ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุราษฎร์ธานี"

ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

เห็นจะๆ! เสือดาวหลุดจากกรง ตะปบหน้า ด.ช.อิสราเอลวัย 2 ขวบบนเกาะสมุย

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุเด็กชายชาวอิสราเอลวัย 2 ขวบ ถูกเสือดาวตะปบเข้าที่ใบหน้า ขณะที่เดินทางมาท่องเที่ยวสวนสัตว์ซาฟารีปาร์ค บนเกาะสมุย   โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นคุณตาของเด็ก เดินมาเปิดประตูกรงเสือดาวขณะที่เสือดาวกำลังเดินอยู่ภายใน     แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นเสือดาวแล้วเกิดอาการตกใจไม่ยอมปิดประตูกรง ทำให้เสือดาววิ่งออกมานอกกรงแล้วไปเจอเด็กชายชาวอิสราเอลวัย 2 ขวบ เดินอยู่กับแม่ เสือดาวตัวนี้ได้ตะปบไปที่หน้าของเด็กชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบมาช่วยเหลือแล้วนำเสือดาวตัวนี้กลับเข้ากรงตามเดิม ระยะเวลาที่หลุดไปเพียง 10 วินาที   หลังเกิดเหตุทางสวนสัตว์ได้รีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาตัว เนื่องจากเด็กได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณใบหน้า พร้อมดูแลค่ารักษา   ล่าสุดเด็กชาวชาวอิสราเอล วัย 2 ขวบอาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งทางคุณพ่อคุณแม่ของหนูน้อยก็ได้ขอบคุณทางซาฟารีที่ได้ดูแลเป็นอย่างดี และบอกว่าได้ให้แพทย์จากประเทศอิสราเอลบินมารับตัวเพื่อไปทำการรักษาต่อที่ประเทศอิสราเอล     หลังจากนี้ทางหน้าเมืองซาฟารี ปาร์ค ได้วางมาตรการป้องกันเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยได้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลเพิ่มเติมและทำกรงเพิ่มอีก 1 ชั้น นักท่องเที่ยวทุกคนที่ผ่านเข้ามาได้จะต้องผ่านเจ้าหน้าที่ดูแลจะไม่สามารถมาเปิดกรงเองได้ อยากให้นักท่องเที่ยวดูป้ายเตือนต่างๆ และคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CmTnbUNULrE

 7,611
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

เจ้าของฟาร์มเศร้า หมาบุกกัดแพะตาย 8 ตัว ฉุนเป็นหมาจรจัด แต่มีคนให้ข้าวให้น้ำ ถามใครจะรับผิดชอบ

สุราษฎร์ธานี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ศักรินทร์ วัชรสินธุ์ ได้โพสต์ภาพถ่าย ซากแพะจำนวน 8 ตัว พร้อมข้อความว่า   “ชีวิตไม่แน่นอน เมื่อวานยังวิ่งเล่นกันอยู่ ตื่นมาอีกที 8 ชีวิต ที่อยู่ในคอก ต้องมาสังเวยชีวิตกับหมาไม่มีเจ้าของ แต่มีคนให้กินข้าวทุกวัน” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ซากแพะดังกล่าวถูกสุนัขจรจัด บุกเข้าไปรุมกัดแพะตายคาโรงเรือนนอน   จากการสอบถามเจ้าของโพสต์ คือนายศักรินทร์ วัชรสินธุ์ อดีตเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเกาะสมุย ปัจจุบันหันมาทำธุรกิจเปิดฟาร์มแพะ ชื่อจังโก้ฟาร์ม ภายในที่ดิน 20 ไร่ มีราคานับร้อยล้าน ด้านหลังธนาคารกรุงศรีอยุธยาบนเกาะสมุย   โดยได้ไปหาซื้อพ่อพันธ์ุแม่พันธุ์ มาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ ทำโรงเรือนและเรือนนอนเป็นอย่างดี ส่วนบริเวณรอบๆ ฟาร์ม ได้ทำการจัดเป็นสวน ให้เป็นสถานที่พักผ่อนไปด้วย โดยในฟาร์มมีแพะชนิดต่างๆ หลายสายพันธ์ แต่ได้มีสุนัขจรจัดหลายตัว ได้บุกขึ้นไปยังโรงเรือนนอน ที่มีแพะเป็นพ่อพันธุ์ 1 ตัว และแม่พันธ์ 5 ตัว พร้อมลูกน้อยอีก 2 ตัว จำนวน 8 ตัว มีมูลค่าประมาณ 200,000 บาท ถูกสุนัขจรจัดบุกรุมกัดจนตายทั้งหมด   หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินทางไปสอบถามยังบ้านเช่า ที่อยู่ห่างจากฟาร์มประมาณ 100 เมตร เพื่อหาเจ้าของสุนัข และพบสุนัขจำนวนหนึ่งอยู่ที่หน้าบ้านดังกล่าว เมื่อสอบถามทางเจ้าของบ้าน อ้างว่าได้มาเช่าบ้านดังกล่าว พร้อมกล่าวว่าสุนัขจรจัด มาอาศัยอยู่หน้าบ้าน แต่ได้ให้ข้าวน้ำกินทุกวัน แต่ปฎิเสธว่าไม่ได้เลี้ยง และไม่ใช่เจ้าของสุนัข   เจ้าของฟาร์มเผยว่า ในเมื่อหาคนรับผิดชอบไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องรับผิดชะตากรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ที่เสียใจคือแพะทุกตัวตนมีความพูกพันธ์ รักทุกตัว แต่ต้องมาตายแบบนี้ ทำให้หดหู่ใจ พร้อมให้คนงานนำซากแพะทั้ง 8 ซากไปขุดหลุมฝัง   ด้านชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ต่างแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาสุนัขจรจัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZHs8Ms9ErOA

