ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุราษฎร์ธานี"

ข่าวภูมิภาค
23 ม.ค. 63

หมดอนาคต! รวบผู้ช่วยพยาบาลสาว เสพยาไอซ์ขณะทำงาน-ขายให้ลูกค้า

สุราษฎร์ธานี-ตำรวจ สภ.เกาะสมุย จับกุม น.ส.ศุภลักษณ์ หรือเกตุ ช่ายพิราบ อายุ 24 ปี ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วย นายสุริยา หรือเนส ทองจันทร์ อายุ 27 ปี   ตรวจค้นพบยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 0.75 กรัม เหน็บอยู่ที่ขอบกางเกงของนายสุริยา คนขับ จากการสอบปากคำนายสุริยา ให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์ ที่พบเป็นของตนจริง โดยก่อนเกิดเหตุ ตนได้ติดต่อ น.ส.ศุภลักษณ์ ผู้ช่วยพยาบาล ให้พาตนไปซื้อยาไอซ์ เนื่องจากที่ผ่านมาตนซื้อยาไอซ์ ผ่าน น.ส.ศุภลักษณ์ทุกครั้ง แต่ในครั้งนี้ยาหมดจึงได้พาตนไปซื้อยาไอซ์จากนายนัด ไม่ทราบนามสกุล ที่หน้าวัดสมุทธาราม ภายหลังได้ซื้อยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง ในราคา 500 บาท จึงได้นำ น.ส.ศุภลักษณ์ มาส่งที่โรงพยาบาล   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ควบคุมตัว น.ส.ศุภลักษณ์ ไปค้นในล็อกเกอร์ภายในโรงพยาบาล แต่ไม่พบยาเสพติด แต่พบอุปกรณ์ในการเสพซุกซ่อนอยู่ จึงได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำ น.ส.ศุภลักษณ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเสพยาเสพติดจริง โดยได้ทำการเสพ ใช้วิธีสูดดมควัน ที่ผ่านมาได้ไปซื้อยาไอซ์จากนายนัด นำมาเสพภายในโรงพยาบาลส่วนที่เหลือ แอบจำหน่ายให้กับลูกค้า และเพื่อนในโรงพยาบาล และจากการตรวจปัสสาวะของ น.ส.ศุภลักษณ์ พบว่าปัสสาวะเป็นผลบวก มีสารออกฤทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์   ซึ่งตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายสุริยา ในข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งยาไอซ์ ไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเเจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ศุภลักษณ์ ผู้ช่วยพยาบาล ในข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์ โดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย ดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ydXX8gJ3gZs

 36,802
สังคม
23 ม.ค. 63

หมดอนาคต! รวบผู้ช่วยพยาบาลสาว เสพยาไอซ์ขณะทำงาน-ขายให้ลูกค้า

สุราษฎร์ธานี-ตำรวจ สภ.เกาะสมุย จับกุม น.ส.ศุภลักษณ์ หรือเกตุ ช่ายพิราบ อายุ 24 ปี ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วย นายสุริยา หรือเนส ทองจันทร์ อายุ 27 ปี   ตรวจค้นพบยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 0.75 กรัม เหน็บอยู่ที่ขอบกางเกงของนายสุริยา คนขับ จากการสอบปากคำนายสุริยา ให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์ ที่พบเป็นของตนจริง โดยก่อนเกิดเหตุ ตนได้ติดต่อ น.ส.ศุภลักษณ์ ผู้ช่วยพยาบาล ให้พาตนไปซื้อยาไอซ์ เนื่องจากที่ผ่านมาตนซื้อยาไอซ์ ผ่าน น.ส.ศุภลักษณ์ทุกครั้ง แต่ในครั้งนี้ยาหมดจึงได้พาตนไปซื้อยาไอซ์จากนายนัด ไม่ทราบนามสกุล ที่หน้าวัดสมุทธาราม ภายหลังได้ซื้อยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง ในราคา 500 บาท จึงได้นำ น.ส.ศุภลักษณ์ มาส่งที่โรงพยาบาล   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ควบคุมตัว น.ส.ศุภลักษณ์ ไปค้นในล็อกเกอร์ภายในโรงพยาบาล แต่ไม่พบยาเสพติด แต่พบอุปกรณ์ในการเสพซุกซ่อนอยู่ จึงได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำ น.ส.ศุภลักษณ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเสพยาเสพติดจริง โดยได้ทำการเสพ ใช้วิธีสูดดมควัน ที่ผ่านมาได้ไปซื้อยาไอซ์จากนายนัด นำมาเสพภายในโรงพยาบาลส่วนที่เหลือ แอบจำหน่ายให้กับลูกค้า และเพื่อนในโรงพยาบาล และจากการตรวจปัสสาวะของ น.ส.ศุภลักษณ์ พบว่าปัสสาวะเป็นผลบวก มีสารออกฤทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์   ซึ่งตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายสุริยา ในข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งยาไอซ์ ไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเเจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ศุภลักษณ์ ผู้ช่วยพยาบาล ในข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์ โดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย ดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ydXX8gJ3gZs

 36,802
สังคม
22 ม.ค. 63

ทุกข์ซ้ำ! ลูกชายเสียชีวิตไม่พอ ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นอาจารย์หลอกโอนเงินค่าทำศพลูก

