ค้นหา :

ผลการค้นหา "พระนครศรีอยุธยา"

ไลฟ์สไตล์
25 ก.พ. 63

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ นำอุปกรณ์กีฬา-เลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก นร. รร.มหาราชฯ จ.พระนครศรีอยุธยา

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ... ตอน ทำดีต้องได้ดี ขอทุกคนและเยาวชนของชาติไทย ต้องใส่ใจให้จงหนัก ที่ รร.มหาราช "ประชานิมิต" อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีนักเรียนจำนวนแค่ 100 กว่าคน แต่เด็กๆนั้นมีความตั้งใจเรียนและขยัน มีความสามรถในการเล่นกีฬาฟุตซอลเป็นอันดับ 2 ของจังหวัด ทั้งๆที่เด็กๆนั้นมีฐานะไม่ค่อยดีมากนัก      โดยทาง ดร.ไพโรจน์ รื่นวิชา นักเขียนศิลปเลขยันต์ภาษาบาลีขอมโบราณ ได้นำอุปกรณ์กีฬาต่างๆ เสื้อผ้า รองเท้า และอาหาร มาเลี้ยงและมอบให้กับเด็กนักเรียนทุกๆคนอีกด้วย

 353
สังคม
06 ก.พ. 63

สาธารณสุขพระนครศรีอยุธยา แจกหน้ากากอนามัย นอกจากป้องกันเชื้อโรคแล้ว ยังเป็นแฟชั่นได้ด้วย

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาธารณสุขประจำจังหวัด และจิตอาสา อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกรณรงณ์ มีการแจกหน้ากากอนามัย และติดตั้งจุดเจลล้างมือ ตามวัด และโบราณสถานสำคัญต่าง ๆ  ของจังหวัดอยุทยา ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน  โดยการรณรงณ์ ในครั้ง นี้พบนักท่องเที่ยวที่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่มาเที่ยวกัน ต่างก็สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันเชื้อ และไม่ใช่เพียงเป็นการป้องกันเชื้อไวรัสเท่านั้น แต่ยังเป็นแฟชั่นในปัจจุบันได้อีกด้วย หลาย ๆ คนบอกว่า  ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ว่าในครั้งหนึ่งเกิดเตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง         สามารถรับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9cWYXbyQIbs

 920
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 63

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ – จิ๋วแต่แจ๋ว! สุดยอดเยาวชนทีมฟุตซอล รร.มหาราชประชานิมิต จ.พระนครศรีอยุธยา

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ ตอน ช่วยเด็กยากจนแต่เจ๋ง ให้เขาเก่งต่อไปเป็นนักกีฬาทีมชาติ โดยจะพาไปดูเหล่าเยาวชนทีมฟุตซอลที่โรงเรียนมหาราชประชานิมิตตอ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้คว้าถ้วยรางวัลที่ 2 ในการแข่งฟุตซอลของจังหวัด ซึ่งโรงเรียนมหาราชประชานิมิต เป็นโรงเรียนเล็ก มีนักเรียนจำนวนร้อยกว่าคน แต่สามารถนำชัยชนะจากการแข่งฟุตซอลกับโรงเรียนขนาดใหญ่ได้ ซึ่งนักกีฬาแต่ละคนมีฐานะยากจน ทางรายการจึงนำชุดอาหารมามอบให้กับทางโรงเรียนมหาราชประชานิมิตและเหล่าเยาวชนทีมฟุตซอล    