 10,523
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 62

ไฟไหม้เรือประมงสุราษฎร์ฯ เสียหายทั้งลำร่วม 1 ล้าน

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุไฟลุกไหม้เรือ ส.โชคมหาชัย ซึ่งเป็นประมงชนิดเรือลากคันถ่าง โดยลูกเรือและเจ้าบ้านได้ใช้ถังดับเพลิงฉีดเพื่อดับไฟ แต่ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เกรงว่าจะลุกลามไปยังเรือคันอื่นที่จอดอยู่ใกล้เคียง จากนั้นชาวบ้านจึงได้ลากเรือลำเกิดเหตุให้ออกไป กลางแม่น้ำเพื่อให้ห่างไกลจากเรือลำอื่นๆ   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเรือดังกล่าวได้เข้ามาจอดทอดสมอไว้ที่จุดดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อซ่อมเครื่องยนต์ ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้สตาร์ทเครื่อง ปรากฎว่าได้เกิดกระแสไฟที่ขั้วแบตเตอรี่ ที่อยู่ในห้องเครื่องทำให้เกิดไฟลุกไหม้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีคราบน้ำมันจำนวนมาก   ลูกเรือจึงใช้ถังดับเพลิงฉีด แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้จึงลากเรือข้ามไปเกยไว้ที่ฝั่งตรงข้ามเพือให้ไฟลุกลามไปติดเรือลำอื่น และระหว่างนั้นได้มีเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วทำให้ไฟไหม้เรือเสียหายทั้งลำ สำหรับเรือลำดังกล่าวเป็นเรือประมงซึ่งมีมูลค่าร่วม 1 ล้านบาทได้ถูกไฟไหม้จนหมดและจมลงกลางแม่น้ำดอนสัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A0Ch0QKK1gc

 625
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ค. 62

หนุ่มใหญ่ 'แขวนพวงหรีด-ติดสติ๊กเกอร์' ประจานรถหรู หลังพบปัญหาการใช้งานอื้อ วอนเอารถกลับไป เอาเงินคืนมา

สุราษฎร์ธานี - นายพิเชฐ มณีนุช อายุ 54 ปี ได้นำรถยนต์เก๋งยี่ห้อหนึ่ง จอดไว้ที่หน้าอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง บนถนนสายบายพาร์ท หมู่ที่ 3 ตำบลมะขามเตี้ยอำเภอเมือง สุราษฎร์ธานี ติดสติ๊กเกอร์บอกอาการของรถที่เสียอยู่ในขณะนี้จำนวนหลายรายการ และมีพวงหรีดติดอยู่ด้านข้าง และบนรถอีกสามพ่วง    โดยนายพิเชฐ กล่าวว่า ตนได้ซื้อรถยนต์ เมื่อเดือนเมษายนต์ปี 61 ที่ผ่านมา ครั้งแรกเกิดปัญหาที่ปั๊มติ๊กภายในถังน้ำมัน และก็มีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกหลายอย่าง เช่น น้ำรั่วที่ประตู ซีลเฟืองท้ายรั่ว ยางล้อหลังกินยางจนถึงเส้นลวด เข้ามาคอมเพรสเซอร์แอร์เสียอีก ซึ่งมีอีกหลายรายการที่ยังต้องซ่อม ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในปีเดียวที่ซื้อ   นายพิเชฐ กล่าวอีกว่าตนเป็นมีอาชีพซื้อขายรถมือสอง ทราบถึงปัญหาของรถมือสองดี จึงได้ตัดสินใจนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาซื้อรถใหม่ยี่ห้อดังเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว แต่ในที่สุดก็ต้องมาเจอปัญหาที่แก้ไขไม่ได้    ตอนนี้ได้นำรถมาจอด ไว้ริมถนนที่อู่ของญาติ ที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี มีเพื่อนทำสติ๊กเกอร์มาติดให้รอบทั้งคัน อีกทั้งยังมีผู้สนับสนุนพวงหรีดมาให้อีกด้วย ตนอยากได้เงินคืนไม่อยากได้รถคันนี้อีกแล้ว ตลอดหนึ่งปีกว่าที่ซื้อมา ส่วนใหญ่เอารถใหญ่อยู่ที่ศูนย์ซ่อมตลอด 

