ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทนาย"

สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 61

ทนายเผย 'เปรี้ยว' ยอมรับผิดไม่ขออุทธรณ์คดีฆ่าหั่นศพ แม่รุดเยี่ยมวอนสังคมให้อภัยลูก

จากคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพ น.ส.แอ๋ม วริศรา กลิ่นจุ้ย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2560 ซึ่งล่าสุดศาลจังหวัดขอนแก่นได้พิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว และ น.ส.กวิตา หรือเอิร์น  แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงพิจารณาลดโทษเหลือ 1 ใน 3 ให้จำคุกรวม 34 ปี 6 เดือน ส่วนนายวศิน นามพรหม โดนจำคุก 23 ปี 4 เดือน 22 วัน ขณะที่ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้  โดนจำคุก 33 ปี 9 เดือน และน.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ข้อหารับของโจร ถูกจำคุก 2 ปี ลดโทษเหลือ 1 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ ให้กับครอบครัวผู้ตาย นั้น     ล่าสุด นายอมรพงศ์ จันทร์กวี  ทนายความส่วนตัวของเปรี้ยวและเอิร์น ได้เดินทางเข้าพบเพื่อสอบถามเรื่องการขออุทธรณ์โทษ หลังจากที่ศาลพิพากษาจำคุก 34 ปี 6เดือน   โดยนายอมรพงศ์กล่าวว่า จากการพูดคุยเปรี้ยว ยืนยันว่าไม่ขออุธรณ์โทษที่ศาลพิพากษาแล้ว  ขอยอมรับชดใช้กับสิ่งที่ทำลงไป ซึ่งทางครอบครัวเปรี้ยวก็มีความเห็นตรงกันว่าไม่อุทธรณ์โดยเปรี้ยวกล่าวกับทนายว่า เมื่อคืนหลังจากฟังคำพิพากษาแล้ว นอนไม่หลับ พอรู้ถึงอัตราโทษที่ศาลพิพากษา  ตอนนี้เปรี้ยวกังวลใจเรื่องจะต้องโดนย้ายไปคุมขังที่เรือนจำคลองไผ่ เพราะหากต้องย้ายไปจริงก็ต้องปรับตัวใหม่ และสิ่งที่เปรี้ยวตกใจคือ เห็นชื่อตัวเองปรากฎบนกระดานในเรือนจำที่ระบุอัตราสูงสุด       ส่วนเรื่องการอุทธรณ์ของฝั่งโจทก์ ครอบครัวของน้องแอ๋ม ก็เป็นสิทธิทำได้ ซึ่งหากทีการอุทธรณ์จริงตนก็ไม่หนักใจอะไร เพราะเปรี้ยวและเอิร์นได้พูดความจริงไปทุกอย่างแล้ว ศาลก็พิจารณาให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่จำเลยที่ 1 คือเปรี้ยวและจำเลยที่2 คือเอิร์น ก่อเหตุนั้นที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และเขาไม่ได้เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองเพราะหากไตร่ตรองก่อนจะต้องมีการเตรียมอุปกรณ์พร้อม แต่อุปกรณ์ต่างๆ ตามซื้อทีหลังโดยเฉพาะถุงดำที่ทำให้แอ๋มเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ   ในส่วนของเอิร์น ทนายความระบุว่า ทางเอิร์นแจ้งขออุธรณ์โทษที่ได้รับ เพราะเอิร์นไม่ได้ตั้งใจฆ่าแอ๋มแต่เหมือนตกกระไดพลอยโจนไปกับเปรี้ยว เพราะเอิร์นและเปรี้ยวรักกันมาก เพื่อนว่าไงก็ว่าตามนี้ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะพิจารณายื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป     สำหรับทนายความของเปรี้ยวและเอิร์นนี้ หลายคนสงสัยว่าเป็นใครมาจากไหน และเป็นเหมือนฮีโร่มาช่วยให้เปรี้ยวและเอิร์นไม่ต้องถูกพิพากษาประหารชีวิต  นายอมรพงศ์กล่าวว่า การเข้ามาช่วยคดีนี้ ตนไม่ได้พลิกคดีได้ แต่เป็นเพราะความจริงที่ลูกความของตนพูดจริงและประจักษ์พยาน ทั้งวัตถุและผลการตรวจของแพทย์ชัดเจน จึงทำให้ศาลพิจารณาถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ว่าเป็นมาอย่างไร เพราะขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีใครรู้ดีเท่าผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน แต่ก็พิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐานที่มีอยู่    ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นตนไม่ได้คิดค่าว่าความกับเปรี้ยว เป็นเหมือนการช่วยเหลือกัน ซึ่งการเข้ามาช่วยเหลือเปรี้ยวนั้นแรกเริ่มตนเป็นทนายความให้กับเอิร์นก่อน แล้วทางเอิร์นขอให้มาช่วบเปรี้ยวด้วย ตนจึงอาสามาช่วย     ด้านนางสาคร ภาษี แม่ของเปรี้ยว เมื่อวานนี้หลังจากกลับจากเยี่ยมเปรี้ยวที่เรือนจำ แม่ก็เปิดใจว่าเมื่อวานได้คุยกับเปรี้ยวแค่ 5 นาที ทันทีที่เห็นหน้าลูกแม่ก็น้ำตาซึม เปรี้ยวบอกกับแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เปรี้ยวยอมรับผิดและขอชดใช้กรรมกับสิ่งที่ทำไป  หากเปรี้ยวต้องไปที่เรือนจำคลองไผ่ แม่ไม่ต้องไปเยี่ยมนะมันไกล   แม่บอกกับเปรี้ยวว่าอดทนนะ ทำตัวดีๆอย่าเกเร แม่จะรอวันลูกออกมา      คุณแม่เปรี้ยวยังกล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากเปรี้ยวปรึกษาพี่น้อง จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่เปรี้ยวทำไปเพราะอารมณ์และความโกรธแค้น จริงๆ แล้วเปรี้ยวไม่ได้มีจิตใจโหดร้ายหรือทำร้ายคนอื่น ตั้งแต่เด็กๆ เปรี้ยวเคยโดนเพื่อนรังแก กรีดเบาะรถจักรยาน ยังวิ่งร้องไห้มาบอกย่า ไม่เคยตบตีหรือทำร้ายใครเลย สิ่งที่เกิดขึ้นก็อยากให้สังคมให้อภัยลูกด้วย    เมื่อวานนี้ คุณแม่เปรี้ยวก็ทำอาหารให้พี่สาวเปรี้ยวและหลานๆ กิน คือแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง แม่บอกว่า แกงหน่อไม้นี้เปรี้ยวชอบมาก หัวอกแม่ได้ทำอาหารที่ลูกชอบมันก็อดคิดถึงเปรี้ยวไม่ได้    แม่ก็รอวันที่เปรี้ยวออกมา แม่จะทำของโปรดให้เปรี้ยวกินทุกอย่าง   จากนี้ไปแม่และครอบครัวก็จะอดทนรอวันที่จะได้เจอหน้าลูกและคงจะมีวันที่ครอบครัวเราได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IkeRNr6gbXM  

