ค้นหา :

ผลการค้นหา "มูลนิธิปวีณา"

ข่าวภูมิภาค
25 มิ.ย. 62

แม่ร้องปวีณาลูกสาววัย 6 ขวบ ถูกลุงหื่นข่มขืนในห้องเรียน ให้เงิน 20 ปิดปาก ซ้ำครูสั่งห้ามเด็กบอกพ่อแม่

ปทุมธานี-น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ร้องทุกข์กับ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ให้เข้าช่วยเหลือลูกสาว ด.ญ.บี อายุ 6 ขวบ ถูกล่วงละเมิดทางเพศในห้องเรียนของโรงเรียน เพื่อติดตามคดีให้ความเป็นธรรม   โดยแม่เล่าว่าขณะอาบน้ำให้ลูกสาว หลังรับกลับจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.นครปฐม ลูกเกิดร้องเจ็บที่อวัยวะเพศ ก็เห็นอวัยวะเพศบวมแดงเป็นรอยคราบเมือก เมื่อสอบถามลูกได้เล่าว่า มีลุงคนหนึ่งเข้าไปในห้องเรียนช่วงเช้าขณะที่จะไปเข้าแถวเคราพธงชาติ ลุงทำหนูในห้องเรียน ซึ่งมีห้องน้ำอยู่ในห้องเรียน และบริเวณข้างห้องน้ำจะมีตู้ล็อคเกอร์เก็บกระเป๋าของนักเรียนอยู่ในห้องเรียน และลุงได้ยื่นเงินให้ 20 บาท แต่เด็กไม่ได้เอา ขณะที่ครูประจำชั้นก็ทราบเรื่อง แต่ได้กำชับเด็กไม่ให้บอกพ่อแม่   หลังจากทราบเรื่อง แม่จึงได้พา ด.ญ.บี เข้าแจ้งความแล้ว พร้อมขอให้มูลนิธิปวีณาฯช่วยเหลือติดตามทางด้านคดี นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ได้ประสาน พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ทราบว่าได้ตรวจพบกล้องวงจรปิดและเห็นภาพชายสูงวัยอายุประมาณ 50 ปี จูงเด็กอีกคนหนึ่งเข้าไปที่ห้องน้ำ แต่ปรากฏห้องน้ำปิด จึงปล่อยเด็กคนนั้นไป ก่อนเข้าไปในห้องเรียนและลงมือกับ ด.ญ.บีแทน ขณะนี้กำลังออกหมายจับ พร้อมทั้งได้ส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจร่างกายแล้ว และสอบสหวิชาชีพแล้ว ซึ่งจะมีการติดตามคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YbGWhHzDWk4

 4,174
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 62

พ่อแท้ๆสุดทน! แจ้งจับพ่อเลี้ยงหื่น ข่มขืน 3 ด.ญ.นานนับปี สารภาพทำจริงตอนเมียไม่อยู่ อ้างเด็กสมยอม

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาพ่อแท้ ๆ ของเด็กหญิง 3 คน อายุ 13 ปี 10 ปี และ 6 ปี เข้าพบ พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผู้กำกับการ สภ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี หลังร้องขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาว่าลูกสาวทั้ง 3 คนถูกพ่อเลี้ยงอายุ 34 ปี ข่มขืนและทำอนาจารนานนับปี ภายในบ้านร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติวังเพลิงป่าม่วงค่อม ม.6 ต.โคกแสมสาร อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ พบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พ่อเลี้ยงพาภรรยาและลูกเลี้ยงซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงมาพักอาศัยชั่วคราวประมาณ 2 ปี เพื่อรับจ้างเลี้ยง สภาพบ้านค่อนข้างรกร้าง ภายในมีข้าวของเครื่องใช้เพียงไม่กี่ขิ้น เช่น เสื้อผ้า หมอน ผ้าห่ม เสื่อและผ้าสำหรับปูนอน   พ่อของเด็ก เผยว่า ตนทำงานอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยปลายเดือนที่ผ่านมา อดีตภรรยาที่เลิกรากันแต่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่า ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิตตนจึงรับลูกสาวทั้ง 3 คน มาอยู่ด้วยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์  และลูกได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ลูกสาวคนโตบอกว่า ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวพ่อเลี้ยง ต้องทนทุกข์อยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงมาตลอด   ส่วนน้องอายุ 10 ปี ก็ถูกข่มขืนเช่นกัน น้องคนเล็กวัย 6 ปี ถูกกระทำอนาจารกอดจูบลูบคลำตามร่างกาย หลังทราบเรื่องตนแทบใจสลาย ที่ผ่านมาไม่สามารถช่วยลูกได้ เพราะอดีตภรรยาจะพาลูกหนีไปเรื่อย ๆ พออดีตภรรยาเสียชีวิต ตนจึงได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่จึงรู้ที่อยู่ของลูก ต้องการจะเอาเรื่องพ่อเลี้ยงที่กระทำชำเราลูกสาวให้ถึงที่สุด “ผมรับไม่ได้ที่ทำกับลูกสาวผมแบบนี้อยากให้ประหารชีวิต”   เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 52 พนักงานสอบสวน ได้ส่งตัวเด็กหญิงทั้ง 3 คน ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลโคกเจริญ ผลการตรวจเบื้องต้น พบว่าเด็กหญิงอายุ 13 ปี และ 10 ปี เยื่อพรหมจรรย์ฉีกขาด มีร่องรอยการร่วมเพศ จากนั้นได้พาพ่อแท้ๆและเด็กที่ถูกล่วงละเมิดไปที่สำนักงานอัยการเพื่อสอบสหวิชาชีพ   โดยเด็กหญิงอายุ 13 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศมากว่า 20 ครั้ง และเห็นพ่อเลี้ยงกระทำกับน้องสาววัย 10 ปี ด้วย โดยจะลงมือช่วงที่แม่เด็กไม่อยู่บ้าน ส่วนเด็กหญิงอายุ 6 ปี ให้การว่าถูกพ่อเลี้ยงลูบคลำและใช้อวัยวะเพศถูไถเท่านั้น   หลังสอบสหวิชาชีพเสร็จพนักงานสอบสวน สภ.โคกเจริญ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดลพบุรี ไปจับกุมตัวพ่อเลี้ยงบริเวณคอกวัวมาดำเนินคดี ข้อหาข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และกระทำอนาจารเด็ก สารภาพก่อเหตุจริงในช่วงที่ภรรยาไม่อยู่ โดยอ้างเด็กสมยอม ทั้งนี้ช่วงสายวันนี้ (13 มิ.ย.) จะนำตัวส่งศาลฝากขัง   สำหรับเด็กทั้ง 3 คน หลังจากนี้ พ่อแท้ๆ จะพากลับไปอยู่ด้วยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และให้ลูกได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ ขณะที่นางปวีณา ได้ประสานกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้การช่วยเหลือ พร้อมประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าเยี่ยมครอบครัวเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lec1EL2X1Jo

 11,391
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 62

เผาศพเด็ก 1 ขวบ 5 เดือน หลังถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายเสียชีวิต ตร.จ่อแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม

ลพบุรี-จากกรณีแม่วัย 17 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาฯ วอนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายนำศพลูกสาว วัย 1 ขวบ 5 เดือน มาชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เนื่องจากครอบครัวยากจน โดยลูกสาวถูกพ่อเลี้ยงโหดเมายาทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา และขอให้ช่วยติดตามคดีเอาผิดพ่อเลี้ยงให้ถึงที่สุด   ซึ่งจากการชันสูตรเบื้องต้น พบว่ามีสมองบวม มีการอุดกั้นทางเดินหายใจภายนอก ขาดอากาศหายใจ ริมฝีปากมีรอยช้ำลักษณะถูกกด ใบหน้ามีรอยช้ำ ด้านหลังศีรษะบวมช้ำ ฟกช้ำที่เหนือสะดือ มีรอยช้ำบริเวณด้านหลังต้นซ้ายต้นขาลักษณะถูกตีด้วยของแข็งและที่ก้นมีรอยช้ำ และมีลักษณะ 2 นิ้วกดลงที่คอ คาดว่าสาเหตุมาจากถูกทำร้าย   ต่อมาได้ประสานตำรวจนำตัวพ่อเลี้ยงมาตรวจสารเสพติดทันที พบสารเสพติดในปัสสาวะ และหลบหนีทหาร โดยพ่อเลี้ยงได้ยอมรับว่าทำร้ายเด็กจริง ตำรวจจึงได้นำตัวส่งไปดำเนินคดีที่ศาลทหาร ในข้อหาเสพยาเสพติดก่อน และนัดสอบสหวิชาชีพแม่วัย 17 ปี ในวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย.62   คืบหน้าวานนี้ (12 มิ.ย.) ที่วัดเขาแหลม ต.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล จงลพบุรี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพหนูน้อย 1 ขวบ 5 เดือน พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวอีกจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางความเศร้าโศกของแม่ ยาย และญาติๆ และเพื่อนบ้าน ผู้ที่รู้จักคุ้นเคยมาร่วมไว้อาลัยเกือบ 200 คน   นางปวีณา กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ไกรวิทย์  อุณหก้องไตรภพ ผกก.สภ.ม่วงค่อม ว่าได้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และสอบสหวิชาชีพแม่วัย 17 ปีแล้ว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง ที่เป็นพลทหารเพิ่มเติมข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และจะส่งฟ้องศาลทหาร ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการจัดงานศพหนูน้อยแล้วจะได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณา พาแม่วัย 17 ปี กับยายของเด็กไปยื่นขอรับเงินเยียวยาจากกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรมต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PKhj7Sv-yWQ

 1,216
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

พ่อเลี้ยงโหด ทำร้าย ด.ช. 4 ขวบตับฉีก บังคับดื่มน้ำใบกระท่อม มีร่องรอยล่วงละเมิดทางทวาร

เกิดกรณีเด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกนายก้อง (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงอายุ 25 ปี ที่เพิ่งอยู่กินกับแม่เด็กได้เพียง 2 เดือนเศษ ทำร้ายร้ายร่างกายจนตับฉีก อัณฑะบวม และทวารหนักมีรอยฉีกขาด คล้ายถูกล่วงละเมิด   โดยแม่เด็กเล่าว่า ตนมีลูกติด ระหว่างที่คบกับนายก้อง ตนไปทำงานก็จะฝากลูกให้นายก้องช่วยดูแล เนื่องจากตนเลิกงานดึก ตลอดเวลาที่คบกัน มักเห็นลูกชายมีรอยเขียวช้ำตามร่างกายอยู่เสมอ เมื่อสอบถามก็มักจะอ้างว่า ลูกชายตนนั้นหกล้มเองบ้าง รถจยย. ล้มบ้าง   กระทั่ง 9 มิ.ย. ขณะตนกำลังทำงานอยู่ จู่ๆนายก้องโทรศัพท์มาบอกว่า ลูกชายตนลื่นล้มในห้องน้ำ พร้อมถ่ายรูปอัณฑะของลูกชายมาให้ดู มีอาการช้ำและบวมแดงอย่างมาก และมีสภาพอิดโรย จึงได้นำตัวลูกชายส่งที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 9   แพทย์ระบุว่าเด็กอาการสาหัส ตับฉีก มีเลือดออกในช่องท้อง ลูกอัณฑะช้ำบวมแดง รูทวารฉีก พบเศษใบกระท่อมในช่องท้อง ค่าตับขึ้นสูงซึ่งเกิดจากการที่เด็กได้รับยาแก้ปวดเกินขนาด (คาดพ่อเลี้ยงเป็นคนให้กิน) ทั้งอาเจียนออกมาเป็นเศษใบกระท่อม และอาการของเด็กหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา โดยเด็กพูดเสมอว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนทำ แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดทุกชั่วโมง   ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางมาพร้อมกับแม่เด็ก เข้าเยี่ยมอาการของลูกชาย ที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามอาการจากแพทย์ผู้รักษา พร้อมประสานไปยัง พ.ต.อ. คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน. มีนบุรี เพื่อเร่งติดตามตัวพ่อเลี้ยงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสามารถจับกุมตัวพ่อเลี้ยงผู้ก่อเหตุได้แล้ว   ตร.เผยว่า เบื้องต้น พ่อเลี้ยงเด็กได้ให้การรับสารภาพแล้วว่า ทำร้ายเด็กจริง และยอมรับว่าตนชอบดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำ แต่ที่เด็กอาเจียนออกมามีเศษของใบกระท่อมนั้น พ่อเลี้ยงให้การว่า เด็กเป็นคนดื่มเอง ส่วนร่องรอยฉีกขาดทางทวารหนักนั้น ยอมรับว่าใช้นิ้วสอดใส่เบ้าไปเท่านั้น    นอกจากนี้แม่เด็กยังเผยว่า อดีตภรรยาของพ่อเลี้ยงรายดังกล่าวได้โทรศัพท์มาบอกว่า ปกติสามีเก่าเป็นคนไม่ชอบเด็ก มักจะทำร้ายเด็กอยู่เสมอ ส่วนตำรวจจะแจ้งข้อหาใดกับทางพ่อเลี้ยงนั้น ต้องขอดูข้อกฎหมายและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xu6WpTWn30w

 21,384
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 62

คุมตัว ‘ตา’ ข่มขืนหลานวัย 8 ขวบ อ้างแค่เอ็นดู ‘ยาย’ เผย สุดช็อกตอนเห็นดมอวัยวะเพศเด็ก

ตาอนาจารหลานสาววัย 8 ขวบ นาน 3 ปี ยายเห็นคาตาร้องมูลนิธิฯ ปวีณาช่วย หลักฐานจากโรงพยาบาลตำรวจ ระบุ มีร่องรอยการถูกข่มขืน   เมื่อวันที่ 27 เม.ย.62 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย ยายและมารดาของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ไกรนาถ แสงมณี ร้อยเวร สภ.บางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีเด็กหญิงวัย 8 ปี ถูกตากระทำชำเรา   ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากทางมูลนิธิปวีณา ว่าเด็กหญิงเอ วัย 8 ปี ถูกตา อายุ 62 ปี กระทำชำเราที่บ้านพักติดต่อกันหลายครั้งเป็นเวลานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ตนเพิ่งทราบและได้เห็นกับตา จากการตรวจร่างกายของเด็กจากโรงพยาบาลตำรวจพบว่า มีร่องรอยการถูกข่มขืนจริง   ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า กระทำอนาจารกับเด็กหญิงเอ จริง จึงแจ้งข้อหากระทำอนาจาร เด็กอายุไม่เกิน 13 ปีและกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งจะเร่งนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมคัดค้านการประกันตัว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7tM_gXu7GCA

 60,892
สังคม-อาชญากรรม
06 มี.ค. 62

หญิงป่วยอัมพฤกษ์ถูกทิ้งข้างถนน สามีอ้างเมียโดดลงจากรถเอง ด้านเมียยันตั้งใจทิ้ง ได้ยินบอก "เบื่อ...ไม่อยากดูแล"

พลเมืองดีแจ้งว่าพบชายนั่งรถเก๋งมาสด้า แอสติน่า สีชมพู ทะเบียน ทว 1720 เชียงราย นำหญิงอายุประมาณ 30 ปี ลักษณะเป็นอัมพฤกษ์มาทิ้งไว้บริเวณซอยเทิดราชัน 19 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.   ทราบชื่อต่อมาหญิงคนดังกล่าวคือ น.ส.ปริศนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี มีบ้านพักอยู่ในย่านดอนเมือง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันอุ้มขึ้นรถสายตรวจมาสอบถามที่ สน.ดอนเมือง   ต่อมานางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางมาที่ สน.ดอนเมือง หลังทราบเรื่องดังกล่าว เพื่อประสานขอรับตัว น.ส.ปริศนา ไปพักอาศัยชั่วคราวที่มูลนิธิฯ และจะต้องนำตัวไปตรวจโรคที่ ร.พ.ยันฮี ก่อนส่งไปให้อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์คนพิการและทุพพลภาพ (บ้านพระประแดง) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป ซึ่งตนขอฝากให้ครอบครัวที่มีผู้ป่วยหรือพิการขอให้ช่วยกันดูแล รัฐบาลไม่สามารถเป็นผู้ดูแลได้ตลอด   แต่ในเวลาต่อมา ตร.ได้ติดตามตัวสามีของหญิงคนดังกล่าว โดยอยู่ในสภาพเมามีกลิ่นเหล้าคลุ้ง ซึ่งอ้างว่า ภรรยาได้กระโดดลงไปจากรถเอง ในขณะที่ตนจอดรถลงไปซื้อข้าวผัด บริเวณปากซอยเทิดราชัน 13 พอเดินกลับมาที่รถก็ไม่พบภรรยาแล้ว จึงได้ขับรถตระเวนออกตามหา จนกระทั่งมาทราบว่าภรรยามาอยู่ที่ สน.ดอนเมืองแล้ว ซึ่งตรงข้ามกับคำให้การของฝ่ายหญิงที่ยืนยันว่า สามีตั้งใจทิ้ง เพราะได้ยินบอกว่าเบื่อไม่อยากดูแลแล้ว จากการที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PLhRyVLRknw

