ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสียชีวิต"

บันเทิง
04 ธ.ค. 62

'ปีเตอร์ คอร์ป' ชวนติดตามรายการท่องเที่ยวแนวใหม่ 'เที่ยวเป็นเพลง' พร้อมเปิดใจสูญเสียน้องชายจากโรคร้าย

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ชวนแฟนๆ ติดตามรายการท่องเที่ยวแบบใหม่    เที่ยวเป็นเพลง ตะลุย2จังหวัดสุดชิล (ประจวบฯ-ชุมพร) พร้อมเผยประสบการณ์ใกล้ตัว หลังสูญเสียน้องชาย ไมเคิล คอร์ป ไดเรนดัลไปด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร     ‘ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล’ อาสาพาสองเพื่อนซี้อย่าง จั๊ก-ชวิน  จิตรสมบูรณ์ และ ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพล พาณิชย์ ท่องเที่ยวค้นหาแรงบันดาลใจกับทุกสถานที่ที่พบเจอ ซึ่งในสัปดาห์นี้จะพาทุกคนไปเที่ยวใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ. ชุมพร เล่าผ่านเพลงคนแปลกหน้า ผ่านมุมมองการถ่ายทำรูปแบบภาพยนตร์  โดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ได้เล่าให้ฟังถึงเทปนี้ว่า...   “...จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ จังหวัดชุมพร เป็นอีกสองจังหวัดที่มีเรื่องราวมากมายที่น่าจดจด  วิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในชุมชนที่ผมและเพื่อนๆได้พบเจอ มันเป็นวิถีชีวิตที่สงบ ง่าย ไม่ซับซ้อน แต่แฝงไปด้วยความจริงใจอย่างชาวบ้านในชุมชน ตําบลวังก์พง อําเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ส่งเสริมให้มีการพัฒนา 1 ชุมชน 1 อาชีพ สร้างความยั่งยืนเพื่อช่วยให้ชาวบ้านที่นี่และตําบลใกล้เคียงได้มีต้นแบบในการพัฒนาอาชีพของตนเองให้มีความมั่นคงต่อไปในอนาคตนับว่าเป็นการต่อยอดแบบยั่งยืน     นอกจากนี้พวกเรายังเดินทางต่อไปถึง บ้านไม้ชายคลองโฮมสเตย์ ที่เป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ริมคลองบางสน คลองที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตและเรื่องราวของชาวเล สงบสุขเรียบง่ายเสียจนทําให้ต้องหลงรักตั้งแต่แรกพบ  ต่อด้วย เขาออง จุดชมวิวที่สูงที่สุดที่มีทะเลหมอกเป็นพระเอกอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชม หลังหมอกจางมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่เบื้องหน้าได้อย่างสวยงามมากๆ  จากภูเขาลงมาสู่ทะเลไปกันต่อที่ เกาะกุลา มาร่วมทำกิจกรรมดีๆในการปล่อยเต่าคืนสู่ทะเล เพื่อเป็นการอนุรักษ์และพาสัตว์ทะเลคืนสู่บ้าน หลังจากที่นํามาอนุบาลเพาะเลี้ยงเพื่อให้พร้อมกลับสู่ทะเลในวัยที่เหมาะสม  นับเป็นการท่องเที่ยวในทริปนี้ของพวกเราที่ครบทุกรูปแบบจริงๆเลยครับ อยากให้ทุกได้สนุกและมีความสุขไปพร้อมกับพวกเราด้วยกันในรายการเที่ยวเป็นเพลง 5 ธันวาคม นี้นะครับ...”     มาร่วมเปลี่ยนเสียงผู้คนเป็นคําร้อง เปลี่ยนธรรมชาติเป็นทํานอง เปลี่ยนบรรยากาศเป็นเสียงดนตรี...ในรายการ “เที่ยวเป็นเพลง” สามารถติดตามชมได้ในวันพฤหัสบดีที่ 5ธันวาคม 2562  เวลา 07.45น.-08.15น.   ทางช่อง 3HD  หมายเลข 33    และถือเป็นเรื่องที่โศกเศร้าที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง สำหรับ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ที่ต้องสูญเสียน้องชายสุดที่รัก ไมเคิล คอร์ป ไดเรนดัล ไปอย่างไม่มีวันกลับ จากการป่วยด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย หลังเพิ่งตรวจพบและต่อสู้กับโรคดังกล่าวมาเป็นระยะเวลา 2 เดือน   โดยก่อนหน้า ไมเคิล เสียชีวิต 1 วัน ภรรยา เพิ่งโพสต์สุดสลด ภาพน้องเมซั่น นั่งอยู่กับบอร์ดรวมภาพลูกชายกับคุณพ่อ พร้อมข้อความ เมซั่น รัก แดดดี๊ ในวันเกิดของ ไมเคิล เป็นภาพสุดสลดใจมากๆ ท่ามกลางคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ   ขณะที่ ปีเตอร์ เผยภาพสุดเศร้าของครอบครัวกับการสูญเสียครั้งใหญ่ ทั้งพ่อแม่ น้องสะใภ้กอดกันร่ำไห้ โดยมีพิธีฌาปนกิจ ไมเคิล เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. เวลา 17.00 น. พร้อมเผยภาพเณรน้อยราซมุสกับซีม่อน โกนผม บวชหน้าไฟให้น้าไมเคิล ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/cpAyitK7dCo

