ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสียชีวิต"

ต่างประเทศ
21 ก.พ. 63

พบผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น 2 ราย จากเรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19

ความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่เกาหลี เมื่อวานนี้ (21 ก.พ. 63) พบว่ามีผู้ติดเชื้อกว่า 30 คน ส่วนที่ญี่ปุ่นเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย   ทางการเกาหลีใต้แถลงว่า พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มอีกอย่างน้อย 36 คน ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในจังหวัดแทกูและจังหวัดคย็องซังเหนือ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยที่จังหวัดแทกูพบผู้ป่วยรายใหม่อย่างน้อย 31 คน ส่วนใหญ่เดินทางเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมือง และได้รับเชื้อมาจากหญิงวัย 61 ปี  ที่มีผลตรวจเชื้อเป็นบวก ทำให้ผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้ตอนนี้พุ่งขึ้นเป็น 104 คน มากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากจีนและญี่ปุ่น   นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังเป็นประเทศล่าสุด ที่พบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 รายแรก เป็นชายวัย 63 ปี นับเป็น 1 ในผู้ติดเชื้อ 15 ราย ที่เข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน   ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน ได้โทรศัพท์สายตรงไปหาประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ทันที  หลังจากที่ได้รับรายงานนี้ โดยให้คำมั่นว่าจีนพร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือเกาหลีใต้ ในการยับยั้งสถานการณ์การแพร่ระบาด นอกจากนี้ทั้ง 2 ประเทศยังบอกว่าจะแบ่งปันข้อมูลกันเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสให้แก่กันอย่างละเอียด   ส่วนที่ญี่ปุ่น ล่าสุด ทางการออกแถลงการณ์ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย เป็นชายอายุ 87 ปี และหญิงอายุ 84 ปี  ที่ได้รับเชื้อไวรัสบนเรือสำราญไดมอนด์ พรินเซส ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่เป็นผู้เสียชีวิตกลุ่มแรกบนเรือสำราญดังกล่าว ที่ถูกกักบริเวณนอกฝั่งเมืองโยโกฮามาตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. และเพิ่งจะครบกำหนดเฝ้าระวังโรค 14 วัน เมื่อวานนี้ (20 ก.พ. 63)   ส่วนผู้โดยสารบนเรือที่มีผลตรวจเชื้อเป็นลบ และได้รับการปล่อยตัว ก็ทยอยถึงบ้านเกิดของแต่ละคนกันเรียบร้อยแล้ว อย่างฮ่องกง มีผู้โดยสารจากเรือทั้งหมด 106 คน เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ ซึ่งทั้งหมดจะต้องเข้าสู่ช่วงกระบวนการเฝ้าระวังอีก 14 วัน  เช่นเดียวกับชาวออสเตรเลียอีก 180 คน ที่ออกเดินทางจากญี่ปุ่นด้วย เครื่องบินสายการบิน Qantas และถึงท่าอากาศยานดาร์วินแล้ว ขณะที่ชาวออสเตรเลียอีก 46 คน ซึ่งได้รับการติดเชื้อ ยังคงต้องได้รับการรักษาตัวอยู่ที่ญี่ปุ่น   ในส่วนของเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางการจีนออกแถลงว่า เพียงวันเดียว จีนพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 394 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างติ 29 คน ถือว่าเป็นสถิติที่น้อยที่สุดตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางการจีนระบุว่านี่เป็นผลมาจากการร่วมมือของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ในการยับยั้งกาแรพร่ระบาด และทางรัฐบาลจีนตั้งเป้าจะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อลดน้อยลงไปกว่านี้อีกเรื่อยๆ   สรุปตัวเลขล่าสุด ผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะนี้ อยู่ที่อย่างน้อย 74,576 คน  ในต่างประเทศมีผู้ติดเชื้อ 1,197 คน เสียชีวิตรวมแล้ว 2,129 คน มีในจีน ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไตัหวัน ฝรั่งเศส อิหร่าน และเกาหลีใต้  

 2,143
อาชญากรรม
19 ก.พ. 63

อดีตผัวมือยิง​ ร่ำไห้บอก​ "ผมไม่อยากทำ​-ไม่ได้ตั้งใจ" ขณะญาติเข้าเยี่ยม​ ปัดตอบสื่อ

จากกรณีนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญ อายุ 28 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงอดีตแฟนสาวเสียชีวิต ขณะทำงานคลินิกเสริมความงามในห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และถูกจับกุมไว้ได้ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธุ์ 2563 ที่ผ่านมา ที่บ้านของพ่อ แม่ของผู้ก่อเหตุ ใน จ.เพชรบุรี   ล่าสุดตำรวจควบตัวนายดนุสรณ์  นุ่มเจริญ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ จากห้องสอบสวน มาฝากขังที่ สน.พญาไท หลังถูกสอบสวนยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง    โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุของการก่อเหตุ นายดนุสรณ์ร้องไห้ ตอบสั้นๆว่า ขอโทษกับทุกสิ่ง ขอโทษประชาชน ผมไม่ได้อยากทำ ผมไม่ได้ตั้งใจ  พร้อมกับมีเสียงสะอื้นตลอดทางที่ตำรวจพยายามคุมตัวไปห้องขัง สน.พญาไท   ขณะที่ครอบครัวผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาเยี่ยม พร้อมปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน  

 10,078
สังคม
19 ก.พ. 63

ผอ.โรงพยาบาลอู่ชางในเมืองอู่ฮั่น เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 - อิสราเอลห้ามคนต่างชาติที่เดินทางไปพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อเข้าประเทศ