จากกรณีการหายตัวไปของนศ.รายหนึ่ง ในจ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้ และทิ้งทรัพย์สินเอาไว้ที่พอหัก จากนั้น ไปเจอมอเตอร์ไซค์ของเขาจอดอยู่ แต่ว่าตัวของเขานั้นได้กระโดดลงไปในแม่น้ำ ล่าสุด ทางครอบครัวพบศพน้องแล้ว แต่ว่ากลับทุกข์ซ้ำ ทางคุณพ่อของเขากลับถูกมิจฉาชีพหลอกให้จ่ายเงินค่าดำเนินการเพื่อขอเงินประกันของลูกชาย จำนวน 4,500 บาท   ที่วัดถ้ำวารีริน หมู่ 2 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นายธวัช บุญนวล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และคณะนักศึกษาไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตจากเหตุกระโดดคลองสะพานบางยี่โร อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา   โดยนายถาวร จันทร์คง อายุ 54 ปี พ่อน้องอลิส และเป็นรองนายก อบต.คีรีวง ได้ต้อนรับพร้อมนำเอกสารหลักฐานของบุตรชายมามอบให้ ซึ่งนายธวัชกับคณะถึงกับงง เพราะไม่เคยติดต่อขอเอกสารดังกล่าว ทำให้นายถาวรตกใจว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนไปแล้ว    นายถาวร เล่าว่า เมื่อเที่ยงวันที่ 20 มกราคม ได้มีคนโทรศัพท์อ้างว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาลูกชายแจ้งว่า ลูกชายได้ทำประกันชีวิตไว้กับมหาวิทยาลัยปีละ 1,500 บาท เมื่อเสียชีวิตจะได้เงินชดเชย 200,000 บาทโดยให้พ่อเตรียมเอกสารไว้จะเดินทางมารับในวันที่ 21 มกราคม แต่จะต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการก่อน 4,500 บาท ตนจึงโอนเงินไปยังบัญชีนายอธิบดี ชุ่มเย็นดี ทันทีโดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก    นายถาวรกล่าวว่า ช่วงเที่ยงวันนี้ได้โทรหาเบอร์ผู้ที่อ้างเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้งแต่โทรไม่ติด ซึ่งไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเย็นอาจารย์จะมางานศพแล้ว แต่เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาถามว่าเอกสารอะไรจึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว ซึ่งรู้สึกเสียใจ และไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้ามาหากินกับคนที่กำลังเสียใจในการสูญเสียลูกชายคนที่รักไป โดยจะไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/PwGPjTdaB14

 2,865
ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 63

กลุ่มเด็กวัยรุ่นสุราษฎร์ฯ 7 คน ชวนกันเล่นน้ำ พลัดจมน้ำสูญหาย 2 ราย พบร่างแล้ว 1

สุราษฎร์ธานี-กลุ่มเด็กวัยรุ่นนักเรียนชั้น ม.4 ทั้งหมด 7 คน ลงเล่นน้ำในคลองพุมดวง หน้าวัดบางสาว หมู่ที่ 2 ต.เขาวง อ.บ้านตาขุน เกิดจมน้ำสูญหายไป 2 คนทราบชื่อนายก้องเกียรติ พุทธธรรมรงค์ (ก้อง) อายุ16 ปี กับนายณัฐสิทธิ์ จันทฤทธิ์ (แทน) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนตาขุนวิทยา อ.บ้านตาขุน   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชุดประดาน้ำจากเขื่อนรัชชประภา และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและโรงพยาบาลบ้านตาขุน นำเรือค้นหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยพบเสื้อผ้าและรองเท้าของกลุ่มดังกล่าวถอดไว้ริมฝั่ง   จากการสอบถามกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนนักเรียนชั้น ม.4 ทั้งหมด 7 คน ได้ชวนกันมาเล่นน้ำที่หน้าวัดที่เกิดเหตุ โดยจุดที่ลงไปมีระดับน้ำตื้นสามารถเดินทางลงไปถึงกลางคลองได้ จู่ๆได้มีกระแสน้ำไหลลงมาแรง จากการปล่อยน้ำของเขื่อนรัชชประภา โดยน้ำยังมีสีใส ซึ่งกลุ่มเพื่อน 5 คนได้ขึ้นริมตลิ่งก่อน ส่วนทั้ง 2 คนยังลังเลจนน้ำไหลแรงขึ้น ซึ่ง 1 คนว่ายน้ำไม่เป็นส่วนอีกคนว่ายน้ำไม่แข็ง และพยายามเดินกลับจนจมน้ำซึ่งได้ตกใจเกาะคอกันดิ้นขึ้นพ้นผิวน้ำ แล้วหายไป จึงได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือ   จากการค้นหานาน 6 ชม. ล่าสุดนักประดาน้ำสามารถค้นหา ร่างผู้เสียชีวิตได้ขึ้นมาหนึ่งรายคือ ณัฐสิตธิ์ จันทฤทธิ์ ส่วนนายก้องเกียรติ ผู้สูญหายอีกหนึ่งรายยังไม่พบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8Rizkvb8Ej0