 7,315
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 62

จับพ่อใจร้ายเมาใช้ไม้กวาดฟาดลูก 2 ขวบ อ้างบันดาลโทสะเด็กดื้อ-เครียดไม่มีเงิน เคยคิดจะนำลูกไปทิ้งหลายครั้ง

กรณีมีการแชร์คลิปภาพจากกล้องวงจรปิด พ่อใช้ด้ามไม้กวาดฟาดลูกวัย 2 ขวบ 3 เดือน เตะและกระทืบซ้ำจนเด็กล้มฟุบ โดยผู้โพสต์คลิปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ ต่อมาตำรวจเรียกพ่อที่ทำร้ายลูกมาตักเตือนแล้วปล่อยตัวไป เพราะกฎหมายยังไม่สามารถควบคุมตัวได้   ต่อมาตำรวจ สน.ศาลาแดง สามารถรวบตัวพ่อที่ทำร้ายลูกของตนเองได้แล้ว โดยจับได้ที่ห้องพักรายวันแห่งหนึ่งในซอยเพชรเกษม 3 ย่านบางแค หลังได้เบาะแสจากคนขับแท็กซี่ที่พาไปส่ง โดยพบพ่อแม่และลูกอยู่ด้วยกัน 3 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายจิรวัฒน์ สุภาวิมล หรือบิ๊ก อายุ 27 ปี พ่อที่ทุบตีลูกแท้ๆ วัย 2 ขวบ มาสอบสวนที่โรงพัก   นายจิรวัฒน์ อ้างว่า สาเหตุที่ต้องทำร้ายร่างกายเนื่องจากลูกชายดื้อไม่เชื่อฟัง จึงคิดอยู่หลายทีจะนำลูกไปทิ้ง พร้อมระบุว่าลูกขโมยขวดนมน้องมาดื่มจนอาเจียนทั่วบ้าน ประกอบกับตนมีอาการมึนเมาจึงบันดาลโทสะก่อเหตุดังกล่าว ส่วนขณะเกิดเหตุนั้นทางภรรยานอนหลับอยู่ และตนมีความเครียดเนื่องจากเข้ามาอยู่ที่คาร์แคร์ดังกล่าวได้กว่า 10 วันแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำงานตามที่นายจ้างเคยตกลงไว้ว่าจะให้ทำงานในตอนแรก   อีกทั้งภรรยาเพิ่งคลอดลูกคนเล็ก ต้องหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่กลับไม่มีรายได้ จึงขาดสติ ใช้ด้ามไม้กวาดพลาสติกทุบตีทำร้ายร่างกายลูก ซึ่งพบบาดแผลบริเวณแขนและหลังของเด็ก โดยพ่อภายหลังรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ได้หนีไปไหน พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาก็เคยตีลูกเพื่อสั่งสอนไม่ให้ลูกดื้อบ้าง แต่ไม่รุนแรง และยืนยันว่าส่วนตัวนั้นรักลูกเหมือนพ่อคนอื่นทั่วไป   ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า นายจิรวัฒน์ มีลักษณะเร่ร่อน มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งหาสมัครงานไปทั่ว ส่วนแม่ของเด็กอายุ 25 ปี มีสามี 2 คน โดยมีลูกกับสามีเก่า 2 คน และมีลูกกับสามีใหม่ 3 คน สำหรับเด็กที่ถูกทุบตีทำร้ายเป็นลูกของนายจิรวัฒน์สามีใหม่ โดยลูกคนล่าสุดเพิ่งคลอดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากที่เข้าไปพักในบ้านพักคนงานคาร์แคร์บริเวณจุดเกิดเหตุได้เพียง 1 วัน   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของของนายจิรวัฒน์ ย่านคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยได้พูดคุยกับพ่อของนายจิรวัฒน์ บอกว่า ตนเห็นคลิปแล้วน้ำตาไหล เพราะสงสารหลาน เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังเกิดเรื่องลูกชายไม่ได้ติดต่อมาหาและไม่ได้กลับมาอยู่ที่บ้าน ปกติเขาไม่ค่อยอยู่บ้านนาน ๆ จะมาที   ยอมรับว่าลูกชายและลูกสะใภ้เป็นคนเกเร ทำงานได้แค่ 1-2 เดือนก็ลาออก ไม่คาดคิดว่าจะกล้าตบตีลูกในไส้ของตนเองได้ หลานคนโตตนก็เลี้ยงมาอย่างดี ส่วนจะรับหลานคนที่ถูกทำร้ายมาดูแลเองหรือไม่นั้น ต้องรอถามทางญาติฝ่ายลูกสะใภ้ก่อน ตอนนี้ไม่อยากให้ข่าวอะไรมากเพราะอับอาย   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวย้อนกลับไปที่คาร์แคร์จุดเกิดเหตุ ซึ่งกำลังเตรียมเปิดให้บริการ ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อเติมร้าน พบว่าห้องพักคนงานเป็นอาคารไม้ 1 ชั้น แบ่งเป็น 4 ห้อง โดยห้องที่นายจิรวัฒน์พัก เก็บข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าออกไปหมด เหลือเพียงแผ่นยางกันกระแทกปูพื้น 1 ผืน คนที่อยู่หอพักซึ่งปลูกสร้างติดกันก็ไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล ด้านเจ้าของคาร์แคร์ก็กลัวจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีนักข่าวหลายสำนักเข้าไปถ่ายภาพ จนผู้โพสต์คลิปต้องขอความร่วมมือไม่ให้เข้าไปทำข่าวในพื้นที่ดังกล่าว   นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านไม่นิ่งนอนใจกับคดีที่เกิดขึ้น ขอขอบคุณพลเมืองดีที่ได้ช่วยเหลือเด็กวัยเพียง 2 ขวบ ที่ถูกพ่อแท้ ๆ ทำร้าย ขอฝากประชาชนเมื่อเห็นถูกเด็กทำร้ายให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างเช่นคดีนี้ โดยตนจะประสานให้เด็กที่ถูกทำร้ายเข้าพบแพทย์อีกครั้งเพื่อตรวจดูบาดแผลต่อไป   ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เข้าพูดคุยทำความเข้าใจกับพ่อและแม่ของเด็กที่ถูกทำร้าย เบื้องต้น ทาง พม.ได้รับเด็กไปอยู่ในความดูแลแล้ว โดยจะนำไปเลี้ยงในบ้านคุ้มครองบ้านพักเด้กและครอบครัว กรุงเทพฯ จนกว่าพ่อแม่จะพร้อมรับเด็กกลับบ้าน ส่วนทางพ่อของเด็กมีความกังวลใจกลัวไม่ได้ลูกกลับไปเลี้ยงดูตามเดิม โดยเสนอเจ้าหน้าที่ให้นำลูกไปฝากไว้กับย่าและยายของเด็กเลี้ยงก่อน   หลังจากนี้ พม.จะเข้าไปดูความพร้อมของบ้านและครอบครัวที่จังหวัดปทุมธานี มีความพร้อมที่เอื้อต่อการดูแลเด็กหรือไม่ ขณะเดียวกัน พม.จะให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินสงเคราะห์กับทางครอบครัว แต่พ่อต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร่างกายลูก แต่เกิดจากความเครียด กดดัน และการเมาสุรา ส่วนในทางคดี ตำรวจ แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KH-5jr7MX-Y

