ค้นหา :

ผลการค้นหา "นราธิวาส"

ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 62

หนุ่มนราธิวาสคลั่งบุกแทงทหารพราน ก่อนช็อคตายเหตุเสพยาเกินขนาด

นราธิวาส-เกิดเหตุนายมันโซว์ ฮาแว อายุ 30 ปี แอบซุ่มอยู่บริเวณข้างฐานปฏิบัติการณ์ เมื่อสบโอกาสเห็น อส.ทพ.สมศักดิ์ เดชา เดินทางกลับมาจากปฏิบัติหน้าที่ขณะกำลังลงจากรถ นายมันโซว์ ได้วิ่งเข้าไปใช้มีดพกแทงไปที่บริเวณท้ายทอยและลำตัวของ อส.ทพ.สมศักดิ์ จำนวน 2 แผล ทำให้ อส.ทพ.สมศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บจนล้มลง   จากนั้นนายมันโซว์ ได้แย่งชิงอาวุธปืนยาวไป เพื่อที่จะยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารที่เหลือ แต่เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ใกล้เคียงได้ใช้พานท้ายปืนทุบนายมันโซว์ ก่อนที่จะแย่งอาวุธปืนคืนมาได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายมันโซว์ ไปที่ฐานปฏิบัติการณ์ แต่ผู้ก่อเหตุได้เกิดอาการหมดช็อคหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพนายมันโซว์ พบว่า ในเบื้องต้นไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย จนทำให้ต้องนายมันโซว์เสียชีวิต แต่ทางแพทย์ได้เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง   ด้าน พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการสอบถามญาติของนายมันโซว์ ผู้เสียชีวิตทราบว่า นายมันโซว์ ได้อดหลับอดนอนมาแล้ว 3 วัน จากผลพวงเสพยาเสพติด ซึ่งนายมันโซว์ เสียชีวิตในครั้งนี้ทางญาติไม่ได้ติดใจเอาความ โดยญาติเชื่อว่าน่าจะช็อคหมดสติจากการเสพยาเสพติดอย่างหนัก ก่อนที่ทางญาติจะเดินทางไปรับศพนายมันโซว์ ที่โรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนา   สำหรับนายมันโซว์ ฮาแว ผู้ก่อเหตุตรวจสอบทราบว่าเป็นน้องชายต่างบิดา ของนายมะรอมือลี กาแจกาซอ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.บาเจาะ ซึ่งเป็นระดับสั่งการ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/rJCZa2wF9lI 

 580
อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

หนุ่มนราธิวาสคลั่งบุกแทงทหารพราน ก่อนช็อคตายเหตุเสพยาเกินขนาด

นราธิวาส-เกิดเหตุนายมันโซว์ ฮาแว อายุ 30 ปี แอบซุ่มอยู่บริเวณข้างฐานปฏิบัติการณ์ เมื่อสบโอกาสเห็น อส.ทพ.สมศักดิ์ เดชา เดินทางกลับมาจากปฏิบัติหน้าที่ขณะกำลังลงจากรถ นายมันโซว์ ได้วิ่งเข้าไปใช้มีดพกแทงไปที่บริเวณท้ายทอยและลำตัวของ อส.ทพ.สมศักดิ์ จำนวน 2 แผล ทำให้ อส.ทพ.สมศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บจนล้มลง   จากนั้นนายมันโซว์ ได้แย่งชิงอาวุธปืนยาวไป เพื่อที่จะยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารที่เหลือ แต่เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ใกล้เคียงได้ใช้พานท้ายปืนทุบนายมันโซว์ ก่อนที่จะแย่งอาวุธปืนคืนมาได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายมันโซว์ ไปที่ฐานปฏิบัติการณ์ แต่ผู้ก่อเหตุได้เกิดอาการหมดช็อคหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพนายมันโซว์ พบว่า ในเบื้องต้นไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย จนทำให้ต้องนายมันโซว์เสียชีวิต แต่ทางแพทย์ได้เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง   ด้าน พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการสอบถามญาติของนายมันโซว์ ผู้เสียชีวิตทราบว่า นายมันโซว์ ได้อดหลับอดนอนมาแล้ว 3 วัน จากผลพวงเสพยาเสพติด ซึ่งนายมันโซว์ เสียชีวิตในครั้งนี้ทางญาติไม่ได้ติดใจเอาความ โดยญาติเชื่อว่าน่าจะช็อคหมดสติจากการเสพยาเสพติดอย่างหนัก ก่อนที่ทางญาติจะเดินทางไปรับศพนายมันโซว์ ที่โรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนา   สำหรับนายมันโซว์ ฮาแว ผู้ก่อเหตุตรวจสอบทราบว่าเป็นน้องชายต่างบิดา ของนายมะรอมือลี กาแจกาซอ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.บาเจาะ ซึ่งเป็นระดับสั่งการ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/rJCZa2wF9lI 

