ค้นหา :

ผลการค้นหา "นราธิวาส"

อาชญากรรม
13 ม.ค. 63

ไล่ล่าคนร้ายกว่า 20 ราย ถล่ม.ซ้ำฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองร่มไทร จ.นราธิวาส ก่อนขโมยปืน อส. 5 กระบอกหลบหนี

นราธิวาส - ปะทะเดือด คนร้ายกว่า 20 ราย ถล่ม.ซ้ำฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 11 ราย ก่อนหลบหนีขโมยปืนอส. 5 กระบอก    วานนี้้ (12 ม.ค.) เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ต.ร่มไทร  อ.สุคิริน จ.นราธิวาส  ขณะที่ นายณรงค์ชัย จันทร์เพชร ปลัดป้องกัน อ.สุคิริน และ พ.ต.เกรียงไกร กลิ่นกุล นายทหารยุทธการกรมทหารพรานที่ 11 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง นั่งโดยสารรถยนต์หุ้มเกราะ รถยนต์ วี.วาร์.และรถตัดสัญญาณ รวม 6 คัน ซึ่งล่วงหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ ปรากฎว่าถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง หนักประมาณ 20 ก.ก.ที่ลอบนำไปฝังไว้บริเวณใต้ผิวถนน แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ    และเมื่อไปถึงกำลังเจ้าหน้าที่ได้เปิดฉากยิงปะทะกับคนร้าย และคนร้ายได้อาศัยภูมิประเทศที่ดีกว่า ใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ขว้างใส่อาคารที่ทำการ ชคต. ส่งให้ เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนประจำชุด ชคต.ร่มไทรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย คือ อส.โท. ซ.บรี ยะกะ ถูกสะเก็ดระเบิดที่มือ และ อส.เอก.มนัส ซัมเซ้ง ถูกแรงอัดของระเบิดแน่นหน้าอก   ซึ่งการปะทะกับกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ เกิดขึ้นเป็นละลอกที่ 3 ซึ่งนานกว่า 20 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลียร์พื้นที่ พบว่าคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต 1 คน จากการตรวจสอบในเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเป็นนายอับดุลฮาดี อาบูดาโอ๊ะ อายุ 29 ปี ซึ่งมีหมายจับ 2 หมาย ของ สภ.อ.ระแงะ จ.นราธิวาส    ขณะที่กำลังอีกชุดหนึ่เจ้าไปเคลียร์พื้นที่ที่บริเวณจุดตรวจ โรงเรียนบ้านร่วมใจ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของฐานที่ห่างไปราวม 100 เมตร พบร่างของ อส.อนุวัฒน์  กอเดร์  อายุ 33 ปี  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ อส.ประจำชุด ชคต. โดยตามร่างกายมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณชายโครง หลังจากเจ้าหน้าที่พบศพได้นำร่างส่งตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสุคิริน ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาและทายาทได้นำศพ อส.อนุวัต ไปประกอบพิธีฝังศพที่กูโบร์ในพื้นที่ อ.สุคิรินต่อไป และสำหรับ อส.ที่ได้รับาดเจ็บในครั้งนี้มีทั้งหมด 11 ราย    ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และปิดล้อมพื้นที่ออกไล่ล่าจับคุมตัวคนร้าย ที่เชื่อว่ามีไม่ต่ำว่า 20 คนที่ยังหลบหนีอยู่ ทั้งนี้คาดว่าเป็นกลุ่มเดียวที่ใช้อาวุธปืนบุกยิงใส่ สภ.ระแงะ เมื่อปี 2560 โดยรับผิดชอบเคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ 3 อำเภอ อาทิ ระแงะ , จะแนะ , สุคิริน ซึ่งมีหมายจับทั้ง 3 อำเภอ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อว่าหลังเกิดเหตุคนร้ายยังเคลื่อนไหวอยูที่บริเวณรอยต่อของเทือกเขาทั้ง 3 อำเภอ 

