ค้นหา :

ผลการค้นหา "รีสอร์ท"

ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 63

เปิดใจนทท.ผู้บาดเจ็บ เหตุเปลตาข่ายร่วงกระแทกพื้น ยันไม่ได้บุกรุก! รับเสียความรู้สึก หลังเจ้าของรีสอร์ทแจ้งความ

จากกรณีนักท่องเที่ยว ขึ้นไปถ่ายรูปบนเปลตาข่าย ในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง แล้วแปลตาข่ายพังลงมา ทำให้นักท่องเที่ยว ตกลงด้านล่างได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก กระทั่งต่อมาเจ้าของรีสอร์ทออกมาบอกว่า นักท่องเที่ยว 5 คนั้นบุกรุกโดยพายเรือคายัคเข้ามา ก่อนที่จะลอบปีนเข้ามาในรีสอร์ทมาถ่ายรูปกันเองนั้น   ล่าสุดหนึ่งในผู้บาดเจ็บให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้บุกรุก ยืนยันว่าของของตนเอง เดินทางเข้าไปที่รีสอร์ทในฐานะนักท่องเที่ยว โดยมีวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ พายเรือคายัคนำเข้าไป บริเวณร้านกาแฟของรีสอร์ทแห่งนี้ ซึ่งพนักงานร้านกาแฟ เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทก็รับทราบ การบอกว่าตนเองไม่ใช่นักท่องเที่ยวจึงไม่ถูกต้อง และในป้ายประชาสัมพันธ์ กิจกรรมนำเที่ยวของวิสาหกิจชุมชนก็มีโปรแกรม และภาพจุดท่องเที่ยว ร้านกาแฟของรีสอร์ทอย่างชัดเจน การกล่าวว่าบุกรุก จึงเป็นการชี้แจงที่ไม่ถูกต้อง   การออกมาพูดในวันนี้ไม่ได้เรียกร้องความรับผิดชอบแต่อย่างใด แต่อยากบอกความจริงกับสังคมว่าการเข้าไปร้านกาแฟและจุดชุมวิวบริเวณเปลตาข่าย เข้าไปในฐานะนักท่องเที่ยวปกติ และจุดที่เข้าไปถ่ายรูปบริเวณเปลตาข่าย อยู่ห่างจากร้านกาแฟของรีสอร์ท 10-20 ก้าวเท่านั้น ก่อนจะไปถ่ายรูปก็แจงกับพนักงานร้านกาแฟแล้ว    ซึ่งบริเวณนั้นก็ไม่มีป้ายเตือน หรือมีเจ้าหน้าที่ควบคุมว่าห้ามขึ้นแต่อย่างใด การชี้แจงของรีสอร์ททำให้ตนเองและเพื่อที่ไปด้วยกันรู้สึกเสียใจ เมื่อเหตุเกิดแล้วสามารถมาพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ การที่บอกไม่ใช้ลูกค้าเป็นการปัดความรับผิดชอบ ถือว่าเป็นการโกหก   จนถึงขณะนี้ทางผู้บาดเจ็บยังไม่ได้คุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ให้ความสำคัญกับการรักอาการบาดเจ็บก่อน หลังจากร่างกายแข็งแรงดีขึ้น จะหารือกันอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมอยากฝากนักท่องเที่ยว ที่ไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ขอให้ตรวจสอบความแข็งแรง ไม่ควรไว้ใจอะไรง่าย ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เพราะเมื่อสูญเสียแล้วบางอย่างอาจไม่กลับมาเหมือนเดิม อย่างกรณีของตน ขนาดตัวคานรองรับเป็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ แต่เปลตาข่ายยังหลุดร่วงลงมาได้   สำหรับผู้บาดเจ็บ ที่เกิดจากเปลตาข่ายร่วงลงพื้นความสูงประมาณ 3-4 เมตร มีทั้งหมด 5 คน บาดเจ็บเล็กน้อยศรีษะเขียวช้ำ 1 คน ส่วนอีก 4 ร้ายบาดเจ็บสาหัส ประกอบด้วยผู้ให้สัมภาษณ์ ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกสันหลังยุบ คนที่ 2 กระดูสันหลังยุบ ข้อมือหัก 1 ข้าง อีกรายกระดูกสันหลังหัก แตกไปเส้นประสาท และอีกหนึ่งคนกระดูกสันหลังและก้นกบหัก ทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/GYOxLhdm5oI

 16,670
สังคม
18 ม.ค. 63

เปิดใจนทท.ผู้บาดเจ็บ เหตุเปลตาข่ายร่วงกระแทกพื้น ยันไม่ได้บุกรุก! รับเสียความรู้สึก หลังเจ้าของรีสอร์ทแจ้งความ

จากกรณีนักท่องเที่ยว ขึ้นไปถ่ายรูปบนเปลตาข่าย ในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง แล้วแปลตาข่ายพังลงมา ทำให้นักท่องเที่ยว ตกลงด้านล่างได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก กระทั่งต่อมาเจ้าของรีสอร์ทออกมาบอกว่า นักท่องเที่ยว 5 คนั้นบุกรุกโดยพายเรือคายัคเข้ามา ก่อนที่จะลอบปีนเข้ามาในรีสอร์ทมาถ่ายรูปกันเองนั้น   ล่าสุดหนึ่งในผู้บาดเจ็บให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้บุกรุก ยืนยันว่าของของตนเอง เดินทางเข้าไปที่รีสอร์ทในฐานะนักท่องเที่ยว โดยมีวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ พายเรือคายัคนำเข้าไป บริเวณร้านกาแฟของรีสอร์ทแห่งนี้ ซึ่งพนักงานร้านกาแฟ เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทก็รับทราบ การบอกว่าตนเองไม่ใช่นักท่องเที่ยวจึงไม่ถูกต้อง และในป้ายประชาสัมพันธ์ กิจกรรมนำเที่ยวของวิสาหกิจชุมชนก็มีโปรแกรม และภาพจุดท่องเที่ยว ร้านกาแฟของรีสอร์ทอย่างชัดเจน การกล่าวว่าบุกรุก จึงเป็นการชี้แจงที่ไม่ถูกต้อง   การออกมาพูดในวันนี้ไม่ได้เรียกร้องความรับผิดชอบแต่อย่างใด แต่อยากบอกความจริงกับสังคมว่าการเข้าไปร้านกาแฟและจุดชุมวิวบริเวณเปลตาข่าย เข้าไปในฐานะนักท่องเที่ยวปกติ และจุดที่เข้าไปถ่ายรูปบริเวณเปลตาข่าย อยู่ห่างจากร้านกาแฟของรีสอร์ท 10-20 ก้าวเท่านั้น ก่อนจะไปถ่ายรูปก็แจงกับพนักงานร้านกาแฟแล้ว    ซึ่งบริเวณนั้นก็ไม่มีป้ายเตือน หรือมีเจ้าหน้าที่ควบคุมว่าห้ามขึ้นแต่อย่างใด การชี้แจงของรีสอร์ททำให้ตนเองและเพื่อที่ไปด้วยกันรู้สึกเสียใจ เมื่อเหตุเกิดแล้วสามารถมาพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ การที่บอกไม่ใช้ลูกค้าเป็นการปัดความรับผิดชอบ ถือว่าเป็นการโกหก   จนถึงขณะนี้ทางผู้บาดเจ็บยังไม่ได้คุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ให้ความสำคัญกับการรักอาการบาดเจ็บก่อน หลังจากร่างกายแข็งแรงดีขึ้น จะหารือกันอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมอยากฝากนักท่องเที่ยว ที่ไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ขอให้ตรวจสอบความแข็งแรง ไม่ควรไว้ใจอะไรง่าย ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เพราะเมื่อสูญเสียแล้วบางอย่างอาจไม่กลับมาเหมือนเดิม อย่างกรณีของตน ขนาดตัวคานรองรับเป็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ แต่เปลตาข่ายยังหลุดร่วงลงมาได้   สำหรับผู้บาดเจ็บ ที่เกิดจากเปลตาข่ายร่วงลงพื้นความสูงประมาณ 3-4 เมตร มีทั้งหมด 5 คน บาดเจ็บเล็กน้อยศรีษะเขียวช้ำ 1 คน ส่วนอีก 4 ร้ายบาดเจ็บสาหัส ประกอบด้วยผู้ให้สัมภาษณ์ ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกสันหลังยุบ คนที่ 2 กระดูสันหลังยุบ ข้อมือหัก 1 ข้าง อีกรายกระดูกสันหลังหัก แตกไปเส้นประสาท และอีกหนึ่งคนกระดูกสันหลังและก้นกบหัก ทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/GYOxLhdm5oI