 1,331
อาชญากรรม
20 ม.ค. 63

กลุ่มเด็กวัยรุ่นสุราษฎร์ฯ 7 คน ชวนกันเล่นน้ำ พลัดจมน้ำสูญหาย 2 ราย พบร่างแล้ว 1

สุราษฎร์ธานี-กลุ่มเด็กวัยรุ่นนักเรียนชั้น ม.4 ทั้งหมด 7 คน ลงเล่นน้ำในคลองพุมดวง หน้าวัดบางสาว หมู่ที่ 2 ต.เขาวง อ.บ้านตาขุน เกิดจมน้ำสูญหายไป 2 คนทราบชื่อนายก้องเกียรติ พุทธธรรมรงค์ (ก้อง) อายุ16 ปี กับนายณัฐสิทธิ์ จันทฤทธิ์ (แทน) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนตาขุนวิทยา อ.บ้านตาขุน   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชุดประดาน้ำจากเขื่อนรัชชประภา และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและโรงพยาบาลบ้านตาขุน นำเรือค้นหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยพบเสื้อผ้าและรองเท้าของกลุ่มดังกล่าวถอดไว้ริมฝั่ง   จากการสอบถามกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนนักเรียนชั้น ม.4 ทั้งหมด 7 คน ได้ชวนกันมาเล่นน้ำที่หน้าวัดที่เกิดเหตุ โดยจุดที่ลงไปมีระดับน้ำตื้นสามารถเดินทางลงไปถึงกลางคลองได้ จู่ๆได้มีกระแสน้ำไหลลงมาแรง จากการปล่อยน้ำของเขื่อนรัชชประภา โดยน้ำยังมีสีใส ซึ่งกลุ่มเพื่อน 5 คนได้ขึ้นริมตลิ่งก่อน ส่วนทั้ง 2 คนยังลังเลจนน้ำไหลแรงขึ้น ซึ่ง 1 คนว่ายน้ำไม่เป็นส่วนอีกคนว่ายน้ำไม่แข็ง และพยายามเดินกลับจนจมน้ำซึ่งได้ตกใจเกาะคอกันดิ้นขึ้นพ้นผิวน้ำ แล้วหายไป จึงได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือ   จากการค้นหานาน 6 ชม. ล่าสุดนักประดาน้ำสามารถค้นหา ร่างผู้เสียชีวิตได้ขึ้นมาหนึ่งรายคือ ณัฐสิตธิ์ จันทฤทธิ์ ส่วนนายก้องเกียรติ ผู้สูญหายอีกหนึ่งรายยังไม่พบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8Rizkvb8Ej0

 1,331
อาชญากรรม
20 ม.ค. 63

กลุ่มนร.เล่นน้ำคลอง เขื่อนปล่อยน้ำคลื่นซัดร่างเด็กจมหาย พบแล้ว 1 ศพ

เกิดเหตุกลุ่มเด็กวัยรุ่นลงเล่นน้ำในคลองพุมดวง หน้าวัดบางสาว หมู่ที่ 2 ต.เขาวง อ.บ้านตาขุน จมน้ำสูญหายไป 2 คนทราบชื่อนายก้องเกียรติ พุทธธรรมรงค์ (ก้อง) อายุ 16 ปีกับนายณัฐสิทธิ์ จันทฤทธิ์ (แทน) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนตาขุนวิทยา อ.บ้านตาขุน หลังได้รับรายงานเหตุ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งระดมกำลัง กู้ภัยและชุดประดาน้ำจากเขื่อนรัชชประภา ร่วมกับ สภ.บ้านตาขุน ตชด.416 เทศบาลตำบลเขาวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและโรงพยาบาลบ้านตาขุน นำเรือค้นหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยพบเสื้อผ้าและรองเท้าของกลุ่มดังกล่าวถอดไว้ริมฝั่ง    จากการสอบถามกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนนักเรียนชั้น ม.4 ทั้งหมด 7 คน ได้ชวนกันมาเล่นน้ำที่หน้าวัดที่เกิดเหตุ โดยจุดที่ลงไปมีระดับน้ำตื้นสามารถเดินทางลงไปถึงกลางคลองได้ จู่ๆได้มีกระแสน้ำไหลลงมาแรง จากการปล่อยน้ำของเขื่อนรัชชประภา โดยน้ำยังมีสีใส ซึ่งกลุ่มเพื่อน 5 คนได้ขึ้นริมตลิ่งก่อน ส่วนทั้ง 2 คนยังลังเลจนน้ำไหลแรงขึ้น ซึ่ง 1 คนว่ายน้ำไม่เป็นส่วนอีกคนว่ายน้ำไม่แข็ง และพยายามเดินกลับจนจมน้ำซึ่งได้ตกใจเกาะคอกันดิ้นขึ้นพ้นผิวน้ำ แล้วหายไป จึงได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือ    การค้นหากว่า 6 ชั่วโมงยังไม่พบ โดยศูนย์ ปภ.เขต 11 ได้นำรถไฟส่องสว่างมาสนับสนุนการค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายกล้าณรงค์ ยุติธรรม นายอำเภอบ้านตาขุน และนายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ปภ.จังหวัดร่วมอำนวยการค้นหา ซึ่งมีชาวบ้านมาเฝ้าดูจำนวนมาก    นายวิชวุทย์ จินโตผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สั่งการทุกหน่วยร่วมกัน ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเน้นความปลอดภัยของทีมค้นหาด้วย พร้อมสั่งการให้ทุกอำเภอสำรวจพื้นที่เสี่ยงทั้ง แม่น้ำ คลอง อ่างเก็บน้ำ สระน้ำ ให้ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนการลงเล่นน้ำ และติดตั้งอุปกรณ์ หยิบ ตะโกน โยน ยื่น อาทิ ถังน้ำมัน เชือก นกหวีด ฯลฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันเวลา     ล่าสุดนักประดาน้ำสามารถค้นหา ร่างถูกเสียชีวิตได้ขึ้นมาหนึ่งรายคือ ณัฐสิตธิ์ จันทฤทธิ์ อายุ 17 ปี ส่วนนายก้องเกียรติ ผู้สูญหายอีกหนึ่งรายยังไม่พบ

 491
ข่าวภูมิภาค
19 ม.ค. 63

ลูกหายปริศนา นศ.ราชภัฏฯ ขี่จยย.หายจากหอพัก แม่บ้านเจอจดหมายลาตาย จนท.ค้นหา พบคนขับกระโดดลงแม่น้ำ