 1,239
ข่าวภูมิภาค
12 ม.ค. 63

สลดวันเด็ก! พ่อแม่พาลูกเที่ยวทะเล เด็กจมน้ำ 2 เหตุซ้อน ยังหาตัว 2 ด.ญ.ไม่พบ

นราธิวาส-สลดรับวันเด็ก ครอบครัวพาลูกหลานเที่ยววันเด็ก ที่หาดนราทัศน์ เกิดเหตุเด็กจมน้ำ 4 คน ยังหาตัวไม่พบ 1 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ก่อนที่ต่อมาจะเกิดเหตุซ้อนในวันเดียวกัน เด็กจมน้ำ 5 คน ยังหาตัวไม่พบ 1 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ztB5TArRzSk

 1,201
สังคม
12 ม.ค. 63

สลดวันเด็ก! พ่อแม่พาลูกเที่ยวทะเล เด็กจมน้ำ 2 เหตุซ้อน ยังหาตัว 2 ด.ญ.ไม่พบ

นราธิวาส-สลดรับวันเด็ก ครอบครัวพาลูกหลานเที่ยววันเด็ก ที่หาดนราทัศน์ เกิดเหตุเด็กจมน้ำ 4 คน ยังหาตัวไม่พบ 1 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ก่อนที่ต่อมาจะเกิดเหตุซ้อนในวันเดียวกัน เด็กจมน้ำ 5 คน ยังหาตัวไม่พบ 1 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ztB5TArRzSk

 1,201
สังคม
12 ม.ค. 63

สลดวันเด็ก ครอบครัวพาไปเล่นน้ำที่ทะเล โชคร้ายเด็กถูกคลื่นซัดจมหาย

นราธิวาส- เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและนายอำเภอเมืองนราธิวาสกำลังกระจายกำลังค้นหาตัว ด.ญ. ฟาติน บินมะดิง อายุ 9 ขวบ ที่จมน้ำหายไปที่บริเวณชายหาดนราทัศน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนของ ด.ญ.ฟาติน ขึ้นมาได้ 3 คน ได้รับแจ้งมีเหตุเด็กจมน้ำที่ชายหาดนราทัศน์ ห่างจากจุดที่ ด.ญ.ฟาติน จมน้ำไปประมาณ 500 เมตร จำนวน 5 คน จึงระดมเจ้าหน้าที่บางส่วนเดินทางไปยังจุดดังกล่าว และเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเด็กที่จมน้ำขึ้นมาได้ 4 คน และได้จมน้ำหายไปอีก 1 คน เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ค้นหาร่าง ด.ญ.ฟาติน และจุดที่ 2 ค้นหาเด็กหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 8 ขวบ   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงมุ่งมั่นที่ค้นหาร่างเด็กหญิงทั้ง 2 ราย โดยสรุปในช่วงบ่ายของวันเด็กแห่งชาติ มีเด็กจมน้ำที่ชายหาดนรทัสน์ จำนวน 4 คน เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ 3 คน สูญหาย 1 คน และในช่วงเวลา 17.00 น. มีเด็กจมน้ำเพิ่มเติมที่ชายหาดนราทัศน์อีก 5 คน เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ 4 คน สูยหายอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน ที่เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาร่างซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/QzQpFsMaJTU    

 420
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

คลายสงสัย! แสงแรกปีใหม่ 63 ตากใบ นราธิวาส ไม่ใช่โขงเจียม

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือสดร. ยืนยันว่า แสงแรกปีใหม่ 2563 พรุ่งนี้แสงตะวันแรกจะขึ้นที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่ใช่ที่โขงเจียม จ.อุบลราชธานี   จากที่สมาคมดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยข้อมูลว่า หลายคนยังมีความเข้าใจผิดว่า แสงแรกของเช้าวันปีใหม่ จะขึ้นที่อ.โขงเจียม แต่ความจริงแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แม้อ.โขงเจียมจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศไทย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขึ้นก่อนที่อื่นทุกวัน   เนื่องจากแกนหมุนโลกเอียง แนวรอยต่อเช้าจึงไม่ได้ขนานกับเส้นลองติจูดเสมอ โดยวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี แนวรอยต่อเช้าจะเอียงไปทางขวาเป็นมุมประมาณ 23 องศาฯ ซึ่งถือว่าเอียงมากเกือบที่สุดในรอบปี มากจนปลายด้ามขวานของไทยล้ำไปทางตะวันออกมากกว่าที่อ.โขงเจียม ดังนั้นพื้นที่ในประเทศไทยที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นเป็นที่แรกอยู่ที่บ้านตาบา อ.ตากใบ และอำเภอแรกของอุบลราชธานีที่ได้รับแสงอาทิตย์ก็ไม่ใช่ที่โขงเจียม แต่เป็นที่อ.บุณฑริก   ด้านดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)กล่าวว่า เป็นความจริงที่แสงแรกปีใหม่พรุ่งนี้ดวงอาทิตย์จะขึ้นที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ก่อนอ.โขงเจียม แต่จะขึ้นก่อนเพียง 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่างกันไม่มาก นั่นเพราะว่า แกนโลกเอียงและลองติจูดของพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่า   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/pm2R9WpNnJQ

