ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร้านกาแฟ"

เศรษฐกิจ
10 ต.ค. 62

ฟังเสียงร้านกาแฟ เห็นด้วย-ค้านเก็บข้อมูลผู้ใช้ wifi 90 วัน 'พุทธิพงษ์' โพสต์แจงแค่ขอความร่วมมือ

จากกรณีที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาระบุนโยบายให้ร้านค้าและร้านกาแฟต่าง ๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ Wi-Fi ของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อป้องกันเมื่อมีเหตุอะไรแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องขอข้อมูลดังกล่าว โดยอาศัยความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย   จากกรณีดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟหลายแห่ง แสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยรายที่เห็นด้วยระบุว่า หากมีการเก็บข้อมูลถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศเราเป็นประเทศท่องเที่ยวจะส่งผลต่อความมั่นคงแต่ หากเป็นการผลักภาระให้กับผู้ประกอบการมองว่าเป็นเรื่องแย่   หากคิดที่จะดำเนินการ เพื่อป้องกันความปลอดภัยก็ควรสนับสนุนธุรกิจร้านค้าต่างๆ ด้วย รัฐอย่ามุ่งหวังเพียงต้องการเก็บข้อมูลจากภาคธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ควรช่วยโปรโมทร้านเพื่อพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยการจัดให้ร้านนั้น ๆ ลงทะเบียนอย่างถูกต้องเหมือนกันทั้งประเทศ ต้องบูรณาการร่วมกัน ทั้งนี้มองว่าการเก็บข้อมูลจากการใช้บริการอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า   ขณะที่บางรายแสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าการเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าเป็นการสร้างภาระ เพราะขายของที่รายเพียงคนเดียว การไปสอบถามรายละเอียดของลูกค้าเกี่ยวกับการลงทะเบียน เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า   นอกจากปัญหาความยุ่งยากการเก็บข้อมูลแล้ว การทำให้ลูกค้าเกิดความไม่สบายใจ ย่อมส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการของร้านอย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้จำนวนลูกค้าลดลง ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทางร้านเห็นว่าไม่ควรสร้างความยุ่งยากในการให้บริหาร เพราะส่วนตัวถ้าแค่ขอให้บริการไวไฟเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีใครมาขอข้อมูล หรือตรวจสอบการใช้บริการก็ไม่สบายใจ และไม่อยากเปิดเผยข้อมูลของตนเองเช่นกัน   ล่าสุด นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ดิจิทัลคือเหรียญสองด้าน มีทั้งฝั่งดีและร้าย จากข่าวที่ผมแถลงเมื่อวาน อาจมีการนำเสนอคลาดเคลื่อนในบางประเด็น จนประชาชนเกิดความสับสน โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่ให้บริการ free wifi แก่ลูกค้า ซึ่งตามปกติแล้ว คงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้มาใช้บริการอินเทอร์เน็ตนั้น ใช้งานตามปกติ หรือใช้ในเรื่องที่ไม่ดี   หลายๆ ท่านคงพอทราบว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 นี้ประกาศใช้มานานแล้ว ซึ่งการเก็บ log file หรือข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนหลังกลับไปได้ 90 วัน เป็นการขอความร่วมมือ เพื่อผลประโยชน์ของทางร้านค้าเอง เพราะเมื่อเกิดเหตุกระทำผิดขึ้นมา แล้วตรวจสอบย้อนกลับไปจนเจอ IP address ของร้านค้า จะได้ทราบว่าใครคือผู้ใช้จริง ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้   ในทางเทคนิคแล้ว ตอนนี้ทั้ง ISP และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ จะมีการเก็บ log ผู้ใช้งานไว้อยู่แล้ว ทางผู้ประกอบการเองสามารถแจ้งไปเพื่อให้ดำเนินการขอข้อมูลย้อนหลังได้ ซึ่งผมเองก็ยินดีรับฟังข้อเสนอต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการนี้ สังคมดิจิทัล เราต้องช่วยกันดูแลครับ"   ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีการประกาศบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2550 แล้วซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยหลักแล้วกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ผู้ที่ให้บริการดำเนินการเก็บข้อมูล ไม่ใช่ผู้ใช้บริการ   สำหรับประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้บริการหรือดำเนินการต่างๆ ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนก โดยภาครัฐให้ผู้บริการทำการเก็บข้อมูลก็เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ใช้ในการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองในคดีต่างๆ ทุกประเภท เช่น คดีความมั่นคง คดีฉ้อโกง หลอกลวง หมิ่นประมาท หรือเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ถือได้ว่าเกิดประโยชน์แก่สาธารณะ   ที่ผ่านมาในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีฉ้อโกงประชาชน หรือคดีที่มีมูลค่าความเสียหายมากและผู้เสียหายจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์สืบสวนสอบสวนจนสามารถนำสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย   จากการใช้ข้อมูลในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อีกทั้งยังถือเป็นหลักสากลที่นานาประเทศก็ดำเนินการในลักษณะคล้ายกับประเทศเรา ที่กฎหมายบังคับเช่นนี้ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งในปัจจุบันการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือบนโลก Social Media นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GVnUMjLhfkk

 5,413
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 ต.ค. 62

เจ้าของร้านกาแฟถอดปลั๊กคอม เปิดศึกลูกค้า ฉุนนั่งนาน เปลืองไฟ สั่งกาแฟแค่แก้วเดียว

