ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร้านกาแฟ"

สังคม
13 ก.พ. 63

ร้านกาแฟสายชิว ชิม แชะ รับลม ชมบัววิกตอเรีย

คุณประดับ พละเดช หรือแม่ปลิว เจ้าของสวนกาแฟทุ่งเงิน วัย 68 ปี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพทำบ่อปลามาก่อน แต่เนื่องจากการเลี้ยงปลาและเลี้ยงโค ต้องใช้ระยะเวลานานหลายเดือนกว่าจะได้เงินแต่ละครั้ง ตนจึงคิดว่าทำยังไงถึงจะได้มีรายรับทุกวัน  จึงเปลี่ยนมาทำร้านกาแฟ โดยต้องมีจุดขาย ทำให้คนสนใจอยากมาเที่ยว ตนจึงได้ซื้อพันธุ์บัววิกตอเรียมาปลูก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามและความแปลกพิเศษ ที่เมื่อใบบัวเต็มที่จะสามารถรับน้ำหนักคนได้ถึง 50-60 กก.เลยทีเดียว แต่บัวที่ปลูกอยู่ขณะนี้ มีอายุเพียง 4 เดือน จะสามาถรับน้ำหนักคนได้ประมาณ 20-30 กก.เท่านั้น    ซึ่งหลังจากเริ่มเปิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวเข้ามาแวะชมสวนกาแฟทุ่งเงินอย่างไม่ขาดสายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสามารถขายเครื่องดื่มได้วันละกว่า 200 แก้ว และยังมีก๋วยเตี๋ยวสูตรพิเศษอีกด้วย ทำให้มีรายได้รวมวันละกว่า 5 หมื่นบาท และในอนาคตอันใกล้นี้ ยังจะเปิดพื้นที่ต้านหน้าสวนกาแฟติดฝั่งถนน เปิดเป็นตลาดนัด เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำสินค้าผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาขายสร้างรายได้อีกด้วย         สามารถรับชมทางทูปได้ที่ : https://youtu.be/iYVhm_jaAyU

 858
สังคม
31 ม.ค. 63

ชวนอุดหนุน! 'ปัญญาคาเฟ่' ร้านกาแฟเด็กพิเศษ

ภายในศูนย์ราชการจังหวัดอุทัยธานี มีร้านกาแฟร้านหนึ่ง ชื่อร้าน 'ปัญญาคาเฟ่' เป็นร้านกาแฟสมัยใหม่    ร้านนี้ทั้งบาริสต้า และ เด็กเสิร์ฟ เป็นผู้มีความผิดปกติทางสมองทั้งสิ้น แต่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระราชินูถัมภ์ เพื่อส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำ ก่อให้เกิดรายได้ของนักเรียนพิการ ตามโครงการฝึกประสบการวิชาชีพนักเรียนพิการของศึกษาพิเศษประจำจังหวัดอุทัยธานี โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี   ฝึกอาชีพให้จนเก่งและมีความชำนาญ ได้มาเป็นพนักงานของร้าน 'ปัญญาคาเฟ่'  ชงกาแฟได้อร่อย เสิร์ฟลูกค้าได้อย่างดี ไม่มีที่ติ ลูกค้าก็แน่นร้าน  นั่งข้างนอกก็จะได้บรรยากาศดีๆของสวนหย่อม   โดยเปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 09.00 – 16.30 น. อยากแนะนำและเชิญชวนให้ทุกคนได้ไปอุดหนุนกันเยอะๆ กาแฟอร่อย ราคาไม่แพง เริ่มต้นเพียงแก้วละ 40 บาทเท่านั้น     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : youtu.be/zEMK2NJdkLM

 598
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

ไม่สะท้าน 'ผอ.กอล์ฟ' พาแฟนนั่งชิลร้านกาแฟหลังยิงคน แม่ยายอึ้งลูกเขยคนดี นอบน้อม-แกะปูให้กินก่อนโดนจับ

