ค้นหา :

ผลการค้นหา "งานแต่ง"

บันเทิง
25 พ.ย. 62

ครูสาวควงว่าที่เจ้าบ่าวนักโปรแกรมเมอร์คว้ารางวัลงานแต่งในฝัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท 'อู๋ ธรรพ์ณธร’ ควงแฟนสาวร่วมแข่งด้วย

ครูสาววัย 30 ปี จับมือว่าที่เจ้าบ่าวนักโปรแกรมเมอร์ คว้ารางวัลงานแต่งในฝัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จากกิจกรรม “Eazy Running of the Brides ปีที่ 8 Love Infinity” ด้าน ‘อู๋ ธรรพ์ณธร’ ควงแฟนสาวร่วมแข่งชิงรางวัลด้วย     ไปกันที่การพิชิตงานแต่งในฝัน เพื่อจะได้แต่งงานกันแบบฟรีๆ  กับกิจกรรม “Eazy Running of the Brides ปีที่ 8 Love Infinity” ที่คลื่นเพลงสากลอันดับ 1 อีซี เอฟเอ็ม 105.5 จัดขึ้น ซึ่งปีนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีว่าที่บ่าว - สาวคว้าชุดแต่งงานพร้อมรองเท้าผ้าใบ มาร่วมปฏิบัติภารกิจ “วิ่งเพื่อรัก โรแมนติก ฟันรัน” กันมากถึง 150 คู่ และต้องปฏิบัติภารกิจทั้งหมด 7 ด่าน รวมระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรัก ความเร็ว ความเก่งด้านคณิตศาสตร์ ความสามัคคี และดวงด้วย   โดยคู่รักที่ทำภารกิจสำเร็จและจูงมือกันเข้าเส้นชัยเป็นคู่แรก ก็คือคู่ของ คุณครูสาววัย 30 ปี ‘คุณเกศรินทร์ จินดาหนา’ และว่าที่เจ้าบ่าวนักโปรแกรมเมอร์วัย 29 ปี ‘คุณภาณุภัทร วัชระสกุลชัย’ ซึ่งหลังจากเข้าเส้นชัย ว่าที่เจ้าบ่าวก็ถึงกับน้ำตาไหล ซึ่งคู่รักที่ชนะก็ได้แต่งงานแบบในฝันกันแบบฟรีพร้อมรับของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมสำหรับจัดงานแต่ง , ชุดแต่งงานคู่บ่าวสาว , แหวนเพชรคู่ , รวมถึงแพคเก็ตฮันนีมูนทั้งในและต่างประเทศด้วย    โดยงานนี้ก็ยังมีอดีตนักร้องดังเจ้าของเพลง “หัวใจกระดาษ” อย่าง ‘อู๋ ธรรพ์ณธร’ ก็ควงว่าที่เจ้าสาว ‘ครูเก๋า กรวิวรรณ์’ ที่คบหากันราว 2 ปี มาร่วมแข่งวิ่งเพื่อรักในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง ‘พี่อู๋’ ก็เปิดใจว่าแม้จะไม่ชนะ แต่ก็ยืนยันว่าปีหน้าแต่งแน่นอน !!! ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ฤกษ์ แต่คาดว่าน่าจะเป็นช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีหน้า    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DnG6w_u6YVA

 397
สังคม
04 พ.ย. 62

'งานแต่งสุดเก๋' เจ้าบ่าวช่างตัดผมกับข้าราชการครู ชาวตรัง

วันแต่งงานเจ้าบ่าวได้ลงมือเป็นช่างตัดผมให้กับเพื่อนเจ้าบ่าวบนร้านที่ทำขึ้นมาจากโครงรถบัสโดยทำสีผล 7 สี ซึ่งมาจากชื่อเล่นของเจ้าบ่าวที่ชื่อว่ารุ้ง และเดินทางไปบ้านเจ้าสาวกับเงินสินสอด 4แสนบาท เนื่องจากเจ้าสาวชอบสีเขียวก็ได้ตั้งใจจะเอาเงินไปแลกที่ธนาคารให้เป็นแบงค์สีเขียวทั้งหมด โชคไม่ดีได้ไม่ครบ ได้มาแสนเดียว อีก 3แสนแลกด้วยแบงค์ 50 และแบงค์ 100  

 2,617
ต่างประเทศ
16 ต.ค. 62

แขกเมาตีกันกลางงานแต่งอังกฤษ ชุลมุนพังเละไม่เป็นท่า

ภาพความวุ่นวายในงานแต่งแห่งหนึ่งที่จัดขึ้นในประเทศอังกฤษ พบว่าแขกที่มาร่วมงานเกิดเมาอาละวาดต่อยตีกันอุตลุด เปลี่ยนงานแต่งงานเป็นสมรภูมิเดือด ข้าวของในงานพังเสียหาย        