 16,670
ข่าวภูมิภาค
17 ม.ค. 63

เจ้าของรีสอร์ทแจ้งความ นทท.นั่งเปลตาข่ายหัก ร่วงกระแทกพื้น ฐานบุกรุก-ทำทรัพย์สินเสียหาย เหตุไม่ใช่แขกของที่พัก

นครราชสีมา - จากกรณีนักท่องเที่ยว ขึ้นไปถ่ายรูปบนเปลตาข่าย ในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง แล้วแปลตาข่ายพังลงมา ทำให้นักท่องเที่ยว ตกลงด้านล่างได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก   โดยเจ้าหน้าที่นำส่งไปรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพปากช่อง และมีการแชร์ในเพจเฟชบุ๊ก หลายเพจ รวมทั้งของ "เจ๊เขียวเที่ยวไปทั่ว by Tourism Unbound" ระบุว่า "#เปลตาข่าย รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ เขาใหญ่ รับน้ำหนักไม่ไหว หักโค่นลงไปทั้งอัน คนริมนอกสุด ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกสันหลังยุบ ข้อ L1,L3 นอกนั้นบาดเจ็บถ้วนทั่วทุกคน มากน้อยเฉลี่ยกันไป ไม่รู้แน่ว่ามีป้ายจำกัดเรื่องน้ำหนัก หรือจำนวนคนที่จะลงไปนั่ง หรือไม่ อย่างไร รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยและการแจ้งเตือนแขกที่มาพักที่รีสอร์ท ดูคร่าว ๆ ค้ำยันตัวล่างไม่เห็นมีเชื่อมไว้ลงไป 1-2 คน ก็น่าจะพอแล้ว ตาข่ายชมวิว แบบนี้ มีหลายแห่ง เป็นห่วง มานานว่าจะเกิดเหตุ หากน้ำหนักเกินหรือไม่มีเซฟตี้ด้านวิศวกรรมเพียงพอ ข่าวจากเพื่อน ขอนำมาเผยแพร่ ขอขอบคุณ และส่งกำลังใจมา ณ ที่นี้ Cr.gwynn angkul "   นายภณ เจ้าของรีสอร์ทดังกล่าว เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา มีบุคคลเข้ามาในบริเวณโรงแรมทางเรือ ขึ้นที่ท่าน้ำของโรงแรม ปกตินักท่องเที่ยวที่จะเข้าพักจะต้องเข้าทางประตูใหญ่ด้านหน้า ถ้าหากจะมาทางน้ำทางเรือจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่มาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ได้เข้าพัก    อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวโรงแรมกำลังปิดให้บริการเป็นเวลา 2 ชม.เพื่อทำความสะอาดหลังแขกของโรงแรมเช็คเอ้าท์ จนท.สอบถามก็ไม่ตอบ ถือว่าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยพลการ เข้าไปถ่ายรูปและเข้าไปนั่งในตาข่าย หักตอลงข้างล่างจนได้รับบาดเจ็บ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เมื่อทราบว่านักท่องเที่ยวเป็นใคร จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ต่อมาผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายภณ ผู้บริหารโรงแรมเพื่อขอเข้าไปดูและสอบถามรายละเอียดในโรงแรมแจ้งว่า ไม่พร้อม และบอกว่ามีการนำไปออกในสื่อโซเชี่ยลไปอีกอย่าง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้โรงแรมเสียหาย พร้อมให้ดูคำชี้แจงในเพจเฟชบุ๊ก "ปันธาราเขาใหญ่"   ขณะที่ผู้เสียหายขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวดังนี้ ทางเรากลุ่มเพื่อน 6 คนได้ชวนกันไปเที่ยวเขาใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค ที่ผ่านมา ทางกลุ่มก็ได้ซื้อทัวร์พายเรือคยัคจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าช้างที่มาตั้งบูธในบริเวณบ่อน้ำผุด โดยเราก็แค่คิดว่านอกจากได้เที่ยวเเละยังมีโอกาสได้สนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยในโปรแกรมที่ซื้อนั้น มีการพายเรือคายัคเพื่อชมวิวลำตะคอง ต่อด้วยการไปแวะทานกาแฟที่ร้านกาแฟในรีสอร์ทตามที่เป็นข่าว ภาพถ่ายโฆษณาก็ยังมีภาพร้านกาเเฟของรีสอร์ทนั้นอยู่ในจุดของการเเวะชมอีกด้วย นอกจากนี้ไกด์เเละผู้ประสานโครงการก็ยืนยันก่อนลงเรือว่าจะนำกลุ่มไปกินกาเเฟเเละถ่ายรูปที่รีสอร์ทได้   เมื่อกลุ่มขึ้นไปถึงรีสอร์ทมีพนักงานผู้หญิงสองคนของร้านกาเเฟของรีสอร์ทซึ่งอยู่ในเคาน์เตอร์ยังพูดต้อนรับ เเละบอกว่าเชิญสั่งกาเเฟทางนี้ได้ค่ะ นักท่องเที่ยวสองคนในกลุ่มเข้าไปในร้านกาเเฟเเละบอกว่าขอไปถ่ายรูปก่อนเดี่ยวกลับมาสั่งกาเเฟ   ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางกลุ่มของเราไม่ได้บุกรุกตามที่ถูกกล่าวหา และก่อนที่จะไปซื้อกาแฟ เราก็เห็นจุดถ่ายรูปซึ่งเป็นเปลตาข่าย จึงได้แวะถ่ายรูปเล่นกัน ซึ่งที่จุดถ่ายรูปนั้น เราทุกคนก็ได้สำรวจดูความแข็งแรงก่อนแล้วว่า เป็นเปลตาข่ายใหญ่ที่มีโครงเหล็กกับไม้ที่ดูมั่นคงแข็งแรงดี และก็ไม่ได้มีป้ายบอกหรือเตือนอะไรใดๆทั้งสิ้น เราจึงได้สลับกันขึ้นลงเปลเพื่อถ่ายรูป จนมาถึงรูปสุดท้ายที่ตั้งใจจะถ่ายรูปหมู่ 5 คน พอขึ้นไปครบ 5 คน เปลตาข่ายก็หล่นลงพื้นทันที เป็นผลให้เราและเพื่อนๆ บาดเจ็บ กระดูกสันหลังหัก 4 คน และ 2 ใน 4 คนนี้ข้อมือหักด้วย ตอนนี้ทุกคนได้รับการผ่าตัดเเต่ยังไม่ทราบผลการผ่าตัดจะเป็นอย่างไร จะมีภาวะเเทรกซ้อนหรือไม่ เราทุกคนมีอาการปวดจากบาดเเผลจากการผ่าตัด บางคนยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเเละบางคนยังไม่สามารถปัสสาวะเเละอุจจาระได้เอง   ผู้ได้รับอุบัติเหตุทั้งห้าคน ยังไม่เคยให้ข่าว ให้สัมภาษณ์ หรือกล่าวหารีสอร์ทหรือผู้ใด เเต่มีภาพข่าวที่หลุดออกไปโดยที่เราเองไม่ได้มีความประสงค์ให้สื่อสังคมได้รับทราบเเม้เเต่น้อย เเต่สิ่งที่เราในฐานะผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเเละยังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลได้รับคือ การให้ข้อมูลเพียงฝ่ายเดียวผ่านเฟซบุ๊กของรีสอร์ท เเละการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว และเนื้อหาที่ให้ข่าวมีการพยายามบิดเบือนให้เป็นเรื่องของการบุกรุกสถานที่ส่วนตัว เเละเป็นเรื่องของความประมาทของเราเอง ซึ่งเป็นการเเสดงถึงทัศนคติที่ไม่ซื่อสัตย์เเละพยายามปัดความรับผิดชอบ โดยสร้างภาพให้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้กระทำผิด   สุดท้ายนี้เราแค่อยากขอพื้นที่ ชี้แจงความจริงให้ญาติมิตรที่เป็นห่วงรวมถึงสื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากผู้เสียหายโดยตรง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JMATEXoDzlI

