ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผู้ต้องสงสัย"

สังคม-อาชญากรรม
29 ก.ค. 61

'อ๊อฟ' พาชี้จุด 'น้องหญิง' กระโดดลงจากรถเทรลเลอร์ ปัดข่มขืน ภรรยายันสามีเป็นคนดี

ตร.คุมตัว อ๊อฟ หนุ่มสงสัยฆ่าสาววัย19 โดดรถตาย จำลองเหตุการณ์ ยืนยันไม่ได้ข่มขืน งงโดดลงจากรถทำไม วอนสังคมอย่าพึ่งตัดสิน ด้าน ตร.เรียกพยานสำคัญสอบเพิ่มเช้านี้   จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Baifern Pns ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า น้องหญิง น้องสาวอายุ 19 ปี ไปเที่ยวสถานบันเทิง วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยไปกับเพื่อนชื่อ เป็ด และแฟนหนุ่มและนายอ๊อฟเพื่อนของแฟนเป็ด โดยหลังเกิดเหตุเป็ดได้ขอให้นายอ๊อฟไปส่งน้องหญิง เพราะนายอ๊อฟมีอาชีพขับรถเทรลเลอร์ส่งของ วันนั้นนายอ๊อฟจึงกลับมาเอารถเทรลเลอร์ออกไปพร้อมน้องหญิง เพื่อไปทำงานที่ จ.นครปฐม   แต่เมื่อมาถึง ถนนสายเอเชียขาเข้า ช่วงเกือกม้าจุดกลับรถ ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน  นายอ๊อฟอ้างว่าน้องหญิงกระโดดลงจากรถ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ในเวลาต่อมา แต่ขณะที่น้องหญิงอยู่ในรถกับนายอ๊อฟ มีการโทรมาหาญาติ ในลักษณะร้องไห้ หวาดกลัว  จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า น้องหญิงเสียชีวิตเพราะอะไร และขณะเกิดเกตุนายอ๊อฟทำอะไรน้องหญิงหรือไม่        เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) นายสุบิน ยาวิราช อายุ 41 ปี พร้อมน.ส.ภาณิศา ยาวิราช อายุ 20  พ่อและอาสาวของน้องหญิง เปิดเผยว่า   ตอนนี้ครอบครัวจะไม่เผาศพน้อง จนกว่าคดีจะมีความชัดเจน   โดยพ่อเล่าวว่าน้องหญิงรู้จักกับคนชื่อเป็ดได้เดือนกว่า เพราะทำงานที่ร้านคาราโอเกะด้วยกัน สนิทสนมกับเป็ด น้องหญิงทำงานอยู่ฝ่ายบัญชี  ก่อนเกิดเหตุน้องหญิงไปอยู่กับเป็ดได้เพียง 3 วัน  ก็เสียชีวิต   ครั้งแรกครอบครัวไม่ได้ติดใจ แต่พอดูมือถือน้อง ทั้งข้อความแช็ตต่างๆ จะเห็นว่าน้องหญิงกลัวนายอ๊อฟและยังมีข้อมูลว่าขณะที่อยู่ในสถานบันเทิง นายอ๊อฟพยายามลวนลามและแสดงตัวว่าเป็นแฟนของน้องหญิงด้วย ตอนนี้คาใจสาเหตุการเสียชีวิตของน้องหญิง และเชื่อว่านายอ๊อฟต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง ทางครอบครัวไม่เชื่อว่าน้องจะโดดจากรถเอง   เมื่อวานนี้ในส่วนของนายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ อายุ 23 ปี ชายต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องหญิง เข้าพบตำรวจ สภ.บางปะอิน เพื่อสอบปากคำ โดยนายอ๊อฟ ยืนยันว่า ไม่ได้ทำอะไรน้องหญิง น้องกระโดดลงจากรถเอง โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง   หลังจากสอบปากคำตร.เชิญตัวนายอ๊อฟ ไปจำลองเหตุการณ์ชี้จุดที่เดินทางมากับน้องหญิง  เริ่มตั้งแต่ลานจอดรถเทรลเลอร์ ซึ่งนายอ๊อฟ กลับจากสถานบันเทิง พร้อมกับเพื่อนๆและน้องหญิงด้วยรถกระบะ เมื่อเดินทางมาที่ลานจอดรถเทรลเลอร์ เพื่อจะนำรถเทรลเลอร์ไปขนของที่ จ.