ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตัวประกัน"

ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 61

หนุ่มเมายาหลอนมีคนตามฆ่า บุกจี้คอแม่ลูกอ่อนเป็นตัวประกัน ก่อน ตร.เกลี้ยกล่อมยอมสยบ

สุราษฎร์ธานี-หญิงสาววัย 20 ปีร้องขอความช่วยเหลือ ว่ามีคนร้ายบุกเข้าห้องนอน พร้อมใช้มีดจี้คอเป็นตัวประกัน ภายในบ้าน   ในที่เกิดเหตุ ภายในห้องนอนของบ้านพักดังกล่าว ได้มียินเสียงคนร้ายซึ่งเป็นชายไทย กำลังส่งเสียงตะโกนว่าอย่าเข้ามา หากใครเข้ามาจะใช้มีดแทงตัวประกัน โดยทางตร.ได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่ล้อมรอบบ้าน พร้อมปีนหน้าต่างตรวจสอบ พบว่า ภายในห้องพัก พบคนร้ายเป็นชายไทยวัยรุ่น นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ไม่สวมเสื้อ กำลังใช้มีดจี้ทีบริเวณลำคอ ของตัวประกันหญิงที่กำลังอุ้มทารกซึ่งเป็นลูกสาววัย 4 เดือน ที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขน   ขณะที่คนร้าย ทราบว่าชื่อนายอนุชา หรือบอม สายช่วย อายุ 27 ปี ภูมิลำเนา อ.เกาะสมุย กำลังล็อกคอหญิงสาว ใช้มีดปลายแหลม จี้ที่บริเวณลำคอตลอดเวลา ซึ่งคนร้ายพูดว่ามีคนร้ายตามมาจะฆ่า   หลังทราบข้อมูลของคนร้าย จึงได้เดินไปที่หน้าประตู ในห้องที่คนร้ายจี้ตัวประกัน พร้อมพูดจาเกลี้ยกล่อม ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จนคนร้ายใจอ่อน ยอมปล่อยตัวประกันพร้อมเดินออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อแต่อย่างใด พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสงบสติอารมณ์และสอบปากคำที่ สภ.เกาะสมุย   ขณะเดียวกันผู้เสียหาย พร้อมญาติ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำ พร้อมเปิดเผยว่าไม่เคยรู้จักกับผู้ต้องหารายนี้แต่อย่างใด ขณะนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน ได้มีผู้ต้องหาวิ่งมาจากไหนไม่รู้ วิ่งปีนเข้ามาในห้องนอน ขณะที่ตนนอนกอดลูกสาววัย 4 เดือนอยู่ในห้อง โดยคนร้ายได้นำมีดปลายแหลมที่อยู่ในห้องครัว เข้ามาจี้ที่คอตน พร้อมพูดว่ามีคนจะทำร้าย พร้อมเข้ามล็อกคอตน แล้วใช้มีดจี้ที่คอ ตนจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือ ให้ญาติโทรศัพท์แจ้ง 191ดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่าที่บริเวณลำคอของผู้เสียหายมีรอยแดงจากคมมีด   ส่วนผู้ต้องหายังให้การแบบมึนงงว่า ตนเสพยาไอซ์เข้าไป และมีคนจะทำร้าย ขอให้ช่วยด้วย ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้วิ่งหลบเข้าไปยังห้องของผู้เสียหายดังกล่าว ทั้งนี้ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา คือกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย และครอบครองและเสพยาเสพติด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G_0--ZQi0UI    

 7,897
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 60

หนุ่มเครียดเมียหอบลูกหนี คลั่งจับ 4 ตัวประกัน ขอเจรจาแค่ทหาร บอกไม่ไว้ใจ ตร.

