ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตามหา"

แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ธ.ค. 60

เจอตัวแล้ว! 3 พี่น้องหายออกจากบ้านที่ปราจีนฯ หลังแม่ร้องถูกลักพาตัวขึ้นรถไฟเข้ากทม.

แม่วัย 29 ปี ร่ำไห้วอนสื่อช่วยประกาศตามหาลูกสาวและลูกชาย 3 คน ที่หายออกจากบ้านใน ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 ธ.ค.พบเบาะแสเมื่อเช้าวันที่ 14 ธ.ค.เด็กทั้งสามคนมาซื้อตั๋วรถไฟปลายทางไปกรุงเทพฯ พร้อมกับหญิงสาวรูปร่างอ้วนผมหยิก คาดน่าจะถูกล่อลวงไป    ล่าสุดเมื่อคืนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัว 3 พี่น้องแล้ว มากับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีคนหนึ่งหลังมาเปิดห้องพัก ก่อนจะพาตัวมาไว้ที่ สน.ท่าข้าม และประสานให้ครอบครัวเดินทางมารับตัวแล้ว                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wHVzFj-vVN0

 30,898
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 60

3 ผู้ต้องสงสัยแฉน้องสาวผู้ใหญ่บ้านฆ่าลูกจ้างวัย16 ก่อนเอาศพฝังดิน หลังแม่ออกตามหา 5 ปี

ความคืบหน้าจากกรณีที่แม่ชาวจังหวัดเพชรบุรีเข้าร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาววัย 16 ปี ได้หายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี โดยล่าสุดได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายเสียชีวิตและนำศพมาซุกซ่อนอำพรางไว้ที่ไร่บริเวณซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสนอ.เมือง จ.เพชรบุรี     เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดค้นหาบริเวณใต้ต้นตาลท้ายไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งเบาะแส ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขุดลึกไปประมาณ 1 เมตร พบห่อผ้าพลาสติกขนาดใหญ่ เปิดดูพบผ้าห่มห่อหุ้มถุงขยะพลาสติกดำ คลี่ออกพบโครงกระดูกมนุษย์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกางเกงในสีเนื้อ ไม่พบเสื้อผ้าและหลักฐานอื่น แพทย์ชันสูตรศพเบื้องต้นพบกรามด้านซ้ายหัก ซี่โครงขวาหัก      ในเวลาต่อมาคุณแม่ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ แสดงความมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกของลูกสาวจริง เพราะจำฟันและผมได้ พร้อมเล่าย้อนว่าในปี 55  เพื่อนของตนได้มาบอกว่ามีคนที่รู้จักต้องการเด็กไปทำงานบ้านในกรุงเทพฯ ตนจึงได้อนุญาตให้ลูกสาวเดินทางไปทำงาน โดยได้พาไปส่งไว้ที่บ้านของแม่ของ น.ส.โมรา (นามสมมติ) นายจ้างในอำเภอเมืองเพชรบุรี โดยนายจ้างสัญญาว่าจะดูแลลูกสาวตนเป็นอย่างดี และจะพากลับมาหาทุกสัปดาห์ แต่ปรากฏว่านายจ้างไม่เคยพาลูกสาวกลับมาสักครั้ง   ในช่วง 2 เดือนแรกตนได้ติดต่อกับลูกสาวเพียงโทรศัพท์ 2 ครั้งผ่านเบอร์ของนายจ้าง ครั้งสุดท้ายวันที่ 13 เมษายน 2555 ลูกสาวบอกว่าคิดถึงแม่ จากนั้นโทรศัพท์ได้ตัดไป ตนพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมานายจ้างอ้างว่าลูกสาวตนได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงเข้าแจ้งความคนหาย ไว้ที่ สภ. เมืองเพชรบุรี ที่ผ่านมาตนพยายามตามหาลูกมาโดยตลอด และยังมักจะฝันเห็นลูกสาว ได้ยินเสียงร้องไห้ ขอความช่วยเหลือ    กระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน มีพลเมืองดีมาแจ้งเบาะแสตนว่าลูกสาวตนถูกนายจ้างซ้อมจนเสียชีวิตและนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของแม่นายจ้าง ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่ตนฝันเห็นลูกสาว จึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณา เพื่อช่วยเหลือ เนื่องจาก ครอบครัวของนายจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเป็นธรรม     ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก. 5 กองบังคับการปราบปราม ประสาน เจ้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมหลักฐาน และจะได้ส่งกระดูกดังกล่าวไปพิสูจน์ DNA และจะติดตามสืบหาผู้กระทำความผิด ส่วนทางแม่ของผู้เสียชีวิต ได้ร้องขอให้โอนคดีให้กองปราบดำเนินคดีหวั่นคดีไม่คืบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 ราย กลับมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม โดยหลังจากสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง มีข้อมูลล่าสุดออกมาว่า ทั้ง 3 คนให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการอำพรางซ่อนเร้นศพ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการตาย เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกัน ส่วน น.ส.โมรา น้องสาวผู้ใหญ่บ้าน ที่กำลังหลบหนีเคยเข้าร่วมประกวดนางงาม เป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาไม่พอใจมักจะทำร้ายผู้ตายเป็นประจำ โดยก่อนหน้าจะเกิดเหตุได้ใช้กระป๋องสเปรย์ตีผู้ตายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนจะนำศพไปฝังดินใต้ต้นตาลเพื่ออำพรางคดี                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j0nLO3ACvIs  