 307
บันเทิง
04 ธ.ค. 62

ต้นสังกัดยืนยัน 'ชาอินฮา' surprise u เสียชีวิตแล้ว เปิดโพสต์สุดท้ายบอกแฟนคลับระวังเป็นหวัด

ช็อก!!! วงการบันเทิงเกาหลีอีกครั้ง เจ้าหน้าที่พบศพ นักแสดงหนุ่ม ชาอินฮา ล่าสุดต้นสังกัดออกแถลงการณ์ ชาอินฮา ได้จากไปแล้ว เป็นเรื่องยากที่เชื่อว่าคือเรื่องจริง โดยจะจัดพิธีไว้อาลัยเป็นการส่วนตัวตามความต้องการของครอบครัว   ไปกันที่วงการบันเทิงเกาหลี ที่มีข่าวให้แฟนๆ ต้องช็อก !! กันอีกครั้ง หลังสื่อเกาหลีใต้รายงานว่า นักแสดงหนุ่ม ‘ชา อินฮา’ หรือชื่อจริง ‘อี แจโฮ’ อายุ 27 ปี และเป็นสมาชิกวง “Surprise U” (เซอร์ไพรส์ ยู)  ได้ถูกพบว่าเสียชีวิตแล้วเมื่อวานนี้  โดยมีรายงานว่า ‘ชาอินฮา’ ถูกพบเป็นศพในบ้านพักของตัวเอง ซึ่งผู้ที่มาพบศพเป็นคนแรกก็คือผู้จัดการส่วนตัวของเค้า  โดยตอนนี้ยังไม่ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งตำรวจเกาหลีใต้กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุอยู่   ขณะที่ทางต้นสังกัดของ ‘ชาอินฮา’ ก็ได้ออกแถลงการณ์ “รู้สึกเสียใจและหัวใจสลายที่ต้องแจ้งข่าวร้ายให้ทุกท่านได้ทราบว่า ‘ชาอินฮา’ ได้จากเราไปในวันที่ 3 ธันวาคม เราเสียใจเป็นอย่างมากที่นำข่าวนี้มาแจ้งต่อทุกคนที่ได้มอบความรักและการสนับสนุนให้กับชาอินฮาจนถึงตอนนี้ เรารู้สึกเศร้าเสียใจกับข่าวนี้ ซึ่งยากเกินจะเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง   เราขอให้ทุกท่านไม่ตั้งข้อสงสัยหรือเผยแพร่ข่าวลือใดๆ เนื่องจากครอบครัวของเขาที่กำลังเสียใจมากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพิธีไว้อาลัยของชาอินฮาจะจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว ตามความประสงค์ของครอบครัว ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของชาอินฮา”   ขณะที่แฟนคลับของ ‘ชาอินฮา’ ก็พร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #ChaInHa ร่วมแสดงความไว้อาลัยกันอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์เมื่อช่วงบ่ายวานนี้   ‘ชาอินฮา’ เป็นสมาชิกของวง Surprise U (เซอร์ไพรส์ ยู) จากค่าย Fantagio (แฟนตาจีโอ) เป็นการรวมสมาชิกมากความสามารถทั้งร้องเพลง เต้น และการแสดง และได้มีการเปิดตัวไปเมื่อปี 2017  ซึ่ง ‘ชาอินฮา’ ยังมีผลงานละครและมีภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น ซีรีส์ Temperature of Love (2017)  ภาพยนตร์ The Banker (2019) และผลงานล่าสุดอย่างเรื่อง Love with Flaws ในบทบาทพี่ชายคนกลางของบ้าน ที่กำลังออกอากาศ ทางช่อง MBC โดยเพิ่งเริ่มออกอากาศไปได้เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น   ขณะที่ในอินสตาแกรมของ ‘ชาอินฮา’ ได้โพสต์รูปล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม (ก่อนเสียชีวิต 1 วัน) โดยเค้าได้โพสต์รูปพร้อมกัน 4 รูป เป็นรูปขณะที่เค้าใส่เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ นั่งอยู่ที่โต๊ะ ถือแก้วเครื่องดื่ม และกำลังมองโทรศัพท์มือถือ พร้อมมีคำบรรยายโพสต์เป็นภาษาเกาหลี โดยแปลเป็นภาษาไทยว่า "ทุกคน ระวังเป็นหวัดนะ"    โดย ‘ชาอินฮา’ ถือเป็นนักแสดงชาวเกาหลี คนที่ 4 ของปีนี้ที่ถูกพบเป็นศพในบ้านพักของตัวเอง    ซึ่งคนแรกที่ถูกพบเป็นศพก่อนหน้านี้ คือนักแสดงรุ่นใหญ่ ‘จอนมีซอน’ วัย 50 ปี  ที่ถูกพบว่าเสียชีวิตภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองจอนจู เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยตำรวจสรุปคดีว่าเป็นการฆ่าตัวตายจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า โดยทางต้นสังกัดก็ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า ‘จอนมีซอน’ เคยเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้ามาก่อนจริง   ต่อมาก็คือ ‘ซอลลี่’ อดีตสมาชิกวง F(x) วัย 25 ปี ก็ได้ตัดสินใจจบชีวิตที่บ้านพักของตัวเอง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังต่อสู้กับการถูกบูลลี่อย่างรุนแรง สร้างความช็อคให้กับเพื่อนๆ ศิลปินและแฟนคลับเป็นอย่างมาก   และหลังจากนั้นเพียงแค่เดือนเดียว เพื่อนสนิทของ ‘ซอลลี่’ อย่างนักร้องสาว ‘คู ฮารา’ อดีตสมาชิกวง Kara วัย 28 ปี ก็ถูกพบเป็นศพที่บ้านพักของตัวเองเช่นกัน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังมีข่าวว่า ‘คู ฮารา’ เคยพยายามจบชีวิตตัวเองมาแล้วหลายครั้ง   จนสุดท้ายก็คือ ‘ชาอินฮา’ ซึ่งตอนนี้เค้ากำลังได้รับความสนใจจากแฟนๆ เป็นอย่างมากจากซีรี่ส์เรื่องล่าสุดที่กำลังออกอากาศอยู่ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/x1X6BfRR3Qo