อุตรดิตถ์-เกิดเหตุระทึกกลางย่านธุรกิจสำคัญ เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อมีหนุ่มชาวใต้จากพังงา เดินทางไปตามหาลูกและภรรยาชาวจังหวัดพะเยา แต่ไม่พบจึงกลับย้อนมาขอพักที่บ้านเพื่อนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดทั้งวันและคืนไม่ได้พักผ่อนและคิดกังวลเรื่องครอบครัวมาก เกิดอารมณ์คลุ้มคลั่ง นำมีดอีโต้ขนาดใหญ่ 2 เล่มและถือปัดแกว่งไปมาในร้านขายจักรยานยนต์   เมื่อ จนท.จะเข้าควบคุมก็มีการใช้มีดขู่จับ 4 ตัวประกัน ต้องใช้เวลาไกล่เกลี่ยนานหลายชั่วโมง พร้อมขอให้ ตร.ออกไปแต่จะขอเจรจากับทหารแทน เนื่องจากไม่ไว้ใจตำรวจ ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายจบลงด้วยดี ซึ่งผู้ก่อเหตุจะถูกส่งตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bz11a-v3QMA    

 1,086
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ค. 60

คนร้ายปล้นรถฆ่าเจ้าของ ก่อนนำไปก่อเหตุถล่มฐานทหารปัตตานี

ปัตตานี-เกิดเหตุคนร้ายโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ ร้อย ร.2513 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 จนเกิดการปะทะกัน และยังก่อเหตุกราดยิงใส่บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง   ต่อมาได้รับแจ้งว่าพบรถกระบะต้องสงสัยตกอยู่ในคลองชลประทาน ห่างจากจุดปะทะ ประมาณ 3 กิโลเมตร จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบรถกระบะจมน้ำ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุโจมตีฐาน เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าภายในรถพบผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายวัย 62 ปีซึ่งเป็นเจ้าของรถ สภาพศพถูกยิงที่ศีรษะและ แขนขวา 2 นัด ภายในรถยังพบปลอกกระสุน เอ็ม 16 กว่า 10 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนทราบชื่อ รถกระบะคันเกิดเหตุดังกล่าวถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5-6 คน ปล้นมาจากผู้ตา ขณะกำลังเดินทางไปธุระตามลำพัง โดยคนร้ายได้ปล้นรถแล้วจับตัวผู้ตายไว้ในรถเป็นตัวประกันก่อนจะนำไปก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ในคราวเดียวกัน โดยที่คนร้ายขับรถมาจากเส้นทางสายดอนรัก-ท่าด่าน เมื่อมาถึงบริเวณหน้าฐาน คนร้าย 2 คนลงจากรถก่อนขว้างระเบิด ชนิดไปป์บอมใส่ฐาน จำนวน 2 ลูกจนเกิดระเบิดขึ้น คนร้ายที่เหลือใช้อาวุธสงคราม 3 กระบอกถล่มยิงเจ้าหน้าที่ในฐานจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ประมาณ 5 นาที   คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งขึ้นรถก่อนกับใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่บ้านประชาชนก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไปตามถนนเลียบคลองชลประทานแต่รถเกิดเสียหลักตกในคลองไม่สามารถหลบหนีไปได้ คนร้ายจึงต้องทิ้งรถก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า ส่วนผู้ตายเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะฆ่าปิดปาก เนื่องจากหากปล่อยตัวอาจจะเป็นพยาน   ด้าน จนท.เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวที่เชื่อมโยงในการปล้นรถกระบะแล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ก่อนจะนำระเบิดไปซุกในรถแล้วขับไปก่อเหตุคาร์บอมที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พค.ที่ผ่านมา และเชื่อว่าครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันที่คนร้ายได้ปล้นรถชาวบ้านแต่กลับจับเจ้าของรถเป็นตัวประกัน ก่อนจะนำรถกระบะและตัวประกันไปร่วมก่อเหตุโจมตีฐานทหาร แต่ทหารได้มีการระวังป้องกันตลอดเวลา คนร้ายจึงไม่สามารถตีฐานและทำร้ายเจ้าหน้าที่ได้ จนถูกยิงตอบโต้คนร้ายจึงต้องหลบหนีแต่ระหว่างหลบหนีด้วยความเร็วรถเกิดเสียหลักตกในคลองชลประทาน   คนร้ายจึงตัดสินใจยิงผู้ตายทิ้งก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งหากคนร้ายหลบหนีไปได้เชื่อว่ารถกระบะคันดังกล่าวน่าจะถูกนำไปซุกระเบิดเพื่อก่อเหตุคาร์บอมในพื้นที่แน่นอน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พร้อมสุนัขดมกลิ่นออกไล่ล่าคนร้าย เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บด้วยในช่วงปะทะและคาดว่าน่าจะได้รับความเชื่อเหลือจากแนวร่วมในพื้นที่ จึงได้เน้นกำชับให้ทำการปิดล้อมตรวจค้นอย่างละเอียดที่สุดเพื่อจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DGVj5hlHKXE  

