ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฉลาก"

สังคม-อาชญากรรม
13 ต.ค. 60

สคบ.สรุปผลตรวจสารเคลือบฯ 'เมฆ มังกรบิน' พบฉลากเป็นเท็จ ไม่เพิ่มแรงม้า

ความคืบหน้ากรณี เมฆ มังกรบิน หรือ นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง เจ้าของผลิตภัณฑ์สารเคลือบเครื่องยนต์ ที่เป็นประเด็นว่ามีการโฆษณาเกินจริง และมีผู้ใช้งานบางส่วนออกมาอ้างว่าใช้แล้วทำให้เครื่องยนต์พัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ สคบ. ได้ยึดผลิตภัณฑ์ น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ มาตรวจสอบว่ามีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่นั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (12 ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) จัดประชุมคณะกรรมการฉลาก โดยในการประชุมมีการพิจารณาเรื่องผลิตภัณฑ์สารเคลือบเครื่องยนต์ของนายเกริกพล หลังส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ(Nano Tech) และสถาบันยานยนต์ เพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้บนฉลากหรือไม่  โดยนายเกริกพลพร้อมด้วยกลุ่มตัวแทนที่ใช้สารเคลือบเครื่องยนต์ได้เดินทางมารอฟังผลทดสอบ แต่ก่อนที่การประชุมจะแล้วเสร็จ นายเกริกพลพร้อมด้วยกลุ่มตัวแทนได้เดินทางกลับทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน       โดย สคบ. สรุปผลการดำเนินการกรณี สารเคลือบเครื่องยนต์ ว่า  สคบ.ได้ส่งตัวอย่างให้ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (nano tech) และสถาบันยานยนต์ ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้ข้างกล่องหรือไม่ คือ สามารถเพิ่มแรงม้าได้ 19.5 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้ 18% เพิ่มอัตราเร่ง 14% ลดการสึกหรอ 90-98 % โดยทำการทดสอบกับเครื่องยนต์โดยการเติมสารแม็กซ์นาโนซูเปอร์ซีรี่ส์ ที่มีการผสมกับน้ำมันเครื่องแล้วลงสู่เครื่องยนต์แต่ละประเภท ทั้งรถจักรยานยนต์ รถเก๋ง และรถบรรทุก จากผลิตภัณฑ์ที่ สคบ.ได้ตรวจยึดมา   ผลปรากฎว่า ศูนย์นาโนเทค ทดสอบแล้วไม่สามารถพิสูจน์ได้เนื่องจากไม่ทราบสารที่เป็นองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อีกทั้งการระบุข้อความบนฉลากสินค้าที่ไม่ชัดเจนว่า โมเลกุลของสารใดในผลิตภัณฑ์เทียบกับโมเลกุลของน้ำมันเครื่องที่มีอนุภาคเล็กกว่า 500 เท่า จึงไม่สามารถวิเคราะห์โมเลกุลที่เล็กกว่าน้ำมันเครื่อง 500 เท่าได้   ขณะที่สถาบันยานยนต์ ทดสอบแล้วพบว่า สารเคลือบเครื่องยนต์ของนายเกริกพล ไม่ส่งผลต่อการเพิ่มแรงม้าของเครื่องยนต์ อัตราเร่ง และประหยัดน้ำมัน ส่วนของการมีผลต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์นั้น ไม่สามารถสรุปผลได้   ด้านคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก พิจารณาประกอบคำชี้แจงของผู้ประกอบธุรกิจ พบว่ามีความผิดโดยจัดทำฉลากสินค้าอันเป็นเท็จและบางส่วนไม่ถูกต้อง จึงออกคำสั่งให้เลิกใช้ข้อความบรรยายสรรพคุณดังกล่าวลงในฉลากผลิตภัณฑ์ และให้ผู้ประกอบธุรกิจแก้ไข้ข้อความฉลาก หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ทำการแก้ไขก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนประเด็นการหลอกลวงผู้บริโภคนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ต้องดำเนินการ โดยวันนี้นายเกริกพลเดินทางมาชี้แจงเรื่องของรายละเอียดที่ปรากฎบนฉลาก ซึ่งนายเกริกพล ยอมรับผลการตรวจและยินดีที่จะดำเนินการแก้ไข      ขณะที่ นายวรวุฒิ ก่อวงศ์พาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า การทดสอบเคลือบเครื่องยนต์ ใน 3 คุณสมบัติที่ระบุไว้ข้างกล่อง โดยก่อนเติมสารเคลือบ และหลังเติมสารเคลือบ ใช้ระยะทางวิ่งเฉลี่ย อยู่ที่ 35 กิโลเมตร มีการจำลองการขับขี่เหมือนสภาพในเมือง มีอัตราเร่ง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนกระทั่งไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สลับกันไป ซึ่งการทดสอบดังกล่าว เป็นการทดสอบอัตราการสิ้นเปลือง สำหรับการทดสอบอัตรากำลังและอัตราเร่ง จะอยู่ที่ความเร็วตั้งแต่ 50 ไปจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนสารเคลือบจะมีต่อผลเครื่องยนต์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของการทดสอบในระยะยาว     ด้าน นายจตุพร จัทรจิตร์ หนึ่งในผู้เสียหาย ที่วันนี้เดินทางมารอฟังผลทดสอบ และนำรายชื่อตัวแทนขายสารเคลือบเครื่องยนต์มายื่นให้ทาง สคบ. เอาผิดนั้น เปิดเผยว่า รู้สึกว่าผลทดสอบไม่ชัดเจน และไม่มีการแสดงผล หรือหลักฐานใดๆ ออกมาแสดงให้เห็น อีกทั้งตั้งแต่แรก สคบ. ไม่เคยมาถามตนว่าใช้อย่างไรรถถึงพัง ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องวิธีใช้ ทำไมถึงไม่พิจารณาเรื่องนี้ด้วย    ส่วนที่มีภาพปรากฎว่ามีการนำรถไปทดสอบ ตนสงสัยว่าทำไมถึงไม่เชิญผู้เสียหายไปดูด้วย แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามีการทดสอบกันจริง และก็ไม่มีภาพที่เทสารเคลือบเครื่องยนต์ใส่รถยนต์ปรากฎเลย     ทั้งนี้ทีมข่าวได้รับการเปิดเผยจากตัวแทน สคบ. ว่าการทดสอบสารเคลือบเครื่องยนต์ตลอดทุกขั้นตอนมีการบันทึกวิดีโอไว้ แต่ไม่สามารถนำออกมาเผยแพร่ได้ ซึ่งหลังจากนี้ทาง สคบ. จะออกแถลงรายละเอียดอีกครั้ง   ส่วนทางด้านคดีความ พ.ต.ท.ธราดล เหมรัตน์ รองผู้กำกับสอบสวน กอง 6 กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบผลการทดสอบอย่างละเอียด จากทาง สคบ. ซึ่งจะต้องประสานกับทาง สคบ. เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดีต่อไป                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/LKcp5qVt-aY