 493
การเมือง
29 พ.ย. 62

อาลัย 'วิรัตน์ กัลยาศิริ' อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์เสียชีวิตแล้ว หลังรักษาโรคมะเร็งนานนับปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 69 ปี เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ ที่โรงพยาบาลศิริราช หลังจากเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งมานานนับปี    สำหรับการประกอบพิธีทางศาสนานั้น คาดว่าจะจัดขึ้นที่จ.สงขลา นายวิรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค.2493 ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    สำหรับการศึกษา นายวิรัตน์ สำเร็จการศึกษาในระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนสตูลวิทยา จ.สตูล ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ระดับปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโทที่คณะรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์    เส้นทางการเมืองนั้น นายวิรัตน์เข้าสู่วงการการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภาจังหวัดสงขลา ก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ครั้งแรกในนามพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา เมื่อปี 2547     

 4,245
ต่างประเทศ
28 พ.ย. 62

สุดอาลัย! ก็อดฟรีย์ เกา เสียชีวิตในวัย 35 ปี

บริษัทเจ็ทสตาร์ ต้นสังกัดของก็อดฟรีย์ เกา นายแบบและนักแสดงวัย 35 ปี ออกแถลงการณ์ว่า ก็อดฟรีย์ เกา เกิดเป็นลม ขณะถ่ายทำรายการเชสมี (Chase Me) ซึ่งเป็นเรียลลิตี้ โชว์ ที่นำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาแข่งขันท้าทายความแข็งแกร่งทางร่างกาย ที่มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน   โดยเขาได้เป็นลมหมดสติไปขณะวิ่ง เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์รีบเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้นและนำตัวส่งโรงพยาบาล จากนั้น 3 ชั่วโมงต่อมา โรงพยาบาลก็ประกาศว่า เขาเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางบริษัทรู้สึกช็อคและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   บริษัทเจ็ทสตาร์ ยังได้กล่าวขอบคุณเพื่อนๆสื่อและทุกคนที่ให้การสนับสนุนก็อดฟรีย์ เกา และขอให้ทุกคนอย่ารบกวนครอบครัวของเขา ที่กำลังเศร้าโศกกับการสูญเสียในครั้งนี้   ก็อดฟรีย์ เกา เป็นนายแบบเอเชียคนแรกที่เซ็นสัญญากับหลุยส์ วิตตองเมื่อปี 2011 ขณะที่เมื่อปี 2013 เขายังได้มีโอกาสร่วมแสดงภาพยนตร์ฮอลีวู๊ดเรื่องเดอะ มอร์ทัล อินสตรูเม้นท์ ซิตี้ ออฟ โบนส์ (The Mortal Instruments: City of Bones)  

 849
บันเทิง
28 พ.ย. 62

ช็อก! 'กอดฟรีย์ เกา' นักแสดงและนายแบบดัง วูบกลางกองถ่ายเสียชีวิต

แฟนๆ ช็อก กอดฟรีย์ เกา หรือ เกาอวี่เสียง (Gao Yixiang) นักแสดงชายวัย  35 ปี ลูกครึ่งสัญชาติไต้หวัน-แคนาดา  ช็อกหมดสติคากองถ่ายรายการ ก่อนเสียชีวิต   โดยสื่อของจีนได้นำเสนอข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ‘เกาอวี่เสียง’  ที่ได้หมดสติไประหว่างบันทึกรายการโทรทัศน์รายการวาไรตี้ "Chase Me" ของสถานีโทรทัศน์เจ้อเจียง เมื่อเวลาประมาณ 01.45 น. เช้ามืดวันอังคารที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนที่จะหมดสติไป โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า นักแสดงหนุ่มมีท่าทีเหนื่อยมากขณะวิ่ง เขาพูดหลายครั้งว่า "ผมทำไม่ไหวแล้ว" ก่อนที่จะล้มลงไป ในตอนนั้นหัวใจของเขาหยุดเต้นเป็นเวลา 3 นาที และเริ่มกลับมาเต้นอีกครั้งหลังทีมงานเข้าไปช่วยทำ CPR นาน 15 นาที จากนั้นรถพยาบาลก็ได้นำตัวเขาส่งถึงโรงพยาบาล  แต่แพทย์ไม่สามารถกู้ชีพได้ และเสียชีวิต ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนนักแสดง ที่ร่วมงานถ่ายทำรายการด้วยกัน อย่าง วิลเลียม ชาน และ คัลวิน เฉิน สมาชิกวง Fahrenheit    ข่าวการเสียชีวิตของ ‘เกาอวี่เสียง’ ได้สร้างความช็อกอย่างมากในวงการบันเทิงจีน โดย ‘เกาอวี่เสียง’ เป็นนักแสดงลูกครึ่งสัญชาติไต้หวัน-แคนาดา เกิดที่ไทเป ไต้หวัน ก่อนจะโลดแล่นในวงการบันเทิงในฐานะนักแสดงและนายแบบ  โดยผลงานล่าสุดที่กำลังออกอากาศ คือการรับบทเป็นพระเอกในซีรีส์ “The Gravity of a Rainbow”  หรือ แรงดึงดูดสีรุ้ง  ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเพียงวันเดียว เขาเพิ่งโพสต์ข้อความขอบคุณแรงสนับสนุนที่มีต่อซีรีส์เรื่องดังกล่าวผ่านเว่ยป๋อ ข่าวการจากไปของเขาจึงเป็นเรื่องช็อกแฟนคลับและแฟนซีรีส์อย่างมาก   ‘เกาอวี่เสียง’  เริ่มเข้าวงการด้วยการเป็นนายแบบ ด้วยความสูง  195 เซนติเมตร และเป็นนายแบบเอเชียคนแรกที่เป็นแอมบาสเดอร์ให้ Louis Vuitton รวมทั้งแบรนด์ SK II Men ซึ่งผลงานที่ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างมากในบทบาทของพ่อมดชั้นสูงในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง  “The Mortal Instruments: City of Bones” ที่มีชื่อไทยว่า “นักรบครึ่งเทวดา”  เมื่อปี 2013 มีผลงานในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของจีน “God of War Zhao Yun” (จูล่ง ขุนพลเทพสงคราม) ภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดี้  “Wedding Bible” บทบาทพระเอกในละคร Remembering Lichuan และภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์ของจีน Shanghai Fortress ที่เพิ่งเข้าโรงฉายไปไม่นานนี้ นอกจากนั้นยังมีผลงานรายการต่างๆ มากมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4bAr2gg0xhA