มีผู้ใช้ Facebook ชื่อ Anusara Chuaiduang Jankong ได้โพสต์ข้อความว่า ประกาศตามหาคนหาย นายชฎาธร จันทร์คง (อลิส) หายออกจากหอพักปัญญรัตน์เวลา 08.56 น. สูงประมาณ 175 ซม. หายออกจากหอพัก ซอยน่าชม ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมรถจักรยานยนต์ สกู๊ปปี สีแดงขาว ป้ายทะเบียนรถ 1กฌ 8485 กระบี่ โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ขณะขี่จยย. ออกจากหอพัก โดยแม่บ้านไขห้อง เจอจดหมาย 1 ฉบับ สร้อยคอ 2 สลึง 1 เส้น สร้อยข้อมือ 2 สลึง 1 เส้นวางบนที่นอน   ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังหอพักปัญญรัตน์ พบกับนายนายถาวร จันทร์คง 54 ปี ซึ่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ และได้เดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาวอีก 2 คนเพื่อตามหานายชฎาธร ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังทราบเรื่องจากเพื่อนของนายชฎาธร และได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรขุนทะเลอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีไว้แล้ว พร้อมกับกล่าวว่าตนเองไม่ทราบถึงปัญหาของลูกเลยว่าลูกมีปัญหาอะไร เพราะอยู่คนละที่กัน ทราบจากเพื่อนของนายชฎาธรว่า มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเรียน จึงอยากจะฝากข่าวไปถึงลูกว่า หากลูกอยู่กับเพื่อนก็ขอให้กลับมาบ้านพ่อเป็นห่วงมากและไม่เคยโกรธลูกเลย และหากมีปัญหาเรื่องการเรียน หรือเรียนไม่ได้ก็ไม่ได้ถือโทษแต่อย่างใด   สำหรับนายชฎาธร เป็นสาวประเภท 2 เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต พอขึ้นชั้นปีที่ 2 ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และเริ่มเรียนชั้นปีที่ 1 ใหม่จนปัจจุบันอายุ 24 ปี ซึ่งทางบ้านทราบว่าได้จบการศึกษาแล้วและอยู่ในระหว่าฝึกงาน แต่จาการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจากเพื่อน ว่ายังเรียนไม่จบ และรู้สึกน้อยใจว่าทางบ้านให้ได้ทุกอย่างแต่ตนเองไม่สามารถทำตามที่ทางบ้านต้องการได้ อาจเป็นสาเหตุให้นายชฎาธร ก่อเหตุดังกล่าวได้                ล่าสุดเมื่อเวลา 23:00 น. ของวันที่ 18 ม.ค. นายถาวร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอหลังสวน พบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่หัวสะพานบางยี่โรทอำเภอหลังสวนและคนขับได้กระโดดลงในแม่น้ำซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำการค้นหาอยู่ โดยนายถาวรและครอบครัวกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/B424dnpuseE

 1,170
ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 63

รวบหนุ่มเมายา ขี่จยย.ใช้มีดไล่แทง นักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย เจ็บ 2 ราย

สุราษฎร์ธานี - หนุ่มไทยอายุ 33 ปี เกิดคลุ่มคลั่งอาละวาดขับรถจักรยานยนต์ ตระเวรก่อเหตุใช้มีดไล่เเทงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่อเนื่อง เจ็บ 2ราย ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้พร้อมอาวุธมีด รถจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุ และยึดพืชใบกระท่อม แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากผู้ต้องหาพูดจาไม่รู้เรื่อง ส่วนนักท่องเที่ยวรักษาตัวในห้องไอซียู   พ.ต.ท.เอกชัย สอนขำ สาวัตรสอบสวน สภ.บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งมีเหตุนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยของมีคมบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณ บนถนนหน้าวัดแหลมสุวรรณาราม บ้านปลายแหลม หมู่ 5 ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ แต่เมื่อไปถึง อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยวีอาร์วัดปลายแหลม ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนาชั่นแนลสมุย ไปแล้ว ทราบชื่อ นาย เลมเก เฮียส ( mr.lemke heinz ) อายุ 53 ปี สัญชาติเยอรมัน อาการสาหัส โดนแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่ชายโครงซ้ายทะลุปอด   ส่วนคนร้ายเป็นชายไทย หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์สีดำ หลังก่อเหตุได้ขับรถไปยังหาดเฉวง และเมื่อไปถึง วงเวียนพรุเฉวง หมู่ 2 ตำบลบ่อผุด ผู้ก่อเหตุได้ก่อเหตุต่อเนื่องอีกครั้ง โดยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงนักท่องเที่ยว ทราบชื่อนาย เชอร์​ลอฟ อีวาน ( mr. Shchelov Ivan ) อายุ 35 ปี สัญชาติ รัสเซีย ถูกแทงเข้าที่ข้างหลังด้านขวา 1 แผล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนชั่นแนลสมุย ได้รับตัวไปรักษาแล้ว   ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุ ทางตำรวจได้สกัดและติดตาม จนสามารถจับกุมเอาไว้ได้ ทราบชื่อนายหนึ่งนริศ ปานมาศ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนา อำเภอเกาะสมุย ขณะผู้ต้องหาขับรถจักรยานยนต์ หลบหนี ขึ้นไปทาง เขาหัวจุก หมู่ 2 ตำบลบ่อผุด พร้อมยึดอาวุธมีดปลายแหลมเปื้อนเลือก 1 ด้ามและรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุ และพบใบกระท่อมในกระเป๋า อีกจำนวนหนึ่ง    ทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบปากคำ ที่ สภ.บ่อผุด แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากผู้ต้องหา พูดจาไม่รู้เรื่อง พร้อมเอะอะโวยวาย จนเจ้าหน้าที่นำตัวไปขังไว้ในห้องขังเพื่อสงบสติอารมณ์   ล่าสุดอาการของนาย เลมเก เฮียส วัย 53 ปี ชาวเยอรมัน อาการสาหัส ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์    ส่วนนายเชอร์​ลอฟ อีวาน ชาวรัสเซีย บาดเจ็บเล็กไม่มาก แพทย์ทำแผลและอนุญาติให้กลับที่พักไปแล้ว   ล่าสุดทางตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหา แก่ผู้ต้องหา ในข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ เนื่องจากยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ต้องหาได้ เนื่องจากมีอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง และต้องรอสอบปากคำ นักท่องเที่ยว ที่ได้รับบาดเจ็บ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/UHMcO_ZJ20U