 35
อาชญากรรม
28 ม.ค. 63

เพื่อนบ้านโหดเข้ามอบตัวอ้างถูกยั่วโมโหจนสติหลุด

มอบตัวแล้ว ชายโหดขับรถชนเพื่อนบ้านเสียชีวิต เผยถูกยั่วโมโหจนสติหลุด ขอโทษญาติคนตายแม้จะไม่ให้อภัย จากนี้ยินดีรับกรรมแต่โดยดี    คณะกรรมการหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ จ.พระนครศรีอยุธยา เผยภาพก่อนเกิดเหตุ เห็นนายไพบูลย์ ส่างสาร เดินออกจากบ้านซึ่งอยู่ข้างบ้าน นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง นายช่างโยธา กรมทางหลวงชนบท ไปที่บ้านฝั่งตรงข้าม เตรียมขับรถไปส่งเด็ก ๆ ซ้อมฟุตบอล ขณะที่นายสุพรรณ์ ฉีดน้ำไปบนทางเดิน ก่อนที่นายไพบูลย์ จะถอยรถออกจากบ้าน ตั้งลำ แล้วขับชนอย่างแรง   ซึ่งตรงกับคำให้การ ที่บอกว่า ผู้ตายยั่วโมโหฉีดน้ำใส่ แต่ที่ทำให้สติหลุดคือ ผู้ตายยักคิ้วเหมือนเยาะเย้ย ตอนนั่งในรถ ได้ตั้งนะโมก่อนถอยรถออกมา ผู้ตายยังหันมายักคิ้วอีก ทำให้สุดกลั้น เสียใจที่ทำไป ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต แม้จะไม่ให้อภัย ยินดีติดคุกตลอดชีวิตเพื่อชดใช้สิ่งที่ทำลงไป    ด้านนางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เผยว่า ไม่สามารถให้อภัยได้ แม้ว่าเขาจะสำนึกผิด แต่ก็ไม่สามารถคืนชีวิตสามีได้ ตนเสียเสาหลัก แถมตัวเองร่างกายไม่เต็มร้อย เพราะเคยผ่าตัดสมอง ต้องอยู่กับลูกเพียง 2 คน    ด้าน พันตำรวจเอก ประเวศ ศรีมาก ผู้กำกับการ สภ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่ตำรวจมีหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิด เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยได้นำตัวไปชี้จุดที่นั่งในรถเพื่อประกอบสำนวน ก่อนนำส่งฝากขังที่ศาลในวันพรุ่งนี้   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/85St6WvVfK0

 1,302
อาชญากรรม
27 ม.ค. 63

เข้ามอบตัวแล้ว เพื่อนบ้านตีนผีขับรถชนนายช่างโยธาบ้านตรงข้ามดับ แต่ไม่รับสารภาพ

วันนี้ (27 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ภรรยาและลูกได้พานายไพบูลย์ ส่างสาร ได้ติดต่อกับพนักงานสอบสวนโรงพักพระนครศรีอยุธยา นำตัวนายไพบูลย์ ส่างสาร สามี ที่ตกเป็นผู้ต้องเจตนาฆ่าคนตาย ตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยการขับรถเก๋งพุ่งชนนายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง นายช่างโยธากรมทางหลวงชนบทเสียชีวิต เมื่อเช้าวันที่ 25 ม.ค. 2563   พันตำรวจเอกประเวศ ศรีนาค ผู้กำกับโรงพักพระนครศรีอยุธยา ได้ทำการสอบปากคำในเบื้องต้นพบว่าเหตุจูงใจที่ทำให้นายไพบูลย์ ก่อเหตุครั้งนี้มาจากความกระทบกระทั่งกันระหว่างเพื่อนบ้านที่มีบ้านติดกัน วันพรุ่งนี้ถึงจะนำตัวฝากขังศาล   โดยในวันนี้จะให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ และห้ามพนักงานสอบสวนให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากเป็นคดีอยู่ในความสนในของประชาชนและเป็นคดีสะเทือนขวัญ เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่รับสารภาพตามข้อหาเจตนาฆ่าคนตาย ผู้ต้องหายังภาคเสธ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การ แต่ทางตำรวจมีคลิปกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญมัดตัวผู้ต้องหาได้ ตามที่แจ้งข้อกล่าวหาเจตนาฆ่าคนตาย   ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายไพบูลย์ เข้าห้องขังพบว่านายไพบูลย์ อยู่ในสภาพท้อแท้ ไม่มีเค้ารางของความโหดร้ายให้เห็นพร้อมกับยิ้มสู้เอ่ยกับผู้สื่อข่าวคำแรกว่ารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างหลังจากได้มอบตัว ระหว่างการหลบหนีมีแต่ความทุกข์กังวลใจ เหตุจูงใจที่ทำให้นายไพบูลย์ก่อเหตุครั้งนี้บอกแต่เพียงว่าไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทำไปได้อย่างไร ในชีวิตไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน นายไพบูลย์ผมขอไปใช้กรรม ส่วนการขอขมาศพนายสุพรรณ์ เพื่อนบ้านนั้น นายไพบูลย์ผุ้ต้องหาบอกว่าไม่ขอไปดีกว่า อย่างไรญาติผู้เสียชีวิตคงไม่ให้อภัยแน่นอน   ส่วนเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุนายไพบูลย์เปิดเผยว่าหลังจากขับรถเก๋งพรุ่งชนแล้วได้ขับรถไปจอดยังจุดที่พบรถข้างสนามฟุตบอล ใกล้วัดใหญ่ชัยมงคล แล้วว่าจ้างรถจักรยานยนต์รับจ้างนั่งซ้อนท้ายหลบหนีไปลงที่ปั๊ม ปตท.แล้วหลบหนีปลายทางที่จังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดที่หลบหนีรับว่าไม่มีความสุข ทุกข์ใจตลอดจึงติดต่อให้ภรรยาพาเข้ามอบตัวในเช้าวันนี้ (27 ม.ค.)   ด้านนางปรานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยานายสุพรรณ์ ผู้สูญเสียเสาหลักของครอบครัวได้เดินทางมาที่โรงพักพระนครศรีอยุธยาทันที เพื่อขอคัดค้านการประกันตัวนายไพบูลย์ ผุ้ต้องหาฆ่าสามี เนื่องจากหวั่นเกรงความไม่ปลอดภัยหากให้ประกันตัวนายไพบูลย์ ออกมา ครอบครัวของตนจะอยู่อย่างไรที่ต้องเห็นคนที่ฆ่าสามีมีอยู่ข้างบ้าน ความเกรงกลัว ความปลอดภัยไม่มี จึงขอให้พนักงานสอบสวนห้ามไม่ให้ประกันตัว  