 82,055
สังคม
17 ม.ค. 63

เจ้าของรีสอร์ทแจ้งความ นทท.นั่งเปลตาข่ายหัก ร่วงกระแทกพื้น ฐานบุกรุก-ทำทรัพย์สินเสียหาย เหตุไม่ใช่แขกของที่พัก

นครราชสีมา - จากกรณีนักท่องเที่ยว ขึ้นไปถ่ายรูปบนเปลตาข่าย ในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง แล้วแปลตาข่ายพังลงมา ทำให้นักท่องเที่ยว ตกลงด้านล่างได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก   โดยเจ้าหน้าที่นำส่งไปรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพปากช่อง และมีการแชร์ในเพจเฟชบุ๊ก หลายเพจ รวมทั้งของ "เจ๊เขียวเที่ยวไปทั่ว by Tourism Unbound" ระบุว่า "#เปลตาข่าย รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ เขาใหญ่ รับน้ำหนักไม่ไหว หักโค่นลงไปทั้งอัน คนริมนอกสุด ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกสันหลังยุบ ข้อ L1,L3 นอกนั้นบาดเจ็บถ้วนทั่วทุกคน มากน้อยเฉลี่ยกันไป ไม่รู้แน่ว่ามีป้ายจำกัดเรื่องน้ำหนัก หรือจำนวนคนที่จะลงไปนั่ง หรือไม่ อย่างไร รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยและการแจ้งเตือนแขกที่มาพักที่รีสอร์ท ดูคร่าว ๆ ค้ำยันตัวล่างไม่เห็นมีเชื่อมไว้ลงไป 1-2 คน ก็น่าจะพอแล้ว ตาข่ายชมวิว แบบนี้ มีหลายแห่ง เป็นห่วง มานานว่าจะเกิดเหตุ หากน้ำหนักเกินหรือไม่มีเซฟตี้ด้านวิศวกรรมเพียงพอ ข่าวจากเพื่อน ขอนำมาเผยแพร่ ขอขอบคุณ และส่งกำลังใจมา ณ ที่นี้ Cr.gwynn angkul "   นายภณ เจ้าของรีสอร์ทดังกล่าว เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา มีบุคคลเข้ามาในบริเวณโรงแรมทางเรือ ขึ้นที่ท่าน้ำของโรงแรม ปกตินักท่องเที่ยวที่จะเข้าพักจะต้องเข้าทางประตูใหญ่ด้านหน้า ถ้าหากจะมาทางน้ำทางเรือจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่มาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ได้เข้าพัก    อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวโรงแรมกำลังปิดให้บริการเป็นเวลา 2 ชม.เพื่อทำความสะอาดหลังแขกของโรงแรมเช็คเอ้าท์ จนท.สอบถามก็ไม่ตอบ ถือว่าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยพลการ เข้าไปถ่ายรูปและเข้าไปนั่งในตาข่าย หักตอลงข้างล่างจนได้รับบาดเจ็บ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เมื่อทราบว่านักท่องเที่ยวเป็นใคร จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ต่อมาผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายภณ ผู้บริหารโรงแรมเพื่อขอเข้าไปดูและสอบถามรายละเอียดในโรงแรมแจ้งว่า ไม่พร้อม และบอกว่ามีการนำไปออกในสื่อโซเชี่ยลไปอีกอย่าง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้โรงแรมเสียหาย พร้อมให้ดูคำชี้แจงในเพจเฟชบุ๊ก "ปันธาราเขาใหญ่"   ขณะที่ผู้เสียหายขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวดังนี้ ทางเรากลุ่มเพื่อน 6 คนได้ชวนกันไปเที่ยวเขาใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค ที่ผ่านมา ทางกลุ่มก็ได้ซื้อทัวร์พายเรือคยัคจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าช้างที่มาตั้งบูธในบริเวณบ่อน้ำผุด โดยเราก็แค่คิดว่านอกจากได้เที่ยวเเละยังมีโอกาสได้สนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยในโปรแกรมที่ซื้อนั้น มีการพายเรือคายัคเพื่อชมวิวลำตะคอง ต่อด้วยการไปแวะทานกาแฟที่ร้านกาแฟในรีสอร์ทตามที่เป็นข่าว ภาพถ่ายโฆษณาก็ยังมีภาพร้านกาเเฟของรีสอร์ทนั้นอยู่ในจุดของการเเวะชมอีกด้วย นอกจากนี้ไกด์เเละผู้ประสานโครงการก็ยืนยันก่อนลงเรือว่าจะนำกลุ่มไปกินกาเเฟเเละถ่ายรูปที่รีสอร์ทได้   เมื่อกลุ่มขึ้นไปถึงรีสอร์ทมีพนักงานผู้หญิงสองคนของร้านกาเเฟของรีสอร์ทซึ่งอยู่ในเคาน์เตอร์ยังพูดต้อนรับ เเละบอกว่าเชิญสั่งกาเเฟทางนี้ได้ค่ะ นักท่องเที่ยวสองคนในกลุ่มเข้าไปในร้านกาเเฟเเละบอกว่าขอไปถ่ายรูปก่อนเดี่ยวกลับมาสั่งกาเเฟ   ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางกลุ่มของเราไม่ได้บุกรุกตามที่ถูกกล่าวหา และก่อนที่จะไปซื้อกาแฟ เราก็เห็นจุดถ่ายรูปซึ่งเป็นเปลตาข่าย จึงได้แวะถ่ายรูปเล่นกัน ซึ่งที่จุดถ่ายรูปนั้น เราทุกคนก็ได้สำรวจดูความแข็งแรงก่อนแล้วว่า เป็นเปลตาข่ายใหญ่ที่มีโครงเหล็กกับไม้ที่ดูมั่นคงแข็งแรงดี และก็ไม่ได้มีป้ายบอกหรือเตือนอะไรใดๆทั้งสิ้น เราจึงได้สลับกันขึ้นลงเปลเพื่อถ่ายรูป จนมาถึงรูปสุดท้ายที่ตั้งใจจะถ่ายรูปหมู่ 5 คน พอขึ้นไปครบ 5 คน เปลตาข่ายก็หล่นลงพื้นทันที เป็นผลให้เราและเพื่อนๆ บาดเจ็บ กระดูกสันหลังหัก 4 คน และ 2 ใน 4 คนนี้ข้อมือหักด้วย ตอนนี้ทุกคนได้รับการผ่าตัดเเต่ยังไม่ทราบผลการผ่าตัดจะเป็นอย่างไร จะมีภาวะเเทรกซ้อนหรือไม่ เราทุกคนมีอาการปวดจากบาดเเผลจากการผ่าตัด บางคนยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเเละบางคนยังไม่สามารถปัสสาวะเเละอุจจาระได้เอง   ผู้ได้รับอุบัติเหตุทั้งห้าคน ยังไม่เคยให้ข่าว ให้สัมภาษณ์ หรือกล่าวหารีสอร์ทหรือผู้ใด เเต่มีภาพข่าวที่หลุดออกไปโดยที่เราเองไม่ได้มีความประสงค์ให้สื่อสังคมได้รับทราบเเม้เเต่น้อย เเต่สิ่งที่เราในฐานะผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเเละยังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลได้รับคือ การให้ข้อมูลเพียงฝ่ายเดียวผ่านเฟซบุ๊กของรีสอร์ท เเละการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว และเนื้อหาที่ให้ข่าวมีการพยายามบิดเบือนให้เป็นเรื่องของการบุกรุกสถานที่ส่วนตัว เเละเป็นเรื่องของความประมาทของเราเอง ซึ่งเป็นการเเสดงถึงทัศนคติที่ไม่ซื่อสัตย์เเละพยายามปัดความรับผิดชอบ โดยสร้างภาพให้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้กระทำผิด   สุดท้ายนี้เราแค่อยากขอพื้นที่ ชี้แจงความจริงให้ญาติมิตรที่เป็นห่วงรวมถึงสื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากผู้เสียหายโดยตรง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JMATEXoDzlI