 291
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

บรรยากาศแสงแรกแห่งปี 2563 ที่ตากใบ ไวกว่าโขงเจียม 1 นาที

ภาพบรรยากาศแสงแรกของปี 2563 ที่โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แต่สมาคมดาราศาสตร์ไทยและสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ ยืนยันตรงกันว่า แสงแรกแห่งปีต้องอยู่ที่ตากใบ จ.นราธิวาส เพราะแกนโลกเอียง แต่พระอาทิตย์จะขึ้นไวกว่ากันแค่เพียง 1 นาที    ส่วนบรรยากาศแสงสุดท้ายของปี 2562 ที่ชุดชมวิวบนลานหินในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาชมความสวยงามช่วงดวงพระอาทิตย์ตก และลาลับจากปี 62 ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของปี ดวงพระอาทิตย์ได้เคลื่อนลดระดับลาลับขอบแผ่นดินไปอย่างช้า ๆ และสง่างามมาก ๆ ในช่วงเวลา 17.49 น. ซึ่งสร้างความตื่นตา ตื่นใจ ต่อนักท่องเที่ยวที่มารอชมความสวยงาม และลาแสงสุดท้ายของปีกันเป็นจำนวนมาก   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/EXvo-Z-9FIM

 1,050
สังคม
01 ม.ค. 63

บรรยากาศแสงแรกแห่งปี 2563 ที่ตากใบ ไวกว่าโขงเจียม 1 นาที

ภาพบรรยากาศแสงแรกของปี 2563 ที่โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แต่สมาคมดาราศาสตร์ไทยและสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ ยืนยันตรงกันว่า แสงแรกแห่งปีต้องอยู่ที่ตากใบ จ.นราธิวาส เพราะแกนโลกเอียง แต่พระอาทิตย์จะขึ้นไวกว่ากันแค่เพียง 1 นาที    ส่วนบรรยากาศแสงสุดท้ายของปี 2562 ที่ชุดชมวิวบนลานหินในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาชมความสวยงามช่วงดวงพระอาทิตย์ตก และลาลับจากปี 62 ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของปี ดวงพระอาทิตย์ได้เคลื่อนลดระดับลาลับขอบแผ่นดินไปอย่างช้า ๆ และสง่างามมาก ๆ ในช่วงเวลา 17.49 น. ซึ่งสร้างความตื่นตา ตื่นใจ ต่อนักท่องเที่ยวที่มารอชมความสวยงาม และลาแสงสุดท้ายของปีกันเป็นจำนวนมาก   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/EXvo-Z-9FIM

 1,050
ข่าวภูมิภาค
21 ธ.ค. 62

ยังวิกฤต! ผวจ.นราธิวาส ประกาศ 'สุไหงโก-ลก' เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติน้ำท่วม - ปัตตานีแม่น้ำเอ่อล้นเข้า 2 หมู่บ้าน