 1,716
ต่างประเทศ
22 มิ.ย. 60

กองทัพฟิลิปปินส์เข้าช่วยตัวประกันปลอดภัย หลังถูกกลุ่มติดอาวุธจับไว้ใน ร.ร.

กลุ่มติดอาวุธบนเกาะมินดาเนาที่สนับสนุนไอเอสราว 300 นาย ได้ก่อเหตุบุกเข้าไปในโรงเรียนบนเกาะมินดาเนา และจับนักเรียนจำนวนมากเป็นตัวประกัน จากนั้นกองทัพฟิลิปปินส์ได้บุกเข้าไปช่วยเหลือ และเกิดการยิงปะทะกันอย่างหนัก แต่ล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ปล่อยตัวประกัน 31 รายได้อย่างปลอดภัย ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ 

 8,821
ต่างประเทศ
15 มิ.ย. 60

กลุ่มอัล ชาบับอ้างอยู่เบื้องหลัง คาร์บอมบ์-จับตัวประกันในโซมาเลีย เสียชีวิตแล้ว 14

คนร้ายขับรถบุกรถมายังโรงแรมแห่งหนุ่งในโซมาเลีย ก่อนจุดชนวนระเบิดคาร์บอม พร้อมกันนี้ยังมีมือปืนเข้าจับคนเป็นตัวประกัน ในร้านพิซซ่าบริเวณใกล้เคียง ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 14 ราย โดยกลุ่มอัล ชาบับ ออกมาประกาศอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง 

 11,004
ข่าวภูมิภาค
17 มี.ค. 60

เจ้าของบ่อกุ้งสร่างเมาจากฤทธิ์ยา ยอมปล่อยตัวประกัน หลังคุมตัวนานนับ 10 ชม.

สมุทรสาคร-ความคืบหน้ากรณีเจ้าของบ่อกุ้งวัย 38 ปี เกิดอาการคลั่งจากการเสพยาบ้า จับแฟนเพื่อนสนิทเป็นหญิงวัย 26 ปีเป็นตัวประกัน นานกว่า 10 ชั่วโมง ซึ่ง จนท.ไม่สามารถที่จะเข้าชาร์จตัวได้ เนื่องจากคนร้ายล็อกประตูบ้านเงียบ ต้องใช้การเจรจาทางโทรศัพท์ ล่าสุดมีรายงานว่า คนร้ายยอมปล่อยตัวประกัน ในช่วงเช้าที่ผ่านมา คาดอาจจะสร่างเมาจากฤทธิ์ยา ทำให้ได้สติกลับคืน และเข้ามอบตัวกับ จนท.ตำรวจด้วยตัวเอง ทำให้ไม่เกิดเหตุปะทะใดๆขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WkkOZmzFUt4  

 10,360
ข่าวภูมิภาค
17 มี.ค. 60

เจ้าของบ่อกุ้งเมายาคลั่ง จับแฟนเพื่อนเป็นตัวประกันนานกว่า10 ชม. จนท.ตรึงกำลังเตรียมช่วยตัวประกัน

