ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทำร้าย"

ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 61

พ่อเลี้ยงอ้างไม่ได้ทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 6 ขวบ แจงเลิกกับแม่เด็กตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว

ความคืบหน้ากรณียายแจ้งจับลูกสาวกับแฟนหนุ่ม หลังทำร้ายร่างกายหลานชายวัย 6 ขวบ จนมีบาดแผลทั่วตัว จนลูกสาวต้องติดเข้าพบตำรวจ ยอมรับว่าลงมือตีลูกจริง แต่ไม่ได้ใช้บุหรี่จี้ตามที่เป็นข่าว อีกทั้งแฟนหนุ่มก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเลิกกันไปแล้วประมาณ 1 เดือนนั้น   ล่าสุดอดีตพ่อเลี้ยงได้เดินทางมาพบตำรวจ สน.ลำผักชี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และปฎิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับเปิดใจกับทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ว่า ตนกับแม่แท้ๆของเด็ก ได้เลิกรากันไปตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว   ซึ่งหลังจากเลิกรากันไปก็มีพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์อยู่บ้าง แต่ครั้งสุดท้ายที่เจอกันคือวันที่ 25 ธ.ค.60 เวลา 15.00 น. แม่แท้ๆพาลูกมาหาตนที่บ้าน ก่อนที่เวลา 03.00 น. ตนจะขอให้พาลูกกลับ เพราะต้องไปเรียนหนังสือ หากตอนนั้นตนลงมือทำร้ายเด็กจริง ทำไมยายถึงพึ่งมาแจ้งความ ปล่อยให้เวลาผ่านมาหลายวัน หลังจากนั้นตนก็ไม่รู้ว่าแม่แท้ๆพาลูกไปอยู่ที่ไหน แต่เท่าที่รู้มาทราบว่าไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพี่สาว   อดีตพ่อเลี้ยง ยังบอกอีกว่า ถามว่าเคยตีเด็กไหม ตนยอมรับว่าเคย เพราะเด็กทำผิด แต่ก็เป็นการตีที่มือเท่านั้น ส่วนที่ยายมาแจ้งความว่าตนร่วมทำร้ายร่างกายนั้น อาจเป็นเพราะว่า ยายไม่รู้ว่าตนเลิกกับแม่แท้ๆแล้ว จึงคิดว่าตนร่วมกับแม่แท้ๆไปตีลูก   ส่วนประเด็นที่บอกว่ามีคนเห็นตนขับรถไปส่งเด็กวัย 6 ขวบ ที่โรงพยาบาลนั้น ตนก็อยากรู้ว่าใครเห็น และตอนที่เห็นรถยนต์ของตนรุ่นอะไร ตนพร้อมที่จะให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หากตนไปส่งเด็กที่โรงพยาบาลจริงๆ สภาพเด็กแบบนั้นทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ล็อคตัวตนตั้งแต่ตอนนั้น   ด้าน พ.ต.ท.เจริญ วิทิตกรกุล รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ลำผักชี เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น ทั้ง 2 คนยังให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้เป็นผู้ทำร้ายลูกชาย แต่ความเป็นแม่ย่อมมีสิทธ์ตีเพื่อสั่งสอนลูก ซึ่งที่พนักงานสอบสวนไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา หลังจากนนี้พนักงานสอบสวน พร้อมกับสหวิชาชีพ จะเดินทางไปสอบปากคำ เด็กชายวัย 6 ขวบ ที่นอนรักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลสามพราน    อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนตั้งข้อสังเกตุว่า บาดแผลดังกล่าว หากไม่มีผู้กระทำเด็กจะไม่ได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ แม้ว่าผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้ทำร้ายโดยใช้ก้นบุหรี่จี้ หรือตบตี แต่ตำรวจจะต้องตรวจสอบว่าการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นในบริเวณหรือสถานที่ใดมาก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4prKg5HRqOA  

 7,826
ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 61

แม่โผล่มอบตัวแล้ว รับเป็นคนตีลูกชายวัย 6 ขวบ ป้องสามีไม่มีเอี่ยว ลั่นมีสิทธิ์ลงโทษ