 580
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 62

ผงะ เชื้อราพันธุ์ใหม่ ลอยมาตามลมจากมาเลย์-อินโดฯ ทำสวนยางภาคใต้เสียหายนับแสนไร่

นราธิวาส-เจ้าหน้าที่ต้นยางพาราของชาวบ้านมีการแพร่ระบาดของเชื้อรา Pestalotiopsis sp. อย่างหนักในพื้นที่ 44 หมู่บ้าน 6 ตำบล ซึ่งมีสวนยางพาราทั้งสิ้น 106,415 ไร่   โดยต้นยางพาราแต่ละต้นจะมีลักษณะคล้ายกับการผลัดใบ แต่ข้อสังเกตคือ ใบของต้นยางพาราที่ร่วงลงมาแต่ละใบที่ติดเชื้อรา จะมีลักษณะเด่นชัดคือ ใบจะมีรูปร่างคล้ายวงกลมสีเหลืองเป็นจุดๆเหมือนรอยไหม้ ซึ่งเชื้อราชนิดนี้ได้แพร่ระบาดอย่างหนักในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งมีภูมิอากาศร้อนชื้นและฝนตกชุก เหมือนกับพื้นที่ภาคใต้ของไทย   ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โรคเชื้อรานี้คาดว่า มีการแพร่ระบาดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จากกระแสลมที่พัดพานำเชื้อราเข้ามาในพื้นที่ อ.แว้ง และกระแสลมได้พัดพาเชื้อรานี้ต่อไปยังอำเภอใกล้เคียง จนแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อำเภอต่างๆของ จ.นราธิวาส   ซึ่งอาการใบร่วงจากเชื้อรานี้ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของต้นยางพารา เนื่องจากแต่ละต้นมีใบร่วงมากกว่าร้อยละ 90 จึงเป็นต้นเหตุทำให้ผลผลิตลดลงถึงร้อยละ 30 ถึง 50 เลยทีเดียว และหากเจ้าของสวนยางพารายังคงกรีดยางเพื่อเป็นรายได้ ในขณะที่ต้นยางพาราติดเชื้อรานี้ มีโอกาสจะส่งผลกระทบต่อต้นยางพาราในอนาคตได้ คืออายุของต้นยางพาราอาจจะสั้นลง เนื่องจากต้นยางพาราขาดน้ำเลี้ยง เปลือกของต้นยางพาราจะแห้งและยืนต้นตายไปในที่สุด   ทางเจ้าหน้าที่จะวางแผนนำโดรนติดตั้งเครื่องบรรจุน้ำยาฆ่าเชื้อรา บินเพื่อโปรยน้ำยาฆ่าเชื้อราทางอากาศให้กับสวนยางพาราของชาวบ้าน โดยจะทดลองสวนยางพาราของชาวบ้านในพื้นที่ ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง หากพบว่ามาตรการดังกล่าวได้ผล ก็จะมีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีและใช้โดรนเพื่อขอสนับสนุนโดรนมาบินโปรยยาฆ่าเชื้อราในโอกาสต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H6JltxeBmKk

 1,154
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ต.ค. 62

ลูกชายอดีต ขรก.บำนาญ โชว์กร่างชักปืนขู่กลางถนน ฉุนถูกบีบแตรใส่

โลกออนไลน์เผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถ ของชาวบ้านในพื้นที่ตลาดเจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้บันทึกภาพวัยรุ่นชาย 2 คน ขับรถจยย. แซงขึ้นมาก่อนวัยรุ่นชายที่นั่งซ้อนท้ายชักอาวุธขึ้นมาข่มขู่คนขับรถ สาเหตุมาจากไม่พอใจที่โดนบีบแตรใส่ หลังขี่รถออกมาจากซอยโดยที่ไม่มองว่ามีรถยนต์ขับตรงมา   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบชื่อและที่อยู่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นลูกข้าราชการบำนาญ โดยขโมยเอาอาวุธปืนของพ่อออกมา หลังเกิดเหตุการณ์วัยรุ่นคนดังกล่าวได้หลบหนีออกจากบ้านพักไปแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hXG9KOTud3g