ข่าวการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นคนร้ายชิงทองในห้างสรรพสินค้าลพบุรี และใช้อาวุธปืน ยิงประชาชนที่มาเดินในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน เสียชีวิต 3 คน   ด้านกลุ่มเพื่อนครูของนายกอล์ฟเล่าว่า จากหลักฐานที่เห็นและรายละเอียดต่างๆ ไม่คาดคิดว่า คนก่อเหตุจะคือนายกอล์ฟ เพราะจากการที่สัมผัสมา นายกอล์ฟเป็นครูหนุ่มไฟแรง เพิ่งได้รับตำแหน่ง ผอ.ได้ไม่นาน ทั้งครูและผู้ปกครองนักเรียนต่างรักและชื่นชมเพราะทั้งสอนดี และยังช่วยเหลือโรงเรียนทุกอย่าง ทั้งกิจกรรมกีฬาและยังนำเงินส่วนตัวมาซ่อมแซมบำรุงโรงเรียน และทำโครงการที่ให้ประโยชน์กับโรงเรียน ไม่มีใครคาดคิดว่าครูกอล์ฟจะเป็นโจรชิงทอง   นอกจากนี้วันก่อเหตุ ช่วงเช้ามีกิจกรรมงานวันเด็กที่ ร.ร.นายกอล์ฟก็ร่วมงานตามปกติ และหลังก่อเหตุช่วงที่เป็นข่าวดัง นายกอล์ฟยังทีการพูดคุยกับครูและนักการภารโรง วิจารณ์พฤติกรรมอันโหดเหี้ยมของโจรชิงทอง โดยไม่สะทกสะท้านว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือตัวเอง   สำหรับนายกอล์ฟผู้ต้องหารายนี้ นอกจากความโหดเหี้ยมที่ยิงคนตายถึง 3 ศพแล้ว ยังเลือดเย็นไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตัวเองทำ จากเฟซบุ๊กของนายกอล์ฟพบว่า วันที่ 11 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ นายกอล์ฟ พาแฟนสาวมาฉลองที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านกาแฟแห่งนี้ เจ้าของร้านกาแฟเล่าว่า นายกอล์ฟพาแฟนสาวมานั่งดื่มเครื่องดื่มที่ร้านจริง โดยทั้งคู่มาสั่งเครื่องดื่ม และก็นั่งถ่ายรูปในร้าน ใช้เวลาในร้านประมาณ 30 นาทีแล้วก็ไป โดยไม่ได้ทีท่าทางพิรุธใดๆทั้งสิ้น ซึ่งวันนั้นทางร้านจัดกิจกรรมวันเด็กมีลูกค้าจำนวนมาก    จากการตรวจสอบพบว่า นายกอล์ฟเป็นที่รู้จักใน จ.ลพบุรี  ตอนแรกที่รู้ข่าวก็ตกใจ และมาดูกล้องวงจรปิด ก็เห็นว่าคนร้ายเข้ามาในร้านกับแฟนสาวจริง ตนในฐานะคนลพบุรี ตกใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่คิดว่าคนที่ดูรูปลักษณ์ภายนอกดูดีจะจิตใจโหดเหี้ยม ขนาดนี้   ขณะที่แม่ยายของนายกอล์ฟ กล่าวหลังทราบว่าลูกเขยเป็นผู้ต้องหาคดีดังว่า ตอนเกิดเหตุใหม่ๆ นั่งดูข่าว ยังแช่งด่าโจรอยู่ อยากให้จับได้ไวๆ ซึ่งลูกเขยก็นั่งอยู่ด้วย ไม่คิดว่าลูกเขยที่อยู่ด้วยกันทุกวัน เป็นคนก่อเหตุ โดยลูกเขย เป็นคนดีมาก ดีจนวินาทีสุดท้าย คืนก่อนถูกจับยังนั่งแกะปูให้กิน บอกแม่เดี๋ยวผมแกะปูให้กิน เสื้อผ้าแม่ไม่มีเวลารีด กอล์ฟก็บอกเดี๋ยวกอล์ฟรีดให้ ลูกเขยเป็นคนดีมาก ใครจะไปคิดว่าเขาเป็นคนชั่ว   ทั้งนี้เคยแซวลูกเขยเล่นๆ ตอนดูข่าวว่า ใช่เราหรือเปล่า เห็นเดินขากะเผลกๆ นายกอล์ฟ ก็ตอบแม่ยายว่า “ใครจะเอาอนาคตเข้าไปแลก” ส่วนตัวอยากให้ไม่ใช่เขาเป็นคนร้าย เพราะเขานอบน้อม เข้าออกบ้านไหว้แม่ สวัสดีแม่ทุกวัน แต่ถ้าลูกเขยผิดจริง ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UGxW6CfXs5g