นราธิวาส - รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส บรรยากาศโดยทั่วไปในช่วงเช้าท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส หลังจากในช่วงคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักอีกละลอก ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง เพื่อไหลลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ มีปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ที่ราบลุ่มแนวริมตลิ่งในพื้นที่ 7 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนโปฮงยามู ชุมชนท่าบือเร็ง และชุมชนหัวสะพาน ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก มีระดับน้ำท่วมขังที่ทรงตัวสูงโดยเฉลี่ย 70 ถึง 190 ซ.ม.   และจากการนั่งเรือยนต์รับจ้างข้ามฟากในการตระเวนตรวจสอบสภาวะน้ำท่วมขัง ที่บริเวณชุมชนท่ากอไผ่และชุมชนหัวสะพาน พบว่า ชาวบ้านที่สามารถยังอาศัยอยู่ที่บ้านพักบริเวณชั้น 2 ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยเรือยนต์รับจ้างในการเดินทางมาทำงานและติดต่อกิจธุระที่จำเป็น โดยจะขึ้นลงเรือยนต์รับจ้างทางหน้าต่างของบ้านพักที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งจะพบเห็นชินตาในช่วงฤดูน้ำท่วม โดยทั้ง 2 ชุมชนมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 90 ถึง 190 ซ.ม. ส่วนชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านพักได้ ก็ได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ อาคารเรียนของโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง จำนวน 51 ครัวเรือน รวม 164 คน   ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส จึงได้ประกาศพื้นที่ อ.สุไหงโกลก เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในช่วงเช้าของวันนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอแว้ง สุคิริน ศรีสาคร จะแนะและรือเสาะ เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินมาแล้ว เพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินนำไปใช้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรแบบเร่งด่วนต่อไป   ส่วนสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ อ.สุคิริน แว้ง ศรีสาคร จะแนะและระแงะ ล่าสุด พบว่า มีปริมาณน้ำท่วมขังลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอย่างหนักและซ้ำอีกละลอก จะคืนกลับสภาวะปกติ   ปัตตานี - ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเออล้นตลิ่งในช่วง 2 คืนที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.2 บ้านจางา และ ม.2 บ้านปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี กว่า 150 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 30 ซม. ชาวบ้านต้องเร่งขนข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงของมีค่าทุกอย่างเอาไว้บนที่สูงเพื่อความปลอดภัย   เนื่องจากชาวบ้านกลัวว่าระดับน้ำมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ต.ปะกาฮารัง มีแม่น้ำปัตตานีที่ไหลผ่านเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย แต่ทั้งนี้ หลายหมู่บ้านและตำบลที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำจะได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นท่วมทุกปีในช่วงมรสุมฝนตกหนักของปลายปี โดยเฉพาะน้ำเหนือจำนวนมากที่ไหลบ่ามาจากต้นน้ำ จ.ยะลา ก็จะเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำปัตตานีระดับน้ำ 1-2 เมตร และบางจุดน้ำท่วมสูงถึงเกือบ 3 เมตร แม้ว่าในปีนี้ฝนตกน้อยในพื้นที่ จ.ปัตตานี แต่น้ำเหนือที่ฝนตกหนักจากต้นน้ำก็ทำให้ระดับในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นจนไหลบ่าลงปลายทางทะเลทาง จ.ปัตตานี ซึ่งก็ทำให้ทั้ง บ้านจางา บ้านปะกาฮารัง ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ และพื้นที่ ต.ปะกาฮารัง ถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุดเนื่องจากทุกปีน้ำจะท่วมสูง 1-3 เมตร หากเกิดฝนตกหนัก   สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ปัตตานีฝนตกบางพื้นที่ ท้องฟ้าเปิด แต่เนื่องจากน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดยะลาซึ่งมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณมวลน้ำที่มากที่ไหลเข้ามาในจังหวัดปัตตานี ซึ่งทำให้หมู่บ้านจางาที่ติดกับบริเวณริมสายแม่น้ำปัตตานีได้รับผลกระทบปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมในหมู่บ้านเกือบแทบทุกปี   นางสาวนูไรนี ดามิ อายุ 28 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านจางาเปิดเผยว่า พื้นที่ ต.ปะกาฮะรังมีน้ำท่วมสูงตลอดทุกปี ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้น ทำให้น้ำล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ลดลงบ้างแล้ว หากน้ำสูงมากกว่านี้ บ้านตนและครัวเรือนอื่นๆจะลำบากมาก จะไปมาไหนไม่ได้ ต้องใช้เรือ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ติดกับแม่น้ำปัตตานี เป็นพื้นที่ต่ำ และเป็นที่แห่งแรกในจังหวัดปัตตานีที่เกิดน้ำท่วม หลังจากแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม ตนได้มีการเตรียมพร้อมนำรถจักรยานยนต์ขึ้นพื้นสูง รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับคืนนี้คาดว่าน้ำจะสูงถ้าทะเลเกิดการหนุน ซึ่งได้มีทางภาครัฐกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0xmqLTaemPY