 3,044
ข่าวโซเชียล
02 ต.ค. 62

ลูกชายอดีต ขรก.บำนาญ โชว์กร่างชักปืนขู่กลางถนน ฉุนถูกบีบแตรใส่

โลกออนไลน์เผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถ ของชาวบ้านในพื้นที่ตลาดเจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้บันทึกภาพวัยรุ่นชาย 2 คน ขับรถจยย. แซงขึ้นมาก่อนวัยรุ่นชายที่นั่งซ้อนท้ายชักอาวุธขึ้นมาข่มขู่คนขับรถ สาเหตุมาจากไม่พอใจที่โดนบีบแตรใส่ หลังขี่รถออกมาจากซอยโดยที่ไม่มองว่ามีรถยนต์ขับตรงมา   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบชื่อและที่อยู่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นลูกข้าราชการบำนาญ โดยขโมยเอาอาวุธปืนของพ่อออกมา หลังเกิดเหตุการณ์วัยรุ่นคนดังกล่าวได้หลบหนีออกจากบ้านพักไปแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hXG9KOTud3g

 3,044
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 62

สลด คนร้ายดักซุ่มยิง ตร.บาเจาะเสียชีวิต ในวันเกษียณอายุราชการ

นราธิวาส-เกิดเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนในหมู่บ้านเปาเบาะ ม.5 ต.บาเจาะ ที่เกิดเหตุพบศพ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ดอราแม อายุ 60 ปี รอง สว.ป.สภ.บาเจาะ นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพขาทั้ง 2 ขายังคร่อมรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีแดงดำ โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 ที่บริเวณลำตัวพรุนไปทั้งร่าง และที่บริเวณศีรษะถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง 1 นัด   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.ฮูเซ็น รอง สว.ป.สภ.บาเจาะ ซึ่งเกษียณเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) ได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพัก เพื่อไปดื่มน้ำชาในหมู่บ้านจุดเกิดเหตุ ซึ่งห่างจาก สภ.บาเจาะประมาณ 2-3 กม. ซึ่งเป็นร้านประจำที่ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ไปนั่งดื่มน้ำชากับชาวบ้าน และวันเกิดเหตุ ร.ต.อ.ฮูเซ็น รอง สว.ป.จะไปนั่งดื่มน้ำชาเพื่ออำลาชาวบ้านจากการเกษียณอายุราชการที่ปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้าย   แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุก่อนถึงร้านน้ำชาประมาณ 100 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 4-5 คน ได้อาศัยความมืดดักซุ่มยิงข้างทาง เมื่อ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ขี่รถ จยย.ผ่านมา คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ ร.ต.อ.ฮูเซ็น จำนวนหลาย 10 นัด เมื่อถูกกระสุนปืนรถได้เสียหลักล้มคว่ำ แล้วคนร้ายได้วิ่งออกมาจากจุดซุ่มยิง ใช้อาวุธปืนลูกซองจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะ 1 นัด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้อาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QbvTgK2dsaM

 1,397
อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

สลด คนร้ายดักซุ่มยิง ตร.บาเจาะเสียชีวิต ในวันเกษียณอายุราชการ

นราธิวาส-เกิดเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนในหมู่บ้านเปาเบาะ ม.5 ต.บาเจาะ ที่เกิดเหตุพบศพ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ดอราแม อายุ 60 ปี รอง สว.ป.สภ.บาเจาะ นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพขาทั้ง 2 ขายังคร่อมรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีแดงดำ โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 ที่บริเวณลำตัวพรุนไปทั้งร่าง และที่บริเวณศีรษะถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง 1 นัด   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.ฮูเซ็น รอง สว.ป.สภ.บาเจาะ ซึ่งเกษียณเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) ได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพัก เพื่อไปดื่มน้ำชาในหมู่บ้านจุดเกิดเหตุ ซึ่งห่างจาก สภ.บาเจาะประมาณ 2-3 กม. ซึ่งเป็นร้านประจำที่ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ไปนั่งดื่มน้ำชากับชาวบ้าน และวันเกิดเหตุ ร.ต.อ.ฮูเซ็น รอง สว.ป.จะไปนั่งดื่มน้ำชาเพื่ออำลาชาวบ้านจากการเกษียณอายุราชการที่ปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้าย   แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุก่อนถึงร้านน้ำชาประมาณ 100 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 4-5 คน ได้อาศัยความมืดดักซุ่มยิงข้างทาง เมื่อ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ขี่รถ จยย.ผ่านมา คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ ร.ต.อ.ฮูเซ็น จำนวนหลาย 10 นัด เมื่อถูกกระสุนปืนรถได้เสียหลักล้มคว่ำ แล้วคนร้ายได้วิ่งออกมาจากจุดซุ่มยิง ใช้อาวุธปืนลูกซองจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะ 1 นัด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้อาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QbvTgK2dsaM