นครปฐม ซึ่งตอนนั้นทางเป็ด เพื่อนของน้องหญิงก็ให้นายอ๊อฟแวะส่งน้องหญิง ที่หอพักย่านนวนคร เพราะเห็นว่า เป็นทางผ่าน จากนั้นเป็ดก็ไปกับนายท็อปแฟนหนุ่ม   ซึ่งช่วงจังหวะที่น้องหญิงอยู่กับนายออฟที่ลานจอดรถเทรลเลอร์นี้ นายอ๊อฟ เล่าว่า น้องหญิงขึ้นรถนั่งข้างคนขับ โดยระหว่างที่นั่งรถกันก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน  และไม่ได้ล่วงเกินหรือกระทำอนาจารใดๆ กับน้องหญิง ส่วนเรื่องที่ทางครอบครัวน้องหญิงสงสัยว่านายอ๊อฟอาจจะมีส่วนทำให้น้องหญิงเสียชีวิตนั้น นายอ๊อฟบอกว่า ไม่รู้เหมือนกัน และไม่สามารถอธิบายได้   พอเสร็จจากลานจอดรถเทรลเลอร์ นายอ๊อฟเล่าว่าก็พาน้องหญิงมาแวะเติมน้ำมัน ใกล้เคียงกับจุดจอดรถเทรลเลอร์ โดยขณะที่เติมน้ำมัน สังเกตเห็นน้องหญิงร้องไห้ ตอนนั้นตนได้ถามน้องหญิงว่าเป็นอะไร น้องหญิงก็ไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ ช่วงนั้นก็ลงจากรถมาเคลียร์เรื่องบิลเงินเติมน้ำมัน กับพนักงานปั๊ม และกลับขึ้นรถไป   โดยช่วงเวลาที่อยู่ในปั๊ม นายปูเป้ พนักงานปั๊มที่เป็นคนเติมน้ำมันให้นายอ๊อฟ  ระบุว่า เห็นในรถมีน้องผู้หญิงนั่งอยู่ แต่ไม่ได้มีการร้องขอความช่วยเหลือ หรือร้องไห้ใดๆ ทุกอย่างเป็นตามปกติ หากน้องลงจากรถขอความช่วยเหลือ ก็จะเห็นกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ ขณะเกิดเหตุ ก็เป็นช่วงเช้ามืด มีผู้คนเข้าเติมน้ำมันจำนวนมาก หากมีการขอความช่วยเหลือทุกคนต้องเห็น   พอเสร็จจากปั๊มน้ำมัน นายอ๊อฟบอกว่าก็ขับรถออกมาตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าเข้ากทม.โดยกลับรถบริเวณเกือกม้า ใกล้ๆ กับปั๊มน้ำมัน ช่วงที่ขับรถออกมาเห็นน้องหญิงร้องไห้ตลอดเวลา  ก็พยายามถามว่าเป็นอะไร แต่น้องไม่ตอบ ตอนนั้นตนปวดปัสสาวะ ก็เลยจอดรถลงไปปัสสาวะข้างทาง   จากนั้นก็ขึ้นรถมา และกำลังเคลื่อนตัวรถออกไป อยู่ดีๆ น้องหญิงก็เปิดประตูรถกระโดดลงข้างทาง ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยกระโดดลงไปในลักษณะเอาใบหน้าคว่ำลง ตอนนั้นตนตกใจมาก และเห็นมีรถกระบะชาวบ้านจอดอยู่ก็เข้าไปขอความช่วยเหลือ อุ้มน้องขึ้นรถนำส่ง รพ.การุณเวช  และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยนายอ๊อฟยืนยันว่าช่วงจังหวะที่น้องกระโดดลงจากรถ ไม่ได้มีการแตะเนื้อต้องตัวหรือพยายามจะล่วงละเมิดใดๆ ทั้งสิ้น   ส่วนที่ญาติน้องหญิงสัยสัยว่าทำไมตามร่างกายน้องไม่มีบาดแผลถลอกหากตกจากรถจริงนั้น  นายอ๊อฟยืนยันว่า น้องหญิงมีรอยแผลถลอกที่หัวเข่าสองข้าง และกระโดดลงจากรถในลักษณะเอาหน้าคว่ำลง ส่วนเรื่องที่ตัวน้องเปียกน้ำนั้น นายอ๊อฟระบุว่า ถูกกระติกน้ำที่วางคั่นกลางระหว่างคนขับและคนนั่งข้างล้มใส่ ทำให้ตัวเปียก  เรื่องที่เกิดขึ้น หากตนเป็นคนทำให้น้องเสียชีวิต หรือทำไม่ดีกับน้องหญิง ตนจะมาพบตำรวจทำไม ที่ตนมาพบตำรวจเพราะตนบริสุทธิ์ใจและไม่ได้ทำให้น้องเขาตาย   พอเสร็จสิ้นการชี้จุดเกิดเหตุ ไล่เรียงเหตุการณ์แล้ว ตำรวจคุมตัวนายอ๊อฟมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยช่วงจังหวะนั้น นายอ๊อฟมีสีหน้าที่เคร่งเครียดเห็นได้ชัด เพราะช่วงจังหวะที่ชี้จุดเกิดเหตุ นายอ๊อฟอ้างว่าจำจุดที่ลงมาปัสสาวะ ไม่ชัดเจน และจุดที่น้องหญิงตกรถก็ไม่แน่ชัดว่าบริเวณใดกันแน่ และมีการสับสนกับคำให้การกับตำรวจในครั้งแรก   ช่วงที่สอบปากคำนายอ๊อฟช่วงเย็น ก็มีญาติเดินทางมาหาที่โรงพัก