 618
สังคม
16 พ.ย. 62

สลด! กระบะพุ่งตกสะพานจมน้ำทั้งคัน โชเฟอร์หนีตายหวุดหวิด เคราะห์ร้ายพระหนุ่มหนีไม่ทัน มรณภาพคารถ

ชัยภูมิ-เกิดเหตุรถยนต์พุ่งตกสะพาน ลงไปในน้ำช่วงบริเวณสะพานขาด บ้านท่าหินโงมกับบ้านซับสีทอง คนขับรอดปาฏิหาริย์ ส่วนพระที่โดยสารมาด้วยนั้นเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องใช่รถเครนกู้ซากรถยนต์ขึ้นจากน้ำ ญาติร่ำไห้ระงม พึ่งบวชได้1พรรษา   วานนี้ (15 พย.62) เกิดอุบัติเหตุที่ ถ.บ้านซับสีทอง บ้านท่าหินโงม ขาเข้าเมืองชัยภูมิ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ถนนขาด ซึ่งเป็นผลมาจากพายุโพดุลตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งขณะนี้ยังรอการสร้างสะพานใหม่เพราะยังหาผู้รับเหมาไม่ได้ แต่เกิดเหตุรถพุ่งตกลงไปในน้ำจมหายไปทั้งคัน คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันก่อนสำลักน้ำ     แต่มีพระ 1 รูป ที่โดยสารมาด้วยติดอยู่ภายในรถ และรถก็จมไปในน้ำที่ลึกกว่า 8 เมตร ทำให้ยากต่อการดำน้ำเพื่อช่วยชีวิตผู้ที่ติดภายในขึ้นมาได้ จนเวลาล่วงเลยไปนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงยุติการค้นหาและประสานรถเครนขนาดใหญ่ เข้ามาเพื่อทำการกู้ซากรถยนต์ โดยใช้เวลาในการกู้ซากรถรวมกว่า 5 ชั่วโมง จึงสำเร็จ   หลังจากนำขึ้นมาบนฝั่งได้ ตรวจสอบภายในพบร่างไร้วิญญาณของพระเอกรินทร์ ปานเนา อายุ 23 ปี เป็นพระลูกวัดพระลูกวัดโนนศิลา ตำบลนาแพง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดขอนแก่น แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพ เสียชีวิตจากการสำลักน้ำและขาดอากาศหายใจ   นายพรประสิทธิ์ สัมธะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านโนนผักหนาม ตำบลซับสีทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ยอมรับว่าตั้งแต่สะพานขาดเนื่องจากพายุโพดุลที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถจักยานยนต์พุ่งตกลงไปในน้ำแล้วจำนวน 7 ครั้ง และครั้งนี้ร้ายแรงกว่าทุกครั้งเป็นรถยนต์และมีผู้เสียชีวิตด้วย วิงวอนอยากขอให้ดำเนินการก่อสร้างสะพานให้เร็วที่สุดชาวบ้านเดือดร้อนมาก    ส่วนการป้องกันความปลอดภัยนั้นได้นำแผงจราจรมาทำการปิดกั้นและแสดงสัญลักษณ์ห้ามผ่านไว้ทั้งสองด้าน และนำหลอดไฟมาติดตั้งไว้ที่บริเวณสะพาน แต่มีกลุ่มวัยรุ่นแอบขับจยย.มาทำทุบทำลายทิ้ง ส่วนแผงกั้นจราจร คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นมือบอนอาจขยับแผงเพื่อให้สามารถขับจยย. เข้ามาจอดเล่น แล้วลืมลากเข้ามาปิดกั้นจนเป็นเหตุให้เกิดการเข้าใจผิดของผู้ขับขี่   อย่างไรก็ตามถนนสายนี้ ชาวบ้านเคยร้องเรียนโดยแต่งตัวเป็นผีขอสะพาน โด่งดังในโลกโซเซียล มาแล้วจนนดร.มนตรี ชาลีเครือ นายกอบจ.ชัยภูมิ อนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างสะพาน 6.3ล้านบาท แต่ยังหาผู้รับเหมาก่อสร้างไม่ได้เนื่องจากสภาพถนนที่ขาดระยะยาวกว่า45เมตร และระดับน้ำลึกมากว่า8เมตร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้รับเหมาคิดว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/OmopO2gTQTY