 73,531
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

หนุ่มสเปนหลงป่าเกาะสมุยขณะฝนตก จนท.เร่งตามหาทั้งคืนยังไม่พบ

สุราษฎร์ธานี-ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้รับแจ้งสายด่วน 1155 จาก นายลีด สัญชาติสเปน ว่าตนเองหลงป่าอยู่บนเขาบริเวณน้ำตกหน้าเมือง 2 หมู่ที่ 2 ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หาทางลงจากภูเขาไม่ได้เพราะมืดมาก ตอนนี้อยู่ในสภาพหิวโซและขาดน้ำดื่ม   จากนั้นตำรวจท่องเที่ยวจึงแจ้งไปยังตำรวจสภ.เกาะสมุย เจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กู้ภัย ระดมกำลังกว่า 50 นาย เร่งค้นหาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวในทันที   เมื่อไปถึงบริเวณทางขึ้นน้ำตกหน้าเมือง 2 พบรถจักรยานยนต์ สีขาวดำ ทะเบียน ครก 501 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ สอบถามจึงทราบว่าเป็นนายลีด นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวที่หลงป่าได้ขี่มาจอดไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น ตรวจสอบไม่พบหลักฐานหรือทรัพย์สินอย่างอื่น  จึงได้โทรศัพท์ติดต่อนายลีด แต่ติดต่อไม่ได้ คาดว่าน่าจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ หรือแบตเตอรี่หมดไปแล้ว   ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาเดินขึ้นน้ำตกหน้าเมือง2 ท่ามกลางความมืดและฝนที่ตกลงมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้การค้นหาเพิ่มความยากลำบากขึ้น ทางเดินมีความลาดชัน ต้องปีนป่ายหินก่้อนใหญ่ เสี่ยงลื่นและได้รับอันตราย เมื่อค้นหาอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงจึงลงจากภูเขาหลังไม่พบตัวนักท่องเที่ยวและเตรียมวางแผนเข้าค้นหาใหม่ในช่วงเช้าต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NKwGf8FyzwE

 1,368
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

นทท.เมาคึกนั่งบนหลังคารถสองแถว จนท.ตั้งด่านสั่งยึดพื้นแทนค่าปรับ

สุราษฎร์ธานี-เจ้าหน้าที่กำลังตั้งด่านตรวจเพื่อความปลอดภัยในเกาะพะงัน พบรถโดยสารประจำทาง เป็นรถสองแถว ผ่านจุดตรวจด่านด่านมั่นคง รักษาความปลอดภัย มีนักท่องเที่ยวชาย 4 คน นั่งบนหลังคารถโดยสาร พร้อมส่งเสียงดังมาตลอดทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ให้สัญญาณ คนขับรถจอด พร้อมทำการตรวจสอบ   พบว่ามีนักท่องเที่ยวกลับมาจากชายหาดริ้น อยู่ในอาการ เมาสุรา และคึกคะนอง ขึ้นไปนั่งบนหนังคารถโดยสาร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เรียกมาตักเตือน แต่นักท่องเที่ยวที่อยู่ในอาการคึกคะนอง กลับเสนอให้เงิน “ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่” เพื่อเป็นการเสียค่าปรับ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับ   ทางเจ้าหน้าที่ได้อธิบายพร้อมทำความเข้าใจ ให้นักท่องเที่ยวทราบถึงข้อกฎหมายของประเทศไทย ก่อนที่จะสั่งให้นักท่องเที่ยววัยคะนองทั้ง 4 ราย ทำการยึดพื้นคนละ 20 ครั้ง เพื่อทำโทษ ซึ่งนักท่องเที่ยวพอใจ ทำให้กลุ่มเพื่อนๆ ส่งเสียงเชียร์กันลั่น   จากนั้น ทางปลัดอำเภอเกาะพะงัน ได้เรียกโชว์เฟอร์รถโดยสารมาว่ากล่าวตักเตือน ที่ให้นักท่องเที่ยวนั่งบนหลังคารถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่ามีรถสองแถว ให้บริการนักท่องเที่ยว นั่งบนหลังคารถจำนวน 3 คัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/e-P0qZbyk1w

 1,086
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ค. 62

เจ้าของแจงแล้ว ไม่รู้หมาผูกติดท้ายรถ คันอื่นบีบแตรเตือนนึกว่ายางรั่ว ยันไม่ตั้งใจทารุณ เสียใจหมาตายสลด