โดย นางอุบล ดาราคำ ป้าของนายอ๊อฟ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าอ๊อฟจะเป็นคนทำให้น้องหญิงตาย หรือพยายามจะลวนลามน้องหญิง เพราะอ๊อฟเป็นคนดี หาเช้ากินค่ำ ดูแลครอบครัวดีมาก ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวมาก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นก็ขอความเป็นธรรมกับหลานตนด้วย เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องอ๊อฟก็ไม่เคยหนีไปไหน หากเป็นคนทำให้เขาตายคงหนีไปแล้ว หลังเกิดเหตุตนและญาติๆ ไปงานศพของน้องหญิง และนำเงินไปช่วยงานศพ 2 หมื่นบาท แต่ครอบครัวน้องหญิงไม่รับ   นอกจากป้าแล้ว ภรรยาของนายอ๊อฟก็เดินทางมาโรงพัก โดย นางสาว รัตนาภรณ์ พรมตั้ง หรือน้องเมย์ ก็ยืนยันว่า สามีตัวเองไม่ได้ทำให้น้องหญิงตาย ตลอดเวลาที่คบกันมาเป็นสิบปี นายอ๊อฟไม่เคยมีพฤติกรรมชู้สาวหรือทำให้ต้องเสียใจเป็นคนดีมาก ตั้งใจทำงานหาเลี้ยงครอบครัว วันที่เกิดเหตุสามีก็มาเล่าให้ตนฟังว่าน้องเขาขอติดรถกลับบ้านด้วย กระโดดรถตาย ตอนนั้นตนก็ตกใจ และเป็นคนพานายอ๊อฟมาพบตำรวจ จึงอยากขอให้สังคมอย่าพึ่งตัดสินและประณามสามีตน รอผลของตำรวจก่อน และหากพบว่าสามีตนต้องถูกดำเนินคดี ตนก็จะสู้   สำหรับข้อสงสัยการเสียชีวิตนี้ จากการลำดับเหตุการณ์ พบว่า ลักษณะของห้องโดยสารรถเทรลเลอร์ มีขนาดกว้างใหญ่  สามารถเอนตัวลงนอนได้ ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า หากมีการล่วงละเมิดหรือกระทำการให้ผู้ตายหวาดกลัวก็สามารถทำในรถได้ และที่สำคัญ กระติกน้ำที่นายอ๊อฟอ้างว่าน้ำในกระติกหกใส่ผู้ตายทำให้ตัวเปียก จากการสันนิษฐานของตำรวจพบว่า กระติกน้ำจะล้มใส่ผู้ตายได้ แสดงว่านายอ๊อฟต้องเอียงตัวไปหาผู้ตายหรือไม่ และช่วงเวลาที่นายอ๊อฟอ้างว่าลงไปปัสสาวะเกิดเหตุการณ์อะไรขี้นจนทำให้ผู้ตายกระโดดลงจากรถ   ด้าน พันตำรวจฤทธิ์ ศิริเทพ ผู้กำกับการตำรวจภูธรบางปะอิน กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งความพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้วหลายปาก ยืนยันว่าไม่ได้ล่าช้าหรือนิ่งนอนใจในเรื่องนี้ แต่ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่เพียงสองคน อีกหนึ่งคนเสียชีวิตไปแล้วทำให้เราต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด  ที่ผ่านมาได้ติดต่อกับฝ่ายพ่อของผู้ตายมาโดยตลอด  ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และยังไม่ได้สรุปสำนวนคดี เพราะต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยัน ซึ่งใช้เวลาเกือบ 1 เดือนจึงจะทราบผลที่ชัดเจน   แต่อย่างไรก็ตามอยากขอให้ครอบครัวและสังคมเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจเพราะคดีนี้สังคมให้ความสนใจและประชาชนต้องการรับรู้ข้อเท็จจริง โดยหลังสอบปากคำคนที่เกี่ยวข้องก็ได้รายละเอียดไปมากพอสมควร หลังจากนี้ต้องนำศพของผู้ตายไปชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง   และเช้าวันนี้ (29 ก.ค.) ตำรวจจะเรียกตัวเพื่อนที่ชื่อเป็ดและท็อป มาสอบปากคำอีกครั้งและตรวจสอบมือถือข้อความแช็ตทั้งหมด ซึ่งเป็ดถือเป็นพยานสำคัญที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/GimYuMqAs5s