 6,618
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 61

ทนายดังโวยลั่นห้องฉุกเฉินรพ.เมืองระนองกลางดึก ฉุนปวดฟันหนักแต่จนท.กลับบอกให้รอ

เกิดเหตุคนอาละวาดโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลภายในห้องฉุกเฉิน รพ.ระนอง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง จะเข้าระงับเหตุและคุมตัวออกมาเจรจาหน้าห้องฉุกเฉิน    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าว คือ นายบุญเรือง อุทัยรัตน์ ทนายความที่เคยว่าความให้กับครอบครัว เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย   โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า เดินทางจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองระนอง พร้อมหลานสาวอีก 2 คน จนกระทั่งช่วงค่ำเกิดปวดฟันขึ้นมา จึงให้พนักงานนำรถที่โรงแรมมาส่งที่โรงพยาบาลกลางดึก แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกให้รอเพราะหมอมีคนเดียว จึงเกิดความเหตุไม่พอใจในการบริการของ รพ.ระนอง    สุดท้ายทนายคนดังกล่าวได้โทรหาเพื่อนให้มารับตัวออกจาก รพ. ทันที และไม่มีหน่วยงานใดเข้าแจ้งคดีความกันแต่อย่างใด                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/T__2RZ3H91c      

 149,102
การเมือง
03 ก.พ. 61

ทนาย 'ยิ่งลักษณ์' สะเทือนใจ โต้ 'วิษณุ' ยึดบ้านแล้ว 'สามี-ลูก' ยังต้องจ่ายค่าเช่า

ความคืบหน้าจากกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการยึดบ้านพักของ  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าครอบครัวยังสามารถอยู่ต่อได้ แต่ต้องขออนุญาตและจ่ายค่าเช่านั้น   ล่าสุด นายนรวิชญ์  หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ออกมากล่าวถึงคำพูดดังกล่าวว่า ฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจ เห็นใจอดีตนายกฯ เป็นอย่างยิ่ง บ้านถูกยึดทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด สามีกับลูกยังต้องมาจ่ายค่าเช่าในการอยู่บ้านของตัวเอง ได้ดูข้อกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วพบว่า กรณีถ้ามีการยึดบ้านของลูกหนี้ตามคำพิพากษา และเจ้าหนี้จะได้ค่าเช่านั้น จะต้องเป็นกรณีในขณะหรือภายหลังที่มีการยึดบ้าน ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ได้นำบ้านออกให้บุคคลอื่นเช่า เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องค่าเช่านั้นได้ โดยการที่นายอนุสรณ์ อยู่อาศัยในฐานะสามี เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ น้องไปป์อยู่อาศัยก็อยู่ในฐานะบุตร ไม่ใช่ผู้เช่า จึงไม่เป็นเหตุที่บุคคลทั้งสองจะต้องจ่ายค่าเช่าให้กับกระทรวงการคลังตามที่นายวิษณุให้สัมภาษณ์        ขณะที่ นายวิษณุ ได้ออกมาชี้แจงอีกด้วยว่าคนในครอบครัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังสามารถอยู่อาศัยในบ้านที่ถูกกรมบังคับคดียึดอายัด เพื่อนำไปชดใช้ความเสียหายจากคดีจำนำข้าวต่อไปได้ ตราบใดที่คดียังไม่สิ้นสุด แต่ จะต้องขออนุญาตก่อน ถ้าไม่ขออนุญาตจะพักอาศัยในบ้านไม่ได้ แต่ปกติเมื่อยังไม่ขายบ้านทอดตลาดเขาให้อยู่ แต่ถ้าดูแล้วพบว่ามีอะไรบางอย่างขึ้นมา อาจเปลี่ยนเป็นให้เช่าแทน                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/uBJaDfGsz6A