คณะกรรมาธิการสาธารณสุขของเมืองอู่ฮั่นเผย นายหลิว จื้อหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู่ชาง ในเมืองอู่ฮั่น เสียชีวิตในวัย 51 ปี จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งนายแพทย์หลิวเป็น 1 ในทีมรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเป็นบุคลากรทางการแพทย์ระดับผู้อำนวยการคนแรกที่เสียชีวิตจากโรคนี้    ส่วนสถานการณ์บนเรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส ที่จอดเทียบท่าใกล้กับเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่น ล่าสุด ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 88 คน ทำให้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมตอนนี้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 544 คน ขณะที่รัฐบาลแคนาดาบอกว่าจะส่งเที่ยวบินนำชาวแคนาดาบนเรือสำราญดังกล่าวกลับประเทศภายในวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ.    ด้านกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล ออกประกาศทางเว็บไซต์ ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เดินทางไปยังประเทศไทย สิงคโปร์ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และมาเก๊า ในระยะเวลา 14 วัน เดินทางเข้าอิสราเอลเพิ่มเติม หลังจากที่เคยห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางไปยังจีนแผ่นดินใหญ่เข้าอิสราเอลมาก่อนหน้านี้ และให้ชาวอิสราเอลที่เพิ่งเดินทางไปยังประเทศไทย สิงคโปร์ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และมาเก๊า ในระยะเวลา 14 วัน ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากเดินทางมาถึงอิสราเอล ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ โดยไม่ให้เดินทางไปที่สาธารณะ อาทิ ที่ทำงาน ห้างร้าน โรงเรียนและโรงพยาบาล    ขณะที่คนไทย 138 คน ที่เดินทางกลับมาจากอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ถูกกักตัวเพื่อรอดูอาการที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จะได้เดินทางกลับบ้านในวันนี้ (19 ก.พ. 63) เวลา 09.00 น.   ส่วนยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลก อยู่ที่อย่างน้อย 1,873 คน พบผู้เสียชีวิตในจีนมากถึง 98 คน ภายในวันเดียว ส่วนยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 73,000 คน โดยยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศใหม่เพิ่ม แต่ก็พบว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 คนที่ 61 ในฮ่องกง เป็นหญิงชาวฟิลิปปินส์ วัย 32 ปี ที่ประกอบอาชีพแม่บ้าน น่าจะติดเชื้อมาจากนายจ้าง  

 218
สรุปข่าว
18 ก.พ. 63

ผอ.รพ.ในเมืองอู่ฮั่นเสียชีวิตจากไวรัสโควิค 19-ผบ.ทบ.เซ็นคำสั่งย้ายทหารพันเอก- การบินไทยเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร

ผอ.รพ.เมืองอู่ฮั่นเสียชีวิตจากไวรัสโควิค 19 คณะกรรมาธิการสาธารณะสุขเมืองอู่ฮั่นเผย นายหลิว จือหมิง ผู้อำนวยการในเมืองอู่ซางในเมืองอู่ฮั่นเสียชีวิตจากไวรัสโควิค 19 โดยนายหลิวเป็นศัลยแพทย์ระบบปราสาทและเป็นผู้อำนวยการ รพ.ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิค 19 เป็นคนแรก   ผบ.ทบ.เซ็นคำสั่งย้ายทหารพันเอก ผู้บัญชาการทหารบกเซ็นคำสั่งย้ายทหารพันเอกที่เกี่ยวข้องกับหลายส่วนโดยมีกำลังพลร้องเรียนโดยเฉพาะเหตุรุนแรงกองทัพภาคที่ 2 ส่วนศูนย์รับเรื่องร้องเรียนให้เอกชนมารับดำเนินการแทนป้องกันความลับรั่วไหลย้ำแยกแยะได้เรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ   การบินไทยเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร การบินไทยเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารเส้นทางพนมเปญ-กรุงเทพถึง 29 กุมภาพันธ์ หลังพบผู้เดินทางมากับเรือสำราญยเวสเทอร์ดัมที่จอดเทียบท่าในกัมพูชาติดเชื้อไวรัสโควิค 19 โดยจัดทีมพิเศษสังเกตุอาการผู้โดยสารบนเครื่องบินจัดที่นั่งพิเศษที่มากับเรือสำราญพ่นยาฆ่าเชื้อทันทีที่เดินทางถึงประเทศไทยและปฏิเสธการเดินทางหากพบผู้โดยสารที่เสี่ยงเป็นพาหะนำโรค     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r5f8jtbiw4A

 1,603
กีฬา
18 ก.พ. 63

แมนยูฯ สูญเสียผู้รักษาประตูในตำนาน 'แฮร์รี เกร็กก์' ในวัย 87 ปี

ข่าวร้ายของแฟนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมื่อวานนี้ (17 ก.พ. 63) ทางสโมสรแมนยูฯ ออกแถลงการณ์ว่า แฮร์รี เกร็กก์ อดีตตำนานผู้รักษาประตูของแมนยูฯ จากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาล ในวัย 87 ปี    แฮร์รี่ เกร็กก์ เป็นตำนานผู้รักษาประตูของแมนยูฯ  และได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ของเหตุโศกนาฏกรรม เครื่องบินตกที่มิวนิก ในปี 1958 โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้น เมื่อเกร็กก์ได้สติ เขาก็รีบเข้าไปช่วยชีวิตเพื่อนร่วมทีมออกมาจากซากเครื่องบินทันที    แฮร์รี่ เกร็ก ถือว่าเป็นตำนานของแมนฯ ยูฯ เพราะเล่นให้กับสโมสรถึง 247 ครั้ง ช่วงปี 1957-1966 โดยวันนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก นักเตะแมนฯ ยูฯ จะสวมปลอกแขนสีดำเพื่อไว้อาลัยให้กับการจากไปของตำนานแมนยูฯ คนนี้ แฮรี่ เกร็กก์ 