สมุทรสาคร-เจ้าของบ่อกุ้งวัย 38 ปี เกิดอาการคลั่งจากการเสพยาบ้า จับแฟนเพื่อนสนิทเป็นหญิงวัย 26 ปีเป็นตัวประกัน ขณะที่ทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตรึงกำลังรอบบ้าน แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้ เนื่องจากคนร้ายได้ปิดล๊อคประตูและหน้าต่างไว้หมดทุกบาน อีกทั้งยังมีการยิงปืนข่มขู่และปาประทัดออกมาเป็นระยะๆ ท่ามกลางความมืดสนิท เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ รวมถึงยังไม่ยอมเจรจากับใครทั้งสิ้น จะขอคุยแต่กับคนที่ชื่อบอลเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่สามารถจู่โจมเข้าไปได้เพราะเกรงว่าตัวประกันจะเป็นอันตราย โดยเวลาผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าชาร์จตัวได้ ทั้งนี้ต่อมาก็มีการโทรออกมาเป็นระยะๆ แต่ให้ตัวประกันเป็นคนคุย เนื่องจากคนร้ายมีความบกพร่องทางการได้ยิน (ภาวะหูดับ) ไม่สามารถติดต่อสื่อสารเองได้ ส่วนสาเหตุที่คนร้ายเกิดอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุ ก็เนื่องจากว่าคนร้ายมีอาการทางประสาทอันเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายในช่วงวัยรุ่นแล้วก็ขาดการรักษาไปนานหลายปี เพราะต้องโทษจำคุกหลายคดีทั้งเสพยาเสพติด โทรมหญิง และครอบครองจำหน่ายยาเสพติด เพิ่งจะพ้นโทษมาได้เกือบ 1 ปี โดยในช่วงที่อยู่ในเรือนจำนั้นก็ขาดการรักษาไป ทำให้เป็นโรคหูดับและมีการอาการทางประสาทร่วมด้วย อีกทั้ง 5วันที่ผ่านมาคนร้ายก็ดื่มสุราอย่างต่อเนื่อง และมีการเสพยาบ้าร่วมด้วย จึงเกิดอาการประสาทหลอนว่าสองสามีภรรยาที่เป็นเพื่อนกันมากว่า 10 ปีนั้น เป็นสายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g7gb6LoeRaU      

 13,121
ต่างประเทศ
28 ก.พ. 60

ฟิลิปปินส์ประณาม 'อาบูไซยาฟ' ป่าเถื่อนฆ่าตัดหัวตัวประกันเยอรมัน

รัฐบาลฟิลิปปินส์แถลงประณามกลุ่มอาบูไซยาฟ ที่แพร่คลิปขณะสังหารตัวประกันชาวเยอรมนี วัย 70 ปี หลังพ้นเส้นตายการจ่ายเงินค่าไถ่ราว 20 ล้านบาท จากการถูกจับตัวจากเรือยอชท์ ชี้เป็นการกระทำอันป่าเถื่อน ทั้งนี้มีการยืนยันว่าตัวประกันเสียชีวิตจริง แต่ยังไม่มีใครพบศพของเขา 

 21,441
สังคม-อาชญากรรม
24 ธ.ค. 59

แกนนำกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์เข้ามอบตัวแล้ว อ้างแค่นำร้องเพลงเชียร์ ปัดจุดพลุแฟลร์

