ค้นหา :

ผลการค้นหา "มหาสารคาม"

สังคม
04 พ.ย. 62

อากาศแปรปรวน ทำคนป่วยไข้หวัดใหญ่พุ่ง แพทย์แนะรักษาร่างกายให้อบอุ่น

หลายพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคามเริ่มมีอากาศเย็น โดยเฉพาะในเขตชนบท ซึ่งจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามเตือนประชาชนให้ดูแลรักษาร่างกายให้อบอุ่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ป้องกันโรคที่มากับฤดูหนาว   หลายพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคามเริ่มมีอากาศเย็น โดยเฉพาะในเขตชนบท ซึ่งจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามเตือนประชาชนให้ดูแลรักษาร่างกายให้อบอุ่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ป้องกันโรคที่มากับฤดูหนาว   นายแพทย์ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในช่วงกลางวัน ทำให้ผู้มีที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่สามารถปรับตัวได้ทันส่งผลให้เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 มีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 2,220 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 230.45 ต่อประชากรแสนคน โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดในเดือนตุลาคมมากถึง 450 คน แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุผู้ป่วยอยู่ที่ 5-9 ปี 0-4 ปี และ 10-14 ปีตามลำดับ   ทั้งนี้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อผ่านทางไอจาม จะมีอาการไข้สูง ตัวร้อน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก เป็นต้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันให้รีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาโรคที่ถูกต้องและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

 72
ข่าวภูมิภาค
27 ต.ค. 62

ปิคอัพเสียหลัก พุ่งเข้าร้านขายของข้างทาง แม่ค้าวิ่งหนีทัน คนขับเจ็บสาหัส

วันที่ 27 ต.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดมหาสารคาม 1669 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถปิคอัพขับพุ่งชนร้านขายอาหาร ที่เส้นทางระหว่างหมู่บ้านหมี่ไปยังบ้านท่าตูม ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับรถปิคอัพ จากนั้นได้แจ้งหน่วยกู้ชีพ อบต.เขวา กู้ชีพโรงพยาบาลมหาสารคาม และ ร.ต.อ.ไพฑูรย์ บุญศร ร้อยเวรฯ สภ.เมืองมหาสารคาม ให้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ   ที่เกิดเหตุ พบชายได้รับบาดเจ็บ หมดสติไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเร่งทำ CPR ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม ใกล้กันพบรถปิคอัพ พลิกตะแคงอยู่ กระจกหน้าแตก ด้านท้ายรถฟาดเข้าไปในเพิงร้านขายเครื่องดื่มและลูกชิ้นนึ่ง ข้าวของหล่นแตกกระจัดกระจายเต็มร้าน   ด้านเจ้าของร้านลูกชิ้นนึ่ง กล่าวว่า ตนเพิ่งจะเปิดร้านขายลูกชิ้นนึ่งและเครื่องดื่มได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนเกิดเหตุอยู่ร้านกับน้องและหลานรวม 3 คน ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงรถเบรกและเห็นรถคันดังกล่าวเสียหลัก และพุ่งเข้ามาที่ร้านของตน จึงได้รีบร้องบอกหลานและน้องสาวให้วิ่งหนี ก่อนที่ด้านท้ายของรถจะฟาดเข้ามาที่ภายในร้านทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย    ด้าน ร.ต.อ.ไพฑูรย์ บุญศร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ กำลังจะนำรถไปซ่อมที่อู่ใกล้บ้าน แต่รถเกิดเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย    เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากการหลับใน หรือความขัดข้องของเครื่องยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้หาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุต่อไป    