 28,068
สังคม-อาชญากรรม
22 ม.ค. 61

'ครูปรีชา' ใช้เกียรติครูเป็นประกัน ยันมีคลิป 'ไอ้โม่ง' ก้มเก็บลอตเตอรี่จริง ขอใช้ต่อสู้ในชั้นศาล

คดีหวยอลเวง 30 ล้านที่กาญจนบุรียังไม่จบ แม้ผลตรวจดีเอ็นเอจะออกมาแล้วว่าพบลายนิ้วมือของร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ที่นำไปขึ้นเงินรางวัลจำนวน 30 ล้านบาท    แต่ล่าสุดทางครูปรีชา ใคร่ครวญ ได้เปิดบ้านหรูให้สัมภาษณ์ว่า ขอใช้เกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นครูมานานกว่า 20 ปี ยันว่าที่พูดมาทุกอย่างเป็นความจริง ที่ผ่านมาได้รับรางวัลมากมาย เช่น ครูดีเด่น ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้เดือดร้อน จึงไม่มีความจำเป็นในขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ   พร้อมเผยข้อมูลมีคลิปวีดีโอวงจรปิด จับภาพไอ้โม่งขณะกำลังก้มเก็บลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่ง จำนวน 30 ล้านบาท ที่ตนทำตกในตลาดได้จริง แต่ขอนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล พร้อมเผยไม่แปลกใจที่ไม่มีรอยนิ้วมือตนบนลอตเตอรี่ เพราะได้จับเพียงแค่ซองพลาสติกเท่านั้น   นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อ้างว่ามาจากกระทรวงยุติธรรม อ้างจะมาไกล่เกลี่ย และมีการแอบถ่ายคลิป คาดอาจเป็นคนของ ทนายคู่กรณี จึงตั้งข้อสังสัยว่าเป็นการทำงานที่ละเมิดสิทธิ์หรือไม่   ทั้งนี้ในช่วงแรกทางตนได้เจรจากับ อดีต ตร.คู่กรณี เพื่อแบ่งเงินรางวัลหลังทราบว่าอีกฝ่ายได้เก็บลอตเตอรี่ได้ เพราะถือเป็นประมาทเลินเล่อเพราะทำหล่นหาย ซึ่งในตอนแรกทางอดีต ตร.ยินยอม ก่อนจะเปลี่ยนใจในภายหลัง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E7N6RTbzLQo  

 79,556
สังคม-อาชญากรรม
21 ม.ค. 61

หวยอลเวง! 'ครูปรีชา' อ้างมีภาพวงจรปิดนาทีคนเก็บลอตเตอรี่ได้ - 'ทนายตั้ม' แฉมีขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ

ความคืบหน้าหลังจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยผลการตรวจดีเอ็นเอบนสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดที่ 41 ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ชุดที่ 4,7,14,15 และ 22 หมายเลข 533726 มูลค่ารางวัล 30 ล้านบาท ซึ่งพบเพียงลายนิ้วมือของร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล อดีตตำรวจ อยู่บนลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวนั้น        ล่าสุด นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ได้เปิดบ้านพักให้สัมภาษณ์กับนักข่าวระบุว่า ไม่แปลกใจที่ผลการตรวจที่ออกมาเพราะอดีตตำรวจเป็นผู้นำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน จึงมีลายนิ้วมือ แต่ตนนั้นจับเพียงซองพลาสติกที่ใส่ซองลอตเตอรี่เท่านั้น จึงไม่ปรากฏรอยนิ้วมือบนลอตเตอรี่ ซึ่งก่อนที่ตำรวจจะนำลอตเตอรี่ไปตรวจดีเอ็นเอนั้น ตนได้บอกกับร้อยเวรเจ้าของคดีว่า แต่ตำรวจได้แจ้งว่า เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ตนจึงยินยอมให้ตรวจ ซึ่งผลตอนนี้ยังไม่ตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ แต่ขอให้เป็นขั้นตอนของศาลเป็นผู้ตัดสิน   ครูปรีชา เปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 60 ได้มีชายใส่ไอ้โม่ง 2 คน เดินทางมาที่โรงเรียน แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม มาขอดูหลักฐานในโทรศัทพ์ของครู ที่เป็นไลน์สั่งจองลอตเตอรี่กับแม่ค้า อ้างว่ามาไกล่เกลี่ยคดี แต่เห็นท่าทางมีพิรุธ ตนจึงเปิดให้ดูแช็ตไลน์เพียงแค่ไลน์เดียว นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพว่ามีคนเก็บลอตเตอรี่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องขบวนการทางศาล     ด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ทนายความของร้อยตำรวจโทจรูญ เชื่อว่ามีขบวนการปั้นหลักฐาน โดยก่อนหน้านี้มีความพยายามทำให้ ลอตเตอรี่มีดีเอ็นเอและลายนิ้วมือครู แต่ไม่สำเร็จ เพราะเรื่องนี้สื่อและประชาชนให้ความสนใจ จนในที่สุดต้องยอมส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ จากนี้เชื่อว่าต้องมีขบวนการทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อ และพลิกคดี มิเช่นนั้นจะมีหลายฝ่ายเดือดร้อน     "ขบวนการที่จะทำให้ล็อตเตอรี่มีดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือครูไม่สำเร็จ เพราะเรื่องนี้สื่อและประชาชนให้ความสนใจ จนในที่สุดต้องยอมส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือของกระทรวงยุติธรรมตรวจ   แต่ขบวนการพวกนี้ยังไม่ยอมจบง่ายๆ แว่วมาว่ากำลังมีความพยายามสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมาเพื่อช่วย “เพื่อน” เพราะหากเรื่องนี้เป็นไปตามความถูกต้อง เพื่อนคนนี้ต้องซวยแน่ นอกจากจะโดนวินัยแล้วยังจะมีอาญาพ่วงมาอีก เลยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อ และหาทางทำหลักฐานต่างๆเพื่อให้คดีพลิกให้ได้ คดีนี้ไม่ใช่ง่ายๆ นอกจากจะเดิมพันด้วยเงินจำนวนมากแล้ว ยังเดิมพันถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของเพื่อนคนนึง   นับจากวันนี้ผมไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ที่รู้แน่ๆ ผมคิดว่าผมไม่ได้สู้ลำพัง ยังมีคนไทยอีกหลายล้านคนที่รักความถูกต้อง อยากเห็นความจริงปรากฎและพร้อมให้กำลังใจกันเสมอ ขอบคุณทุกคนมากนะครับ"             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/cNWGTtV8Zmw

 102,588
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 61

'เสก โลโซ' ปฏิเสธทุกข้อหายาเสพติด ยันฉี่ม่วงเพราะยาไบโพล่าร์ ขอรับผิดแค่ยิงปืนขึ้นฟ้าคดีเดียว

นายเสกสรร สุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ร็อกเกอร์ชื่อดัง พร้อมด้วยแฟนสาวและทนายความ เดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ไปแล้วนั้น โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง   จากนั้นได้มาแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องจากยังคงยืนยันว่าตนตรวจปัสสาวะ ผลตรวจออกมาพบว่าเป็นสีม่วง เกิดจากการทานยาไบโพล่าร์ และยานอนหลับ โดยในวันที่ 24 ม.ค. นี้ จะนำตัวยาไปให้แพทย์ตรวจสอบ และจะนำใบรับรองแพทย์ จาก รพ.วิชัยยุทธ และตัวยามาส่งให้ตำรวจ ตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่มีการเสพยาเสพติดอย่างแน่นอน   พร้อมขอความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในห้องของตน และไม่พบสารเสพติดหรืออุปกรณ์การเสพแต่อย่างใด จากนั้นจึงมีการตรวจปัสสาวะ อีฟ แฟนสาว แต่ไม่พบสารเสพติด ซึ่งหากตนเสพสารเสพติดจริง ในตัวอีฟก็ต้องมีสารเสพติดด้วย เนื่องจากอยู่ด้วยกันตลอดเวลา   พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอโทษประชาชน ในเรื่องคดียิงปืนขึ้นฟ้าเท่านั้น เนื่องจากอาจจะหุนหันพันแล่นจนเกินไป ทำให้เกิดข่าวอยู่เรื่อยๆ แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเจตนา ขอโทษประชาชนที่ทำให้ลำบากใจ แต่เรื่องที่ไม่ผิด ก็จะยังคงสู้ในชั้นศาลว่าศาลจะตัดสินอย่างไร   นอกจากนี้จะมีใบแถลงการเซ็นจากเจ้าโอวาส วัดเขาขุนพนม และ คณะกรรมการว่าการยิงปืนนั้น เป็นการยิงปืนเพื่อแก้บน โดย ตนไม่มีความกังวลใจทั้งคดีที่ตนยิงปืนขึ้นฟ้า ในวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ จ.นครศรีธรรมราช ก็ได้เดินทางไปพบศาลอย่างถูกต้องแล้ว   ส่วนคดีเสพยาเสพติด ตนมั่นใจในหลักฐาน และยังคงสามารถทำงานได้อย่างปกติ หากจะต้องเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศ ก็สามารถขออนุญาตออกนอกประเทศได้ และไม่มีผลกระทบต่อชีวิต ตราบใดที่ประชาชนยังคงให้กำลังใจตนอยู่เรื่อยๆ โดยในส่วนที่ตนไม่ผิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-0gYRbtDIcM    