 76,801
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 60

พ่อแม่ 'ผอ.อ้อย' บุกค่ายทหารขอค้นห้อง 'ผู้กองเหน่ง' รับหมดเงินไปแล้วกว่า 1 ล้านแต่จะไม่เลิกหา

ความคืบหน้าจากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนั้น       ล่าสุดนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน และ นางแหลม อุ่นอ่อน พ่อแม่ของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้เดินทางมาขอเข้าพบ พ.อ.สุรชัย มีหอม ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เพื่อขอเข้าตรวจค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของลูกสาว เนื่องจาก ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เคยมาอาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้ ซึ่งก็ได้รับการอำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบ โดยพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย ใช้เวลาในการตรวจค้นประมาณ 35 นาทีจึงกลับออกมา    ด้านนายบุญเลิศระบุว่า ภายในห้องพักว่างเปล่าไม่มีสิ่งของใดๆ ภายในห้องเหลืออยู่ จากนั้นได้ไปตรวจค้นรอบบริเวณค่ายแต่ไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อย ตนต้องขอขอบคุณ พ.อ.สุรชัย และคณะนายทหารที่อำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ทำให้ตนและญาติพี่น้องหายคลางแคลงใจว่าอาจจะมีการซุกซ่อนร่างของ ผอ.อ้อยไว้ภายในค่ายทหารพรานแห่งนี้แล้ว     ทั้งนี้ตั้งแต่ตนได้ประกาศไปว่าจะให้รางวัล 1,000,000 บาท เมื่อพบ ผอ.อ้อย ที่ยังมีชีวิตอยู่ และรางวัล 500,000 บาท หากพบร่างของ ผอ.อ้อย ปรากฏว่ามีการแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้วกว่า 3,000 ครั้ง ส่วนมากแล้วจะเป็นร่างทรงที่มาเข้าทรงแจ้งเบาะแส แต่ว่าไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ตนหมดเงินค่าใช้จ่ายในการตามหาลูกไปแล้วกว่า 1,000,000 บาท แต่ก็ยังไร้วี่แวว ตนยอมรับว่าท้อแต่ว่าจะไม่ยอมล้มเลิกการติดตามหาตัวลูกสาว                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zxlvNbWed2Q

 20,849
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ย. 60

ครบ 2 เดือน 'ผอ.อ้อย' หายตัวปริศนา พ่อไม่ท้อออกตามหาทุกวัน ตั้งรางวัล 1 แสนให้คนแจ้งเบาะแส

