ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดอนเมือง"

สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 63

จับตีนแมวโรคจิต ขโมยชุดชั้นในผู้หญิง ผงะของกลาง 1,400 ตัว

ตำรวจนครบาลดอนเมือง นำกำลังจับกุมนายดนัย รายเวทย์ อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาลักกางเกงในสาว พร้อมของกลางกางเกงชั้นในกว่า 1,400 ตัว    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มกราคม ทางตัวแทนของคอนโดดังกล่าวได้เข้าร้องทุกข์กับทางตำรวจนครบาลดอนเมืองว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยกางเกงชั้นในหญิงสาวที่ตากไว้หลังห้อง จนท.จึงมาเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบชายรูปพรรณตรงตามที่เคยก่อเหตุก่อนหน้านี้ กำลังยืนอยู่หลังห้องชั้นล่างของคอนโด   พร้อมเอื้อมมือผ่านช่องตะแกรงระเบียงหลังห้องเข้าไปหยิบกางเกงชั้นในที่ตากไว้ ทางตำรวจจึงแสดงตัว จับกุมพร้อมของกลางกางเกงชั้นใน สีดำ จำนวน 3 ตัว ก่อนนำตัวขยายผลตรวจยึดของกลางที่เหลือที่บ้านพัก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ และควบคุมตัวสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง   จากการสอบสวน นายดนัย ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า หลังออกจากเรือนจำต้องโทษในคดีลักษณะนี้ ไม่ได้มีงานทำ ประกอบกับมีโรคไต ที่ต้องทำการรักษา โดยปัจจุบันอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกเท่านั้น โดยภรรยาจะเป็นคนทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารตามสั่งหาเลี้ยงครอบครัว แต่ด้วยที่เจ้าตัวชื่นชอบขโมยกางเกงชั้นในมาสูดดม เพื่อความพึงพอใจเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์งัดแงะต่างๆนั้นเป็นของเก่า ไม่ได้ใช้ในการลงมือก่อเหตุแต่อย่างใด   ขณะที่ภรรยาของนายดนัย เปิดเผยถึงพฤติกรรมของสามีที่มีพฤติกรรมชอบสะสมชุดชั้นในของหญิงสาวว่า รู้เรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้วว่า สามีจะไปตระเวนขโมยชุดชั้นในมาเพื่อสูดดมพร้อมกับช่วยตัวเอง และได้เคยเตือนให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งตนเองจะนำชุดได้นำชุดชั้นในที่สามีขโมยมาไปทิ้งแล้วหลายครั้ง แต่สามีก็ยังไปตระเวนขโมยชุดชั้นในกลับมาสะสมไว้ที่บ้านอีก   อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าอุปกรณ์ที่ตรวจยึดมาได้นั้น คาดว่าน่าจะมีการเตรียมการเพื่อจะลงมือก่อเหตุลักทรัพย์   เนื่องจากตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหารายนี้ พบว่าเคยต้องคดีข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ มูลค่าทรัพย์สินความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท ต่อมาได้ก่อเหตุงัดตู้เซฟ และลักกางเกงชั้นในเช่นกัน ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดไปถึง 401,000 บาท   หากมีผู้เสียหายรายใดถูกนายดนัยรายนี้ก่อเหตุ สามารถติดต่อตำรวจนครบาลดอนเมืองได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nWrFD82H5LA