 6,194
อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

ไม่สะท้าน 'ผอ.กอล์ฟ' พาแฟนนั่งชิลร้านกาแฟหลังยิงคน แม่ยายอึ้งลูกเขยคนดี นอบน้อม-แกะปูให้กินก่อนโดนจับ

ข่าวการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นคนร้ายชิงทองในห้างสรรพสินค้าลพบุรี และใช้อาวุธปืน ยิงประชาชนที่มาเดินในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน เสียชีวิต 3 คน   ด้านกลุ่มเพื่อนครูของนายกอล์ฟเล่าว่า จากหลักฐานที่เห็นและรายละเอียดต่างๆ ไม่คาดคิดว่า คนก่อเหตุจะคือนายกอล์ฟ เพราะจากการที่สัมผัสมา นายกอล์ฟเป็นครูหนุ่มไฟแรง เพิ่งได้รับตำแหน่ง ผอ.ได้ไม่นาน ทั้งครูและผู้ปกครองนักเรียนต่างรักและชื่นชมเพราะทั้งสอนดี และยังช่วยเหลือโรงเรียนทุกอย่าง ทั้งกิจกรรมกีฬาและยังนำเงินส่วนตัวมาซ่อมแซมบำรุงโรงเรียน และทำโครงการที่ให้ประโยชน์กับโรงเรียน ไม่มีใครคาดคิดว่าครูกอล์ฟจะเป็นโจรชิงทอง   นอกจากนี้วันก่อเหตุ ช่วงเช้ามีกิจกรรมงานวันเด็กที่ ร.ร.นายกอล์ฟก็ร่วมงานตามปกติ และหลังก่อเหตุช่วงที่เป็นข่าวดัง นายกอล์ฟยังทีการพูดคุยกับครูและนักการภารโรง วิจารณ์พฤติกรรมอันโหดเหี้ยมของโจรชิงทอง โดยไม่สะทกสะท้านว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือตัวเอง   สำหรับนายกอล์ฟผู้ต้องหารายนี้ นอกจากความโหดเหี้ยมที่ยิงคนตายถึง 3 ศพแล้ว ยังเลือดเย็นไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตัวเองทำ จากเฟซบุ๊กของนายกอล์ฟพบว่า วันที่ 11 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ นายกอล์ฟ พาแฟนสาวมาฉลองที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านกาแฟแห่งนี้ เจ้าของร้านกาแฟเล่าว่า นายกอล์ฟพาแฟนสาวมานั่งดื่มเครื่องดื่มที่ร้านจริง โดยทั้งคู่มาสั่งเครื่องดื่ม และก็นั่งถ่ายรูปในร้าน ใช้เวลาในร้านประมาณ 30 นาทีแล้วก็ไป โดยไม่ได้ทีท่าทางพิรุธใดๆทั้งสิ้น ซึ่งวันนั้นทางร้านจัดกิจกรรมวันเด็กมีลูกค้าจำนวนมาก    จากการตรวจสอบพบว่า นายกอล์ฟเป็นที่รู้จักใน จ.ลพบุรี  ตอนแรกที่รู้ข่าวก็ตกใจ และมาดูกล้องวงจรปิด ก็เห็นว่าคนร้ายเข้ามาในร้านกับแฟนสาวจริง ตนในฐานะคนลพบุรี ตกใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่คิดว่าคนที่ดูรูปลักษณ์ภายนอกดูดีจะจิตใจโหดเหี้ยม ขนาดนี้   ขณะที่แม่ยายของนายกอล์ฟ กล่าวหลังทราบว่าลูกเขยเป็นผู้ต้องหาคดีดังว่า ตอนเกิดเหตุใหม่ๆ นั่งดูข่าว ยังแช่งด่าโจรอยู่ อยากให้จับได้ไวๆ ซึ่งลูกเขยก็นั่งอยู่ด้วย ไม่คิดว่าลูกเขยที่อยู่ด้วยกันทุกวัน เป็นคนก่อเหตุ โดยลูกเขย เป็นคนดีมาก ดีจนวินาทีสุดท้าย คืนก่อนถูกจับยังนั่งแกะปูให้กิน บอกแม่เดี๋ยวผมแกะปูให้กิน เสื้อผ้าแม่ไม่มีเวลารีด กอล์ฟก็บอกเดี๋ยวกอล์ฟรีดให้ ลูกเขยเป็นคนดีมาก ใครจะไปคิดว่าเขาเป็นคนชั่ว   ทั้งนี้เคยแซวลูกเขยเล่นๆ ตอนดูข่าวว่า ใช่เราหรือเปล่า เห็นเดินขากะเผลกๆ นายกอล์ฟ ก็ตอบแม่ยายว่า “ใครจะเอาอนาคตเข้าไปแลก” ส่วนตัวอยากให้ไม่ใช่เขาเป็นคนร้าย เพราะเขานอบน้อม เข้าออกบ้านไหว้แม่ สวัสดีแม่ทุกวัน แต่ถ้าลูกเขยผิดจริง ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UGxW6CfXs5g