สุราษฎร์ธานี-จากกรณีมีผู้นำคลิปเหตุการณ์รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิวเอ็กซ์ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ใช้เชือกผู้กับคอสุนัขสีน้ำตาล แล้วผูกกับท้ายรถ ลากไปตามถนนสายทางหลวงชนบทใน ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างวิพากวิจารณ์ ถึงพฤติกรรมของเจ้าของรถที่ลากสุนัขตัวดังกล่าวไป ถึงแม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่าสุนัขตายมาก่อน หรือถูกลากไปจนตายก่อนพาไปดูบริเวณบ่อกุ้งของตนเองที่เลี้ยงหมาไว้   ด้านนายอุทัย ม่วยอารี อายุ 58 ปี เจ้าของสุนัขบอกว่า วันดังกล่าวเจ้าขนมจีน สุนัขที่เลี้ยงไว้ นอนอยู่ใต้รถ ร.ต.อ.สุพจน์ จึงนำโซ่ที่ติดคอคล้องกับล้ออะไหล่ใต้ท้องรถทันที เพราะกลัวว่าถ้าขนมจีนตื่นจะวิ่งไปใส่คนที่มาหา ซึ่งปกติรถจะจอดนานถึงเย็น แต่วันเกิดเหตุมีธุระก่อน จึงไม่ได้นำหมาออกตามเวลาให้อาหารในช่วง 17:00 น.   ทางด้าน ร.ต.อ.สุพจน์ บัวจันทร์ อายุ 59 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ เป็นเจ้าของรถ บอกว่า เวลาประมาณ 16.30 น. จึงขับรถคันดังกล่าวออกมาเพื่อที่จะไปรับน้องสาว ที่ อ.ละแม เพียงลำพัง โดยไม่ทราบว่านายอุทัย ล่ามสุนัขไว้กับรถ จากนั้นก็ขับรถมาตามถนนสาย บางปอ - สี่แยกบ้านใหญ่   ระหว่างทางมีรถยนต์ที่ขับตามหลังมาได้ขับเทียบพร้อมกับบีบแตร และชี้ไปที่บริเวณล้อหลัง ผู้แจ้งเข้าใจว่ายยางรถล้อรั่ว จึงหยุดรถข้างทางลงไปดู ก็พบว่าสุนัขตัวดังกล่าว ผูกล่ามโซ่ติดอยู่กับท้ายรถแต่ตายแล้ว ผู้แจ้งจึงแก้โซ่ออกแล้วเอาสุนัขไปวางไว้ที่ริมถนนข้างต้นปาล์ม   เนื่องจากไม่อาจบรรทุกพาไปได้ จากนั้นก็ขับรถไปรับน้องสาวมาไว้ที่บ้านพัก แล้วก็ขับกลับมายังขนำที่นากุ้งดังกล่าว พร้อมกับนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกนายอุทัยทราบ และชวนกันไปเอาซากสุนัขกลับเพื่อจะนำไปฝัง และมาทราบภายหลังว่า มีการแชร์คลิปลากซากสุนัข จึงเกรงว่าสังคมจะเข้าใจผิดว่าทารุณสัตว์ เพราะสุนัขตัวดังกล่าวตนเองก็รักและดูแลเป็นอย่างดี และรู้สึกเสียใจมากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ทางด้านลูกสาวนายอุทัย ซึ่งเจ้าของสุนัขตัวดังกล่าวบอกว่า สุนัขตัวนี้ชื่อ ขนมจีน อายุ 4 ปี เป็น 1 ใน 4 ตัว ที่เลี้ยงไว้เพื่อดูแลบ่อกุ้ง เลี้ยงมาตั้งแต่แรกเกิด สนิทกับลุงมากเพราะลุงชอบให้อาหาร แต่กับคนนอกจะดุร้าย และชอบนอนใต้รถของลุง วันนี้ก็รู้สึกเสียใจที่ต้องขาดสุนัขที่ตัวเองรักไปอีกตัวหนึ่ง หลังจากแม่ของขนมจีนได้ตายไปก่อนหน้าเพราะถูกงูกัด สำหรับขนมจีน ได้นำกลับมาฝังที่บ้านแล้ว ใกล้ๆ กับแม่ของขนมจีน ส่วนเรื่องคดีเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งมองถึงเจตตาของผู้ที่ก่อเหตุอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8VfuZlsvQO4