 12,308
สังคม
27 ม.ค. 63

ยอดผู้เสียชีวิต ‘โคโรนา’ เพิ่ม – จีนไม่ให้เครื่องบินจอดรับคนไทย - คนร้ายไม่รับสารภาพชนเพื่อนบ้าน

ยอดผู้เสียชีวิตจาก ‘ไวรัสโคโรนา’ ใน 24 ชม. ที่ผ่านมาเพิ่มอีก 24 ราย คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน เผยตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อ ‘ไวรัสโคโรนา’ อยู่ที่ 2,744 คน เป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤต 461 คน ในช่วง 24 ชาวโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 24 คน ในมณฑลหูเป่ย ส่งผลยอดรวมผู้เสียชีวิต 80 คน และยังต้องเฝ้าระวังอีก 5,794 คน   จีนไม่อนุญาตให้เครื่องบินจอดรับคนไทยกลับประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุ จีนยังไม่อนุญาตให้นำเครื่องบินไปลงจอดรับคนไทยกลับประเทศ ย้ำ ยังรับมือได้ และยังไม่มีคนไทบแจ้งสถานทูตว่าต้องการกลับบ้าน ด้านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งเตรียมทีมแพทย์ดูแลการอพยพคนไทยในอู่ฮั่น ทันทีที่นายกอนุมัติ ที่สนามบินนานาชาติจังหวัดกระบี่ตรวจเข้มผู้โดยสารกว่าชาวจีน 800 คน บินตรงจาก 16 เมืองของจีน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ   ผู้ต้องหาไม่รับสารภาพ หลังชนเพื่อนบ้านเสียชีวิต ภรรยาและลูก นำนายไพบูลย์ ส่างสาร เข้ามอบตัวที่สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา หลังตกเป็นผู้ต้องหาขับรถชนนายช่างโยธาเพื่อนบ้านเสียชีวิต เจ้าตัวยังไม่รับสารภาพ ตำรวจคัดค้านการประกันตัว และเตรียมฝากขังศาลในวันพรุ่งนี้   รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CcRQi-jevUI