 6,194
เศรษฐกิจ
21 ม.ค. 63

ไทยบริโภค 'กาแฟ' ติด 50 อันดับแรกของโลก พณ.ยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

ตลาดกาแฟไทยโตต่อเนื่อง ล่าสุด ไทยติดอยู่ใน 50 อันดับแรกของโลกที่มีการบริโภคกาแฟมากที่สุด  เฉลี่ย 300 แก้ว/คน/ปี  ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ จับมือสมาคมกาแฟไทย ยกระดับกาแฟไทย สู่ ตลาดต่างประเทศ   นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วยกระทรวงเกษตรฯ และสมาคมกาแฟ ลงพื้นที่ ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด แหล่งปลูกกาแฟแห่งใหญ่ของ จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ความรู้เรื่องสถานการณ์กาแฟไทยและโลก และการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ เพื่อขยายตลาดกาแฟในต่างประเทศ โดยได้เน้นย้ำเรื่องคุณภาพ ที่ต้องเข้มงวด ตั้งแต่การปลูก การเก็บ การคั่ว และแปรรูป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กาแฟไทย    โดยปัจจุบันไทยมีความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศเฉลี่ย 78,953 ตันต่อปี แต่สามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้เฉลี่ย 26,161 ตันต่อปี ทำให้ต้องนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบ ภายใต้การค้าเสรี ทำให้ไทยได้เปรียบในเรื่องต้นทุน สามารถนำไปแปรรูปส่งออกได้ โดยในปี 62 ไทยส่งออกกาแฟสำเร็จรูปถึง 22,928 ตัน คิดเป็นมูลค่า 2,633 ล้านบาท   ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยมูลค่าธุรกิจกาแฟไทย มีมากถึง 21,220 ล้านบาท และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่หันมานิยมดื่มกาแฟมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลของ Euromonitor ที่บอกว่า ประเทศไทย เป็น 1 ใน 4 ของประเทศในอาเซียนที่ติดอยู่ใน 50 อันดับแรกของโลก ที่มีการบริโภคกาแฟมากที่สุด เฉลี่ย 300 แก้ว/คน/ปี โดยไทยอยู่ในอันดับที่ 41  สิงคโปร์ อันดับที่ 36  มาเลเซีย อันดับที่ 45 และฟิลิปปินส์ติดอยู่ที่อันดับ 49  

 1,015
ต่างประเทศ
17 ม.ค. 63

คนไทยสนใจเรื่องกาแฟมากที่สุดในเทรนด์ปี 2020

เฟสบุ๊กไอคิวสำรวจและเก็บข้อมูลเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนเฟสบุ๊กในช่วง 2 ปี ในผู้ใช้วัย 18 ปี ขึ้นไป เพื่อวิเคราะห์มุมมอง ทัศนคติ ความคาดหวัง พฤติกรรมของผู้คนในแต่ละมุมโลก สำหรับประเทศไทย เรื่องที่เป็นประเด็นหลักคือ กาแฟ จากการที่คนไทยเริ่มบริโภคกาแฟมากขึ้น ทำให้เมล็ดกาแฟที่เคยเป็นสินค้าส่งออก กลายเป็นสินค้าสำหรับคนในประเทศ บวกกับร้านแฟที่เพิ่มมากขึ้น 