 652
สังคม
21 ธ.ค. 62

ยังวิกฤต! ผวจ.นราธิวาส ประกาศ 'สุไหงโก-ลก' เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติน้ำท่วม - ปัตตานีแม่น้ำเอ่อล้นเข้า 2 หมู่บ้าน

นราธิวาส - รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส บรรยากาศโดยทั่วไปในช่วงเช้าท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส หลังจากในช่วงคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักอีกละลอก ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง เพื่อไหลลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ มีปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ที่ราบลุ่มแนวริมตลิ่งในพื้นที่ 7 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนโปฮงยามู ชุมชนท่าบือเร็ง และชุมชนหัวสะพาน ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก มีระดับน้ำท่วมขังที่ทรงตัวสูงโดยเฉลี่ย 70 ถึง 190 ซ.ม.   และจากการนั่งเรือยนต์รับจ้างข้ามฟากในการตระเวนตรวจสอบสภาวะน้ำท่วมขัง ที่บริเวณชุมชนท่ากอไผ่และชุมชนหัวสะพาน พบว่า ชาวบ้านที่สามารถยังอาศัยอยู่ที่บ้านพักบริเวณชั้น 2 ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยเรือยนต์รับจ้างในการเดินทางมาทำงานและติดต่อกิจธุระที่จำเป็น โดยจะขึ้นลงเรือยนต์รับจ้างทางหน้าต่างของบ้านพักที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งจะพบเห็นชินตาในช่วงฤดูน้ำท่วม โดยทั้ง 2 ชุมชนมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 90 ถึง 190 ซ.ม. ส่วนชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านพักได้ ก็ได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ อาคารเรียนของโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง จำนวน 51 ครัวเรือน รวม 164 คน   ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส จึงได้ประกาศพื้นที่ อ.สุไหงโกลก เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในช่วงเช้าของวันนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอแว้ง สุคิริน ศรีสาคร จะแนะและรือเสาะ เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินมาแล้ว เพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินนำไปใช้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรแบบเร่งด่วนต่อไป   ส่วนสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ อ.สุคิริน แว้ง ศรีสาคร จะแนะและระแงะ ล่าสุด พบว่า มีปริมาณน้ำท่วมขังลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอย่างหนักและซ้ำอีกละลอก จะคืนกลับสภาวะปกติ   ปัตตานี - ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเออล้นตลิ่งในช่วง 2 คืนที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.2 บ้านจางา และ ม.2 บ้านปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี กว่า 150 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 30 ซม. ชาวบ้านต้องเร่งขนข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงของมีค่าทุกอย่างเอาไว้บนที่สูงเพื่อความปลอดภัย   เนื่องจากชาวบ้านกลัวว่าระดับน้ำมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ต.ปะกาฮารัง มีแม่น้ำปัตตานีที่ไหลผ่านเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย แต่ทั้งนี้ หลายหมู่บ้านและตำบลที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำจะได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นท่วมทุกปีในช่วงมรสุมฝนตกหนักของปลายปี โดยเฉพาะน้ำเหนือจำนวนมากที่ไหลบ่ามาจากต้นน้ำ จ.ยะลา ก็จะเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำปัตตานีระดับน้ำ 1-2 เมตร และบางจุดน้ำท่วมสูงถึงเกือบ 3 เมตร แม้ว่าในปีนี้ฝนตกน้อยในพื้นที่ จ.ปัตตานี แต่น้ำเหนือที่ฝนตกหนักจากต้นน้ำก็ทำให้ระดับในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นจนไหลบ่าลงปลายทางทะเลทาง จ.ปัตตานี ซึ่งก็ทำให้ทั้ง บ้านจางา บ้านปะกาฮารัง ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ และพื้นที่ ต.ปะกาฮารัง ถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุดเนื่องจากทุกปีน้ำจะท่วมสูง 1-3 เมตร หากเกิดฝนตกหนัก   สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ปัตตานีฝนตกบางพื้นที่ ท้องฟ้าเปิด แต่เนื่องจากน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดยะลาซึ่งมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณมวลน้ำที่มากที่ไหลเข้ามาในจังหวัดปัตตานี ซึ่งทำให้หมู่บ้านจางาที่ติดกับบริเวณริมสายแม่น้ำปัตตานีได้รับผลกระทบปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมในหมู่บ้านเกือบแทบทุกปี   นางสาวนูไรนี ดามิ อายุ 28 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านจางาเปิดเผยว่า พื้นที่ ต.ปะกาฮะรังมีน้ำท่วมสูงตลอดทุกปี ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้น ทำให้น้ำล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ลดลงบ้างแล้ว หากน้ำสูงมากกว่านี้ บ้านตนและครัวเรือนอื่นๆจะลำบากมาก จะไปมาไหนไม่ได้ ต้องใช้เรือ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ติดกับแม่น้ำปัตตานี เป็นพื้นที่ต่ำ และเป็นที่แห่งแรกในจังหวัดปัตตานีที่เกิดน้ำท่วม หลังจากแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม ตนได้มีการเตรียมพร้อมนำรถจักรยานยนต์ขึ้นพื้นสูง รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับคืนนี้คาดว่าน้ำจะสูงถ้าทะเลเกิดการหนุน ซึ่งได้มีทางภาครัฐกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0xmqLTaemPY