 3,547
อาชญากรรม
26 ม.ค. 63

จ่อหมายจับ! หนุ่มใหญ่ขับรถชนเพื่อนบ้านเสียชีวิต

อยุธยา – มีความคืบหน้าคลิปขับรถชนคนตายคาซอยที่อยุธยา ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุไปพบนายวิสูตร รัศมี อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายนางปราณกมล ภรรยาผู้ตายบอกว่า นายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี ผู้ก่อเหตุ เจตนาขับรถพรุ่งชนน้องเขยอย่างแน่นอน ดูจากคลิปยังถอยหลังออกไปตั้งหลักแล้วขับเดินหน้าเลี้ยวพุ่งชนผู้ตายอย่างเต็มแรง แล้วยังลากร่างติดรถไปไกลกว่า 10 เมตร ก่อนจะขับรถหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ด้านนางปราณกมล ญาติบรรทุง อายุ 46 ปี ภรรยาผู้ตาย เผยตามเสียงบอกว่าสามีเป็นคนเงียบทำงานเป็นนายช่างโยธา ชำนาญงานกรมทางหลวงชนบท นานจะกลับมาบ้านครั้งหนึ่ง แต่ก่อนหน้านี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานกรรมการหมู่บ้านซิตี้ ทำหน้าที่แก้ปัญหาภายในหมู่บ้าน แต่ปรากฏว่าได้ให้สามีลาออกจากประธานหมู่บ้านมานานกว่า 5 เดือนแล้ว ด้วยสาเหตุว่างานมากล้นมือ รับว่าคนในครอบครัวไม่เคยมีเรื่องกับผู้ก่อเหตุหรือบ้านเจ้าของรถยนต์ที่ชนแต่อย่างใด   ส่วนนิสัยใจคอของนายไพบูลย์ ผู้ก่อเหตุ นางปราณกมลเผยว่า เป็นคนอารมณ์ร้อน มีปากเสียงเรื่องที่จอดรถกับเพื่อนบ้านประจำ ถึงขนาดปิดประกาศติดหน้าบ้านตัวเองด่าคนที่จอดรถกีดขวางทางที่เข้าออก หลายครั้งเคยได้ยินนายไพบูลย์จะขับรถชนรถที่ขวางทางเข้าออกด้วย และเมื่อเช้าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ลากราวตากผ้าในบ้านออกมาหน้าบ้านไปกีดขวางรัศมีทางเลี้ยวออกของรถจากบ้านยายที่ผู้ก่อเหตุไปรับจ้างขับ จึงเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้น   ด้านนายสมพร สีนวนสกุนณี หลายชายผู้ตายบอกว่า ผู้ก่อเหตุนายไพบูลย์มีบ้านติดกับผู้ตาย และผู้ก่อเหตุนายไพบูลย์มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วันเกิดเหตุได้ไปรับจ้างคุณยายบ้านฝั่งตรงข้ามหน้าบ้าน ให้ขับรถเก๋งคันเกิดเหตุ พายาย ตาและหลานชาย ไปส่งที่สนามฟุตบอลเยลโล่ใกล้กับวัดใหญ่ชัยมงคล รวม 4 คน ขณะขับรถออกจากบ้านแล้วไม่รู้ทำไมขับรถพุ่งเข้าชนผู้ตายได้อย่างไร ทั้งที่ขับรถออกไปแล้วกลับถอยหลังตามคลิปมาชนจนเสียชีวิต หลังเกิดเหตุนายสมพรได้คุยกับคุณยายที่นั่งมาในรถคันก่อเหตุบอกว่า ตอนนั้นยายกำลังจะคาดเข็มขัดนิรภัย อยู่ ๆ ก็ขับรถชนผู้ตาย   ด้านลูกสาวผู้ก่อเหตุได้เดินทางมารอคุณพ่อหลังทราบข่าวว่าจะเข้ามอบตัว ได้เปิดเผยสั้น ๆ ว่า ขอให้พ่อมอบตัวดีกว่าเพื่อความปลอดภัยและเป็นห่วง อย่าหลบหนีทุกคนพร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือเยียวยาผู้ตายและครอบครัวผู้ตายทุกอย่างไม่ต้องกลัวขอให้มอบตัวดีกว่า   และในเวลาต่อมาพนักงานสอบสวน พันตำรวจตรีกัมพล อินทีวงศ์ พนักงานสอบสวน โรงพักพระนครศรีอยุธยาเจ้าของคดี ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับนายไพบูลย์ ส่างสาร ในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ทางพนักงานสอบสวนได้ประสานงานชุดสืบสวนได้ทราบออกติดตามนายไพบูลย์ทันที โดยแบ่งกำลังติดตามหาข่าวในส่วนของบ้านญาติทุกแห่ง เพื่อนสนิท รวมถึงบ้านญาติที่ภาคใต้ด้วย   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/XfbZUEObYbA    

 2,608
สังคม
18 ม.ค. 63

สั่งย้ายแล้ว! ครูพละตีเด็กนักเรียน เจ้าตัวหลั่งน้ำตาหลังศิษย์เก่ารวมตัวให้กำลังใจ

จากกรณีมีการเผยภาพครูใช้ไม้เรียวฟาดลูกศิษย์ พร้อมกับด่าทอด้วยคำรุนแรง จนเป็นกระแสวิพากวิจารณ์ว่าครูทำเกินไป หรือไม่ ล่าสุดครูออกมาขอโทษ ส่วนสาเหตุเพราะโมโหที่ไม่ทำเวรแล้ว และถูกย้ายให้ไปช่วยราชการที่อื่น   ล่าสุดโรงเรียนเชียงรากน้อย ทรัพย์-สังเวียน เหราบัตย์อนุสรณ์ ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ได้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และมีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวที่อยู่ในคลิปย้ายไปช่วยราชการชั่วคราวแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ทั้งนี้เบื้องต้นถือว่าครูทำผิดวินัย และไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ถือว่าเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ    ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (17 ม.ค.) ได้มีการเชิญครูคนดังกล่าวเข้ามาพูดคุย และเมื่ออกจากห้องพูดคุยก็พบบรรดาศิษย์เก่าที่เดินทางมาให้กำลังใจ จนครูถึงขั้นร้องไห้ออกมา พร้อมบอกสั้นๆ ว่า อธิบายทุกอย่างกับผอ. และผู้ปกครองไปแล้ว ขณะที่ศิษย์เก่าต่างบอกว่าครูเป็นคนดี และศิษย์เก่าหลายคนก็เคยถูกครูตีมาก่อน แต่ถือว่าเป็นความหวังดี  อยากให้นักเรียนได้ดี มีความรับผิดชอบ    ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2 ,นายโชค ปุยอ๊อต ผอ.โรงเรียน และ ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางไปที่บ้านของนักเรียน เพื่อพูดคุยกับนางวัลลภา แม่ของนักเรียน เพื่อทำความเข้าใจกัน โดยสรุปให้เด็กเรียนต่อที่โรงเรียนเดิม   โดยแม่เด็กเผยว่า ลูกเครียดมาก เพราะกลุ่มคนที่รักครูออกมาวิจารณ์เด็กและผู้ปกครอง โดยยืนยันว่าลูกตนเองเป็นเด็กดี ช่วยเหลืองานบ้าน การเรียนอยู่ในระดับกลาง        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/cD8FzxxBaWk  