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เดินทางมาร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีแฟนบอลจุดพลุแฟลร์ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ ซูซูกิคัพ ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับมอบเงินรางวัลให้กับชุดสืบสวนที่สามารถออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุได้ หลังจากเคยบอกไว้ว่าจะให้รางวัลกับผู้แจ้งเบาะแสคนละ 30,000 บาท รวมแล้วเป็นจำนวน 300,000 บาท   พล.ต.อ.สมยศ  ระบุว่า สำหรับบุคคลเหล่านั้นถือว่าไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ ทั้งที่รู้ว่าจะเกิดผลกระทบแต่ยังเจตนาที่จะทำ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น สำหรับมาตรการลงโทษของทางสมาคมที่มีต่อกลุ่มดังกล่าวนั้น ทางสมาคมจะยึดตั๋วฟุตบอลโซนดังกล่าวโดยจะนำไปแจกให้กับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส จะยกเลิกไม่ให้กลุ่มดังกล่าวเข้าเชียร์ฟุตบอล ไม่ให้มีที่ยืนอยู่ข้างสนามอีกต่อไป เพราะถือว่ากองเชียร์ใดที่ไม่อยู่ในกติกาถือว่าเป็นเนื้อร้าย    ล่าสุด นายประพจน์ โพธิ์ปาน สมาชิกกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว แต่ในภายหลังได้มีการพิมพ์หนังสือขอความเป็นธรรมแจกจ่ายให้สื่อมวลชนที่มาติดตามข่าว มีข้อความระบุว่า   “ตามหมายเรียกที่อ้างถึงพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก มีหมายเรียกให้ข้าพเจ้าไปพบเพื่อสอบสวนปากคำ กรณีการจุดพลุแฟร์ภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 16.00 น. ต่อมาข้าพเจ้าได้มอบหมายให้ทนายความโทรศัพท์แจ้งกับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องเพื่อเลื่อนการเข้าพบ เนื่องจากตามวันเวลาที่นัดหมาย ข้าพเจ้าติดภารกิจที่ต่างจังหวัด โดยมิได้เจตนาที่จะหลีกเลี่ยงหรือมิให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด   โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับดังต่อไปนี้   1.วัตถุประสงค์ของกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์เกิดจากคนที่รักฟุตบอลทีมชาติไทย โดยมีแนวทาวการเชียร์ที่เสียงดัง กระตุ้น ปลุกเร้าอย่างเสียงดังตลอด 90 นาที มีการโบกธงตลอด 90 นาที มีป้ายผ้าให้กำลังใจ โดยมีแฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศทุกสาขาอาชีพ ทุกอายุตั้งแต่เยาวชนถึงผู้สูงอายุ เข้าไปเชียร์ด้วยกันโดยมีสื่อกลางให้ข้อมูลเกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ในการแข่งขันผ่านทางเพจเฟซบุ๊กอุลตร้าไทยแลนด์ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา จนเริ่มมีสมาชิกจนถึงปัจจุบันที่ชอบแนวทางนี้ร่วมเชียร์ในสนามกว่า 1,000 คน ในบางแมตช์การแข่งขัน และมีผู้กดติดตามในเพจเฟซบุ๊กมากกว่า 30,000 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมของกลุ่มแล้วจะเห็นได้ว่า เป็นกลุ่มที่สนับสนุนและให้กำลังใจทีมชาติไทยอย่างเหนียวแน่น ไม่ได้รวมตัวกันโดยมีเจตนาที่ไม่ดีต่อประเทศชาติแต่อย่างใด   2.อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาปฎิเสธไม่ได้ว่ามีคนในกลุ่มบางคนได้ใช้พลุแฟร์และควันสีในการร่วมเชียร์ด้วย ซึ่งข้าพเจ้าไม่อาจทราบถึงการกระทำหรือห้ามปรามผู้ใดได้ โดยในการร่วมเชียร์กับทางกลุ่มข้าพเจ้าก็เป็นเพียงคนหนึ่งในการร่วมเชียร์ทีมชาติไทย ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้นำร้องเพลงเชียร์ของกลุ่มเท่านั้น ไม่เคยสนับสนุนให้ผู้ใดนำพลุแฟร์มาใช้ในการร่วมเชียร์ ทั้งยังเคยแจ้งเตือนแฟนบอลสมาชิกผ่านทางเฟซบุ๊กว่า “ทางกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดในราชอาณาจักรไทย” เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจให้ทุกๆ คนที่มาร่วมเชียร์ในกลุ่มได้รับทราบ   ซึ่งที่ผ่านมาข้าพเจ้าและทางกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ ช่วยกันดูแลสอดส่องไม่ให้มีการจุดพลุแฟร์ในสนามอย่างดีที่สุดแล้ว การที่มีบุคคลใดนำพลุแฟร์เข้าไปจุดในสนามราชมังคลากีฬาสถานในวันเกิดเหตุ ข้าพเจ้าและทางกลุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รู้เห็น หรือให้การสนับสนุนด้วย อีกทั้งยังไม่เคยมีเจตนาจะทำลายภาพลักษณ์ หรือชื่อเสียงของประเทศชาติแต่อย่างใด จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนหาบุคคลผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป”     ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยภายหลังสอบปากคำ นายประพจน์ ว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้นำในการเชียร์เท่านั้น แต่ไม่มีส่วนในการจุดพลุแฟลร์ ทั้งนี้ตนเคยพูดเอาไว้แล้วว่าผู้ก่อเหตุดังกล่าวไม่ใช่อาชญากร เพียงแค่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม และทำให้ภาพลักษณ์บ้านเมืองเสียหาย จึงอยากเตือนไปถึงกองเชียร์กลุ่มต่างๆ ว่า ขอให้เชียร์อยู่ในกรอบที่ถูกต้อง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Oa6OeDYlDjU  