ความคืบหน้ากรณียายแจ้งจับลูกสาวกับแฟนหนุ่มหลังทำร้ายหลานชายวัย 6 ขวบ จนมีบาดแผลทั่วตัวนั้น ล่าสุดแม่และพ่อเลี้ยงของเด็กได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว    ด้านแม่ของเด็กชายชี้แจงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด พร้อมยืนยันว่านายแป๊ะ แฟนหนุ่มไม่เคยทำร้ายหรือใช้บุหรี่จี้ลูกชายของตัวเอง แต่บาดแผลที่เกิดขึ้น ตนเป็นคนลงมือตีเอง เนื่องจากลูกชายเป็นเด็กดื้อและเอาแต่ใจ ส่วนบาดแผลที่ขาทั้ง 2 ข้าง ก็ไม่มีใครทำร้าย แต่น้องน้ำเหลืองไม่ดี ทุกครั้งที่มีแผลตามตัวแผลก็จะลุกลามได้ง่าย อ้างตัวเองเป็นแม่มีสิทธิ์ที่จะลงโทษลูกได้ ส่วนที่ถูกแม่แจ้งความเป็นเพราะกำลังมีเรื่องผิดใจกันและอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับฟังเหตุผล                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Qs33owl-ZWU

 29,723
สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ย. 60

รวบ 4 โจ๋ รุมทำร้ายชายวันรุ่นสาหัสในหอพักกลางเมืองอุบลฯ อ้างก่อเหตุเพราะคึกคะนอง-เมา

อุบลราชธานี-จากเหตุการณ์ที่มีผู้นำคลิปกล้องวงจรปิดภายในหอพักแห่งหนึ่งจับภาพกลุ่มวัยรุ่น ชาย 4 คน รุมทำร้ายร่างกายพร้อมฟันชายวัยรุ่นเพียงคนเดียวภายในหอพักกลางเมืองอุบลราชธานี ขณะเกิดเหตุมีชายสูงวัยทราบชื่อภายหลังนายแปลง แก้วพิกุล อายุ 84 ปี เจ้าของหอพัก เดินมาขอร้องให้หยุดทำร้ายกันแต่ก็ยังไม่เป็นผล กลุ่มคนร้ายยังรุมทำร้ายชายดังกล่าวจนแน่นิ่ง ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีนั้น   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิด พบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ จึงนำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุจนครบทั้งหมด 4 คน เป็นเยาวชนในหอพักอีกแห่งหนึ่งซึ่งก่อเหตุไปด้วยความคึกคะนอง และความเมา ส่วนผู้บาดเจ็บขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องนอนพักรักษาอาการ อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากศีรษะบาดเจ็บหนักจากการถูกแตะอัดซ้ำอย่างแรงหลายครั้ง                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/oGlvGZFbm98

 7,491
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 พ.ย. 60

รวบคนร้ายข่มขืน-ฟันสาวสติไม่สมประกอบปางตาย เจ้าตัวยันไม่ได้ข่มขืนแค่ต้องการชิงทรัพย์

เชียงใหม่-จากกรณีคนร้ายลวงสาวสติไม่สมประกอบขืนใจในห้องพักร้าง ก่อนทำร้ายใช้มีดกระหน่ำฟันไม่ยั้ง ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ มือขวาหวิดขาด ส่วนมือซ้ายนิ้วขาดไป 2 นิ้ว นั้น ล่าสุดหญิงสาวคนดังกล่าวอาการปลอดภัยแล้ว ขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้แล้ว โดยจากการสอบสวนคนร้ายให้การว่าไม่ได้ข่มขืนหญิงสาว เพียงก่อเหตุชิงทรัพย์เท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบคนร้ายก่อเหตุมาอย่างโชกโชน เพิ่งออกมาจากคุกเมื่อไม่นานมานี้           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/owFSciNFPjg

 18,806
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 60

หนุ่มแค้นถูกบอกเลิก ลักตัวลูกสาววัยขวบกว่าของอดีตแฟนไปทำร้าย ล่าสุดเด็กอาการสาหัสอยู่ไอซียู