 82,055
แชร์ออฟเดอะเดย์
31 ธ.ค. 62

หนุ่มเข้าพักรีสอร์ท นอนอยู่ดีๆ ถูกตุ๊กแกกัดนิ้วเลือดสาด

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ SaereephapGroup Organize โพสต์ภาพถูกตุ๊กแกกัดนิ้วเลือดไหลและซากตุ๊กแกที่ตายแล้ว พร้อมข้อความว่า “นอนตามรีสอร์ต เดี๋ยวนี้ หาความปลอดภัยยากเต็มที นอนหลับๆอยู่ตุ๊กแกมากัดนิ้วเฉยเลย ก็ต้องฆ่ามันทิ้งแหละ ไม่มีทางเลือก”   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ติดต่อไปยัง นายเสรี ผู้โพสต์เล่าว่า คืนวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปนอนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ช่วงประมาณตี 1 กว่าๆ ตนเองเข้านอนแล้วเอามือขวาพาดไปบริเวณหัวเตียง ในช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่นก็รู้สึกเหมือนถูกกัดนิ้ว ตอนแรกนึกว่ามดกัด แต่พอยกมาออกมากลับเป็นตุ๊กแกกัดนิ้วนางข้างขวาไว้ไม่ยอมปล่อย ปวดและเลือดไหลไม่หยุด จึงใช้มืออีกข้างทุบตุ๊กแกไปที่ขอบเตียงจนตุ๊กแกหลุด ด้วยความตกใจอย่างมากจึงกระทืบตุ๊กแกซ้ำไปอีกสองทีจนแน่นิ่งไป ส่วนมือที่ถูกกัดมีอาการปวดและบวม จึงล้างแผลแล้วไปพบแพทย์   ในวันที่เข้าพัก นายเสรีบอกว่า ด้านหลังห้องเป็นป่า สภาพในห้องดูสะอาดดี แต่บริเวณขอบเตียงมีช่องว่างระหว่างเตียงกับผนัง แต่ก็ไม่ได้เอะใจว่าจะมีตัวอะไรซ่อนอยู่ด้านหลังหรือไม่ ตนเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมตุ๊กแกมากัดมือตนเอง คาดว่าอาจจะมีแมลงมาเกาะบริเวณนิ้ว พอเปิดไฟดูก็ไม่พบว่ามีแมลงชนิดใดอยู่ในห้อง    นายเสรียอมรับว่า ตนเองเป็นคนกลัวตุ๊กแกและคางคกมาก จริงๆ ไม่ได้อยากฆ่าตุ๊กแก แต่ตอนนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว โดยหลังเกิดเหตุก็ไม่กล้านอนรีสอร์ตนี้ต่อแล้ว ขอเช็กเอ้าท์ย้ายออกไปพักที่โรงแรมในอีกอำเภอทันที   ฝากเตือนคนที่จะไปพักตามรีสอร์ตต่างๆ แม้ว่าสภาพห้องจะดูสะอาด แต่อยากให้ตรวจดูตามซอกข้างเตียง ใต้เตียง หรือมุมอับต่างๆ ในห้องว่ามีสัตว์อันตราย ตุ๊กแก งู ฯลฯ หรือไม่ จะได้พักผ่อนได้อย่างปลอดภัย     ทีมข่าวฯ ติดต่อไป นายเสรีเพิ่งกลับจากคลินิก ไปล้างแผลและฉีดยาแก้บาดทะยัก นิ้วนางข้างซ้ายยังมีอาการบวมอยู่ต้อง ส่วนนิ้วกลางบวมเล็กน้อย และเมื่อวานคุณเสรีได้กลับไปพูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ตแล้ว โดยทางเจ้าของยอมรับกับคุณเสรีว่า ทราบว่ามีตุ๊กแกอาศัยอยู่ในห้องพักของรีสอร์ต แต่ยังไม่เคยมีใครถูกกัด พร้อมแสดงความรับผิดชอบค่ารักษาเป็นเงิน 400 บาท และจะคอยดูแลห้องไม่ให้มีตุ๊กแกมาอยู่อาศัยอีก ขณะที่แม่บ้านของรีสอร์ตคาดว่า ตุ๊กแกน่าจะแอบเข้ามาช่วงเช้าที่มีการเปิดประตูหน้าและหลังห้องเพื่อระบายอากาศ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :   https://youtu.be/jtZgPYnTBCE