 664
สังคม
14 ม.ค. 63

จับตีนแมวโรคจิต ขโมยชุดชั้นในผู้หญิง ผงะของกลาง 1,400 ตัว

ตำรวจนครบาลดอนเมือง นำกำลังจับกุมนายดนัย รายเวทย์ อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาลักกางเกงในสาว พร้อมของกลางกางเกงชั้นในกว่า 1,400 ตัว    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มกราคม ทางตัวแทนของคอนโดดังกล่าวได้เข้าร้องทุกข์กับทางตำรวจนครบาลดอนเมืองว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยกางเกงชั้นในหญิงสาวที่ตากไว้หลังห้อง จนท.จึงมาเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบชายรูปพรรณตรงตามที่เคยก่อเหตุก่อนหน้านี้ กำลังยืนอยู่หลังห้องชั้นล่างของคอนโด   พร้อมเอื้อมมือผ่านช่องตะแกรงระเบียงหลังห้องเข้าไปหยิบกางเกงชั้นในที่ตากไว้ ทางตำรวจจึงแสดงตัว จับกุมพร้อมของกลางกางเกงชั้นใน สีดำ จำนวน 3 ตัว ก่อนนำตัวขยายผลตรวจยึดของกลางที่เหลือที่บ้านพัก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ และควบคุมตัวสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง   จากการสอบสวน นายดนัย ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า หลังออกจากเรือนจำต้องโทษในคดีลักษณะนี้ ไม่ได้มีงานทำ ประกอบกับมีโรคไต ที่ต้องทำการรักษา โดยปัจจุบันอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกเท่านั้น โดยภรรยาจะเป็นคนทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารตามสั่งหาเลี้ยงครอบครัว แต่ด้วยที่เจ้าตัวชื่นชอบขโมยกางเกงชั้นในมาสูดดม เพื่อความพึงพอใจเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์งัดแงะต่างๆนั้นเป็นของเก่า ไม่ได้ใช้ในการลงมือก่อเหตุแต่อย่างใด   ขณะที่ภรรยาของนายดนัย เปิดเผยถึงพฤติกรรมของสามีที่มีพฤติกรรมชอบสะสมชุดชั้นในของหญิงสาวว่า รู้เรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้วว่า สามีจะไปตระเวนขโมยชุดชั้นในมาเพื่อสูดดมพร้อมกับช่วยตัวเอง และได้เคยเตือนให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งตนเองจะนำชุดได้นำชุดชั้นในที่สามีขโมยมาไปทิ้งแล้วหลายครั้ง แต่สามีก็ยังไปตระเวนขโมยชุดชั้นในกลับมาสะสมไว้ที่บ้านอีก   อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าอุปกรณ์ที่ตรวจยึดมาได้นั้น คาดว่าน่าจะมีการเตรียมการเพื่อจะลงมือก่อเหตุลักทรัพย์   เนื่องจากตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหารายนี้ พบว่าเคยต้องคดีข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ มูลค่าทรัพย์สินความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท ต่อมาได้ก่อเหตุงัดตู้เซฟ และลักกางเกงชั้นในเช่นกัน ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดไปถึง 401,000 บาท   หากมีผู้เสียหายรายใดถูกนายดนัยรายนี้ก่อเหตุ สามารถติดต่อตำรวจนครบาลดอนเมืองได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nWrFD82H5LA

 664
เศรษฐกิจ
26 ธ.ค. 62

ลดอัตราค่าโดยสาร mrt สายสีม่วง เหลือสูงสุด 20 บาท

กระทรวงคมนาคม ปรับลดอัตราค่าโดยสาร MRT สายสีม่วง 14-20 บาท จากเดิม 14-42 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค.63 ระยะเวลา 3 เดือน   นอกจากนี้ยังขยายเวลาให้บริการรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรลลิ้งก์ ในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถึงเวลา 02.00 น. รวมถึงรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง-น้ำเงิน   อีกทั้งฟรีค่าที่จอดรถท่าอาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต ตั้งแต่ 27 ธ.ค.- 3 ม.ค.63    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ctVpT_Rv2Go

 1,111
เศรษฐกิจ
22 ต.ค. 62

ดอนเมืองโทลล์เวย์ ปรับขึ้นค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทาน เริ่ม 22 ธ.ค.62

เว็บไซต์ โทลล์เวย์ ได้ประกาศปรับอัตราค่าผ่านทางตามคู่สัญญาสัมปทาน กำหนดตามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัมปทานทางหลวง ฉบับที่ 3/2550 ลงวันที่ 12 ก.ย.2550 สำหรับในรอบระยะเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค. 2562 - 22 ธ.ค. 2567   โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ขาเข้า ช่วงดินแดง-ดอนเมือง รถ 4 ล้อ เดิม 70 บาท ปรับเป็น 80 บาท รถมากกว่า 4 ล้อ เดิม 100 บาท ปรับเป็น 110 บาท   ช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน รถ 4 ล้อ เดิม 30 บาท ปรับเป็น 35 บาท รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 40 บาท ปรับเป็น 45 บาท   ขาออก ช่วงอนุสรณ์สถาน – ดินแดง รถ 4 ล้อ จาก 100 บาท ปรับเป็น 115 บาท รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 140 บาท ปรับเป็น 155 บาท   ช่วงดอนเมือง – ดินแดง รถ 4 ล้อ จาก 70 บาท ปรับเป็น 80 บาท รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 100 บาท ปรับเป็น 110 บาท

 1,280
เศรษฐกิจ
02 ก.ย. 62

'ศักดิ์สยาม' แก้สนามบินดอนเมืองแออัด เพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอิน-สร้างอาคารรับกรุ๊ปทัวร์