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) ผ่านไปครบ 2 เดือนแล้ว แต่ญาติพี่น้องยังคงออกตามหา ผอ.อ้อย อย่างต่อเนื่องที่ลำห้วยผึ้ง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์ของนายทหารยศร้อยเอกและ ผอ.อ้อย และมีชาวบ้านที่มาดักหนูแจ้งว่าพบรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ.อ้อย วิ่งมาจอดบริเวณนี้นานกว่า 3 ชม.และพบว่ามีชาย 4 คนแต่งกายชุดลายพรางเสื้อเปื้อนเลือดเดินออกมาจากป่าบริเวณนี้ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด   ด้าน นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ ผอ.อ้อย เปิดเผยว่า วันนี้ครบรอบ 2 เดือนแล้วที่ลูกสาวหายตัวไป ตนและญาติๆ ได้ออกค้นหาลูกสาวทุกวัน เดินป่ากว่า 10 กม. ไปที่ถึงผานางอิงเดินทะลุเข้าไปในเขตประเทศลาวที่มีชาวลาวพบโครงกระดูกมนุษย์เพื่อตามหาลูกสาว ยากลำบากเพียงใดตนก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะยังไม่พบตัวตนก็ยังจะตามหาอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะพบตัว และตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำกับลูกสาวของตนว่า บาปกรรมมีจริงและจะตามทันในเร็ว ๆ นี้ พร้อมประกาศว่า หากผู้ใดสามารถแจ้งเบาะแสให้ตนทราบว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใด และเมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้วยืนยันชัดเจนว่า เป็น ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนที่หายไปจริง ตนจะจ่ายเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท โดยผู้ที่ทราบเบาะแสให้โทรศัพท์แจ้งตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080 – 796-4107 ได้ตลอดเวลา            ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/Sd5NmVzWE3w  

 3,515
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 60

สามี 'ผอ.อ้อย' ร่วมคณะเดินป่าลุยพิสูจน์ศพสาวปริศนา ขณะทางการลาวห้ามข้ามชายแดน

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ซึ่งล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า พบศพหญิงนิรนามถูกห่อด้วยพลาสติกทิ้งบริเวณชายแดนไทย–ลาว ด้านสามเหลี่ยมมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) ครอบครัวและเจ้าหน้าที่เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้เดินบุกป่าเป็นระยะทางกว่า 5 กม. เข้าไปยังพลาญตอกเลข ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนลาว เพื่อไปตรวจพิสูจน์ว่าศพหญิงนิรนามที่ห่อด้วยพลาสติก ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านของประเทศลาว แต่พบว่าเมื่อไปถึงพลาญตอกเลขอีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะเข้าเขตแดนลาว ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของลาวไม่อนุญาตให้ทีมค้นหาเข้าไปที่บริเวณต้องสงสัย เนื่องจากว่าไม่มีการประสานงานอย่างเป็นทางการ ทำให้ นายก อบต.เสาธงชัย ได้จัดชุด จำนวน 8 คน นำโดย นายวิทยา สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ บุกป่าเข้าไปที่บริเวณผานางอิง ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงนิรนาม     ด้าน นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของ น.ส.จุฑาภรณ์ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้ามาพิสูจน์บริเวณผานางอิงเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เนื่องจากว่าจุดที่พบศพอยู่ติดกับเขตแดนลาว อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ของลาวไม่อนุญาตให้เข้าไปที่เกิดเหตุ แต่อย่างไรก็ตามพวกตนก็ต้องการที่จะพิสูจน์ว่าศพหญิงผมยาวดังกล่าวเป็นศพของใคร หากว่าเป็นศพของ น.ส.จุฑาภรณ์ จริง ก็จะนำศพออกมาทันที แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปัญหาชายแดน เจ้าหน้าที่ของไทยจึงได้ถอยร่นเข้ามาในเขตแดนไทยประมาณ 2 กม.และรอชุดที่เข้าไปตรวจพิสูจน์กลับออกมา    ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินบุกป่าเข้าไปที่บริเวณพลาญตอกเลขนั้น พบถุงมือยางสีฟ้า จำนวน 3 คู่ และรองเท้ายางจำนวน 1 ข้าง ถูกเผาอยู่ข้างทาง ซึ่งทางตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/yUgUE8xVY7k  

