ค้นหา :

ผลการค้นหา "ถล่ม"

สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 61

คนกรุงอ่วม! พายุฤดูร้อนแผลงฤทธิ์ฝนกระหน่ำหนัก น้ำท่วมขัง-ลมแรงซัดป้ายถล่ม

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 เม.ย.) เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อาทิ บางขุนเทียน บางบอน บางแค จอมทอง ธนบุรี ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ หลักสี่ ดอนเมือง จตุจักร พญาไท บางรัก ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบฯ ดุสิต ราชเทวี ดินแดง หนองจอก ลาดกระบัง ฯลฯ ส่งผลให้การจราจรบางช่วงติดขัดหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง และหลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขัง โดยบริเวณศาลาพักผู้โดยสาร หน้า ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดี-รังสิต เกิดเหตุลมพายุซัดป้ายถล่มลงมา เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด       ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 22 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561        บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีก 1 วัน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่าและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีพายุฝนฟ้าคะนองลดลง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้           ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์           ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร           อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย   ขณะที่พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย    อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง                             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/djN3muejdG0    

 2,553
ข่าวต่างประเทศ
15 เม.ย. 61

โลกระส่ำ! 'ทรัมป์' โวภารกิจถล่มซีเรียประสบความสำเร็จ 'ยูเอ็น' เมินรัสเซียจี้ประณาม

โลกระส่ำ!สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานสถานการณ์ในซีเรีย หลังเมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ กองทัพสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีซีเรีย โดยขีปนาวุธบี-1 ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงเข้าถล่มฐานที่มั่นทางทหารหลายแห่งใกล้กรุงดามัสกัส เป้าหมายการโจมตีคือ ศูนย์กลางการวิจัย, พัฒนา, ผลิต และทดสอบอาวุธเคมีกับอาวุธชีวภาพใกล้กรุงดามัสกัส, โรงเก็บอาวุธเคมีในเมืองฮอมส์ และสถานที่เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธเคมีและเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใกล้เมืองฮอมส์       โดยสถานีโทรทัศน์อัลจาซีราห์รายงานว่า มีขีปนาวุธ 3 ลูก ถูกยิงถล่มใกล้กรุงดามัสกัส และในเมืองฮอมส์ 2 ลูก เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นฐานที่มั่นทางทหารและโรงเก็บอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลซีเรีย ส่วนสถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานว่า สามารถสกัดขีปนาวุธสหรัฐฯ ได้จำนวน 13 ลูก   ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชื่นชมการโจมตีทางอาการถล่มเป้าหมายในซีเรียของพวกเขากับฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร “เมื่อคืนเป็นปฏิบัติการโจมตีที่สมบูรณ์แบบ ต้องขอบคุณสติปัญญาและพลังของทหารอันยอดเยี่ยมของฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร คงไม่มีผลลัพธ์ที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ภารกิจประสบความสำเร็จ!”       ขณะที่จีนหนึ่งในห้าของชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีสิทธิ์ยับยั้งหรือวีโต้ ล่าสุด นางฮัว ชุนหยิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่า รัฐบาลจีนไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการใช้กำลังโจมตีทางอากาศถล่มซีเรีย ทั้งนี้ ชี้การใช้กำลังทางทหารแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ใส่ใจต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กลับจะยิ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความสับสนครั้งใหม่ต่อแนวทางในการแก้ปัญหาวิกฤตในซีเรีย เรียกร้องให้แก้ปัญหาด้วยการเจรจาและหารือร่วมกัน   ส่วนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้กล่าวประณามการโจมตีของชาติพันธมิตรที่มีสหรัฐฯ เป็นแกนนำ พร้อมเรียกร้องให้เปิดประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติ   โดยที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ลงมติไม่ผ่านความเห็นชอบตามมติที่เสนอของรัสเซียว่าด้วยการประณามสหรัฐและชาติพันธมิตรหาว่า ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยที่ประชุมซึ่งมี 15 ชาติ ปรากฏว่า มีเพียงรัสเซีย จีนและโบลิเวีย 3 ชาติเท่านั้นที่ลงมติเห็นชอบ อีก 8 ชาติลงมติไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 4 ชาติ ทั้งนี้ มติใดๆก็ตามของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะต้องได้รับความเห็นชอบอย่างน้อย 9 เสียง และต้องไม่มีการใช้สิทธิยับยั้งหรือวีโต้ของ 5 ชาติสมาชิกถาวรได้แก่ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐฯ     สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงว่าได้ลงนามในคำสั่งอนุมัติยิงขีปนาวุธถล่มเป้าหมายในซีเรีย โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการร่วมกับกองทัพอังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลซีเรีย ให้ยุติการใช้อาวุธเคมีบริเวณโจมตีฐานที่มั่นฝ่ายกบฏที่เมืองดูมา เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 70 ราย และล้มป่วยหลายร้อยคน    

 18,138
ข่าวต่างประเทศ
14 เม.ย. 61

เปิดฉากสงคราม! กองทัพ 'สหรัฐฯ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส' ถล่มซีเรียแล้ว ตอบโต้ใช้อาวุธเคมีสังหารปชช.