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำทีมตรวจติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความแออัดภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานดอนเมือง   โดยสั่งการให้ท่าอากาศยานดำเนินการใช้ระบบ CCTV เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการระบายผู้โดยสารเข้าช่องตรวจ พร้อมทั้งให้อำนวยความสะดวกผู้โดยสารระหว่างรอคิว โดยที่ผู้บริหารสามารถเข้าตรวจสอบและสั่งการผ่านระบบดังกล่าวได้ทันที   สำหรับอาคารจอดรถให้เร่งดำเนินการใช้ระบบอัตโนมัติในระยะเร่งด่วนใน 1 เดือน ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านอย่างเต็มระบบในปี 2563 ส่วนการแก้ปัญหาในส่วนผู้โดยสารขาออกให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในการช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร พร้อมเน้นย้ำให้การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ และอยู่บนมาตรการความปลอดภัยสากล   นอกจากนี้ยังพบปัญหาคอขวดในส่วนของผู้โดยสารขาเข้าบริเวณจุดบริเวณตรวจสอบหนังสือเดินทาง และพื้นที่จัดทำแบบการขอตรวจลงตราวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ โดยมีการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนด้วยการเพิ่มพื้นที่ให้บริการ พร้อมการให้บริการเชิงรุกเพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสาร   สำหรับผู้โดยสารขาออกได้มีการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนประกอบด้วย การเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินในอาคารผู้โดยสาร 1 จำนวน 16 เคาน์เตอร์ จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเช็กอินร้อยละ 15 มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2562 และการขยายพื้นที่ Bus Gate ระหว่างประเทศ   นอกจากนี้ การแก้ปัญหาระยะต่อไปท่าอากาศยานจะมีแผนการสร้างอาคารรองรับผู้โดยสารสำหรับกรุ๊ปทัวร์ เพิ่มพื้นที่รอตรวจหนังสือเดินทาง เพิ่มช่องตรวจผู้โดยสารระหว่างประเทศ 4 ช่อง รวมเป็น 12 ช่อง มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2563 และเพิ่มพื้นที่จัดทำแบบการขอ VOA เพิ่มช่องตรวจหนังสือเดินทางอีก 12 ช่องตรวจ รวมเป็น 51 ช่องตรวจ มีกำหนดแล้วเสร็จเดือน ก.ย. 2563   ทั้งนี้ จากการดำเนินการทั้งหมดจะสามารถทำให้ท่าอากาศยานดอนเมืองมีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารทั้งขาเข้าขาออกทั้ง 40 ล้านคนต่อปี เป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lf21zxBOc4Y

 963
เศรษฐกิจ
25 มิ.ย. 62

แชร์แท็กซี่คิดราคาเหมาสุดโหด จากดอนเมือง-เข้ากลางกรุงคิด 1,500 ไปหัวหินฟัน 3,800

โลกออนไลน์มีการแชร์ราคาค่าแท็กซี่ จากสนามบินดอนเมืองไปยังที่ต่างๆ โดยเริ่มต้นที่ กลางเมืองกรุง 1,500 บาท หัวหิน 3,800 บาท ซึ่งเป็นราคาที่แพงเกินจริง โดยคาดว่าเป็นราคาเหมา ไม่กดมิเตอร์     ทั้งนี้มีผู้เข้ามารีทวีตบอกราคามิเตอร์ ซึ่งราคาจริงไปยังเป้าหมายที่ที่ระบุว่าไม่ถึง 500 บาท และแนะนำโทรไปสายด่วน 1584  และตำหนิพฤติกรรมดังกล่าว โดยแนะให้มีการจัดการที่เด็ดขาด เพราะถือเป็นการโกงค่าโดยสาร และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ประเทศหากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FrIIcnZc9LY

