ค้นหา :

ผลการค้นหา "แฮก"

บันเทิง
10 พ.ย. 59

งานเข้า! 'มายด์ วิรพร' ถูกแฮกไอจี-แถมขู่เรียกเงิน เร่งประสานขอข้อมูลคืน

นักแสดงสาว มายด์ วิรพร โอดถูกแฮกบัญชีอินสตาแกรมที่มีผู้ติดตามไปกว่า 2 ล้านคนไปอย่างหน้าตาเฉย ขณะไปถ่ายงานที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมขู่เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 2 พันดอลลาร์ แฟนคลับคาดเป็นฝีมือมิจฉาชีพจากซาอุฯ ขณะนี้อยู่ในระหว่างประสานอินสตาแกรมเพื่อขอภาพและข้อมูลกลับคืน ขณะที่ยังพบมีผู้แอบอ้างสร้างบัญชีใหม่ขึ้นสวมรอย วอนแฟนๆอย่าหลงเชื่อ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ODX1lry6MGI  

 2,461
ต่างประเทศ
04 ต.ค. 59

ชาวเน็ตอินโดฯ จับภาพจอโฆษณากลางถนนฉายหนังโป๊ จนท.แจงฝีมือแฮกเกอร์

สำนักข่าว metro รายงานข่าวโซเชียลมีเดียของอินโดนีเซียมีการส่งต่อภาพหน้าจอโฆษณากลางถนนในเซาท์จาการ์ตา ใกล้กับสำนักงานนายกเทศมนตรี หลังปรากฏภาพเคลื่อนไหวจากหนังลามกของญี่ปุ่น สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้กับผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะในประเทศที่หนังลามกถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย     รายงานข่าวระบุว่า หนังลามกถูกเปิดอยู่นานประมาณ 5 นาที ก่อนหน้าจอจะดับลง แต่ก็นานพอที่ผู้สัญจรจะพากันหยิบมือถือขึ้นมาบันทึกคลิปและภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ผู้จัดการป้ายโฆษณาชี้แจงถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นว่าเป็นฝีมือของแฮกเกอร์ ส่วนชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นในเชิงตลกขบขันไม่ว่ามันจะเป็นความตั้งใจของคนหรือเป็นการกระทำของแฮกเกอร์ก็ตาม  

 22,319
ต่างประเทศ
23 ก.ย. 59

yahoo แถลงเจอบัญชีผู้ใช้กว่า 500 ล้านรายถูกแฮ็กข้อมูล แนะเปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยๆ

Yahoo (ยาฮู) เว็บไซต์และผู้ให้บริการอีเมล์ชื่อดังของโลก เผยมีแฮ็กเกอร์ขโมยข้อมูลของผู้ใช้งานประมาณ 500 ล้านคน ในปี 2557 นับเป็นการเปิดเผยเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลครั้งใหญ่สุด โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลนั้น อาทิ ชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ของผู้ใช้ เบอร์โทรศัพท์ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลทางบัตรเครดิต แนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gqi-zAV06dM      

 9,459
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 59

ออกหมายจับชายรัสเซีย แฮก atm ออมสินดูดเงิน 12 ล้าน

จากกรณีตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน ถูกแฮกโจรกรรมเงินไป 12 ล้านบาท ล่าสุด ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยแล้ว 1 คน เป็นชาวรัสเซีย โดยได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม และออกจากประเทศไทย ไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม โดยได้ตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 12 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังได้เตรียมขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 1 คน รวมทั้งผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด ซึ่งตำรวจรู้ข้อมูลของกลุ่มบุคคลนี้ทั้งหมด และมีคนไทยสนับสนุนเรื่องการเดินทางไปกดเงินในสถานที่ต่าง ๆ ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8NlXDfD4h9I  