 2,758
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ย. 62

สุดเศร้า! ด.ญ.วัย 14 ถูกลูกหลงเหตุ 4 มือปืนบุกยิงถล่มบ้าน เสียชีวิตแล้ว ตร.รวบผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน

จากกรณีเหตุการณ์กลุ่มมือปืนเป็นชายฉกรรจ์จำนวน4คนขับรถยนต์เก๋งสีขาวไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน และรถ จยย.1 คัน ใช้อาวุธปืนหลายกระบอกบุกไปตะโกนเรียกชื่อถามหานายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี เจ้าของกระท่อมบ้านไม้ชั้นเดียว เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา(8 พ.ย.)แต่นายวิชัยไม่อยู่บ้านแต่ไปทำงานไปเฝ้าบ่อนากุ้งในหมู่บ้าน ทำให้ลูกๆและเมียที่กำลังนอนอยู่ในบ้านเกิดความกลัวไม่กล้าเปิดประตู   ทำให้กลุ่มมือปืนทั้ง4ได้ระดมใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นและอาวุธปืน 9 มม. และ .38 ระดมยิงใส่บ้านนับสิบนัดหูดับตำไหม้เสียงดังสนั่นหมู่บ้าน จนทำให้บ้านพรุน กระสุนเจาะฝาบ้านไปเจาะศีรษะด้านซ้าย ด.ญ.อายุ 14 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านที่กำลังนอนดูทีวีบนฟูกที่นอนในห้องโถงหน้าห้องนอน อาการสาหัสถูกนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช   คนร้ายยังใช้อาวุธปืนกราดยิงถล่มใส่บ้านของญาตินายวิชัยที่อยู่ใกล้ๆกันอีก1หลัง กระสุนเฉียดหน้าท้อง ด.ช. อายุ 4 ขวบ ที่นอนอยู่บนบ้านชั้น2 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถูกนำส่ง รพ.ท่าศาลา ขณะที่คืนวันเดียวกันทางตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ 1 ราย ชื่อนายอนุศักดิ์ หรือเท่ แดงเดช อายุ 27 ปี พร้อมอาวุธปืนลุกซองยาว1กระบอกและกระสุน1นัด สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังหารปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนปากคำขยายผลอยู่   ล่าสุด ด.ญ.อายุ 14 ปี ซึ่งนอนรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์ถูกจัดสำคัญแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ซึ่งหลังรับแจ้งจากทาง รพ.แล้ว นายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี และนางทัดดาว ยี่สุ่นแซม อายุ 35ปี พ่อแม่และญาติๆของ ด.ญ.อายุ 14 ปี ถึงกับร่ำไห้โฮเป็นลมล้มพับ จนญาติต้องเข้าปฐมพยาบาลและได้รีบเดินทางไปรับศพลูกสาวที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ด้วยบรรยากาศเศร้าโศก โดยพ่อแม่และญาติได้เดินทางไปรับศพ ด.ญ.อายุ 14 ปี ที่ รพ.เพื่อนำศพมาบำเพ็ญกุศลศพต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-0F9ZWqwCfM

 506
สังคม
10 พ.ย. 62

สุดเศร้า! ด.ญ.วัย 14 ถูกลูกหลงเหตุ 4 มือปืนบุกยิงถล่มบ้าน เสียชีวิตแล้ว ตร.รวบผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน

จากกรณีเหตุการณ์กลุ่มมือปืนเป็นชายฉกรรจ์จำนวน4คนขับรถยนต์เก๋งสีขาวไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน และรถ จยย.1 คัน ใช้อาวุธปืนหลายกระบอกบุกไปตะโกนเรียกชื่อถามหานายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี เจ้าของกระท่อมบ้านไม้ชั้นเดียว เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา(8 พ.ย.)แต่นายวิชัยไม่อยู่บ้านแต่ไปทำงานไปเฝ้าบ่อนากุ้งในหมู่บ้าน ทำให้ลูกๆและเมียที่กำลังนอนอยู่ในบ้านเกิดความกลัวไม่กล้าเปิดประตู   ทำให้กลุ่มมือปืนทั้ง4ได้ระดมใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นและอาวุธปืน 9 มม. และ .38 ระดมยิงใส่บ้านนับสิบนัดหูดับตำไหม้เสียงดังสนั่นหมู่บ้าน จนทำให้บ้านพรุน กระสุนเจาะฝาบ้านไปเจาะศีรษะด้านซ้าย ด.ญ.อายุ 14 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านที่กำลังนอนดูทีวีบนฟูกที่นอนในห้องโถงหน้าห้องนอน อาการสาหัสถูกนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช   คนร้ายยังใช้อาวุธปืนกราดยิงถล่มใส่บ้านของญาตินายวิชัยที่อยู่ใกล้ๆกันอีก1หลัง กระสุนเฉียดหน้าท้อง ด.ช. อายุ 4 ขวบ ที่นอนอยู่บนบ้านชั้น2 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถูกนำส่ง รพ.ท่าศาลา ขณะที่คืนวันเดียวกันทางตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ 1 ราย ชื่อนายอนุศักดิ์ หรือเท่ แดงเดช อายุ 27 ปี พร้อมอาวุธปืนลุกซองยาว1กระบอกและกระสุน1นัด สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังหารปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนปากคำขยายผลอยู่   ล่าสุด ด.ญ.อายุ 14 ปี ซึ่งนอนรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์ถูกจัดสำคัญแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ซึ่งหลังรับแจ้งจากทาง รพ.แล้ว นายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี และนางทัดดาว ยี่สุ่นแซม อายุ 35ปี พ่อแม่และญาติๆของ ด.ญ.อายุ 14 ปี ถึงกับร่ำไห้โฮเป็นลมล้มพับ จนญาติต้องเข้าปฐมพยาบาลและได้รีบเดินทางไปรับศพลูกสาวที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ด้วยบรรยากาศเศร้าโศก โดยพ่อแม่และญาติได้เดินทางไปรับศพ ด.ญ.อายุ 14 ปี ที่ รพ.เพื่อนำศพมาบำเพ็ญกุศลศพต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-0F9ZWqwCfM