 1,174
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 มิ.ย. 62

'แจ๊ค ดอนเมือง' ย่องมอบตัว ขอโทษหลังเตะต่อยแฟนสาวไม่ยั้ง ฉุนง้อไม่สำเร็จ

กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปจากกล้องวงจรปิด เหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่ง ทำร้ายร่างกายผู้หญิง เตะต่อยไม่ยั้งจนล้มลง และกระทืบซ้ำจนจมูกบวม ผู้โพสต์ระบุว่า ชายคนดังกล่าวได้มาง้อผู้หญิง  ที่เลิกรากันไปแล้วแต่ง้อไม่สำเร็จ จึงบันดาลโทสะลงมือทำร้าย ก่อนหลบหนีไป เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านเมืองเอก อ.เมืองปทุมธานี พบว่าเหตุเกิดหน้าร้านแห่งหนึ่ง (ขอสงวนชื่อร้านและเจ้าของ) คนที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า เหตุเกิดเวลา 18.30 น.ของวันที่ 2 มิ.ย. ฝ่ายหญิงอายุ 21 ปี  เป็นลูกจ้างของร้านดังกล่าว คบหากับแฟนหนุ่มมานานกว่า 1 ปี ก่อนที่จะมาบอกเลิกกันแต่ฝ่ายชายไม่ยอม กระทั่งวันเกิดเหตุ ฝ่ายชายได้มานั่งรอและร้องไห้ฟูมฟายเพื่อขอคืนดีแต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมคืนดีด้วย ทำให้ฝ่ายชายบันดาลโทสะ จนเกิดเหตุการณ์ตามคลิป   ฝ่ายหญิงที่โดนทำร้ายตอนนี้เครียด ไม่พร้อมจะคุยอะไรมากนัก ระบุว่า นายแจ๊ค พยายามมาตามง้อถึงที่ทำงานจะพากลับไปอยู่ด้วย แต่ตนไม่ยอมไป กำลังเดินเข้าไปในที่ทำงาน นายแจ๊คก็รัวหมัดต่อยมาที่ใบหน้า โดยไม่พูดจาอะไรกระชากตัวล้มลงและเตะมาที่ใบหน้า ยืนยันยังไงก็ไม่กลับไปอยู่ด้วยแน่นอน ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก หลังเกิดเหตุแม่ของนายแจ็ค ได้โทรมาขอโทษ   โดยหมอนัดไปตรวจร่างกายระบุ ได้รับบาดเจ็บดั้งบวม มีรอยฟกช้ำที่ท้ายทอยและกกหูซ้ายจากการถูกแตะ ข้อศอกซ้ายถลอก เบื้องต้นแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี พร้อมให้ปากคำ เพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามตัวนายแจ๊ค ผู้ก่อเหตุ วัย 19 ปี  มาลงโทษ   นางทุมมา พงศ์ปัญจศิล อายุ 61 ปี ป้าของผู้เสียหายเผยว่า หลานสาวเพิ่งเลิกกับนายแจ๊คได้ประมาณ 2 อาทิตย์ นายแจ๊คไม่ทำงานชอบขอเงินแฟนใช้อย่างเดียว จนหลานสาวทนไม่ไหวหนีไปอยู่กับพี่สาวอีกคนที่ปทุมธานี และตามราวีบุกไปที่ทำงานดักตบหน้าหลานสาว ก่อนหน้านี้ไปอาศัยอยู่กับนายแจ๊ค ก็ถูกไล่ให้ออกจากบ้าน โดยช่วงที่คบหากันถูกนายแจ๊ค ทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ครั้งนี้รุนแรงมาก   “โมโหมากเห็นหลานสาวที่รักเหมือนลูกโดนทำร้ายทั้งต่อย เตะ ป้าอยากจะฆ่ามัน มันทำกับหลายป้าอย่างนี้ได้ยังไง ป้าไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันรุนแรงมากขนาดล้มลงก็ยังไปเตะซ้ำ เป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าป้ารับไม่ได้ วันเกิดเหตุหลานสาวโทรไปบอกพี่สาวว่านายแจ๊ค ไปดักรอที่ทำงานกลัวโดนทำร้าย จึงให้พี่สาวไปรับ แต่ยังไปไม่ถึงโดนทำร้ายเสียก่อน ซึ่งนายแจ๊ค พยายามลากหลานสาวขึ้นรถกลับไปอยู่ด้วยกันที่บ้านย่านดอนเมือง ถ้าไม่มีคนช่วยต้องเจ็บหนักหรือตายแน่ ๆ ห่วงหลานสาวไม่ปลอดภัยหากยังจับกุมไม่ได้”   สำหรับนายแจ็ค อาศัยอยู่ย่านดอนเมือง ตอนนี้ยังตามหาตัวไม่เจอ หลังก่อเหตุได้โพสต์เฟซบุ๊กสำนึกผิด “ขอโทษทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไป” ก่อนจะลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของนายแจ๊ค แต่ไม่พบ โดยประตูหน้าบ้านปิดล็อคไว้ พบเพียงหลานของนายแจ๊ค อยู่บ้านคนเดียว อ้างว่านายแจ๊คไม่ได้กลับมาที่บ้าน ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน นอกจากนี้ทราบว่าพ่อของนายแจ๊ค เป็นทหารอากาศเกษียณอายุราชการแล้ว  ขณะที่เพื่อนบ้านใกล้เคียง บอกว่านานทีจะเจอตัวนายแจ๊ค ส่วนหญิงที่โดนทำร้ายไม่เคยเจอหน้า   พ.ต.อ.วัชระพงศ์ ฉุยฉาย ผู้กำกับการ สภ.ปากคลองรังสิต เผยว่า พฤติกรรมการก่อเหตุของชายรายนี้ มีพฤติกรรมเข้าข่ายใช้รุนแรง ซึ่งเข้าข่ายฐานความผิดทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนข้อหาอื่นต้องรอผลแพทย์พิสูจน์ยืนยัน อีกทั้งหากพบว่าคู่กรณีเป็นสามีภรรยาต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายฐานความผิดตาม พรบ.ความรุนแรงทางครอบครัวหรือไม่  ถึงแม้ว่าจะเป็นสามีภรรยาก็ไม่สามารถยอมความกันได้   โดยตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกให้ผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พร้อมลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดี แต่พ่อของผู้ก่อเหตุประสานมายังตำรวจ บอกจะนำตัวบุตรชายเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ในวันนี้ (5 พ.ค.)   หลังก่อเหตุนายแจ๊คเครียด ทั้งเรื่องความรักและคดี มีรายงานว่าย่องมอบตัวแล้วกลางดึกที่ผ่านมา น้อมรับทุกอย่างที่ทำ ขอชดใช้กรรมที่ทำ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8vKHyVM8vTc