 2,081
บันเทิง
07 ต.ค. 62

สุดแซ่บ 'ใบเตย' นุ่งสั้น โชว์ ‘แน่นอก’ แดนซ์สนั่น after party งานแต่ง

งานแต่ง ใบเตย - ดีเจแมน สุดแซ่บ! เมื่อเจ้าสาวไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์นุ่งสั้น  โชว์ แน่นอก สนั่นงานแต่ง  ชาวเน็ตแซวเวอร์ไปมั้ยจัดงานแต่ง 10 ล้าน แถมสินสอดกว่า 45 ล้านบาท   เริ่มข่าวแรกวันนี้ ต้องขอแสดงความยินดีกับนักร้องลูกทุ่งสาวนุ่งสั้น ‘ใบเตย  สุธีวัน’ และ ‘ดีเจแมน พัฒนพล’ ที่เมื่อวานนี้ก็ได้ควงคู่กันเข้าสู่ประตูวิวาห์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   โดยบรรยากาศในช่วงเช้าก็ได้มีพิธีแห่ขันหมาก สวมแหวน และ รดน้ำสังข์ตามประเพณีแบบไทย ซึ่งเจ้าบ่าวก็ได้ยกสินสอดมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท มาสู่ขอ มีทั้งทองคำหนัก 45 บาท  ชุดเครื่องเพชร แหวนเพชร 5 กะรัต  รถยนต์ และ เงินสด ท่ามกลางความยินดีของทั้ง 2 ครอบครัว และ เพื่อนๆ บรรยากาศก็อบอวลไปด้วยความรักและความรอยยิ้มแห่งความสุข   และในช่วงค่ำ ทั้งคู่ก็ได้จัดฉลองแต่งงาน ที่ก็มีแขกผู้ใหญ่ และเพื่อนๆ มาร่วมงานกว่า 1,000 คน  จัดขึ้นในธีม “แสงของลมหายใจ” ซึ่งก็ได้ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาทในการจัดงาน    โดยก่อนจะเข้าสู่งานฉลองสมรส  ในช่วงบ่าย คู่บ่าว – สาว   ได้ควงกันมาให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อมวลชน   บอกว่า  บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข  ซาบซึ้งในคำอวยพรของผู้ใหญ่ถือเป็นความสิริมงคลในชีวิต และพ่อ-แม่ ก็ขอให้มีหลานไวไว   ซึ่ง ‘ดีเจแมน’ ก็บอกว่าอยากจะมีลูกทันที เพราะแม่ก็แก่แล้ว  ส่วน ‘ใบเตย’ เองก็บอกว่าขอเที่ยว ฮันนีมูนและเคลียร์งานก่อน จะเริ่มมีทายาทในเดือนมกราคมปีหน้า    ส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้น มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท ทั้งคู่ก็บอกว่าเป็นเลขมงคล ที่ใช้กันอยู่แล้ว และ ‘ดีเจแมน’ ก็บอกว่า เพื่อให้สมศักดิ์ศรีผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เป็นลูกกตัญู และตอนนี้ก็กำลังมองหาเรือนหอที่ถูกใจกันอยู่ คาดว่าจะได้ในเร็วๆนี้    พร้อมกับรอฤกษ์ที่ดีที่สุดเพื่อจดทะเบียนสมรสกัน โดย ‘ใบเตย’ ก็จะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของฝ่ายชาย ส่วนคำมั่นสัญญา ‘ดีเจแมน’ บอกว่าไม่ต้องมีเพราะตลอด 7 ปี ที่คบกันก็พิสูจน์ได้ และลบคำสบประมาทของคนไปได้ ส่วน ‘ใบเตย’ ที่ก็พูดทั้งน้ำตา ขอบคุณที่ทำให้มีวันนี้    ส่วนงานฉลองมงคลสมรสเมื่อคืนนี้  ช่วง After Party ต้องบอกว่า ‘ใบเตย’ ก็ไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ สั้นเสมอหู  มาในชุดแดนซ์เว้าขาสูง(มาก) พร้อมกับเจ้าบ่าว มาร้องเพลงสร้างความสนุกสนานให้กับแขกที่มาร่วมงาน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XuudHGC_Vbk

 21,166
สังคม-อาชญากรรม
02 ต.ค. 62

สาวร้องถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงาน หลังรู้จักวันเดียว ก่อนทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน

น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สาวชาวจ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดีว่า ถูกนายเท็น (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรูโดยจ้างออร์แกไนซ์มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน   อีกทั้งเช็คค่าสินสอดที่ฝ่ายชายให้เป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านได้หายไป โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป จึงเข้าปรึกษาทางด้านกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง   ผู้เสียหายเผยว่า เจอนายนัท เจ้าบ่าว เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นวันที่ 16 มี.ค.62 นายนัทได้ขอแต่งงาน ตนจึงได้ตกลงไปจดทะเบียนสมรสกันที่ เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 และจัดงานฉลองสมรสเมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ จ้างออร์แกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท, ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท, ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท, ค่าเครื่องดื่ม 5 หมื่นบาท, ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท            นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นจำนวน 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสด 1.6 ล้านบาทที่หายไป ระหว่างการจัดงานผู้จัดต่างๆ ได้ทวงค่าใช้จ่ายซึ่งตนต้องออกไปก่อนเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท   จนถึงขณะนี้นายนัทยังคงบ่ายเบี่ยงผลัดไปว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ในวันที่ 9 ก.ย.62 โดยก่อนหน้านี้ได้ผลัดมานับสิบครั้งแล้ว ตนเป็นห่วงว่าตนจะต้องมารับชำระหนี้สินทั้งหมด ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก ตนจึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 และมาร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2t8bY72-Eo

 86,844
สังคม
02 ต.ค. 62

สาวร้องถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงาน หลังรู้จักวันเดียว ก่อนทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน

น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สาวชาวจ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดีว่า ถูกนายเท็น (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรูโดยจ้างออร์แกไนซ์มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน   อีกทั้งเช็คค่าสินสอดที่ฝ่ายชายให้เป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านได้หายไป โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป จึงเข้าปรึกษาทางด้านกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง   ผู้เสียหายเผยว่า เจอนายนัท เจ้าบ่าว เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นวันที่ 16 มี.ค.62 นายนัทได้ขอแต่งงาน ตนจึงได้ตกลงไปจดทะเบียนสมรสกันที่ เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 และจัดงานฉลองสมรสเมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ จ้างออร์แกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท, ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท, ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท, ค่าเครื่องดื่ม 5 หมื่นบาท, ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท            นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นจำนวน 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสด 1.6 ล้านบาทที่หายไป ระหว่างการจัดงานผู้จัดต่างๆ ได้ทวงค่าใช้จ่ายซึ่งตนต้องออกไปก่อนเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท   จนถึงขณะนี้นายนัทยังคงบ่ายเบี่ยงผลัดไปว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ในวันที่ 9 ก.ย.62 โดยก่อนหน้านี้ได้ผลัดมานับสิบครั้งแล้ว ตนเป็นห่วงว่าตนจะต้องมารับชำระหนี้สินทั้งหมด ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก ตนจึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 และมาร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2t8bY72-Eo

 86,844
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ค. 61

เจ้าสาวโดนเท แฉโดนผู้หญิงใหม่บอก 'ระวังหม้ายขันหมาก' ฝั่งเจ้าบ่าวอ้างหมดรักแล้ว รับมีสัมพันธ์ด้วยแต่ถุงยางรั่ว

จากกรณีโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปที่ถ่ายจากงานแต่งงานแห่งหนึ่งที่ จ.ราชบุรี เจ้าสาวในชุดเจ้าสาวออกมาพูดผ่านไมโครโฟนบนเวที ขออภัยแขกที่มาร่วมงาน เพราะเจ้าบ่าวไม่มางานแต่ง ทำให้งานแต่งงานมีอันต้องยกเลิก ท่ามกลางแขกจำนวนมากมาร่วมยินดีในงาน   ต่อมามีการเปิดภาพพรีเวดดิ้งของเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ที่ได้ถ่ายไว้ก่อนงานแต่งงาน โดยชาวเน็ตได้พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีรายงานว่าฝ่ายสาวอายุ 26 ปี ขณะที่ฝ่ายชายอายุ 18 ปี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น       ล่าสุดเจ้าสาว หรือมะนาว อายุ 26 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนทำงานอยู่บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง จึงทำให้รู้จักกับอาของฝ่ายชายที่ทำอู่ซ่อมรถ แต่งรถ และต่อมาฝ่ายชายเป็นคนทักมาหาตนก่อนทางเฟซบุ๊ก บอกว่าทะเลาะกับอากำลังเดือดร้อน ขอยืมเงินก่อนแล้วจะเอามาคืนให้ ด้วยความที่ตนรู้สึกสงสารจึงให้ยืม ช่วยเหลือมาประมาณ 2-3 ครั้ง จึงนัดเจอกันสุดท้ายก็คบหากันประมาณ เม.ย.   ซึ่งก่อนที่จะคบกันตนได้ถามย้ำฝ่ายชายไปแล้วว่ามีใครอยู่ก่อนหน้าหรือเปล่า แต่ฝ่ายชายก็ยืนยันว่าไม่มีใคร จึงทำให้ตัดสินใจคบกัน มาได้ประมาณ 4 เดือน จากนั้นรอบเดือนตนไม่มา จึงไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ปรากฏว่าตนท้องและได้บอกกับฝ่ายชายไป วินาทีนั้นตนบอกแบบไม่อายเลยว่าคิดจะปทำแท้ง แต่ฝ่ายชายก็บอกว่าจะรับผิดชอบตนกับลูกในท้อง และจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอตามประเพณี   โดยมีการตกลงค่าสินสอดกันที่ 2 แสนบาท กับทองอีก 4 บาท ซึ่งตอนที่มีการสู่ขอ ตกลงแต่งงานกันนั้น ตนกับฝ่ายชายยังไม่ได้มีการเลิกรากันแต่อย่างใด แต่ช่วงก่อนที่จะมีการถ่ายพรีเวดดิ้ง ตนก็มารู้ว่าฝ่ายชายมีผู้หญิงคนใหม่ ตนก็ทำใจมาแล้วพอสมควรและขอแค่ให้ฝ่ายชายมาแต่งงานตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้นก็พอ ตนไม่ขออะไรมากขอแค่งานมันยังดำเนินต่อไปเพราะครอบครัวของตนได้ทำการดำเนินการจัดงานไปจนเสร็จหมดแล้ว และวันที่ 7 ก.ค. วันนัดถ่ายรูปฝ่ายชายเองก็มาตามนัด แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีก     กระทั่งวันที่ 21 กรกฎาคม 61 ทางญาติฝ่ายชายได้โทรมาหาพร้อมบอกว่าไม่มีเงิน ทางด้านครอบครัวของตนจึงไปที่บ้านของฝ่ายชายเพื่อคุยตกกันอีกครั้ง โดยที่ทางญาติของฝ่ายชายบอกว่าไม่มีเงิน แต่ปู่ของฝ่ายชายนั้นบอกว่ามีอยู่ 6 หมื่นบาทแค่นั้น ทางญาติตนก็ได้ตกลงเดี๋ยวส่วนที่เหลืออีก 1 แสน 4 หมื่นบาทจะจัดการเอง ซึ่งความจริงแล้ววันที่ครอบครัวของตนไปถอนเงินที่ธนาคารก็ถอดออกมา 2 แสนบาท เผื่อไว้เพราะงานจะเริ่มในอีก 1 วันกลัวฝ่ายชายหาไม่ทัน ตนหวังเพียงแต่ให้เจ้าบ่าวมาแต่งงานเท่านั้น   ตนรอฝ่ายชายตั้งแต่ตี 2 ถึง 7 โมงเช้า แต่ก็ไม่มาแต่งตัว และไม่มาเข้าพิธี จึงฉุกคิดขึ้นได้ว่าก่อนหน้าที่จะแต่งงานผู้หญิงคนใหม่ของฝ่ายชายได้มีการส่งข้อความมาหาตนในเฟซบุ๊กว่า “ระวังนะ ระวังจะหม้ายขันหมาก”  ส่วนตัวก็ไม่คิดเลยว่าฝ่ายชายจะทำแบบนี้ เพราะแค่ฝ่ายชายมาเข้าพิธีตามกำหนดการให้เรียบร้อยทุกอย่างก็จบ แต่ทำไมถึงไม่มา และไม่ได้มีการติดต่อมาแต่อย่างใด   เจ้าสาวยังบอกอีกว่า กรณีที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายออกมาพูดผ่านโลกออนไลน์ว่ามีการป้องกันตลอด ไม่ทางที่ตนจะท้องได้ และที่หนีงานแต่งก็เพราะว่าถูกทางครอบครัวตนบีบเรื่องเงินค่าสินสอดนั้น ตนขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่เป็นความจริง ไม่ได้มีการป้องกันอย่างที่ฝ่ายชายบอก และยืนยันว่าลูกในท้องเป็นลูกของฝ่ายชาย ตัวฝ่ายชายเองก็รับรู้มาตลอด เป็นคนบอกกับตนด้วยซ้ำว่าจะรับผิดชอบแต่ทำไมถึงพูดออกไปแบบนี้ตนก็ไม่ทราบ ถ้าจะให้ตรวจ DNA ตนก็พร้อมตรวจ   ส่วนเรื่องที่ค่าสินสอดทางฝ่ายตนไม่เคยไปบีบคั้นอะไรใดๆเลย ขอเพียงแค่ว่าให้ฝ่ายชายเดินทางมาเข้าพิธีตามที่กำหนดกันไว้เพียงเท่านั้น และเรื่องที่ฝ่ายชายบอกว่ามีแฟนอยู่ก่อนที่จะมาคบกับตนนั้น ตนขอบอกเลยว่าเท่าที่ตนทราบผู้หญิงคนนั้นเข้ามาหลังจากที่ตนและฝ่ายชายได้คบกันอยู่ แต่ถ้าหากฝ่ายชายจะบอกว่ามีแฟนอยู่ก่อนที่จะมาคบกับตน นั่นก็แสดงว่าฝ่ายชายโกหกตนมาโดยตลอด ทั้งนี้ตอนคบกันใหม่ๆ แม้กระทั่งเรื่องอายุฝ่ายชายยังโกหก   หลังจากนี้ต่อไปตนก็จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อเรียกร้องค่าจัดงานที่ตนและครอบครัวได้เสียไปทั้งหมดคืนจากฝ่ายชาย เรื่องลูกตนจะดูแลเลี้ยงลูกด้วยตัวเองให้ดีที่สุดในฐานะคนเป็นแม่ ฝ่ายชายจะไม่มีสิทธิ์ใดใดในตัวลูก     ด้านพี่สาวของมะนาว บอกว่า วันงานตนรู้จากทางแม่กับน้องว่าหาฝ่ายชายไม่เจอ ติดต่อไม่ได้ แขกมาในงานเป็นร้อย น้องสาวยืนรับหน้าอยู่คนเดียวเจ้าบ่าวก็ไม่มี ตนก็รู้เห็นใจ จึงปรึกษากับคนที่บ้านว่าจะเอายังไงให้เอาคนหน้าคล้ายๆ ฝ่ายชายมาแต่งก่อนไหม จึงได้ติดต่อไปยังน้องผู้ชาที่ตนรู้จักหลายคนว่าให้มาช่วยเป็นเจ้าบ่าวให้ก่อนได้ไหม แต่คำตอบที่ได้คือทุกคนยินดีอยากจะช่วยแต่ว่ากลัวว่าภาพที่ออกไปจะถูกมองว่าเป็นคนที่แต่งงานแล้ว ซึ่งตอนนั้นตนก็เข้าใจ   ขณะเดียวกันก็คิดขึ้นได้ว่า อาชายของฝ่ายชายนั้นทั้ง 2 มีใบหน้าที่คล้ายกัน อาจจะพอช่วยได้จึงติดต่อไปยังแม่ของฝ่ายชายให้ช่วยคุยให้หน่อยว่าพอจะช่วยได้ไหม ซึ่งสิ่งที่เขาตอบกลับมาคืออาจจะมีค่าจ้าง