 20,362
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 61

สาวร้องเรียนถูกเพื่อนสนิทสวมรอยใช้ชื่อ หลังถูกจับยาเสพติด ทำให้มีประวัติติดตัว หางานทำไม่ได้

แม่ค้าขายดอกไม้ร้องเรียน ถูกเพื่อนสนิทชื่ออ้อม สวมรอยนำชื่อไปใช้ หลังถูกจับยาเสพติด โดนโทษคุมประพฤติ ทำให้มีประวัติอาชญากรรมติดตัว ทั้งที่ไม่เคยกระทำผิดและถูกดำเนินคดี กระทบต่อชีวิตและการทำงาน วอนตำรวจเร่งแก้ไข ขณะที่แม่ผู้ต้องหาตัวจริง ยอมรับลูกสาวอ้างชื่อเพื่อนจริง โดยที่ทำไปเพราะเสพยาจนสติเลอะเลือน ด้านทนายตั้งประเด็น ชสงสัยการทำงานของตำรวจ ที่ไม่ตรวจสอบบัตรประชาชน หรือลายนิ้วมือของผู้ต้องหาตัวจริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2teJBv2hObE    

 13,021
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ม.ค. 61

อุทาหรณ์ ปล่อยเด็กเดินริมถนน ทำรถเบรคกะทันหันจนรถหลังพุ่งชน ทนายชี้เอาผิดแม่เด็กได้

เฟซบุ๊กศราวุฒิ ภู่สุข  เผยคลิปวงจรปิดที่รถยนต์เบรคกะทันหัน จนรถที่ขับตามมาเกิดเสียหลักพุ่งชนท้าย ก่อนที่จะพบว่ามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กเดินริมถนน เสี่ยงต่อการถูกรถชน ก่อนที่ผู้ปกครองจะรีบมาคว้าตัว เหตุเกิดในถนนสายหนึ่งใน จ.สระบุรี   เมื่อประกันของรถทั้ง 2 คันมาเคลียร์ จึงได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดเห็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งนี้รถคันหลังที่พุ่งชนท้ายได้ทำประกันชั้น 2 ซ่อมเฉพาะรถคู่กรณี ทำให้ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถของตัวเอง ราคาประมาณ 2 หมื่นบาท พร้อมเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ผู้ปกครองไม่ปล่อยปละละเลยเด็กเล็กมาวิ่งเล่นริมถนนตามลำพัง   ขณะที่ในแง่กฎหมาย ทนายเกิดผล แก้วเกิด ระบุว่ารถที่ชนท้ายสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นสุดวิสัยที่จะเบรคได้ทัน และสามารถไปเรียกร้องค่าเสียหายได้จากแม่ของเด็กได้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IfYMFvO7JQ4    

 28,214
การเมือง
07 ม.ค. 61

อัยการส่งหนังสือจี้ 13 แกนนำ พธม.ใช้หนี้ 522 ล้านคดีปิดสนามบิน - ทนายเผยไม่มีเงินจ่าย