 506
อาชญากรรม
10 พ.ย. 62

สุดเศร้า! ด.ญ.วัย 14 ถูกลูกหลงเหตุ 4 มือปืนบุกยิงถล่มบ้าน เสียชีวิตแล้ว ตร.รวบผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน

จากกรณีเหตุการณ์กลุ่มมือปืนเป็นชายฉกรรจ์จำนวน4คนขับรถยนต์เก๋งสีขาวไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน และรถ จยย.1 คัน ใช้อาวุธปืนหลายกระบอกบุกไปตะโกนเรียกชื่อถามหานายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี เจ้าของกระท่อมบ้านไม้ชั้นเดียว เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา(8 พ.ย.)แต่นายวิชัยไม่อยู่บ้านแต่ไปทำงานไปเฝ้าบ่อนากุ้งในหมู่บ้าน ทำให้ลูกๆและเมียที่กำลังนอนอยู่ในบ้านเกิดความกลัวไม่กล้าเปิดประตู   ทำให้กลุ่มมือปืนทั้ง4ได้ระดมใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นและอาวุธปืน 9 มม. และ .38 ระดมยิงใส่บ้านนับสิบนัดหูดับตำไหม้เสียงดังสนั่นหมู่บ้าน จนทำให้บ้านพรุน กระสุนเจาะฝาบ้านไปเจาะศีรษะด้านซ้าย ด.ญ.อายุ 14 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านที่กำลังนอนดูทีวีบนฟูกที่นอนในห้องโถงหน้าห้องนอน อาการสาหัสถูกนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช   คนร้ายยังใช้อาวุธปืนกราดยิงถล่มใส่บ้านของญาตินายวิชัยที่อยู่ใกล้ๆกันอีก1หลัง กระสุนเฉียดหน้าท้อง ด.ช. อายุ 4 ขวบ ที่นอนอยู่บนบ้านชั้น2 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถูกนำส่ง รพ.ท่าศาลา ขณะที่คืนวันเดียวกันทางตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ 1 ราย ชื่อนายอนุศักดิ์ หรือเท่ แดงเดช อายุ 27 ปี พร้อมอาวุธปืนลุกซองยาว1กระบอกและกระสุน1นัด สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังหารปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนปากคำขยายผลอยู่   ล่าสุด ด.ญ.อายุ 14 ปี ซึ่งนอนรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์ถูกจัดสำคัญแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ซึ่งหลังรับแจ้งจากทาง รพ.แล้ว นายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี และนางทัดดาว ยี่สุ่นแซม อายุ 35ปี พ่อแม่และญาติๆของ ด.ญ.อายุ 14 ปี ถึงกับร่ำไห้โฮเป็นลมล้มพับ จนญาติต้องเข้าปฐมพยาบาลและได้รีบเดินทางไปรับศพลูกสาวที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ด้วยบรรยากาศเศร้าโศก โดยพ่อแม่และญาติได้เดินทางไปรับศพ ด.ญ.อายุ 14 ปี ที่ รพ.เพื่อนำศพมาบำเพ็ญกุศลศพต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-0F9ZWqwCfM

 506
สรุปข่าว
09 พ.ย. 62

เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกลูกหลงมือปืนเสียชีวิตแล้ว - โฆษก รบ. แจงปม รร.ในจังหวัดราชบุรีสั่งหยุดเรียน 11 พ.ย.

เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกลูกหลงมือปืนเสียชีวิตแล้ว - โฆษก รบ. แจงปม รร.ในจังหวัดราชบุรีสั่งหยุดเรียน 11 พ.ย.   - เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกลูกหลงมือปืนเสียชีวิตแล้ว   เด็กหญิงอายุ 14 ปี ที่ถูกลูกหลงกระสุนปืน จากรณีมือปืน 4 ราย บุกยิงถล่มบ้านกลางดึกที่ผ่านมาเสียชีวิตแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสและเข้รับการรักษาในห้องไอซียู  โรงพยาบาลมหาราช จ.นครศรีธรรมราช ส่วนเด็กชายอายุ 4 ปีน้องชาย ซึ่งถูกกระสุนปืนยิงเฉียดหน้าท้องอาการปลอดภัย    - รถบรรทุกคอนเทนเนอร์พลิกคว่ำขวางถนน ขึ้น-ลง ดอยรวก   เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ ที่เสียหลักพลิกตะแคงคว่ำขวางถนน ขึ้น-ลง ดอยรวก ล่าสุดเจ้าหน้าที่เปิดช่องการจราจรพิเศษให้รถวิ่งสวนทางได้แล้ว โดยขอความร่วมมือผู้ขับขี่ ให้ลดความเร็วเพื่อความปลอดภัย   -โฆษกรัฐบบาลแจงกรณีโรงเรียนในจังหวัดราชบุรีสั่งหยุดเรียน   โฆษกรัฐบบาลชี้แจงกรณีโรงเรียนในจังหวัดราชบุรีสั่งงดดารเรียนการสอน ในวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ ครม.สัญจร ล่าสุดทางโรงเรียนยกเลิกหนังสือแจ้งหยุดเรียนแล้ว และให้นักเรียนเข้าเรียนช้าได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดเรียนหรือมาสาย                         

 548
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

อุกอาจคนร้ายกราดยิงป้อมยาม เสียชีวิต 14 ศพ

ยะลาเดือด คนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงถล่มป้อม ชรบ.ตำบลลำพะยา อ.เมืองยะลา เสียชีวิต 14 ราย พร้อมปล้นอาวุธปืนหลบหนีอีก ยังไม่ทราบจำนวน   เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เวลา 23.20 น.มีรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ได้เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 3 จุด โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด บุกยิง ป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่มี ชาวบ้านซึ่งเป็น ชรบ. อยู่เวรยามประจำจุดตรวจ ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 5-6 ราย ภายหลังได้รับแจ้ง อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทั้ง กู้ภัยลำพะยา กู้ภัยพร่อน กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทับทิม ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุเพื่อรับตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลยะลา แต่ระหว่างทาง รถกู้ภัยได้ถูกตะปูเรือใบ ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทาง ในรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย และได้เข้าตรวจสอบที่เหตุ ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจ ชรบ.ภายในหมู่บ้าน พบผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็น ชาวบ้าน และ ชรบ.ทั้งหมดจำนวน 11 ราย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป้อมจุดตรวจ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็น      ต่อมาทราบว่ามีผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 3-4 ราย โดยขณะเกิดเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการ ลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี แบะวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่     ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืด เดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด กราดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุ ยังพบว่าคนร้ายได้ปล้นเอาปาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และ อาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด

 333
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 62

สุดอาลัย! ดร.เดือนเด่น ผอ.ทีดีอาร์ไอ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับบ้านพัก

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 31 ต.ค.62 ร.ต.อ.สามารถ แก้วทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน เดินทางไปตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 30 ซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ภายหลังรับแจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์  อายุ 54 ปี ผอ.วิจัย ด้านบริหารการจัดการระบบเศรษฐกิจฝ่ายวิจัย เศรษฐกิจรายสาขา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ประสพอุบัติเหตุถูกต้นไม้ล้มทับภายในบ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นคนภายในบ้านได้ช่วยกันนำส่ง รพ.คามิลเลี่ยน แต่ทนพิษไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวมีหลายหลัง ปลูกในพื้นที่ส่วนตัวเนื้อที่กว่า 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ จากการตรวจสอบบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน พบตอต้นปาล์มมีความยาวประมาณ 4-5 เมตร ล้มฟาดอยู่กับม้านั่งหินอ่อนและชิงช้าจนได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าต้นปาล์มต้นดังกล่าวนั้น ได้ยืนต้นตายอยู่มาเป็นเวลานานจนโคนต้นพุมาจากด้านใน   จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ขณะที่ ดร.เดือนเด่น พร้อมคนรับใช้ มาเดินออกกำลังกายบริเวณสวนหน้าบ้าน ซึ่งมีโต๊ะม้านั่งและชิงช้าและเครื่องเล่น แต่จู่ๆ ต้นปาล์มต้นดังกล่าวก็ค่อยๆ เอนล้มมาทางที่ ดร.เดือนเด่น ยืนอยู่บริเวณดังกล่าวพอดี ซึ่งทาง ดร.เดือนเด่น ก็ได้หลบต้นปาล์มแล้วแต่ไม่พ้น ต้นตอของต้นปาล์มทับโดนบริเวณที่ขา จนทำให้ ดร.เดือนเด่น เสียหลักล้มลงและศีรษะฟาดเข้ากับเครื่องเล่นที่เป็นเหล็กจนได้รับบาดเจ็บและหมดสติ ก่อนที่คนในบ้านจะให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.คามิลเลี่ยน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   เบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.จุฬาฯเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตก่อนที่จะมอบศพให้ญาติรับดำเนินการทางศาสนาต่อไป สำหรับ นางเดือนเด่น เป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ มีผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะการวิจัยปัญหาการทุจริตคอรรัปชันในประเทศไทย นโยบายการแขงขัน การป้องกันการผูกขาด  นโยบายการค้าบริการ และการลงทุนระหว่างประเทศ ความตกลงการค้าระหว่างประเทศ    ปัจจุบัน นางเดือนเด่น เป็นผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ โดยปี 2532-2538 ได้รับทุนการศึกษาปริญญาเอกจากรัฐบาลแคนาดา 2530–2531 ทุนการศึกษาปริญญาโทจากคณะเศรษฐศาสตร์ Queen’s University ปี 2527 ทุนการศึกษาการเข้าเรียนปีแรกจาก Queen’s University และปี 2525–2527 ทุนการศึกษาระดับมัธยมปลายจากรัฐบาลแคนาดา  