 15,860
สังคม
09 ม.ค. 63

รวบหนุ่มฟรีรันนิ่งในโบราณสถาน

พระนครศรีอยุธยา-เจอตัวแล้ว เด็กอายุ 16 ปี กระโดดตีลังกาบนมรดกโลก วัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา สรุปแล้วเป็นเด็กไทย แม่พาเข้ามอบตัว โดยเผยว่าลูกเครียดมาก และคนที่เป็นคนถ่ายคลิปก็คือตัวแม่เอง   ความคืบหน้ากรณีมีคลิปชายหนุ่มนักท่องเที่ยวกระโดดตีลังกาบนโบราณสถานวัดมหาธาตุ ภายในอุทธยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นมรดกโลก โพสต์เผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสข่าวที่ถูกวิพากวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและผิด พรบ.โบราณสถานด้วย ซึ่งสำนักศิลปกรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งความดำเนินคดีบุคคลในคลิปดังกล่าวไว้ที่โรงพักพระนครศรีอยุธยา   เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ (8 ม.ค. 63) วัยรุ่นคนดังกล่าวพร้อมกับมารดา ได้เดินทางไปมอบตัวกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่กรมศิลปกร ไปรับทราบข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พุทธศักราช 2504 ปีนป่ายโบราณสถาน หรือกระทำการใดๆ อันก่อให้เกิดความชำรุด และข้อ 6 ว่าด้วยการกระทำอันน่ารังเกียจต่อศีลธรรมอันดีในเขตโบราณสถาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท    แม่ของวัยรุ่นชายคนดังกล่าว ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์ที่ 5 เดือนมกราคมที่ผ่านมา ตนเองกับลูกชาย ได้เดินทางมาเที่ยวไหว้พระ 9 วัด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยากันตามลำพังสองแม่ลูก ได้พากันมาเที่ยวชมโบราณสถานวัดมหาธาตุ ลูกชายซึ่งเป็นนักกีฬามีความสามารถกระโดดไปมาได้อย่างแม่นยำและไกล ได้ให้ตนเองใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเป็นคลิปวีดีโออย่างที่ปรากฏให้เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และไม่คิดว่าจะผิดกฏหมาย เพียงต้องการถ่ายให้ลูกเก็บไว้เท่านั้น    หลักงที่ตกเป็นข่าวรับว่าลูกชายเครียดนอนไม่หลับ ถึงขนาดหวั่นเกรงว่าลูกชายจะคิดฆ่าตัวตาย จึงรีบติดต่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเยาวชนคนนี้ได้ขอโทษเจ้าหน้าที่ และหลังจากนี้จะบวช 3 วันเพื่อเป็นการขอขมาสถานที่   เบื้องต้นจากตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก็ไม่พบว่าเกิดความเสียหาย แต่เยาวชนนก็ยังคงมีความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน ทั้งนี้ยังเป็นเยาวชนจึงมีการทำทัณฑ์บนเอาไว้ ทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง รวมไปถึงมีการว่ากล่าวตักเตือนเป็นที่เรียบร้อย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KEV4zi6JQ_o

 900
สังคม
07 ม.ค. 63

ไม่เหมาะสม!! ชวนเน็ตจวกยับ หนุ่มพิเรนท์กระโดดตีลังกา วิ่งมาไป อยู่ภายในโบราณสถานมรดกโลก

