา ไม่สามารถรับแสงสว่างได้ จึงได้พยายามรักษาจนดีขึ้น   หลังจากนั้น ตนก็ได้ข้อมูลจาก เพื่อนๆในเฟซบุ๊กว่า นายแพทย์คนดังกล่าวมีพฤติกรรมทรมานสุนัขมาแล้วหลายตัว บางตัวถึงกับตายก็มี โดยหมาปอมตัวนี้ถูกนำมาทดลองฉีดฟิลเลอร์ จนใบหน้าบิดเบี้ยวและเป็นอันตรายต่อดวงตา นอกจากนี้ยังมีสุนัขพันธุ์บูลด็อกตัวหนึ่ง เคยถูกทรมานจนตายมาแล้ว บางตัวถูกทากาวบริเวณใบหน้าเพื่อทำให้เกิดรอยย่นมากขึ้น จนสุนัขมีใบหน้าเปลี่ยนไป สุดท้ายตนทนไม่ไหว จึงนำเรื่องราวมาโพสต์เตือนภัยทาง facebook   นายอุดมศักดิ์บอกอีกว่า นายแพทย์คนดังกล่าวจะซื้อสุนัขไปผสมพันธุ์เพื่อขาย สุนัขที่ซื้อจากตนไปนานถึง 4 เดือน เมื่อผสมพันธุ์เสร็จแล้ว น่าจะเห็นว่าสุนัขตัวดังกล่าวหมดประโยชน์ จึงหาทางเปลี่ยนสุนัขตัวใหม่ โดยอ้างว่าสุนัขมีอาการผิดปกติ แล้วส่งคืนมายังฟาร์ม หลังจากปรึกษากับพี่น้องที่ร่วมกันทำฟาร์ม เห็นว่าน่าจะเป็นการจงใจทำลายชื่อเสียงฟาร์มของตน จึงติดต่อไปยัง “ว็อทซ์ด็อก ไทยแลนด์” เพื่อหาทางเอาผิดกับนายแพทย์คนดังกล่าวต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a_P09vgyNy4    

 107,129
สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 61

สธ.ยอมถอย! สั่งยกเลิกประกาศห้ามชาร์จแบตมือถือ ในสถานที่ราชการ

จากกรณีมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ห้ามชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก   ล่าสุด วันที่ 7 มกราคม นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าขณะนี้ได้ลงนามประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2561 เรื่องยกเลิกมาตรการป้องกันกรณีใช้ทรัพย์สินของทางราชการลงวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมาตรการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ที่หลายคนกังวล โดยหลังจากยกเลิกแล้ว ก็จะนำกลับมาทบทวนโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าประกาศเรื่องดังกล่าวจะออกมาเป็นเช่นใดต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ER2Vw6qwchs  

 9,622
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 60

พ่อแม่ร้อง รพ.ปล่อยลูก 5 ขวบรอข้ามวัน ก่อนผ่าตัดบอกไส้ติ่งแตก แต่หลังผ่าบอกลำไส้เน่า สุดท้ายลูกตายไม่รู้สาเหตุ

ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะได้รับแจ้งว่า มีเด็กชายวัย 5 ขวบเสียชีวิตที่โรงพยาบาลประชาพัฒน์ เขตราษฎร์บูรณะ โดยทางผู้เป็นแม่เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ที่25ที่ผ่านมาตนได้ไปปลุกลูกชายให้อาบน้ำแต่งเตรียมตัวไปโรงเรียน แต่ลูกชายบอกว่าปวดท้องอย่างหนัก ตนจึงไปซื้อยาธาตุน้ำขาวมาให้ทานเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและคอยดูอาการเรื่อยมา   โดยระหว่างที่ดูอาการลูกชายทานอาหารไม่ได้เลย มีการอาเจียนออกมาตลอด จนกระทั่งเวลาตีหนึ่งกว่าๆลูกชายได้ลุกขึ้นมาสำรอกเป็นน้ำสีดำปนเลือด ทำให้พ่อแม่นำลูกส่งโรงพยาบาลประชาพัฒน์ ใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท   เบื้องต้นแพทย์ได้รับตัวไว้แล้วทำการฉีดยาและให้น้ำเกลือเพื่อดูอาการ ระบุว่าลูกชายไส้ติ่งแตกต้องทำการผ่าตัดในเวลาเที่ยง ทำให้พ่อแม่มีความกังวลมาก แต่ก็ยอมทำตามที่แพทย์สั่ง แต่จนถึงเวลาเที่ยงวันก็ไม่เห็นแพทย์มารับลูกตนไปผ่าตัดโดยที่ไม่รู้สาเหตุ   จนกระทั่ง 4 โมงเย็น จึงได้มารับลูกชายเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งผลของการผ่าตัดทางแพทย์บอกว่าหลังผ่าตัดไม่พบไส้ติ่งแตกแต่พบว่าลำไส้เน่าจำเป็นต้องตัดทิ้งและเมื่อผ่าตัดเสร็จได้พาเข้าไปรักษาต่อภายในห้องไอซียู จนกระทั่งเวลา 2 ทุ่มแพทย์ได้โทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว   ทำให้ทางครอบครัวติดใจในปมการเสียชีวิตว่า เกิดจากความล่าช้าของแพทย์และการวินิจฉัยของโรคผิด ซึ่งจนถึงวันเวลานี้ก็ยังตอบตนไม่ว่าเกิดจากอะไร โดยในเบื้องต้นขอทราบผลพิสูจน์ศพจากโรงพยาบาลเป็นที่แน่ชัดก็จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดกับทางโรงพยาบาลจนถึงที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับลูกชาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/587OVAobZ1A    