 36,050
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 60

3 ผู้ต้องสงสัยแฉน้องสาวผู้ใหญ่บ้านฆ่าลูกจ้างวัย16 ก่อนเอาศพฝังดิน หลังแม่ออกตามหา 5 ปี

ความคืบหน้าจากกรณีที่แม่ชาวจังหวัดเพชรบุรีเข้าร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาววัย 16 ปี ได้หายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี โดยล่าสุดได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายเสียชีวิตและนำศพมาซุกซ่อนอำพรางไว้ที่ไร่บริเวณซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสนอ.เมือง จ.เพชรบุรี     เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดค้นหาบริเวณใต้ต้นตาลท้ายไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งเบาะแส ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขุดลึกไปประมาณ 1 เมตร พบห่อผ้าพลาสติกขนาดใหญ่ เปิดดูพบผ้าห่มห่อหุ้มถุงขยะพลาสติกดำ คลี่ออกพบโครงกระดูกมนุษย์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกางเกงในสีเนื้อ ไม่พบเสื้อผ้าและหลักฐานอื่น แพทย์ชันสูตรศพเบื้องต้นพบกรามด้านซ้ายหัก ซี่โครงขวาหัก      ในเวลาต่อมาคุณแม่ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ แสดงความมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกของลูกสาวจริง เพราะจำฟันและผมได้ พร้อมเล่าย้อนว่าในปี 55  เพื่อนของตนได้มาบอกว่ามีคนที่รู้จักต้องการเด็กไปทำงานบ้านในกรุงเทพฯ ตนจึงได้อนุญาตให้ลูกสาวเดินทางไปทำงาน โดยได้พาไปส่งไว้ที่บ้านของแม่ของ น.ส.โมรา (นามสมมติ) นายจ้างในอำเภอเมืองเพชรบุรี โดยนายจ้างสัญญาว่าจะดูแลลูกสาวตนเป็นอย่างดี และจะพากลับมาหาทุกสัปดาห์ แต่ปรากฏว่านายจ้างไม่เคยพาลูกสาวกลับมาสักครั้ง   ในช่วง 2 เดือนแรกตนได้ติดต่อกับลูกสาวเพียงโทรศัพท์ 2 ครั้งผ่านเบอร์ของนายจ้าง ครั้งสุดท้ายวันที่ 13 เมษายน 2555 ลูกสาวบอกว่าคิดถึงแม่ จากนั้นโทรศัพท์ได้ตัดไป ตนพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมานายจ้างอ้างว่าลูกสาวตนได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงเข้าแจ้งความคนหาย ไว้ที่ สภ. เมืองเพชรบุรี ที่ผ่านมาตนพยายามตามหาลูกมาโดยตลอด และยังมักจะฝันเห็นลูกสาว ได้ยินเสียงร้องไห้ ขอความช่วยเหลือ    กระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน มีพลเมืองดีมาแจ้งเบาะแสตนว่าลูกสาวตนถูกนายจ้างซ้อมจนเสียชีวิตและนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของแม่นายจ้าง ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่ตนฝันเห็นลูกสาว จึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณา เพื่อช่วยเหลือ เนื่องจาก ครอบครัวของนายจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเป็นธรรม     ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก. 5 กองบังคับการปราบปราม ประสาน เจ้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมหลักฐาน และจะได้ส่งกระดูกดังกล่าวไปพิสูจน์ DNA และจะติดตามสืบหาผู้กระทำความผิด ส่วนทางแม่ของผู้เสียชีวิต ได้ร้องขอให้โอนคดีให้กองปราบดำเนินคดีหวั่นคดีไม่คืบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 ราย กลับมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม โดยหลังจากสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง มีข้อมูลล่าสุดออกมาว่า ทั้ง 3 คนให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการอำพรางซ่อนเร้นศพ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการตาย เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกัน ส่วน น.ส.โมรา น้องสาวผู้ใหญ่บ้าน ที่กำลังหลบหนีเคยเข้าร่วมประกวดนางงาม เป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาไม่พอใจมักจะทำร้ายผู้ตายเป็นประจำ โดยก่อนหน้าจะเกิดเหตุได้ใช้กระป๋องสเปรย์ตีผู้ตายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนจะนำศพไปฝังดินใต้ต้นตาลเพื่ออำพรางคดี                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j0nLO3ACvIs  

 76,838
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ย. 60

คุมตัว 2 คนงานก่อสร้างสอบ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุลอบบึ้มปัตตานี

ความคืบหน้าเหตุวางระเบิดรถทหารพรานบนถนนสาย 41 (เก่า) บ้านเจาะกือแย ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี ปัตตานี โดยแรงระเบิดทำให้รถกระบะของทหารพรานได้รับความเสียหายขาดกลางช่วงกระบะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 รายนั้น   ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนงานก่อสร้าง 2 รายไปสอบปากคำขยายผล หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบดังกล่าว     ด้าน พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่ม นายยาการียา บาโง  ผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงรายสำคัญ ขณะที่การคุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยเนื่องจากพบพิรุธจึงเชิญตัวไปสอบปากคำตามขั้นตอน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/KVXE9owej14

 3,799
ต่างประเทศ
18 ก.ย. 60

รวบหนุ่มต้องสงสัยรายที่ 2 เอี่ยวระเบิดรถไฟใต้ดินลอนดอน

ตำรวจสหราชอาณาจักร จับกุมชายคนที่ 2 ที่ต้องสงสัยว่าพัวพันกับการโจมตีรถไฟใต้ดิน PARSONS GREEN ในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ก.ย.2560 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 30 ราย โดยเป็นชายวัย 21 ถูกจับได้ในเขต HOUNSLOW ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกุมชายต้องสงสัยวัย 18 ปีมาแล้ว ทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสหรือไม่ 

 921
ต่างประเทศ
17 ก.ย. 60

ตร.อังกฤษจับหนุ่มวัย18 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดรถไฟใต้ดินลอนดอน