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สมศรี แบรี่ โพสต์คลิปขณะมีปากเสียงกับเจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง หลังเข้าไปซื้อกาแฟ และนั่งทำงานผ่านโน้ตบุ๊กส่วนตัว โดยเสียบชาร์จแบตโน้ตบุ๊กไปด้วย ก่อนถูกเจ้าของร้านดึงปลั๊กออก อ้างว่าไม่มีมารยาท นั่งนานเกินไป โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า    “ไล่ลูกค้าออกจากร้าน เจ้าของร้านแบบนี้ ก็มีด้วย ลูกค้าประจำระวังนะคะ วันดีคืนดีจะโดนไล่ออกจากร้าน ไล่ลูกค้าด้วยวิธีดึงปลั๊กคอมออก แล้วยกพัดลมไปให้ลูกค้าคนอื่น2 ตัวเลย ผู้ดีเก่าเขามารยาทกันแบบนี้หรอ” เมื่อโพสต์ถุกแชร์เป็นวงกว้าง ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์เป็น 2 มุมทั้งต่อว่าและเห็นใจร้านกาแฟ   ต่อมานางสาวสมศรี อายุ 38 ปี เจ้าของโพสต์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เวลาประมาณ 14.00 น. ของวันเกิดเหตุ ตนได้เข้าไปสั่งกาแฟร้อน 1 แก้ว ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และนั่งทำงานผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัว โดยได้เสียบปลั๊กชาร์จแบตไปด้วย เนื่องจากแบตเสื่อม จึงต้องเสียบชาร์จตลอดเวลา   แต่จู่ๆเจ้าของร้านเดินมาดึงปลั๊กออก จึงทำให้โน้ตบุ๊กดับ และได้ยกพัดลมที่โต๊ะของตนไปให้ลูกค้าอีกโต๊ะหนึ่ง ทั้งที่โต๊ะดังกล่าวมีพัดลมอยู่แล้ว 1 ตัว ซึ่งเจ้าของร้านได้พูดกับลูกค้าโต๊ะนั้นว่า “วันนี้พี่ให้พัดลม 2 ตัวเลย”   ตนรู้สึกงงมาก จึงถามไปว่า ตรงนี้มีปลั๊กอีกอันให้มั้ย เขาตอบว่าไม่มี และเริ่มพูดไม่ดี ตนจึงถ่ายคลิปไว้ และก็มีปากเสียงกันตามที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเขาได้ว่าตนว่า สั่งกาแฟแก้วเดียว แต่มานั่งนาน ใช้ไฟของร้าน ไม่มีมารยาท และสร้างความรำคาญให้กับเขา ตนจึงได้ออกมาจากร้าน   ตนรู้สึกเสียความรู้สึกมาก เพราะตนมาร้านนี้เป็นประจำ เนื่องจากใกล้บ้าน และชอบบรรยากาศของร้าน ถึงแม้ว่าจะไม่มีแอร์ ยุงเยอะ แต่ตนก็ยังชอบมา ปกติตนก็มานั่งประมาณ 2-4 ชั่วโมงอยู่แล้ว ซึ่งตนเคยถามเขาเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่มาร้านนี้ครั้งแรกแล้วว่า สามารถใช้ไฟได้ไหม เขาก็ตอบว่าได้ ซึ่งทุกครั้งที่มา ตนไม่ได้สั่งกาแฟแค่แก้วเดียว มาใช้บริการไม่เคยต่ำกว่า 200 บาท ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา ตนจึงคาใจว่า ตนทำอะไรผิด ถึงต้องปฏิบัติกับตนแบบนี้  ทำไมไม่พูดดีๆ ยอมรับว่าตนนั่งนาน แต่ก็ไม่ได้นั่งฟรีๆ หากไม่อยากให้นั่งนาน ก็ควรติดป้ายแจ้งไว้ว่าให้นั่งได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง   กรณีในคลิป เจ้าของร้านได้บอกว่าตนนั่งยกขาขึ้นมา ตนยอมรับ แต่ตนเพียงยกขาขึ้นมาเกาเท่านั้น เพราะถูกยุงกัด ไม่ได้ยกตลอดเวลา ตนไม่รู้ว่าเจ้าของร้านรู้สึกอย่างไร แต่การกระทำของเขาไม่เหมาะสม เพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครเลย ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนตนก็คงไม่ไปร้านนี้อีกแล้ว ที่ตนโพสต์ลงเฟซบุ๊กไม่ได้จะประจานตัวเองหรือใคร เพียงแค่สงสัยว่าตนทำอะไรผิดก็เท่านั้น จึงอยากให้ชาวเน็ตช่วยเข้าใจ ฟังความทั้งสองฝ่ายก่อนจะวิจารณ์   ขณะที่เจ้าของร้านกาแฟ ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ที่ปรากฎในคลิป กล่าวว่าลูกค้ารายดังกล่าวเคยเป็นลูกค้าประจำของร้าน เมื่อเข้ามาที่ร้านก็จะสั่งกาแฟ 1 แก้ว และเสียบไฟโน้ตบุ๊กหลายชั่วโมง ซึ่งทางร้านก็ไม่เคยว่าอะไร   กระทั่งวันเกิดเหตุ ลูกค้าคนนี้ก็ทำเช่นเคย และนั่งนานตั้งแต่เที่ยงวัน ซึ่งแม่ของตนคงเห็นประจำและทนพฤติกรรมไม่ไหว จึงถอดปลั๊กโน้ตบุ๊กของลูกค้าออก และมีปากเสียงกัน ซึ่งปกติทางร้านก็ให้ลูกค้าใช้ไฟของร้านได้ แต่ถ้านานเกินไป ก็อยากให้ลูกค้าเห็นใจทางร้านด้วยเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dy5n7r3rj2E

 74,323
ข่าวโซเชียล
10 ต.ค. 62

เจ้าของร้านกาแฟถอดปลั๊กคอม เปิดศึกลูกค้า ฉุนนั่งนาน เปลืองไฟ สั่งกาแฟแค่แก้วเดียว