 1,258
สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 59

เร่งหาเบาะแสแก๊งแฮกเงินตู้ atm แบงก์ออมสิน คาดคนไทยมีเอี่ยว

จากกรณีตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินถูกคนร้ายใช้มัลแวร์แฮก สูญเงินไป 12 ล้านบาท ล่าสุด พล.ต.ท. ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจสอบตู้เอทีเอ็มที่ถูกแฮก ที่ จ.พังงา และจ.ภูเก็ต พร้อมระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นชาวยุโรปตะวันออก จำนวนตั้งแต่ 9 คนขึ้นไป แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เช่ารถ และแยกย้ายกันไปเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ตู้เอทีเอ็มเป้าหมาย ก่อนปรับปรุงแก้ไขตู้เอทีเอ็มจนสามารถใช้เป็นตู้หลักที่สามารถสั่งการเชื่อมโยงไปยังตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่นๆ ก่อนใช้บัตรกดเงินที่ผลิตจากประเทศอังกฤษ ตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม จำนวน 22 ตู้ โดยคนร้ายจะอำพรางใบหน้า ทั้งการสวมหมวกแก๊ป หรือใส่หน้ากากอนามัย ในระหว่างกดเงิน   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมภาพหลักฐานทั้งภาพรถยนต์ของคนร้าย และภาพคนร้ายที่ตระเวนกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม จากกล้องวงจรปิดได้บางส่วนแล้ว โดยยังไม่ตัดประเด็นว่าคนไทยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุครั้งนี้ด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h3XLcU-cwKY    

 997
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 59

ตร.เร่งแกะรอยแก๊งคนร้ายแฮก atm ธ.ออมสิน คาดมี 9 คน - คนไทยมีเอี่ยว

พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ10) นำกำลังลงพื้นที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ ปากซอยวิภาวดี 44 ตรวจสอบตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน ซึ่งเป็น 1 ในตู้เอทีเอ็มที่ถูกกลุ่มคนร้ายใช้ระบบมัลแวร์กดเงินสูญกว่า 12 ล้านบาท   พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะมีประมาณ 9 ราย แบ่งในพื้นที่ บช.ภ.8 จำนวน 4 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ 4 ราย และมีส่วนอื่นๆอีก 1 ราย ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะมีคนไทยร่วมขบวนการด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jWA9zjad-ko

 1,006
สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 59

รวบแก๊งปลอมซิมแฮกเงินหนุ่มประดับยนต์เกือบล้าน ชี้ทำมาแล้ว 9 ครั้ง

จากกรณีหนุ่มเจ้าของร้านประดับยนต์ถูกแฮกข้อมูลธนาคารจนสูญเงินกว่า 9 แสนบาท โดยคนร้ายได้ลอบเอาสำเนาบัตรประชาชนไปทำธุรกรรมนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นแก๊งคนร้าย 9 คน ส่วนใหญ่มีอายุแค่ 18 -19 ปี จากการสอบปากคำเชื่อว่า เคยก่อเหตุมาแล้ว 9 ครั้ง ได้เงินไปจำนวนมากจึงย่ามใจ หัวหน้าแก๊งซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม ให้การว่า เรียนรู้ระบบของธนาคารมาเป็นอย่างดีว่ามีช่องโหว่อะไรบ้าง โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t1Z1uYTJWCY

 1,729
สังคม-อาชญากรรม
25 ส.ค. 59

รวบแล้วคนร้ายเแฮกบัญชี ธ.กสิกร พ่อค้าร้านประดับยนต์สูญเกือบล้าน

จากกรณีหนุ่มเจ้าของร้านประดับยนต์ถูกแฮกข้อมูลธนาคารจนสูญเงินกว่า 9 แสนบาท โดยคนร้ายได้ลอบเอาสำเนาบัตรประชาชนไปทำธุรกรรมนั้น ล่าสุดตำรวจอยุธยาสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว เป็นกลุ่ม 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นชายจาก จ.ราชบุรีวัย 19 ปี จากหลักฐานกล้องวงจรไปติดต่อยกเลิกซิมการ์ดหลังก่อเหตุ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KODf1oWPrfU