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถไฟใต้ดินที่สถานีพาร์สัน กรีน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 29 ราย      ล่าสุดตำรวจเมืองเคนต์สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 รายบริเวณท่าเรือโดเวอร์ เป็นชายอายุ 18 ปี ก่อนจะควบคุมตัวไปทำการสอบสวน เบื้องต้นตำรวจไม่ปักใจเชื่อว่าจะก่อเหตุเพียงคนเดียว และกำลังเร่งตรวจสอบวิดีโอหาเบาะแสต่อไป    ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy,London UK เตือนคนไทยในกรุงลอนดอน ขอให้ใช้ความระมัดระวัง ในช่วงนี้มีข่าวระเบิดต่าง ๆ จะเดินทางไปไหน ขอให้ระวังตัว และช่วงนี้ ผู้ที่ใช้รถไฟใต้ดินสีเขียว (District Line) ควรตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง เพราะทางการอังกฤษยังคงปิดสถานี Parsons Green และพื้นที่โดยรอบ (Edgware Rode ถึง Wimbledon)จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว          

 1,199
ต่างประเทศ
23 ส.ค. 60

ผู้ต้องหาก่อการร้ายบาร์เซโลนา ขึ้นศาลสารภาพแผนโจมตีครั้งรุนแรง

หนึ่งใน 4 ของผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้โจมตีในเมืองบาร์เซโลนาของสเปน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ยอมรับสารภาพในศาลสูงสเปนว่า วางแผนที่จะโจมตีรุนแรงกว่าที่เกิดเหตุในสถานที่สำคัญหลายจุด โดยมีการยอมรับว่าเตรียมระเบิดและเช่ารถมาก่อเหตุ ขณะที่คนขับรถตู้พุ่งชนคนถูก ตร.วิสามัญ 

 840
ต่างประเทศ
21 ส.ค. 60

เพื่อนบ้านคาดไม่ถึง โจ๋วัย 22 ต้องสงสัยขับรถชนคนในสเปน คาดหนีข้ามพรมแดนกบดานฝรั่งเศส

ทางการสเปนเร่งไล่ล่านาย Younes Abouyaaqoub วัย 22 ปีเชื้อสายโมร็อกโก ผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุขับรถตู้พุ่งชนผู้คนในย่าน ลาส รัมบลาส เมืองบาเซโลนา อาจหนีข้ามพรมแดนสเปนไปยังฝรั่งเศส   ทั้งนี้มีมุมของเพื่อนบ้านกล่าวว่าไม่น่าเชื่อว่าวัยรุ่นคนนี้จะก่อเหตุ เพราะเขาใช้ชีวิตวัยรุ่นปกติ ไปโรงเรียน เล่นฟุตบอลตามวิสัยวัยรุ่น ไม่มีสัญญาณในการก่อเหตุ ด้านเพื่อนร่วมห้องระบุเขาเคยประกาศว่าต่อต้านความรุนแรง   ทั้งนี้ยังคงมีคนทยอยเดินทางมาร่วมวางดอกไม้ และจุดเทียนไว้อาลัย ต่อเหยื่อผู้เสียชีวิต 13 ราย อย่างไม่ขาดสาย โดยมีการเขียนข้อความระลึกถึงเหยื่อ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำงานตามล่าตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว 

 756
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ค. 60

ผบ.ตร.ปัดข่าวลือจับผู้ต้องสงสัยฆ่า 8 ศพ แย้มคดีคืบหน้ามาก - จนท.แอบหลอนได้ยินเสียงลึกลับในบ้าน

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายบุกสังหาร นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และครอบครัวรวม 8 ศพ ก่อนหลบหนีไปพร้อมรถเก๋งยาริสของผู้ตาย โดยยังได้ทำลายหลักฐานและนำฮาร์ดดิสก์วงจรปิดไปด้วย ขณะตำรวจตั้งปม 5 ประเด็น ทั้ง การเมืองท้องถิ่น โรงโม่หิน ฟ้องขับไล่รุกที่สาธารณะ ชู้สาว และยาเสพติด    ล่าสุดเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางลงพื้นที่จ.กระบี่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีเป็นครั้งที่ 3 ก่อนแถลงข่าวหลังการประชุมว่า การติดตามตัวคนร้ายถือได้ว่ามีความคืบหน้าไปกว่า 60 เปอร์เซ็นแล้ว พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัย รวมทั้งไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามไปที่ จ.นครศรีธรรมราช อีกด้วย แต่ได้มีการส่งชุดคลี่คลายคดีไปลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่ จ.ตรัง และ จ.ระนอง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของคดีเพราะอยู่ในสำนวนคดี เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งรีดทรัพย์ ขัดแย้งส่วนตัว สัมปทานโรงโม่ ยาเสพติด และยังอยู่ในระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีเงินโอนเข้าบัญชีนายวรยุทธมากถึง 50 ล้านหรือไม่    ด้านกำนัน ต.บ้านกลาง เปิดเผยว่า ส่วนตัวเชื่อว่าปมสังหารมาจากกรณีโรงโม่หิน หลังผู้ตายที่เคยขัดขวางแต่ต่อมากลับกลายเป็นผู้สนับสนุน โดยมีค่าดำเนินการราว 50 ล้านบาท ก่อนหน้าจะเกิดเหตุก็สัมผัสได้ว่าเจ้าตัวน่าจะพอรู้ตัวว่ากำลังถูกปองร้าย และยังเคยเกริ่นกับตนเองว่าจะเป็นกำนันต่อเอง หากตนไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้ว    ขณะที่บรรยากาศที่บ้านหลังเกิดยังคงมีตำรวจเฝ้าที่เกิดเหตุตลอด 24 ช.ม. เพื่อไม่ให้หลักฐานเสียหายหรือบุคคลภายนอกเข้าไป ซึ่งบรรยากาศภายในบ้านก็เป็นไปอย่างวังเวง เนื่องจากเป็นบ้านที่อยู่สุดซอยและไม่ค่อยมีผู้คนเข้าไปมามากนัก จะมีก็เพียงชาวบ้านที่ขี่รถเข้าสวนปาล์มสวนยางเท่านั้น แต่มีรายงานว่ามีคนได้ยินเสียงคล้ายรื้อค้นหาสิ่งของ แต่เมื่อเข้าไปดูกลับไม่พบอะไร จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นวิญญาณของคนตายทั้ง 8 ศพ               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Gq5rC1qQHpU  