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สมศรี แบรี่ โพสต์คลิปขณะมีปากเสียงกับเจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง หลังเข้าไปซื้อกาแฟ และนั่งทำงานผ่านโน้ตบุ๊กส่วนตัว โดยเสียบชาร์จแบตโน้ตบุ๊กไปด้วย ก่อนถูกเจ้าของร้านดึงปลั๊กออก อ้างว่าไม่มีมารยาท นั่งนานเกินไป โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า    “ไล่ลูกค้าออกจากร้าน เจ้าของร้านแบบนี้ ก็มีด้วย ลูกค้าประจำระวังนะคะ วันดีคืนดีจะโดนไล่ออกจากร้าน ไล่ลูกค้าด้วยวิธีดึงปลั๊กคอมออก แล้วยกพัดลมไปให้ลูกค้าคนอื่น2 ตัวเลย ผู้ดีเก่าเขามารยาทกันแบบนี้หรอ” เมื่อโพสต์ถุกแชร์เป็นวงกว้าง ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์เป็น 2 มุมทั้งต่อว่าและเห็นใจร้านกาแฟ   ต่อมานางสาวสมศรี อายุ 38 ปี เจ้าของโพสต์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เวลาประมาณ 14.00 น. ของวันเกิดเหตุ ตนได้เข้าไปสั่งกาแฟร้อน 1 แก้ว ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และนั่งทำงานผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัว โดยได้เสียบปลั๊กชาร์จแบตไปด้วย เนื่องจากแบตเสื่อม จึงต้องเสียบชาร์จตลอดเวลา   แต่จู่ๆเจ้าของร้านเดินมาดึงปลั๊กออก จึงทำให้โน้ตบุ๊กดับ และได้ยกพัดลมที่โต๊ะของตนไปให้ลูกค้าอีกโต๊ะหนึ่ง ทั้งที่โต๊ะดังกล่าวมีพัดลมอยู่แล้ว 1 ตัว ซึ่งเจ้าของร้านได้พูดกับลูกค้าโต๊ะนั้นว่า “วันนี้พี่ให้พัดลม 2 ตัวเลย”   ตนรู้สึกงงมาก จึงถามไปว่า ตรงนี้มีปลั๊กอีกอันให้มั้ย เขาตอบว่าไม่มี และเริ่มพูดไม่ดี ตนจึงถ่ายคลิปไว้ และก็มีปากเสียงกันตามที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเขาได้ว่าตนว่า สั่งกาแฟแก้วเดียว แต่มานั่งนาน ใช้ไฟของร้าน ไม่มีมารยาท และสร้างความรำคาญให้กับเขา ตนจึงได้ออกมาจากร้าน   ตนรู้สึกเสียความรู้สึกมาก เพราะตนมาร้านนี้เป็นประจำ เนื่องจากใกล้บ้าน และชอบบรรยากาศของร้าน ถึงแม้ว่าจะไม่มีแอร์ ยุงเยอะ แต่ตนก็ยังชอบมา ปกติตนก็มานั่งประมาณ 2-4 ชั่วโมงอยู่แล้ว ซึ่งตนเคยถามเขาเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่มาร้านนี้ครั้งแรกแล้วว่า สามารถใช้ไฟได้ไหม เขาก็ตอบว่าได้ ซึ่งทุกครั้งที่มา ตนไม่ได้สั่งกาแฟแค่แก้วเดียว มาใช้บริการไม่เคยต่ำกว่า 200 บาท ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา ตนจึงคาใจว่า ตนทำอะไรผิด ถึงต้องปฏิบัติกับตนแบบนี้  ทำไมไม่พูดดีๆ ยอมรับว่าตนนั่งนาน แต่ก็ไม่ได้นั่งฟรีๆ หากไม่อยากให้นั่งนาน ก็ควรติดป้ายแจ้งไว้ว่าให้นั่งได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง   กรณีในคลิป เจ้าของร้านได้บอกว่าตนนั่งยกขาขึ้นมา ตนยอมรับ แต่ตนเพียงยกขาขึ้นมาเกาเท่านั้น เพราะถูกยุงกัด ไม่ได้ยกตลอดเวลา ตนไม่รู้ว่าเจ้าของร้านรู้สึกอย่างไร แต่การกระทำของเขาไม่เหมาะสม เพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครเลย ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนตนก็คงไม่ไปร้านนี้อีกแล้ว ที่ตนโพสต์ลงเฟซบุ๊กไม่ได้จะประจานตัวเองหรือใคร เพียงแค่สงสัยว่าตนทำอะไรผิดก็เท่านั้น จึงอยากให้ชาวเน็ตช่วยเข้าใจ ฟังความทั้งสองฝ่ายก่อนจะวิจารณ์   ขณะที่เจ้าของร้านกาแฟ ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ที่ปรากฎในคลิป กล่าวว่าลูกค้ารายดังกล่าวเคยเป็นลูกค้าประจำของร้าน เมื่อเข้ามาที่ร้านก็จะสั่งกาแฟ 1 แก้ว และเสียบไฟโน้ตบุ๊กหลายชั่วโมง ซึ่งทางร้านก็ไม่เคยว่าอะไร   กระทั่งวันเกิดเหตุ ลูกค้าคนนี้ก็ทำเช่นเคย และนั่งนานตั้งแต่เที่ยงวัน ซึ่งแม่ของตนคงเห็นประจำและทนพฤติกรรมไม่ไหว จึงถอดปลั๊กโน้ตบุ๊กของลูกค้าออก และมีปากเสียงกัน ซึ่งปกติทางร้านก็ให้ลูกค้าใช้ไฟของร้านได้ แต่ถ้านานเกินไป ก็อยากให้ลูกค้าเห็นใจทางร้านด้วยเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dy5n7r3rj2E

 74,323
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
10 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 ต.ค.62 เจอซากช้างป่าเขาใหญ่ 2 ตัว - ชิมช้อปใช้เฟส 2 จ่อให้แค่ 5 ล้านคน - สงสัยพ่อข่มขืนลูกวัย 12 ท้องโต