 6,570
สังคม
31 ต.ค. 62

สุดอาลัย! ดร.เดือนเด่น ผอ.ทีดีอาร์ไอ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับบ้านพัก

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 31 ต.ค.62 ร.ต.อ.สามารถ แก้วทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน เดินทางไปตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 30 ซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ภายหลังรับแจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์  อายุ 54 ปี ผอ.วิจัย ด้านบริหารการจัดการระบบเศรษฐกิจฝ่ายวิจัย เศรษฐกิจรายสาขา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ประสพอุบัติเหตุถูกต้นไม้ล้มทับภายในบ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นคนภายในบ้านได้ช่วยกันนำส่ง รพ.คามิลเลี่ยน แต่ทนพิษไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวมีหลายหลัง ปลูกในพื้นที่ส่วนตัวเนื้อที่กว่า 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ จากการตรวจสอบบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน พบตอต้นปาล์มมีความยาวประมาณ 4-5 เมตร ล้มฟาดอยู่กับม้านั่งหินอ่อนและชิงช้าจนได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าต้นปาล์มต้นดังกล่าวนั้น ได้ยืนต้นตายอยู่มาเป็นเวลานานจนโคนต้นพุมาจากด้านใน   จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ขณะที่ ดร.เดือนเด่น พร้อมคนรับใช้ มาเดินออกกำลังกายบริเวณสวนหน้าบ้าน ซึ่งมีโต๊ะม้านั่งและชิงช้าและเครื่องเล่น แต่จู่ๆ ต้นปาล์มต้นดังกล่าวก็ค่อยๆ เอนล้มมาทางที่ ดร.เดือนเด่น ยืนอยู่บริเวณดังกล่าวพอดี ซึ่งทาง ดร.เดือนเด่น ก็ได้หลบต้นปาล์มแล้วแต่ไม่พ้น ต้นตอของต้นปาล์มทับโดนบริเวณที่ขา จนทำให้ ดร.เดือนเด่น เสียหลักล้มลงและศีรษะฟาดเข้ากับเครื่องเล่นที่เป็นเหล็กจนได้รับบาดเจ็บและหมดสติ ก่อนที่คนในบ้านจะให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.คามิลเลี่ยน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   เบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.จุฬาฯเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตก่อนที่จะมอบศพให้ญาติรับดำเนินการทางศาสนาต่อไป สำหรับ นางเดือนเด่น เป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ มีผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะการวิจัยปัญหาการทุจริตคอรรัปชันในประเทศไทย นโยบายการแขงขัน การป้องกันการผูกขาด  นโยบายการค้าบริการ และการลงทุนระหว่างประเทศ ความตกลงการค้าระหว่างประเทศ    ปัจจุบัน นางเดือนเด่น เป็นผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ โดยปี 2532-2538 ได้รับทุนการศึกษาปริญญาเอกจากรัฐบาลแคนาดา 2530–2531 ทุนการศึกษาปริญญาโทจากคณะเศรษฐศาสตร์ Queen’s University ปี 2527 ทุนการศึกษาการเข้าเรียนปีแรกจาก Queen’s University และปี 2525–2527 ทุนการศึกษาระดับมัธยมปลายจากรัฐบาลแคนาดา  

 6,570
สังคม-อาชญากรรม
29 ต.ค. 62

ญาติวอนช่วยหาเบาะแส! หนุ่ม 22 รถจยย. คว่ำเสียชีวิต บนถนนหมายเลข 340 ไร้เงาคู่กรณี

เมื่อวันเสาร์วันที่ 26 ต.ค. 62 เวลาประมาณ 23.00 - 23.15 น. นายธนวิชญ์ มีอนันต์ อายุ 22 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กฎ 8641 พระนครศรีอยุธยา ประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นทางตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี หมายเลข 340 บริเวณเลยปั๊มน้ำมัน ปตท. เขต อบต.ไทรใหญ่ ทำให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ  เมื่อเจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยถึงที่เกิดเหตุ กลับไม่พบคู่กรณี       ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย กำลังตรวจสอบหาพยานหลักฐาน และกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาคู่กรณี จึงวอนขอความช่วยเหลือ หากมีผู้เห็นเหตุการณ์ หรือมีเบาะเเสกรุณาเเจ้งได้ที่ ด.ต.ณรงค์ มีอนันต์ 0946632493 (บิดา)

 1,633
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

ญาติวอนช่วยหาเบาะแส! หนุ่ม 22 รถจยย. คว่ำเสียชีวิต บนถนนหมายเลข 340 ไร้เงาคู่กรณี

เมื่อวันเสาร์วันที่ 26 ต.ค. 62 เวลาประมาณ 23.00 - 23.15 น. นายธนวิชญ์ มีอนันต์ อายุ 22 ปี กำลังศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กฎ 8641 พระนครศรีอยุธยา ประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นทางตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี หมายเลข 340 บริเวณเลยปั๊มน้ำมัน ปตท. เขต อบต.ไทรใหญ่ ทำให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ  เมื่อเจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยถึงที่เกิดเหตุ กลับไม่พบคู่กรณี       ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย กำลังตรวจสอบหาพยานหลักฐาน และกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาคู่กรณี จึงวอนขอความช่วยเหลือ หากมีผู้เห็นเหตุการณ์ หรือมีเบาะเเสกรุณาเเจ้งได้ที่ ด.ต.ณรงค์ มีอนันต์ 0946632493 (บิดา)

 1,633

Top