 8,809
สังคม-อาชญากรรม
25 ส.ค. 59

วงจรปิดจับภาพชายต่างชาติ ต้องสงสัยปล่อยมัลแวร์ดูดเงิน atm ธ.ออมสิน

จากกรณีธนาคารออมสินสั่งปิดตู้เอทีเอ็มบางส่วนชั่วคราว หลังพบว่า เกิดการโจรกรรมเงินในตู้เอทีเอ็ม 21 ตู้ ในพื้นที่ กทม. และ 7 จังหวัดภาคใต้ โดยเงินได้หายไป จำนวน 12 ล้านบาท และตำรวจคาดว่า ผู้ก่อเหตุเป็นแก๊งรัสเซีย-ยูเครน หรือแขกขาว ซึ่งใช้การปล่อยมัลแวร์เข้าตู้เอทีเอ็มแล้วกดเงินไป โดยเข้ามาก่อเหตุตั้งแต่เดือนมีนาคม และออกกดเงินในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเคยก่อเหตุกับธนาคารไต้หวัน ได้เงินไปถึง 90 ล้าน และเคยก่อเหตุในมาเลยเซีย เมื่อปี 2557 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำภาพผู้ต้องสงสัยคล้ายชาวต่างชาติ ที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุแฮกเงินสดตามตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน ไปประกาศตามหาที่ชายแดนด่านต่างๆ และพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสกัดจับคนร้ายแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ข้อมูลจากไต้หวันที่เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว เพื่อนำมาประมวลหากลุ่มคนร้ายควบคู่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุจากไต้หวันเป็นชาวยุโรปตะวันออก อาทิ รัสเซีย โรมาเนีย เป็นต้น ส่วนใหญ่พบว่าเป็นชาวรัสเซีย อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ข้อมูลอะไรมาก เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องอ่อนไหว จึงขอให้พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ10) เป็นผู้ให้ข้อมูล ด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ10) เปิดเผยว่า ขณะนี้จากวัตถุพยานต่างๆ ทำให้มั่นใจว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายที่เคยก่อเหตุในประเทศไต้หวัน และประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มคนร้ายที่เคยก่อเหตุที่ไต้หวันมีประมาณ 5 คน ที่มีประวัติเดินทางเข้าออกในไทย และเป็นชาวยุโรปตะวันออก โดยได้ปล่อยมัลแวร์เข้าไปในตู้เอทีเอ็ม และใช้บัตรที่เชื่อว่าเป็นบัตรที่ผลิตในประเทศยูเครนเสียบเข้าไปที่ตู้ จากนั้นเงินก็จะไหลออกมา โดยจำนวนเงินที่ได้จากแต่ละตู้มีตั้งแต่หลักหมื่น หรือบางที่เป็นหลักล้าน ก่อนจะสั่งให้ตู้รีเซ็ตระบบกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทำให้ตรวจสอบได้ยาก อีกทั้งกล้องที่เครื่องเอทีเอ็มยังไม่ทำงานขณะที่คนร้ายก่อเหตุ เนื่องจากถูกมัลแวร์ควบคุม จะรู้ว่าเงินหายไปก็เมื่อนำเงินมาตรวจนับเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่คนร้ายเลือกก่อเหตุที่ตู้ของธนาคารออมสินคาดว่า เพราะคนร้ายน่าจะมีข้อมูลและมีความชำนาญเกี่ยวกับตู้เอทีเอ็มรุ่นนี้ ส่วนธนาคารอื่นก็อาจจะถูกโจรกรรมก็เป็นได้หากยังไม่ถูกตรวจพบเสียก่อน ซึ่งขณะนี้พบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุบางส่วนได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว    ที่ปรึกษา (สบ10) เปิดเผยอีกว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะทำการสืบสวนเพื่อทราบตัว รวบรวมหลักฐานจนถึงขั้นออกหมายจับได้ เนื่องจากทราบข้อมูลหลายอย่าง เช่น ยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ และที่พักของคนร้าย เป็นต้น ส่วนการติดตามจับกุมตัวนั้นเชื่อว่า คนร้ายบางส่วนยังคงตกค้างอยู่ในประเทศไทย นอกจาก 5 คน ที่เดินทางออกจากไทยไปแล้ว หรืออาจจะเดินทางกลับมาในประเทศไทยอีก เพราะคิดว่าประเทศไทยไม่สามารถรู้ตัวคนกระทำได้ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ถือว่าพบเป็นครั้งแรกในไทย และจากการศึกษาพฤติกรรมในการก่อเหตุที่ไต้หวัน ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายอาจยังไม่ได้นำเงินที่ได้ออกจากประเทศไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w-26YecVk5I    