 321,190
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ธ.ค. 60

จวกยับ เพจอ้างตัวเป็นหมอชาวบ้าน กล่าวหาแม่เด็กกินของไม่ดีตอนท้อง ทำลูกเป็นมะเร็ง

เป็นอีกกรณีที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง โพสต์ภาพหน้าจอบทสนทนา ระหว่างผู้โพสต์ กับแอดมินของเพจ facebook เพจหนึ่ง ที่อ้างตัวเป็นหมอชาวบ้าน เรียกตนเองว่า “หมอนอกกะลา” ใช้การรักษาโรคแบบธรรมชาติบำบัด   ผู้โพสต์ปรึกษาเพจดังกล่าวว่าลูกของตน อายุแค่ 1 ขวบเศษ ป่วยเป็นมะเร็งต่อมหมวกไต ระยะที่ 4 อาการกำลังทรุดตัว ขอคำปรึกษาในการช่วยรักษาลูกสาวให้หายจากมะเร็ง แต่ทางเพจกลับตอบมาว่า วิธีธรรมชาติบำบัดของตนไม่สามารถช่วยได้ ยังไงก็รักษาไม่หาย และสาเหตุที่ลูกสาวของผู้โพสต์เป็นมะเร็ง ก็มาจากการที่ตัวผู้โพสต์ ชอบกินของหวาน นม เห็ด ขนมปัง นมถั่วเหลือง และโดยเฉพาะเนยเทียม ซึ่งอาหารเหล่านี้ ทำให้ลูกที่เกิดออกมาเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย   ผู้โพสต์จึงนำข้อความในแชทดังกล่าวมาโพสต์ ในทำนองเสียใจ ที่ตัวเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กินของไม่ดีเข้าไปจนเป็นต้นเหตุให้ลูกเป็นมะเร็ง   อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตจำนวนมาก เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ข้อมูลที่ทางเพจบอกกับแม่เด็ก เป็นข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความจริงอย่างมาก และการกินอาหารเหล่านี้ระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ใช่สาเหตุของโรคมะเร็งอย่างแน่นอน   นอกจากนี้ ยังมีการไปขุดคุ้ยเพจดังกล่าว ว่าเจ้าของเพจไม่ใช่คนที่มีความรู้ทางการแพทย์ ชอบเอาข้อมูลผิดๆมาเผยแพร่ อ้างว่าช่วยรักษาโรคต่างๆได้ เช่น ให้ผู้ป่วยมะเร็งกินน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง โดยการนำน้ำมะนาวมาผสมกับเบคกิ้งโซดา ผสมเกลือและน้ำเปล่า ดื่มเข้าไปช่วยปรับค่า PH ในร่างกายให้เป็นด่าง   แต่ก็เป็นที่เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า สูตรรักษาโรค ที่เพจดังกล่าวนำมาเผยแพร่ มีที่มาจากชายชาวอเมริกัน ชื่อ โรเบิร์ต โอ ยัง ที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับรักษาโรคร้ายด้วยน้ำด่าง แต่สุดท้ายพบว่าเป็นเรื่องลวงโลก จนถูกศาลตัดสินจำคุก ฐานประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาต ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา   ทีมข่าวพยายามติดต่อไปยังเพจดังกล่าว เพื่อขอคำชี้แจงจากเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด   ผู้สื่อข่าว จ.สงขลา ไปพูดคุยกับ นางอาวาติฟ นิแม อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดปัตตานี ผู้โพสต์ และแม่ของเด็กหญิงอันรีน สามา ที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมหมวกไต ระยะที่ 4 ตั้งแต่อายุได้ 10 เดือน ปัจจุบัน เด็กหญิงอันรีน อายุ 1 ขวบเศษ ยังรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ หลังจากแพทย์โรงพยาบาลปัตตานี ตรวจพบมะเร็ง ก่อนจะส่งมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์   โดยนางอาวาติฟ เล่าว่า เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เพื่อนๆ ที่รู้ข่าวอาการป่วยของลูกสาว แนะนำให้ตนรู้จักกับเพจดังกล่าว ทราบว่าเป็นเพจที่ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็ง จึงได้ส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือ ตอนแรกที่ได้คำตอบมาก็เสียใจมาก เข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกป่วยเป็นมะเร็ง แต่พอมาทราบความจริง ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ที่ไปหลงเชื่อเพจดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถือว่าตนหลงเชื่อ และส่งข้อความไปขอคำปรึกษาเอง   ตอนนี้ขออย่างเดียว คือขอให้ลูกหายเป็นปกติ ตอนนี้ครอบครัวลำบากมาก ที่ผ่านมามีผู้ใจบุญบริจาคเงินมาช่วยเหลือ แต่เงินก็หมดไปกับการรักษาลูก เพราะมีค่าใช้จ่ายที่เกินจากสิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่มากพอสมควร   ทีมข่าวยังสอบถามไปยัง นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็ก เปิดเผยว่า ทางกรมการแพทย์ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจากข้อมูลที่เพจดังกล่าวอ้างว่า อาหารต่างๆที่แม่กินเข้าไปทำให้เด็กเป็นมะเร็งนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะสารก่อมะเร็ง มักจะมาจากยาฆ่าแมลง, การได้รับรังสีบางอย่างระหว่างตั้งครรภ์ หรือเกิดจากกรรมพันธุ์   สำหรับโรคมะเร็งในเด็กนั้น ก็ถือว่าพบได้น้อย คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 1 ต่อ 10 เมื่อเทียบกับมะเร็งในผู้ใหญ่  ส่วนเรื่องของการรักษานั้น ก็สามารถรักษาให้หายได้ ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และการได้รับการรักษาที่ถูกต้อง   โดยเบื้องต้น ทางกรมการแพทย์ได้ออกเอกสารให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนเกี่ยวกับโรคมะเร็งในเด็ก ผ่านทาง facebook ของกรมฯ และเตรียมจะส่งไปยังสื่อช่องทางต่างๆต่อไปด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x8Z9tL-OKMs  