ในใจตนตอนนั้นก็คิดว่าเต็มที่คือ 1 หมื่นบาทซึ่งก็พร้อมจ่าย จากนั้นอาของฝ่ายชายได้โทรเข้าไปหาน้องสาวตนว่าถ้าอยากให้เข้าพิธีแทนหลานชาย ถ้าอยากให้งานดำเนินต่อไปได้ ให้เอาเงินมา 1 ล้าน ทางครอบครัวตนจึงยอมที่จะเสียหน้าและให้น้องสาวขึ้นเวทีบอกความจริงกับแขกตามที่เห็นในคลิป   ขณะที่นายภาคิน จุนเจิม อดีตเจ้าบ่าว เปิดใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนก็ยอมรับว่าเป็นคนผิด เป็นเรื่องที่ผิดผลาดไปแล้ว แต่อยากให้เข้าใจว่าตนไม่ได้รักฝ่ายหญิงแล้ว และถูกบังคับมาตลอด ตั้งแต่ให้แต่งงาน ให้หาสินสอด ให้ไปถ่ายพรีเวดดิ้ง และงานแต่งตนก็หนีไปเพราะไม่มีเงินสินสอดตามที่เรียกร้องได้ และไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงเตรียมสินสอดไว้แล้ว หากรู้ตนก็คงกลับไปแต่งงานให้จบๆไป เรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่าตนหมดรักฝ่ายหญิงแล้ว และระหว่างที่คบกับเจ้าสาวนั้นตนก็คบกับผู้หญิงอีกคน เป็นผู้หญิงที่ตนรัก     ส่วนการตั้งท้องนั้น ตนมั่นใจในวันที่มีสัมพันธ์กันได้ป้องกันและมีอะไรกันแค่ครั้งเดียวจริงๆ แต่มารู้ทีหลังว่าถุงยางอนามัยฉีกขาด แต่เชื่อว่าจะสามารถป้องกันได้ จึงไม่มั่นใจว่าการมีสัมพันธ์แบบนี้จะต้องท้องได้หรือไม่ แต่หากเป็นลูกของตนจริงก็พร้อมจะดูแล แต่ตอนนี้ไม่รู้ชัดเจน ส่วนเรื่องคดีความก็ว่ากันไป แต่จะให้กลับไปคบกันอีกคงไม่แล้ว เพราะตนก็มีคนรักอยู่แล้ว   ส่วนกระแสสังคมที่โจมตีกดดันที่ว่าไม่แมน ตนยอมรับว่าตนไม่แมน ไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่ตนผิดพลาดไปแล้วก็ยอมรับตรงนี้ ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่ทำผิดพลาดหรอก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากจะบอกให้สังคมเข้าใจตนด้วย   ด้านนายนุ๊ก ซึ่งเป็นอาของนายภาคิน ก็ชี้แจงเรื่องที่ฝ่ายเจ้าสาวขอร้องให้ช่วยมาเป็นเจ้าบ่าวแทนในงานแต่งแต่เรียกรับเงินค่าจ้าง 1 ล้านบาท เจ้าตัวชี้แจงว่า ไม่ได้ต้องการเงิน 1ล้านบาท แต่เป็นการพูดคุยหยอกล้อกับมะนาวเป็นปกติ ซึ่งเรื่องจริงมันเป็นไปไม่ได้ จะให้ใครมาเป็นเจ้าบ่าวแทน ตนมีงานทำไม่ได้จำเป็นต้องหวังพึ่งเงินใคร   เรื่องความรักของมะนาวและภาคินนั้นตนรับรู้มาตลอด และรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะหลานตนหมดรักมะนาวแล้ว ก่อนเกิดเหตุก็พยายามช่วยแล้ว แต่มันติดต่อหลานไม่ได้จริงๆ หากติดต่อได้ก็ให้เขาแต่งให้จบๆ ส่วนความรักเขาสองคน มันเป็นการฝืน มะนาวเองก็รู้แต่ก็ยังดึงดันจะแต่งงานก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองฝืนทำ ที่ผ่านมาเวลามะนาวมาเจรจากับครอบครัวตนก็เสียงดัง คุยไม่รู้เรื่องและไม่มีใครอยากฟัง จนเกิดการคุยไม่รู้เรื่องและก็เกิดปัญหาตามา     จากนี้ตนและหลานก็ยอมรับกับกระแสสังคมที่ด่าทอ โจมตี แต่ไม่มีใครรู้ลึกๆว่าเรื่องนี้เป็นยังไง  ครอบครัวเราพยายามแก้ปัญหาหาทางออกที่ดีที่สุด ตั้งแต่เรื่องสินสอด ที่มะนาวเคยบอกว่าไม่ต้องเตรียมมา แต่มาบอกว่าจะเอาสินสอด ทางครอบครัวก็หามาได้ 6 หมื่น พอถามเรื่องท้องหลานก็ไม่มั่นใจว่าเด็กในท้องเป็นลูกของภาคิน หรือไม่ เพราะเขาห่างกันมาพอสมควรจนมาถึงวันแต่ง   ตนก็ช่วยเขาได้สุดๆแค่นี้ ไม่ใช่ว่าไม่ช่วย พยายามจะช่วยแล้ว งานแต่งเขาเป็นคนสร้างขึ้นมา ก็ต้องรับผลตรงนี้ด้วย ตนไม่เคยบอกมะนาวว่าไม่ต้องแต่ง แต่ผมเคยบอกว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วจะไปแต่งกันทำไม   ส่วนของนาย อเนก จุนเจิม พ่อของนายภาคิน ระบุว่า ตอนนี้ตนไม่โกรธลูกเพราะลูกพุดความจริง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความรักของเขาสองคนที่ลูกตนหมดรักแล้ว ส่วนเรื่องท้องเราก็ไม่รู้กับเขา แต่ฝ่ายหญิงเขาไม่ให้เข้าไปดูแล้วเราก็ไม่รู้จะเข้าไปได้อย่างไร ลูกผมถูกบังคับมาตลอด วันนี้รู้ว่ากระแสสังคมต้องด่า พุดยังไงคนก็มองไม่ดี    เคยถามมะนาวว่า อยากแต่งงานเพราะอะไร รักภาคิน เพราะอะไร ฝ่ายผู้หญิงก็ตอบมาว่า รักลูกผมเพราะหน้าตาดี ผมไม่รู้ว่าจุดประสงค์เพื่ออะไรที่เขาจัดงานขึ้นมา ลูกเราก็ไม่ได้รักเขาส่วนเรื่องท้องก็ไม่มั่นใจ  พูดไปก็เหมือนคนเห็นแก่ตัว แต่ความจริงก็คือเรื่องจริง      พอหลังจบการสัมภาณ์เปิดใจก็พบว่า นายภาคินร้องไห้ และเช็ดน้ำตา ก่อนจะขอตัวไปล้างหน้า และเดินทางกลับ ซึ่งจากการสังเกตพบว่า มีผู้หญิงมาที่รถ ซึ่งเป็นแฟนสาวคนปัจจุบันที่คบอยู่ โดยนายภาคินระบุว่า รักกับผู้หญิงคนนี้ และหมดรักมะนาว เจ้าสาวไปนานแล้ว   ด้านแฟนสาวอีกคนของภาคิน เปิดใจกับข่าวสดว่า ก่อนหน้านี้เคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ชีวิตรักไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ต้องเลิกรากับอดีตคนรักไปได้ 2 ปีแล้ว โดยมีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 12 ปี จากนั้นคินได้เข้ามาทักในเฟซบุ๊ก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักกัน จากนั้นได้คุยกันเรื่อยมากว่า 1 ปี แม้คินจะอายุน้อยกว่า แต่คินดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทำให้ใจอ่อนและยอมคบหากัน     "หลังจากทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคินที่แอบไปคบหากับมะนาว และฝ่ายหญิงระบุว่าตั้งท้อง ทำให้ตกใจมากและงอนว่าทำไมคินถึงทำเช่นนี้ แต่พอได้พูดคุยกันก็เข้าใจปัญหา โดยคินได้มาปรึกษาและได้ให้กำลังใจไป จากนี้คงต้องให้คินไปพูดคุยและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t6w-XXieHcU