 19,654
สังคม-อาชญากรรม
12 ส.ค. 60

ครบ 7 ปีที่หายไป แม่ 'น้องจีจี้' ยังรอลูกสาวหวนสู่อ้อมอก เชื่อสักวันต้องได้เจอ

ครอบครัวของน้องจีจี้ เด็กหญิงที่หายตัวไป ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 53 จนขณะนี้เวลาผ่านไป 7 ปีแล้ว แต่พ่อแม่ก็ยังคงมีความหวังและเดินหน้าตามหาลูกสาวต่อไป     แม่ของน้องจีจี้ เปิดเผยว่า นับจากวันที่น้องจีจี้หายไปทุกปีตนเองและครอบครัวจะไปทำบุญ เพื่อความสบายใจและอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ส่วนตัวยังเชื่อว่าสักวันลูกสาวจะต้องกลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัวอีกครั้ง ทุกวันนี้ตนเองมีอาชีพขายผลไม้ โดยหลังจากบรรจุถุงชั่งก็จะใส่รูปน้องจีจี้เอาไว้ เพื่อให้คนที่พบเห็นน้องจีจี้แจ้งเบาะแส ซึ่งก็ทำมานานกว่า 7 ปีแล้ว                       ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/-tWrksbOazM

 6,675
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ค. 60

ตั้งรางวัล 1 แสนบาท วอนแจ้งเบาะแสตามหา 'ควายบุญรอด' หลังยังไร้วี่แวว

ความคืบหน้ากรณี ควายบุญรอด ที่ถูกไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ และนำไปบริจาคให้กับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ ตามโครงการธนาคารโคกระบือตามพระราชดำริ แต่เกษตรกรกลับนำไปขายให้กับพ่อค้าควายเร่เพื่อแลกกับควายแม่ลูกนั้น     ล่าสุด นายรพีภัค ธราธรพิทักษ์ พร้อมกลุ่มผู้บริจาคกระบือ “บุญรอด” และประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง ได้เดินทางมาติดตามผลการดำเนินคดีกับทางปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ และเกษตรกรผู้เลี้ยงเจ้าบุญรอด โดยได้มีการแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ต่อ นายวรพล แก้วแดง เกษตรกรแล้ว ก่อนถูกศาลสั่งจำคุก 1 เดือนไม่รอลงอาญา และได้ประกันตัวออกมา ขณะที่ นายสมภาร ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ ได้ถูกสั่งให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมทั้ง ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย     ทั้งนี้ทางมูลนิธิมูลนิธิฯ ได้ตั้งเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท ให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือนำควายบุญรอดกลับคืนมา                     ชมผ่านยูทูปได้ที่  : https://youtu.be/QIDT0_hQ-xA    