 1,397
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

ฆ่าโหดลูกจ้างสาว ขณะนอนเฝ้าร้านข้าวแกงสุไหงโก-ลก ตั้งปมฆ่าชิงทรัพย์

นราธิวาส-พบผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องนอนร้านจำหน่ายข้างแกงอิสลาม ในเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ตรวจสอบผู้ตายคือนางซูไฮณี วี อายุ 26 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่พื้นห้อง   โดยที่ลำคอมีสายไฟฟ้าจากพัดลมรัดคอไว้ และที่บริเวณหน้าอกมีร่องรอยถูกมีดแทง จำนวน 3 แผล และมีมีดสำหรับปลอกผลไม้ด้ามสีเหลือง ยาวประมาณ 5 นิ้ว ตกอยู่ข้างศพ โดยเฉพาะในห้องเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหลังคากระเบื้องมีร่องรอยถูกงัดและเปิดอยู่จำนวน 2 แผ่น   จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ยังพบว่ามีร่องรอยคล้ายการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนส่งศพให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา   จากการสอบสวนทราบว่า นางซูไฮณี ผู้เสียชีวิตได้มาสมัครเป็นลูกจ้างที่ร้านจำหน่ายข้าวแกงแห่งนี้ ซึ่งเปิดมาได้ประมาณเกือบ 1 เดือน โดยนางซูไฮณี จะนอนเฝ้าที่ร้าน ส่วนเจ้าของเมื่อจำหน่ายอาหารแล้วเสร็จจะกลับไปนอนที่บ้านพัก   ซึ่งก่อนที่จะรับแจ้งมีเหตุพบผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าของร้านได้มาที่ร้านและเรียกผู้เสียชีวิตให้เปิดประตู แต่ผู้เสียชีวิตไม่ได้เดินมาแถมเงียบหายไป เจ้าของร้านจึงได้เปิดกุญแจเข้าไปดูพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ โดยสร้อยคอที่ใส่ไว้และนาฬิกาข้อมือที่สวมที่แขนได้หายไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ ที่คนร้ายได้งัดกระเบื้องหลังคาลงมา เมื่อผู้เสียชีวิตขัดขืนจึงได้ถูกคนร้ายใช้มีดแทงและใช้สายไฟฟ้าของพัดลมรัดคอ เพื่อปกปิดความผิดก่อนที่จะหลบหนี แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง ในการติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KV42sajnvsE

 2,140
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

ฝนถล่มนราธิวาส ต้นไม้ใหญ่ล้มทับกระบะพัง-บ้าน ปชช.เสียหาย

นราธิวาส-เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักปกคลุมพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง และมีลมกรรโชกแรงส่งผลทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้ริมถนนจำนวน 4 ต้น ได้หักโคนขวางถนนและทับรถยนต์กระบะที่จอดไว้ริมถนน ได้รับความเสียหายที่บริเวณฝากระโปรงหน้า กระจกหน้าแตกและหลังคายุบ   หลังเกิดเหตุต้องระดมเจ้าหน้าที่กองช่างและพนักงานเทศบาล นำเครื่องเลื่อยยนต์มีดและขวาน มาทำการตัดกิ่งไม้ที่ล้มขวางการจราจร และขนย้ายที่ทิ้ง โดยคาดว่าใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.สุไหงโกลก มาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาเร่งด่วน   นอกจากนี้ยังบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 10 หลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกตระเวนสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lmfeEcrKsiY  

 752
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ลอบวางระเบิดหลังสถานีรถไฟจะนะ ดับ 1 เจ็บ 4 - ประกบยิงทหารพรานนราธิวาส เจ็บ 1 เสียชีวิต 1