อยุธยา - สื่อโซเซียล รุมด่าประนามวัยรุ่นชายมาฝึกเล่นกีฬา Free Running หรือ การกระโดด ตีลังกา วิ่งมาไป อยู่ภายในโบราณสถาน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม และป้ายที่ติดห้ามไว้   จากภาพที่เห็นคาดเป็นวันรุ่นชาย ไม่ทราบสัญชาติ และอายุ ได้กระโดด ตีลังกา และวิ่ง กระโดดๆ ไปยังอีกกำแพง และอิฐ ที่อยู่โดยรอบโบราณสถาน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า Red Skull-addict ได้นำมาโพสต์ พร้อมกับระบุ ข้อความ มีคนส่งมาให้ดูตั้งแต่เช้า ตอนแรกโพสต์หน้าเฟซบุ๊กแล้ว เหมือนมีคนด่าเลยลบไปแล้ว การกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสม และไม่สมควรอย่างยิ่งพร้อมบรรยายภาพ เป็นภาษาอังกฤษ แปลสั้นๆ ได้ว่า แชมป์กระโดด ก้าวแรก ก้าวยาว ในคลิป เป็นการกระโดดจากบน สร้างกำแพงสูง ลงสู่พื้นด้านล่าง ก้าวกระโดดจากกำแพง ไปยังโครงสร้างเสาของโบราณสถาน    และจากการตรวจสอบ จุดที่อยู่ในคลิป เป็นโบราณสถาน ของวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นมรดกโลก ตั้งอยู่ภายในเกาะเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ได้เปิดให้เข้าชม ในภาพจะเห็นนักท่องเที่ยว กระโดดไปมา ด้วยความแปลกใจ ในขณะที่ตามจุดต่างๆ ของโบราณสถาน จะมีป้ายเตือน ห้ามปีนป่าย อยู่แล้ว แต่ไม่ทราบรอดสายตาเจ้าหน้าที่รักษาความเรียบร้อย ของโบราณสถานได้อย่างไร   ผู้สื่อข่าว สอบถามไปยังสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทราบว่า มีนักท่องเที่ยวโทรแจ้งเรื่องในคลิปนี้ ตั้งแต่เมื่อวานตอน 9 โมงเช้า ขณะนี้กำลังทำเรื่องถึงสำนักงานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาให้ทราบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย   ด้านนายจารึก แก้ววิไล ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เผยว่า หลังรับแจ้ง สั่งเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเพิ่ม เพื่อเข้มงวดกับนักท่องเที่ยว ไม่ให้ทำแบบนี้อีก พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว หากพบเห็นอะไรไม่เหมาะสม รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ส่วนคลิปที่เกิดไปแล้ว สั่งให้ฝ่ายกฎหมายเข้าตรวจสอบ และเก็บหลักฐานจากล้องวงจรปิดนำมาประกอบ เพื่อเร่งตามตัวมาดำเนินคดี  

 1,493
ข่าวโซเชียล
07 ม.ค. 63

ไม่เหมาะสม!! ชวนเน็ตจวกยับ หนุ่มพิเรนท์กระโดดตีลังกา วิ่งมาไป อยู่ภายในโบราณสถานมรดกโลก

อยุธยา - สื่อโซเซียล รุมด่าประนามวัยรุ่นชายมาฝึกเล่นกีฬา Free Running หรือ การกระโดด ตีลังกา วิ่งมาไป อยู่ภายในโบราณสถาน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม และป้ายที่ติดห้ามไว้   จากภาพที่เห็นคาดเป็นวันรุ่นชาย ไม่ทราบสัญชาติ และอายุ ได้กระโดด ตีลังกา และวิ่ง กระโดดๆ ไปยังอีกกำแพง และอิฐ ที่อยู่โดยรอบโบราณสถาน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า Red Skull-addict ได้นำมาโพสต์ พร้อมกับระบุ ข้อความ มีคนส่งมาให้ดูตั้งแต่เช้า ตอนแรกโพสต์หน้าเฟซบุ๊กแล้ว เหมือนมีคนด่าเลยลบไปแล้ว การกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสม และไม่สมควรอย่างยิ่งพร้อมบรรยายภาพ เป็นภาษาอังกฤษ แปลสั้นๆ ได้ว่า แชมป์กระโดด ก้าวแรก ก้าวยาว ในคลิป เป็นการกระโดดจากบน สร้างกำแพงสูง ลงสู่พื้นด้านล่าง ก้าวกระโดดจากกำแพง ไปยังโครงสร้างเสาของโบราณสถาน    และจากการตรวจสอบ จุดที่อยู่ในคลิป เป็นโบราณสถาน ของวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นมรดกโลก ตั้งอยู่ภายในเกาะเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ได้เปิดให้เข้าชม ในภาพจะเห็นนักท่องเที่ยว กระโดดไปมา ด้วยความแปลกใจ ในขณะที่ตามจุดต่างๆ ของโบราณสถาน จะมีป้ายเตือน ห้ามปีนป่าย อยู่แล้ว แต่ไม่ทราบรอดสายตาเจ้าหน้าที่รักษาความเรียบร้อย ของโบราณสถานได้อย่างไร   ผู้สื่อข่าว สอบถามไปยังสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทราบว่า มีนักท่องเที่ยวโทรแจ้งเรื่องในคลิปนี้ ตั้งแต่เมื่อวานตอน 9 โมงเช้า ขณะนี้กำลังทำเรื่องถึงสำนักงานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาให้ทราบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย   ด้านนายจารึก แก้ววิไล ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เผยว่า หลังรับแจ้ง สั่งเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเพิ่ม เพื่อเข้มงวดกับนักท่องเที่ยว ไม่ให้ทำแบบนี้อีก พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว หากพบเห็นอะไรไม่เหมาะสม รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ส่วนคลิปที่เกิดไปแล้ว สั่งให้ฝ่ายกฎหมายเข้าตรวจสอบ และเก็บหลักฐานจากล้องวงจรปิดนำมาประกอบ เพื่อเร่งตามตัวมาดำเนินคดี  