 12,459
ต่างประเทศ
16 พ.ย. 58

ตร.ซาอุฯ จับคนลักลอบขนเบียร์เข้าประเทศ หลังแปะฉลากน้ำอัดลมทับหวังตบตา

สำนักข่าว mirror  รายงานข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจของซาอุดิอาระเบียจับกุมการลักลอบขนเบียร์จำนวนถึง 48,000 กระป๋องเข้ามาในประเทศ หลังพยายามตบตาด้วยการนำฉลากของน้ำอัดลมยี่ห้อดังมาแปะทับ ระหว่างรถบรรทุกขนข้ามพรมแดนอัลบาทา แต่เจ้าหน้าที่ได้สังเกตพบความผิดปกติบางอย่างเข้า จนนำมาสู่การจับกุมในที่สุด     สำหรับซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศมุสลิมที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนไว้อย่างชัดเจน แต่ในกรณีนี้ไม่แน่ชัดว่าเจ้าของรถที่ถูกจับกุมตัวจะถูกตั้งข้อหาหรือดำเนินการอย่างไรบ้าง ขณะที่ภาพการจับกุมในครั้งนี้ได้แพร่กระจายไปในโลกโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างร้อนแรง   ภาพจาก www.mirror.co.uk คลิปวิดีโอจาก Youtube : NEWS24

 2,766
ประชาสัมพันธ์
29 ก.ย. 57

คาเฟ่อเมซอน จับฉลากมอบโชคทัวร์ประเทศบราซิล ท่องป่าอเมซอน ฉลองครบ 12 ปี

นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานการจับรางวัลจากแคมเปญ “Amazing Amazon มหัศจรรย์แดนแซมบ้า...ท่องป่าอเมซอน” ซึ่งจัดขึ้น เนื่องในโอกาสที่ ปตท. ได้เปิดดำเนินการร้านคาเฟ่ อเมซอน 12 ปี และเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริโภคที่สนับสนุนคาเฟ่ อเมซอนอย่างดีมาตลอด     โดยมีรางวัลคือทริปท่องป่าอเมซอน ประเทศบราซิล 6 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง และรางวัลคะแนนสะสม PTT Blue Card 50,000 คะแนน  อีก 120 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4.2 ล้านบาท ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 29 กันยายน 2557 ทางเวปไซต์  www.cafe-amazon.com และ www.facebook.com/cafeamazonbyptt     ทั้งนี้แคมเปญดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมา มีผู้สนใจส่งชิ้นส่วนเข้ามาร่วมรายการเกือบ 4 ล้านชิ้น และยอดขายในช่วงเวลาของแคมเปญเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าคาเฟ่ อเมซอนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคทุกท่านเป็นอย่างดี    

 3,969

Top