 9,740
สังคม
18 ม.ค. 63

รวบหนุ่มเมายา ขี่จยย.ใช้มีดไล่แทง นักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย เจ็บ 2 ราย

สุราษฎร์ธานี - หนุ่มไทยอายุ 33 ปี เกิดคลุ่มคลั่งอาละวาดขับรถจักรยานยนต์ ตระเวรก่อเหตุใช้มีดไล่เเทงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่อเนื่อง เจ็บ 2ราย ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้พร้อมอาวุธมีด รถจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุ และยึดพืชใบกระท่อม แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากผู้ต้องหาพูดจาไม่รู้เรื่อง ส่วนนักท่องเที่ยวรักษาตัวในห้องไอซียู   พ.ต.ท.เอกชัย สอนขำ สาวัตรสอบสวน สภ.บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งมีเหตุนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยของมีคมบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณ บนถนนหน้าวัดแหลมสุวรรณาราม บ้านปลายแหลม หมู่ 5 ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ แต่เมื่อไปถึง อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยวีอาร์วัดปลายแหลม ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนาชั่นแนลสมุย ไปแล้ว ทราบชื่อ นาย เลมเก เฮียส ( mr.lemke heinz ) อายุ 53 ปี สัญชาติเยอรมัน อาการสาหัส โดนแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่ชายโครงซ้ายทะลุปอด   ส่วนคนร้ายเป็นชายไทย หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์สีดำ หลังก่อเหตุได้ขับรถไปยังหาดเฉวง และเมื่อไปถึง วงเวียนพรุเฉวง หมู่ 2 ตำบลบ่อผุด ผู้ก่อเหตุได้ก่อเหตุต่อเนื่องอีกครั้ง โดยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงนักท่องเที่ยว ทราบชื่อนาย เชอร์​ลอฟ อีวาน ( mr. Shchelov Ivan ) อายุ 35 ปี สัญชาติ รัสเซีย ถูกแทงเข้าที่ข้างหลังด้านขวา 1 แผล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนชั่นแนลสมุย ได้รับตัวไปรักษาแล้ว   ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุ ทางตำรวจได้สกัดและติดตาม จนสามารถจับกุมเอาไว้ได้ ทราบชื่อนายหนึ่งนริศ ปานมาศ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนา อำเภอเกาะสมุย ขณะผู้ต้องหาขับรถจักรยานยนต์ หลบหนี ขึ้นไปทาง เขาหัวจุก หมู่ 2 ตำบลบ่อผุด พร้อมยึดอาวุธมีดปลายแหลมเปื้อนเลือก 1 ด้ามและรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุ และพบใบกระท่อมในกระเป๋า อีกจำนวนหนึ่ง    ทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบปากคำ ที่ สภ.บ่อผุด แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากผู้ต้องหา พูดจาไม่รู้เรื่อง พร้อมเอะอะโวยวาย จนเจ้าหน้าที่นำตัวไปขังไว้ในห้องขังเพื่อสงบสติอารมณ์   ล่าสุดอาการของนาย เลมเก เฮียส วัย 53 ปี ชาวเยอรมัน อาการสาหัส ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์    ส่วนนายเชอร์​ลอฟ อีวาน ชาวรัสเซีย บาดเจ็บเล็กไม่มาก แพทย์ทำแผลและอนุญาติให้กลับที่พักไปแล้ว   ล่าสุดทางตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหา แก่ผู้ต้องหา ในข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ เนื่องจากยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ต้องหาได้ เนื่องจากมีอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง และต้องรอสอบปากคำ นักท่องเที่ยว ที่ได้รับบาดเจ็บ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/UHMcO_ZJ20U

 9,740
ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 63

โจรใจบาป สบโอกาสบุกย่องกุฎิฉกเงินพระขณะออกบิณฑบาต

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบริเวณ ภายในวัดธรรมบุชา หลังได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ โดยที่เกิดเหตุเป็นกุฎิของพระครูโชติ ธรรมวราภรณ์ อายุ 74 ปี ตรวจสอบที่ประตูกระจกไม่มีร่องรอยงัดแงะ เนื่องจากตัวกุญแจล็อคเสีย ตรวจสอบภายในกุฎิในลิ้นชักโต๊ะจำนวน 3 ลิ้นชักคนร้ายได้หยิบเงินสดที่เก็บเอาไว้หายไปจำนวน กว่า 5 พันบาทเจ้าหน้าที่จึงเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ   จากการสอบถามพระครูโชติ ผู้เสียหายทราบว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าได้ออกบิณบาตร และกลับเข้ามาที่กุฏิช่วงเวลา 09.00 น.และได้เปิดลิ้นชักเพื่อที่จะนำเงินจ่ายค่าของที่ได้สั่งมา ปรากฏว่าเงินที่เก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทั้ง 3 ลิ้นชักเป็นเงินกว่า 5 พันบาทได้หายไป จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เจ้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนในที่รู้ว่าประตูด้านหน้าตัวล็อคเสียจึงได้เข้าไปลักเงินอย่างง่ายดาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป     รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/bIBjtFXrob8