 8,893
สังคม-อาชญากรรม
01 มี.ค. 62

เจอตัวแล้ว!! 'น้องที' วัย 9 ขวบ หลังถูกแก๊งชายแต่งกายคล้ายพระลักพาตัว

จากกรณีที่แม่ของน้องที เด็กชายวัย 9 ปี ไปร้องมูลนิธิประวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ว่าน้องหายตัวไป พร้อมไปแจ้งความไว้ที่.สภ.บางบัวทอง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่ามีเด็กชายอายุ 10 ขวบหรือเด็กชายแตงโม ได้ชักชวนลูกชายไปกับชายแต่งตัวลักษณะคล้ายพระสงฆ์ ซึ่งเกรงว่าจะเป็นแก๊งหลอกเด็ก จึงร้องขอให้มูลนิธิปวีณาช่วยติดตาม   ด้านแม่ของน้องที บอกว่า ในวันเกิดเหตุตนกุับน้องทีอยู่ที่บ้านในช่วงเช้าเพราะเป็นวันหยุด จากนั้นน้องทีได้ออกไปเล่นนอกบ้าน จากนั้นก็มีชาย 2 คนที่แต่ตัวลักษณะคล้ายพระสงฆ์ บริเวณปากซอยบ้าน จากนั้นทั้ง 3 คนได้เดินออกไปที่ถนนใหญ่และหายตัวไป จนกระทั่งวันนี้ยังไม่สามารถติดต่อน้องทีได้เลย ปกติน้องทีเป็นเด็กร่าเริงและเล่นอยู่แถวบ้านไม่เคยหายไปไหน ตนรู้สึกเป็นห่วงลูกมาก อยากให้ตำรวจติดตามลูกกลับมา   ด้านพลตำรวจตรี ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ล่าสุดเจอตัวน้องทีแล้ว อยู่ที่เมืองสุพรรณบุรี ซึ่งน้องปลอดภัยดี และตำรวจสภ.บางบัวทองกำลังอยู่ระหว่างไปรับตัว พร้อมกับคนที่ชักชวนน้องไป คือนายแบงค์ อายุ 30 ปี และเด็กชายแตงโม อายุ 10 ปี โดยคาดว่าจะแจ้งข้อกล่าวพรากเด็ก ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดี   อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าสาเหตุที่ชักชวนน้องทีไปครั้งนี้ เพราะสาเหตุใด ซึ่งจะต้องรอสอบปากคำอีกครั้ง   ขณะที่ ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณ สืบทราบเบาะแส ว่าพบน้องที อยู่ที่วัดใหม่สุวรรณภูมิ จึงไปนำตัวน้องที และคนที่ชักชวนน้องทีมาทั้ง 2 คน ไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมเตรียมนำส่งตัวมาที่ สภ.บางบัวทอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่ร้องปวีณาช่วยตามหา 'น้องที' วัย 9 ขวบ หายไปกับชายแต่งกายคล้ายพระ หวั่นพาหลอกไปเรี่ยไรเงิน

 5,296
ปากท้องร้องทุกข์
01 มี.ค. 62

แม่ร้องปวีณาช่วยตามหา 'น้องที' วัย 9 ขวบ หายไปกับชายแต่งกายคล้ายพระ หวั่นพาหลอกไปเรี่ยไรเงิน

นนทบุรี-แม่ร้องมูลนิธิปวีณาว่า ด.ช.ศุภชัยดิ์ ศรีรักษา หรือ น้องที ลูกชาย อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้หายตัวไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา   โดยสงสัยว่ามีเด็กชายวัย 10 กว่าขวบที่เคยรู้จักซึ่งมากับชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์รูปชักชวนไป เกรงว่าจะเป็นแก๊งหลอกเด็ก หลังเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง แล้วเมื่อวันอังคารที่ 26 ก.พ. แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงอยากขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามลูกชายให้ด้วย   แม่บอกว่าวันดังกล่าว ช่วงเย็นแล้วยังไม่เห็นลูกกลับมา จึงได้ออกตามหาแต่ไม่พบตัว ไปดูตามบ้านเพื่อนก็ไม่มีใครรู้ ตนพยายามโทรหาลูกหลายครั้งแต่ก็ถูกตัดสายทิ้ง ต่อมาก็ติดต่อไม่ได้แล้วเหมือนจะปิดเครื่องไปหรือไม่ก็ แบตเตอรี่หมด ซึ่งพี่ชายของน้องทีเองก็เห็นน้องครั้งสุดท้าย ตอนออกจากบ้านไปยืนคุยกับเด็กอีกคนและชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์อยู่ ที่บริเวณปากซอยบ้าน   ต่อมาคนขายลอตเตอรี่ที่ตั้งแผงขายอยู่หลังซอย ร.ร.เจริญรัตน์ เล่าว่า วันนั้นเห็นน้องทีคุยเล่นอยู่กับเด็ก ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 10 กว่าขวบ ที่มากับชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์หนุ่มรูปหนึ่งไม่นาน จากนั้นทั้ง 3 คน ได้พากันเดินออกไปถนนใหญ่ก่อนจะพากันหายตัวไป ทั้งนี้มีคนสอบถามกับชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ว่ามาจากไหน ก็ได้รับคำตอบว่ามาจาก จ.สุพรรณบุรี   ส่วนเด็กชาย 10 กว่าขวบนั้น เคยอาศัยอยู่ย่านนี้และเป็นเพื่อนกับน้องทีมาก่อน แต่ตอนหลังได้หนีออกจากบ้านไปและไม่มีใครเห็นอีกเลย กระทั่งมาเกิดเรื่องดังกล่าวตนได้ไปสอบถามกับพ่อแม่เด็ก 10 กว่าขวบ ก็ให้คำตอบว่าไม่รู้เรื่องเพราะลูกชายหายไปเกือบปีแล้วและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ตนเป็นห่วงลูกมากกลัวจะเป็นแก๊งมิฉาชีพมาหลอกและพาไปในทางที่ผิดเสียอนาคต และช่วงนี้ทางโรงเรียนก็ใกล้จะสอบแล้ว   ทางด้าน ตร. กล่าวว่าจากการตรวจสอบทราบว่า เด็กชายอายุ 10 กว่าขวบที่มาชักชวนน้องทีไปด้วยนั้นชื่อ เด็กชายแตงโม (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลักษณะโกนหัวโล้น เคยอาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน แต่ได้หนีหายออกจากบ้านไปประมาณ 2 ปีแล้ว ซึ่งแม่กับพ่อเลี้ยงเคยตามกลับมาบ้านแต่ก็หนีออกไปอีก โดยคาดว่าไปอยู่กับชายที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ทราบชื่อภายหลัง นายแม็กซ์ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี   ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ขณะที่ น้องที เด็กชายแตงโม และพระสงฆ์คุยกันก่อนจะหายตัวไปนั้น ยืนยันว่าเด็กชายแตงโมสวมเสื้อผ้าเหมือนเด็กปกติทั่วไปและศีรษะโล้น แต่หลังจากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ห่างออกไปเห็นเด็กชายแตงโมสวมจีวรเป็นเณรเดินคู่กับพระและมีน้องทีเดินตามไป จึงตั้งข้อสงสัยว่าพระสงฆ์ หรือนายแม็กซ์อาจจะเป็นแก็งหลอกนำเด็กชายปลอมเป็นเณรพาออกเรี่ยไรเงินก็เป็นได้   ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงน้องที จึงขอให้ประชาชนที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส มาที่สน.บางบัวทอง หรือแจ้งมาที่ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หรือ ทางเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ตลอด 24 ชั่วโมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mHjj4boBgOs

 4,818
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.พ. 62

ตะลึง พบชายพิการทางสมองถูกแม่ขังในบ้านนานกว่า 30 ปี ชาวบ้านแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ เข้าช่วยเหลือ