 281
สังคม
05 ก.พ. 63

ผัวฉุนเมีย ไม่โอนเงินให้แม่ คว้าปืนกระหน่ำยิงเสียชีวิตคาที่

  ที่เกิดเหตุเข้ามาในซอย 100 เมตร เป็นบ้านปลูกติดกันเรียงหลายหลัง ที่ชั้น 2 ของบ้านเกิดเหตุพบศพ น.ส.วลัยพรรณ ชำนาญธรรม อายุ 43 ปี สภาพศพใส่ชุดนอน นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขาพาดที่นอนหัวซุกอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ส่วนคนยิงคือสามีชื่อ นายสุชาติ เรืองไพศาล อายุ 52 ปี   จาการสอบสวนพยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีการตั้งวงดื่มกินภายในบ้าน ก่อนที่สามีภรรยาคู่นี้จะมีปากเสียงกัน โดยสามีบอกให้ผู้ตายโอนเงินให้แม่ตนเองเดือนละ 1,000 บาท แต่อีกฝ่ายไม่โอนให้ จึงมีปากเสียงกัน ก่อนสามีจะโมโหบอกเงินแค่นี้ทำไมโอนไม่ได้ จึงบีบคอผู้ตาย แล้วควักปืนในกระเป๋าสะพายยิงใส่ 3 นัด จนเสียชีวิต จากนั้นไปขึ้นวินจักรยานยนต์หลบหนี    โดยผู้ตายทำงานรับส่งของ ส่วนสามีไม่ได้ทำงานอะไร ทั้งนี้ทั้งสองคบกันมา 7 ปี ต่างฝ่ายต่างเคยมีคู่สมรส มีครอบครัวกันมาแล้วหลายครั้ง โดยฝ่ายชายมีภรรยามาแล้ว 3 คน ส่วนผู้ตายก็มีสามีมาแล้ว 5 คน ระหว่างที่คบกันก็มีปากเสียงเรื่อยมา ชอบทำร้ายร่างกายผู้ตาย และทำลายทรัพย์สินอยู่เป็นประจำ เบื้องต้นตำรวจจะเร่งติดตามตัวสามีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   เพื่อนบ้านเล่าว่า ช่วงเวลา 2 ทุ่มครึ่ง ตน พี่จ่อ และเต๋าผู้เสียชีวิต ได้นั่งดื่มสุรากันอยู่หน้าบ้านของตน ก็นั่งดื่มกันปกติทุกอย่าง สองสามีภรรยาไม่ได้มีการทะเลาะกันแต่อย่างได้ มีแต่สามีที่ทักท้วงภรรยาเรื่องให้โอนเงินให้แม่ของตน 1,000 บาท เพราะผู้เสียชีวิตจะโอนให้แม่ของตนตลอด ส่วนภรรยาคุยกับสามีว่า พี่จ่อมีเงินอยู่แล้วก็โอนให้แม่ไปสิ หลังจากนั้นก็ไม่พูดคุยอะไร พอถึงเวลาเที่ยงคืน ต่างคนก็แยกย้ายกันเข้าบ้าน สักเวลาประมาณ ตี1.45นาที เต๋าโทรมาหาตนและบอกว่าพี่จ่อจะฆ่าเต๋าให้มาช่วย ตนจึงรีบวิ่งไปที่บ้านของเต๋าและตะโกนเรียก เต๋าโยนกุญแจบ้านออกมาตนจึงเข้าไปในบ้าน หลังจากเข้าไป ตนและน้าสาวของตนก็รีบเข้าไปพูดคุยให้ทั้งสองสงบสติอารมณ์ สักพักพี่จ่อชักปืนออกมาและยิงไปที่ เต๋าซึ่งเป็นภรรยาที่หัว และก้าวไปยิ่งซ้ำอีก 2 นัด ตนและน้าได้วิ่งหนีลงมาเพราะกลัวจะเป็นอันตราย ตนไม่คิดว่าพี่จ่อจะทำถึงขนาดนี้ อยากจะบอกให้พี่จ่อคิดดีๆว่าที่สุดแล้วคนที่รักพี่จ่อมากที่สุดก็คือเต๋า ทำไมถึงทำกันได้ถึงขนาดนี้    ญาติผู้เสียชีวิต เล่าว่าปกติแล้วพี่จ่อสามีเป็นคนดุพอประมาณ เวลาไม่กินเหล้าจะเป็นคนนิ่งๆ แต่พอกินเหล้าเข้าไปแล้วจะมีนิสัยดุร้าย ส่วนทางด้านภรรยาคือพี่เต๋า ช่วงหัวค่ำตนยังคุยกันอยู่เลย ไม่ได้มีทีท่าที่จะทะเลาะอะไรกับสามี พี่เต๋าปกติเป็นคนดีมากช่วยเหลือคนในชุมชนตลอดเจอเด็กก็ให้เงินให้ทาน ตนไม่คิดว่าสามีจะกล้ายิงภรรยาได้ขนาดนี้ เพราะพี่เต๋าเป็นคนที่รักสามีมาก เวลาสามีร้อนภรรยาจะเป็นน้ำเย็น แต่พี่เต๋ากับสามีก็ทะเลาะกันบ่อย ทั้งเรื่องเงิน เรื่องทอง และเรื่องรถ แต่ครั้งนี้ร้ายแรกที่สุดถึงกับฆ่ากัน ตนก็เสียใจที่พี่สาวของตนต้องมาเสียชีวิตแบบนี้ อยากให้สามีของพี่เต๋าออกมามอบตัวเลิกคิดที่จะหนี เพราะเราก็รู้จักกันหมด  