 567
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว 2 มือยิง พนง.ร้านกาแฟดับ ฉุนเตือนแฟนสาวเล่นมือถือในเวลางาน อ้างไม่ได้ตั้งใจยิง

สงขลา -  มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4NPs1WluFLU

 2,993
สังคม
04 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว 2 มือยิง พนง.ร้านกาแฟดับ ฉุนเตือนแฟนสาวเล่นมือถือในเวลางาน อ้างไม่ได้ตั้งใจยิง

สงขลา -  มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4NPs1WluFLU

 2,993
สังคม
04 ม.ค. 63

2 คนร้าย ยิงหนุ่มร้านกาแฟมอบตัว อ้างทำปืนลั่น สำนึกผิดอยากกราบขอขมาศพ

สงขลา - มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/3HyNm8Dw1L0

 896
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 62

เจ้าของร้านกาแฟ-ร้านชุดแต่งงาน เปิดศึกทะเลาะเดือด ปมแย่งที่จอดรถพื้นที่ส่วนกลาง

ชลบุรี-เกิดเหตุทะเลาะวิวาทจากการแย่งที่จอดรถ เมื่อมีภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านชุดแต่งงานแห่งหนึ่ง ใน ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี จับภาพของผู้หญิง 2 คนเจ้าของร้านกาแฟกำลังเดินไปที่รถเพื่อจะออกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่มีรถขวางทางออกไม่ได้จึงได้เรียกเจ้าของรถที่เป็นร้านชุดแต่งงานมาขยับให้ จนเป็นเหตุให้ไม่พอใจเกิดการตบตีกัน   โดยมีชาวบ้านเข้ามาห้ามและชายเจ้าของร้านชุดแต่งงานเข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือจากผู้หญิงชุดดำที่นั่งในรถ เพื่อเอาไปลบคลิปที่ถ่ายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สุดท้ายกลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เสม็ด   สอบถามนายอนุชิต เหมือนรักษา อายุ 32 ปี เล่าว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ของส่วนกลางที่ต้องใช้ร่วมกัน โดยพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้ามเป็นแบบนี้มานานแล้ว จนตัวเองเริ่มชิน มีการเขียนโน้ตใส่กระดาษมาแปะตามหน้ารถของลูกค้าที่มาจอดหลังร้าน โดยทางร้านกาแฟจะติดรถของลูกค้าของตนที่มาดูชุดแต่งงาน จนลืมว่าบางทีก็มีลูกค้าของตัวเองมาจอดด้วยก็มี จึงอยากฝากบอกว่าการมีเพื่อนบ้านที่ดีควรอยู่ร่วมกันใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่ามีเพื่อนบ้านที่ดีแน่นอน ส่วนการดำเนินคดีอยู่ที่อีกฝ่ายจะแจ้งความหรือไม่เพราะตนก็มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้อยู่แล้ว   ส่วนทางนางสาวนพวรรณ ปัญญาเลิศสุข อายุ 25 ปี เจ้าของร้านกาแฟก็เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดร้านมาก็มีปัญหามาตลอดเรื่องที่จอดรถแต่วันนี้พี่สาวของตนป่วยจะไปหาหมอ แล้วรถก็จอดขวางทางจนออกไม่ได้ ตนจึงได้เดินไปบอกให้มาขยับรถให้หน่อย แต่ถูกอีกฝ่ายบอกไม่ขยับให้จะทำไม จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน ส่วนเรื่องที่ว่าตนเอากระดาษโน้ตไปติดนั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้เป็นฝ่ายเอาไปติดเลย แต่ไม่รู้ว่ากระดาษใครเอามาติด   ทางด้านตำรวจจึงได้เจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่ายให้ปรับความเข้าใจกัน เพราะพื้นที่เป็นของส่วนกลางต้องใช้ร่วมกันจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายจบกันด้วยดีไม่ติดใจเอาเรื่องราวต่อกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/6rjR3S17e3g