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (14 เม.ย.) กองทัพสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรอีก 2 ชาติ ได้แก่ อังกฤษ และฝรั่งเศส ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีเป้าหมายที่คาดว่าเป็นคลังเก็บอาวุธเคมีของกองทัพซีเรีย เพื่อเป็นการตอบโต้รัฐบาลซีเรียที่ใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองดูมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 70 ศพ ซึ่งทางการสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรเชื่อว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้     ขณะที่ นายอันโตนิโอ กูร์เตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ระบุว่า สงครามเย็นกลับมาแล้วด้วยความคลั่งแค้น และกลไกของยูเอ็นที่มีเพื่อใช้ป้องกันสงครามซึ่งเคยมีอยู่ในอดีต ไม่มีอยู่อีกต่อไป     สำหรับการโจมตีที่เกิดขึ้นสืบเนื่องหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ร่วมประชุมหารือเพื่อหามาตรการตอบโต้รัฐบาลซีเรีย       

 109,211
ข่าวต่างประเทศ
07 ก.พ. 61

ระทึก! ไต้หวันแผ่นดินไหว 6.4 อาคารพังถล่ม เสียชีวิตแล้ว 2 เจ็บกว่า 198 ราย นักฟุตซอลไทยปลอดภัย

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2561 เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 นอกชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน เมื่อเวลา 23 นาฬิกา 50 นาที ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 22 นาฬิกา 50 นาที ตามเวลาในไทย โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองฮวาเหลียน ประมาณ 21 กิโลเมตร แต่อยู่ใต้ดินลึกเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น   ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 198 คน เนื่องจากมีอาคาร 3 แห่งพังถล่มลงมา โดยหนึ่งในนั้นเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ทั้งนี้ มีรายงานว่าได้เกิดอาฟเตอร์ช็อก ขนาด 5.1 ตามมาอีกครั้งหลังแผ่นดินไหวครั้งแรกไม่นาน   นอกจากนี้ นักกีฬาฟุตซอลไทยที่ไปแข่งที่ไต้หวันได้รับรู้แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวด้วย แต่มีรายงานแล้วว่าปลอดภัยดี

 7,481
สังคม-อาชญากรรม
16 ธ.ค. 59

เร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุตึกย่านสุขุมวิท 87 ถล่ม พบฝ่าฝืนคำสั่งระงับการรื้อถอน

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุตึกย่านสุขุมวิท 87 ถล่ม อีก 2 รายตำรวจสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา พร้อมประกาศเป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้า   พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางตรวจที่เกิดเหตุตึกถล่มภายในซอยสุขุมวิท 87 พบเป็นอาคารไทยยานยนต์ มิตซู เลขที่ 2225 สูง8 ชั้น กำลังอยู่ระหว่างการรื้อถอน มีการกั้นพื้นที่โดยรอบด้วยสังกะสี ซึ่งมีเศษซากอาคารบางส่วนถล่มลงมาตั้งแต่ชั้นบนสุด เบื้องต้นมีผู้ติดภายใน 4 ราย โดยพบผู้เสียชีวิต 2 ราย สูญหายอีก 2 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตหนึ่งรายคือ นายธีรศักดิ์ แสนศรีสงค์ อายุ 38 ปี เป็นคนขับรถแม็คโคร โดยนายสันต์ ทองสุข หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตพระโขนง เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และได้เข้ารื้ออาคารช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ในช่วงที่มีการรื้อถอนกรุงเทพมหานครได้รับแจ้งจากชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงว่ามีเศษวัสดุก่อสร้างตกหล่นลงมา เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงได้สั่งให้ระงับการรื้อถอนชั่วคราว แต่ก็ยังมีการลักลอบเข้ารื้อถอนจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น    ด้านพลตำรวจโทศานิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นแล้ว เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากทางกรุงเทพมหานคร ได้สั่งระงับการรื้อถอนไปแล้ว เพราะอาคารเกิดการทรุดตัวลงไปก่อนหน้านี้ และบริษัทที่เข้ารื้อถอนก็ไม่มีมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืนเข้าไปทำการรื้อถอนจนทำให้อาคารถล่มลงมา และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว โดยเบื้องต้นจะต้องดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ใน 3 ข้อหา คือ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522  และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน พร้อมฝากถึงสำนักงานเขต หากในพื้นที่ใดมีการขอรื้อถอนอาคารให้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้นๆ ด้วย เพื่อจะได้ช่วยเข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยอีกทาง เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก    นายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประกาศให้เป็นพื้นที่อันตรายหวงห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ ส่วนการช่วยเหลือการค้นหาก็จะดำเนินการต่อไป ขณะที่อาคารส่วนที่เหลือขณะนี้ยังอยู่ในภาวะคงที่ แต่ไม่ควรนำอุปกรณ์เจาะรื้อถอนมาใช้ เพราะเกรงว่าอาคารจะทรุด ยืนยันว่าทางกรุงเทพมหานครจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของอาคาร และบริษัทที่เข้ารื้อถอนตัวอาคารตามความผิดใน พรบ.ควบคุมอาคาร และฝ่าฝืนคำสั่งการระงับการรื้อถอนของเจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมทั้งสอบวินัยเจ้าหน้าที่โยธาเขตพระโขนงว่า เหตุใดยังมีการรื้อถอนอาคารทั้งที่มีหนังสือระงับการรื้อถอนตั้งแต่ 2 ธันวาคมไปแล้ว    นายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคารสำนักการโยธากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การใช้แบคโฮขนาดใหญ่เข้าไปในตัวอาคารเพื่อทำการรื้อถอนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการรื้อถอนแบบใดแต่เจ้าหน้าที่จะต้องมีความรู้และความชำนาญ แต่เหตุการณ์นี้คาดว่าจะไม่มีความชำนาญเพียงพอจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว    