 23,001
ข่าวโซเชียล
31 ธ.ค. 62

หนุ่มเข้าพักรีสอร์ท นอนอยู่ดีๆ ถูกตุ๊กแกกัดนิ้วเลือดสาด

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ SaereephapGroup Organize โพสต์ภาพถูกตุ๊กแกกัดนิ้วเลือดไหลและซากตุ๊กแกที่ตายแล้ว พร้อมข้อความว่า “นอนตามรีสอร์ต เดี๋ยวนี้ หาความปลอดภัยยากเต็มที นอนหลับๆอยู่ตุ๊กแกมากัดนิ้วเฉยเลย ก็ต้องฆ่ามันทิ้งแหละ ไม่มีทางเลือก”   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ติดต่อไปยัง นายเสรี ผู้โพสต์เล่าว่า คืนวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปนอนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ช่วงประมาณตี 1 กว่าๆ ตนเองเข้านอนแล้วเอามือขวาพาดไปบริเวณหัวเตียง ในช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่นก็รู้สึกเหมือนถูกกัดนิ้ว ตอนแรกนึกว่ามดกัด แต่พอยกมาออกมากลับเป็นตุ๊กแกกัดนิ้วนางข้างขวาไว้ไม่ยอมปล่อย ปวดและเลือดไหลไม่หยุด จึงใช้มืออีกข้างทุบตุ๊กแกไปที่ขอบเตียงจนตุ๊กแกหลุด ด้วยความตกใจอย่างมากจึงกระทืบตุ๊กแกซ้ำไปอีกสองทีจนแน่นิ่งไป ส่วนมือที่ถูกกัดมีอาการปวดและบวม จึงล้างแผลแล้วไปพบแพทย์   ในวันที่เข้าพัก นายเสรีบอกว่า ด้านหลังห้องเป็นป่า สภาพในห้องดูสะอาดดี แต่บริเวณขอบเตียงมีช่องว่างระหว่างเตียงกับผนัง แต่ก็ไม่ได้เอะใจว่าจะมีตัวอะไรซ่อนอยู่ด้านหลังหรือไม่ ตนเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมตุ๊กแกมากัดมือตนเอง คาดว่าอาจจะมีแมลงมาเกาะบริเวณนิ้ว พอเปิดไฟดูก็ไม่พบว่ามีแมลงชนิดใดอยู่ในห้อง    นายเสรียอมรับว่า ตนเองเป็นคนกลัวตุ๊กแกและคางคกมาก จริงๆ ไม่ได้อยากฆ่าตุ๊กแก แต่ตอนนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว โดยหลังเกิดเหตุก็ไม่กล้านอนรีสอร์ตนี้ต่อแล้ว ขอเช็กเอ้าท์ย้ายออกไปพักที่โรงแรมในอีกอำเภอทันที   ฝากเตือนคนที่จะไปพักตามรีสอร์ตต่างๆ แม้ว่าสภาพห้องจะดูสะอาด แต่อยากให้ตรวจดูตามซอกข้างเตียง ใต้เตียง หรือมุมอับต่างๆ ในห้องว่ามีสัตว์อันตราย ตุ๊กแก งู ฯลฯ หรือไม่ จะได้พักผ่อนได้อย่างปลอดภัย     ทีมข่าวฯ ติดต่อไป นายเสรีเพิ่งกลับจากคลินิก ไปล้างแผลและฉีดยาแก้บาดทะยัก นิ้วนางข้างซ้ายยังมีอาการบวมอยู่ต้อง ส่วนนิ้วกลางบวมเล็กน้อย และเมื่อวานคุณเสรีได้กลับไปพูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ตแล้ว โดยทางเจ้าของยอมรับกับคุณเสรีว่า ทราบว่ามีตุ๊กแกอาศัยอยู่ในห้องพักของรีสอร์ต แต่ยังไม่เคยมีใครถูกกัด พร้อมแสดงความรับผิดชอบค่ารักษาเป็นเงิน 400 บาท และจะคอยดูแลห้องไม่ให้มีตุ๊กแกมาอยู่อาศัยอีก ขณะที่แม่บ้านของรีสอร์ตคาดว่า ตุ๊กแกน่าจะแอบเข้ามาช่วงเช้าที่มีการเปิดประตูหน้าและหลังห้องเพื่อระบายอากาศ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :   https://youtu.be/jtZgPYnTBCE

 23,001
สรุปข่าว
29 ธ.ค. 62

พายุถล่มเสียหายแล้ว 4 อำเภอ - กรมอุตุฯ ยังเตือน 5 จังหวัดภาคเหนือลูกเห็บตก - ขยายผลตรวจสอบรีสอร์ทขนาดใหญ่บนดอยม่อนแจ่ม

พายุถล่มเสียหายแล้ว 4 อำเภอ  เจ้าหน้าที่เร่งตัดต้นไม้ที่ทับเสาไฟฟ้าและปิดเส้นทางเข้า อ. เชียงแสน บริเวณเจ้าพ่อประตูป่าสัก และภายในเขตเมืองเก่า อ. เชียงแสน พร้อมสำรวจความเสียหายเจดีย์วัดเก่านับอายุพันปี ทั้งที่จากการเจอพายุถล่ม พบความเสียหายแล้วใน 4 อำเภอ คือ อ. พาน อ. แม่จัน อ. เชียงแสนและแม่ฟ้าหลวง    กรมอุตุฯ ยังเตือน 5 จังหวัดภาคเหนือลูกเห็บตก กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุ ตั้งแต่ 12.00 น. วันนี้ถึง 12.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากในจ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พะเยา และ จ.น่าน ขณะที่กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนเล็กน้อย อุณหภูมิจะลดลง 1 - 2 องศาเซลเซียส   ขยายผลตรวจสอบรีสอร์ทขนาดใหญ่บนดอยม่อนแจ่ม หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ทำการปฏิบัติการร่วม ตรวจสอบการถือครองที่ดินบนดอยม่อนเเจ่ม อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ โดยได้ขยายผลตรวจสอบรีสอร์ทขนาดใหญ่ 2 แห่ง พบเจ้าของเป็นนายทุนชาวจีน และคนกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ทำบันทึกและจะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/fkdkVlyLGJ0    

 2,609
สรุปข่าว
28 ธ.ค. 62

ประเด็นข่าวรอบวัน 28 ธ.ค. 62 - 1 ม.ค. 63 ขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ - ดำเนินคดีรีสอร์ทที่ 'ม่อนแจ่ม' รุกป่าสงวน

ประกาศขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 1 ม.ค. 63 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมค่าจ้างมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อบังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน ซึ่งกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 336 บาทต่อวัน ในจ.ชลบุรีและภูเก็ต วันละ 335 บาทต่อวัน ในจ.ระยอง วันละ 331 บาทต่อวัน ในกรุงเทพฯ, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และ 330 บาทต่อวัน ในจ.ฉะเชิงเทรา มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 63     นทท.ฝรั่งเศสปฏิเสธรับคำขอโทษ นายฌอน เซบาสเตียน ท่องเที่ยวหนุ่มชาวฝรั่งเศส ผู้เสียหายจากกรณีตำรวจ สน.ทองหล่อ เรียกเงินกว่า 8 พันดอลลาร์ หรือประมาณ 2.5 แสนบาท หลังถูกตรวจค้นยาเสพติด ขณะเดินอยู่ในซอยสุขุมวิท 43 แต่ไม่พบ จึงถูกพาตัวไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบเพียงสารอนุมูลกัญชาเล็กน้อยจากน้ำมันกัญชาที่ใช้รักษาอาการป่วย    ทางสนง.ตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจที่มีส่วนพัวพันออกจากราชการไว้ก่อน 3 นาย พร้อมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ล่าสุด นายฌอนปฏิเสธที่จะให้รองผกก.สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ที่ถูกสั่งพักราชการมาขอโทษ แต่ต้องกาให้ตำรวจที่จับตนแก้ผ้าและพูดจาไม่ดีในวันเกิดเหตุพูดขอโทษ รวมทั้งต้องการเงิน 2.5 แสนบาทคืน ซึ่งทางตร.เร่งติดตามลูกครึ่งอินเดียและแฟนสาวมาสอบข้อเท็จจริง ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   รวบอดีตรปภ.หลอกรับซื้อสินค้า มูลค่าความเสียนับล้าน นายรชานนท์ โสภาพ อายุ 34 ปี อดีต รปภ.ที่หลอกรับหิ้วของจากผู้เสียหาย และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพระโขนง ข้อหา 'ฉ้อโกงประชาชนโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น' ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือปคบ. จับกุมได้ที่ร้านอินเตอร์เน็ตแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 2 พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคารและบัตรกดเงินสดหลายรายการ   พลตำรวจตรีณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือปคบ. บอกว่า ก่อนหน้านี้นายรชานนท์ ผู้ต้องหา เป็นอดีต รปภ.และอ้างตนเองเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง เปิดเพจเฟซบุ๊กรับฝากหิ้วหรือซื้อสินค้าประเภทอาหารกว่า 10 เพจ มานานกว่า 4 ปี และเมื่อผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาแล้ว ก็จะไม่ส่งสินค้าตามที่ตกลงไว้จนมีเหยื่อนับพันราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายส่วนมากจะอยู่ในกรุงเทพฯ และเมื่อผู้ต้องหาได้เงินมาก็จะรีบถอนเงินออกมาและปิดบัญชีทันที    ผู้ต้องหาจะหลอกขายของที่มีมูลค่าไม่มาก ทำให้ผู้เสียหายบางรายไม่ประสงค์ไปแจ้งความเป็นคดี นอกจากนี้นายรชานนท์ ยังสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองโดยไปออกรายการผ่านสื่อโทรทัศน์ จำพวกรายการเกี่ยวกับธุรกิจเช่น รายการจำพวก SME หรือเส้นทางเศรษฐี และสื่อสิ่งพิมพ์   ทั้งนี้ผู้ต้องหาไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง และจะคอยหลบซ่อนตำรวจ ตามสวนสาธารณะและห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะมาอาศัยร้านเกมส์หลับนอน และใช้คอมพิวเตอร์จากร้านเกมส์ติดต่อหลอกขายสินค้า เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงาน สอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดีต่อไป   ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่เร่งติดตาม คดีรถ 'นายกแจ๊ค' ตกน้ำ - ถล่มยิงเจ้าของอู่ซ่อมรถ ผบช.ภ.9 ได้เดินทางมายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เพื่อติดตาม 2 คดีใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยคดีแรกคือ เหตุการณ์ที่รถยนต์ปาเจโร่ ของ นายอภิชิต วิโนทัย หรือ 'นายกแจ๊ค' หรือ 'ทนายแจ๊ค' นายกเทศมนตรีนครตรัง พบร่างคนขับรถคือ นายสุทธิเมธ ปัญญาสิทธิกรคนติดตามนายกฯ เสียชีวิตติดอยู่ในเบาะหลังรถ ส่วน นายอภิชิต ได้หลุดออกจากรถขณะที่พุ่งลงไปในน้ำ ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวยังมีญาติๆ ติดใจสงสัยสาเหตุของการเสียชีวิต และตั้งคำถามไว้หลายประเด็น โดยผลการชันสูตรของแพทย์เชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการจมน้ำ   ส่วนอีกคดีคือ เหตุการณ์ที่สองมือปืนโหดสวมหมวกไอ้โม่ง ร่วมกันใช้อาวุธสงคราม ชนิดอาก้า และอาวุธปืนพกสั้น ซุ่มดักรอยิงถล่ม นายธวัชชัย กลับขันธ์  เสี่ยอู่ซ่อมรถ ดับคารถยนต์กระบะ ส่วนภรรยาและลูกจ้าง ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งล่าสุดญาติๆ ได้ทำพิธีเผาศพ นายธวัชชัย เสี่ยอู่ซ่อมรถแล้ว แต่ทางตำรวจยังจับตัวมือปืนและผู้บงการไม่ได้ จนทำให้ทางครอบครัวรู้สึกหวาผวา เกรงจะเกิดความไปปลอดภัยนั้น ผบช.ภ.9 กล่าวว่า คดีนี้ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และยังมั่นใจว่าจะจับตัวคนร้ายได้ในที่สุด แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด   ยึดไม้พะยูงซุกซ่อนในตึกแถวกว่า 20 ตัน พ.อ.เอกพงค์ กฤษยศเกียรติชูติ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่12 กองกำลังบรูพาได้สืบทราบจากแหล่งข่าวว่ามีไม้ซุกซ่อนบริเวณอาคารเช่าตลาดอินโดจีน จึงสั่งการให้ ร.อ. เตชทัต เฉลิมจิต ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1201 นำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนพงศ์ โพธฺิ์ทิ ผู้กำกับการตำรวจคลองลึก พ.ต.อ. ฐาปนนท์ หน่องพงศ์ ผู้กำกับการตำรวจตระเวณชายแดนที่12 ตำรวจท่องเที่ยวสระแก้ว หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สก.12 เขาพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง    ต่อมาช่วงเวลา10.30น.เจ้าหน้าที่จึงเข้าขอตรวจค้นอาคารเช่า ต.ป่าไร่ อ.อรํญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นอาคารตึกแถวลักษณะ 3 ชั้นครึ่ง ด้านในเป็นสินค้าเสื้อกางเกงสั่งมาเป็นกิ๊ฟก้อนภายในอาคารแต่ ส่วนด้านหลังของอาคารเป็นที่เก็บไม้ต้องห้ามจำนวนมากจากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยืนยันว่าเป็นไม้พยุงหรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าไม้จีนแดงมีครอบครองจำนวนถึง 20 ตันอยู่ภายในอาคารลักษณะเป็นท่อนสั้นและยาวพร้อมเครื่องมือเลี่อยไม้ไฟฟ้าขนาดเล็กจำนวน 1 ตัว   หลังจากนั้นได้พบเจ้าของอาคารเป็นหญิงทราบชื่อ นาง ยิน แซ่จาง อายุ 47 ปี รับเป็นเจ้าของอาคารได้อ้างว่าไม้ที่ตนครอบครองนั้นมีเอกสารซื้อขายแต่สามีไม่อยู่บ้านต้องรอสามีกลับมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองไปโรงพักสถานีตำรวจคลองลึกเพื่อสวบสวน     กรมป่าไม้บุกยึดดำเนินคดีรีสอร์ทที่ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ ชุดพยัคภัยกรมป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดดำเนินคดีกับผู้ประกอบการรีสอร์ท 3 แห่งที่ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ หลังพบการบุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำการด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต   พร้อมกับทำการรื้อสิ่งปลุกสร้างของผู้ประกอบการจำนวน 12 ราย เนื่องจากสร้างผิดแบบ ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อดินสไลด์ และผลกระทบทางระบบนิเวศน์    เหตุระเบิดรถยนต์ที่โซมาเลีย เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วนที่กรุงโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 61 คน บาดเจ็บจำนวนมาก เหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณจุดตรวจความปลอดภัยบริเวณสี่แยกใจกลางย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านในกรุงโมกาดิชู ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า แรงระเบิดรุนแรงมาก จนทำให้ชิ้นส่วนร่างกายผู้เสียชีวิตกระจัดกระจาย บางรายถูกเพลิงเผาไหม้เกือบจะทั้งหมด   ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้มีอย่างน้อย 61 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีอย่างน้อย 90 คน ในจำนวนนี้มีเด็กและนักศึกษามหาวิทยาลัยที่รอขึ้นรถประจำทางรวมอยู่ด้วย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