 19,638
อาชญากรรม
02 ก.พ. 63

สลด หนุ่มเคราะห์ร้ายยืนสั่งก๋วยเตี๋ยว จู่ๆถูกชายสติไม่ดียิงดับ

หนุ่มใหญ่วัย 45 เจอเพื่อนบ้านมีอาการทางประสาท ยิงใส่สองนัดดับคาที่ขณะยืนสั่งก๋วยเตี๋ยว   เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 2 ก.พ.63 ร.ต.อ.เสถียร เสนผาบ รอง.สว.สอบสวน.สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบ หลังจากได้รับแจ้งมีชายถูกยิงเสียชีวิต ภายในร้านก๋วยเตี๋ยว ถนนเลียบคลองฉลองราชย์ ร.9 ต.บ้านใหม่ อ. บางใหญ่      จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดนนทบุรี แพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบภายในร้านก๋วยเตี๋ยว พบศพ นายสุพจน์ กุดโต อายุ 45 ปี ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี      สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดแขนยาวสีฟ้า กางเกงยีน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณใต้ราวนมขวา 2 นัดนอนจมกองเลือดเสียชีวิต ส่วนคนก่อเหตุทราบชื่อคือนายประสิทธิ์ ผิวผ่อง อายุ 47 ปี หลังก่อเหตุได้เดินเท้าออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น     จากการสอบ นางปอรรัตน์ วิชัย อายุ 53 ปีภรรยาผู้เสียชีวิตกล่าวว่าสามีมีอาชีพรับจ้างทั่วไปซึ่งยืนยันว่าผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตนั้นไม่รู้จักกันมาก่อนและไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน เพียงแต่เคยเห็นหน้า เนื่องจากเป็นคนในย่านคลองเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ      โดยหลังเกิดเหตุมาทราบจากชาวบ้านที่อยู่ตรงจุดเกิดเหตุให้ข้อมูลว่า บ้านผู้ก่อเหตุห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวเพียง 20 เมตร อีกทั้งผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางประสาทอีกด้วย      ขณะเดียวกันผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเห็นนายสุพจน์ กำลังยืนสั่งก๋วยเตี๋ยวอยู่ภายในร้านไม่นาน นายประสิทธิ์ ได้เดินเข้ามาในร้านก่อนจะใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่นายสุพจน์จำนวน 2 นัด จนล้มลงและเสียชีวิต     เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ และสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามตัว นายประสิทธิ์ เพราะจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายประสิทธิ์ เคยโดนจับในข้อหาฆ่าตนตายมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีอาการทางประสาทต้องคอยกินยาอยู่ตลอด เกรงว่าจะไปก่อเหตุกับบุคคลอื่นอีก      ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตรต่อไป

 17,193
สังคม
01 ก.พ. 63

หนุ่มเจ้าของร้านเสริมสวย ฆ่าตัวตายปริศนา ช่างประจำร้านคาด เครียดธุรกิจขาดทุน

นนทบุรี -ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าตรวจสอบสภาพศพ หนุ่มเจ้าของร้านเสริมสวย ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านแจ้งวัฒนะ สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน มีถุงพลาสติกใสคลุมศีรษะถึงลำคอ นอกจากนี้ยังพบขวดน้ำเกลือแขวนไว้กับไม้แขนเสื้อ โดยสายน้ำเกลือปักอยู่ที่ข้อมือ ข้างศพยังพบยาไอซ์อีกประมาณ 1 กรัม   จากการสอบปากคำช่างประจำร้าน ให้การว่า เห็นผู้ตายครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงสายวานนี้ จากนั้นผู้ตายก็เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง จนกระทั่งผิดสังเกตจึงขึ้นไปดูที่ห้องนอน ปรากฏว่าล็อกอยู่ จึงแจ้งเจ้าของอาคารให้เอากุญแจสำรองมาเปิด ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว    ช่างประจำร้านให้ข้อมูลว่า ช่วงที่ผ่านมา ผู้ตายมีปัญหาเรื่องรายได้ เพราะมีลูกค้ามาใช้บริการน้อย ธุรกิจขาดทุนอย่างหนัก มีภาระค่าเช่าร้านตกเดือนละ 45,000 บาท ซึ่งค้างค่าเช่ามา 4 เดือนแล้ว จนเจ้าของอาคารขอให้เก็บข้าวของย้ายออกเมื่อวานนี้    เจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย จากปัญหาหนี้สินและค่าใช้จ่าย แต่ทางตำรวจจะชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Dux4tPCNQwg

 5,873
สังคม
30 ม.ค. 63

สลด! นักปั่นหนุ่มเกาหลีแชมป์เยาวชนเอเชีย ถูกรถชนเสียชีวิตระหว่างเก็บตัวที่เชียงใหม่

จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Sasirin Pokpun ได้ลงคลิปและข้อความ ว่า *แจ้งข่าวค่ะ*ฝากหน่อยครับ ผมได้รับการประสานจากทีมจักรยาน ทีมเยาวชนเกาหลี ขอภาพจากกล้องหน้ารถในเหตุการณ์วันที่ 28 มค เวลา ประมาณ 10 โมง ทางขึ้นเส้นแม่ริม ม่อนแจ่ม สะเมิง นักปั่นจักรยานคนดังกล่าว ได้เสียชีวิตแล้วและนักกีฬาท่านนี้ เป็นแชมป์เยาวชนเอเชียคนล่าสุดท่านใดมีภาพจากกล้องหน้ารถ ขอส่งให้ทางไลน์ thunderxxx ขอบพระคุณมากครับชุดนี้มาเก็บตัว เชียงใหม่ 18 มค - 25 กพ     จากคลิปพบว่านักปั่นต้องใช้การปั้มหัวใจช่วย ก่อนถูกนำตัวรักษาต่อ มีการแสดงความคิดในข้อความเป็นจำนวนมากและแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนักปั่นนักปั่นเยาวชนเกาหลีรายนี้ ซึ่งมีภาพของรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน ผย-8394 เชียงใหม่ มีรอยชนที่ด้านล่างคนขับเสียหาย จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ต้องการคลิปหน้ารถเพื่อยืนยันว่าใครผิดใครถูก   ด้านนายมนตรี หาญใจ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักกีฬา และทีมนักปั่นเยาวชนเกาหลี ซึ่งทราบว่าได้เสียชีวิตแล้วหลังประสบอุบัติเหตุ แต่ทีมชุดนี้ได้เข้ามาฝึกซ้อมเองไม่ได้ประสานกับทางสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จึงไม่ทราบกำหนดการฝึกซ้อม ซึ่งทีมกำหนดเวลาการฝึกซ้อมเอง ทำแต่มาทราบช่วงที่ประสบอุบัติเหตุก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานเพื่อให้การช่วยเหลือต่อ ซึ่งรถที่ประสบอุบัติเหตุก็ไม่ได้หลบหนี  

 2,328
ต่างประเทศ
28 ม.ค. 63

ช็อก! พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกทะลุกว่า 4,000 คน ส่วนในจีนมีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัส โคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ในจีน พุ่งทะลุ 106 คนแล้ว และยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มอีกหลายประเทศ ล่าสุด พบ ที่ เยอรมนี , ศรีลังกา และ กัมพูชา ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก มีมากกว่า 4 พันคนแล้ว ขณะที่หลายประเทศ แนะให้พลเรือนของตนเอง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน โดยไม่จำเป็น   คณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขของมณฑล หูเป่ย ของจีน เปิดเผยวันนี้ว่า พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ เพิ่มอีก 24 คน ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด อยู่ที่ 106 คน ขณะเดียวกัน ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีน อีก 1 พัน 291 คน รวมทั้งผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในต่างประเทศอีก โดยพบ ที่กัมพูชา 1 คน, ศรีลังกา 1 คน , เยอรมนี อีก 1 คน และ สิงคโปร์อีก 1 คนด้วย ส่งผลให้ยอดรวมของผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ มีมากว่า 4 พันคนแล้ว   ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ , แคนาดา , ตุรกี , เยอรมนี แนะให้พลเรือนของตัวเอง หลีกเลี่ยงเดินทางไปยังประเทศจีน หากไม่มีความจำเป็น   ส่วนเรื่องการอพยพชาวต่างชาติออกจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งถูกปิดเมือง ตั้งแต่ วันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานว่า เครื่องบินเช่าเหมาลำของสหรัฐฯ ที่อพยพชาวอเมริกันบางส่วน มีกำหนดการออกจากเมืองอู่ฮั่น ในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ญี่ปุ่น เร่งประสานกับทางการจีนอย่างเร่งด่วน หลังจากแผนอพยพ ซึ่งจะมีขึ้นในเช้าวันนี้ ต้องเลื่อนออกไป แต่คาดว่าจะดำเนินการได้ในคืนวันนี้  

 1,919
สังคม
09 ม.ค. 63

แฟนคลับร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของ 'แก้ว the voice ซีซั่น 1'

เมื่อวันที่ 7 ม.คที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก The Voice Thailand ได้โพสต์ภาพและข้อความถึงแก้ว เดอะวอยซ์ ถึงการจากไปอย่างสงบ ด้วยอาการระบบหายใจล้มเหลว โดยระบุข้อความว่า "ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของ คุณแก้ว The Voice ซีซั่น 1 (บรรณรต เสตารุณ) ด้วยนะคะ โดยทางครอบครัวของคุณแก้วจะนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.อุทัยธานี (บ้านเกิด) ซึ่งจะตั้งสวดอภิธรรมไว้เป็นเวลา 4 วัน คือวันที่ 7-10 มกราคม 2563 และจะทำการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 15.00 น. ณ วัดวังหิน ต.วังหิน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานีค่ะ" หลังที่ทางเพจประกาศออกมา ก็มีหลายคนเข้ามาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเธอ     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/sQFPHNxvzWs