 5,246
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 59

ปิดล้อมระทึก 11 ชม. หนุ่มอุดรฯคลั่งจับภรรยา-แม่เป็นตัวประกัน

อุดรธานี-ตร.ปิดล้อมหนุ่มคลั่งยาบ้ารุมซ้อมพร้อมจับตัวภรรยาและแม่ของตัวเองเป็นตัวประกัน ที่ชุมชนสัมพันธ์สุข บ้านดงเค็ง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี สุดท้ายตร.หน่วยคอมมานโดบุกเข้าไปช่วยเหลือตัวประกันได้ทั้งหมด ส่วนคนร้ายที่คลั่งยาบ้านหลบซ่อนบนฝ้าเพดาน ทุกคนปลอดภัยไม่มีเหตุการณ์สูญเสียแต่อย่างใด รวมใช้เวลาในการปิดล้อมนาน 11 ชม. เบื้องต้นไม่พบอาวุธปืน จากนั้นได้ควบคุมตัวมายังสภ.เมืองอุดรธานีแจ้งข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำร้ายร่างกาย และจะได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mC75AHZalgQ  

 3,586
ต่างประเทศ
26 เม.ย. 59

กลุ่มโจรอาบูไซยาฟ ฆ่าตัดคอตัวประกันแคนาดา หลังเลยเส้นตายจ่ายเงินค่าไถ่

กลุ่มโจรอาบู ไซยาฟ ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ฆ่าตัดศีรษะตัวประกันนักธุรกิจชายชาวแคนาดา และตัวประกันร่วมกลุ่มอีก 3 คนที่ถูกจับกุมตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว หลังผ่านเส้นตายไม่จ่ายเงินค่าไถ่ เมื่อบ่ายวันจันทร์ วันอังคารที่ 26 เมษายน 2559 โดยมีชาย 2 คนขี่รถมอเตอร์ไซค์ นำศีรษะของผู้ตายใส่ถุงพลาสติกนำมาทิ้งไว้ริมถนน ก่อนที่ชาวบ้านจะมาพบในเวลาต่อมา ด้านนายกรัฐมนตรีของแคนาดาประสานความร่วมมือกับฟิลิปปินส์เพื่อนำตัวฆาตกรเลือดเย็นมาดำเนินคดี 