 39,274
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ค. 61

ระทึก จัดงานผูกข้อมืองานแต่งบ่าวสาว พื้นบ้านรับน้ำหนักไม่ไหว พังถล่ม เจ็บระนาว

ลำปาง-เกิดเหตุบ้านหลังหนึ่งในอำเภอแม่เมาะ ซึ่งมีการจัดงานแต่งงานขึ้นที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูงและสร้างมานานหลายปี โดยมีญาติของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงรวมถึงเพื่อนบ้าน ต่างมาร่วมกันอวยพรให้คู่บ่าวสาว ขณะที่หลายคนกำลังผูกข้อไม้ข้อมืออยู่นั้น ปรากฏว่าพื้นบ้านได้หักและพังลงมาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย   จากการสอบถามญาติของคู่บ่าวสาวเบื้องต้นทราบว่า ขณะนั้นมีคนขึ้นไปผูกข้อมือให้กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาว จำนวนหลายสิบคนโดยต่างทยอยกันเดินขึ้นไป และเหลือคนที่จะไปผูกข้อมือเป็นชุดสุดท้าย ระหว่างที่กำลังผูกข้อมือยู่นั้น ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่คานพื้นบ้านได้หักลงมา ทำให้พื้นบ้านซึ่งเป็นไม้พังลงมาด้วย ทำให้เจ้าบ่าว เจ้าสาว และผู้ที่มาร่วมงานสไลด์ลงมาตามพื้น   จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหัวแตกจำนวน 2 คน บาดเจ็บกระดูกขาแตกหัก 1 คน ส่วนที่เหลือประมาณ4-5 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และไม่มีใครเป็นอะไรมากตามที่เป็นข่าวและลงในสื่อโชลเชียล ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสภาพบ้านที่สร้างมานานแล้ว   ทั้งนี้ถ้าเป็นไปได้ อยากให้สังคมโชลเชียลขอให้หยุดแชร์เรื่องดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อครอบครัวของทั้งคู่ เพราะวันนี้ถือว่าเป็นวันมงคลของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว และเหตุการณ์ดังกล่าวก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น   จึงขอให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่จะจัดงานรายอื่นๆ หากมีจำนวนคนมากๆมาอออยู่ที่จุดเดียวกันก็ขอให้พึงระวังไว้ด้วยเดี๋ยวอาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกรณีดังกล่าว จากนี้ก็จะทำการซ่อมแซมบ้านต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xUad5T1tKhI  

 8,641
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
01 พ.ค. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า วิเคราะห์คดีแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวรัวยิงฉลองขันหมาก คาดเลียนแบบการยิงสลุตในสมัยก่อน