-จนท.เข้าถึงซากช้างป่าเขาใหญ่ตายได้แล้ว 2 ตัว จากทั้งหมด 11 ตัว พลัดตกน้ำตาเหวนรก ร่วงลงมาจากชั้น 5 ติดโขดหิน จนท.อยู่อีกฝั่งยังข้ามไปไม่ได้ เพราะกระแสน้ำไหลแรง ชี้อาจต้องชำแหละเป็นส่วนๆ ใส่ถุงดำซีลหลายชั้น นำเรือลากออกจากน้ำตก ไปจนถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล แล้วนำใส่รถไปเผาที่วัดท่าด่าน กระดูกนำไปฝังที่น้ำตกเหวนรก คาดวันนี้เตรียมชำแหละ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เจอซากช้างตกเหวนรกแล้ว 2 ตัว ลอยติดซอกหิน จนท.เตรียมชำแหละก่อนลำเลียงออก   -เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร วูบไม่สบายต้องออกจากกระทรวงกะทันหัน ระหว่างรอหารือ 2 ม็อบต้านและหนุน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต จนเกิดม็อบชนม็อบ ด้านมนัญญาแจ้งไม่สบายเช่นกัน ทำให้ 2 รมต.ไม่ได้หารือกับ 2 ม็อบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ม็อบชนม็อบ ทั้งหนุน-ต้าน 3 สารอันตราย บุก ก.เกษตรฯ 'เฉลิมชัย-มนัญญา' ป่วยคู่ ไม่ได้เข้าหารือ    -51 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เข้าชื่อถึง ปธ.สภา ใช้อำนาจส่งเรื่องถึงศาลรธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของ 6 แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในกรณีจัดเสวนาชายแดนใต้ มีการพูดถึงการแก้ไข รธน.มาตราหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ควร และใช้อนาจ ส.ส.แทรกแซงการทำงานของ กอ.รมน. สิระ เจนจาคะ หยุดฝ่ายค้านทำลายประเทศและรัฐบาล เชื่อมีกระบวนการแบ่งกันทำงานทำลายรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ และอีกฝ่ายพยายามทำลายตุลาการ เตือนคนทำลายประเทศจะไม่มีแผ่นดินอยู่เช่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 51 ส.ส.พปชร.ยื่นสอบ 6 ส.ส.ฝ่ายค้านปมจัดเสวนา 'สิระ' ซัดพวกทำร้ายประเทศ ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่   -นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ยื่นเรื่องถึงป.ป.ช.ให้ไต่สวนนายกฯในฐานะ ผอ.กอ.รมน./พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจขัดต่อกม.กรณีแจ้งความเท็จพรรคฝ่ายค้านยุยงปลุกปั่น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'นิคม' หน.พรรคพลังปวงชนไทย ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวน บิ๊กตู่ - กอ.รมน.   -บิ๊กป้อมท้าเดิมพันสื่อ มั่นใจพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ผ่านสภาแน่ หลังวิษณุบอก รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้   -บิ๊กตู่บอกระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพบก ตั้งแต่รับราชการทหารมาไม่เคยโดนด่าเหมือนตอนเป็นนายกฯ แต่ต้องอดทนเพราะภารกิจยังไม่จบสิ้น ยันไม่ได้ต้องการมาอยู่ตรงนี้ แต่สถานการณ์จำเป็นต้องทำให้เข้ามาแก้ไข อยู่มา 5 ปีไม่ใช่ไม่ฟังใคร แต่ต้องมาถูกด่า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' รับตั้งแต่เป็นทหารมา ไม่เคยโดนด่าเหมือนตอนมาเป็นนายกฯ   -เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันโลกปี 62 ไทยร่วง 2 อันดับจาก 38 ไปอยู่ที่อันดับ 40 จากทั้งหมด141 ประเทศ จับตาเวียดนามกลายเป็นประเทศอัตราเติบโตก้าวกระโดดสูงสุดในโลก ขยับขึ้น 10 อันดับ จาก 77 มาอยู่ 67 สิงคโปร์ขึ้นอันดับ 1 โค่นสหรัฐฯอเมริกา กอบศักดิ์ระบุแม้ไทยถูกลดลำดับแต่คะแนนรวมมากขึ้น ที่ถูกปรับลดเพราะบางประเทศทำคะแนนได้เพิ่มขึ้นมากกว่า นักวิชาการแนะทำสปีดหนีเวียดนาม ควรอยู่อันดับ 29 ขึ้นไป หวังรถไฟไฮสปีด รถไฟทางคู่ รฟฟ. ช่วยให้ไทยอันดับดีขึ้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ขีดความสามารถไทยร่วงลง 2 อันดับ จาก 38 มาอยู่ที่ 40 จับตาเวียดนามโตก้าวกระโดด ขยับขึ้น 10 อันดับ   -ชิมช้อปใช้เฟส 2 จ่อให้สิทธิ์แค่ 5 ล้าน เปลี่ยนลงทะเบียนช่วงกลางวัน ไม่ต้องอดนอน อุตตมเตรียมเสนอ ครม.ภายในสิ้นเดือนนี้ เน้นกระตุ้นเมืองรอง รูปแบบไม่เหมือนเฟสแรก คนได้สิทธิเฟสแรกแล้วยังลงซ้ำได้ ส่วนลงทะเบียนชิมช้อปใช้เฟสแรกรอบเก็บตก 217 คน เต็มในเวลา 00.01 น. ครบแล้ว 10ล้านคน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ชิมช้อปใช้' รอบเก็บตก เต็มใน 1 นาที คาดเฟส 2 ให้สิทธิ์ 5 ล้านคน ใครเคยลงแล้วลงซ้ำได้   -ร้านค้า ร้านกาแฟมึนมาตรการจัดเก็บข้อมูลจราจรออนไลน์ ของคนใช้ WiFi ฟรีในร้าน 90 วัน บางร้านไม่เห็นด้วยระบุ สร้างภาระให้ร้าน เกรงลูกค้าไม่สบายใจ ไม่กลับมาร้านอีก มองเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ บางส่วนเห็นด้วยแต่ขอภาครัฐช่วยงานระบบ ไม่ผลักภาระให้ร้าน ต้องควบคุมไม่ให้ร้านนำข้อมูลไปใช้ด้านอื่นแล้วไม่ปลอดภัยกับตัวลูกค้าเอง รองโฆษก ตร.ยันไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นหลักสากล ตปท.ทำคล้ายเรา ขออย่าตื่นตระหนก ย้ำเป็นหน้าที่ทุกคนต้องทำ เพื่อความสงบของบ้านเมือง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฟังเสียงร้านกาแฟ เห็นด้วย-ค้านเก็บข้อมูลผู้ใช้ wifi 90 วัน 'พุทธิพงษ์' โพสต์แจงแค่ขอความร่วมมือ    -รวบอดีต จนท.ไฟแนนซ์ประกันรถ สวมรอยใช้บัตรเครดิตลูกค้า 25 ราย เสียหาย 3 แสน ใช้วิธีเลือกเวลากลางคืน โทรหาคอลเซนเตอร์เปลี่ยนเบอร์โทรที่ใช้ติดต่อ เพื่อรับรหัส OTP แทนเหยื่อ สวมรอยทำธุรกรรมการเงิน คนร้ายสารภาพทำไปเพราะเครียด มีภาระหนี้บัตรเครดิต เลือกทำคนใกล้ตัว เพราะคิดว่าถ้าถูกจับได้จะให้อภัย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับอดีต จนท.ไฟแนนซ์ สวมรอยใช้บัตรเครดิตลูกค้ากว่า 20 ใบ เลือกทำกับคนใกล้ตัว เวลาจับได้จะให้อภัยง่ายกว่า    -สลด ด.ญ.วัย 12 ถูกข่มขืนจนท้อง 8 เดือนที่อ่างทอง เพื่อนบ้านสงสัยพ่อแท้ๆอาจทำ เพราะเด็กไม่มีเพื่อนชาย อยู่บ้านกับพ่อที่ติดยา 2 ต่อ 2 แม่ออกทำงานนอกบ้าน อ้างเคยมีผู้ชายบุกบ้านข่มขืนเด็กแล้วหนีไป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน    -อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 เสียใจปมผู้พิพากษายิงตัวเอง ยันทำตามระเบียบไม่มีเจตนาแทรกแซง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือแก้คำพิพากษา ทำได้เพียงทักท้วงเพื่อให้เกิดความรอบคอบ เชื่อชนวนเหตุอาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แจงทำตามระเบียบ ปัดแทรกแซงผลตัดสิน ปม 'คณากร' ยิงตัวเอง    -พบแล้วศพหญิงหายตัวปริศนานาน 3 เดือนถูกฆ่าฝังดิน ขุดศพเจอเริ่มเน่าเปื่อย ส่งพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ญาติเชื่อฝีมือสามีผู้ตาย หลังผู้ตายเข้าฝันหลานสาวว่าถูกฆ่าฝังดินในสวน จึงพากันไปขุดศพ ด้านพ่อเชื่อลูกชายก่อเหตุ เพราะชอบดื่มเหล้าทั้งคู่ ยอมรับลูกตบตีเมีย แม้แต่พ่อก็ถูกด่าหยาบคาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ขุดเจอศพหญิงถูกฆ่าฝังดินหมกสวน เร่งล่าตัวสามี คาดเป็นมือสังหารโหด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U32d3ZuwhsA