 21,366
สังคม
07 ม.ค. 63

ตร.น้อมรับผิด หากเป็นเหตุให้คนตายเพราะการล็อคล้อ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหาดใหญ่ ล็อคล้อรถคันหนึ่งที่ไปจอดในที่้ห้ามจอด แต่สุดท้ายมารู้ทีหลังว่า แม่ของเขานั้นเสียชีวิต เพราะรอออกซิเจนซึ่งเป็นเครื่องที่เขานั้นกำลังไปเช่าอยู่ ทางตร.จราจรก็พร้อมรับผิด หากเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุสลดใจในครั้งนี้   มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า 'สมชาย เพชรชุม' ได้โพสต์ข้อความเหตุการณ์ที่ถูกตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ล็อคล้อ ขณะนำรถไปจอดในที่จอดรถจักรยานยนต์ข้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพราะรีบไปเช่าเครื่องออกซิเจนจากโรงพยาบาลเพื่อนำไปให้แม่ที่ป่วย และพยายามบอกตำรวจจราจรแล้วแต่ก็ไม่ฟัง และให้ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักก่อนถึงจะปลดล็อคให้ และสุดท้ายก็นำเครื่องออกซิเจนไปให้แม่ไม่ทัน และแม่เสียชีวิต   ล่าสุดทาง ทางผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์จาก พ.ต.ท.นฤทธิ์ เครือเนตร สารวัตรจราจร สภ.หาดใหญ่ ซึ่งได้เปิดเผยว่า บริเวณพื้นที่รอบโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีปัญหาการจอดรถมาก จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายโดยการบังคับล้อกับรถที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ถนนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งกรณีนี้ตำรวจไม่รู้ว่าข้อมูลที่ประชาชนบอกนั้นเท็จจริงเป็นอย่างไร    และหากกรณีนี้เป็นสาเหตุหลักที่ให้ทำผู้ป่วยท่านนี้เสียชีวิต ตนก็กราบขออภัยและขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา และออกคำสั่งให้ตำรวจจราจรนายนี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตำรวจจราจรทุกนายไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ เพียงแค่ต้องการจัดระเบียบจราจรให้ดีที่สุดเท่านั้น   นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดสิกขาราม ต.คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพแม่ของเจ้าของเฟสบุ๊กที่โพสต์เรื่องนี้ แต่เจ้าของโพสต์ปฏิเสธไม่ขอเป็นข่าว หรือให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยบอกแต่เพียงว่า ที่โพสต์เรื่องนี้ลงไป เพราะ อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับสังคม และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจให้ฟังเหตุผล แต่ตนก็มีส่วนผิดที่ทำผิดกฎจราจรไปจอดในที่ห้ามจอด และขอจบเรื่องนี้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว หรือเป็นข่าวยืดเยื้อ และไม่ติดใจเอาความใดๆ       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/eVh7N0YqNIY  

 1,371
สังคม-อาชญากรรม
31 ธ.ค. 62

‘น้องแจ่มใส’ หนูน้อยวัย 6 ขวบ ป่วยเป็นโรคประหลาดเสียชีวิตแล้ว พ่อแม่เผยลูกสาวเข้มแข็ง ยิ้มสู้จนวินาทีสุดท้าย

จากกรณีเด็กหญิงแจ่มใส่ อายุ 6 ขวบ  ป่วยเป็นโรคประหลาดเส้นเลือด อักเสบทั่วร่างกาย เลือดออกในปอด ค่าเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติเท่าตัวรายแรกในไทย คล้าย โรค SLE แต่แพทย์ยังหาสาเหตุไม่ได้ ทางครอบครังวอนผู้ใจบุญบริจาคค่ารักษา เนื่องจากบัตร 30 บาท ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด  เพราะตามเงื่อนไขการใช้บัตรจะต้องระบุโรคให้ ชัดเจนว่าเป็นโรคอะไร แต่กรณีนี้ระบุโรคไม่ได้           ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายจตุพล สว่างศรี พ่อของน้องแจ่มใสว่าลูกสาวได้เสียชีวิต แล้วเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลเดือนกว่า หมดค่ารักษาพยาบาล 8 แสน  กว่าบาท โดยระบุว่า หลังจากนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ หมอตรวจพบเชื้อวัณโรคแทรกซ้อนจากโรคเดิมที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ และพบเลือดออกในปอดจึงต้องนำตัวเข้าห้องปลอดเชื้อ อาการ ขณะนั้นทรงตัวประคับประคองอาการ แต่หมอพยายามรักษาอย่างเต็มที่จะทำการฟอกไต ซึ่ง หมอบอกว่าโอกาสเสียชีวิตสูงกลัวว่าน้องจะช็อกจึงเปลี่ยนเป็นให้ยาขับปัสสาวะแทน         จากนั้นวันที่ 25 ธ.