ที่โรงพยาบาลชลบุรี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมเด็กหญิงไข่มุก อายุ 1 ขวบ 7 เดือน ที่นอนรักษาตัวภายในห้องไอซียู ตึกกุมารเวชกรรม หลังแพทย์ทำการผ่าตัดสมอง ซึ่งอาการยังน่าเป็นห่วงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้มาจากการที่ถูกนายชนะ เฉลิมญาติ อายุ 34 ปี ซึ่งค้ายาเสพติดมาติดพันกับทางนางปราริชาติ คำภูแก้ว อายุ 21 ปี ผู้เป็นแม่เด็ก แต่แม่เด็กขอเลิก จึงโกรธแค้นนำเด็กไปทำร้าย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอบางละมุง ทำให้แม่เด็กเข้าแจ้งความต่อทางสถานีตำรวจภูธรบางละมุง และเข้าขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี   นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เผยว่า จากที่ทราบมาจากทางแพทย์ พบว่ามีการทารุณกรรมทางร่างกายเด็กอย่างรุนแรง จนทำให้เลือดออกทางสมอง สมองบวม กระโหลกศรีษะแตกร้าว จึงทำให้ต้องผ่าตัดสมอง เพื่อให้ความดันสมองคงที่ นอกจากนั้นยังพบว่าตับสองข้างฉีกขาดอีกด้วย ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปรักษาต่อยังดรงพยาบาลอื่นได้ โดยรวมของอาการต้องต้องเฝ้าดูวันต่อวัน จึงได้เดินทางมาเพื่อประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว   ขณะที่ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เผยว่า ทางสถานีตำรวจบางละมุงได้ออกหมายจับแล้ว โดยที่ทำถือว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ จนถึงขั้นผ่าสมอง ฝากบอกถึงคนร้าย ไม่น่าทำกับเด็กเลย น่าจะไปสู้กับคนที่ตัวเท่ากันมากกว่า โดยให้สัญญาจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/aQKslOjdRq0

 65,543
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 60

จับได้แล้ว! 'มาเฟียสยาม' หลังฉกเสื้อแจ็คเก็ต-มือถือเหยื่อสาว รับลอบเข้าไทยผ่านทางช่องทางธรรมชาติ

ความคืบหน้าจากกรณีร้านเสื้อผ้าชื่อดังในห้างสยามสแควร์วัน นำวงจรปิดมาโพสต์ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา  นายวีระพัน อินทะวง หรือ มาเฟียสยาม ที่เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนที่เดินผ่านไปมาในย่านสยามสแควร์ จนถูกจับกุมเมื่อปี 2558 ได้ก่อเหตุขโมยเสื้อแจ็คเก็ต ราคา 13,500 บาท พร้อมขโมยโทรศัพท์มือถือจากหญิงสาวที่ตัวเองพามาที่ร้านหลบหนีไปด้วยนั้น   ล่าสุดตำรวจ สน.ปทุมวัน บุกจับกุมตัวนายวีระพันได้แล้ว ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร และเป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติลาว) หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางเสื้อแจ็คเก็ตที่ขโมยไป บริเวณริมถนนตรงข้ามซอยประชาสงเคราะห์ 3    ด้านผู้ต้องหายอมให้การรับสารภาพว่า ขโมยเสื้อแจ็คเก็ตมาจริง และไม่มีหนังสือเดินทาง โดยแอบลักลอบหลบหนีเข้ามาในไทยผ่านทางช่องทางธรรมชาติ   ขณะที่เจ้าของร้านซึ่งได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สน.ปทุมวัน เปิดเผยอีกด้วยว่าในวันเกิดเหตุได้พูดคุยกับนายวีระพัน โดยอีกฝ่ายอ้างว่าที่หายหน้าไปนานกว่า 2 ปี เนื่องจากไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/q_IwXWJlcMw

 5,405
ข่าวภูมิภาค
23 ต.ค. 60

กลุ่มชายฉกรรจ์ยกพวกแทงวัยรุ่นเจ็บระนาว ฉุนโดนเตือนให้เบาเสียง ขณะนั่งซดเหล้าในร้านอาหาร

เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นถูกฟันได้รับบาดเจ็บ 4 ราย บริการบริเวณร้านอาหารริมถนนเทพรัตน์ ขาออก หลักกิโลเมตรที่ 17 ปากซอยมัณฑนา  ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ       จากการสอบถาม 1 ในผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ขณะมานั่งกินข้าวกับเพื่อนๆ รวมทั้งหมด 6 คน ระหว่างนั้นก็มีกลุ่มชายประมาณ 10 คน อายุประมาณ 30-35 ปี นั่งดื่มสุราและกินข้าวอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ส่งเสียงดังจนเจ้าของร้านเข้ามาห้ามปราบ แต่กลุ่มชายดังกล่าวไม่ฟัง ทำให้เพื่อนในโต๊ะของตนไปพูดขอร้องให้กลุ่มดังกล่าวเบาเสียงลง ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่พอใจ ขับรถจักรยานยนต์ออกไปแล้วกลับเข้ามาภายในร้านอีกครั้ง ก่อนจะชักมีดดาบวิ่งเข้ามาฟันพวกตนได้รับบาดเจ็บ และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป          ด้านเจ้าหน้าที่ สันนิฐานว่า น่าจะมาจากการที่ฝ่ายผู้ก่อเหตุเมาสุราและถูกกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บต่อว่าจึงไม่พอใจ เรียกพวกมารุมกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังไม่ปักใจเชื่อการให้การของหญิงสาวทั้ง 2 รายที่ควบคุมตัวได้ ซึ่งอ้างว่าเพิ่งจะรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุผ่านทางโปรแกรมแชท ก่อนจะนัดมาเจอกันเฉยๆ                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/TKk2Zw7ecQ8

 9,213
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 60

วงจรปิดจับภาพสยองเพื่อนบ้านกระหน่ำตี รปภ.ดับกลางหมู่บ้าน เผยเป็นคู่อริมีปากเสียงกันเป็นประจำ

เกิดเหตุเพื่อนบ้านมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนจะบานปลายยกพวกตะลุมบอนกันในหมู่บ้านมณีมาศ ย่านคันนายาว จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย  ทราบชื่อ นาย สมชาย กลิ่นกล่อม อายุ 47 ปี  ทำอาชีพเป็นรปภ.ที่หมู่บ้านปัฐวิกรณ์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย      จากการสอบสวนพบว่า ก่อนหน้านี้น้องชายของผู้เสียชีวิตได้ก่อไฟจะต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน ทำให้มีควันลอยเข้าบ้านของคู่กรณีซึ่งไม่ถูกกัน จนมีปากเสียงกัน กระทั่งวันเกิดเหตุผู้ตายกลับจากทำงานก็ได้มีปากกันกับคู่กรณีอีก ก่อนที่ต่างฝ่ายจะใช้อาวุธเข้ารุมทำร้ายกัน แต่ผู้ตายสู้ไม่ได้ ทำให้ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต     เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและอายัดตัวผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพ่อแม่ลูกและสะใภ้ไว้ดำเนินคดีต่อไป                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/jw8xACWEWJg

 17,837
ปากท้องร้องทุกข์
09 ก.ย. 60

ผอ.รร.เมืองกระบี่ ร้องขอความเป็นธรรม ยันไม่ได้ทำร้าย 2 นักเรียน แจงเด็กบาดเจ็บเพราะชกต่อยกัน