 19,486
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ค. 60

ผู้ต้องสงสัยฆ่าเปลือย 'น้องฝ้าย' กินยาฆ่าตัวตาย ขณะถูกตร.ไล่ล่า

ความคืบหน้าคดี น้องฝ้าย พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารอีสานชื่อดังใน อ.ปราณบุรี ถูกฆ่าเปลือยอย่างโหดเหี้ยมในห้องเช่า เมื่อคืนวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) ตำรวจได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย คือ นายเค หรือ จิ๊บ ป่าถล่ม โดยเจ้าหน้าที่ไปพบชายต้องสงสัยนั่งอยู่ในร้านขายของชำ ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปแอบซ่อนตัวอยู่ในห้องด้านในร้านค้าดังกล่าว จากนั้นก็ได้ยินเสียงกุกกัก จึงแอบดูเห็นชายต้องสงสัยล้มลงกับพื้นคล้ายกินยาฆ่าตัวตาย จึงพังประตูเข้าไปช่วยเหลือนำตัวส่ง ร.พ.สามร้อยยอด โดยขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยยังอยู่ในการดูแลของแพทย์และพยาบาล     ด้าน พลตำรวจตรี ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แจ้งว่าได้ออกหมายจับ จิ๊บ ป่าถล่ม หรือ นายพรชัย แก่นซื่อ อายุ 30 ปี ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา หลักฐานคือภาพวงจรปิด ที่ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย แล้วมาเปลียนเป็นรถฮอนด้าแจ๊สของตัวเอง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานที่ผู้ต้องหานำสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือ น้ำหนัก 3 บาท ของผู้ตายไปขายที่ร้านทอง ในอำเภอสามร้อยยอด และจากการตรวจค้นบ้านพบเคสโทรศัพท์มือถือของผู้ตายด้วย     ขณะที่ พ่อของ น้องฝ้าย ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสามร้อยยอด เพื่อดูตัวนายจิ๊บ ผู้ต้องสงสัย พร้อมเปิดเผยว่า เริ่มทำใจได้แล้ว แม้จะเสียใจที่ต้องเสียลูกสาวไป แต่จากนี้ขอให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ส่วนศพลูกสาวนั้น ครอบครัวจะทำพิธีฝังตามประเพณีในวันนี้ เวลา 15.00 น.                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/olknH4qiNBc  

 25,165
สังคม-อาชญากรรม
17 มิ.ย. 60

ศาลออกหมายจับ 5 ข้อหามือบึ้มรพ.พระมงกุฎฯ - พล.อ.ประวิตร มั่นใจไม่ผิดตัว เผยทำไปเพราะไม่ชอบทหาร

ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 61 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 5 ข้อหา ประกอบด้วย พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส, มีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง, มียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งเป็นไปตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ใน 5 เหตุการณ์ ได้แก่ กรณีเหตุระเบิดหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งเดิมและหน้าโรงละครแห่งชาติ , เหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ , เหตุการณ์ พบอาวุธที่จะก่อเหตุระเบิดหน้าห้างเมเจอร์ รัชโยธิน  และกรณีพบระเบิดในบ้านพักนายวัฒนา เขตบางเขน      พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ระบุว่า นายวัฒนาจะอยู่ในการควบคุมของทหารอีก 7 วัน โดยขณะนี้มีการออกหมายจับเพียงคนเดียว แต่หากตรวจสอบพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการออกหมายจับเพิ่มเติม ซึ่งจากข้อมูลการสืบสวน เชื่อได้ว่านายวัฒนาสามารถประกอบระเบิดได้ เนื่องจากเรียนจบด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเคยทำงานการไฟฟ้าอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้   ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  เปิดเผยว่าได้เข้าไปพูดคุยกับนายวัฒนาตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหน้าที่คุมตัวได้แล้ว เจ้าตัวให้การสารภาพว่าทำคนเดียว แต่จะเชื่อหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจ ต้องพิจารณาหลักฐานหลายอย่างประกอบด้วย     ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามผู้ก่อเหตุไม่ชอบทหาร และก่อเหตุมา 3-4 ครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี 2550 ส่วนจะเป็นขบวนการหรือไม่ ต้องรอฟังการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ ด้านความเชื่อมโยงกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่แน่ ไม่ทราบ อยู่ระหว่างการสอบสวนกันอยู่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการจับกุมครั้งนี้จะสามารถเบาใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิดเหตุอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปเบาใจได้อย่างไร เพราะเราไม่รู้ว่ามีใครอีกบ้างที่จะทำเหตุลักษณะนี้อีก   ส่วนความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นในคดี พล.อ.ประวิตรระบุว่า ก็คงมีคนใกล้กับเขาสักคนหนึ่ง เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนใกล้ชิด เป็นภรรยาอีกคน แต่ยืนยันไม่เกี่ยวกับทหารนอกแถว ส่วนจะเข้าข่ายสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่นั้นก็ขอให้คิดกันเอาเอง รวมทั้งปฏิเสธว่าการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเรียกความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง เพราะฝ่ายความมั่นคงพยายามทำทุกอย่างมาตลอดเพื่อให้เรื่องออกมาชัดเจน และสาเหตุที่การจับกุมครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควร เพราะมีกล้องวงจรปิดหลายตัว บุคคลที่อยู่ในภาพก็ปิดหน้าปิดตาและมีหลายคน ส่วนการก่อเหตุหลายครั้งจะเข้าข่ายก่อการร้ายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าเข้าข่ายก็ต้องไปถึงลูกถึงเมีย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/y_8KP0FMK0s