 4,115
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

โผล่อีก! ส่งพัสดุยาบ้าหมื่นเม็ด ให้บ้านปิดตายกว่า 10 ปี แถมส่งถึงชื่อคนตายไปแล้ว

สุราษฎร์ธานี-พบกล่องพัสดุสีน้ำตาลที่บ้านในพื้นที่ หมู่ 3 ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมระบุชื่อผู้รับ นายเฉลิม นิลาวรรณ ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตไป 5 ปีแล้ว ที่บ้านที่ปิดล็อกไม่มีใครอยู่ เนื่องจากครอบครัวได้ย้ายลงมาซื้อบ้านใหม่และเปิดกิจการที่จังหวัดชลบุรีนานกว่า 10 ปี แล้ว   แต่ญาติที่บ้านเกิดแจ้งว่า พบพัสดุดังกล่าวมาส่งพัสดุที่บ้านแต่ไม่มีใครอยู่และล็อกไว้ รถส่งพัสดุจึงได้วิ่งเข้าไปถามบริเวณศาลาที่ชาวบ้านในชุมชนท่าชนะกำลังประชุมกันอยู่ โดยผู้ส่งได้ถามหาชื่อนายเฉลิม ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วกว่า 5 ปี ทางญาติและผู้ใหญ่บ้านได้มาร่วมกันเปิดดู จึงพบว่าภายในเป็นห่อคล้ายลักษณะยาเสพติด ทางผู้ใหญ่จึงได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และเปิดดูภายในห่อสีเหลืองจึงทราบว่าเป็นยาบ้าจำนวนนับหมื่นเม็ด ส่งมาในชื่อผู้เสียชีวิตไปนานแล้ว   ด้านลูกชายผู้ตายเมื่อทราบเรื่อง จึงรีบไปลงบันทึกประจำวันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และอยากวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยเร่งรัดติดตามตัวผู้ส่งและผู้รับให้ได้โดยเร็วด้วย เนื่องจากทำให้ครอบครัวเสียหายมากและไม่เคยที่จะคิดเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่กับมาถูกกลุ่มยาเสพติดอาศัยส่งกันมาแบบนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MEfMyBJPDxc  

 35,264
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

สลด ผูกหมากับท้ายรถลากไปตามถนน จยย.ขับผ่านมาไม่เห็น ขี่ชนซ้ำรถล้มเจ็บ

สุราษฎร์ธานี-มีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอ เหตุการณ์รถยนต์ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ใช้เชือกผูกคอสุนัขสีน้ำตาลแล้วมัดกับท้ายรถลากไปตามถนนสายทางหลวงชนบทที่ สฎ 2007 ช่วงหมู่ที่ 6 บ้านบางปอ ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง เมื่อคลิปเผยแพร่ไป ทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์ กันไปต่างๆนานา ถึงพฤติกรรมของเจ้าของรถที่ลากสุนัขตัวดังกล่าวไป ถึงแม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่าสุนัขตายมาก่อนหรือถูกลากไปจนตาย   ทั้งนี้มีบางคนบอกว่าเห็นตอนจอดรถเป็นชายมีอายุ ร่างท่วมเป็นคนขับ โดยผู้โพสต์ยังคนบอกว่าเรียกให้จอดก็ไม่จอด ซึ่งต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า วิไลรัตน์ นาคประดิษฐ์ ได้เข้ามาคอมเม้นต์ เพราะมีภาพประกอบ ว่าหลังจากรถคันนั้นปล่อยหมาลง ก็มีเหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อญาติของตนได้ชนหมาตัวดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ ต้องเข้าทำแผลที่โรงพยาบาลท่าฉาง   ด้านนายไชยนาท ทองมาก อายุ 67 ปี ผู้ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์ชนซากหมาตัวดังกล่าว จนได้รับบาดเจ็บ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งอยู่กับเพื่อนที่บางปอ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร เห็นรถมิวเซเว่นสีดำลากซากหมาผ่านไป แต่ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นไม่นานจึงได้ขับรถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับไปยังบ้าน และก่อนจะถึงบ้านประมาณ 200 เมตร ไม่สังเกตเห็นซากหมาอยู่บนถนน จึงได้ขับรถชนจนเป็นเหตุให้รถล้มได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   ด้าน พ.ต.ท.ประภาส ทองสมุทร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ได้เห็นคลิปทั้ง 2 คลิปแล้ว ซึ่งหลังจากดูคลิปได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ท่าเคย ให้ช่วยตรวจสอบ ทราบว่าได้พบซากสุนัขตัวดังกล่าวถูกลากไปทิ้งไว้ที่หัวสะพาน ซึ่งไม่ห่างจากจุดที่มีผู้ถ่ายคลิปเอาไว้มากนัก ทั้งนี้จะได้ตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าวว่าเป็นของผู้ใด เพื่อที่จะได้เชิญตัวมาสอบถามถึงสาเหตุของการกระทำดังกล่าว ว่าเป็นเพราะสาเหตุใดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/niKs8n5N-G4