 1,842
พระราชสำนัก
23 ก.ค. 60

กระทรวงวัฒนธรรมตามหา 10 บุคคลในภาพ ถวายงาน 'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ดำเนินการตามหาบุคคลในภาพพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.2560 และเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านต่างๆ จำนวน 10 ภาพ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยและต่างประเทศ และเพื่อให้หน่วยงานต่างๆตลอดจนประชาชน เยาวชน ได้มีโอกาสรับรู้และน้อมนำพระราชดำรัสและพระจริยวัตรไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศต่อไป       ภาพที่ 1 เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2519 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรและทรงมี พระราชปฏิสันถารกับคณะผู้ใหญ่บ้าน ครู และราษฎรบ้านหมากแข้ง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย       ภาพที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2528 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเปิดอาคารศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และทอดพระเนตรนิทรรศการเกี่ยวกับสาธารณสุขมูลฐาน       ภาพที่ 3 เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2529 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศ ณ บริเวณบึงบ้านบากง ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) ไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านบากง ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส       ภาพที่ 4 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2530 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทอดพระเนตรการปฏิบัติงานของศาลอาญาในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมและทอดพระเนตรการปฏิบัติงานของศาลต่างๆ ในกระทรวงยุติธรรม       ภาพที่ 5 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2536 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงเปิดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2536 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์         ภาพที่ 6 เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2539 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทอดพระเนตรแบบจำลองบริเวณเขาชีจรรย์ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีแกะสลักพระพุทธรูป พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา เป็นปฐมฤกษ์ ณ บริเวณเขาชีจรรย์ วัดญาณสังวราราม อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี       ภาพที่ 7 เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2542 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทอดพระเนตรนิทรรศการ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารปฏิบัติการวิศวกรรมการบินและอวกาศยาน ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ถนนสุขุมวิท ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี       ภาพที่ 8 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2544 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงให้อาหารแกะในโอกาสโดยเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทอดพระเนตรและติดตามผลการดำเนินงานของโครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านขุนแตะ หมู่ที่ 5 ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่       ภาพที่ 9 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2546 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานถุงของขวัญแก่ผู้ป่วยในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี       ภาพที่ 10 เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2547 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานจัดการแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและอุปโภคบริโภคของราษฎร ณ บ้านบาวง ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในโอกาสโดยเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ หมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส”       ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะจัดแถลงข่าวพร้อมเปิดตัวบุคคลในภาพ เพื่อให้แต่ละคนได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีโอกาสถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทตามพระราชกรณียกิจต่างๆ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและรับรู้ถึงพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ ในวันที่ 26 ก.ค. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/zRuWuUWTIFY

 2,253
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 มิ.ย. 60

เศร้า ย่า ด.ญ.วัย11 ในคลิปร่ำไห้ตามหาพ่อสิ้นใจแล้ว วอนพ่อกลับมาหาสักครั้ง

จากกรณีที่ชาวเน็ตแห่แชร์คลิปของ เด็กหญิงชาวสุราษฎร์ธานี นักเรียนชั้น ป.5 วัย 11 ปี อัดคลิปวีดิโอทั้งน้ำตา ตามหาพ่อให้มาดูใจย่าที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และพักรักษาตัวอยู่ที่  รพ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี มีใจความระบุว่า   “หนูอยากฝากคลิปนี้ให้พ่อ เพื่อจะบอกว่าย่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ย่าและหนูอยากเจอพ่อ อยากให้พ่อมาดูย่า ย่ากับหนูจะได้ดีใจ หมอบอกว่าย่าอยู่อีกได้ไม่นาน ย่าอยากเจอหน้าพ่อสักครั้ง เพื่อจะได้รู้ว่าพ่อก็รักย่าเหมือนกัน หนูอยากให้พ่อลงมาดูย่าสักครั้งหนึ่งในชีวิต ต่อไปพ่อกับย่าจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก”     ล่าสุด มีรายงานว่าคุณย่าของน้องได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อพ่อของน้องได้ ด้านเด็กหญิงวอนพ่อให้มากราบศพย่าและทำเรื่องเอกสารทะเบียนบ้าน เพื่อที่ตนจะได้ขอทุนได้ เผยจะอาศัยอยู่กับปู่ที่เลี้ยงดูตั้งแต่เด็กต่อไป ไม่ได้ต้องการจะรบกวนพ่อแต่อย่างใด               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vfqhbURlY38