 1,623
สังคม-อาชญากรรม
24 ส.ค. 59

แบงก์ออมสินแจงเหตุโจรไฮเทค แฮคระบบฝังมัลแวร์กด atm สูญเงินกว่า 12 ล้าน

จากกรณี ธนาคารออมสินได้ขอปิดให้บริการตู้เอทีเอ็มรุ่นที่เป็นยี่ห้อที่ผลิตจากสก็อตแลนด์ หลังจากธนาคารตรวจสอบพบว่า มีการโจรกรรมเงินในกล่องเงินเครื่องเอทีเอ็ม โดยใช้โปรแกรมมัลแวร์ตัวใหม่ล่าสุด ที่ไม่เคยถูกใช้ที่ไหนมาก่อนในโลก โจมตีที่หน้าเครื่อง ทำให้เงินในตู้เอทีเอ็มออกมาได้โดยไม่ต้องใช้บัตร โดยผู้ก่อเหตุใช้วิธีก่อกวนระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เฉลี่ยวใจว่าถูกแฮกตู้เอทีเอ็ม ทำให้มีเงินหายไป จำนวน 21 เครื่อง เป็นเงินรวม 12,291,000 บาท นั้น  ล่าสุด จากการตรวจสอบเชื่อว่า คนร้ายน่าจะกลุ่มชาวต่างชาติ มีผู้ก่อเหตุประมาณ 25 คน กระไปในหลายจังหวัด โดยคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในไทยตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และมากดเงินออกไปช่วงเดือนกรกฎาคม   ทั้งนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุกับธนาคารในไต้หวัน ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นแก๊งชาวรัสเซียและชาวยูเครน ที่ใช้ไอพีแอดเดรสจากสวิตเซอร์แลนด์ส่งไวรัสมัลแวร์เข้าระบบธนาคารไต้หวัน ที่อังกฤษ ก่อนเชื่อมต่อข้อมูลไปสู่ระบบธนาคารในกรุงไทเป ไต้หวัน ทำให้เสียหายประมาณ 20 ล้านบาท ลักษณะการก่อเหตุมีการปล่อยสัญญาณคล้ายการกดรีโมทเปิดตู้เอทีเอ็มแล้วมีคนไปยืนรอหยิบเงิน ซึ่งต่างจากที่ไทยที่จะต้องใช้บัตรใส่เข้าไปในตู้เอทีเอ็มก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZGX3tX9cvYM  