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าช่วยเหลือชายวัย 35 ปี พิการทางสมอง และเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังพลเมืองดีแจ้งมาทางมูลนิธิฯ ว่าชายคนนี้ถูกแม่ขังไว้ในตึกแถว ย่านลาดพร้าว ถูกขังแบบนี้มานานกว่า 30 ปี แล้ว   โดยพลเมืองดีและชาวบ้าน บอกว่า เวลาไปล้มฝนหน้าบ้านหลังนี้ จู่ๆก็จะมีมือโผล่ออกมาจับขา ทำให้ตกอกตกใจ จนมารู้ว่าชายคนนี้พิการทางสมอง และถูกแม่ขังไว้ในบ้าน    ซึ่งพลเมืองดีบอกว่าตนไม่ใช่คนแถวนนี้ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมาตนเห็นแขนของชายคนดังกล่าวยื่นออกมาจากประตูบ้าน แต่ประตูถูกล็อคกุญแจจากข้างนอก    โดยช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ชายคนดังกล่าวมีอาการขัดขืน นอนอยู่ที่พื้นบ้านใส่แต่เสื้อ ไม่ใส่กางเกง พูดจาไม่รู้เรื่อง แขนขาลีบเล็ก ร้องส่งเสียง ก่อนจะนิ่งลง และจึงพาตัวไปโรงพยาบาลยันฮีเพื่อตรวจสอบสุขภาพร่างกายส่วนสภาพภายในบ้านเต็มไปด้วยขยะ ส่งกลิ่นเหม็น   ในเวลาต่อมาทราบว่าตึกแถวห้องนี้ ชายคนดังกล่าวอยู่กับหญิงชราที่เป็นแม่ สื่อมวลชนพยายามจะขอสัมภาษณ์ แต่เธอปฎิเสธ บอกเพียงแต่ว่า ลูกป่วย เพราะถูกรถชน    ด้าน พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผู้กำกับการสน.โชคชัย ระบุว่า ต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นแม่ลูกกันจริงหรือไม่ และเข้าข่ายการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ เบื้องต้นไม่พบว่าชายคนดังกล่าวถูกพันธนาการ หรือถูกทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ชายคนดังกล่าว มีพัฒนาการทางสมองช้า อาศัยอยู่กับแม่สองคน และเคยออกมานอกบ้านจนเกือบถูกรถชน แม่จึงขังไว้ในบ้าน แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินเสียงร้องในลักษณะขอความช่วยเหลือ ซึ่งทั้งสองคนแม่ลูกก็ใช้ชีวิตอยู่กันตามปกติ ไม่มีการทำร้ายร่างกาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lBhVbZzFSl0

 6,555
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.พ. 62

‘ปวีณา’ เข้าช่วยชายพิการทางสมอง ถูกขังในตึกนาน 30 ปี หลังพลเมืองดีร้องเรียนหวั่นเกิดอันตราย

วันที่ 3 ก.พ. 62 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย นำหมายค้นเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณแขวงและเขตลาดพร้าว หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าอาจจะมีคนถูกกักขังอยู่ภายในอาคาร   นางปวีณา ระบุว่ามีพลเมืองดีเห็นแขนของผู้ชายยื่นออกมาจากช่องประตูเหล็กที่ถูกใส่กุญแจอยู่ด้านนอก บางคนก็จะเห็นหญิงสูงวัยคาดว่าเป็นแม่หรือญาตินำอาหารมาให้ผ่านทางประตู เกรงว่าอาจจะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี อีกทั้งยังน่าจะเป็นผู้ป่วย หากปล่อยไว้เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงต้องรีบเข้าช่วยเหลือ   ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบชายอายุประมาณ 30-40 ปี นอนอยู่กับพื้น พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายกับคนเป็นใบ้ มีลักษณะแขนขาลีบเล็กอ่อนแรง สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นผู้ป่วยออทิสติก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลยันฮีเพื่อตรวจร่างกายและเข้ารับการรักษาตามกระบวนการ   พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผู้กำกับการ สน.โชคชัย ระบุว่า นอกจากผู้ป่วยแล้ว ยังพบหญิงสูงอายุอีกคนอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นอ้างว่าเป็นแม่ของชายคนดังกล่าว พร้อมระบุว่า ลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุ ทำให้มีอาการป่วย และไม่ได้ถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล จึงต้องอยู่แต่ภายในบ้าน   อย่างไรก็ตามตำรวจต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นแม่ลูกกันจริงหรือไม่ และจะเข้าข่ายการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ แต่ภายในบ้านก็ไม่ได้มีลักษณะของการถูกพันธนาการ ทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายใดๆ    จากการสอบถามเพื่อนบ้านและคนที่อยู่ในละแวก ระบุว่า เห็นชายคนดังกล่าวมีลักษณะพัฒนาการทางสมองช้าตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับแม่สองคน และเคยออกมานอกบ้านจนเกือบถูกรถชน ทำให้ผู้ปกครองต้องดูแลให้อยู่แต่ภายในบ้านของตนเองมานานหลายสิบปีจนกระทั่งโต    แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินเสียงร้องในลักษณะขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด ทั้งแม่และลูกก็อยู่กันตามปกติ ไม่เคยเห็นว่าคุณป้าแม่ของชายคนดังกล่าวจะเคยทำร้ายร่างกายลูกชายสักครั้งเดียว ซึ่งกิจวัตรประจำวันของผู้เป็นแม่คือจะออกไปให้อาหารสัตว์ตามซอยต่างๆ ก่อนกลับมาดูแลลูกชาย ป้อนข้างป้อนน้ำ ตัดผมอาบน้ำ ไม่เห็นว่าจะเป็นการกักขังแต่อย่างใด   ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่าภายในที่พักพบเศษขยะจำนวนมาก ถือว่าไม่ถูกสุขลักษณะและไม่เหมาะเป็นที่พักอาศัยของผู้ป่วย ดังนั้นหลังจากนี้จะมีการประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดพร้าวเข้ามาดูแลต่อไป แต่ในส่วนของต้นไม้ด้านหน้าบ้านพักไม่ถือว่าบุกรุกพื้นที่สาธารณะเพราะอยู่หลังแนวเสาไฟฟ้าจึงยังถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลอยู่      

 12,601
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 62

แม่เด็ก 7 ขวบร้องกลับปวีณา หลังลูกถูกกล่าวหาเตะขวดน้ำมันใส่เด็ก 4 ขวบจนไหม้ ยันเด็กทำตัวเอง