 769
สังคม
12 ม.ค. 63

สุดเศร้า แม่พาลูกเที่ยวงานวันเด็ก ขากลับรถชนประสานงากระบะดับ

สุราษฎร์ธานี-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพระแสง รับแจ้ง อุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.อิปัน อ.พระเเสง จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนถนนสายเวียงสระ-ชัยบุรี เป็นถนน 2 เลน เป็นทางโค้งเล็กน้อย หน้าร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ของบริษัท ศุภกิจมอเตอร์ พบรถจยย.ล้มตะแคง ชิ้นส่วนอะไหล่รถกระจัดกระจายบนพื้นถนน ใกล้กัน พบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย ต่อมาคือทราบชื่อ น.ส.ชาลิสา รัตนวัฒนาพงษ์ อายุ 21 ปี และ ด.ช.วณัฐพงค์ จรเงิน อายุ 6 ปี ทั้ง2 เป็นแม่ลูก   นอกจากนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ น.ส.วัลภา บุญกลาง อายุ 44ปี และด.ช.ศุภเดช บุญกลาง อายุ 8 ปี ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน ถูกนำส่งโรงพยาบาลพระแสงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา  นอกจากนั้นใกล้กันพบรถกระบะจอดอยู่ สภาพด้านหน้าพังยับ มีนายวุฒิไกร ใจแผ้ว อายุ40 ปี รอให้การต่อเจ้าหน้าที่ที่เกิดเหตุ   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถจักรยานยนต์มี น.ส.วัลภา บุญกลาง เป็นคนขับ โดยมี เด็ก ด.ช.วณัฐพงค์ จรเงิน นั่งหน้าและ ที่เหลือนั่งซ้อนท้าย ทั้งหมดกลับจากไปร่วมงานวันเด็กที่ตลาดบ้านส้อง อ.เวียงสระ กำลังมุ่งหน้าจะกลับบ้าน ส่วน รถกระบะขับมาจาก อ.ชัยบุรีจะไป อ.เวียงสระ ทั้งนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบพยานที่เกิดเหตุหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/BPR8GWHydf0    

 3,926
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 63

ชื่นชม 'น้องเกศ' ด.ญ.กตัญญู เดินเท้า 2 กม.กลับบ้านช่วงพักเที่ยง ป้อนยาให้แม่ป่วย

สุราษฎร์ธานี - ด.ญ.เกศรินทร์ ทองกรองไทร หรือน้องเกศ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 ต้องขออนุญาตออกนอกโรงเรียนในช่วงพักเที่ยงกลับไปบ้านพักเพื่อดูแลมารดาที่ป่วยหนัก   โดยน้องเกศ จะเดินทางกลับบ้านทุกวันในช่วงเวลาพักเที่ยง อยู่ห่างจากโรงเรียนกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อเตรียมอาหาร และยา ให้กับ น.ส.พนิดา ละออสุวรรณ อายุ 39 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง และไตติดเชื้อ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะช่วยเหลือตนเองและเกิดอาการเหนื่อยง่าย   ซึ่ง น.ส.พนิดา แม่น้องเกศ กล่าวว่า ตนเองเป็นภูมิแพ้มานานแล้วและเพิ่งเป็นรุนแรงเมื่อประมาณ 2 เดือน ซึ่งใช้สิทธิรักษาของรัฐ ในช่วงกลางวันสามีจะไปทำงาน ส่วนบุตร 3 คน คนโตทำงาน น้องเกศและน้องคนสุดท้องเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย ทุกตอนเที่ยงจะได้น้องเกศ กลับมาพร้อมเพื่อนมาจัดเตรียมอาหารเที่ยงและยาให้   ด้านคุณครูปัทมา รอดเพชร ครูที่ปรึกษา กล่าวว่า โดยปกติแล้วโรงเรียนของรัฐจะมีระบบช่วยเหลือนักเรียนที่เดือดร้อน จากการเยี่ยมบ้านนักเรียน ในกรณีของน้องเกศ ทางโรงเรียนก็สนับสนุนที่เด็กมีความกตัญญูดูแลบุพการี จึงอนุญาตให้ออกจากโรงเรียนเพื่อไปดูแลแม่ในช่วงพักเที่ยง ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการเรียน และตัวเด็กเองก็เป็นเด็กเรียนดี นิสัยดีด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XehoTm09DAU

 1,873
สังคม
11 ม.ค. 63

ชื่นชม 'น้องเกศ' ด.ญ.กตัญญู เดินเท้า 2 กม.กลับบ้านช่วงพักเที่ยง ป้อนยาให้แม่ป่วย

สุราษฎร์ธานี - ด.ญ.เกศรินทร์ ทองกรองไทร หรือน้องเกศ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 ต้องขออนุญาตออกนอกโรงเรียนในช่วงพักเที่ยงกลับไปบ้านพักเพื่อดูแลมารดาที่ป่วยหนัก   โดยน้องเกศ จะเดินทางกลับบ้านทุกวันในช่วงเวลาพักเที่ยง อยู่ห่างจากโรงเรียนกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อเตรียมอาหาร และยา ให้กับ น.ส.พนิดา ละออสุวรรณ อายุ 39 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง และไตติดเชื้อ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะช่วยเหลือตนเองและเกิดอาการเหนื่อยง่าย   ซึ่ง น.ส.พนิดา แม่น้องเกศ กล่าวว่า ตนเองเป็นภูมิแพ้มานานแล้วและเพิ่งเป็นรุนแรงเมื่อประมาณ 2 เดือน ซึ่งใช้สิทธิรักษาของรัฐ ในช่วงกลางวันสามีจะไปทำงาน ส่วนบุตร 3 คน คนโตทำงาน น้องเกศและน้องคนสุดท้องเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย ทุกตอนเที่ยงจะได้น้องเกศ กลับมาพร้อมเพื่อนมาจัดเตรียมอาหารเที่ยงและยาให้   ด้านคุณครูปัทมา รอดเพชร ครูที่ปรึกษา กล่าวว่า โดยปกติแล้วโรงเรียนของรัฐจะมีระบบช่วยเหลือนักเรียนที่เดือดร้อน จากการเยี่ยมบ้านนักเรียน ในกรณีของน้องเกศ ทางโรงเรียนก็สนับสนุนที่เด็กมีความกตัญญูดูแลบุพการี จึงอนุญาตให้ออกจากโรงเรียนเพื่อไปดูแลแม่ในช่วงพักเที่ยง ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการเรียน และตัวเด็กเองก็เป็นเด็กเรียนดี นิสัยดีด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XehoTm09DAU