 4,796
ประชาสัมพันธ์
16 ก.ย. 62

คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ สาขา พีทีที สเตชั่น สามย่าน

คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ (Café Amazon Circular Living Concept) สาขา พีทีที สเตชั่น สามย่าน ตอบโจทย์แนวคิดรักษ์โลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยนำขยะมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยตกแต่งร้าน เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eyINO7HQQHc

 2,942
แวะไหนดี
16 ก.ย. 62

คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ สาขา พีทีที สเตชั่น สามย่าน

คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ (Café Amazon Circular Living Concept) สาขา พีทีที สเตชั่น สามย่าน ตอบโจทย์แนวคิดรักษ์โลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยนำขยะมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยตกแต่งร้าน เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eyINO7HQQHc

 2,942
เศรษฐกิจ
24 พ.ค. 62

'เครือไทยเบฟ' จับมือทุนอเมริกัน ซื้อสิทธิ์บริหารกิจการ 'สตาร์บัคส์' ในไทย 372 สาขา

มีรายงานว่า บริษัทเอฟแอนด์เอ็น ทีมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  เจ้าของเครื่องดื่มแบรนด์ช้าง ได้ประกาศซื้อกิจการร้านกาแฟดัง สตาร์บัคส์ ประเทศไทย โดยได้สิทธิ์บริหารสาขาของสตาร์บัคส์ในไทย โดยดีลนี้เอฟแอนด์เอ็นตั้งบริษัทใหม่ชื่อ คอฟฟี่ คอนเซปต์ส (ประเทศไทย) ที่ร่วมทุนกับบริษัท แมกซิมส์ เคเทอเรอร์ เพื่อมาบริหารสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ที่มีสาขาทั่วประเทศไทยปัจจุบัน 372 สาขา   โดยเอฟแอนด์เอ็น ทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ในเอเชีย ก่อนถูกกลุ่มช้างไปเทคโอเวอร์มูลค่านับแสนล้านบาท เมื่อปี 2556 การเข้าซื้อกิจการสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ครั้งนี้ทำให้กลุ่มช้างขยายธุรกิจ จากเดิมมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และชาเขียว เป็นหลัก   สำหรับแมกซิมส์ เป็นบริษัทอเมริกันที่บริหารกิจการสตาร์บัคส์กว่า 1,300 สาขา ในกัมพูชา ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเก๊า และมีเครือข่ายธุรกิจร้านอาหารหลายประเทศ ทั้งในเอเชีย อเมริกา และยุโรป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_HoZaetKB-g

 3,046
เศรษฐกิจ
21 ก.ย. 61

'สตาร์บัคส์' ฟุ้งขยายสาขาในไทยมากสุดในรอบ 20 ปี ผลสำรวจชี้คนไทยนิยมซื้อ 'อเมซอน' มากกว่า

นางเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) เผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ขยายสาขามากที่สุดในรอบ 20 ปีตั้งแต่ก่อตั้งเปิดตัวในประเทศไทยมา เฉพาะปีนี้เปิดใหม่มากกว่า 40 สาขา โดยยืนยันว่าราคาสูงไม่ใช่ปัญหา เพราะปัจจุบันทั้ง 349 สาขาทั่วประเทศ ยอดขายเดือนละ 4 ล้านแก้ว ไม่เคยมีปัญหาหรือประสบความยากลำบากในการบรรลุจุดคุ้มทุน   ด้านซูม คอลัมนิสต์ชื่อดังของไทยรัฐ ได้เผยแพร่บทความ สงคราม “กาแฟ” วันนี้ สตาร์บัคส์ VS อเมซอน ในตอนหนึ่งได้อ้างอิงข้อมูลจากนิตยสาร Maketeer ฉบับที่ 220 ถึงรายงานวิจัยการตลาดเรื่องกาแฟ   หากมองจากแง่จำนวนสาขาทั่วประเทศ คาเฟ่อเมซอนเหนือกว่าเยอะ เพราะมีถึง 2,152 สาขา แยกเป็นอยู่ในปั๊ม 1,535 สาขา และนอกปั๊ม 617 สาขา ในขณะที่สตาร์บัคส์ มีทั้งหมด 340 สาขา ส่วนมากจะอยู่ในห้าง สรรพสินค้ารวมถึง 222 สาขา   มองจากผลการสำรวจที่ถามว่า เมื่ออยากกินกาแฟ คุณจะนึกถึงใคร? สตาร์บัคส์ เป็นแชมป์คว้าไป 41%, คาเฟ่อเมซอน รองแชมป์ 39% , อินทนิล คอฟฟี่ อันดับ 3 ประมาณ 4% และแบล็คแคนยอน อันดับ 4 ประมาณ 3%   สำหรับคำถามที่ว่า คุณซื้อกาแฟร้านไหนดื่มมากที่สุด? อเมซอนครองแชมป์ถึง 46% สตาร์บัคส์ ที่ 2 ประมาณ 17 %, อินทนิลคอฟฟี่ ที่ 3 ประมาณ 4.5% โดยมี ออลคาเฟ่ ของเซเว่น-อีเลฟเว่น ไล่มาเป็นที่ 4 ประมาณ 3.6%   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iPfRXdb7lvY

 7,942
ต่างประเทศ
18 เม.ย. 61

สตาร์บัคส์ประกาศปิด 8 พันสาขาในสหรัฐฯ ปรับทัศนคติพนักงาน ปมเหยียดลูกค้าผิวสี

สตาร์บัคส์ ร้านกาแฟชื่อดังสัญชาติอเมริกัน ถูกชาวอเมริกันทั้งประเทศออกมาประท้วงต่อต้านและเลิกซื้อสินค้า หลังร้านสตาร์บัคส์ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ในรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ โทรแจ้งตำรวจจับชายผิวสี 2 คน หลังมาขอใช้ห้องน้ำฐานบุกรุก โดยอ้างว่าไม่ได้ซื้อเครื่องดื่มในร้าน ทำให้จุดกระแสการเหยียดผิวในสังคม ซึ่งล่าสุด ตร.ได้ปล่อยตัวชายผิวสีทั้งสองคนแล้ว   อย่างไรก็ตามพยานในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นชายผิวขาวกล่าวว่า ทั้งคู่แค่มานั่งรอเพื่อนอีกคนเท่านั้น ไม่ได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่กลับถูกพนักงานร้านทำกิริยาหยาบคายและเหยียดผิว   ล่าสุดทางสตาร์บัคส์ ประกาศปิด 8 พันสาขา เพื่ออบรมพนักงานและปรับทัศนคติในการบริการ ซึ่งจะทำให้สตาร์บัคสูญเสียรายได้ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขระที่ทางซีอีโอได้นัดคุยและขอโทษชายผิวสีเป้นการส่วนตัวแล้ว  

 5,592
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.พ. 61

ชาวเน็ตคุ้ยประวัติเจ้าของร้านกาแฟโพสต์เหยียดนศ.หนุ่มสมัครบาริสต้า พบไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก

ความคืบหน้าจากกรณีเจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ได้ออกมาโพสต์เรซูเม่ประจานคนที่มาสมัครงานในตำแหน่งบาริสต้า โดยใช้คำพูดในทำนองดูถูกเหยียดหยาม จนถูกชาวเน็ตวิจารณ์อย่างดุเดือด ขณะที่ น้องแจ็ป นักศึกษาหนุ่มคนดังกล่าว ยอมรับว่ารู้สึกแย่ แต่ก็ไม่ได้คิดตอบโต้ใดๆ และจะนำเหตุการณ์ในครั้งนี้มาเป็นประสบการณ์ที่กระตุ้นเตือนให้ตนพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นต่อไปนั้น   ล่าสุด นักสืบโซเชียล ได้ขุดคุยประวัติของเจ้าของร้านกาแฟรายนี้ พบว่าเจ้าตัวเคยกระทำในลักษณะเดียวกันมาแล้ว เมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยตอบกลับอีเมลประมาณว่า  “เนื่องจากคุณไม่มีประสบการณ์ใดๆ ในสายงานนี้ ตำแหน่งที่ผมเสนอถ้าตกลงหลังจากทดลองงานแล้วคือ ตำแหน่ง floor staff(งานตำแหน่งต่ำสุดของทางร้าน) หน้าที่หลักๆ คือ เซ็ทอัพ เซ็ทดาวน์ ร้าน กวาดพื้น ล้างห้องน้ำ ตักถังดักไขมัน ทิ้งขยะ ล้างแก้ว รับออร์เดอร์ ทำงานสกปรกทุกชนิดในร้าน ทำทุกอย่างที่หัวหน้า และคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าสั่ง น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย ประมาณ 0.5-1 ปี จะได้เรื่องแตะเครื่องทำกาแฟ น่าจะใช้เวลา 1-1.5 ปี เริ่มทำตำแหน่ง Junior barisra ทางร้านเราคาดหวังว่าพนักงานทุกคนจะทำงานไม่ต่ำกว่า 1.5 ปีขึ้นไปกับทางร้านเราครับ มาทดลองงาน 2-4 ชั่วโมงถ้าตกลงทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว จะนัดมาทดลองงานเต็มกะ 8 ชั่วโมงในวันต่อมา ถ้าตกลงทั้งสองฝ่ายดีแล้วจึงเริ่มรับเข้าทำงานในระบบ”             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/MZqFxxTAT9g