 3,590
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 62

เส้นเอ็นขึงขวางถนน เกี่ยวคอสาวขี่จยย.รถล้ม หวิดคอขาด

มหาสารคาม - เกิดเหตุคนร้ายใช้เชือกเอ็นขึงขวางถนน ที่บริเวณเส้นทางบ้านปอแดงถึงบ้านดอนเปลือย เขตหมู่บ้านดอนเปลือย ต.ขามเฒ่าพัฒนา อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับผู้หญิงรายหนึ่ง จนได้รับบาดเจ็บศรีษะแตก ที่คอมีรอยแดงจากการถูกเชือกเอ็นบาดคอ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลกันทรวิชัย ตำรวจเชื่อเกิดจากสาเหตุส่วนตัว   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าช่วงบริเวณดังกล่าวเป็นทางเปลี่ยว จากถนนใหญ่เข้ามาสามารถผ่านได้หลายหมู่บ้าน ใกล้กับจุดเกิดเหตุมีการติดตั้งไฟส่องสว่างตามเสาไฟฟ้า แต่ชาวบ้านบอกว่าไฟส่องสว่างนั้นติดบ้างไม่ติดบ้าง โดยชาวบ้านได้ชี้ให้ดูจุดที่เกิดเหตุที่มีการขึงเชือกเอ็น สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน   โดยแม่สามีของผู้บาดเจ็บเล่าว่า กล่าวว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่จะต้องใช้ทุกวัน โดยลูกสะใภ้เป็นลูกจ้างร้านขายล็อตเตอรี่ภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งปกติแล้วลูกสะใภ้จะกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 3 ทุ่ม แต่คืนเกิดเหตุ ลูกสะใภ้พร้อมด้วยหลานสาว ได้กลับบ้านเร็วเวลาประมาณ 1 ทุ่มกว่าๆ จะขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกันคนละคัน    เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถของลูกสะใภ้ล้มลง หลานสาวก็ได้โทรศัพท์มาหาและแจ้งรถกู้ภัยให้นำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งปกติแล้วลูกสะใภ้ก็ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร หรือมีแต่เค้าไม่บอกก็ไม่รู้ เพราะลูกสะใภ้ก็ไม่เคยมาเล่าอะไรให้ฟัง ภายหลังจากที่ข่าวแพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวอย่างมาก เพราะเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางหลักในการเข้าออกของหลายๆ หมู่บ้าน อีกทั้งยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ซึ่งตนก็ไม่มั่นใจว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์หรือไม่ หรือประสงค์อย่างอื่น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยนำไฟส่องสว่างมาติดตั้ง ให้มีแสงสว่างมากกว่านี้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้สัญจร   ขณะที่ ชาวบ้าน กล่าวว่า ตนเองใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ วันเกิดเหตุช่วงเวลา 19.00 ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่นาที ตนเองขับรถผ่านจุดดังกล่าวก็ไม่เห็นมีอะไร จนมาทราบข่าวว่าเกิดการขึงเชือกเอ็นขวางถนนขึ้น ซึ่งอยากให้หน่วยงานที่ช่วยติดไฟ และสอดส่องดูแลพื้นที่ตรงนี้ใหม่มากกว่านี้ เพราะทางเปลี่ยวมาก   ด้าน พ.ต.ต.ประสิทธิ์ นามวิเศษ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบแล้ว โดยได้กำชับให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ชาวบ้านจะได้สบายใจ โดยตั้งแต่เกิดเหตุได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันทรวิชัย ทำแผนที่และถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ พร้อมกับไปตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลกันทรวิชัย    ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้น ทราบภายหลังว่าก่อนหน้านี้เมื่อช่วงประมาณ 1 เดือนก่อน ผู้เสียหาย ก็เคยประสบกับเหตุการณ์แบบนี้ คือถูกเชือกบาดคอ แต่ครั้งนั้นรถไม่ล้ม มีบาดเจ็บแตกต้องเย็บ 2 เข็ม    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/xuajXpcqTwY