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ให้เอาผิดกับ ผอ.โรงเรียนบ้านบ่อมะม่วง หลังก่อเหตุทำร้าย 2 เด็กนักเรียนชายชั้น ป.5 ได้รับบาดเจ็บ โดยเรียกร้องให้ย้าย ผอ.ออกนอกพื้นที่นั้น     ล่าสุด  นายโอภาส คงภักดี ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และครูในโรงเรียน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายสมปอง  รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่  เพื่อขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายเด็กจนบาดเจ็บตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเล่าว่าในวันเกิดเหตุเด็กทั้งสองคนทะเลาะและชกต่อยกันในห้องสมุดโรงเรียน ตนนั่งอยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงดังจึงเข้าไปห้าม แต่ทั้งสองไม่ยอมหยุดจึงตบเข้าไปที่หัวไหล่ทั้งคู่ 2 ครั้ง เมื่อเด็กเห็นว่าเป็น ผอ. ถึงยอมหยุด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวครูในโรงเรียนและภารโรงเป็นพยานได้  จากนั้นได้เรียกผู้ปกครองมารับทราบ ต่างก็ยอมรับผิดและไม่ติดใจอะไร และไม่ได้มีการแจ้งความเป็นคดี แต่ในเวลาต่อมากลับถูกกล่าวหาว่าทำร้ายเด็กจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนรอยฟกช้ำเกิดจากเด็กทะเลาะกันหัวไปกระแทกโต๊ะ ไม่ได้เกิดจากที่ตนได้ทุบตีแต่อย่างใด   ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณนั้น สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ทั้งนี้เชื่อว่าการที่ผู้ใหญ่บ้าน นำลูกบ้านเข้ามาร้องเรียนนั้นเป็นเรื่องของการเมืองท้องถิ่น    ด้าน นายยุทธนา จินดา รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้น จึงยังไม่มีข้อมูลหรือมีคำสั่งใดๆไปยังผอ.โรงเรียนย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/uTEgBzVpwEQ

 3,745
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ส.ค. 60

ส่อคดีพลิก! สาวโพสต์โวยสามีถูกตร.ซ้อมเลือดอาบ พยานยันวิ่งหกล้มหน้าทิ่มตอกระถินเอง