 104,346
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.พ. 61

เปิดใจ นศ.หนุ่ม สมัครบาริสต้าโดนเจ้าของร้านโพสต์ประจาน-เหยียดกระจอก รับรู้สึกแย่แต่ไม่ขอตอบโต้

ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น! กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Tanachai Khositaphai ซึ่งเป็นเจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ได้ออกมาโพสต์เรซูเม่ประจานคนที่มาสมัครงานในตำแหน่งบาริสต้า โดยใช้คำพูดในทำนองดูถูกเหยียดหยาม ล่าสุดพบว่าเฟซบุ๊กของเจ้าของร้านและร้านกาแฟได้ปิดตัวไปแล้ว รวมทั้งไม่ยินยอมให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอีกด้วย     ด้าน น้องแจ็ค นักศึกษาหนุ่มคนดังกล่าว ได้เปิดใจว่า ตนเองไปเห็นประกาศรับสมัครงานของร้านกาแฟนี้ซึ่งตั้งอยู่ในย่านถนนนิมมานเหมินทร์ จึงเขียนเรซูเม่ไปสมัคร ซึ่งตนก็ตั้งใจเขียนมาก แต่เมื่อมาเจอแบบนี้ทำให้รู้สึกแย่ แต่ก็ไม่ได้คิดตอบโต้ใดๆ และจะนำเหตุการณ์ในครั้งนี้มาเป็นประสบการณ์ที่กระตุ้นเตือนให้ตนพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/AW78laTemDE

 244,716
ต่างประเทศ
06 ก.พ. 61

สื่อนอกตีข่าว ตร.เอาผิดเจ้าของร้านกาแฟที่ชลบุรี หลังจ้างนางแบบแต่งหวิวเสิร์ฟลูกค้า

สำนักข่าว metro ของอังกฤษรายงานข่าวเจ้าของร้านกาแฟใน จ.ชลบุรี ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับข้อหาลามกอนาจาร มีโทษจำคุก 3-5 ปี และปรับเงินสูงสุด 1 แสนบาท หลังจ้างนางแบบเปลือยกายมาทำหน้าที่เป็นสาวเสิร์ฟ     ด้านเจ้าของร้านกาแฟสุดหวิวอ้างว่า ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้สังคมเกิดความไม่พอใจ แค่ต้องการจะโปรโมทร้านเท่านั้น พร้อมทั้งขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น     ด้าน พ.ต.อ.ธนชัย อุสาหกิจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง เปิดเผยว่า เจ้าของร้านยอมรับว่าเป็นคนโพสต์ภาพนางแบบสาวในชุดวาบหวิวลงโซเชียลมีเดียจริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นความผิด เพราะนางแบบไม่เปลือยทั้งตัว และทำไปแค่อยากจะโฆษณาร้านที่เพิ่งเปิดเท่านั้น แต่แม้รูปภาพดังกล่าวจะถูกลบออกไปแล้ว แต่ความผิดยังคงปรากฏชัดเจน ทางตำรวจจึงจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย     ขณะที่สองนางแบบได้ออกมาขอโทษสังคมและหวังว่าทุกคนจะให้อภัย พร้อมยอมรับไม่คาดคิดว่าจะถูกโจมตีอย่างรุนแรงมากถึงขนาดนี้    

 12,214
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ก.พ. 61

ลูกค้าแห่ชิมกาแฟหวังเจอนางแบบหวิว เจ้าของร้านแจงยังไม่ได้หมายเรียก วอนมองเป็นงานศิลปะ

จากกรณีโซเซียลแชร์คลิปหญิงสาวแต่งกายวาบหวิวสวมเพียงชุดชั้นใน ใช้ผ้ากันเปื้อนคล้องปิดบริเวณทรวงอก ถ่ายคลิปโปรโมทเชิญชวนให้ผู้คนแวะมาดื่มกาแฟที่ร้านแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนมีการแชร์และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา   ซึ่งเบื้องต้นเจ้าของร้านเผยว่า นางแบบรายนี้ชื่อ น้องเจเน่ มีคนติดตามในโลกออนไลน์ เป็นลูกค้าที่แวะมาดื่มกาแฟ ภายหลังจากเดินทางกลับจากถ่ายแฟชั่นที่ช่องแสมสาร เห็นว่าร้านไม่ค่อยมีลูกค้า จึงจะช่วยโปรโมทร้านให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย   ทั้งนี้หลังจากมีกระแสข่าวมีนางแบบวาบหวิวมาช่วยโปรโมทร้านทำให้ร้านมีคนรู้จักมากและลูกค้าก็มีตามมาด้วยค่อนข้างมาก ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการ ก็จะถามหาน้องที่โปรโมทร้านกันเกือบทุกราย ตนได้บอกว่าน้องเขาเดินทางกลับไปแล้ว และยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ไม่อยากให้ทุกคนมองทางร้านในแง่ลบ อยากให้มองเป็นด้านศิลปะมากกว่า   ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าทาง ผกก.สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จะเชิญตนเองและนางแบบสาวเข้าพบในวันที่ 5 ก.พ.61 เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาว่าตนเองผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้รับแจ้งจาก จนท.ตร. ถึงการต้องเข้าพบดังกล่าว แต่ตนเองก็พร้อมหากมีการแจ้งมา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WPWlWs5S2Kw    