 5,714
การเมือง
16 มิ.ย. 60

ประวิตรยันจับมือบึ้ม รพ.พระมงกุฎไม่ผิดตัว ปัดไม่เกี่ยวทหารนอกแถว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงความคืบหน้าการจับกุมชายอายุ 61 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ซึ่งยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามผู้ก่อเหตุไม่ชอบทหาร และก่อเหตุมา 3-4 ครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี 2550 ส่วนจะเป็นขบวนการหรือไม่ ต้องรอฟังการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ ด้านความเชื่อมโยงกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่แน่ ไม่ทราบ อยู่ระหว่างการสอบสวนกันอยู่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการจับกุมครั้งนี้จะสามารถเบาใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิดเหตุอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปเบาใจได้อย่างไร เพราะเราไม่รู้ว่ามีใครอีกบ้างที่จะทำเหตุลักษณะนี้อีก   ส่วนความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นในคดี พล.อ.ประวิตรระบุว่า ก็คงมีคนใกล้กับเขาสักคนหนึ่ง เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนใกล้ชิด เป็นภรรยาอีกคน แต่ยืนยันไม่เกี่ยวกับทหารนอกแถว ส่วนจะเข้าข่ายสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่นั้นก็ขอให้คิดกันเอาเอง รวมทั้งปฏิเสธว่าการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเรียกความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง เพราะฝ่ายความมั่นคงพยายามทำทุกอย่างมาตลอดเพื่อให้เรื่องออกมาชัดเจน และสาเหตุที่การจับกุมครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควร เพราะมีกล้องวงจรปิดหลายตัว บุคคลที่อยู่ในภาพก็ปิดหน้าปิดตาและมีหลายคน ส่วนการก่อเหตุหลายครั้งจะเข้าข่ายก่อการร้ายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าเข้าข่ายก็ต้องไปถึงลูกถึงเมีย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง  

 6,850
ต่างประเทศ
10 เม.ย. 60

สวีเดนเผยข้อมูลชายชาวอุซเบฯ ต้องสงสัยก่อการร้าย ขับรถบรรทุกชน ปชช.ดับ 4

ทางการสวีเดนเผยข้อมูลของผู้ต้องสงสัยก่อเหตุขับรถบรรทุกที่ถูกขโมยมา เข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน ทำให้ประชาชน 4 คนเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 15 คน พบผู้ก่อเหตุอาจเป็นชายชาวอุซเบกิสถาน วัย 39 ปี เคยมีประวัติถูกเนรเทศออกนอกประเทศมาแล้ว ด้านนายกฯระบุเหตุดังกล่าวเป็นการก่อการร้าย

 12,426
ต่างประเทศ
09 เม.ย. 60

ตร.สวีเดนจับชายชาวอุซเบกิสถาน ต้องสงสัยขับรถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนที่สตอกโฮล์ม

ความคืบหน้าเหตุก่อการร้าย กรณีคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งเข้าฝูงชนหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และได้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมชายต้องสงสัยเป็นชาวอุซเบกิสถาน โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นผู้ที่ขับรถบรรทุกคันดังกล่าว   ขณะที่ชาวสวีเดนได้ออกมาร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต และยังแสดงพลังว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับการก่อการร้ายด้วยการดำเนินชีวิตตามปกติ ไม่แสดงความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น       

 4,339
ต่างประเทศ
18 ก.พ. 60

ตร.มาเลย์จับชายถือพาสปอร์ตเกาหลีเหนือ ต้องสงสัยเอี่ยวสังหารพี่ชาย 'คิมจองอึน'