จากกรณีญาติผู้ต้องหาคดียาเสพติดโพสต์เฟซบุ๊กเล่าเรื่องราว สามีถูกตำรวจ สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ระบุว่า      "ช่วยกันแชร์กันหน่อยน่ะค่ะ   ด่านตรวจรถบ้านลาดป้อมตำรวจรังแกประชาชนคุณมีสิทธิ์อะรัยมาซ้อมสามีปันขนาดนี้คุณเรียกรถตรวจแจ้งข้อหามียาเสพติดในครอบครอง3เม็ดแต่หลักฐานก็ไม่มี...แต่คุณพาสามีฉันไปซ้อมหลังป้อม..คุณรังแกประชาชนเกินไป..ฉันมาเห็นสภาพสามีฉันที่ร.พบ้านลาดแล้วรับสภาพไม่ได้จริงๆ   เหตุเกิดเวลา18.00น.ณ.ป้้อมบ้านลาด...แพทย์วินิฉัยกระดูกตาแตก้ชำอาเจียนเป้นเลือดตลอดเวลา...ปันขอความเป้นธรรมด้วยค่ะ....ช่วยแชร์กันด้วยน่ะค่ะมีตำรวจแบบนี้อยู่ประชาชนจะอยู่อย่างไร..(ส่วนตำรวจท่านที่ดีๆก็มีน่ะค่ะที่บ้านลาด) *ปันแค่ขอประนามตำรวจที่มันทำสามีปันและไม่ยอมออกมารับผิดชอบเท่านั้นเอง*"       ล่าสุด พ.ต.อ.เชิญ พรายมี ผกก.สภ.บ้านลาด เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการสอบถามผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ตำรวจได้มีการตั้งด่าน กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้บาดเจ็บราย คือ นายจิรศักดิ์ แคโอชา อายุ 34 ปี ได้ขับกระบะผ่านมาคนเดียว ทางตำรวจได้เรียกตรวจ พบสภาพไว้หนวดเคราและสักยันต์เต็มตัว จึงได้เชิญตัวลงมาทำการตรวจค้นที่ด้านข้างของป้อมจุดตรวจ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเล็กของกางเกงยีนส์จำนวน 3 เม็ด ทำให้นายจิรศักดิ์วิ่งหลบหนี ตำรวจทั้งสองนายจึงวิ่งตามไปและสามารถจับกุมตัวได้ โดยทำการล็อกแขนนายจิรศักดิ์คนละข้างและจับกดลง     จากนั้นนายจิรศักดิ์ก็พูดขึ้นว่า "พี่ผมนักเลงพอ ผมไม่หนีแล้วพี่ ปล่อยผมเถอะ" ตำรวจทั้งสองนายจึงปล่อยตัว แต่นายจิรศักดิ์กลับฉวยโอกาสวิ่งหลบหนีอีกครั้ง โดยคราวนี้วิ่งไปทางด้านหลังของตู้จุดตรวจแต่เกิดหกล้ม เพราะเป็นพื้นต่างระดับ หน้าทิ่มลงไปกระแทกกับตอไม้และตกลงไปในทุ่งนาจนเปื้อนโคลนในนา      จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นมาและพาไปล้างตัวและจะพานายจิรศักดิ์ไปทำบาดแผลที่ รพ.บ้านลาด แต่นายจิรศักดิ์บอกว่า ขอติดต่อญาติให้มาก่อนที่จะไปโรงพยาบาลกระทั่งญาติมาและพาไปรักษาตัวที่ รพ.บ้านลาด กระทั่งภายหลังได้ขอย้ายไปรักษาตัวต่อที่ รพ.พระจอมเกล้า ซึ่งทางรพ.ก็ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะอีกด้วย     ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 3 เม็ด 2.เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ย่าบ้า) โดยผิดกฎหมาย และ 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ่า) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งนายจิรศักดิ์ได้ขอประกันตัวโดยอ้างว่าเจ็บมาก ซึ่งทางตำรวจได้อนุญาตให้ประกันตัวไปเพื่อรักษาตัว กระทั่งมาพบว่า มีผู้มาโพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊ก      ด้าน พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สุริยะมณี สวป.สภ.บ้านลาด หัวหน้าชุดในการตั้งด่านตรวจความมั่นคงในวันเกิดเหตุ ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เดินดูที่เกิดเหตุตรงจุดที่นายจิรศักดิ์ วิ่งหนีการจับกุมในครั้งที่สองว่า ซึ่งมีสภาพเป็นพื้นต่างระดับระหว่างผิวถนนลาดยางและเป็นทางลาดลงทุ่งนา จึงคาดว่านายจิรศักดิ์น่าจะสะดุดก้อนหินแล้วหน้าคะมำทิ่มลงไปชนเข้ากับตอไม้จนหัก     นอกจากนี้ยังมีพยานที่เห็นเหตุการณ์ คือ นายชุติพล ทองเกลา อายุ 59 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในบริเวณดังกล่าวเล่าว่า วันเกิดเหตุตนเห็นผู้ต้องหาคนดังกล่าววิ่งหนีตำรวจไปทางด้านหลังป้อม และล้มหน้าไปทิ่มกับตอกระถินเอง ตนสามารถเป็นพยานได้ พร้อมถามกลับว่าถ้าไม่ผิดจะไปวิ่งหนีทำไม      ขณะที่ภรรยาซึ่งเป็นเจ้าของโพสต์ยังกล่าวยืนยันว่าสามีถูกตำรวจทำร้ายร่างกายจริง โดยยอมรับว่าสามีมีพฤติกรรมเสพยาจริงแต่วันเกิดเหตุไม่ได้มียาบ้าไว้ในครอบครองแต่อย่างใด พร้อมร้องขอความเป็นธรรมให้กับสามี นอกจากนี้ยังนำคลิปเสียงการเจรจาระหว่างพ่อสามีกับตำรวจมาเปิดเผยอีกด้วย                         ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/bbrVgsI-C54  