 1,115
ข่าวภูมิภาค
13 ธ.ค. 62

บุกจับปาร์ตี้ยาเสพติดฉลองวันเกิดคารีสอร์ทจันทบุรี รวบได้ 76 ราย ตรวจเจอฉี่ม่วงเพียบ

จันทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับตำรวจภูธรแหลมสิงห์และฝ่ายปกครอง ร่วมกันบุกทลายแก๊งปาร์ตี้ยาในงานวันเกิดที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.5 ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ ได้ผู้ต้องหารวม 76 ราย โดยแยกเป็นผู้เสพและผู้ครอบครอง   จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะมีการจัดงานวันเกิดปาร์ตี้ยา และมีการเสพยาเสพติดกันภายในงาน โดยเช่ารีสอร์ทเพื่อจัดวันเกิด ซึ่งแบ่งแยกออกเป็นห้องพักใหญ่จำนวนสองแห่งใกล้เคียงกัน มีการจัดปาร์ตี้ยาในงานวันเกิดอย่างคึกโครม   เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นบุคคล ซึ่งเป็นวัยรุ่นอายุตั้ง 20-25 ปี จำนวน 76 คน ชาย 44 คน หญิง 32 คน คน ภายในงานพบของกลางมีทั้ง ยาเคและยาอี จำนวนหนึ่ง   จากนั้นจึงนำตัวไปที่ สภ.แหลมสิงห์ เพื่อนำตัวไปทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสีม่วง พร้อมของกลางเมตแอมเคตามีน 24 ถุง ยาอี 25 เม็ด ซึ่งในส่วนของผู้ที่ไม่มีสีม่วง จนท.ปล่อยตัวไป ส่วนที่เหลือจะทำบันทึกจับกุมพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสารเสพติดเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนเจ้าของงานวันเกิดคือ นายเอ็ม เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาจัดสถานที่ให้มีการเสพยาเสพติดให้โทษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xxB6HCwkCVk

 2,915
สังคม
13 ธ.ค. 62

บุกจับปาร์ตี้ยาเสพติดฉลองวันเกิดคารีสอร์ทจันทบุรี รวบได้ 76 ราย ตรวจเจอฉี่ม่วงเพียบ

จันทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับตำรวจภูธรแหลมสิงห์และฝ่ายปกครอง ร่วมกันบุกทลายแก๊งปาร์ตี้ยาในงานวันเกิดที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.5 ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ ได้ผู้ต้องหารวม 76 ราย โดยแยกเป็นผู้เสพและผู้ครอบครอง   จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะมีการจัดงานวันเกิดปาร์ตี้ยา และมีการเสพยาเสพติดกันภายในงาน โดยเช่ารีสอร์ทเพื่อจัดวันเกิด ซึ่งแบ่งแยกออกเป็นห้องพักใหญ่จำนวนสองแห่งใกล้เคียงกัน มีการจัดปาร์ตี้ยาในงานวันเกิดอย่างคึกโครม   เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นบุคคล ซึ่งเป็นวัยรุ่นอายุตั้ง 20-25 ปี จำนวน 76 คน ชาย 44 คน หญิง 32 คน คน ภายในงานพบของกลางมีทั้ง ยาเคและยาอี จำนวนหนึ่ง   จากนั้นจึงนำตัวไปที่ สภ.แหลมสิงห์ เพื่อนำตัวไปทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสีม่วง พร้อมของกลางเมตแอมเคตามีน 24 ถุง ยาอี 25 เม็ด ซึ่งในส่วนของผู้ที่ไม่มีสีม่วง จนท.ปล่อยตัวไป ส่วนที่เหลือจะทำบันทึกจับกุมพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสารเสพติดเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนเจ้าของงานวันเกิดคือ นายเอ็ม เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาจัดสถานที่ให้มีการเสพยาเสพติดให้โทษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xxB6HCwkCVk

 2,915
สังคม
02 ธ.ค. 62

เจ้าของรีสอร์ทม่อนสายลม ออกมาขอโทษ-เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด หลังสาวโพสต์ภาพเต้นท์ขึ้นรา

คืบหน้าโพสต์แชร์เต็นท์เชื้อรา ที่ดอยม่อนแจ่ม ล่าสุดเจ้าของรีสอร์ทน้อมรับผิดขอโทษผู้พัก ทำการเปลี่ยนเต็นท์ทันทีทุกหลัง สาเหตุมาจากใช้เต็นท์มาตั้งแต่ช่วงหน้าฝน และอากาศยนดอยชื้นทำให้เป็นเชื้อรา ถือเป็นบทเรียนให้ผู้ประกอบการดูแลปรับปรุงการให้บริการ     ความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 30 พ.ย.62 ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Wichuda Santes” ได้โพสต์บรรยายข้อความพร้อมรูปภาพประกอบลงในกลุ่มเฟซบุ๊คที่ชื่อ “กลุ่มคนหนีเที่ยว | Sneak out หนีเที่ยว” โดยโพสต์วิจารณ์ความพอใจหลังไปใช้บริการที่พักแห่งหนึ่งที่ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊คดังกล่าวพร้อมคณะไปพักกางเต็นท์หลายหลัง แต่ปรากฏว่าภายในเต็นท์ที่พักค้างคืนนั้นมีราดำขึ้นเต็มไปหมด จึงนำเรื่องราวประสบการณ์ที่ได้รับมาเผยแพร่ เพื่อหวังให้เป็นกรณีตัวอย่าง และทางเจ้าของที่พักมีการแก้ไขปรับปรุง เพราะว่ากำลังเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่ผู้คนน่าจะเพิ่มขึ้นอีก    ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก โดยต่อมาถามเจ้าของที่พักได้โพสต์ขอโทษยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และได้ทำการปรับปรุงแก้ไขแล้ว   โดยวันนี้ (2ธ.ค.62) ที่ม่อนสายลม ซึ่งเป็นที่พักที่ม่อนแจ่ม ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นายภานวัฒน์ สุขสกุลปัญญา อายุ26ปี เจ้าของและผู้จัดการม่อนสายลม เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์กรณีดังกล่าวนั้นยอมรับว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและขอโทษ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องขออภัยและขอบคุณเจ้าของโพสต์ที่นำเรื่องราวดังกล่าวมาแจ้งให้ทราบ โดยหลังจากที่ทราบเรื่อง ทางที่พักได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงทันทีด้วยการ รื้อเต็นท์ทั้งหมด 12 หลัง ออกและจัดการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด    ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้มีเชื้อราและคราบดำติดอยู่บนเต็นท์นั้น คาดว่าน่าจะเป็นเพราะได้นำเต็นท์ดังกล่าวมาติดตั้งไว้ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องมาตลอด ทำให้อาจจะเกิดความชื้น และเป็นราในที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียน ครั้งสำคัญ ในการที่จะได้ปรับปรุงและดูแล ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นเดียวกันนี้ขึ้นอีก พร้อมทั้งขอให้ท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว มีความมั่นใจในเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย รวมทั้งสามารถให้ข้อเสนอแนะได้ตลอด