 10,770
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 62

เตือนแล้วนะ! ประทัดระเบิดใส่เด็กหลายราย เจ็บเลือดโชก-นิ้วขาด-ควักลูกตา

อุทาหรณ์ เด็กเล่นประทัดจนทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักหลายราย โดยที่ จ.มหาสารคาม ด.ช.วัย 10 ขวบจุดประทัดเล่น เกิดระเบิดใส่มือนิ้ว 4 นิ้ว ได้แก่ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง จนฉีกขาด   ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ เกิดเหตุประทัดแตกใส่ตาเด็กชายวัย 12 ปี บาดเจ็บหนักจนตาทั้ง 2 ข้างปิดสนิท อีกรายเป็นเด็กวัย 12 ปีเช่นเดียวกัน เล่นประทัดพลาดเกิดระเบิดใส่หน้าเจ็บสาหัส   ล่าสุดหมอต้องควักลูกตาขวาทิ้ง บริเวณปากมีแผลฉีกขาดเป็นรอยยาวฉีกขึ้นถึงจมูก ส่วนแขนด้านซ้ายมีแผลเวอะหวะเลือดไหลอาบทั้งตัว นิ้วมือมีแผลฉีกขาดเพราะถูกแรงระเบิด จึงเตือนให้ผู้ปกครองเฝ้าระวังบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายจากการเล่นประทัดจนสูญเสียอวัยวะเหมือนดังที่กล่าวมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jG12eX_pW04

 1,828
สังคม
03 ต.ค. 62

เตือนแล้วนะ! ประทัดระเบิดใส่เด็กหลายราย เจ็บเลือดโชก-นิ้วขาด-ควักลูกตา

อุทาหรณ์ เด็กเล่นประทัดจนทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักหลายราย โดยที่ จ.มหาสารคาม ด.ช.วัย 10 ขวบจุดประทัดเล่น เกิดระเบิดใส่มือนิ้ว 4 นิ้ว ได้แก่ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง จนฉีกขาด   ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ เกิดเหตุประทัดแตกใส่ตาเด็กชายวัย 12 ปี บาดเจ็บหนักจนตาทั้ง 2 ข้างปิดสนิท อีกรายเป็นเด็กวัย 12 ปีเช่นเดียวกัน เล่นประทัดพลาดเกิดระเบิดใส่หน้าเจ็บสาหัส   ล่าสุดหมอต้องควักลูกตาขวาทิ้ง บริเวณปากมีแผลฉีกขาดเป็นรอยยาวฉีกขึ้นถึงจมูก ส่วนแขนด้านซ้ายมีแผลเวอะหวะเลือดไหลอาบทั้งตัว นิ้วมือมีแผลฉีกขาดเพราะถูกแรงระเบิด จึงเตือนให้ผู้ปกครองเฝ้าระวังบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายจากการเล่นประทัดจนสูญเสียอวัยวะเหมือนดังที่กล่าวมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jG12eX_pW04