 652
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

แม่น้ำโกลก จ.นราธิวาส ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนช่วงกลางดึก

นราธิวาส-มีรายงานว่าแม่น้ำโกลก ล้นตลิ่ง ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. บริเวณท่าเรือ ตลาดปลาโอ่ง จ.นราธิวาส ซึ่งเข้าท่วมหนักกว่าคราวก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านบูเก๊ะตา และโละจูด โดยระดับน้ำขณะนี้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งอพยพขนของเพื่อป้องกันความเสียหาย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q6JFORgfzjc

 455
สังคม
18 ธ.ค. 62

แม่น้ำโกลก จ.นราธิวาส ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนช่วงกลางดึก

นราธิวาส-มีรายงานว่าแม่น้ำโกลก ล้นตลิ่ง ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. บริเวณท่าเรือ ตลาดปลาโอ่ง จ.นราธิวาส ซึ่งเข้าท่วมหนักกว่าคราวก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านบูเก๊ะตา และโละจูด โดยระดับน้ำขณะนี้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งอพยพขนของเพื่อป้องกันความเสียหาย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q6JFORgfzjc

 455
อาชญากรรม
17 ธ.ค. 62

จนท.เปิดแผนกดดันไล่ล่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธบนเทือกเขาตะเว ปะทะเดือดกว่า 20 นาที โจรใต้ดับ 3 ราย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 ธ.ค. 62 พ.อ.ธีร์พัชร์ เมพันธุ์ ผบ.ฉก.ทพ.45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้จัดกำลังชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ฉก.ทพ.45 จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการณ์เปิดแผนกดดันไล่ล่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ที่เคลื่อนไหวกบดานบนเทือกเขาตะเวเขตรอยต่อระหว่าง อ.ระแงะกับ อ.เจาะไอร้อง      หลังสืบทราบมีกองกำลังติดอาวุธได้เคลื่อนไหวเพื่อประชุมวางแผนก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันเดินลาดตระเวนอยู่บนเทือกเขา ช่วงบริเวณหลังหมู่บ้านอาแน ม.8 ต.บองอ ได้พบกับกองกำลังติดอาวุธ จำนวน 6 ถึง 7 คน กำลังพักผ่อนอยู่ที่เพิงพักชั่วคราว และเมื่อกองกำลังติดอาวุธพบเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนทั้ง 2 ฝ่าย ได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนานกว่า 20 นาที กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางหลบหนีเข้าไปในเขตรอยต่อ อ.เจาะไอร้อง     เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลียร์พื้นที่ พบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธเสียชีวิต 3 คน และตรวจยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก คือ อาวุธปืน อา.ก้า. 1 กระบอก อาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน และสิ่งของสัมภาระจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งได้กันพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งในช่วงเช้า     ต่อมา พ.อ.ธีร์พัชร์ เมพันธุ์ ผบ.ฉก.ทพ.45 เมื่อได้รับรายงาน จึงได้ประสานไปยัง พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.ทพ.48 อ.เจาะไอร้อง เพื่อขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ในการสกัดกั้นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่กำลังหลบหนีเข้าพื้นที่ ด้วยการจัดกำลังออกเป็น 4 ชุดปฏิบัติการณ์ ในการบล๊อกเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธจะหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านของสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ บ้านเจาะเกราะ ม.1 บ้านกูเว ม.4 และบ้านไอสะเตียร์ ม.5 ต.บูกิต และบ้านไอปาแย ม.8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง ซึ่งการปฏิบัติในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ตรวจสอบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่หลบหนีลงจากเทือกเขาตะเว แต่อย่างใด