จากกรณีนางแหม่ม (นามสมมติ) อายุ 27 ปี นำ ด.ช.หนึ่ง (นามสมมติ) ลูกชายวัย 4 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เนื่องจากลูกชายถูกเพื่อนรุ่นพี่เตะขวดน้ำอัดลม ซึ่งภายในมีน้ำมันเบนซินใส่ตัวจนไฟลุกไหม้ตามตัวได้รับบาดเจ็บ ภายหลังครอบครัวของเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้ช่วยเหลือหรือดูแลใดๆ โดยอ้างว่าลูกชายทำตัวเองจนเกิดไฟลุกไหม้ จึงได้มาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับทางมูลนิธินั้น   แต่ในเวลาต่อมา แม่ของเด็ก 7 ขวบที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำ ด.ช.หนึ่ง ได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับนางปวีณาเช่นกัน โดยนางแอน (นามสมมติ) อายุ 28 ปี แม่ของเด็ก 7 ขวบ เปิดเผยว่า ช่วงตอนเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้านโดยฝากลูกให้ทวดเป็นคนเลี้ยงร่วมกับลูกสาวคนโตและเด็กคนอื่นๆ   จนช่วงค่ำเมื่อตนกลับมาบ้านทวดจึงแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบ จึงรีบไปเยี่ยม ด.ช. หนึ่งที่โรงพยาบาลทันที และได้สอบถามเหตุการณ์ซึ่ง ด.ช.หนึ่งก็บอกว่าลูกชายเอาน้ำมันมาราดและผลักเข้ากองไฟ และเมื่อตนกลับมาบ้านก็ได้มาถามความจริงจากลูกชายแต่เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ   ช่วงเกิดเหตุเล่นขุดดินกันอยู่ 2 คนบริเวณป่ากล้วย ก่อนที่ ด.ช.หนึ่งจะถือขวดน้ำมันมาวางไว้ที่พื้นและเดินหายไป จากนั้นกลับมาพร้อมกับไฟแช็คและกระดาษ แต่เมื่อ ด.ช.หนึ่งจุดไฟแช็คที่กระดาษไฟกลับลามไหม้แขน และเมื่อปล่อยกระดาษลงพื้นที่มีน้ำมันอยู่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขาและตามตัว ก่อนที่ลูกชายจะรีบวิ่งหนีด้วยความตกใจกลัว   ตนยืนยันว่าไม่เคยพูดว่าจ่ายค่าทำขวัญแค่ 200 บาท เพราะเงินจำนวนนี้ตนฝากให้ทวดเอาไปให้ ด.ช.หนึ่งไว้เพื่อซื้อขนม ส่วนเรื่องคดีทางตำรวจมีการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายไปไกล่เกลี่ย แต่ทางย่าเด็กบอกไม่ยอมเพราะหลานเขาเป็นเยอะ จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งตนก็ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จนมีข่าวที่ทางคู่กรณีร้องปวีณา ตำรวจจึงโทรมาบอกให้พาลูกมาสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ ซึ่งลูกชายก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำ ด.ช.หนึ่งทำตัวเอง   นางแอน กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกมาก ตอนนี้น้องออกไปไหนไม่ได้ เพราะถ้าออกไปเจอคนอื่นก็มีแต่คนพูดเรื่องนี้ และกล่าวหาว่าลูกชายเป็นคนทำ พร้อมถามว่าทำไมต้องทำ ทำไมต้องเผา ทำให้ตอนนี้ลูกชายมีอาการซึม และกลัวที่จะเจอคนแปลกหน้า ทำให้วันนี้จึงอยากจะมาร้องขอความเป็นธรรมกับนางปวีณาเช่นกัน เพราะไม่มีพยานหลักฐานที่เป็นคนกลางเห็นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ใครเป็นคนทำ   ตอนนี้เหมือนว่ามีการตัดสินไปแล้วว่าลูกเป็นคนผิด ทั้งที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปคดี และเสียใจมากที่ตั้งแต่เกิดเหตุทุกหน่วยงานไปหาแต่ ด.ช.หนึ่ง แต่ไม่เคยไปหาฝั่งตนเลย ไม่เคยไปถามว่าความจริงเป็นอย่างไร ไม่เคยไปคุยกับลูกตนว่าเรื่องเกิดแบบไหน   ทั้งนี้โดยปกติลูกชายเป็นคนที่ไม่ได้เล่นรุนแรง หรือเล่นอันตราย เพราะปกติเพื่อนที่เล่นด้วยกันจะเป็นผู้หญิง เล่นแรงสุดคือเตะบอลใส่ ส่วนที่โรงเรียนทั้งเพื่อนและครูยืนยันว่าลูกเป็นเด็กเรียบร้อย เป็นคนเรียนเก่งและช่วยเหลือเพื่อน    รวมทั้งน้ำมันที่ใช้ลูกชายรู้ตั้งแต่แรกว่าอยู่ในจุดไหน ซึ่งก็ตั้งวางอยู่ตั้งแต่เดือน ก.ค.แล้ว และบริเวณบ้านมีเด็กถึง 4 คน ซึ่งหากลูกชายตนจะนำมาเล่นคงเอาน้ำมันมาเล่นนานแล้ว แต่ทำไมเรื่องนี้มาเกิดขึ้นตอนที่ ด.ช.หนึ่งเพิ่งข้ามมาเล่นที่บ้านหลังจากไม่ได้มาเล่นนาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/WWyRYGc2cYI  

 1,390
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 62

แม่ร้องปวีณา ลูกชายถูกเด็ก 7 ขวบ เตะขวดใส่น้ำมันโดนตัวจนไฟลุกเจ็บหนัก คู่กรณีโยนเงินให้แค่ 200

นางแหม่ม (นามสมมติ) อายุ 27 ปี นำ ด.ช.หนึ่ง (นามสมมุติ) ลูกชายวัย 4 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เนื่องจากลูกชายถูกเพื่อนรุ่นพี่ เตะขวดน้ำอัดลมซึ่งภายในมีน้ำมันเบนซินใส่ตัวจนไฟลุกไหม้ตามตัวได้รับบาดเจ็บ ภายหลังครอบครัวของเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้ช่วยเหลือหรือดูแลใดๆ โดยอ้างว่าลูกชายทำตัวเองจนเกิดไฟลุกไหม้ จึงได้มาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับทางมูลนิธิฯ   โดยนางแหม่ม กล่าวว่า หลังตนเลิกรากับสามีเก่าได้ฝากลูกลชายไว้กับย่า อายุ 58 ปี ซึ่งอาศัยในพื้นที่ ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร และตนได้มีสามีใหม่ช่วยกันทำงานขับรถส่งของตามต่างจังหวัด นานๆ จะไปเยี่ยมลูกสักครั้งแต่ก็จะส่งเงินให้ลูกทุกเดือน กระทั่งเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปเยี่ยมลูกที่บ้านย่า ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าลูกชายมีสภาพรอยแผลเป็นเต็มตัว แต่ที่ผ่านมาย่ากลับไม่เคยบอกว่าลูกไปเป็นอะไรมาก่อนจนกระทั่งมาพบด้วยตนเอง   นางแหม่ม กล่าวต่อว่า เมื่อสอบถามทราบว่าเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ลูกชายได้ไปเล่นที่บริเวณบ้านของ ด.ช.เอก วัย 7 ขวบ ซึ่งบ้านอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ลูกชายบอกว่า ด.ช.เอก ได้นำเอาน้ำมันเบนซินใส่ขวดน้ำอัดลม ก่อนจะเตะขวดใส่ไปโดนตัวลูกชายจนไฟลุกติดตามตัว ด้วยความร้อนและความตกใจ ลูกชายได้วิ่งหนีไปกระโดดลงอ่างน้ำบริเวณใกล้เคียงจนไฟดับลง ระหว่างนั้นมีเพื่อนบ้านมาเห็นจึงไปตามย่าที่ทำงานรับจ้างอยู่ไม่ไกลก่อนพาส่งโรงพยาบาล   เมื่อผู้เป็นย่าเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของ ด.ช.เอก บอกเพียงว่าจะจ่ายให้แค่ 200 บาทเท่านั้น ถ้าอยากได้มากกว่านี้ให้ไปฟ้องศาล พร้อมอ้างว่าลูกชายของตนทำตัวเองจนเกิดไฟไหม้ และในช่วงเกิดเหตุก็มีเพียงเด็ก 2 คนที่อยู่ด้วยกัน แต่เมื่อถามตนถามลูกชายทุกครั้งเขาก็ยืนยันคำเดิมว่าโดน ด.ช.เอก เตะขวดที่มีน้ำมันใส่ และตนก็เชื่อว่าลูกชายโดนกระทำจริง   โดยตอนนั้นย่าเด็กบอกว่าลูกชายของตนต้องรักษาตัวนานกว่า 24 วัน ส่วนตอนนี้อาการปลอดภัยเกือบเป็นปกติแล้ว มีเพียงขาที่ยังมีอาการปวดจนเดินไม่ถนัด โดยตอนนี้ตนได้รับลูกชายกลับมาดูแลเอง ถึงแม้จะต้องไปทำงานตามต่างจังหวัดก็ตาม ส่วนเรื่องคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าแม้ว่าเรื่องจะเกิดมาหลายเดือนแล้ว จึงได้ร้องเรียนกับทางมูลนิธิฯเพื่อขอความช่วยเหลือ   ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังรับเรื่องรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะผู้กระทำเป็นด.ช.อายุแต่เพียง 7 ขวบ เท่านั้น โดยมูลนิธิปวีณาฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือนางแหม่มกับลูกชายจำนวนหนึ่ง และประสานพ.ต.อ.วรชิต จันทร์วงศ์ ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร ช่วยให้ความเป็นธรรม   พร้อมประสาน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อนัดหมายให้เจ้าหน้าที่พานางแหม่มกับลูกชายเข้าทำเรื่องขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดี พร้อมกันนี้จะได้ประสานกระทรวงพัฒนาสังความและความมั่นคงของมนุษย์เข้าให้การช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยในวันพุธนี้ (23 ม.ค.) ตนจะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PVEz6LJAMVc