 27,507
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ค. 62

ไล่ล่าเก๋งซุกปืน-ยาไอซ์ ก่อนซิ่งหนีพุ่งชน จยย.สายตรวจ อัดเสาไฟ ตร.เจ็บ 3 นาย

เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจม สน.ดอนเมือง ได้ออกตรวจตราพื้นที่ภายในซอยโกสุมรวมใจ ซ.8 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ พบรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว มีสภาพดัดแปลงแต่งซิ่งน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถ แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม พร้อมแจ้งวิทยุสื่อสารช่วยสกัดจับ   ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพระทึก ขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวขับอยู่บนเส้นทางอย่างรวดเร็ว โดยขับตามรถจักรยานยนต์ของตำรวจสายตรวจ 2 นาย และมีรถจักรยานยนต์เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจม 3 คัน จำนวน 6 นาย ไล่ล่ามาติดๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจได้จอดรถ จยย.รอเพื่อสกัดจับ   เมื่อรถคันดังกล่าวเห็นรถสายตรวจ จึงเสียหลักเฉี่ยวชนเข้าบ้านเรือนประชาชนซึ่งเปิดเป็นร้านค้า ทำให้ข้าวของกระจัดกระจายพังเสียหาย รวมทั้งรถของชาวบ้านในบริเวณนั้น   จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้ขับรถพุ่งชนเข้าใส่รถจักรยานยนต์เจ้าหน้าที่สายตรวจ 2 นาย ที่จอดรถดักสกัดจับ อัดกับเสาไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บคือ ส.ต.ท.จักรพงษ์ ไชยรถ ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายหัก / ส.ต.ท.ทรงเกียรติ บุญมีมาก ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาหัก และมีเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย คือ ส.ต.ท.วทัญญู สุทธิบริบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังรถเก๋งคนร้าย ซึ่งรถคนร้ายหลังเกิดเหตุชนเสาไฟฟ้าได้สบัดขวางหน้ารถจักรยานยนต์ชุดจู่โจมจึงชนได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือทั้งสองข้าง ทั้งหมดถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าล็อกตัว ใส่กุญแจมือชายต้องสงสัยซึ่งขับรถเก๋งคันดังกล่าว สภาพเมายาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อนายอรรถพล โพธิ์สุวรรณ อายุ 34 ปี ตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์ 1 ถุง หนักประมาณ  31 กรัม / อาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก / เครื่องกระสุนปืน 17 นัด ก่อนนำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลภูมิพลพร้อมอายัดตัวดำเนินคดี เบื้องต้นยังไม่สามารถให้การได้ ขณะที่พนักงานสอบสวน ประสานเจ้าหน้าที่ พฐ. มาเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ประกอบสำนวน   ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นั่งอยู่ในบ้านเห็นรถเก๋งต้องสงสัยขับมาด้วยความเร็ว และเห็นตำรวจขี่ จยย.ไล่ตาม ตะโกนบอกให้จอดรถแต่คนขับรถเก๋งไม่จอด กระทั่งพุ่งชนบ้านเรือนของประชาชนเสียงดังสนั่น และพุ่งชนตำรวจได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็มีตำรวจที่ขี่ จยย.ไล่ตามมาทุบกระจกรถเข้าไปล็อกตัวคนขับสภาพบาดเจ็บออกมาจากรถเก๋ง    พ.ต.อ.รังสรรค์  สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง เผยว่า เหตุการณ์นี้ได้รับรายงานว่าตำรวจสายตรวจ สน.ดอนเมือง พบรถต้องสงสัยบริเวณหน้าโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ซอยโกสุมรวมใจ 8 จึงขอตรวจค้นแต่ชายที่ขับรถคันดังกล่าวขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขี่รถจักรยานยนต์ ติดตามจนรถต้องสงสัยขับมาถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ต้องหาพยายามชักปืนออกมายิงใส่ตำรวจ แต่ถูกล็อกตัวทันควัน   จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน พบว่า เป็นป้ายทะเบียนปลอม ส่วนอาวุธปืนที่พบในรถยนต์พบว่ามีทะเบียน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาผู้ครอบครอง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดยาไอซ์เพื่อจำหน่ายและครอบครองอาวุธปืน ส่วนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่รอการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง   ตรวจสอบประวัตินายอรรถพล พบเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติดหลายพื้นที่ทั้ง สน.ดินแดง / สน.บางเขน / สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถูกดำเนินคดีขายเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ในสถานที่ห้ามขาย ท้องที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ครอบครองปืนไม่มีทะเบียน ท้องที่ สน.ดอนเมือง สน.สายไหม และเพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่า ท้องที่ สน.บางเขน เมื่อปี 2561 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uAkt4PXdmiI