 5,551
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 60

อุกอาจ! วงจรปิดจับภาพแก๊งโจ๋โหดยกพวกรุมยำคู่อริเจ็บสาหัสกลางร้านอาหาร

วงจรปิดจับภาพแก๊งวัยรุ่นบุกเข้ามารุมทำร้าย นายศุภธนกฤต วัย 30 ปี ด้วยการใช้หมวกันน็อกและไม้ฟาดเข้าไปที่หัวอย่างแรงหลายครั้ง ขณะนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้าน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส      ด้านผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านเอื้ออาทร จ. ปทุมธานี เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บเคยเป็นกรรมการนิติบุคคลและเป็นคนเก็บค่าส่วนกลาง เมื่อปีที่แล้วรถของคนร้ายมีรอยขีดข่วนทำให้มีปากเสียงกันมาตลอด กระทั่งมาเกิดเหตุอย่างที่เห็นในวงจรปิด เบื้องต้นได้มอบหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีแล้ว               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/BVY39Pbnb88                

 7,578
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ส.ค. 60

อุกอาจ! แม่ค้าขายไก่สดร้องขอความเป็นธรรม โดนแก๊งทวงหนี้โหดรุมยำต่อหน้าตร.

น.ส.เสาวณี อายุ 21 ปี  แม่ค้าขายไก่สด ในตลาดภิบาลพัฒนา เขตเทศบาลเมืองแกลง อ.แกลง จ.ระยอง ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกแก๊งทวงหนี้ยกพวกมาทวงเงินค่าไก่จำนวน 30,000 บาทที่ค้างไว้ ก่อนจะถูกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ต่อหน้าต่อตาตำรวจสายตรวจกว่า 10 นายที่มาสังเกตการณ์    ด้าน พ.ต.อ. ชัยพงษ์ แสงพงค์ชัย ผกก.สภ.แกลง ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามขั้นตอนและจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย                   ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/siAPTP9EHP0

 1,769
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ก.ค. 60

ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนุ่มขับจยย.ชนท้ายรถพ่วงคนพิการ ก่อนปรี่ทำร้าย-กรรโชกทรัพย์

ความคืบหน้ากรณีชาวเน็ตแห่ประณาม 2 หนุ่มขับ จยย. ชนท้ายรถพ่วงคนพิการ ก่อนทำร้ายคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ มิหน่ำซ้ำยังกรรโชกทรัพย์อีกด้วยนั้น     ล่าสุด ป้าจะเอ๋ อายุ 54 ปี พิการขาทั้งสองข้าง ออกมาเล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อช่วงค่ำของคืนวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะตนขับ จยย. พ่วงข้าง มีนายวิทยา พิการแขนลีบ และหลานชายสองคน รวม 4 คน พาสุนัขเลี้ยงพันธ์ุไทยที่ไม่สบายไปหาหมอนั่งมาด้วย  เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มี จยย. คู่กรณีเสียหลักชนท้าย ก่อนที่คนซ้อนท้ายทราบชื่อคือ นายอนุรักษ์ อายุ 26 ปี ตรงมาด่าว่าโวยวายที่ทำให้กุ้งที่ซื้อมาเลี้ยงราคา 700 บาท ตาย และยังตรงเข้าชกต่อยนายวิทยาจนคิ้วขวาแตกเลือดอาบ ทั้งยังกระชากกระเป๋าคาดเอวไปแล้วบอกว่าเป็นค่าเสียหาย ส่วนค่าซ่อมรถให้ตนโทรแจ้ง พรบ.รถ จยย.มาเจราจา    ด้าน ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ได้แจ้งข้อหาแก่นายอนุรักษ์ทันที 3 ข้อหา คือ กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่ใจ ทำร้ายร่างกาย ก่อนนำตัวเข้าห้องขังคัดค้านการประกันตัว             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/u9_rTjmSAgY

 6,845
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ก.ค. 60

โซเชียลฯ ล่าตัวโจ๋กร่างในคลิปอ้างเป็นลูกทหารทำร้ายรปภ. ฉุนถูกห้ามขับรถขึ้นสันเขื่อน