ค. หมอได้ทำการผ่าตัดตัดชิ้นเนื้อปอดไปตรวจแลปเพิ่มว่ามีอะไรผิดปกติ  หรือไม่ แม้จะรู้ว่าเสี่ยงเสียชีวิตแต่ก็ต้องทำเพื่อนอยากให้ลูกหาย น้องสู้กับอาการเจ็บปวดมาก ๆ   หลังผ่าตัดเสร็จความดันปกติ หมอบอกว่าน้องปลอดภัยดีกลับไปพักผ่อนได้ ตนกับภรรยาได้ฟัง ก็สบายใจ เช้าวันที่ 26 ธ.ค.น้องรู้สึกตัวและยิ้มให้รู้สึกตัวดี น้องยิ้มจนวินาทีสุดท้าย ตนพยายาม  บอกให้น้องยิ้มสู้ทั้งที่รู้ว่าสภาพร่างกายของลูกไม่ไหวแล้ว โดยหลังผ่าตัดครั้งนี้อาการก็ยังทรง ตัว แต่หมอบอกว่าอาการของน้องอาจแย่ลงหรือเสียชีวิตได้           นางสาวปริศนา  แก้วเพ็ง แม่ของน้องแจ่มใส กล่าวว่า ช่วงเวลา 4โมงเย็น สัญญาณชีพเริ่มอ่อนลง   หมอก็เรียกพ่อแม่ไปคุยว่าอาการน้องเริ่มไม่ดีมีเลือดออกที่ปลอดอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 5โมงเย็น  หมอบอกความดันตกอาการทรุดลง จึงบอกหมอว่าพ่อกับแม่ขอลาน้องเป็นครั้งสุดท้ยและสวด  มนต์ให้บอกน้องแจ่มใสว่าไม่ต้องห่วงพ่อแม่และน้อง ก่อนที่สัญญาณชีพเริ่มต่ำลงจนน้องแจ่มใสนิ่งสงบไป          โดยตั้งแต่ที่รักษาตัวมาเลือดออกปอดมา 5 ครั้ง  หลังจากที่ลูกสาวเสียชีวิต ได้ปรึกษาหมอเพื่ออยากรู้สาเหตุที่แท้จริงว่าน้องแจ่มใสป่วยเป็นโรคอะไร จึงยกร่างให้หมอไปตรวจชันสูตรหาสาเหตุของโรค เป็นกรณีกรณีศึกษาและเป็นวิทยาทานรักษาคนที่มีอาการป่วยเป็นโรคลักษณะเดียวกันกับน้องแจ่มใสเพื่อเป็นกุศลให้น้องแจ่มใสครั้งสุดท้าย  โดยทางครอบครัวจะไปรับร่างมาบำเพ็ญกุศลในวันที่ 3 ม.ค.นี้          ทางแม่ของน้องฟ้าใสได้เตรียมชุดสังฆภัณฑ์ ทำเองกับมือไว้ทำบุญให้น้องฟ้าใส ร่ำไห้ที่ต้องสูญเสียลูกสาว “ระหว่างที่น้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล แม่มีความหวังตลอด ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ ลูกแม่แม่เลี้ยงมา แต่ก็ต้องทำใจให้ได้เพราะมีลูกชายคนเล็กที่ต้องดูแลอีกคน น้องแจ่มใสก็คงอยากให้แม่เข้มแข็ง ตอนที่น้องยังอยู่จะบอกแม่เสมอสู้นะ เข้มแข็งนะ ตั้งแต่ที่น้องเสียแม่ก็ยังปูที่ที่นอนให้น้องนอนเหมือนเดิม ของใช้ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม”          พ่อของน้องแจ่มใส กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดเงินที่ได้รับบริจาคมาก 2 ล้านกว่าบาท ทีแรกไม่อยากรับ บริจาคเพราะกลัวดราม่า แต่ทางครอบครัวแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่ไหวจึงตัดสินสินรับ บริจาค โดยเงินส่วนหนึ่งนำไปเป็นค่ารักษาน้องแจ่มใสและจัดงานศพ ที่เหลือเก็บไว้เป็น ทุนการศึกษาให้น้องเจิดจ้า วัย 5 ขวบ (น้องชายของน้องแจ่มใส) และเก็บไว้รักษาน้องเจิดจ้าด้วย  เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้ ต่อมน้ำเหลืองโตตรงขั้วปอด ส่วนหนึ่งจะจัดสรรไปช่วยเหลือผู้คนอื่น บ้าง เราได้รับการช่วยเหลือจากสังคมก็อยากนำเงินส่วนนี้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง เพราะยังมีอีก หลายคนที่ต้องการความช่วยเหลือ          “ผมปราบปลื้มน้ำใจของคนไทย ไม่คิดว่าจะได้รับการช่วยเหลือเยอะขนาดนี้ ทุกคนส่งกำลังใจ มาอย่างต่อเนื่องให้น้องหายป่วยเร็ว ๆ” เช่นเดียวกับแม่น้องแจ่มใส ระบุว่า “ตื้นตันใจคนไทยทั้ง ที่ไม่รู้จักน้องมาก่อนก็ยังช่วยเหลือเมตตาน้องขนาดนี้ ขอบคุณคนไทยทุกคนที่ช่วยเหลือเป็น กำลังใจให้น้องมาโดยตลอด”    