 2,886
สังคม
23 ธ.ค. 62

เจ้าของร้านกาแฟ-ร้านชุดแต่งงาน เปิดศึกทะเลาะเดือด ปมแย่งที่จอดรถพื้นที่ส่วนกลาง

ชลบุรี-เกิดเหตุทะเลาะวิวาทจากการแย่งที่จอดรถ เมื่อมีภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านชุดแต่งงานแห่งหนึ่ง ใน ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี จับภาพของผู้หญิง 2 คนเจ้าของร้านกาแฟกำลังเดินไปที่รถเพื่อจะออกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่มีรถขวางทางออกไม่ได้จึงได้เรียกเจ้าของรถที่เป็นร้านชุดแต่งงานมาขยับให้ จนเป็นเหตุให้ไม่พอใจเกิดการตบตีกัน   โดยมีชาวบ้านเข้ามาห้ามและชายเจ้าของร้านชุดแต่งงานเข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือจากผู้หญิงชุดดำที่นั่งในรถ เพื่อเอาไปลบคลิปที่ถ่ายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สุดท้ายกลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เสม็ด   สอบถามนายอนุชิต เหมือนรักษา อายุ 32 ปี เล่าว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ของส่วนกลางที่ต้องใช้ร่วมกัน โดยพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้ามเป็นแบบนี้มานานแล้ว จนตัวเองเริ่มชิน มีการเขียนโน้ตใส่กระดาษมาแปะตามหน้ารถของลูกค้าที่มาจอดหลังร้าน โดยทางร้านกาแฟจะติดรถของลูกค้าของตนที่มาดูชุดแต่งงาน จนลืมว่าบางทีก็มีลูกค้าของตัวเองมาจอดด้วยก็มี จึงอยากฝากบอกว่าการมีเพื่อนบ้านที่ดีควรอยู่ร่วมกันใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่ามีเพื่อนบ้านที่ดีแน่นอน ส่วนการดำเนินคดีอยู่ที่อีกฝ่ายจะแจ้งความหรือไม่เพราะตนก็มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้อยู่แล้ว   ส่วนทางนางสาวนพวรรณ ปัญญาเลิศสุข อายุ 25 ปี เจ้าของร้านกาแฟก็เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดร้านมาก็มีปัญหามาตลอดเรื่องที่จอดรถแต่วันนี้พี่สาวของตนป่วยจะไปหาหมอ แล้วรถก็จอดขวางทางจนออกไม่ได้ ตนจึงได้เดินไปบอกให้มาขยับรถให้หน่อย แต่ถูกอีกฝ่ายบอกไม่ขยับให้จะทำไม จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน ส่วนเรื่องที่ว่าตนเอากระดาษโน้ตไปติดนั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้เป็นฝ่ายเอาไปติดเลย แต่ไม่รู้ว่ากระดาษใครเอามาติด   ทางด้านตำรวจจึงได้เจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่ายให้ปรับความเข้าใจกัน เพราะพื้นที่เป็นของส่วนกลางต้องใช้ร่วมกันจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายจบกันด้วยดีไม่ติดใจเอาเรื่องราวต่อกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/6rjR3S17e3g

 2,886
สังคม
13 ธ.ค. 62

สุดเจ๋ง! ช่างภาพผุดไอเดีย เปลี่ยนตึกร้างให้เป็นร้านกาแฟสุดชิค จากเชียงใหม่

ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตึกที่เห็นมองผ่านๆก็คิดว่าเป็นตึกร้างแน่นอน สภาพตึกสูง 6 ชั้น เมื่อเช้าไปดูใกล้ๆ ที่ตึกเขียนว่า 'Coffee x Tower'     เมื่อเข้าไปข้างใน ชั้น 1 - 2 เป็นร้านขายกาแฟสมัยใหม่ ไอเดียดีมาก ขายในตึกร้าง แถมยังสามารถเรียกลูกค้าได้อย่างมากมาย   ถามหาเจ้าของ หากเป็นเจ้าของตึกนั้นไม่มีใครทราบ แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของร้านกาแฟนี้ มาจากกรุงเทพฯ เป็นช่างภาพที่ได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ และพบเห็นตึกร้างตึกนี้ แล้วเกิดความคิดอยากเปิดร้านกาแฟ โดยเพิ่งเปิดมาได้ 1 เดือนเท่านั้น ปรากฏว่ามีคนถ่ายภาพนำไปลงโซเชียล ทำให้เป็นกระแสอย่างมาก อีกทั้งที่ร้านยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆอีกมากมาย ในการตกแต่งร้านใช้เงินน้อย แต่ไอเดียเยอะ ร้านมีลักษณะเป็นปูนเปลือย เก๋ไปอีกแบบ