 17,996
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 60

จำนนต่อหลักฐาน! ว่าที่เจ้าบ่าวรับเป็นมือยิง 'หมอปอ' ก่อนวันวิวาห์ พบกิ๊กสาวขับรถมาส่ง-รอรับหลังก่อเหตุ

ชุมพร-เกิดเหตุ น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส อายุ 25 ปี หรือ หมอปอ ทันตสาธารณสุข ประจำ รพ.สต.สลุย ถูกคนร้ายบุกเข้าไปในห้องพักแล้วยิงเข้าที่กลางอกเสียชีวิตคาบ้านพัก   จากการสอบสวนพบว่าวันเกิดเหตุ หมอปอ ไม่ไปทำงาน เพื่อนๆจึงไปเรียกที่บ้านพักพบว่าประตูล็อค แต่หน้าต่างมีรอยงัด มองเข้าไปในบ้านเห็นรอยเลือด จึงงัดบ้านเข้าไปพบศพ โดยพยานระบุในช่วงเวลาประมาณ หลังเที่ยงคืน ได้ยินเสียงปืน 1 นัด แล้วเงียบไป แต่เข้าใจว่า เป็นเสียงยางรถยนต์ระเบิด เนื่องจากติดถนนเพชรเกษม หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิด จึงพบว่าในช่วงก่อน 1นาฬิกา มีผู้ชายรูปร่างท้วมสูงประมาณ 165 ซม. สวมใส่ไอ้โม่งเดินเข้าในเขต รพ.สต.หลังจากนั้น ประมาณ 20 นาทีชายคนดังกล่าวก็เดินออกจาก รพ.สต.สลุย สันนิษฐานว่าคนร้ายคงเข้ามาที่ห้องพัก แล้วไปขยับกล้องวงจรปิด งัดหน้าต่าง ปีนเข้าไปในบ้าน ก่อนใช้ปืนลูกซองสั้นจ่อยิงระยะเผาขนที่กลางหน้าอก และหลบหนีไป   ส่วนสาเหตุการสังหารในครั้งนี้ สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ตายกำลังจะแต่งงาน ในวันที่ 24 ธค.60 ได้มีการแจกการ์ดเชิญแขกเหร่อมากมาย ทั้งในเฟซบุ๊กก็ลงภาพพรีเดดิ้งและการ์ดแต่งงานอย่างสวยงาม ส่วนแฟนหนุ่มชื่อว่าเก่ง เป็นพนักงาน กฟภ.อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งคนทั้งคู่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่ยังวัยรุ่น สมัยเรียนมัธยมด้วยกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ตายจับได้ว่าแฟนหนุ่มมีกิ๊ก ทำให้ทั้งคู่มีการทะเลาะเบาะแว้งติดต่อกันมาหลายวัน จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์สังหารนี้ขึ้น   ด้านพ่อของผู้ตายระบุ ลูกสาวเป็นคนที่เรียนหนังสือเก่งตั้งแต่เด็กๆ ขยันมีความตั้งใจสูง และเป็นคนดี รักพ่อรักแม่และครอบครัว จนสามารถสอบเข้าเรียนทันตกรรมและสอบเข้าทำงานได้ ที่ผ่านมาก็นำแฟนหนุ่มมาที่บ้านบ่อยจนกระทั่ง ตกลงจะแต่งงานกัน ใน ไม่กี่วัน แต่เมื่อไม่นาน ลูกสาวเคยปรึกษา เรื่องพฤติกรรมของแฟนหนุ่มที่มีกิ๊ก จนกระทั่งลูกสาวเคยไปเห็นกับตาตนเอง จนต้องโทรมาหาพ่อ พร้อมด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่าง แต่เมื่อถามก็ ไม่ยอมรับ เล่าให้พ่อฟังแต่เพียงว่า ทะเลาะกับแฟนหนุ่มเท่านั้น   ในเวลาต่อมา ทาง ตร.นำตัวแฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบสวน เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ก่อนจำนนต่อหลักฐานและยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้สังหารแฟนสาวด้วยตัวเอง เนื่องจากฝ่ายหญิงจับได้ว่ามีกิ๊ก จึงมีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุได้กินเหล้าจนเมา อ้างยิงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่จนท.ไม่ปักใจเชื่อ เพราะมีการเตรียมการมาอย่างดี ทั้งปืน หมวกไหมพรม และปัดกล้องวงจรปิดก่อนงัดห้องไปก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากิ๊กสาวของมือปืนเป็น จนท.ระดับสูงในที่ทำงานเดียวกัน เป็นคนขับรถมาส่งฝ่ายชายและรอรับเมื่อก่อเหตุเสร็จ ซึ่ง ตร.จะสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SjNCOhc_rLM  

 166,269
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ย. 60

นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินฯ ยืนยันหากทำ cpr อย่างถูกวิธี ไม่กระทบตับ-ม้าม

จากกรณีครอบครัวของ นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ชลบุรี ว่ามีประเด็นสงสัยเกี่ยวกับ ตับ และม้าม ที่มีเลือดคั่งว่าเกิดจากอะไร เพราะตับและม้ามห่างจากบริเวณจุดที่ทำ CPR นั้น   ทีมข่าวสอบถามเรื่องผลกระทบจากการ CPR กับ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย บอกว่า การทำ CPR คือการกู้หัวใจ และปอด ให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง ด้วยการปั๊มหัวใจ โดยการวางมือตรงกลางหน้าอก แล้วกดลงไปเพื่อกระตุ้นหัวใจให้ขับเลือดออกไปเลี้ยงสมอง และส่วนต่างในร่างกาย โดยการปั๊มหัวใจจะไม่ยกมือออกจากหน้าอก เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระแทก    ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์ บอกอีกว่า แต่หากปั๊มหัวใจแรงเกินไป ก็อาจทำให้กระดูกหน้าอก ที่เชื่อมต่อกับกระดูกซี่โครงอาจเคล็ด เคลื่อน หรือหักได้ โดยเฉพาะในคนสูงอายุ เนื่องจากคนสูงอายุกระดูกจะแข็ง และเปราะกว่าวัยรุ่น   ส่วนตับกับม้าม ถ้าทำ CPR อย่างถูกวิธีก็จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะตับอยู่ใต้ชายโครงขวา ม้ามอยู่ชายใต้โครงซ้าย ซึ่งอยู่ห่างกับหัวใจ แต่ถ้าทำ CPR ผิดวิธี วางมือผิดจุด ก็ทำให้ได้รับผลกระทบได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DOG9PNDPGWc    