 1,170
สังคม
31 ธ.ค. 62

‘น้องแจ่มใส’ หนูน้อยวัย 6 ขวบ ป่วยเป็นโรคประหลาดเสียชีวิตแล้ว พ่อแม่เผยลูกสาวเข้มแข็ง ยิ้มสู้จนวินาทีสุดท้าย

จากกรณีเด็กหญิงแจ่มใส่ อายุ 6 ขวบ  ป่วยเป็นโรคประหลาดเส้นเลือด อักเสบทั่วร่างกาย เลือดออกในปอด ค่าเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติเท่าตัวรายแรกในไทย คล้าย โรค SLE แต่แพทย์ยังหาสาเหตุไม่ได้ ทางครอบครังวอนผู้ใจบุญบริจาคค่ารักษา เนื่องจากบัตร 30 บาท ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด  เพราะตามเงื่อนไขการใช้บัตรจะต้องระบุโรคให้ ชัดเจนว่าเป็นโรคอะไร แต่กรณีนี้ระบุโรคไม่ได้           ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายจตุพล สว่างศรี พ่อของน้องแจ่มใสว่าลูกสาวได้เสียชีวิต แล้วเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลเดือนกว่า หมดค่ารักษาพยาบาล 8 แสน  กว่าบาท โดยระบุว่า หลังจากนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ หมอตรวจพบเชื้อวัณโรคแทรกซ้อนจากโรคเดิมที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ และพบเลือดออกในปอดจึงต้องนำตัวเข้าห้องปลอดเชื้อ อาการ ขณะนั้นทรงตัวประคับประคองอาการ แต่หมอพยายามรักษาอย่างเต็มที่จะทำการฟอกไต ซึ่ง หมอบอกว่าโอกาสเสียชีวิตสูงกลัวว่าน้องจะช็อกจึงเปลี่ยนเป็นให้ยาขับปัสสาวะแทน         จากนั้นวันที่ 25 ธ.ค. หมอได้ทำการผ่าตัดตัดชิ้นเนื้อปอดไปตรวจแลปเพิ่มว่ามีอะไรผิดปกติ  หรือไม่ แม้จะรู้ว่าเสี่ยงเสียชีวิตแต่ก็ต้องทำเพื่อนอยากให้ลูกหาย น้องสู้กับอาการเจ็บปวดมาก ๆ   หลังผ่าตัดเสร็จความดันปกติ หมอบอกว่าน้องปลอดภัยดีกลับไปพักผ่อนได้ ตนกับภรรยาได้ฟัง ก็สบายใจ เช้าวันที่ 26 ธ.ค.น้องรู้สึกตัวและยิ้มให้รู้สึกตัวดี น้องยิ้มจนวินาทีสุดท้าย ตนพยายาม  บอกให้น้องยิ้มสู้ทั้งที่รู้ว่าสภาพร่างกายของลูกไม่ไหวแล้ว โดยหลังผ่าตัดครั้งนี้อาการก็ยังทรง ตัว แต่หมอบอกว่าอาการของน้องอาจแย่ลงหรือเสียชีวิตได้           นางสาวปริศนา  แก้วเพ็ง แม่ของน้องแจ่มใส กล่าวว่า ช่วงเวลา 4โมงเย็น สัญญาณชีพเริ่มอ่อนลง   หมอก็เรียกพ่อแม่ไปคุยว่าอาการน้องเริ่มไม่ดีมีเลือดออกที่ปลอดอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 5โมงเย็น  หมอบอกความดันตกอาการทรุดลง จึงบอกหมอว่าพ่อกับแม่ขอลาน้องเป็นครั้งสุดท้ยและสวด  มนต์ให้บอกน้องแจ่มใสว่าไม่ต้องห่วงพ่อแม่และน้อง ก่อนที่สัญญาณชีพเริ่มต่ำลงจนน้องแจ่มใสนิ่งสงบไป          โดยตั้งแต่ที่รักษาตัวมาเลือดออกปอดมา 5 ครั้ง  หลังจากที่ลูกสาวเสียชีวิต ได้ปรึกษาหมอเพื่ออยากรู้สาเหตุที่แท้จริงว่าน้องแจ่มใสป่วยเป็นโรคอะไร จึงยกร่างให้หมอไปตรวจชันสูตรหาสาเหตุของโรค เป็นกรณีกรณีศึกษาและเป็นวิทยาทานรักษาคนที่มีอาการป่วยเป็นโรคลักษณะเดียวกันกับน้องแจ่มใสเพื่อเป็นกุศลให้น้องแจ่มใสครั้งสุดท้าย  โดยทางครอบครัวจะไปรับร่างมาบำเพ็ญกุศลในวันที่ 3 ม.ค.นี้          ทางแม่ของน้องฟ้าใสได้เตรียมชุดสังฆภัณฑ์ ทำเองกับมือไว้ทำบุญให้น้องฟ้าใส ร่ำไห้ที่ต้องสูญเสียลูกสาว “ระหว่างที่น้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล แม่มีความหวังตลอด ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ ลูกแม่แม่เลี้ยงมา แต่ก็ต้องทำใจให้ได้เพราะมีลูกชายคนเล็กที่ต้องดูแลอีกคน น้องแจ่มใสก็คงอยากให้แม่เข้มแข็ง ตอนที่น้องยังอยู่จะบอกแม่เสมอสู้นะ เข้มแข็งนะ ตั้งแต่ที่น้องเสียแม่ก็ยังปูที่ที่นอนให้น้องนอนเหมือนเดิม ของใช้ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม”          พ่อของน้องแจ่มใส กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดเงินที่ได้รับบริจาคมาก 2 ล้านกว่าบาท ทีแรกไม่อยากรับ บริจาคเพราะกลัวดราม่า แต่ทางครอบครัวแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่ไหวจึงตัดสินสินรับ บริจาค โดยเงินส่วนหนึ่งนำไปเป็นค่ารักษาน้องแจ่มใสและจัดงานศพ ที่เหลือเก็บไว้เป็น ทุนการศึกษาให้น้องเจิดจ้า วัย 5 ขวบ (น้องชายของน้องแจ่มใส) และเก็บไว้รักษาน้องเจิดจ้าด้วย  เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้ ต่อมน้ำเหลืองโตตรงขั้วปอด ส่วนหนึ่งจะจัดสรรไปช่วยเหลือผู้คนอื่น บ้าง เราได้รับการช่วยเหลือจากสังคมก็อยากนำเงินส่วนนี้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง เพราะยังมีอีก หลายคนที่ต้องการความช่วยเหลือ          “ผมปราบปลื้มน้ำใจของคนไทย ไม่คิดว่าจะได้รับการช่วยเหลือเยอะขนาดนี้ ทุกคนส่งกำลังใจ มาอย่างต่อเนื่องให้น้องหายป่วยเร็ว ๆ” เช่นเดียวกับแม่น้องแจ่มใส ระบุว่า “ตื้นตันใจคนไทยทั้ง ที่ไม่รู้จักน้องมาก่อนก็ยังช่วยเหลือเมตตาน้องขนาดนี้ ขอบคุณคนไทยทุกคนที่ช่วยเหลือเป็น กำลังใจให้น้องมาโดยตลอด”    

 1,170
สังคม-อาชญากรรม
31 ธ.ค. 62

สาวขับรถชนสนั่น 4 คันรวด พบวูบหมดสติ-ช็อกดับคาพวงมาลัย แม่ที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บ

วานนี้(30 ธ.ค.) บริเวณห้าแยกลาดพร้าว เกิดอุบัติเหตุชนกัน 4 คันซ้อน   หญิงสาว 47 ปี ขับรถมากับแม่วูบหมดสติ ช็อกคาพวงมาลัย และเสียชีวิต โดยแม่อายุ 72 ปี ที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากการวูบหมดสติ ทำให้รถไหลไปชนคันอื่นอีก 4 คัน บริเวณถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว   ผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ น.ส.พรทิพย์ วิชิต อายุ 47 ปี หมดสติคาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่เอาตัวลงมาปฐมพยาบาล แต่ไม่สามารถช่วยได้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ    

 7,830

Top