 3,278
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ธ.ค. 62

อีกแล้ว! หนุ่มผงะเจอผงใสๆ คล้ายพลาสติกในชาเขียว 'คาเฟ่ อเมซอน' โพสต์ชี้แจงขอโทษ-สั่งปิดสาขาต้นเหตุ

เกิดเหตุการณ์หนุ่มกินชาเขียวร้านกาแฟยี่ห้อดัง แล้วรู้สึกเหมือนมีเศษอะไรอยู่ในปาก จึงนำมาเทใส่ผ้ากรอง ก่อนพบเหมือนเศษพลาสติกอยู่ในชาเขียว   โดยหนุ่มคนดังกล่าว โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “#ด้วยความอยากได้ถุงผ้า วันนี้เลยไปซื้อชาเขียวนมสดปั่นที่ร้านกาแฟในปั้ม ปตท.ลาดหลุมแกล้ว กินไปได้ไม่กี่อึก (มีกลืนไปแล้วด้วย) รู้สึกเหมือนมีเศษอะไรอยู่ในปากเลย ดูดอีกทีเพื่อความมั่นใจ และก็เจอจริงๆ ไม่รู้ว่าเศษอะไร ดูที่แก้วนอนก้นเยอะมาก เลยตัดสินใจเช็กให้มั่นใจโดยการเททั้งแก้วแล้วกรองด้วยผ้า จากนั้น #ตามที่เห็นในคลิปเลยครับ”   ล่าสุดแฟนเพจ Café Amazon ออกมาชี้แจงว่า จากกรณีพบสิ่งแปลกปลอมในเครื่องดื่มนั้น ได้มีการสั่งปิดร้านแฟรนไชส์ สาขาพณิชผล อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และได้ติดต่อลูกค้าเพื่อแสดงความรับผิดชอบทันที พร้อมนัดหมายเพื่อเข้าพบลูกค้าในวันที่ 6 ธันวาคม 2562 นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของสาเหตุดังกล่าวเพื่อจักได้ดำเนินการต่อไปจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขออภัยเป็นอย่างสูงมายังท่านผู้บริโภคทุกท่านอีกครั้งสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vTcv3On5kKw

 40,661
ข่าวโซเชียล
06 ธ.ค. 62

อีกแล้ว! หนุ่มผงะเจอผงใสๆ คล้ายพลาสติกในชาเขียว 'คาเฟ่ อเมซอน' โพสต์ชี้แจงขอโทษ-สั่งปิดสาขาต้นเหตุ

เกิดเหตุการณ์หนุ่มกินชาเขียวร้านกาแฟยี่ห้อดัง แล้วรู้สึกเหมือนมีเศษอะไรอยู่ในปาก จึงนำมาเทใส่ผ้ากรอง ก่อนพบเหมือนเศษพลาสติกอยู่ในชาเขียว   โดยหนุ่มคนดังกล่าว โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “#ด้วยความอยากได้ถุงผ้า วันนี้เลยไปซื้อชาเขียวนมสดปั่นที่ร้านกาแฟในปั้ม ปตท.ลาดหลุมแกล้ว กินไปได้ไม่กี่อึก (มีกลืนไปแล้วด้วย) รู้สึกเหมือนมีเศษอะไรอยู่ในปากเลย ดูดอีกทีเพื่อความมั่นใจ และก็เจอจริงๆ ไม่รู้ว่าเศษอะไร ดูที่แก้วนอนก้นเยอะมาก เลยตัดสินใจเช็กให้มั่นใจโดยการเททั้งแก้วแล้วกรองด้วยผ้า จากนั้น #ตามที่เห็นในคลิปเลยครับ”   ล่าสุดแฟนเพจ Café Amazon ออกมาชี้แจงว่า จากกรณีพบสิ่งแปลกปลอมในเครื่องดื่มนั้น ได้มีการสั่งปิดร้านแฟรนไชส์ สาขาพณิชผล อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และได้ติดต่อลูกค้าเพื่อแสดงความรับผิดชอบทันที พร้อมนัดหมายเพื่อเข้าพบลูกค้าในวันที่ 6 ธันวาคม 2562 นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของสาเหตุดังกล่าวเพื่อจักได้ดำเนินการต่อไปจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขออภัยเป็นอย่างสูงมายังท่านผู้บริโภคทุกท่านอีกครั้งสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vTcv3On5kKw