 2,635
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ค. 62

พ่อค้ายาไอซ์ ซิ่งเก๋งหนีตำรวจ พุ่งชนเละ เจ็บ 3 ก่อนเสียหลักชนเสาไฟ

วันที่ 27 พ.ค. 62 เกิดเหตุผู้ต้องหาคดียาเสพติด หลบหนีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง บริเวณถนนโกสุมรวมใจ ระหว่างซอย 43-45 โดยขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับบาดเจ็บ, ทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสียหาย และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กย4274 นครปฐม ของคนร้ายยังคงจอดกีดขวางการจราจรอยู่ในจุดเกิดเหตุ ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุได้    จากการตรวจค้นของชุดจับกุมพบว่าภายในรถยนต์ มียาไอซ์น้ำหนักคาดว่าประมาณ 31 กรัม และยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 15 นัด อยู่ภายในกระเป๋าสะพายข้างสีดำตกอยู่ในรถ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และคนร้ายเป็นชาย 1 ราย    ทราบชื่อคนเจ็บคือ ส.ต.ท จักรพงษ์ ไชยรถ, ส.ต.ท.ทรงเกียรติ์ บุญมีมาก และส.ต.ท.วทัญญู สุทธบริบาล เป็นตำรวจสายตรวจ สน.ดอนเมือง ขณะนี้มีการดำเนินการส่งคนเจ็บทั้งหมดรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง    พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง ระบุว่า เหตุการณ์นี้ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ดอนเมือง พบรถต้องสงสัยบริเวณหน้าโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ซอยโกสุมรวมใจ 8 จึงขอตรวจค้น แต่ชายที่ขับรถคันดังกล่าวขับหลบหนีเจ้าหน้าที่จึงขับรถจักรยานยนต์ติดตามจนรถต้องสงสัยขับมาถึงจุดเกิดเหตุ    มีรถจักรยายนนต์ตำรวจสายตรวจอีกคันขับอยู่ด้านหน้าด้วยความเร็วปกติพอดี จึงถูกรถต้องสงสัยชนอย่างจังจน รถจักรยายนนต์พุ่งไปชนกับรถจักรยายนนต์ที่จอดอยู่พร้อมกับชนเสาบ้าน ส่วนรถต้องสงสัยเสียหลักชนเสาไฟฟ้าดังกล่าว    ขณะที่จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน พบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม ส่วนอาวุธปืนที่พบในรถยนต์พบว่ามีทะเบียนเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาผู้ครอบครองอีกครั้ง   จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายพบมีคดียาเสพติดในหลายพื้นที่ทั้ง สน.สายไหม สน.ปทุมธานี สน.ดินแดง สน.ดอนเมือง สน.บางเขน     

 1,724
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 61

แนะ 5 เส้นทางเลี่ยงรถติดวิภาวดี หลังแจ้งปิดฝั่งขาออกยาวถึง ก.พ.62 แก้ปัญหาน้ำท่วม

กรมทางหลวง โดย สำนักงานทางหลวงที่ 13 แจ้งปิดการจราจรบน ถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก ในช่องทางเบี่ยงคู่ขนาน ก่อนถึงบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (คลังน้ำมันบาฟ) หรือทางเข้าสำนักงานเขตดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 61 – 1 ก.พ. 62   เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบนถนนอย่างยั่งยืน จึงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรถาวรในจุดดังกล่าว ระหว่างดำเนินการอาจส่งผลกระทบให้การจราจรชะลอตัว จึงขอแนะนำให้ใช้เส้นทางเข้าถนนกำแพงเพชร 6 หรือ Local Road ดังต่อไปนี้   1. ทางเข้าหน้าวัดเสมียนนารี 2. ทางเข้านอร์ทปาร์ค 3. ทางเข้าหน้าวัดหลักสี่ 4. ทางเข้าหน้าตลาดใหม่ดอนเมือง 5. ทางเข้าหน้า สน.ดอนเมือง   หากท่านประสงค์จะออกนอกเมือง สามารถใช้ทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) จะได้รับความสะดวกรวดเร็ว และลดระยะเวลาในการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-J1phIgFvrU

 3,558
การเมือง
09 พ.ค. 61

สันธนะ ร้องนายกฯ มอบหลักฐานอ้างคนในรัฐบาลทุจริต ยันเป็นเอกสารของจริง

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจ ร้องนายกรัฐมนตรี อ้างนำหลักฐานคนในรัฐบาลทุจริต ขอนายกรัฐมนตรีส่งทหารไว้ใจได้รับเรื่องหวั่นอันตราย ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยันเป็นเอกสารของจริง   พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล2 ในฐานะที่ปรึกษาของบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ ดอนเมือง เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล มายื่นต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี หลังจากเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าหากมีหลักฐานจริงให้นำมามอบให้ ซึ่งขณะนี้ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆจนกว่าจะได้ยื่นหนังสือ เนื่องจากกลัวว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัย เพราะตนเองเคยเป็นนักรบในเมืองมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่มีอาวุธ มามือเปล่าตัวคนเดียว จะสู้อย่างไร ทุกวันนี้ก็อาศัยอยู่ในเซฟเฮาส์ หลังจากตำรวจไปตรวจค้นตลาดใหม่ ดอนเมืองและตนเองด้วย ทั้งนี้ ตอนแรกไม่กล้าลงจากรถเนื่องจากกลัวความปลอดภัย และไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่มารับหลักฐานด้วยตัวเอง หรือส่งเจ้าหน้าที่ทหารมารับมอบหลักฐานดังกล่าว ยืนยันว่าเอกสารหลักฐานที่มีเป็นของจริง หากไม่มีตัวแทนนายกรัฐมนตรีมารับเอกสารจะไม่มอบหลักฐานให้ใครทั้งสิ้น   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกสะเทือนใจคำพูดของนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พ.ต.ท.สันธนะ รู้สึกยินดี ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงตนในอีกมุม จะได้พิสูจน์ความจริงว่าเป็นเช่นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้งหรือเล่นการเมืองในปีนี้ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของมุมมืด แต่ตนเป็นคนตรงๆ   หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อ เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลจึงแจ้งว่าจะมีเจ้าหน้าที่ทหารชั้นผู้ใหญ่เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี มารับมอบหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.สันธนะจึงยอมเข้ามายื่นหนังสือ ซึ่งขณะนี้เวลา 11:00 น. ยังคงรอตัวแทนมารับหนังสือดังกล่าว คลิป ;