เพจเฟซบุ๊กดังโพสต์คลิปโจ๋กร่างอ้างตัวเป็นลูกนายทหารข่มขู่และพยายามจะขับรถชน รปภ. เขื่อนขุนด่านฯ จ.นครนายก หลังไม่พอใจที่ถูกห้ามไม่ให้ขับรถขึ้นสันเขื่อน         สำหรับโพสต์ดังกล่าวมีข้อความระบุว่า  "แชร์ตามหาคนดัง !!!! กูลูกนายทหาร !!!!!!   ช่วงนี้พี่ๆเค้าแย่งพื้นที่สื่อกันหราค่ะ เดี๋ยวตำรวจ เดี๋ยวทหาร เดี๋ยวแท๊กซี่ จะติดท้อปฟอร์มกันเลยทีเดียววว   รปภ.เขื่อนขุนด่านโดนวัยรุ่นทำร้ายได้แจ้งความไว้แล้วค่ะ โดยเหตุการณ์ รปภ.ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยตามหน้าที่ตามระเบียบของเขื่อนขุนด่านปราการชลไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไปในแนวสันเขื่อนดิน โดย รปภ.เขื่อนได้ห้ามไม่ให้เข้าไปจึงทำให้เกิดความไม่พอใจและเข้าทำร้าย รปภ.ของเขื่อนและในกลุ่มวัยรุ่นอ้างตัวว่าเป็นลูกนายทหารโดยตะโกนออกมาว่า  “#ที่พ่อแม่มึงหรอกูลูกนายทหารจะมากว้านซื้อเรือในเขื่อนให้หมด”  ทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ.เกรงว่าตนเองจะได้รับอันตรายและคุกคามหน้าที่การงานของตนจึงได้เข้าแจ้งความไว้แล้วดังกล่าว   นครนายกไม่ใช่เมืองใหญ่ ใครเจอแล้ว ib หลังไมค์มาด้วยนะคะ CR. ที่นี่ นครนายก"             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wJyFU8JnPTw

 39,755
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.ค. 60

พ่อร้องลูกชาย ม.2 ถูกผอ.ตบหน้า-กล่าวหาขโมยมือถือ เด็กทนเจ็บไม่ไหวยอมรับผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ

ผู้ปกครองของเด็กชายอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ร้องลูกถูกผู้อำนวยการโรงเรียบตบใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บและถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขโมยมือถือ   เด็กชายเล่าว่า เมื่อ วันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีครูมาเรียกให้ไปพบผู้อำนวยการที่ห้องทำงาน เมื่อไปถึงก็พบ ผอ. นั่งอยู่ที่โต๊ะ จึงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า จากนั้น ผอ. ได้เปิดคลิปให้ดูผ่านมือถือ พร้อมระบุว่า คนในคลิปคือตนเองและบอกว่าตนเองเป็นคนขโมยโทรศัพท์มือถือของรุ่นพี่ ม.3 ไป ซึ่งตนก็ปฏิเสธ ผอ. จึงใช้มือตบหน้าตน 1 ที ที่บริเวณใบหน้าข้างซ้าย จนหน้าชา หูอื้อ แต่ ผอ. ยังไม่หยุด และพยายามที่จะตบซ้ำ ด้วยความกลัวว่าจะถูกตบอีก จึงตะโกนว่า “ผมขโมยครับ” ผอ. จึงหยุด อีกทั้งครูที่เห็นเหตุการณ์ในห้องได้ห้ามไว้ว่า นักเรียนป่วยเพราะเพิ่งผ่าตัดหัวใจมา ผอ. จึงสั่งให้ออกจากห้อง    ตอนนั้นตนกลัวมากจึงต้องพูดโกหกว่าขโมยไป  และยังบอกต่อว่าเอาไปขายสองพันบาท แต่จำไม่ได้ว่าขายให้ใคร เพราะเป็นคนต่างหมู่บ้าน ผอ. ก็ปล่อยตัวออกจากห้อง หลังเลิกเรียนจึงเดินกลับบ้านและบอกที่บ้านถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น      ด้านพ่อบอกว่ารู้สึกคับแค้นใจ ยิ่งเห็นหน้าลูกก็ยิ่งรับไม่ได้ เพราะใบหน้าข้างซ้ายแดงและบวม จึงรีบพาลูกไปแจ้งความที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ต้องส่งตัวน้องไปตรวจร่างกายก่อน ให้แพทย์ลงความเห็น จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะดำเนินการได้                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/u8M1axttZWg  

 41,012

Top