 8,903
สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 59

ธ.ออมสิน โดนแฮกตู้ atm ทำสูญเงิน 12 ล้าน ขอปิดบริการตู้ atm บางส่วนชั่วคราว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ขอปิดให้บริการตู้เอทีเอ็มในตู้รุ่นที่ต้องปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของตู้บางส่วนชั่วคราว หลังธนาคารตรวจสอบพบว่าเครื่องเอทีเอ็ม 1 ใน 3 ยี่ห้อ ที่ธนาคารใช้อยู่ เงินในเครื่องได้หายไป เริ่มแรกพบว่ามีจำนวน 5 เครื่อง ที่เงินหายไปเป็นจำนวน 960,000 บาท ธนาคารจึงได้ตัดสินใจปิดบริการเครื่องยี่ห้อนี้ทุกเครื่อง เพื่อสำรวจเงินทั้งหมดร่วมกับบริษัทเจ้าของเครื่องและทำการตรวจสอบวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ เงินที่หายไปไม่ใช่เงินของลูกค้า ดังนั้นจึงไม่ได้กระทบบัญชีของลูกค้าแต่อย่างใด   ล่าสุด ภายหลังการตรวจสอบ ธนาคารได้รับแจ้งว่า นี่เป็นลักษณะการโจรกรรมเงินในกล่องเงินเครื่องเอทีเอ็ม เฉพาะที่ติดตั้งนอกสถานที่ โดยใช้โปรแกรมมัลแวร์ ซึ่งธนาคารอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขให้เครื่องมีความปลอดภัยก่อนจะเปิดให้บริการอีกครั้ง และระหว่างนี้ธนาคารได้เปิดบริการในจุดติดตั้งที่มีความปลอดภัย ซึ่งเครื่องเอทีเอ็ม ยี่ห้อดังกล่าว 3,343 เครื่อง ตรวจสอบครบแล้วพบว่า มีเงินหายไป จำนวน 21เครื่อง เป็นเงินรวม 12,291,000 บาท   โดยธนาคารต้องการชี้แจงเพื่อให้ประชาชนและลูกค้าทราบสาเหตุที่ธนาคารต้องปิดให้บริการตู้เอทีเอ็มบางรุ่น เพื่อตรวจสอบระบบเอทีเอ็มของธนาคาร และเป็นการป้องกันไม่ให้เงินของธนาคารที่อยู่ในตู้หาย โดยขอยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับบัญชีและเงินของลูกค้าแต่อย่างใด และจะเร่งดำเนินการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับตัวผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วน   ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปิดบริการตู้เอทีเอ็มบางรุ่นดังกล่าว อาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวก โดยลูกค้าสามารถใช้บริการตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งอยู่หน้าสาขาของธนาคารออมสินได้ทุกสาขา รวมถึงตู้เอทีเอ็มที่อยู่นอกสาขาบางส่วน นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอื่นๆ ของธนาคารได้ตามปกติ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการเอทีเอ็ม ลูกค้าสามารถใช้บริการที่ตู้เอทีเอ็มได้ทุกธนาคารในเขตพื้นที่เดียวกัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการทำรายการตลอดระยะเวลาที่ปิดบริการดังกล่าว

 7,828
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ส.ค. 59

ผู้เสียหายแจ้งความคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กของคนที่รู้จัก ส่งข้อความหลอกโอนเงิน

กลุ่มผู้เสียหายนำหลักฐานแจ้งความตำรวจ ให้ช่วยติดตามจับคนร้ายที่ใช้วิธีแฮกเฟซบุ๊กของคนที่รู้จักแล้วส่งข้อความมาขอยืมเงินรายละ 2,000 บาท จนมีผู้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไปให้กว่า 20 ราย ขณะที่เจ้าของเฟซบุ๊กตัวจริงไม่รู้เรื่องว่ามีคนแฮกเฟซบุ๊กของตัวเองไปหลอกยืมเงินคนอื่น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XLx5mZCnGjo  