 1,180
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
22 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 22 ม.ค.62 ทักษิณแนะวิธีแก้ฝุ่น-หลานแสบจับป้าเรียกค่าไถ่-เคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ

-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบเหตุไม่สงบภาคใต้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบเหตุไม่สงบภาคใต้ โปรดเกล้าฯองคมนตรีเยี่ยมให้กำลังใจ นายกฯออกแถลงการณ์ประณามคนร้ายต้องการยั่วยุให้ใช้กำลังเต็มรูปแบบ เพื่อให้เข้าเงื่อนไขสากลหวังยกระดับปัญหาให้องค์การระหว่างประเทศแทรกแซง พระสงฆ์338วัดยังออกบิณฑบาตตามปกติ แม่ทัพภาค4สั่งเพิ่มกำลังคุ้มกัน ล่าสุดที่บาเจาะ นราธิวาส คนร้ายบุกเผารถ ชรบ.2คันเสียหาย นายกฯประณามเหตุไม่สงบภาคใต้ เชื่อมุ่งยั่วยุ จนท. ยันคลิปเสียงขู่ทางไลน์เป็นแค่ข่าวลวง    -วิกฤตฝุ่นจิ๋วยังอันตราย เกินค่ามาตรฐาน26จุด ขึ้นตัวแดง4จุด เขตบางคอแหลม ภาษีเจริญ บางขุนเทียน พระนคร กรมควบคุมมลพิษชงแก้ปัญหา ถ้าฝุ่นยังวิกฤต3วัน ห้าม ขรก.ขับรถมาทำงาน นายกฯออกแถลงการณ์ฝุ่น 9 ข้อ เช่นเพิ่มความถี่ฉีดล้างถนน, เข้มงวดตรวจรถควันดำ ชี้ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ ไม่ใช่ติติงกันไปเรื่อยว่ารัฐบาลไม่สนใจ ทั้งที่คนจะตายกันอยู่แล้ว หากทุกคนไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง รัฐบาลไม่สามารถแก้ได้ทุกเรื่อง ฝุ่นจิ๋ว กทม.วิกฤตไม่หยุด คาด 24 ม.ค.มีลมมาช่วยให้ดีขึ้น ชงห้าม ขรก.ขับรถมาทำงาน / นายกฯออก 9 มาตรการแก้ฝุ่น ชี้ ปชช.ต้องแก้ที่ตัวเองด้วย ไม่ใช่ติติงรัฐบาลอย่างเดียว ด้านทักษิณไลฟ์สดออนไลน์ Good Monday ยกปักกิ่งต้นแบบแก้ฝุ่นพิษ เปลี่ยนโรงไฟฟ้าถ่านหินรอบเมืองไปใช้พลังงานสะอาด ย้ายโรงงานอุตสาหกรรมรอบเมือง รถยนต์ในปักกิ่งต้องเป็นรถไฟฟ้าใน 5 ปี ใช้วิกฤตฝุ่นให้เป็นโอกาส ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า แก้ปัญหาเผาตอข้าวสร้างมลพิษฝุ่นพัดมา กทม.เปลี่ยนมาใช้วิธีขังน้ำในนา ให้ตอข้าวเน่ากลายเป็นปุ๋ย               'ทักษิณ' จัด good monday ยกโมเดลปักกิ่ง-ดูไบ แก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว    -นายกฯบอก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใกล้ออกแล้ว ขอให้ใจเย็นๆ ตอนนี้ยังไม่มีใครทาบทามให้เป็นแคนดิเดตพรรคการเมืองใด ด้านพุทธิพงษ์บอกพรรคพลังประชารัฐจะบอกชื่อแคนดิเดตนายกฯภายใน 14 วัน เนื่องจากดูปฏิทินการเมือง หลังมี พ.ร.ฎ.ประกาศออกมา ส่วนองอาจ พรรคประชาธิปัตย์ บอกต้องรอดูว่านายกฯจะประกาศเต็มตัวเมื่อใด มี 2 แนวทางคือนายกฯในบัญชีกับนายกฯคนนอก เชื่อว่าที่ยังดึงเวลายังไม่ประกาศชัดว่าเลือกแบบไหน คงหาทางหนีทีไล่ ประกาศช้าเร็วไม่เป็นผลเพราะสังคมรับรู้อยู่แล้ว 'บิ๊กตู่' บอกใจเย็นๆ พ.ร.ฎ.ใกล้ออกแล้ว ยันยังไม่มีพรรคไหนทาบทามนั่งนายกฯ   -สุดารัตน์และชัชชาติลงพื้นที่ร่วมกันย่านบางกะปิ สุดารัตน์ยันทีมเพื่อไทยมีคนทำงานมีความสามารถหลายคน รอ พ.ร.ฎ.ประกาศออกมาก่อนจึงจะประกาศทีม ยันพรรคไม่มีการทะเลาะตีกันแม้จะถูกยั่วยุ ชัชชาติบอกทำงานเป็นทีม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรรค ต้องเดินตามที่พรรคกำหนด แม้ตนไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้ 'สุดารัตน์-ชัชชาติ' ควงลงพื้นที่ ยันพรรคทำงานเป็นทีม ยั่วยุอย่างไรก็ไม่ตีกัน   -นายกฯฝากถึงนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ย้ำอีกว่า ส.ป.ก.แปลงเป็นโฉนดไม่ได้ เพราะต้องให้เป็นที่ทำกิน สามารถให้ลูกหลานต่อได้ทำการเกษตรเท่านั้น นายกฯเตือน พปชร.ดัน ส.ป.ก.ทองคำ 'สมศักดิ์' ยังเดินหน้าบอกเปลี่ยนได้จริง    -พรรคภูมิใจไทยปล่อยเพลงแร็พชื่อเพลงทลาย เพื่อเป็นการทลายทุกข้อจำกัด ทำสิ่งมีประโยชน์ให้ ปชช. ชูนโยบายปลูกกัญชาเสรี แก้ปัญหาค่าครองชีพ ภูมิใจไทยเปิดตัวเพลงแร็พหาเสียง ดันสุดซอยปลูกกัญชาเสรี    -พาณิชย์เผยมูลค่าการส่งออกไทยปี 61 ทะลุ 2.52 แสนล้านเหรียญฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ขยายตัวแค่ 6.7% จากเป้าหมาย 8% หลังสงครามการค้าพ่นพิษ ฉุดส่งออกไทยหายไปทั้งปี 382 ล้านเหรียญ ส่วนปี62ยังห่วงสงครามการค้า เงินบาทแข็ง ซ้ำเติมเป้าหมาย 8% สงครามการค้าพ่นพิษ ส่งออกไทยปี 61 หลุดเป้า ขยายตัวได้ 6.7% จากที่ตั้ง 8%    -หมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถและลูกสาว ลาออกจากทุกตำแหน่ง บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ และบมจ.การบินกรุงเทพพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังถูกกลต.กล่าวหาปมซื้อขายหุ้นบางกอกแอร์เวย์ บริษัทยันไม่กระทบฐานะการเงินบริษัท ด้านหุ้นถูกเทขายร่วงหนัก 'หมอเสริฐ-ลูกสาว' ลาออกทุกตำแหน่ง ปมปั่นหุ้น ba ก.ล.ต.ยันต้องจ่ายค่าปรับ 499 ล้าน ภายใน 14 วัน    -รวบตัวหลานแสบจับป้าแท้ๆเป็นอดีตครูหอวัง ไปเรียกค่าไถ่3ล้านบาท วันก่อเหตุเข้าไปยืมเงินลูกสาวป้า 2หมื่นแต่ไม่ได้ วางแผนขับเก๋งไปรับป้า ทำทีอาสาไปทำธุระ แต่กลับจับป้าใส่กุญแจมือ เอามีดข่มขู่ โทรไปหาลูกป้าเรียกค่าไถ่3ล้าน สุดท้ายชิงเงินป้าไป3หมื่น ปล่อยป้าลงข้างทาง สารภาพทำจริงเพราะต้องการเงิน จากสาเหตุติดการพนัน หลานแสบแค้นขอยืมเงินไม่ได้ จับป้าเรียกค่าไถ่ ลวงใส่กุญแจมือ ชิงเงินได้ 3 หมื่นก่อนปล่อยทิ้งข้างทาง   -คนร้ายบุกบ้านหญิงชราวัย 74 ปีที่สุพรรณบุรี ฆ่าบีบคอตายคาเตียงนอน ในสภาพที่ปากยังเคี้ยวหมาก ที่คอมีรอยบีบเขียวช้ำ รื้อค้นทรัพย์สินได้ทอง 2 บาทเงิน 2 หมื่น เร่งตรวจสอบรอยเท้าที่ปีนเข้าหน้าต่าง รอยนิ้วมือที่กล่องใส่ทอง ตร.เร่งหาเบาะแส ลูกชายต้องสงสัยยันไม่ได้ทำ วันเกิดเหตุไปทำงาน ตจว. เพื่อนบ้านวอนจับคนร้าย เผยช่วง2เดือนถูกงัดบ้านแล้ว2ครั้ง เร่งหาเบาะแส โจรฆ่าบีบคอยายวัย 74 เพื่อนบ้านสงสัยคนใน เพราะหมาไม่เห่า ลูกชายปฏิเสธยันไม่ได้ทำ    -แม่เด็กชาย 4 ขวบร้องมูลนิธิปวีณา ลูกชายถูกรุ่นพี่ 7 ขวบเอาน้ำมันเบนซินใส่ขวดน้ำอัดลมเตะเข้าหาตัว ไฟลุกท่วมเจ็บสาหัส พ่อแม่คู่กรณีขอให้เงิน 200 ให้จบเรื่อง ไม่เคยเหลียวแล คดีไม่คืบ แม่ร้องปวีณา ลูกชายถูกเด็ก 7 ขวบ เตะขวดใส่น้ำมันโดนตัวจนไฟลุกเจ็บหนัก คู่กรณีโยนเงินให้แค่ 200    -มข.จัดขบวนเคลื่อนสรีรสังขารหลวงพ่อคูณยิ่งใหญ่มาที่ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก ทำพิธีขอขมาและสวดอภิธรรม พร้อมร่างอาจารย์ใหญ่ทั้งหมด 647 ร่าง พุทธศาสนิกชนนับหมื่นกราบอาลัยแน่น 2 ฝากถนน นำผ้าที่เตรียมมาวางให้รถเหยียบ โปรยเหรียญดอกคูณบุญ 3 หมื่นเหรียญให้ ปชช.เก็บไว้เป็นสิริมงคล   มข.จะเปิดให้เข้ากราบ 8 โมง-4ทุ่ม ถึง 28 ม.ค. จัดสวดวันละ4รอบ ก่อนเคลื่อนสรีรสังขารไปยังฌาปนสถานชั่วคราว 29 ม.ค. ผู้ว่าฯขอนแก่นตรวจสอบพระปลอม คุมเข้มจับมิจฉาชีพ แอบอ้างเก็บเงิน500บาทแลกได้นั่งฟังสวดด้านหน้า เคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ลูกศิษย์นับหมื่นปักหลัก 2 ข้างทาง เปิดให้ฟังสวด-วางดอกไม้จันทน์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n9adg6QGnEI