 2,791
ข่าวภูมิภาค
29 มิ.ย. 62

มอบตัวแล้วแก๊งค้ายาขับรถพุ่งชน ตร.ขณะล่อซื้อยา เสียชีวิต

สุราษฎร์ธานี - จากกรณีที่ชุด ปปส ภ.จว. สุราษฎร์ธานีจำนวน 7 นายเข้าล่อซื้อยาเสพติดจากคนร้าย แล้วถูกคนร้ายขับชื่อนายสุรเชษฐ์ หวานเหลือ อายุ 24 ปี ขับรถยนต์เก๋งพุ่งชน ด.ต ปุญกฤษ บัวแก้ว อายุ 46 ปี เสียชีวิต จากนั้นจึงได้ขับรถหลบหนี ทิ้งเพื่อนอีกคนที่เป็นคนส่งยาและวิ่งหนีเข้าไปในสวนปาล์ม เจ้าหน้าที่กระจายกำลังค้นหาแต่ยังไม่พบ   คืบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุได้พบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวพลัดตกอยู่ข้างทาง ลึกลงไปประมาณ 5 เมตร และอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุพุ่งชนตำรวจเสียชีวิต ประมาณ 3 กิโลเมตร โดยรถมีร่องรอยรถลื่นไถลลงข้างทางจนรถได้รับความเสียหาย แต่ไม่พบคนขับ   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าหลังจากก่อเหตุขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วจึงได้ขับรถหลบหนี แต่ด้วยความไม่ชำนาญเส้นทางและเป็นที่มืดทำให้รถเสียรักพัดตกลงข้างทางจากนั้นจึงได้หลบหนีไป ในส่วนของคนร้ายที่หลบหนีเข้าไปในสวนปาล์มชาวบ้านแจ้งว่าเมื่อคืนเกิดเหตุได้ยินเสียงหมาเห่าไปตามทางเข้าไปในป่าลึก   ด้านพลตำรวจตรีอภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การจับกุมแก๊งค์คนร้ายค้ายารายนี้ เป็นการขยายผลมาจากการจัดกลุ่มก่อนหน้านี้ ซึ่งได้ทั้งยาเสพติดและอาวุธปืน ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นขณะนี้พบรถคันร้ายประสบเหตุลงข้างทาง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตรและกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะออกหมายจับบุคคลทั้งสอง   จากนั้นตำรวจตรีอภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี  พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจณ์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบอร์นเงิน ของนายสุรเชษฐ์ หวานเหลือ อายุ 24 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุ   ต่อมานายสุรเชษฐ์ คนร้าย ได้ติดต่อขอมอบตัวที่ สภ.พระแสง เบื้องต้น นายสุรเชษฐ์ ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถพุ่งชนตำรวจ เพื่อเปิดทางหลบหนี โดยหลังก่อเหตุ ขณะหลบหนี รถเกิดเสียหลักตกข้างทาง จึงได้เดินเท้าเพื่อหลบหนี จนกระทั่งเจอชาวบ้านในพื้นที่ จึงได้ขอใช้โทรศัพท์ติดต่อญาติ และทราบว่ามีการติดตามไล่ล่าจับกุมตัว จึงได้ให้ญาติพาเข้ามอบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการลงบันทึกก่อนนำตัวไปสอบสวน ที่ สภ.บ้านตาขุน    ขณะเดียวกัน นายเจริญ หมื่นอินทร์โต อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.อิปิน ได้ประสาน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ขอนำตัวนายวันชัย ชัยณรงค์ อายุ 28 ปี หลานชาย ผู้ซึ่งหลบหนีการจับกุมเข้าป่ามาขอเข้ามอบตัว หลังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ โดยนายวันชัย บอกว่าได้เดินเท้าในป่าไกลกว่า 10 กม. จนไปถึงวัดพะแสง ในตอนเช้าจึงได้ขอข้าววัดกิน จากนั้นได้ยืมโทรศัพย์ชาวบ้านโทรหาญาติติดต่อเข้ามอบตัวดังกล่าว   ต่อมาบ่ายวันเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันสอบสวนปากคำนายสุรเชษฐ์ และนายวันชัย ชัยณรงค์ ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุ ฆ่าเจ้าพนักงานขณะกำลังปฎิบัติหน้าที่ และอื่นๆ อีกหลายข้อหา ซึ่งจากการสอบสวนปากคำในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดย รอง ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด และให้หาที่มาที่ไปของอาวุธ ที่ตรวจปืนที่ยึดได้ด้วย    อีกทั้งพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้เป็นตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบเงินกองทุนสวัสดิการตำรวจ ที่เสียชีวิตจากการถูกทำร้าย จำนวน 375,000 บาท กับญาติของ ด.ต.ปุณกฤษ โดยหลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการมอบเงินส่วนที่เหลือ รวมทั้งสิ้น 2,566,240 บาท รวมถึงปูนบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษ จำนวน 5 ขั้น และเลื่อนเป็น ยศ พ.ต.ต. รวมถึงรับทายาทเข้ารับราชการ 1 คน   ล่าสุด ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ในข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ ,ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ,ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ,มีอาวุธปืน (m3) ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืน (m3) ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไปในเมืองที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น รวม 5 ข้อหา และควบคุมตัวผู้ต้องหาสอบสวนปากคำต่อไป   ส่วนศพของ ด.ต.ปุณกฤษ บัวแก้ว ญาติ ได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่บ้านพัก หมู่1 ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช โดย พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 จะไปเป็นประธานรดน้ำศพ และสวดอภิธรรมด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/89krA25m5G0