 2,040
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 61

'สันธนะ' ชี้ตลาดใหม่ดอนเมืองไม่มีมาเฟียเก็บเงิน ลั่นอยากให้ 'จักรทิพย์' ลงมาทำงานนี้เอง

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง ได้เดินทางมาชี้แจงว่า ภายในตลาด ไม่มีมาเฟียเรียกรับเงินจากผู้ค้า มีแต่ขอความร่วมมือ กับผู้ค้าเรียกเก็บเงิน ค่าส่วนกลาง เท่านั้น โดยมีกรรมการคอยตรวจสอบ และออกใบเสร็จรับเงินให้ โดยจะนำเงินไปปรับปรุงตลาด และเป็นค่าใช้จ่ายให้รปภ.  ทั้งนี้ขอยืนยันว่าในตลาดแห่งนี้ไม่มีมาเฟีย เรียกเก็บเงินกับผู้ค้า   ส่วนเมื่อวานนี้ตนได้โทรไปหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จริง แต่ผบ.ตร.ติดภาระกิจรับนายกฯ ที่จังหวัดสุรินทร์ จึงไม่ได้คุยธุระกัน โดยวันนี้ได้ฝากไปถึงผบ.ตร. ว่าอย่าให้สามฝ่ามือ (น่าจะหมายถึงพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา,พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล และพล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล ) ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับตลาดเพราะที่ผ่านมาปิดตลาดไป 5 วันสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ค้า    นอกจากนี้พ.ต.ท.สันทนะ. ยังพูดถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในลักษณะทวงบุญคุณว่า อย่าลืมว่าเมื่อปี 2558 ก่อนจะถึงวันแต่งตั้ง ผบ.ตร. นั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทรหาตน ก่อนกล่าวขอความช่วยเหลือบางอย่าง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการแต่งตั้ง โดยวันนั้นตนได้เดินทางไปหาผบ.ตร. ที่ทำงาน  เมื่อเหตุการณ์ในวันนี้ กลับให้ 3 ฝ่ามือออกทำงานเกินหน้าเกินตา อยากให้ผบ.ตร. ลงมาทำงานนี้เอง โดยจะเรียกตนไปพบที่ไหนก็ได้ ให้แจ้งมา.    ส่วนกรณีที่มีภาพข่าวนายชนะโชติ สุขสุคนธ์ สวมบัตรสื่อมวลชนนั้น พ.ต.ท.สันทนะ ยอมรับว่านายชนะโชติ เป็นคนของตลาดใหม่ดอนเมือง และเคยทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยของสถานีโทรทัศน์ แห่งหนึ่ง แต่วันเกิดเหตุเจ้าตัวติดบัตรผิด และก็ไม่ได้ไปแอบอ้างว่าเป็นสื่อมวลชนแต่อย่างไร    ส่วนบรรยากาศที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เปิดทำการค้าขายเป็นวันที่ 2 เจ้าของร้านค้าเปิดร้านค้าตามปกติ เพียง 40% แต่สภาพทั่วไปยังคงเงียบเหงา เนื่องจากยังไม่ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า โดยพ่อค้า แม่ค้า ต่างบ่นว่าขายสินค้าไม่ได้ เหตุเพราะคงจะกลัวข่าวมีตำรวจเข้าตรวจค้น ส่วนที่มีข่าวว่าภายในตลาดมีการเรียกรับส่วยนั้นจากการตรวจสอบพบว่ามีการเรียกรับเงินกันจริง. บางรายบอกว่าที่ผ่านมามีการเรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองจริง โดยถ้าร้านไหนมีสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบถูกต้องจะถูกเรียกเก็บเงินเดือนละ 1 พันบาท แต่ถ้าหากร้านไหนมีสินค้าไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากทางราชการแล้ว จะถูกเรียกเก็บเงินรายละ 2-3 พันบาทต่อเดือน และบางรายไม่กล้าแสดงตัวและบอกรายละเอียด แต่ยอมรับว่าการเรียกรับเงินคุ้มครอง มีจริงตามที่เป็นข่าว   คลิป ;

 1,375
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 61

ตร. บุกตลาดดังย่านดอนเมือง พบอาหารเสริมไม่มีอย.-ครีมกวนเองตรึม! ชี้มีอดีตตำรวจหนุนหลัง