 4,561
บันเทิง
28 พ.ย. 60

'ตูน บอดี้สแลม' ทำสถิติวิ่งทะลุ 1 พันกิโล เปิดคอนเสิร์ตขอเสียงกรี๊ดชาวประจวบฯให้หมอ-พยาบาล

ประจวบคีรีขันธ์-ตูน บอดี้สแลม ทำสถิติวิ่งผ่าน 1 พันกิโลเมตร จากภารกิจวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว โดยเมื่อวานได้ออกสตาร์ทจากอนุสาวรีย์วีรชนกองบินห้า มุ่งหน้าตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เส้นทางผ่านตัวเมืองประจวบ ได้มีภาพอันน่าประทับใจบริเวณลานสนามบิน กองบิน 5 โดยเก็บภาพนาทีที่เครื่องบินโจมตีธุรการ AU23 พร้อมผืนธงชาติไทยขนาดใหญ่บินผ่าน ตูนและทีมงานก้าว โดยมีฉากหลังเป็นเขาล้อมหมวกซึ่งเป็นภูเขาที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดของกองบิน 5   จากนั้นตูนได้วิ่งออกจากกองบิน 5 เข้าสู่ถนนพิทักษ์ชาติ เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ปรากฏว่าประชาชนชาวประจวบคีรีขันธ์ ทุกเพศทุกวัย นับ 10,000 คนยืนรอต้อนรับและร่วมบริจาคเงินตลอดสองข้างทาง โดยส่งเสียงกรี๊ดและเชียร์ตูนจนเสียงดังกระหึ่มตลอดเส้นทางวิ่ง คล้ายปิดเมืองเพื่อต้อนรับตูน ทำให้บรรยากาศสุดคึกคัก โดยทักทายและ เปิดใจกับชาวประจวบคีรีขันธ์ว่า   "ตนเองรู้สึกอบอุ่นที่ชาวประจวบคีรีขันธ์จำนวนมากมารอต้อนรับ ทำให้นึกถึงบรรยากาศที่เคยวิ่งเพื่อโรงพยาบาลบางสะพานเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งก็มีชาวประจวบคีรีขันธ์มารอต้อนรับจำนวนมากเช่นนี้ ขอบคุณที่ชาวประจวบเห็นด้วยกับโครงการก้าว เพื่อระดมทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาล 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ไม่อยากให้ทุกคนลืมจุดมุ่งหมาย พวกเราทุกคน สาเหตุที่เรามารวมตัวกันไม่ใช่เทศกาลกรี๊ดศิลปินดารา แต่เรามากรี๊ด ให้กับคุณหมอและคุณพยาบาลทั่วประเทศ ตนเองวิ่งแค่ 55 วันพอเหนื่อยก็หยุด แต่หมอและพยาบาลทั่วประเทศยังคงวิ่งต่อไป ยังคงทำหน้าที่รักษาคนไข้ ซึ่งเป็นคนที่เรารัก   ทั้งพ่อแม่เรา ลูกเรา หลานเรา ดังนั้นเราจะเสียสละเพียงเล็กน้อยเพื่อพวกเขาไม่ได้หรือ เพื่อหาเครื่องมือแพทย์ดีดีมาใช้รักษาคนที่เรารักให้อยู่กับเราไปนั้นนาน แต่สิ่งสำคัญถึงแม้จะหาเงินเพิ่มอีกเป็นหมื่นล้านก็คงไม่เพียงพอหากเราไม่แข็งแรง สุขภาพไม่สมบูรณ์ เจ็บป่วย มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เราจึงควรหันมาดูแลสุขภาพออกกำลังกายเพื่อคนที่เรารัก เพื่อหมอและพยาบาลจะได้ไม่ต้องเหนื่อยจนเกินไป ใช้ชีวิตให้มีความสนุกและมีสุขภาพที่ดีกันทุกคน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/exKaJ6L9LSY    

 15,636

Top