 674
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 62

ตำรวจ ปส. ล่อชื้อยา ถูกคนร้ายขับรถพุ่งชนดับ 1 นาย

สุราษฎร์ธานี-ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าทำการล่อชื้อจับกุมแก๊งค้ายา ถูกคนร้ายต่อสู้ขัดขวางขับรถพุ่งชนจนเสียชีวิติ ที่เกิดเหตุเป็นถนนภายในหมู่บ้านทางขึ้นเขา ต.เต่า อ.บ้านตาขุน มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลคือ ด.ต.ปุญกฤษ บัวแก้ว อายุ 46 ปี ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด(ปส.) สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดดังกล่าวจำนวน 7 คน ได้เข้าล่อซื้อยาเสพติดจากคนร้าย หนึ่งในนั้นคือนายสุรเชษฐ์ หวานเหลือ อายุ 24 ปี โดยนัดรับของบนถนนภายในหมู่บ้านทางขึ้นเขา ต.เต่า บ้านปากทรง หมู่ 6 ต.พะแสง อ.บ้านตาขุน   เมื่อถึงเวลาคนร้ายซึ่งใช้รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน เป็นพาหนะมากัน 2 คน นายสุรเชษฐ์ เป็นคนขับ ส่วนอีกคนได้ลงจากรถเพื่อนำยาเสพติดมาส่งให้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวะแสดงตัวจับกุม คนร้ายเกิดไหวตัวจึงวิ่งหนีเข้าสวนปาล์ม นายสุรเชษฐ์ ได้ถอยรถหนี   เจ้าหน้าที่อีกชุดที่ซุ่มอยู่ด้านหลัง จึงเข้าขวางนายสุรเชษฐ์ จึงกลับหัวรถพร้อมกับพุ่งเข้าชนถูก ด.ต.ปุญกฤษ จนล้มฟุบลง แล้วยังพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ๆเข้าไปขวางแล้วขับรถหนี จึงมีการยิงสกัดไปหลายนัดแต่ไม่เป็นผลนายสุรเชษฐ์หลบหนีไปได้ทิ้งเพื่อนร่วมงานไว้ในสวนปาล์ม   ต่อมาได้มีการนำร่าง ด.ต.ปุญกฤษ ส่ง รพ.พนมจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึด โทรศัพท์มือถือคนร้ายได้หนึ่งเครื่อง เศษซากรถเก๋งคนร้ายบางส่วน จึงได้ยึดไว้เป็นหลังฐาน พร้อมส่งกำลังเข้าปูพรหมหาตัวคนร้ายที่หลบหนีในสวนปาล์ม แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมาสภาพรกชักและมืดมิดได้แต่ตรึงกำลังอยู่ในที่เกิดเหตุ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oNIs_5NyUGA

 1,545
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

จับ 2 ผู้ต้องหาฆ่าฝังดินในป่าลึก อ้างฆ่าเพราะโมโหถูกด่าแม่

สุราษฎร์ธานี-จากคดีพบศพชายถูกฆ่าฝังดินในป่าลึก ตำรวจจับกุมนายพิเชษฐ์ หรือโอ๋ สังข์ศิลปชัย และ นายสุรพงศ์ หรือจิ้งจก สุขแก้ว ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซ่อนเร้นศพ หรือปิดบังเหตุแห่งการตาย   โดยทั้งคู่เป็น 2 ใน 4 คนที่ได้เชิญตัวมาสอบสวนหลังจากลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานและกดดันอย่างหนัก เบื้องต้นนายพิเชษฐ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งผู้ตายและผู้ต้องหา ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกันหาในสวนของนายมานิตย์ ชูศร โดยผู้ตายได้ด่าแม่ ตนจึงได้เตะผู้ตายตกจากเปล และนายมานิตย์ เจ้าของสวนได้เข้าห้ามปราม จนเลิกรากันไปแล้ว   แต่ระหว่างผู้ตายเดินกลับบ้าน ในเวลาประมาณ 19:00 น. จึงไปดักรอ และยิงด้วยปืนลูกซอง จำนวน 1 นัดและ 9 มม.จำนวน 3 นัด ก่อนที่นายสุรพงศ์จะมาพบและช่วยนำศพไปฝัง   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การและเชื่อว่า ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ และยังคงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบปากคำเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMQzOFY-1CI

 1,356
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

หนุ่ม 21 มอบตัว รับเป็นเจ้าของกระสุนปริศนา เจาะหัวชายพิการเสียชีวิต อ้างจะยิงกระรอก