 3,145
สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 59

หนุ่มเจ้าของร้านประดับยนต์ ร้องถูกแฮกข้อมูลธนาคาร สูญเงินเกือบล้าน

หนุ่มถูกแฮกข้อมูลธนาคารสูญเงินกว่าเก้าแสนบาท คนร้ายลอบเอาสำเนาบัตรปชช.ไปทำธุรกรรม นายพันธ์สุธี มีลือกิจ เจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย สาขาอยุธยา ผู้เสียหาย พร้อมด้วยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หลังถูกผู้ก่อเหตุนำข้อมูลบัญชีเท็จยื่นต่อธนาคารกสิกรไทย สาขาอยุธยา สูญเงินเกือบ 1 ล้านบาท พร้อมร้องขอให้ธนาคารและค่ายมือถือชดใช้เงินค่าเสียหาย นายพันธ์สุธี เปิดเผยว่า ตัวเองทำธุรกิจผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ติดต่อทำทีว่าจะสั่งซื้อสินค้าประดับยนต์ โดยบอกว่าจะโอนเงินค้าสินค้าครึ่งนึงมาให้ จากนั้นตัวเองจึงได้ส่งเลขบัญชีไปให้พร้อมสำเนาบัตรประชาชน แต่มีการปิดบังเลข13หลัก บนบัตรประชาชนไว้ จากนั้น ผู้ก่อเหตุได้นำสำเนาบัตรประชาชนไปเปลี่ยนภาพเป็นคนร้ายแล้วไปบริษัททรูสาขาเมกะบางนา ขอเปลี่ยนซิมมือถือ ของนายพันธุ์สุธีใหม่แต่ใช้เบอร์เดิม จากนั้นได้โทรแจ้งทางธนาคารเปลี่ยนรหัสไอแบงก์กิ้งค์ใหม่ ก่อนจะกดเงินออกมาในวันที่31กค.ที่ผ่านมารวม 30 เป็นเงินกว่า 9 แสนบาท ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางธนาคารและบริษัทค่ายมือถือไม่เคยแสดงท่าทีรับผิดชอบ หลักฐานทั้งหมดได้ติดตามมาด้วยตนเองวันนี้จึงเดินทางมาแจ้งความไว้ที่ปอท.ในฐานะผู้เสียหาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเอกสารทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ก่อนจะส่งให้ทางธนาคารและบริษัทค่ายมือถือตรวจสอบอีกครั้ง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BItNx21_ERw    

 3,521
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 58

พล.อ.ดาว์พงษ์ สั่งล่ามือป่วนแฮกเว็บ ก.ศึกษาฯ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่เว็บไซต์ www.moe.go.th ของ ศธ. โดนแฮก โดยเข้าไปลบรูปภาพ และข้อมูลภารกิจงานของรมว.ศึกษาธิการออก เปลี่ยนรูปภาพ ในช่วงค่ำของวันที่ 28 ตุลาคม 2558 จึงสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาให้ทราบโดยด่วน ลั่นเป็นเรื่องที่ปล่อยไปไม่ได้ แม้วันนี้จะไม่มีอะไร แต่วันหน้าอาจจะเป็นเรื่องสำคัญจะมาทำเล่นๆไม่ได้ เร่งระดมเหล่าไอซีทีของกระทรวงเข้ามาดูแลระบบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G2Imz1d7LoE  

 1,986
เศรษฐกิจ
30 ต.ค. 58

แบงก์ชาติเตือน ธนาคารพาณิชย์ รับมือแฮกเกอร์โจมตีระบบไอที

แบงก์ชาติยอมรับมีกลุ่มแฮกเกอร์ส่งอีเมลขู่โจมตีระบบแบงก์กิ้ง 4 ธนาคารพาณิชย์ของไทย แลกกับการเรียกรับเงินจริง ซึ่งได้แจ้งเตือนให้เตรียมมาตรการรองรับ เพื่อปกป้องข้อมูลลูกค้าอย่างเต็มที่   นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้รับรายงานจากธนาคารพาณิชย์มาโดยต่อเนื่อง และได้แจ้งให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความระมัดระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมการรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งกําชับให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจัดให้มีมาตรการรองรับจากกรณีดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าของธนาคาร   ซึ่งที่ผ่านมาแบงค์ชาติ และธนาคารพาณิชย์ ได้ให้ความสําคัญต่อความเสี่ยงด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง โดยยึดหลักการรักษาความปลอดภัยและความถูกต้อง ของข้อมูลลูกค้า รวมถึงให้ระบบมีความพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการก่อกวนช่องทางอินเทอร์เน็ตจากผู้ไม่ประสงค์ดีมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ธนาคารพาณิชย์ก็พร้อมปกป้องข้อมูลลูกค้าเต็มที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WLbd4EBSpLc  

 3,502

Top