สงขลา-เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งตั้งอยู่บนถนนด้านหลังสถานีรถไฟจะนะ พื้นที่ ม.3 บ้านคลองลึก ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะนะ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพอดี ถูกแรงอัดระเบิดเสียชีวิตคาที่ 1 นาย คือ ด.ต.โกศล คงสวัสดิ์ ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ   มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ท.นิพล แก้วหนู รอง สว.(นปพ.) สภ.จะนะ / ด.ต.ชำนาญ สุขมี ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ / และ ด.ต.ศิริ ทองเทพ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.จะนะ นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวที่เป็นชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจะนะ และสงขลานครินทร์ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ลอบระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน มาลอบวางเอาไว้ภายในท่อซีเมนต์ด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งเป็นป้อมใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ก่อนที่จะมีการจุดชวนระเบิดขึ้นในช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่มีการนำกำลังออกมาตั้งจุดตรวจจุดสกัดชั่วคราวบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ด้านหน้าป้อม ชรบ. พอดี จนทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีชาวบ้านผู้หญิงโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่อำเภอชายแดนของ จ.สงขลา เพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสุดช่วงรอมฎอน หรือการถือศีลอด ซึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะลงมือก่อเหตุด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาตัวคนร้าย   ขณะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 11 เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ริมถนนบ้านบือแนปีแย ม.1 ต.ปะลุกาสาเมาะ   โดยศพของ อส.ทพ.สมชาย เชิญชมพู นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างรถ จยย. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน มาแซ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลไม้แก่น จ.ปัตตานี ไปก่อนหน้าแล้ว โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่วัดเชิงเขา โดยมี อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน นั่งซ้อนท้าย เดินทางไปซื้ออาหารที่ตลาดต้นไทรเพื่อนำมารับประทานแก้บวชในช่วงรอมฏอน หรือ ถือศีลอด เมื่อซื้ออาหารเรียบร้อยแล้ว อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.เพื่อกลับฐาน   ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. 2 คัน เป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายทั้ง 2 คัน ได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ออกมายิงใส่ อส.ทพ.สมชาย และ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน จำนวนหลายนัด   เมื่อถูกกระสุนปืนรถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำ ทำให้ อส.ทพ.สมชาย เสียชีวิตคาที ส่วน อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน ได้รับบาดเจ็บ แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AsOzMXJtBps

 3,946
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 62

รถตู้ครูนราธิวาส กลับจากดูงานที่มาเลย์ เสียหลักชนต้นไม้ เสียชีวิต 4 เจ็บ 9

ขอบคุณภาพ ผญบ.ม.2 ต.สาวอ , ทวิตเตอร์ JS100   คนขับรถตู้รับคณะครูโรงเรียนดารุสสลาม กลับจากการเดินทางไปดูงานที่โรงเรียนสอนศาสนาในประเทศมาเลเซีย เกิดอาการหลับใน เป็นเหตุให้รถเสียหลักชนต้นไม้ เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย    วันที่ 10 เม.ย. เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.อ.ไพบูลย์ เกื้อดำ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์ตู้โดยสารของโรงเรียนดารุสลาม จ.นราธิวาส ชนต้นไม้ริมถนนสายเพชรเกษม ช่วงบริเวณเยื้องทางเข้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 9 ต.ลูโบ๊ะสาวอ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ    ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ตู้ชนต้นไม้ที่ปลูกไว้บริเวณไหล่ขอบทางของเกาะกลาง อยู่ในสภาพได้รับความเสียหายที่บริเวณด้านหน้าทั้งแถบ และมีผู้โดยสารจำนวน 13 คน ทั้งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ   เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรมจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่าง ในการงัดและตัดชิ้นส่วนด้านหน้าของรถยนต์ตู้ ทั้งบานประตูและส่วนของหลังคาที่ยุบลงมาทับผู้โดยสาร เมื่อแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองรวมทั้งพลเมืองดีจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ติดภายในรถยนต์ตู้ออกมา ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะ จำนวน 3 คน และส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 6 คน พร้อมทั้งได้ช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิต จำนวน 4 คน ออกจากรถ เพื่อส่งโรงพยาบาลบาเจาะ   จากการสอบสวนคนขับรถ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับการว่าจ้าง ให้ไปรับคณะครูหรืออุสตาซโรงเรียนดารุสสลามซึ่งเป็นหญิงล้วน จำนวน 12 คน ที่กลับจากการเดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนสอนศาสนาในประเทศมาเลเซีย ที่บริเวณด่านสะเดา จ.สงขลา เพื่อเดินทางกลับพื้นที่ จ.นราธิวาส    เมื่อถึงจุดเกิดเหตุตนมีอาการง่วงนอนและเกิดหลับในไปชั่ววูบ และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพบว่า รถได้แล่นเสียหลักไปชนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมเกาะกลางของคูน้ำ โดยที่ตนไม่สามารถที่จะบังคับพวงมาลัยได้ทัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ขอบคุณภาพ ผญบ.ม.2 ต.สาวอ , ทวิตเตอร์ JS100  

 2,911
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 62

คนร้ายดักยิงถล่มขบวนรถไฟเสียหายที่นราธิวาส - เจ้าหน้าที่ยึดระเบิดซุกในป่า 2 จุดที่ปัตตานี คนร้ายสารภาพเตรียมไว้สังหาร จนท.