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 1 มีหนังสือเเจ้งชำระหนี้ตามคำพิพากษา เเนบพร้อมด้วยสำเนาหมายบังคับคดีเเพ่ง คดีหมายเลขดำที่ 6453,6474/2551 ถึงแกนนำกลุ่มแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทั้ง 13 คน ได้แก่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือนายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี, นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง, นายสำราญ รอดเพชร, นายศิริชัย ไม้งาม, นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี ให้ร่วมกันชำระหนี้ จำนวน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับเเต่วันที่ 1 ธ.ค. 2551 เละให้ร่วมกันชำระค่าธรรมเนียมเเละทนายความเเทนโจทก์เป็นเงิน 597,847 บาท ให้เเก่ ทอท. โจทก์ มิเช่นนั้นโจทก์จะนำพนักงานบังคับคดีไปยึดอายัดทรัพย์สินของบุคคลทั้ง 13 คนขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้เเก่โจทก์       ล่าสุด นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของกลุ่ม พธม. เปิดเผยว่า แกนนำพันธมิตรฯ ได้หนังสือการบังคับคดีที่อัยการ ซึ่งได้มอบอำนาจจาก ทอท.โจทก์ เจ้าหนี้ เป็นผู้ดำเนินการติดตามการบังคับคดี โดยขั้นตอนนี้เป็นอำนาจของฝ่ายโจทก์เจ้าหนี้ ส่วนจำเลย ลูกหนี้ไม่มีอำนาจต่อรองการบังคับคดี และไม่มีทรัพย์สินเพียงพอในการชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาถึงที่สุดดังกล่าว ตามขั้นตอนจำเลยลูกหนี้ คงไม่ต้องแจ้งอะไรเพราะว่าไม่มีทรัพย์สินมาชำระได้ โดยฝ่ายโจทก์เจ้าหนี้ก็จะติดตามตรวจสอบดูทรัพย์สินของจำเลยแต่ละรายว่ามีอะไรบ้าง เพียงพอชำระหนี้อย่างไร หากมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าที่จะนำมาขายทอดตลาดได้ ก็จะดำเนินการยึดอายัดมาประกาศขายทอดตลอดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งการติดตามหาทรัพย์สินมาบังคับคดีจะมีเวลาดำเนินการ 10 ปี แต่ถ้าระหว่างนี้การตรวจสอบชัดเจนว่าจำเลยที่เป็นลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินที่มีมูลค่าจะนำมาขายทอดตลอดชำระหนี้ได้ โจทก์ก็จะยื่นฟ้องเป็นคดีล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้จำเลยที่มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินนั้นตกเป็นบุคคลล้มละลายต่อไป   สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พ.ย. – 3 ธ.ค. 51 พวกจำเลย ร่วมกันนำผู้ชุมนุมหลายหมื่นคน ไปบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อประท้วงรัฐบาลและขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้นทำให้การให้บริการต่างๆ ภายในท่าอากาศยานทั้งสองต้องหยุดลง                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Y7lLur9gAyA  

 16,598
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 61

คืบหน้าคดีทนายวัย 50 กระหน่ำยิงสาววัย 35 ดับคาปั๊มน้ำมัน ก่อนยิงตัวตายตาม เชื่อวางแผนมาแล้ว พุ่งประเด็นชู้สาว

คืบหน้าคดีชายอายุ 50 ปี อาชีพทนายความและเสี่ยรับเหมา กระหน่ำยิงสาววัย 35 จำนวน 7 นัด คาปั๊มน้ำมัน จนเสียชีวิตก่อนจะยิงตัวตายตาม บริเวณหน้าร้านกาแฟ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามตรอกเสาธง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา   จากการสอบสวนพบว่าทั้งคู่อยู่กินกัน ก่อนที่จะมีปัญหากันจนฝ่ายชายแยกออกมา ด้านภรรยาหลวง ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนกันแต่มีลูกด้วยกัน 2 คน ระบุว่าทนายความได้มาพบและพูดเหมือนสั่งเสีย และทางภรรยาหลวงก็รู้สึกเอะใจมองหน้าลูกนานผิดสังเกต   ด้านแม่ของหญิงที่เสียชีวิตระบุโทรมานัดไปเคลียร์ปัญหา ก่อนที่จะเกิดเหตุสลดขึ้น ซึ่งทาง ตร.เชื่อว่ามีการวางแผนมาแล้วเป็นอย่างดี มีการเขียนข้อความในจดหมาย 3 หน้ากระดาษ มีนัยยะสำคัญเรื่องชู้สาว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/86zBpLxFwAY      

 12,536
เศรษฐกิจ
03 ม.ค. 61

สรรพากรชวน ปชช.ชี้เป้าธุรกิจเลี่ยงภาษี ผ่านระบบออนไลน์ ระบุได้ถึงขั้นที่ตั้งบริษัท ทนายชี้ทำได้ตาม กม.

ในเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ได้มีการประกาศผ่านหน้าเว็บ เชิญชวนประชาชน ช่วยกันแจ้งเบาะแส กิจการห้างร้านที่มีการเสียภาษีไม่ถูกต้อง โดยเป็นการแจ้งข้อมูลผ่านทางระบบเว็บไซท์ของกรมสรรพากร ที่เว็บ http://interapp61.rd.go.th/taxcomplain/agree_popup.php   โดยกลุ่มที่มีความผิด ได้แก่ กิจการที่เปิดใหม่, กิจการห้างร้านที่ออกใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง, การซื้อขายใบกำกับภาษี, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-commerce – ขายของออนไลน์) ที่ไม่เสียภาษี รวมไปถึงกิจการที่หลีกเลี่ยงภาษี  ซึ่งผู้แจ้งสามารถระบุชื่อร้านที่พบการกระทำผิด, ถ่ายรูปมาแจ้ง, กรอกที่อยู่บริษัท หรือแม้กระทั่ง กดปักหมุดระบุโลเคชั่นของร้านที่กระทำผิด ได้ในระบบ    อย่างไรก็ตาม ผู้แจ้งเบาะแสต้องมีการระบุข้อมูลของตัวเอง ทั้งเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ เพื่อยืนยันตัวตน ไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งกัน และสามารถหาตัวผู้รับผิดชอบได้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง   หลังจากกรอกข้อมูลส่วนตัวแล้ว ระบบจะให้ระบุประเภทความผิดที่ต้องการแจ้ง (เปิดกิจการใหม่, ออกใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง ซึ้อ-ขายใบกำกับภาษี ฯลฯ) พร้อมระบุที่อยู่ หรือปักหมุดโลเคชั่น ในระบบ เพื่อกรมสรรพากรจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบได้ถูกที่    อย่างไรก็ตาม ผู้แจ้งต้องยอมรับเงื่อนไขก่อนแจ้งเบาะแส เช่น ต้องแจ้งข้อเท็จจริง ไม่มีเจตนาให้ร้ายบุคคล หรือ กลั่นแกล้ง เพราะหากข้อมูลเป็นเท็จ ผู้แจ้งจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2559 และผู้ที่แจ้งเบาะแสจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ หรือรางวัลใดๆ เป็นการตอบแทนทั้งสิ้น   สำหรับกรณีดังกล่าว ทีมข่าวสอบถามไปยัง ทนายเกิดผล แก้วเกิด เกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมาย ได้รับการเปิดเผยว่า ตามปกติแล้ว การเปิดให้แจ้งเบาะแส หรือชี้ช่องผู้กระทำผิด เป็นเรื่องที่สามารถทำได้อยู่แล้วตามกฎหมาย บางหน่วยงาน เช่นกรมศุลกากร ถึงกับมีการตั้งรางวัลนำจับให้คนที่แจ้งเบาะแส การนำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษีด้วย  แต่กรณีการให้ประชาชนชี้เบาะแสธุรกิจเลี่ยงภาษีนี้ น่าจะถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมา กรมสรรพากรจะใช้วิธีสุ่มตรวจเสียมากกว่า    ส่วนการให้แจ้งเบาะแสนี้ จะเสี่ยงต่อการกลั่นแกล้งทางธุรกิจหรือไม่นั้น ตนมองว่า หากเจ้าของกิจการ หรือธุรกิจ มีการเสียภาษีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะต่อให้ถูกกลั่นแกล้งจริง เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก็จะไม่พบความผิดอยู่แล้ว      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/S-GY2NISa9k

 9,904
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 60

ศึกชิงหวยอลเวง 30 ล้าน เร่งเก็บ dna หาเจ้าของตัวจริง รู้ผล 19 ม.ค.61

คืบหน้าคดีหวย 30 ล้านอลเวงที่ จ.กาญจนบุรี ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ อายุ 62 ปี และนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี   ล่าสุดทาง ร.ต.ท.จรูญ พร้อมครอบครัวและทนายความได้เดินทางมายัง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อมาเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการเก็บหลักฐานที่ใช้ในการตรวจ DNA และลายพิมพ์นิ้วมือ   ในขณะที่ฝั่งของคู่กรณีคือครูปรีชาและแม่ค้าลอตเตอรี่ ได้เดินทางมายังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งขั้นตอน ในการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในวันนี้ จะทำการเก็บหลักฐานที่ให้ในการตรวจ DNAและลายพิมพ์นิ้วมือ เพื่อนำไปใช้ในการเทียบเคียงกับลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าว   โดยจะทราบผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือไม่เกินวันที่ 5 ม.ค.61 ส่วนดีเอ็นเอหลังนำสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปให้ผู้เชี่ยวชาญสกัดหาลายพิมพ์นิ้วมือแฝงแล้วจะส่งไปตรวจดีเอ็นเอ และจะทราบผลทางการทั้ง 2 เรื่องในวันที่ 19 ม.ค.61   ซึ่งทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจดีเอ็นเอ และเพื่อความแน่นอน ได้ให้ตรวจทั้งแบบออโตเมติกและแบบแมนนวล ควบคู่กันไป เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ ส่วนการตรวจลายนิ้วมือแฝงที่ตัวสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งอาจจะตรวจได้ยาก เพราะสลากฯทำจากกระดาษชนิดพิเศษ ถ้าเป็นกระดาษปกติจะตรวจได้ง่ายกว่า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lqhr2k6Wito    

 9,397
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 60

แก๊งโจ๋รุมฆ่าชายพิการขายขนมปังโดนคุก 12-19 ปี ทนายเหยื่อติดใจไม่ได้รับโทษสูงสุด เตรียมยื่นอุทธรณ์