 9,901
ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 60

ยังไม่พบ! นทท.จีนขับเจ็ทสกีออกทะเลหายตัวปริศนาที่เกาะสมุย พบเป็นลูกเศรษฐี

ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวชายชาวจีน อายุ 21 ปี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังเช่าเจ็ทสกีขับออกจากชายหาดสาธารณะหาดบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งก่อนจะหายตัวไปยังพบว่าเจ้าตัวได้เขียนจดหมายสั่งลาเอาไว้อีกด้วยนั้น     ล่าสุด ชมรมเจ็ทสกี อ.เกาะสมุย และตำรวจน้ำยังคงปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง หลังพบเจ็ทสกีลำลอยลำอยู่บริเวณเกาะหินใบ ห่างจากเกาะพะงัน 7 ไมล์ทะเล แต่ไม่พบตัวนักท่องเที่ยว    ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ผู้สูญหายเป็นลูกเศรษฐีมีฐานะค่อนข้างดี ก่อนหน้าที่ทางครอบครัวได้ส่งให้ไปเรียนที่ต่างประเทศ แต่เจ้าตัวมีนิสัยที่ค่อนข้างเกเร ด้านแฟนสาวก็เปิดเผยว่าอดีตแฟนหนุ่มมักจะชอบยืมเงินและโกหกจนเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเลิกรากัน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_kvhlorTBIk              

 16,279
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ค. 60

ตร.ตากเร่งล่าตัวสาวใช้เมียนมามหาภัย ใช้มีดจี้นายจ้างบังคับเปิดเซฟแต่ไม่สำเร็จก่อนเผ่นหนี

ตำรวจเมืองตากเร่งล่าตัวสาวใช้มหาภัย ก่อเหตุใช้มีดจี้นายจ้างบังคับให้เปิดเซฟเอาเงินที่แม่สอด หลังรับเข้าทำงานได้เพียง 2 วัน ก่อนผู้เสียหายฉวยจังหวะที่คนร้ายร้ายเผลอผลักออกจากบ้านและโทรแจ้งตำรวจทำให้คนร้ายหลบหนีไป               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/PVkmFhTnTGc

 4,425
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 พ.ค. 60

วอนแจ้งเบาะแสหาตัว ด.ญ.วัย14 หายตัวปริศนาที่นนทบุรี

ครอบครัววอนพลเมืองดีแจ้งเบาะแสตามหาตัว "น้องจ๋อม" ด.ญ.วัย 14 ปี นักเรียนชั้นม.2 หายตัวปริศนา ที่ จ.นนทบุรี โดยภาพสุดท้ายที่เห็นจากกล้องวงจรปิดพบว่านั่งซ้อนท้ายรถ จยย. ไปกับกลุ่มวัยรุ่น  ขณะที่ญาติเผยมีชาย 2 คนขับรถ จยย. ตามเด็กหญิง ก่อนที่จะหายตัวไปและไม่สามารถติดต่อกับเด็กได้ ทำให้ตอนนี้ครอบครัวรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยมาก           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/pTvJgx1sXVc

 32,987
สังคม-อาชญากรรม
26 มี.ค. 60

ตร.เร่งล่าตัวคนร้ายยิง รปภ.สนามมวยลุมพินีดับ

ความคืบหน้าคนร้ายบุกตีศีรษะ  นายอุดม ดีกระจ่าง อายุ 59 ปี ประธานกรรมการฝ่ายเทคนิค สนามมวยเวทีลุมพินี จนได้รับบาดเจ็บ และยิง นายอนุชา ประทุมมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยเสียชีวิต เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น       ล่าสุด ตำรวจ สน.บางเขน ได้ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุหน้าสนามมวยลุมพินี เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม และยังทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ประสานงานเจ้าหน้าที่อาสาป่อเต็กตึ๊งจุดบางเขน ให้ลงงมคูน้ำเลียบกำแพงศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก รามอินทรา หลังมีพยานเห็นว่า คนร้ายน่าจะนำท่อนไม้ที่ใช้ตีนายอุดม ไปโยนทิ้งในคูน้ำเพื่อทำลายหลักฐาน     โดยภายหลังจากงมหานานกว่า 50นาที พบท่อนไม้ห่อด้วยกระดาษ ห่อทับด้วยถุงพลาสติกสีแดง จึงเก็บไว้เป็นของกลาง เนื่องจากท่อนไม้ที่พบมีลักษณะตรงกันกับที่พยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุระบุเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำของกลางดังกล่าวส่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ทำการตรวจสอบหารอยนิ้วมือและดีเอ็นเอตามขั้นตอนต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/iy8YhSQ7WwA    