สุราษฎร์ธานี-จากกรณีภาพวงจรปิดจับภาพขณะที่นายศรชัย สุขุมทอง อายุ 55 ปี ซึ่งพิการแขนขวาขาดตั้งแต่หัวไหล่ ขณะปั่นจักรยานคู่ใจกลับจากตัดหญ้าให้วัว บนถนนสายคีรีรัฐนิคม-บ้านน้ำหัก หมู่ที่ 5 ต.บ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี   ก่อนที่จะถูกกระสุนปริศนา ขนาด .22 มม.เจาะเข้าที่ขมับขวาไปติดอยู่ที่ท้ายทอย ล้มลงไปกับถนนก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากป้อมตำรวจไม่ถึง50 เมตรโดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา   ล่าวุด นายวชิรศักดิ์ พืชผล อายุ 21 ปี ลูกชายอดีต ส.จ. ผู้ต้องหาตามหมายจับจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนขนาด .22 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ   โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยในวันเกิดเหตุได้ใช้ปืนขนาด .22 ออกมายิงกระรอกในสวนเงาะซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 61 เมตร และไม่ทราบว่ากระสุนพลาดไปถูกศีรษะของผู้ตาย และยังได้วิ่งเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้น จากนั้นได้เดินทางเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีกับเพื่อนที่นัดกันไว้ และมาทราบจากข่าวในภายหลังว่ากระสุนดังกล่าวเป็นปืนที่ตัวเองยิง จึงได้ติดต่อให้บิดาพาเข้ามอบตัวดังกล่าว   ทั้งนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะตัวเองไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่อย่างใดแต่เกิดจากการประมาทของตัวเองที่รู้เท่าไม่ถึงการ และอยากจะขอโทษกับครองครัวของผู้เสียชีวิต จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.คีรีรัฐนิคม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yCIRf_fl3Qg

 2,184
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

คลิปนาทีมรณะ ชายพิการปั่นจักรยาน ถูกกระสุนปริศนา เจาะกะโหลกดับกลางถนน

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุนายศรชัย สุขุมทอง อายุ 55 ปี ชาวบ้านต.บ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม ซึ่งพิการแขนขวาขาดตั้งแต่หัวไหล่ ถูกกระสุนปริศนาลั่นใส่หัวเสียชีวิต ขณะปั่นจักรยานกลับจากตัดหญ้าให้วัว บนถนนสายคีรีรัฐนิคม-บ้านน้ำหักตำบลบ้านยาง อำเภอคีรีรัฐนิคม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุเป็นถนนสายคีรีรัฐห่างจากป้อมตำรวจบ้านยาง ไม่ถึง 50 เมตร ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้   ด้านพ.ต.ท.วิโรจน์ ยิ่งดำนุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.คีรีรัฐนิคม เผยว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นทางผู้กำกับได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งพื้นที่จุดเกิดเหตุเป็นสวนปาล์มมักจะมีไก่ป่าลงมาหากินเป็นจำนวนมาก คาดว่าลูกกระสุนที่ยิงผู้ตายนั้นน่าจะเป็นพวกล่าไก่ป่า จึงตรวจยึดอาวุธปืนจำนวน3กระบอก มาเปรียบเทียบกับหัวกระสุนที่ผ่าจากศพผู้ตายว่ามาจาก 3 กระบอกหรือไม่ หากตรงกับกระบอกใดทางตำรวจจะได้นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป   ด้านภรรยาของผู้ตาย ซึ่งพิการแขนขวาเช่นกัน กล่าวว่า ผู้ตายได้ไปตัดหญ้าให้วัวที่เลี้ยงไว้ปกติแบบทุกวัน ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับครอบครัวขอฝากให้ตำรวจตามคนกระทำผิดมาดำเนินคดีมาโดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bxJxWSJoVOY

 7,760
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

คุมตัวหนุ่ม 27 ทำแผนฆ่าชิงทรัพย์สร้อยทอง-เผาอำพรางศพสาวสุราษฎร์ฯวัย 18

สุราษฎร์ธานี-จากคดีนายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ฆ่าแล้วเผาอำพรางศพสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหายังให้การยืนยัน เพียงแค่ประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลืออยู่ 2,000 บาท   พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อย่างไรก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่   เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากและญาติผู้ตายมายืนรอดู ตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ การทำแผนจุดเกิดเหตุเริ่มจากนายพีระพล ยืนดักรอ น.ส.จรินยา ขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งหลานชายได้เรียกให้จอดรถหยุดพูดคุย และลงมือชิงทรัพย์ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ให้ล้มลงไปข้างทางทั้งคนทั้งรถ   ซึ่งชาวบ้านที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจ ที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันจนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ซึ่งตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันที จนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้อยคอทองคำ กับแหวนทองและการเผาทำลายศพ   ต่อมาญาติผู้ตายได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกาญจนดิษฐ์ เพื่อรับฟังรายละเอียดของคดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน การเผาอำพรางศพต้องใช้น้ำมัน จำนวนมากและใช้เวลานาน จึงจะยังไม่ไปรับศพกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจอีกระยะหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Msi-zkXkhw

 2,781

Top