 1,876
ข่าวภูมิภาค
07 เม.ย. 59

หนุ่มยะลาเปิดใจนาทีชีวิตถูกคนร้ายปล้นรถ บังคับขับรถซุกระเบิดจอดกลางเมือง

คลิปเปิดใจเจ้าของรถยนต์ถูกคนร้ายปล้น จับภรรยาเป็นตัวประกัน พร้อมขู่บังคับให้บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุกลางเมืองยะลา จาก กรณีคนร้ายปล้นรถยนต์ของนายสุนัน ทองเนตร ชาวบ้านใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา พร้อมทั้งขู่บังคับให้นายสุนัน ขับรถยนต์ที่บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 160 กิโลกรัม ไปจอดหน้าบริษัทโตโยต้าพิธานพาณิชย์ เพื่อก่อเหตุ แต่นายสุนัน ได้ตัดสินใจ ใช้กรรไกรตัดเสื้อแจ๊คแกต ที่มีระเบิดทิ้งกลางทาง และวิ่งหนีออกจากรถยนต์ ไปบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังนำรถไปจอดหน้า หน้าบริษัทโตโยต้าพิธานพาณิชย์ โดยคลิปดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสุนัน ทองเนตร มาทำการตรวจพิสูจน์เก็บหลักฐานเพิ่มเติม และสอบปากคำลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N2mXKqb72TE  

 1,993
ต่างประเทศ
30 มี.ค. 59

เปิดภาพผู้โดยสารหนุ่มอังกฤษ แสยะยิ้มถ่ายคู่สลัดอากาศอียิปต์แอร์

โลกออนไลน์แชร์ภาพถ่ายภาพของนาย Ben Innes ชาวเมืองลีดส์ ประเทศอังกฤษ วัย 26 ปี หนึ่งในตัวประกัน ยืนถ่ายภาพคู่กับอิบราฮิม ซามาฮา สลัดอากาศที่ก่อเหตุจี้บนเครื่องบินของสายการบินอียิปต์แอร์ ก่อนจะจับผู้โดยสารและลูกเรือบางส่วนไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผู้ที่อยู่ในรูป ด้านเพื่อนเผยหนุ่มคนนี้มักเป็นคนแปลกๆ ไม่เชื่อฟังใครง่ายๆ และขอถ่ายรูปกับคนร้าย  