นราธิวาส - ขณะที่นายพนารักษ์ ใจกระจ่าง พนักงานขับรถไฟขบวนที่ 454 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโกลก จรดปลายทางสถานีรถไฟ จ.ยะลา จำนวน 7 โบกี้ เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 1,065 เขตรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟรือเสาะ กับ สถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ช่วงบริเวณบ้านดือแย ม.4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะทำขบวนจะข้ามแม่น้ำรือเสาะ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ขบวนรถไฟจำนวนหลายนัด    ซึ่งนายพนารักษ์ ใจกระจ่าง พนักงานขับรถ ได้เหลือบไปเห็นชายต้องสงสัยกำลังใช้อาวุธปืนยิงใส่ขบวนรถไฟ พร้อมได้ยินเสียงปืน จึงได้ควบคุมขบวนรถไฟไปจอดที่สถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น   โดยพบว่าขบวนรถไฟตู้โบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นตู้ทำการพนักงาน มีร่องรอยถูกกระสุนปืนปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ที่บริเวณขอบหน้าต่างด้านขวาบานที่ 5 จำนวน 1 นัด และตัวรถด้านขวา 3 นัด และบริเวณห้ามล้อ จำนวน 3 นัด รวมทั้งสิ้น 7 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบและได้บันทึกรายละเอียดเป็นที่เรียบร้อย ได้ส่งให้กับนายสถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบต่อไป ก่อนที่นายพนารักษ์ ใจกระจ่าง จะควบคุมขบวนรถไฟดังกล่าวสู่สถานีปลายทางที่ จ.ยะลา โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด    โดยนายณรงค์ กล้ามงคล นายสถานีรถไฟรือเสาะ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รือเสาะ โดยเหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่   ปัตตานี - จากเหตุการณ์ที่คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ บ้านค่าย ม.7 ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยได้ 3 คน ประกอบด้วย นายอิบรอเป สิเดะ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหามีหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 3 หมาย นายมะสุกรี สาและ อายุ 36 ปี และนายอิสมาแอ อาแว อายุ 41 ปี    ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่ามีระเบิดซุกซ้อนไว้ในป่า จำนวน 2 จุดในพื้นที่ ม.1 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำการชี้จุดเพื่อทำการตรวจยึดระเบิดดังกล่าว   ปรากฏว่าจุดที่ซุกระเบิดอยู่ในป่ากลางทุ่งนา เมื่อมาถึงจุดแรกพบระเบิดแบบไปป์บอม จำนวน 2 ลูกในสภาพพร้อมใช้งาน ซุกไว้ในท่อพีวีซีฝังดินไว้    จากนั้นผู้ต้องหาได้ไปชี้จุดที่สองซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร ถูกซุกซ้อนไว้ในป่ารกทึบ เมื่อมาถึงพบอุปกรณ์ประกอบระเบิด มีทั้งดินระเบิดและวงจรระเบิด ซุกไว้ในท่อพีวีซีฝังดินไว้ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดออกมาตรวจสอบ    ปรากฏว่าอุปกรณ์ประกอบระเบิดที่ยึดได้ในจุดที่สองหากนำไปประกอบจะได้ระเบิดชนิดไปป์บอม จำนวน 5 ลูก เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางไว้ทั้งหมดไปตรวจสอบ โดยเฉพาะวัตถุพยานที่สามารถตรวจสอบดีเอ็นเอว่าจะตรงกับข้อมูลประวัติคดีความมั่นคงว่าเป็นกลุ่มกลุ่มใด   จากการสอบปากคำ นายอิบรอเป หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมได้รับสารภาพว่ามีการซุกระเบิดไว้เพื่อเตรียมจะก่อเหตุ และได้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจสอบ ซึ่งระเบิดที่ยึดได้ทั้งหมด นายอิบรอเป รับว่าเป็นของนายูโซ๊ะ แมะตีเมาะ ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากเหตุ   พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า นายยูโซ๊ะ แมะตีเมาะ ซึ่งจากประวัติถือว่าเป็นบุคคลอันตรายที่รัฐต้องการตัว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/BSsD3PcdvDA