 26,410
บันเทิง
21 ม.ค. 61

'สายป่าน' ไม่กังวลคดีมือลั่นโพสต์ภาพหลุด รับซื้อหุ้นร้านกาแฟจาก 'อาเบย์' มาทำคนเดียวแล้ว

นักแสดงสาวชื่อดัง สายป่าน อภิญญา เผยความคืบหน้ากรณีภาพหลุดแฟนหนุ่มรับพร้อมขึ้นศาล มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง พร้อมแจงเรื่องร้านกาแฟที่ร่วมหุ้นกับแฟนเก่าว่าตอนนี้ได้ซื้อร้านกาแฟมาเป็นของตัวเองเพียงคนเดียวแล้ว พร้อมกับได้มีการเปลี่ยนชื่อร้านใหม่ รับเป็นการเคลียร์เพื่อความสบายใจทั้ง 3 ฝ่าย             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/cwx-cyqcj_w

 18,954
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 61

สั่งรื้อถอน ร้านกาแฟม่อนแจ่ม สร้างติดน้ำตก รุกป่าสงวนแห่งชาติ

นายอำเภอแม่ริม นำเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบร้าน Jungle de cafe ที่ฮือฮาโลกออนไลน์นักท่องเที่ยวแห่เที่ยว จากวิวน้ำตกที่โป่งแยง กาแฟหลักสิบวิวหลักล้านแล้ว ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้าตรวจสอบพื้นที่ เบื้องต้นพบว่ารุกพื้นที่ไปประมาณ 20 ตารางวาง ส่งเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี ขณะที่เจ้าของเริ่มรื้อถอนส่วนที่เกินแล้วพร้อมรับผิดชอบ     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ม.ค. 61 นายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นายอำเภอแม่ริม พร้อมด้วยนายราเชนทร์ ภูมมะภูติ ป่าไม้จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้, และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอแม่ริม ได้ร่วมกันตรวจสอบบริเวณร้านกาแฟจังเกิ้ล เดอคาเฟ่ หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ได้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความเหมาะสม เนื่องจากมีการก่อสร้างศาลานั่งทานกาแฟริมน้ำตก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการรุกล้ำ สร้างสิ่งปลูกสร้างนอกเหนือจากพื้นที่ที่ทางผู้ประกอบการมีเอกสารสิทธิ์ และเป็นการทำลายธรรมชาติหรือไม่   โดยจากการตรวจสอบในเบื้องต้น ทางด้านนายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นายอำเภอแม่ริม เปิดเผยว่าหลังจากที่มีประเด็นทางโลกออนไลน์ เกี่ยวกับร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเขต ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะที่อาจจะเป็นการเข้าไปบุกรุก ยึดถือครอบครองปลูกสิ่งก่อสร้าง และทำประโยชน์เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น อันเป็นการผิดพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ หรือการกระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการลงพื้นที่เพื่อเข้าทำการรังวัดพื้นที่ร้านกาแฟดังกล่าวโดยละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ ทั้งนี้หากพบว่ามีการกระทำใดๆ ผิดกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมายทันที   ด้านนางอรัญญา ทะรินทร์ เจ้าของกิจการ บริษัท ม่อนแจ่มพบสนุก จำกัด เปิดเผยว่า ร้านกาแฟแห่งนี้ ได้มีการเปิดให้บริการมาได้กว่า 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งก็ได้การตอบรับจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยหลังจากที่มีกระแสทางโลกโซเชียล ทางร้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้ามาตรวจสอบ ทางผู้ประกอบการก็ยินดีที่จะต้อนรับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และถ้าหากมีการตรวจสอบพบว่ามีจุดใดที่ที่มีการรุกล้ำ ทางร้านก็ยินดีที่จะดำเนินการรื้อถอนอย่างเร่งด่วน    สำหรับที่ตั้งของโป่งแยงจังเกิ้ลโคสเตอร์แอนด์ซิปไลน์ มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 11 ไร่ เดิมเป็นที่ดินที่มีใบ สค.1 ของชาวบ้านในพื้นที่ ต่อมามีการขอออกเป็น นส.3 จากนั้นทางผู้ประกอบการได้มีการซื้อที่ดินดังกล่าวจากชาวบ้าน โดยที่มีนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่รายหนึ่งเป็นผู้ช่วยรวบรวมที่ดินให้ผู้ประกอบการรายนี้เปิดกิจการ ซึ่งปัจจุบันทางผู้ประกอบการได้ดำเนินการขอออกโฉนดให้ที่ดินแปลงนี้แล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวเกี่ยวข้อง   ทั้งนี้หลังการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริมจริง เป็นพื้นที่ประมาณ 20 ตารางวา โดยก่อสร้างศาลาริมน้ำเกินจากพื้นที่ที่ผู้ประกอบการมีเอกสารสิทธิ์ อยู่เดิมประมาณ 11 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาขอออกโฉนด จากเดิมที่เป็น นส.3 แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในวันนี้ทางผู้ประกอบการได้เริ่มทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะส่งฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ในฐานผิดพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพุทธศักราช 2507 สำหรับร้านกาแฟแห่งนี้เป็นของโป่งแยงจังเกิ้ลโคสเตอร์แอนด์ซิปไลน์ เดิมชื่อม่อนแจ่มซิปไลน์ มีฐานกิจกรรมซิปไลน์ 27 จุด เคยถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ขณะนี้ยู่ระหว่างรออัยการสั่งฟ้อง ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านกาแฟดังกล่าวรับที่จะเร่งรื้อถอนในส่วนที่บุกรุกพื้นที่ป่าออกไป แต่ในส่วนอื่นๆ ของร้านยังคงเปิดให้บริการตาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WP_KANawMhE      

 7,689

Top