 4,158
ต่างประเทศ
30 มี.ค. 59

ระทึก! สลัดอากาศจี้เครื่องอียิปแอร์ อ้างแค่อยากพบภรรยา ยันไม่เกี่ยวก่อการร้าย

เกิดเหตุช็อคโลก เมื่อมีรายงานสลัดอากาศจี้เครื่องบินสายการบินอียิปต์แอร์ที่กำลังเดินทางไปกรุงไคโร ให้ไปลงจอดที่สนามบินในไซปรัส ก่อนจะจับผู้โดยสารและลูกเรือบางส่วนไว้เป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง คนร้านรายนี้ยอมมอบตัว และยังไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เครื่องบินลำที่เกิดเหตุ เป็นเครื่องบินแอร์บัส A320 ของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS181 บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 81 คน ออกเดินทางจากสนามบินในนครอเล็กซานเดรีย เมื่อเวลา 6 นาฬิกา 30 นาที ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 11 นาฬิกา 30 นาที ตามเวลาบ้านเรา และมีกำหนดถึงกรุงไคโรในเวลา 7 นาฬิกา 15 นาที แต่จู่ผู้โดยสารคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่าคือ นายเซอีฟ เอลดิน มุสตาฟา ชาวอียิปต์ ได้ขู่กัปตันว่าจะกดระเบิดที่ผูกติดไว้ที่เอว และบังคับให้นำเครื่องลงจอดที่สนามบินลาร์นากาของไซปรัสในเวลาต่อมา หลังนำเครื่องลงจอด เจ้าหน้าที่ไซปรัสได้เจรจากับสลัดอากาศ ก่อนที่นายมุสตาฟาจะยอมปล่อยผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเครื่อง และจับผู้โดยสารและลูกเรือรวม 7 คนไว้เป็นตัวประกัน ในจำนวนนี้ ได้แก่ กัปตัน ผู้ช่วยกัปตัน พนักงานต้อนรับหญิง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และผู้โดยสารอีก 3 คน ท่ามกลางการเฝ้าระวังเหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยสนามบินต้องปิดให้บริการทั้งหมด และเที่ยวบินที่มีกำหนดจะลงที่สนามบินนี้ ต้องเปลี่ยนไปลงที่สนามบินอีกแห่งหนึ่งแทน จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 18 นาฬิกา 40 นาที ตามเวลาบ้านเรา มีรายงานว่า ตัวประกันทั้งหมดที่อยู่บนเครื่อง สามารถหลบหนีออกมาจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย ขณะที่สลัดอากาศเดินออกมาพร้อมยกมือขึ้นเหนือศีรษะ เพื่อมอบตัวกับตำรวจ ถือเป็นการยุติเหตุจี้ตัวประกันที่ยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง ส่วนแรงจูงใจของสลัดอากาศร้ายนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยทางการทั้งของไซปรัสและอียิปต์ ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และอาจเกิดจากแรงจูงใจส่วนตัว บางรายงานระบุว่า เขาต้องการส่งจดหมายถึงภรรยาเก่าที่เป็นชาวไซปรัสเชื้อสายกรีก บ้างก็เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษหญิงหลายคนในอียิปต์ โดยนายกรัฐมนตรีเชอรีฟ อิสมาอิล ของอียิปต์ เปิดเผยว่า แรงจูงใจของนายมุสตาฟานั้นไม่เฉพาะเจาะจง และเขาอาจมีภาวะไม่มั่นคงทางจิตใจ เพราะต้องการขอพบกับเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรป ไปจนถึงขอให้เติมเชื้อเพลิงเพื่อเดินทางต่อไปตุรกี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำสลัดอากาศรายนี้ต่อไป และจะสอบสวนว่าระเบิดที่คนร้ายใช้ขู่เป็นของจริงหรือไม่ เหตุจี้เครื่องบินกลางอากาศครั้งนี้ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความหละหลวมในเรื่องความปลอดภัยด้านการบินของอียิปต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังเกิดเหตุการณ์ที่กลุ่มไอเอสวางระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซีย บนคาบสมุทรไซนายเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 224 คน และยังถือได้ว่าเป็นการซ้ำเติมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอียิปต์ ที่กำลังซบเซา นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบทางการเมืองนับตั้งแต่ปี 2011 ด้วย

 1,929
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 มี.ค. 59

โลกออนไลน์แชร์คลิป ครูพละโดดถีบคนร้าย ช่วยเด็กอนุบาลถูกจับเป็นตัวประกัน

โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ YingIssariyaporn Jirasathid เป็นเหตุการณ์ที่ครูพละรายหนึ่งที่กระโดดถีบคนร้ายใช้ตะไบจี้คอเด็กอนุบาลแห่งหนึ่งใน อ.ชุมแพ จนสามารถช่วยเหลือเด็กได้อย่างปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบปากคพคนร้ายเป็นชายวัย 22 ปี อ้างว่าถูกวัยรุ่นไล่ทำร้าย จึงวิ่งหนีตายข้ามเขตเข้าพื้นที่ อ.ชุมแพ ส่วนสาเหตุที่จับเด็กเป็นตัวประกัน อ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายอริตามมาทำร้ายตัวเอง จึงส่งตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้น ผู้ต้องหาไม่พบมีสารเสพติดเจือปนอยู่ด้วย ซึ่งต้องให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ 1.ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล หน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือ กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย 2.พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/IBrzzGJVffU

 66,703

Top