 5,575
สังคม-อาชญากรรม
01 ธ.ค. 59

วิศวกรรมสถาน ลงตรวจเหตุเครนถล่มย่านพระราม 9 ทับคนงาน 5 ศพ ชี้ติดหมุดยึดไม่เรียบร้อย

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเครนถล่มทับคนงานเสียชีวิต 5 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ภายในพื้นที่ก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติ ย่านพระราม 9 โดยใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 1 ชั่วโมง จากการตรวจสอบพบว่าเครนที่เกิดเหตุดังกล่าว มีการติดตั้งไว้ที่ระดับความสูง 9 เมตร เเต่ต้องการต่อเพิ่มขึ้นไปให้มีความสูงถึง 15 เมตร โดยจะต้องต่อเพิ่มทีละ 2 เมตร ซึ่งในการติดตั้งต่อเครนเพิ่มแต่ละชั้น โดยเฉพาะตามบริเวณข้อต่อจะต้องใช้ประกับมาหุ้มแล้วใช้หมุดยึด แต่จากข้อมูลที่ทางเราได้รับ และจากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานได้ว่า มีการถอดตัวประกับออกก่อน ทั้งที่ยังไม่ใส่หมุดให้เรียบร้อย เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้ง จึงเกิดเหตุทำให้แขนของเครน เอนหลังลงมาฟาดจนกลายเป็นอุบัติเหตุสลดดังกล่าว ทั้งนี้ การติดตั้งเครนตามมาตรฐานทั่วโลก ก่อนจะทำการถอดประกับออกนั้น จะต้องมีการติดตั้งหมุดยึดให้ครบถ้วนเสียก่อน ทั้งนี้ อยากฝากเตือนไปยังบริษัทงานก่อสร้างต่างๆ ให้ยึดหลักปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ด้านความคืบหน้าคดี ตร.สน.มักกะสันระบุว่า ได้เชิญญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย มาสอบปากคำ ซึ่งทางญาติก็ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการขอรับศพ และสินไหมทดแทน รวมถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก หลังจากนี้ จะต้องประสานบริษัทผู้รับเหมามาสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนเป็นประเด็นใดนั้น ยังไม่สามารเปิดเผยได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dkuCQS1Hk3c    

 1,443
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 59

เครนก่อสร้างหนักกว่า 70 ตันล้มใกล้บีทีเอสพระโขนง เหตุดินยวบเพราะฝน

จากกรณีเกิดเหตุรถเครนตอกเสาเข็มน้ำหนักกว่า 70 ตัน ล้มทับบันไดของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพระโขนง เนื่องจากดินในพื้นที่ก่อสร้างอุ้มน้ำจากฝนตกมาหลายวัน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ล่าสุด ผู้อำนวยการเขตคลองเตย เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้ามาชี้แจงการเกิดเหตุจากวิศวกรผู้ควบคุมโครงการก่อสร้างนี้อีกครั้ง โดยมาตราการการตรวจสอบความปลอดภัยในจุดก่อสร้างอื่นๆ ทางสำนักงานเขตคลองเตย ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทุกๆ 15 วัน อยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อว่าในครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัย แต่จะดำเนินการกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้ารวบคุมตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างอื่นๆ เพื่อป้องกันการเหตุลักษณะนี้อีก ส่วนด้านคดี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ระบุว่า ต้องรอให้ผู้เสียหายคือ บีทีเอส และกทม. เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อใช้ในการดำเนินคดี โดยความผิดเบื้องต้นคือกระทำการอันประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย เนื่องจากตอนเกิดเหตุไม่มีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ มีเพียงทรัพย์สินที่เสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0CLTaALVYDk  

 1,649

Top