 1,744
ข่าวภูมิภาค
14 มี.ค. 62

วงจรปิดจับภาพ 2 คนร้ายแต่งหญิงใส่ฮิญาบ ขว้างระเบิดใส่ ตร.ยี่งอ

ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 13 มี.ค.62 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืน เอ็ม.79 ยิงใส่ฐานชุดป้องกันชายแดนที่ 2 หรือ ปชด. ซึ่งตั้งอยู่ ม.3 บ้านศรีพงัน ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยกระสุนปืนตกที่บริเวณ บก.ร้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ   นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายยังได้ลอบวางระเบิดที่บริเวณถนนหน้าฐาน เพื่อเป็นการป้องกันการติดตามของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการยิงปะทะกับคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้เดินทางเข้าสนับสนุน กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป โดยในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบความเสียหายต่อไป   นอกจากนี้ในช่วงวันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ที่พักของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านสุโบะตะแซ ซึ่งตั้งอยู่ถนนมณีชยางกูร ม.3 ต.ยี่งอ ที่เกิดเหตุพบที่บริเวณพื้นข้างเสาของตัวอาคารที่พักของ ชรบ. ด้านขวามือของประตูทางเข้า มีร่องรอยของระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์   ซึ่งประกอบใส่ไว้ในท่อเหล็กทรงกลม หนักประมาณ 1 ก.ก. ที่คนร้ายได้ผลิตเองตก ได้ตกลงมาโดยสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกฝาผนังปูนของที่พักเป็นรูพรุน โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดได้กระเด็นคลุกเคล้ากับเหล็กเส้นตัดสั้น พร้อมด้วยกระเดื่องของระเบิดแสวงเครื่อง 1 อันตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   โดยคาดเป็นฝีมือคนร้ายจำนวน 2 คน แต่งกายอำพรางเป็นผู้หญิงด้วยการสวมใส่ชุดฮิญาบสีดำ ขี่รถ จยย. เมื่อผ่านที่พักของชุด ชรบ. คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ข้ามกำแพงรั้วมาตกที่บริเวณข้างเสาของตัวอาคาร ก่อนหลบหนีไปได้ โดยมุ่งหน้าไปยังเส้นทางถนนเพชรเกษม ซึ่งมีภาพวงจรปิดจับภาพไว้ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/-o-GuAZtMW4    

 681
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

บึ้มทหารพรานเจาะไอร้อง เจ็บ 1 มือป่วนแขวนป้ายผ้า-พ่นสี patani 110 กลางถนนนราธิวาส

นราธิวาส-เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดทหารพรานที่ อ.เจาะไอร้อง ทำให้ ส.ท.มาฮัมหมัด ยูโซ๊ะ อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.มาฮัมหมัด หัวหน้าชุด ได้ระดมกำลังรวม 6 นาย เดินเท้าออกจากฐานซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด ที่นำไปวางไว้ที่บริเวณใกล้ป้ายโฆษณาหาเสียงของนายสมัย และได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ ส.ท.มาฮัมหมัด ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณต้นขาขวาและเข่าขวาล้มทั้งยืน แล้วคนร้ายได้หลบหนีไป   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน   นอกจากนี้ยังพบป้ายผ้าซึ่งเขียนข้อความเป็นภาษารูมี ใจความว่า 110 tahun tergadainya bangsa patani ซึ่งแปลว่า 110 ปี การจำนองชาติพันธุ์ปัตตานี ที่ผูกติดไว้กับราวสะพานข้ามคลองบ้านเด็ง ม.7 ต.ละหาร ซึ่งบริเวณจุดดังกล่าวมีการใช้สีสเปรย์สีแดงและสีขาว พ่นคำว่า patani 110 ไว้กลางถนนด้วย   เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร ก่อนเข้าตรวจสอบ และเมื่อพบว่าปลอดภัยเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะใช้ทินเนอร์ในการลบข้อความดังกล่าวบนถนน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้รับแจ้งมีเหตุแขวนป้ายผ้าและใช้สีสเปรย์พ่นข้อความดังกล่าวอีกหลายจุด โดยคนร้ายไม่ได้วางวัตถุต้องสงสัยและสิ่งแปลกปลอมใดๆ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จึงได้เก็บรวบรวมป้ายผ้า ไปทำการตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงและดี.เอ็น.เอ. เพื่อนำไปเปรียบเทียบลายนิ้วมือกับบุคคลในภาพคดีความมั่นคง   แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงสันนิษฐานว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มบุคคลเดิมๆ ที่แฝงตัวติดป้ายผ้าเพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นการครบรอบ 110 ปี สนธิสัญญาที่มาเลเซียยกพื้นที่แหลมมาลายู ให้อังกฤษปกครอง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 1909 และในวันที่ 13 มี.ค. 1909 เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ในการหายสาบสูญของนายหะยีสุหลง โต๊ะมีนา ในการสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yKHkrNpx1Cs