 40,661
สังคม
03 ธ.ค. 62

เจ้าของร้านกาแฟติดกล้องประจาน หนุ่มขี้เมาฉี่รดตู้สังฆทานเกือบทุกวัน

เจ้าของร้านกาแฟยั๊วะ วัยรุ่น 2 คน คาดว่าเมาเดินเข้ามาฉี่ใส่โต๊ะขายกาแฟ และใส่ตู้เครื่องสังฆทานจนน้ำนอง โมโหเลยลงคลิปแฉ     วันที่ 3 ธันวาคม 2562 มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งใช้ชื่อว่า พูลสุข สุภาสวัสดิ์ ได้โพสต์คลิปซึ่งมีผู้ชายวัยรุ่น จำนวน 2 คน เดินเข้ามาที่บริเวณหน้าร้านขายกาแฟและขายเครื่องสังฆทาน ที่อยู่ปากทางเข้าตลาดสดเทศบาล 2 เมื่อเวลา 02.25 น. ซึ่งในคลิปภาพต่างคนต่างยืนหันหลังให้กัน จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ปัสสาวะใส่โต๊ะขายกาแฟ และตู้ใส่เครื่องสังฆทานซึ่งคลุมผ้าใบไว้ โดยผู้โพสต์ได้เขียนข้อความว่า    ใครๆๆๆๆ ที่เยี่ยวพวกมึงรึ ??? โดยมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆอย่างเช่น ก็คนมันเมามึนชิปเลย , บางคนก็บอกให้เอารูปมาประจานไว้หน้าร้านเลย ส่วนบางคนก็บอกว่าฉี่ไม่เป็นที่อย่างนี้ต้องตัดทิ้งมันซะเลย      ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปสอบถามผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ ทราบชื่อคือ นางพูลสุข สุภาสวัสดิ์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านขายกาแฟ ตั้งอยู่เลขที่ ถ.เพชรเจริญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งร้านอยู่บริเวณปากทางเข้าตลาดสดเทศบาล 2    ซึ่ง นางพูลสุข กล่าวว่า ตนเองและญาติได้เก็บของปิดร้านประมาณเวลา 19.00 น. ของทุกวัน และในตอนเช้าก็จะมาเปิดร้านขายกาแฟ และเครื่องสังฆทานตามปกติ แต่ตนมาสังเกตุเห็นที่บริเวณข้างโต๊ะขายกาแฟ กับตู้ที่เก็บเครื่องสังฆทานที่คลุมผ้าใบไว้ ทำไมมีน้ำอะไรมาเปียกนองอยู่ที่พื้นบ่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่บริเวณเสาไฟใกล้กับที่ตนวางถังน้ำแข็ง ก็มีน้ำเปียกนองอยู่บ่อยๆเช่นกัน    ตนก็เกิดความสงสัยเลยให้ลูกสาวเปิดกล้องวงจรปิดดู ปรากฎว่าภาพที่เห็นเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน เดินเข้ามาที่หน้าร้านและหันหลังให้กัน และต่างคนต่างก็ยืนปัสสาวะใส่โต๊ะขายกาแฟ และตู้เก็บเครื่องสังฆทาน เสร็จกิจก็รีบวิ่งหนีออกไปหน้าตาเฉย ตนก็ยังอดสงสัยไม่ได้ ว่าขนาดบริเวณนั้นเปิดไฟสว่างขนาดนั้นแถมตนยังนำป้ายเตือนห้ามมาปัสสาวะบริเวณนี้ แต่ ก็ยังมีคนกล้ามายืนฉี่ได้อย่างไร ซึ่งตนเองก็รู้สึกโมโหมากที่มาทำความเดือดร้อน ความสกปรกให้เช่นนี้ จึงได้นำคลิปมาโพสต์ในเฟสบุ๊ค ดังกล่าว   

 3,370

Top