 8,495
ต่างประเทศ
22 พ.ย. 62

นายทุนฝรั่งเศสหัวใส สร้างเกาะรีสอร์ทกลางน้ำจากขยะพลาสติก ที่หาได้ฟรีๆทั่วไป

เป็นปัญหาอย่างหนัก สำหรับขยะย่อยสลายยากอย่างพลาสติก ตามมาด้วยปัญหาจยะล้นเมืองในประเทศไอเวอรีโคสต์ แต่แล้วก็มีนายทุนชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ได้ไอเดียพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนขยะให้เป็นเกาะลอยน้ำ สร้างรีสอร์ทกินพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร สร้างจากขยะอัดแน่นว่า 7 แสนชิ้น   เกาะรีสอร์ทขยะแห่งนี้ เป็นรูปเป็นร่างเช่นนี้มานานกว่า 7 ปีแล้ว และได้ทดสอบความแข็งแรงก่อนจะสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้าง และเปลี่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไอเวอรีโคสต์ เนื่องจากเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยบนเกาะแห่งมีทั้ง ที่พัก บาร์ สระว่ายน้ำ พร้อมบริการล่องเรือในทะเลสาป นอกจากนี้ไฟฟ้าทั้งหมดยังได้มากจากพลังงานแสอาทิตย์อีกด้วย เพื่อเน้นภาพลักษณ์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 

 7,225
บันเทิง
26 ก.ย. 62

'เจมส์ มาร์' ป๋าเปย์ควักเงินปิดรีสอร์ท พาแฟนคลับจัดงานแฟนมีตติ้ง เพื่อขอบคุณที่ติดตามมาตลอด

เจมส์ มาร์ ป๋าเปย์ควักเงินปิดรีสอร์ทที่ จ. กาญจนบุรี พาแฟนคลับกว่า 400 คน จัดงานแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เปิดใจจัดงานนี้ขึ้น   เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนคลับที่ติดตามกันมาตลอดทุกปี      ไปที่พระเอกหน้าตี๋ ‘เจมส์ มาร์’ ที่ล่าสุดก็เพิ่งไปมัลดีฟส์มา คนก็เข้าไปแซวกันเยอะมากว่า เที่ยวเก่ง เที่ยวอีกแล้ว ซึ่ง ‘เจมส์’ ก็ยอมรับว่าตัวเองเที่ยวเก่งจริง แต่ทริปนี้เป็นทริปที่ต้องไปทำงานครับ ไปถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสารเล่มนึง แต่ก็ถือว่าได้ไปพักผ่อน ไปถ่ายรูปด้วย หลายคนก็รอลุ้นเลยว่าไปถ่ายแบบที่ทะเลวิวสวยๆ แบบนี้รูปที่ออกมาจะเซ็กซี่ขนาดไหน ?  ‘เจมส์’ บอกว่าได้เห็นอยู่แล้ว แต่ยังไงก็ให้รอดูในนิตยสารเอา   ส่วนที่ก่อนหน้านี้ ‘เจมส์’ โชว์ป๋าควักเงินปิดรีสอร์ท ที่จังหวัดกาญจนบุรี พาแฟนคลับกว่า 400 คน ไปจัดงานแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  3 วัน 2 คืน มีกิจกรรมที่ทำร่วมกับแฟนคลับเยอะมาก ทั้งกิจกรรมทางน้ำ ขี่เจ็ทสกี , เล่นบานาน่าโบ๊ท รวมทั้งยังมีคอนเสิร์ตที่ ‘เจมส์’ บอกว่าตัวเองร้องไป 22 เพลง เรียกว่าจัดหนักจัดเต็มมาก  ‘เจมส์’ บอกว่าที่จัดงานนี้ติดต่อมาเป็นปีที่ 5 แล้ว เป็นการตอบแทนแฟนคลับที่คอยซัพพอร์ทกันมาตลอดทุกปี อยากให้ทุกคนได้พักผ่อน ซึ่งแฟนคลับทุกคนก็แฮปปี้และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ถามว่าปีหน้าจะไปจัดที่ต่างประเทศเลยมั้ย ? ‘เจมส์’ บอกขอคิดดูก่อน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/62BfShH_N10

 754
ต่างประเทศ
23 ก.ย. 62

หนุ่มอเมริกันดำน้ำเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาวแต่งงาน พลาดจมน้ำดับคารีสอร์ทหรู

เกิดเหตุสลด หนุ่มอเมริกันจมน้ำเสียชีวิตระหว่างกำลังขอแฟนสาวแต่งงานใต้น้ำที่รีสอร์ทชายฝั่งเกาะเพมบา ประเทศแทนซาเนีย ในแถบแอฟริกาตะวันออก   โดยคู่รักจองรีสอร์ทเป็นเวลา 4 คืน ราคา 1,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคืน เลือกพักในห้องพักใต้น้ำ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งราว 250 เมตร ส่วนของห้องใต้น้ำอยู่ลึกลงไปในทะเล 10 เมตร ในคืนที่ 3 ฝ่ายหญิงบันทึกเหตุการณ์ที่แฟนหนุ่มดำน้ำใส่ตีนกบ พร้อมกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือจากด้านนอกห้องกระจกใสใต้น้ำ   ระบุว่า “ผมกลั้นหายใจได้ไม่นานพอที่จะบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมรักในตัวคุณ แต่…ทุกอย่างที่ผมรักเกี่ยวกับคุณ ผมรักมากขึ้นในทุกวัน ๆ” จากนั้นได้พลิกหน้ากระดาษลง เขาดึงแหวนหมั้นออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อขอแฟนสาวแต่งงาน ก่อนว่ายน้ำออกไปจนลับหายไปจากบริเวณห้องใต้น้ำ   พนักงานรีสอร์ทเร่งไปให้ความช่วยเหลือแต่ไม่ทันการ เขาได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งแฟนสาวได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เขาไม่มีโอกาสได้ยินคำตอบขอแต่งงาน ซึ่งมันจะเป็นคำตอบว่า ‘ตกลง’ เป็นล้าน ๆ ครั้ง”  

 14,535
ข่าวภูมิภาค
23 ส.ค. 62

คนงานรีสอร์ทโคราชผงะ เจอข้อขามนุษย์ลอยน้ำ ยังไม่รู้ของใคร

นครราชสีมา - คนงานรีสอร์ทเดินตัดหญ้า พบรองเท้าลอยน้ำข้างรีสอร์ท พบชิ้นส่วนมนุษย์เป็นข้อขาด้านซ้าย สวมถุงเท้า รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบ ระดมนักประดาน้ำงมหาชิ้นส่วนเพิ่ม ยังไม่พบชิ้นส่วนที่เหลือ และเตรียมเรียกแพทย์นิติเวชมาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อยืนยันตัวบุคคลเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Awiyj1mHyH0

 2,811

Top