ตำรวจสนธิกำลัง 5 หน่วย ตะลุยตรวจขนตลาดดังย่านดอนเมือง พบขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ไม่มีมาตรฐานอาหารและยาบางแห่งกวนเองขายเอง มีอดีตตำรวจหนุนหลัง   โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปส. , กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ,กองบังคับการตำรวจจราจร , ตำรวจท่องเที่ยว , กองบังคับการปราบปราม พร้อมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กว่า 300 คน สนธิกำลังกันกวาดล้างแหล่งผลิตอาหารเสริมและยา ที่ไม่ได้รับอนุญาต บริเวณตลาดใหม่ดอนเมือง ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกเป็น 26 ล็อก ประมาณ 200 ร้านค้า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีประชาชนร้องเรียนว่า บริเวณดังกล่าวมีการขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและยาที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่มีแหล่งผลิต   ขณะที่บางร้านค้าก็แอบกวนและผสมเอง บรรจุขายในจำนวนนี้ยังพบยาลดความอ้วนหลากหลายยี่ห้อ รวมถึงยี่ห้อที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ทั้งเมจิก สกินและลิน โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างสินค้าทั้งหมดพร้อมกับคุมตัวผู้ประกอบการมาลงบันทึกประจำวันจากการสืบค้นข้อมูลในเชิงลึกของตำรวจพบว่า ร้านค้าในย่านนี้ รอดผลการตรวจสอบมาโดยตลอด โดยมีอดีตนายตำรวจ เป็นผู้ดูแล และเคลียร์ปัญหาหมายเหตุ    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ;

 9,097
เศรษฐกิจ
28 มี.ค. 61

ครม.ไฟเขียวสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ค่าโดยสารขั้นต่ำ 330 บาท

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2561 เห็นชอบโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา เพื่อสร้างภาพลักษณ์โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นรูปธรรมมากขึ้น   โดยเห็นชอบให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชนในรูปแบบ PPP NET CROSS โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะทาง 220 กิโลเมตร ความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อนุมัติกรอบวงเงินร่วมลงทุนกับเอกชนในกรอบวงเงิน 119,425.75 ล้านบาท   คาดว่ารถไฟความเร็วสูงนี้จะใช้เวลาจากสนามอู่ตะเภาเข้ากรุงเทพฯ ไม่เกิน 45 นาที กำหนดอัตราค่าโดยสารเริ่มต้น มักกะสัน-พัทยา 270 บาท มักกะสัน-อู่ตะเภา 330 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4RLfCBO7qAU  

 9,260
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 มี.ค. 61

'นกแอร์' แจงเที่ยวบินดอนเมือง-อุดรธานีล่าช้า เหตุระบบไฟขัดข้อง ยันอำนวยความสะดวกผู้โดยสารตามมาตรฐาน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jaiyoot Nonburee ได้โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอ หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งแสดงความไม่พอใจ ขณะอยู่บนเครื่องบินของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินดอนเมือง-อุดร ที่เครื่องดีเลย์ถึง 2 ชั่วโมง หลังเครื่องยังขึ้นบินไม่พ้นรันเวย์ ต้องวนมาจอดที่เดิม   พร้อมปล่อยให้ผู้โดยสารเต็มลำ ต้องนั่งท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน เพราะแอร์ไม่ทำงาน โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เข้าดูแล และแจ้งให้ทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้โดยสารซึ่งมีผู้สูงอายุรวมอยู่ด้วย ได้รับผลกระทบทั้งป่วยและเป็นลม   ล่าสุดสายการบินนกแอร์ได้ชี้แจงเหตุดังกล่าว ระบุว่า   ความล่าช้าของเที่ยวบินที่ DD9214 มีกำหนดเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองในวันที่ 6 มีนาคม 2561 เวลา 15.25 น. สู่ท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 16.30 น. โดยขออภัยอย่างสูงในความล่าช้าของเที่ยวบินดังกล่าวว่ามีผู้โดยสารทั้งหมด 171 คน เหตุที่มีความจำเป็นต้องล่าช้า เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องอย่างกะทันหันเกี่ยวกับระบบปั่นไฟของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 จึงทำให้อากาศภายในห้องโดยสารร้อน ทางสายการบินต้องทำการตรวจสอบและแก้ไขอย่างละเอียดโดยทีมงานฝ่ายช่างผู้เชี่ยวชาญของสายการบิน โดยในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว แต่พบภายหลังว่าต้องใช้เวลามากขึ้นกว่าที่คาดไว้   สายการบินได้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทุกท่าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยได้นำผู้โดยสารกลับเข้ามาที่อาคารผู้โดยสาร และได้จัดเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่ทดแทน พร้อมกำหนดเวลาออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติดอนเมืองอีกครั้ง ในเวลา 17.50 น. ถึงท่าอากาศยานอุดรธานีโดยสวัสดิภาพ ในเวลา 19.30 น.   ทั้งนี้ สายการบินนกแอร์ปฏิบัติการการบินตามมาตรฐาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ในการเดินทางของผู้โดยสารเป็นสำคัญ และยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาการบริการให้สมบูรณ์แบบอย่างดีที่สุดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/We3f3GQW76A    

 6,527

Top