 4,488
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ย. 61

แม่ร้องปวีณา จ้างเพื่อนเลี้ยงลูกวัยขวบเศษ ถูกทำร้ายเลือดคั่งในสมองอาการโคม่า อ้างเด็กพลัดตกเตียงเอง

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เดินทางไปโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อเยี่ยมอาการน้องฟีฟ่า วัย 1 ขวบ 2 เดือน โดยนางสาวปริชาติ  มณีใส อายุ 20 ปี อาชีพรับจ้าง แม่ของเด็ก แจ้งไปยังมูลนิธิปวีณาฯ ว่าได้จ้างเพื่อนเลี้ยงดูลูกชายได้ประมาณ 2 เดือน    โดยน้องได้รับบาดเจ็บเลือดคั่งในสมอง อาการโคม่า รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี ขอให้ช่วยตรวจสอบและประสานตำรวจค้นหาความจริงว่าสาเหตุที่ลูกชายเจ็บสาหัสเกิดจากอะไร เนื่องจากเพื่อนอ้างว่าน้องฟีฟ่าพลัดตกเตียงเองจนหมดสติ ก่อนเกิดอาการชักเกร็งเลยรีบนำส่งโรงพยาบาล   นางสาวปริชาติ เล่าว่า ตนเองเลิกรากับสามีเก่ามีลูกติด 1 คน คือน้องฟีฟ่า ต่อมาได้มีสามีใหม่ช่วยกันทำมาหากินไม่มีเวลาเลี้ยงลูก เป็นจังหวะที่นางสาวน้อย (นามสมมติ) เพื่อนที่รู้จักกัน ซึ่งมีลูก 2 คน วัยไล่เลี่ยกับลูกชายของตน ประกาศรับจ้างเลี้ยงเด็ก ตนจึงตัดสินใจจ้างเลี้ยงตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ค่าจ้างเดือนละ 4,000 บาท รวมค่าแพมเพิส น้องฟีฟ่าก็กินนอนอยู่กับเพื่อนคนดังกล่าวที่คอนโดแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี   วันหยุดตนก็จะซื้อของไปเยี่ยมลูก แรกๆทุกอย่างก็เรียบร้อยดี จนวันที่ 4 พ.ย. ตนโทรศัพท์ไปหานางสาวน้อยบอกว่าจะไปเยี่ยมลูก นางสาวน้อยก็บ่ายเบี่ยงบอกว่ายังไม่ต้องมา เพราะจะไปหาญาติ ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งกลางดึกวันที่ 5 พ.ย. มีคนรู้จักโทรมาบอกว่า “รู้รึยังว่าน้องฟีฟ่าป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาลชลบุรี” ตนกับสามีตกใจมากรีบไปดูลูกทันที พบสภาพน้องฟีฟ่าตามเนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำ   เจ้าหน้าที่บอกว่านางสาวน้อยกับสามีที่นำน้องฟีฟ่ามาส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นแจ้งว่าเด็กพลัดตกเตียงจนหมดสติและชักเกร็ง จากนั้นตนก็พยายามสอบถามความจริงจากนางน้อย แต่ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าน้องฟีฟ่าพลัดตกเตียงเอง ซึ่งตนไม่เชื่อเนื่องจากสภาพลูกที่เห็น ทำให้สงสัยว่าจะมาจากการถูกทำร้ายมากกว่า   ด้านแพทย์เจ้าของไข้ ระบุว่า ได้รับการส่งตัวน้องฟีฟ่าจากโรงพยาบาลบางละมุง เช้าวันที่ 6 พ.ย เวลาประมาณ 02.00 น. เอกซเรย์พบว่ามีเลือดออกบริเวณเยื้อหุ้มสมองด้านซ้าย อาการโคม่า จึงเร่งทำการผ่าตัดเพื่อเปิดกระโหลกเอาเลือดที่คั่งออก ขณะนี้เด็กไม่รู้สึกตัว ใส่ท่อหลอดลมคอ ใส่เครื่องช่วยหายใจและใส่ท่อปัสสาวะ   นอกจากนี้ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายจุดบริเวณศีรษะ และแผลขีดข่วน แขน ขา เท้า และตามลำตัว จอประสาทตามีเลือดออกทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการกระแทกกับของแข็งไม่มีคมและเหวี่ยงกระแทก ไม่น่าจะเป็นการตกจากเตียง   ขณะที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ได้เรียกตัวพี่เลี้ยงคนดังกล่าวพร้อมกับสามีมาสอบปากคำแล้ว ยอมรับว่าได้ทำร้ายน้องฟีฟ่าจริง แต่ไม่ได้ทำร้ายบริเวณศีรษะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ โดยรอผลการตรวจของแพทย์จากมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wguyw2Omnrc

 6,590

Top