 1,493
สังคม
06 ม.ค. 63

ชาวบ้านอยุธยาฯ รวมตัวประท้วงโรงงานหลอมโลหะ ส่งกลิ่นเหม็นนาน 7 ปี ไม่แก้ไข เผยมีคนตายแล้วจากอาการภูมิแพ้

อยุธยา - ชาวบ้านลาดบัวหลวง รวมตัวประท้วงโรงงานหลอมโลหะ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนมานานกว่า 7 ปี เผยมีชาวบ้านตายแล้ว จากอาการภูมิแพ้   ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลลาดบัวหลวง ทั้งชาวไทยพุทธ และมุสลิม จำนวนกว่า 300 คน ได้รับความเดือนร้อนจากกระบวนการผลิตหลอมโลหะ ของบริษัทซีฟี่ อินดัสตรี้ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรับกำจัดกากขยะอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ห่างจากเทศบาลตำบลลาดบัวหลวง 1.5 กิโลเมตร ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ชาวบ้านเดือดร้อนมานานกว่า 6-7 ปี ยังไม่ได้รับการแก้ไขเป็นที่พึงพอใจของชาวบ้าน ทุกวันนี้ยังคงส่งกลิ่นเหม็น    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงหน้าหนาวลมเหนือจะพัดเอากลิ่นเหม็นจากกระบวนการผลิตเข้าไปยังชุมชน เดือดร้อนไปยังผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ รวมทั้งเด็กเล็กและชาวบ้านโดยทั่วไป ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านให้ข้อมูลว่า ได้กลิ่นเหม็นแบบนี้มา 6 ปีแล้ว ทุกครั้งที่ได้กลิ่นก็แสบคอ แสบจมูก หายใจไม่ออก ที่ผ่านมาทำเรื่องฟ้องศาลปกครอง มีคำสั่งให้ยุติการผลิตและดำเนินการแก้ไข แต่บริษัทอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แถมยังเดินหน้าผลิต นอกจากนี้ยังมีพ่อของชาวบ้านรายหนึ่งเสียชีวิต เนื่องจากได้กลิ่นเหม็นทำให้เป็นภูมิแพ้ อยากให้โรงงานหยุดการผลิต หรือหยุดส่งกลิ่นเหม็นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป   ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบล่าสุดแกนนำชาวบ้าน ทำเรื่องฟ้องศาลปกครอง ให้มีคำสั่งให้ยุติการผลิตและดำเนินการแก้ไข แต่ขณะนี้ทางบริษัทอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ศาลปกครองในคำสั่งดังกล่าว แถมยังเดินหน้าผลิตสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ทำให้วันนี้ได้นัดรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานเทศบาลลาดบัวหลวง    และตอนนี้ได้เคลื่อนขบวนไปอยู่ที่หน้าปากทางเข้าโรงงาน ริมถนนสายลาดบัวหลวงไม้ตา และเตรียมตั้งเต็นท์จำนวน 5 หลัง พร้อมรถสุขา เสบียงอาหาร เพื่อปักหลักประท้วง หากไม่มีการเจรจา รวมทั้งจะมีการกดดันด้วยการปิดการจราจรด้วย   นอกจากนี้นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ลงพื้นที่เพื่อติดตามเรื่อง และจะทำเรื่องร้องศาลปกครองสูงสุดขอคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดการผลิต          

 2,218
สังคม
01 ม.ค. 63

บรรยากาศสด ปีใหม่ จ.พระนครศรีอยุธยา คึกคัก ปชช.เดินทางมาไหว้พระขอพร-เยี่ยมชมโบราณสถาน