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยข่าวร้อนกรณีแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวรัวยิงฉลองขันหมากที่ จ.พัทลุง นั้น และล่าสุดผู้ก่อเหตุทั้งหมดจำนวน 12 คน ได้เข้ามอบตัวแล้ว พร้อมอาวุธปืน จำนวน 6 กระบอก โดยได้กล่าวขอโทษสังคมและพร้อมยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำ   โดยคุณชูวิทย์มองว่าพฤติกรรมของเพื่อนเจ้าบ่าวคาดว่าเลียนแบบมาจากการยิงสลุตในสมัยก่อน ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคพระนารายณ์มหาราช ก่อนจะยกเลิกไป กระทั่งถูกรื้อฟื้นอีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 คราวที่ต้อนรับ เซอร์ จอห์น เบาว์ริง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2398 รวม 21 นัด แต่ในปัจจุบันถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พร้อมอธิบายประเด็นการถือครองอาวุธปืนและฐานความผิด                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-XfMpxgkvEY

 3,865
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 พ.ค. 61

มอบตัวแล้ว! แก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวในคลิปรัวยิงฉลองขันหมาก ขอโทษสังคมพร้อมรับผิด-อ้างยิงลงคูน้ำ

จากกรณีชาวเน็ตแชร์คลิปแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวรัวยิงฉลองขันหมากในพื้นที่  ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง นั้น ล่าสุดกลุ่มวัยรุ่นได้เข้ามอบตัวแล้ว 12 คน พร้อมอาวุธปืน จำนวน 6 กระบอก   โดย นายนัฐพงค์  1 ในกลุ่มผู้ต้องหา ได้กล่าวขอโทษสังคมว่า ทุกคนพร้อมยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำ ในส่วนของคลิปที่ยอมรับมีการนำไปส่งต่อกันในกลุ่มเพื่อนที่สนิททางไลน์ แต่ภาพเกิดหลุดออกไปสู่คนนอก จนเกิดการนำไปเผยแพร่ทางเพจ ทั้งที่ในกลุ่มของพวกตนไม่ได้มีเจตนาจะนำคลิปเผยแพร่ทางโซเชี่ยลแต่อย่างใด ในการยิงปืนก็เล็งปากกระบอกปืนลงในคูน้ำข้างทางเพื่อป้องกันไม่ให้กระสุนไปถูกผู้อื่น และยืนยันปืนที่ใช้ยิงมีเพียง 6 กระบอก และ ไม่มีอาวุธปืนสงครามแต่อย่างใด     ด้านตำรวจแจ้งข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตกับทุกคนก่อน ส่วนข้อหาอื่น ๆ เจ้าหน้าที่ต้องรอการสอบปากคำทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง ส่วนอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบทางนิติวิทยาศาสตร์ ว่าเคยใช้ในการก่อเหตุที่ใดหรือไม่ พร้อมมีการจัดทำประวัติวัยรุ่น ทั้ง 12 คนที่เข้ามอบตัวไว้ เป็นฐานข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่                               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tVJ8Lcv5aAs    

 8,413
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 เม.ย. 61

ออกหมายเรียกแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าว ใส่ชุดไทยรัวปืนฉลองงานแต่ง แฉพ่อเจ้าสาวเป็น ตร.ใหญ่ ทำไมไม่ห้ามปราม?

พัทลุง-โลกโซเซี่ยลแชร์คคลิปกลุ่มเพื่อนจ้าวบ้านนับสิบคนใส่ชุดไทย ใช้อาวุธปืนหลายชนิด ยิงปืนลงน้ำก่อนขบวนขันหมากเจ้าบ่าวจะเดินทางมาถึงบ้านเจ้าสาว ในพื้นที่ ต.หารโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่23เมษายน ที่ผ่านมา   จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเข้าตรวจสอบในจุดที่เกิดเหตุ พร้อมประสานชุดอีโอดี เข้าเก็บปลอกกระสุนปืนที่ตำในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐาน และจะเรียกกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวที่ปรากฎในภาพมาสอบสวนต่อไป   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เขาชัยสน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด .45 , ขนาดลูกซอง , ขนาด 9 มม ประมาณ 40 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมได้มีการเรียกสอบพยานแวดล้อมที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมเชิญตัวเจ้าบ่าวมาสอบสวน   อย่างไรก็ดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวชายวัยรุ่นที่ใช้อาวุธปืนยิงในที่สาธารณะทุกคนแล้ว และจะเร่งตรวจสอบชนิดของอาวุธปืนที่กลุ่มวัยรุ่นใช้ยิงว่าเป็นปืนชนิดใด พร้อมทำการตรวจสอบประวัติกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด ก่อนจะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา ครอบครองอาวุธปืน พกพาอาวุธปืนและยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร   พร้อมทั้งเตรียมเรียกตัวพ่อของเจ้าสาว ที่เป็นถึงนายตำรวจ ยศ ร.ต.ท. แต่ในงานแต่งกลับให้มีการยิงปืนจนไม่รู้จักห้ามปรามมาสอบสวนด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b4r8s8AQm_w    