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ที่นายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ กับพวกรวม 7 คน ได้ร่วมกัน บุกเข้าไปในบ้านพักของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพขายขนมปัง ที่ย่านโชคชัย 4 แล้วรุมแทงจนถึงแก่ความตาย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและส่งตัวฟ้องต่ออัยการ ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหาดังกล่าว   ล่าสุดที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีอัยการ ฟ้องนายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ หรือ เปา นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ , นายอัครเดช ทัศนะ , นายมนต์มนัส แสงโพธิ์, นายจตุพร จันทร์โสภา , นายเมฆ พลไกรษร , นายอรินทร์ ยศพงศ์อนันต์ และ น.ส.ณัฐณิชา ฤทธิ์ล้ำเลิศ เป็นจำเลยที่ 1-7 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ ,และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร    ในส่วนของจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เมื่อถึงเวลาศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากภาพกล้องวงจรปิดและภาพนิ่ง มีความสอดคล้องกันกับคำให้การของพยานอีกทั้งเวลาเกิดเหตุมีแสงสว่างชัดเจน อีกทั้งพยานโจทก์ที่นำมาเบิกความไม่มีความขัดแย้งกับจำเลย จึงเชื่อว่าจำลยกระทำผิดจริงจึงพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 2,4,6 ในข้อหาบุกรุก จำคุก 1 ปี /ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยที่ 1,2,3,6 จำคุก 18 ปี / ข้อหาช่วยเหลือสนับฆ่าผู้อื่น จำคุก จำเลย 4,5,7 จำนวน 12 ปี และข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง จำเลยที่ 1,2,3,6 ปรับ 1 พันบาท โดยโทษรวมให้จำคุกจำเลยที่ 1,3 จำนวน 18 ปี ปรับ 1 พันบาท /จำคุกจำเลยที่ 2,6 จำนวน 19 ปี ปรับ 1 พันบาท / จำคุกจำเลยที่ 4,5,7 จำนวน 12 ปี ปรับ 1 พันบาท และจำเลยที่ 2,3,6 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 5 แสนบาท และอีกทั้งให้จำเลยที่ 4,5,7 ร่วมกับจำเลยที่ 1,2,3,6 ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมหรือมารดา จำนวน 2 แสน ห้าหมื่นบาท   ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความผู้เสียหาย ระบุว่าในวันนี้รู้สึกพอใจคำตัดสินของศาล แต่ติดใจการทำงานของพนักงานสอบสวนและอัยการบางท่านที่มีการให้ความเห็นว่า พฤติการณ์ของคดีนี้ที่ไม่เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรอง และไม่มีการส่งฟ้องในประเด็นนี้ ทั้งที่ในวันนี้ศาลมีการพิเคราะห์ในพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งหมด ในประเด็นการโทรตามพวก และให้นำอาวุธมีดมาทำร้ายผู้ตาย ซึ่งถือว่าเข้าข่ายการไตร่ตรอง แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ยื่นฟ้องในข้อหานี้ ทำให้ไม่ได้รับโทษสูงสุด คือการประหารชีวิต ต่อจากนี้จะยื่นอุทธณ์ในอัตราโทษที่จำเลยได้รับ ที่ส่วนตัวมองว่าควรให้ได้รับโทษมากกว่านี้   ส่วนนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ ซึ่งเดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมทนาย ระบุว่า รู้สึกพอใจคำตัดสินของศาล ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว ตอนนี้รู้สึกพอใจและจะเตรียมเผาศพลูกชาย ตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KDI2m9_7btw    

 12,796
ข่าวภูมิภาค
16 ธ.ค. 60

หวย30ล้านอลเวง! ทนายอดีต ตร. ขอกองพิสูจน์หลักฐานตรวจดีเอ็นเอ รับไม่ไว้ใจตร.พื้นที่

ความคืบหน้าจากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี อ้างว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 หมายเลข 533725 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 60 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ แต่ปรากฏว่าล็อตเตอรี่ชุดดังกล่าวหายไป ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ เป็นผู้นำล็อตเตอรี่ไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลาก จนเกิดการแจ้งความดำเนินคดีนั้น     ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ  เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ในตอนแรกตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี จะเรียกตัว ร.ต.ท.จรูญ ไปสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมขอตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ลอตเตอรี่ 30 ล้าน แต่ทางทีมทนายความไม่ว่าง จึงขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 26 ธ.ค. เวลา 13.00 น. ส่วนเรื่องที่ตำรวจพื้นที่จะขอเก็บดีเอ็นเอไปตรวจสอบ ตนไม่มั่นใจในตำรวจพื้นที่ เลยจะขอให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางเป็นคนตรวจพิสูจน์เอง             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ODk3FoF8dgM

 33,120
ข่าวภูมิภาค
14 ธ.ค. 60

ทนาย อดีต ตร.พากองปราบลงพื้นที่เมืองกาญจน์ คลี่ปมหวย 30 ล้าน

กาญจนบุรี-ทนายษิทรา บี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายความประชาชน พร้อมด้วยร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล อดีตตำรวจที่เป็นผู้นำรางวัลลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่หนึ่ง 5 ใบ จำนวนเงิน 30 ล้านบาท พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดูสถานที่เกิดเหตุตลาดเรดซิตี้ และพูดคุยกับพยานฝ่ายต่างๆ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลคดีคลี่คลายคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AT54yDbWkIg

 8,146

Top