ความคืบหน้าข่าวช็อกโลกกรณี นายคิม จองนัม พี่ชายต่างแม่ วัย 45 ปี ของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ วัย 33 ปี ถูกสังหารที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ หรือ KLIA ที่อยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย     ล่าสุดตำรวจมาเลเซียได้จับกุมตัวชายต้องสงสัยถือพาสปอร์ตของเกาหลีเหนือ หลังคาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารที่เกิดขึ้น      ขณะที่ตำรวจอินโดนีเซียเชื่อว่าหญิงสาวชาวอินโดนีเซียที่ถูกจับในฐานะ 1 ในผู้ต้องสงสัย อาจถูกล่อลวงเพราะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงรายการเรียลลิตี้ล้อกันเล่นเท่านั้น เนื่องจากผลการตรวจสอบประวัติย้อนหลังเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องสงสัยเคยรับจ้างฉีดสเปรย์ใส่คนอื่นในรายการเรียลลิตี้ลักษณะนี้มาแล้ว 4 ครั้ง โดยในอินโดนีเซียมีรายการรูปแบบนี้อยู่รายการหนึ่ง ชื่อ Just For Laughs  ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ชมอยู่ไม่น้อย       ด้านรัฐบาลเปียงยางกดดันให้ทางการมาเลเซียเร่งส่งมอบศพของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งปฏิเสธผลการชันสูตรศพ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือไม่มีโอกาสเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ และเป็นการกระทำการโดยพลการ         

 2,143
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 60

ตร.ภูเก็ตเร่งสอบปากคำหนุ่มสัญชาติเช็ก ต้องสงสัยแพร่เชื้อ hiv

จากกรณีตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร.และข้อสั่งการ ผบช.ภ.5 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมาให้ทุกหน่วยนำข้อมูลหมายจับ Mr.Pfeifer Zdenek (มร.ฟรายเฟอร์ ซเดเน็ค) สัญชาติเช็ก ผู้ต้องหาตามหมายจับ No.26 Nt 3510/2015 ซึ่งได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยและมีพฤติการณ์ในการแพร่เชื้อ HIV โดยมักไปหลับนอนกับหญิงสาวและกลุ่มคนรักร่วมเพศหลายราย เพื่อแพร่เชื้อโรคร้าย ให้ทุกหน่วยนำข้อมูลดังกล่าวลงในไลน์กลุ่มทุกกลุ่มหลายๆครั้งเพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลเพราะถือว่าอันตราย ล่าสุดมีพลเมืองดีแจ้งไปยัง สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่าพบชายชาวต่างชาติลักษณะคล้ายกับนายฟรายเฟอร์ ซเดเน็ค อายุ 52 ปี สัญชาติเช็กที่ถูกประกาศตามหาตัวขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีขาวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถห้างเทสโก้โลตัส สาขาถลาง แล้วเดินเข้าห้องน้ำของห้าง ขณะนั้น ด.ต.สุธี มณีสิงห์ ผบ.หมู่งาน จร.สภ.ถลางกำลังปฏิบัติหน้าที่อยูาบริเวณดังกล่าวได้ไปจรวจสอบยังจุดที่ได้รับแจ้ง และพบกับผู้ต้องสงสัยชายชาวต่างชาติรายดังกล่าวจึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง เบื้องต้นชายดังกล่าวอ้างว่าเป็นคนอิตาลี ไม่ใช่คนเช็ก ด.ต.สุธี จึงยึดกุญแจรถ จยย.ไว้พร้อมกับได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพหน้าตรงไว้เป็นหลักฐาน เพื่อส่งตรวจสอบรูปพรรณตรงตามข้อมูลหรือไม่พร้อมกับวิทยุแจ้งกลับไปยัง สภ.ถลางและขอกำลังเสริม แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทุกนายติดภารกิจ จึงยังไม่มีเจ้าหน้าที่นายใดเดินทางไปสมทบ ขณะเดียวกัน ด.ต.สุธีเกิดอาการปวดท้องหนักจึงเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน และได้สั่งให้ชายต้องสงสัยยืนรออยู่ที่เคาน์เตอร์ภายในห้างโลตัส แต่เมื่อออกมาจากห้องน้ำปรากฎว่าทั้งรถและชายต้องสงสัยได้หายไปแล้ว ซึ่งคาดว่าชายดังกล่าวมีกุญแจสำรอง เบื้องต้น ด.ต.สุธีคาดว่าชายต้องสงสัยดังกล่าวอาจเป็นผู้ต้องสงสัยที่ทางการต้องการตัว จึงได้ประสานไปยัง สภ.ถลางให้ประสานพื้นที่ใกล้เคียงให้เร่งติดตามตัว กระทั่งต่อมา ตำรวจสภ.เชิงทะเล ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้สนธิกำลังกันจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ สภ.เชิงทะเล พร้อมควบคุมตัวไปตรวจค้นภายในห้องพักบริเวณซอยบางเทา 9 ตำบลเชิงทะเลอำเภอถลางจากนั้นช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมาส่งที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตโดยขณะนี้ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่และไม่อนุญาติให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังทำการสอบสวนเสร็จสิ้นทางตำรวจที่เกี่ยวข้องจะแถลงข่รายงานความคืบหน้าอีกครั้งโดยคาดว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้แถลงรายละเอียดทั้งหมด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3rxy0EaUAzU    

 28,643

Top