 4,497
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 60

เร่งหาเบาะแส นทท.สาวรัสเซียหายตัวลึกลับขณะเที่ยวเกาะเต่า พบของในห้องยังอยู่ครบ

เจ้าของโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทลเข้าแจ้งความ ตำรวจ สภ.ย่อย เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กรณี น.ส.วาเลนติน่า โนวาชฮาโยโนว่า อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่สามารถติดต่อได้กว่า 2 สัปดาห์แล้ว จากการตรวจสอบภายในห้องพักก็ยังพบว่า มีทรัพย์สินอยู่ในห้องพัก เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หนังสือเดินทาง จึงเกรงว่าจะได้รับอันตราย ด้านเจ้าของห้องพักเผยได้พูดคุยหญิงสาวครั้งล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเรื่องการดำน้ำ ซึ่งหลังจากวันนั้นก็ไม่ได้พบกันอีกเลย     ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายเซอร์เกย์ บัวซากิน ชาวรัสเซีย ได้เดินทางเข้ามาแจ้งกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เกาะเต่า ว่ามีเพื่อนชาวรัสเซีย ติดต่อมาว่าให้ช่วยตรวจสอบว่า น.ส.เวเลนติน่า หายไปไหนทางญาติไม่สามารถติดต่อได้ โดยหลังจากได้รับแจ้งความแล้วนั้น ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะเต่า ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว และตรวจสอบตามบริษัททัวร์บนเกะเต่าในทันที    สำหรับ น.ส.วาเลนติน่า เดินทางโดยสารการบินจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เข้ามาประเทศไทย ผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ก่อนจะมาหายตัวที่เกาะเต่า สำหรับตำหนิรูปพรรณของน.ส.วาเลนตินา ส่วนสูง 170 ซ.ม. ผมสีน้ำตาลอ่อน ข้อมือด้านซ้ายมีรอยสักคล้ายตัวอักษร V       หากใครพบหรือมีข้อมูลใดๆ โปรดแจ้งไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยเกาะเต่าได้ทันที หรือโทรศัพท์ 077 456098         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/CfRqikf5h3g

 9,161
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.พ. 60

ตร.เตรียมส่งชิ้นส่วนกระดูกปริศนาพิสูจน์เทียบดีเอ็นเอ คดีเซลส์แมนหายตัวลึกลับ

ความคืบหน้ากรณีการหายตัวของ นายรัติภูมิ พิมใจใส เซลล์แมนหนุ่มหน้าตาดีที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา     ล่าสุดนักประดาน้ำจากมูลนิธิป่อเต็กตึ้งได้ลงพื้นบ่อน้ำใต้ทางต่างระดับฉิมพลี ใกล้กับจุดที่พบกระเป๋าสตางค์ของนายรัติภูมิและเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์หายไป เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงการหายตัว ซึ่งการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นน้ำเน่าเสีย และมีเศษสวะจำนวนมาก โดยพบชิ้นส่วนกระดูก 2 ชิ้นใหญ่ และเศษกระดูกอีกจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นชิ้นส่วนกระดูกของมนุษย์หรือไม่ โดยจะนำส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ตรวจหาดีเอ็นเอ   ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยหลังสอบปากคำพ่อและภรรยาของนายรัติภูมิ พบให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี รอผลตรวจดีเอ็นเอกระดูกที่พบในบ่อน้ำใต้ทางต่างระดับฉิมพลี เปรียบเทียบดีเอ็นเอบิดา คาดรู้ผลภายในหนึ่งสัปดาห์   ขณะที่ นายละเอียด พิมใจใส อายุ 65 ปี พ่อของนายรัติภูมิ ยังมั่นใจว่าลูกชายยังมีชีวิตอยู่ เพราะไม่เคยมาเข้าฝันและญาติๆ ไปให้หมอดูดวง โดยตนเจอลูกครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.59 แต่โทรคุยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.59 กระทั่งมาหายตัวไปดังกล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/oyblCLv-Hi8

 2,909

Top