 1,873
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 63

'น้องน้ำข้าว' เด็ก 6 ขวบ ชีวิตเศร้า แม่ติดคุก พ่อมีครอบครัวใหม่ ถูกทิ้งอยู่กับป้ารับจ้างเลี้ยงเด็ก ไม่มีเงินไป ร.ร.

สุราษฎร์ธานี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Suppawat-ubon ได้โพสต์ภาพถ่ายพร้อมกับ หญิงวัยทำงานและเด็กผู้หญิง 1 คน พร้อมข้อความว่า ขณะปฏิบัติภารกิจเตรียมงานวันเด็ก ที่สวนสาธารณะเกาะลำพู เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เห็นเด็กผู้หญิงเดินมาถามว่า "จะเอาของขวัญไปแจกตอนไหนคะ" เลยตอบหนูน้อยไปว่า "แจกวันเด็กค่ะ"   เมื่อถามกลับไปว่า "แล้ววันนี้หนูไม่ไปโรงเรียนหรอ" คำตอบที่ได้กลับมาก็คือ "ไม่ไปค่ะ เพราะหนูไม่มีตังค์ไปโรงเรียน" จึงได้สอบถามจนทราบว่า เด็กมาช่วยผู้รับอุปการะเลี้ยงดูกวาดใบไม้ แม่ที่แท้จริงติดคุก พ่อมีครอบครัวใหม่ เงินรายได้ไม่เพียงพอ และติดหนี้นอกระบบ จึงทำให้ไม่มีค่าอาหารโรงเรียน จึงโพสต์ข้อความเพื่ออยากให้สิ่งที่ดีเป็นของขวัญวันเด็กให้เด็กน้อย   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านในต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พบกับ น.ส.กานดา ไพฑูรย์ อายุ 35 ผู้หญิงในภาพดังกล่าว พร้อมน้องน้ำข้าว อายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นบ้านเช่าที่พักอาศัยอยู่รวมกันทั้งหมด 5 คน กำลังอยู่ในบ้านเช่าหลังเลิกงาน   น.ส.กานดา ไพฑูรย์ กล่าวว่า บ้านที่พักอาศัยเป็นบ้านเช่า มีตนเอง บุตรสาวบุตรเขย เด็กทารก1 คน และ ด.ญ.น้ำข้าวที่ตนได้อุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด หลังจากที่น้องน้ำข้าวคลอดระหว่างที่แม่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด โดยตอนแรกหลังคลอดป้าได้พามาจ้างเลี้ยงวันละ 100 บาท เนื่องจากบ้านเช่าอยู่ติดกัน ว่าจ้างอยู่ได้ 2 เดือนก็หายไปไม่ส่งเงินให้อีก ส่วนพ่อน้องน้ำข้าวก็ไปมีครอบครัวใหม่ ตนเองจึงเลี้ยงดูตลอดมา และส่งเสียให้เล่าเรียน   สำหรับน้องน้ำข้าว ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น อนุบาล 3 และวันเกิดเหตุไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจากตนเองไม่มีเงินให้ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 บาท จึงพาไปที่ สวนสาธารณะเกาะลำพู ซึ่งตนเองเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนรับทำความสะอาดสวน โดยตนรับผิดชอบห้องน้ำ   น้องน้ำข้าวจะมาช่วยทำความสะอาดทุกครั้งที่ไม่ได้ไปโรงเรียนหรือวันหยุด ซึ่งโดยปกติแล้ว ตนเองจะมีรายได้ เดือนละ 9,000 บาท แต่ล่าสุดได้ไปกู้ยืมเงินหนี้นอกระบบมา จำนวน 2,000 บาท เพื่อจ่ายค่าบ้านเช่าบ้าน จึงขอบริษัทรับเป็นรายวัน วันละ 300 บาท นำจ่ายค่าหนี้นอกระบบ วันละ 200 บาท เหลือให้ใช้ 100 บาท ไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งต้องจ่ายทั้งหมด 24 วัน ยังต้องจ่ายอีก 15 วัน ทำให้ตอนนี้ขัดสนค่าอาหารกลางวันน้องน้ำข้าว   สอบถามไปยังพ่อน้องน้ำข้าวก็ไม่สามารถจ่ายให้ได้ ที่ผ่านมาก็มีผู้แนะนำให้ตนเองนำไปให้สถานสงเคราะห์เลี้ยงดู แต่ตนเองรักและผูกพันกับน้องน้ำข้าวตั้งใจจะเลี้ยงต่อไป นอกจากว่าครอบครัวน้องน้ำข้าวจะรับไปเลี้ยงดูเอง ขณะที่น้องน้ำข้าวบอกว่าอยากได้เงินซ่อมล้อจักรยานที่มีคนให้มาเป็นของขวัญวันเด็ก เพราะตอนนี้ไม่สามารถขี่ได้ เนื่องจากล้อพัง พร้อมบอกถ้าให้ไปอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็ไม่อยากไปจะอยู่กับป้าไปอย่างนี้ พร้อมโผกอด น.ส.กานดาทันที   สำหรับผู้ที่อยากช่วยเหลือ หรือแบ่งปันความสุขให้น้องน้ำข้าว สามารถ โอนสมทบได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุราษฎร์ธานี เลขบัญชี 046-3-26480-5 ชื่อบัญชี น.ส.กานดา ไพฑูรย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gMHvWgF2SX4

 2,014
สังคม
10 ม.ค. 63

'น้องน้ำข้าว' เด็ก 6 ขวบ ชีวิตเศร้า แม่ติดคุก พ่อมีครอบครัวใหม่ ถูกทิ้งอยู่กับป้ารับจ้างเลี้ยงเด็ก ไม่มีเงินไป ร.ร.