วันขึ้นปีใหม่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงขณะนี้ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาไหว้พระทำบุญขอพร รวมถึงเยี่ยมชมโบราณสถานที่สำคัญเป็นจำนวนมาก รวมถึงทำให้ตามร้านค้าและของฝากบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก   วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง เพื่ออุทิศผลบุญให้กับพระราชมารดาของพระองค์ อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นประธานของวัด คือ กลุ่มปรางค์ 5 องค์ ล้อมรอบด้วยระเบียงคด สะท้อนอิทธิพลความเชื่อแบบเทวราชาของขอม   และยังปรากฎเป็นฉากหนึ่งในละครบุพเพสันนิวาส ที่มีการมาตามรอย เป็นกระแสทำให้คนหันมาใส่ชุดไทยกัน ซึ่งวันนี้ก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม รวมถึงร่วมใส่ชุดไทยถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรม โบราณสถาน เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรดาร้านให้เช่าชุดไทยต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีใหม่นี้คึกคักเป็นอย่างมาก    ขณะที่ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวไทยถือโอกาสสำคัญวันขึ้นปีใหม่นี้ไหว้พระขอพร เสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตตนเองและครอบครัว ซึ่งวัดสำคัญๆที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ วัดใหญ่ชัยมงคล และวัดพนัญเชิงวรวิหาร ที่ประดิษฐานขององค์พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ซึ่งตามความเชื่อของผู้ที่มาไหว้ขอพรก็ด้วยชื่อของวัดที่ทำให้มีแต่ชัยชนะ ทำอะไรก็จะได้ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงใหญ่โต   ขณะที่โบราณสถานอื่นๆภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ในสังกัดกรมศิลปากร ในวันนี้ได้เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม   นอกจากนี้ที่คึกคักไม่แพ้กันก็คือร้านของฝากขึ้นชื่อของจังหวัด อย่างโรตีสายไหม หลายร้านมีลูกค้ามารอต่อคิวจำนวนมาก เพื่อที่จะซื้อกลับไปฝากครอบครัวที่บ้าน

 808
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 62

สภาพการจราจร 'สายเหนือ' ช่วงอยุธยาถนนโล่ง 'นครสวรรค์-เชียงใหม่' รถเริ่มหนาแน่น

สภาพการจราจร สายเหนือ ช่วง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ถนนโล่ง ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ การจราจร บนถนนสายหลักในตัวเมืองนครสวรรค์ ทั้งพลโยธินหมายเลข1ตั้งแต่ แยกค่ายจิระประวัตินครสวรรค์ สะพานเดชาติวงศ์ ไปจนถึงทางแยกอุทยานสวรรค์ ยังคงมีรถที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคเหนือกันอย่างต่อเนื่อง แต่การจราจรโดยรวมไม่ติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ    ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ได้ทำการเปิดช่องทางพิเศษบริเวณสะพาเดชาติวงศ์(สะพานกลาง)อีก2ช่องทาง เพื่อเร่งระบายรถที่จะเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ และเร่งระบายรถไม่ให้ติดขัดสะสมในตัวเมืองนครสวรรค์แล้ว   ในส่วนของถนนทางหลวงหมายเลข117นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่สามแยกอุทยานสวรรค์ ไปจนถึงทางแยกนวมินทร์ การจราจรก็มีมาก แต่คล่องตัวเช่นกัน รถสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ   เชียงใหม่ - ภาพมุมสูงบรรยากาศการจราจรในเส้นทางสายเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่บนถนนหลวงหมาลเลข 11 เริ่มหนาแน่นทั้งขาเข้า และขาออก แต่ยังถือว่าคล่องตัว จะมีติดขัดตามสี่แยกใหญ่เท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Gogp3F4Gpa0

 3,031
สังคม
28 ธ.ค. 62

สภาพการจราจร 'สายเหนือ' ช่วงอยุธยาถนนโล่ง 'นครสวรรค์-เชียงใหม่' รถเริ่มหนาแน่น

สภาพการจราจร สายเหนือ ช่วง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ถนนโล่ง ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ การจราจร บนถนนสายหลักในตัวเมืองนครสวรรค์ ทั้งพลโยธินหมายเลข1ตั้งแต่ แยกค่ายจิระประวัตินครสวรรค์ สะพานเดชาติวงศ์ ไปจนถึงทางแยกอุทยานสวรรค์ ยังคงมีรถที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคเหนือกันอย่างต่อเนื่อง แต่การจราจรโดยรวมไม่ติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ    ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ได้ทำการเปิดช่องทางพิเศษบริเวณสะพาเดชาติวงศ์(สะพานกลาง)อีก2ช่องทาง เพื่อเร่งระบายรถที่จะเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ และเร่งระบายรถไม่ให้ติดขัดสะสมในตัวเมืองนครสวรรค์แล้ว   ในส่วนของถนนทางหลวงหมายเลข117นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่สามแยกอุทยานสวรรค์ ไปจนถึงทางแยกนวมินทร์ การจราจรก็มีมาก แต่คล่องตัวเช่นกัน รถสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ   เชียงใหม่ - ภาพมุมสูงบรรยากาศการจราจรในเส้นทางสายเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่บนถนนหลวงหมาลเลข 11 เริ่มหนาแน่นทั้งขาเข้า และขาออก แต่ยังถือว่าคล่องตัว จะมีติดขัดตามสี่แยกใหญ่เท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Gogp3F4Gpa0

 3,031

Top