 592
ข่าวภูมิภาค
28 ก.พ. 62

สั่งล่า 8 คนร้าย ยิง 2 ตร.เจาะไอร้องศพทิ้งคูน้ำ ล่าสุดเจอกระบะที่ถูกชิงไป เผาทิ้งที่ตากใบ

นราธิวาส-จากกรณีคนร้ายบุกปล้นปืนชิงรถ จับตัว 2 นายตำรวจ คือ ส.ต.ท.นเรศว์ เอียดทอง 31 ปี ผบ.หมู่ นปพ.ฉก.31 และ ส.ต.ท.รุสไวดี สาแม 30 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม สภ.เจาะไอร้อง ที่นั่งดื่มน้ำชาในบ้านที่ อ.เจาะไอร้อง นราธิวาส ก่อนยิงทั้งสองเสียชีวิตทิ้งศพในคูน้ำ ส่วนรถกับปืนคนร้ายเอาไปด้วย   จากการสอบถามชาวบ้าน 2 คน ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ขณะกำลังนั่งดื่มน้ำชาภายในร้าน ได้มีชายฉกรรจ์ จำนวนประมาณ 8 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธปืนครบมือ โดยคนร้าย จำนวน 4 คน ซึ่งปิดบังใบหน้าได้เดินเข้าไปในร้านพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายด้วยภาษาไทย ส่วนคนร้ายที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าร้าน ได้พูดภาษายาวี   จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ออกจากร้าน โดยกำชับให้ตนทั้ง 2 คน อยู่ด้วยความสงบไม่เช่นนั้นจะยิง หลังจากนั้นคนร้ายได้ควบคุมตัวตำรวจทั้ง 2 นาย ขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นไทตัล สีฟ้า 4 ประตู ซึ่งเป็นรถยนต์กระบะของ ส.ต.ท.นเรศว์ ที่จอดข้างร้านขับออกจากร้านหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตนทั้ง 2 คน ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบ   ต่อมาพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ถูกคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต แล้วนำศพมาโยนทิ้งที่บริเวณคูน้ำในพื้นที่ ม.2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ศพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย แต่งกายในชุดนอกเครื่องแบบ โดยมือทั้ง 2 ข้างถูกเชือกมัดไว้ และมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายยิงเข้าที่บริเวณศรีษะและลำตัว ในลักษณะคนร้ายนำลงจากรถยนต์กระบะแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงก่อน ที่จะผลักร่างให้ตกไปในคูน้ำ แล้วขับรถก่อนหลบหนี โดยมีปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 3 ปลอกของคนร้าย ทิ้งไว้ให้เจ้าหน้าที่ดูต่างหน้า   จากนั้นชาวบ้านพบรถยนต์กระบะถูกวางเพลิงได้รับความเสียหายทั้งคัน บนถนนในหมู่บ้านปะลุกา ม.3 ต.โฆษิต จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รุดเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าว เป็นรถยนต์กระบะที่คนร้ายได้ปล้นแล้วจับกุม 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง ขับหลบหนี   จากการตรวจสอบพบว่า จากความเสียหายของรถยนต์กระบะทั้งคันนั้น คนร้ายน่าจะดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากถัง แล้วนำมาราดในห้องโดยสารแล้วจุดไฟเผา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝง และ ดีเอ็นเอของคนร้ายได้   ต้องรอผลการตรวจสอบวิถีของปลอกกระสุนปืนที่ตรวจพบในจุดเกิดเหตุทิ้งศพ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการขยายผลสู่กลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนอาวุธปืน เอ็ม.16 แบบเอ็ม.4 และอาวุธปืนพก รวม 3 กระบอกของ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะแจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกที่ร่วมก่อเหตุนำหลบหนี   คาดว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ถือว่ามีความชำนาญพื้นที่เป็นอย่างดี ที่สามารถขับลัดเลาะมาตามถนนเส้นทางในหมู่บ้านจาก อ.เจาะไอร้อง ผ่านสุไหงปาดี สุไหงโก-ลก และถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อหลบหนีการสกัดกั้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้คาดว่ากลุ่มคนร้ายได้แยกย้ายกันหลบหนีบางส่วนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว และพยายามสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของทหาร   ขณะที่ศพของนายตำรวจทั้งสอง ทางญาติได้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ir1h1M5yruo

 1,290

Top