 2,318
พระราชสำนัก
04 ธ.ค. 62

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บรรจุถุงยังชีพพระราชทาน ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในนราธิวาส

วันที่ 4 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงห่วงใย เสด็จไปทรงบรรจุถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกำลังประสบอุทกภัยอย่างหนักจากผลกระทบของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ณ ขณะนี้      โดยมีคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ อาทิ ข้าราชบริพารในพระองค์ , กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร , กองทัพภาคที่ 1 มณฑลทหารบกที่ 11 , กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ , กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบก , เจ้าหน้าที่อาสากาชาด , สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ,สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร , มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเทเวศร์ , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , ธนาคารไทยพาณิชย์ เฝ้ารับเสด็จ      และทั้งหมดได้ร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิฯ ถุงยังชีพพระราชทานที่บรรจุในวันนี้ทั้งหมด 7,000 ถุง จะถูกส่งไปเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

 338
พระราชสำนัก
03 ธ.ค. 62

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย บรรจุถุงยังชีพพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

ที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบก  บางเขน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ซึ่งดำเนินงานตามตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กำลังพลจากกองทัพภาคที่ 1, มณฑลทหารบกที่.11, กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ , จิตอาสาไทยอาสาป้องกันชาติ จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร , นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ตลอดจนประชาชนจิตอาสา ร่วมกันบรรจุเครื่องอุปโภค บริโภค ได้แก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนราธิวาส ณ ที่ว่าการอำเภอแว้ง  ,ที่ว่าการอำเภอโกลก , ที่ว่าการอำเภอสุคิริน  และ ที่ว่าการอำเภอปาดี   จำนวนรวมสี่พันหนึ่งร้อยถุง โดยลำเลียงขึ้นรถบรรทุกนำส่งยังจังหวัดนราธิวาสในวันนี้  

 249
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 62

น้ำท่วมหนักนราธิวาส แม่น้ำสุไหงโกลกเพิ่มสูง - พัทลุงเจอน้ำป่าซัด

นราธิวาส-คืบหน้าสภาวะน้ำท่วมในภาคใต้ตอนล่าง ยังมีฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลกและแม่น้ำสายบุรี ยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงของมวลน้ำในพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลลงมาสมทบ เพื่อระบายสู่ทะเลอ่าวไทยด้าน อ.ตากใบ   โดยแม่น้ำสุไหงโกลกมีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร ส่งผลทำให้น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร ที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ขยายเป็นวงกว้างเป็น 23 ชุมชน โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 80 ถึง 200 ซม. โดยชุมชนหัวสะพานมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงสุด   ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สุไหงโกลก, สุไหงปาดี และสุคิริน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 3 หมื่นคน   ส่วนที่พัทลุงเกิดน้ำป่า จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดพัทลุง เอ่อล้นจากลำคลอง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า80 ครอบครัว ทำให้ชาวบ้านยังต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นอกจากนี้เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านยังมีน้ำท่วมสูง30 เซนติเมตร บางจุด 50 เซนติเมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ITMdUTOW-JA

 571

Top