สุราษฎร์ธานี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Suppawat-ubon ได้โพสต์ภาพถ่ายพร้อมกับ หญิงวัยทำงานและเด็กผู้หญิง 1 คน พร้อมข้อความว่า ขณะปฏิบัติภารกิจเตรียมงานวันเด็ก ที่สวนสาธารณะเกาะลำพู เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เห็นเด็กผู้หญิงเดินมาถามว่า "จะเอาของขวัญไปแจกตอนไหนคะ" เลยตอบหนูน้อยไปว่า "แจกวันเด็กค่ะ"   เมื่อถามกลับไปว่า "แล้ววันนี้หนูไม่ไปโรงเรียนหรอ" คำตอบที่ได้กลับมาก็คือ "ไม่ไปค่ะ เพราะหนูไม่มีตังค์ไปโรงเรียน" จึงได้สอบถามจนทราบว่า เด็กมาช่วยผู้รับอุปการะเลี้ยงดูกวาดใบไม้ แม่ที่แท้จริงติดคุก พ่อมีครอบครัวใหม่ เงินรายได้ไม่เพียงพอ และติดหนี้นอกระบบ จึงทำให้ไม่มีค่าอาหารโรงเรียน จึงโพสต์ข้อความเพื่ออยากให้สิ่งที่ดีเป็นของขวัญวันเด็กให้เด็กน้อย   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านในต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พบกับ น.ส.กานดา ไพฑูรย์ อายุ 35 ผู้หญิงในภาพดังกล่าว พร้อมน้องน้ำข้าว อายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นบ้านเช่าที่พักอาศัยอยู่รวมกันทั้งหมด 5 คน กำลังอยู่ในบ้านเช่าหลังเลิกงาน   น.ส.กานดา ไพฑูรย์ กล่าวว่า บ้านที่พักอาศัยเป็นบ้านเช่า มีตนเอง บุตรสาวบุตรเขย เด็กทารก1 คน และ ด.ญ.น้ำข้าวที่ตนได้อุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด หลังจากที่น้องน้ำข้าวคลอดระหว่างที่แม่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด โดยตอนแรกหลังคลอดป้าได้พามาจ้างเลี้ยงวันละ 100 บาท เนื่องจากบ้านเช่าอยู่ติดกัน ว่าจ้างอยู่ได้ 2 เดือนก็หายไปไม่ส่งเงินให้อีก ส่วนพ่อน้องน้ำข้าวก็ไปมีครอบครัวใหม่ ตนเองจึงเลี้ยงดูตลอดมา และส่งเสียให้เล่าเรียน   สำหรับน้องน้ำข้าว ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น อนุบาล 3 และวันเกิดเหตุไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจากตนเองไม่มีเงินให้ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 บาท จึงพาไปที่ สวนสาธารณะเกาะลำพู ซึ่งตนเองเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนรับทำความสะอาดสวน โดยตนรับผิดชอบห้องน้ำ   น้องน้ำข้าวจะมาช่วยทำความสะอาดทุกครั้งที่ไม่ได้ไปโรงเรียนหรือวันหยุด ซึ่งโดยปกติแล้ว ตนเองจะมีรายได้ เดือนละ 9,000 บาท แต่ล่าสุดได้ไปกู้ยืมเงินหนี้นอกระบบมา จำนวน 2,000 บาท เพื่อจ่ายค่าบ้านเช่าบ้าน จึงขอบริษัทรับเป็นรายวัน วันละ 300 บาท นำจ่ายค่าหนี้นอกระบบ วันละ 200 บาท เหลือให้ใช้ 100 บาท ไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งต้องจ่ายทั้งหมด 24 วัน ยังต้องจ่ายอีก 15 วัน ทำให้ตอนนี้ขัดสนค่าอาหารกลางวันน้องน้ำข้าว   สอบถามไปยังพ่อน้องน้ำข้าวก็ไม่สามารถจ่ายให้ได้ ที่ผ่านมาก็มีผู้แนะนำให้ตนเองนำไปให้สถานสงเคราะห์เลี้ยงดู แต่ตนเองรักและผูกพันกับน้องน้ำข้าวตั้งใจจะเลี้ยงต่อไป นอกจากว่าครอบครัวน้องน้ำข้าวจะรับไปเลี้ยงดูเอง ขณะที่น้องน้ำข้าวบอกว่าอยากได้เงินซ่อมล้อจักรยานที่มีคนให้มาเป็นของขวัญวันเด็ก เพราะตอนนี้ไม่สามารถขี่ได้ เนื่องจากล้อพัง พร้อมบอกถ้าให้ไปอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็ไม่อยากไปจะอยู่กับป้าไปอย่างนี้ พร้อมโผกอด น.ส.กานดาทันที   สำหรับผู้ที่อยากช่วยเหลือ หรือแบ่งปันความสุขให้น้องน้ำข้าว สามารถ โอนสมทบได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุราษฎร์ธานี เลขบัญชี 046-3-26480-5 ชื่อบัญชี น.ส.กานดา ไพฑูรย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gMHvWgF2SX4

 2,014

Top