 17,896
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 61

มือปืนคึกคะนอง ยิงโชว์ในขบวนขันหมากงานแต่ง กระสุนพลาดถูกเด็กเจ็บ 3

นครนายก-มือดีคึกคะนองยิงปืนในขบวนแห่ขันหมากงานแต่ง กระสุนพลาดถูกเด็ก 3 คนนั่งทานมะละกอสุกกันอยู่หน้าบ้าน   ทำให้เด็กอายุ 10 ขวบถูกลูกกระสุนปืนที่ขาขวา อีกคนอายุ 5 ขวบถูกลูกกระสุนปืนที่ต้นขาซ้าย และคนสุดท้ายอายุ 3 ขวบถูกกระสุนปืนเข้าที่ต้นขาด้านซ้าย ผู้ปกครองต้องพาไปส่งโรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว   ด้าน ตร.ระบุได้เบาะแสมาว่ามือปืนพักอยู่ไม่ไกลที่เกิดเหตุ และทราบว่ายังหลบอยู่ คาดได้ตัวมาดำเนินคดีเร็วๆนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sXU5aWyGoXA

 2,081
บันเทิง
06 มี.ค. 61

'ป๊อก' ซัดไร้สาระ ข่าวเม้าท์เซ็นทรัลไม่จ่ายโบนัสพนักงาน เหตุทุ่มเงินจัดงานแต่ง

ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ชี้แจงกรณีข่าวเม้าท์ว่าพนักงานเครือเซ็นทรัล ไม่ได้โบนัสเพราะทุ่มเงินไปกับงานแต่งงานของเจ้าตัวกับ มาร์กี้ ราศรี โดยป๊อกชี้เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่รู้ว่าใช้อะไรคิด เพราะเป็นบริษัทใหญ่ และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทในปีนั้นๆ ยันงานแต่งงานใช้ทุนส่วนตัวไม่เกี่ยวกับบริษัท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qfm4w0HUH7o    

 7,084
บันเทิง
25 ธ.ค. 60

ยกมาทั้งวงการ! เพื่อนดาราแห่ยินดี งานแต่ง 'มาร์กี้-ป๊อก' หวานชื่นมื่น จ่อบินพรีฮันนีมูนล่าแสงเหนือ

บรรยากาศงานฉลองมงคลสมรสของนางเอกสาว 'มาร์กี้ ราศรี' และหวานใจหนุ่ม ‘ป๊อก ภัสสรกรณ์’ ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีแขกผู้มีเกียรติและเพื่อนฝูงทั้งในและนอกวงการมาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก อาทิ บอย ปกรณ์, ญาญ่า อุรัสยา, ณเดชน์ คูกิมิยะ, เจมส์ มาร์, มิ้นต์ ชาลิดา, คิมเบอร์ลี่, หมาก ปริญ, แหวนแหวน ปวริศา, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์, วุ้นเส้น วิริฒิพา ฯลฯ   โดยในช่วงแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน คู่บ่าวสาวต่างฝ่ายต่างขอบคุณที่มาเติมเต็มชีวิตของกันและกัน โดยทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ซึ่ง ‘มาร์กี้’ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘นางราศรี บาเลนซิเอก้า จิราธิวัฒน์’ เตรียมบินไปพรีฮันนีมูนล่าแสงเหนือที่ ไอซ์แลนด์ ฝรั่งเศส และอิตาลี พร้อมคู่ ‘หมาก - คิม’ เรื่องทายาทขอปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ต้องรอให้ฝ่ายชายเลิกบุหรี่ได้เด็ดขาดก่อน ส่วนเรื่องงาน ‘มาร์กี้’ ยังรับงานแสดงในวงการเหมือนกัน และทิ้งท้ายว่าแต่งแล้วเลิฟซีนได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/McG5M2_z-cs    

 22,844
ต่างประเทศ
18 ธ.ค. 60

เปิดคลิประทึก เสือโคร่งออกจากป่าโผล่ป่วนงานแต่งที่อินเดีย แขกกรีดร้องหนีตายอลหม่าน

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอระทึกที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ขณะเสือโคร่งบุกเข้ามาที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งกำลังจัดงานแต่งงาน สร้างความแตกตื่นใหกับแขกเหรื่อที่มาร่วมในพิธีพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน      คลิปความยาวกว่า 1 นาทีถูกแขกในงานวิวาห์บันทึกไว้ได้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แสดงภาพของเสือโคร่งตัวใหญ่เดินออกมาจากป่าแล้วตรงเข้าจู่โจมฝูงชนในงานแต่งที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งของรัฐมัธยประเทศ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและหวาดกลัวของผู้มาร่วมงาน ก่อนที่เสือตัวดังกล่าวจะถูกไล่ต้อนกลับเข้าป่าไป      แต่ในวันรุ่งขึ้นมันกลับก่อเหตุขย้ำหญิงคนหนึ่งขณะเดินไปเข้าห้องน้ำ ในรัฐมหาราษฏระ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากบ้านที่จัดงานแต่งถึง 600 กิโลเมตร โดยหญิงคนดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา แต่ไม่มีรายงานข่าวถึงอาการที่แน่ชัดออกมาแต่ใด     ล่าสุดทีมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาตรวจสอบและติดตามเสือโคร่งที่ก่อเหตุแล้ว โดยยอมรับว่ามันมีความดุร้ายตามสัญชาตญาณ ทั้งยังไม่กลัวมนุษย์และถูกดึงดูดด้วยแสงไฟ ทำให้มันไม่มีความลังเลที่จะเดินเข้าหาคนแม้จะเป็นช่วงเวลากลางวัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างผิดปกติ            

 16,592

Top