 1,828
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 62

อีสานยังอ่วม น้ำท่วมวิกฤตหนัก หลังฝนกระหน่ำต่อหลายจังหวัด

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสานยังคงวิกฤ๖ในหลายจังหวัด อาทิ อุบลราชธานี 2 อำเภอหลักคือ อำเภอเมือง และ อำเภอวารินชำราบ ถูกน้ำมูลเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่ชุมชนกว่า 20 ชุมชน กลายเป็นเมืองบาดาล และชาวบ้านทั้ง 20 ชุมชน ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปอาศัยพื้นที่สูง   ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาต้องเร่งกรอกกระสอบทราย ทำผนังกั้นน้ำ รักษาพื้นที่สำคัญของโรงพยาบาล พร้อมขนย้ายยาเวชภัณฑ์ขึ้นที่สูง เตรียมแผนรับมือหากมวลน้ำมาถึง ขณะที่น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนวัดศรีประดู่ ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลไม่ถึง 2 กิโลเมตร   อำนาจเจริญ ชาวบ้านร้องไม่ได้รับการช่วยเหลือ หลังเจอน้ำท่วมรอบ 2 จากฝนที่ตกกระหน่ำทั้งคืน ทำให้น้ำล้นสปริงเวย์ทั้งสองแห่ง ไหลบ่าลงท่วมบ้านเรือนราษฎรท้ายเชื่อนระนาว ถูกน้ำท่วมขังมานานร่วม 14 วัน   บ้านคุยขนวน หมู่ 8 ตำบลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ ยังคงมีน้ำท่วมสูง ต้องใช้เรือท้องแบนและเรือพายผ่านทุ่งนาที่จมอยู่ใต้น้ำหลายพันไร่คาดเสียหายทั้งหมด โรงเรียนน้ำท่วมสูงต้องสั่งปิดไม่มีกำหนด ชาวบ้านส่วนใหญ่กำลังรอความช่วยเหลือ   ร้อยเอ็ด ที่อำเภอเชียงขวัญ ฝนยังคงตกและมวลน้ำชียังไหลบ่าจากจังหวัดทางเหนือมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และถนนหนทางอยู่แล้ว ท่วมสูงเพิ่มต่อไปอีก นาข้าว 2,000 ไร่ จมน้ำสูงกว่า 2 เมตรเสียหาย   ยโสธร น้ำจากแม่น้ำชี ล้นตลิ่งเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร หลายหมื่นไร่ขมใต้น้ำ รวมทั้งถนนลาดยางเชื่อมอำเภอ จังหวัดใกล้เคียง ก็ถูกน้ำจากแม่น้ำชีไหลทะลักเข้าท่วม ต้องปิดการสัญจรชั่วคราว   มหาสารคาม พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากยังคงประสบกับปัญหาอุทกภัย เนื่องจากแม่น้ำชีเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่ ชาวบ้านต้องขนย้ายสัตว์เลี้ยงขึ้นมาไว้บนที่สูง คาดใช้เวลานานกว่า 1 เดือนกว่าระดับน้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ   ศรีสะเกษ ผลจากน้ำท่วม พบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 รายจากเรือล่ม ขณะที่กำลังพายเรือไปเก็บเครื่องมือการเกษตรและข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง นอกจากนี้ยังพบศพชายปริศนาจมน้ำเสียชีวิต   อุดรธานี ฝนถล่มเมืองกลางดึก 110 มม. สถานีสูบน้ำช่วยกู้เมืองก่อนสว่าง น้ำไหลท่วมบ้านเรือน ถนน พื้นที่การเกษตร สำนักงานชลประทานต้องขอเครื่องผักดันน้ำเพิ่มเป็น 4 เครื่องให้ความช่วยเหลือประชาชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/TsjrxVrqooc

 1,160
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ค. 62

โอกาสตาบอดสูง! เพื่อนเปิดขวดโซดาที่อยู่ใน รร. ระเบิดใส่ตานร.หญิง บาดเจ็บ - ผอ.แจงครูใช้โซดาหมักเนื้อสัตว์ ไม่ได้ตั้งวงกินเหล้าใน รร.

มหาสารคาม - จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Jeepsy Richard ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บที่ตาข้างซ้าย จากขวดโซดาที่กระเด็นเข้าตา โดยผู้โพสต์ระบุว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคือลูกสาวของเธอ   โดยข้อความบนโพสต์ระบุว่า “มีกลุ่มครู อาจารย์บางกลุ่มได้นำเหล้าเบียร์โซดา เข้าไปดื่มภายในเขตบริเวณโรงเรียน กินแล้วไม่เก็บ และเพื่อนนักเรียนบางคนได้เห็นขวดโซดาจึงนำมาเปิดเพื่อที่จะดื่ม โดยใช้มีดที่วางอยู่กับขวดทำการเปิด ผลคือ ปากขวดกระเด็นเข้าที่ตาของลูกฉัน! ตอนนี้ตายังมองไม่เห็น 80-90% คือบอด ผอ. และครูในรายวิชานั้นปัดความรับผิดชอบ และมีการพูดว่ามีข้อยกเว้นให้ดื่มเหล้าภายในโรงเรียนได้ ชอบดื่มเหล้ามากก็ลาออกจากครูไปนั่งดื่มแต่เหล้าเลยดีมั้ย ถ้าจะเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ ทำตัวแบบนี้ลาออกไปเถอะค่ะ เปลืองภาษีประชาชน!! ฝากเพื่อน ๆ แชร์ด้วยนะคะ” ซึ่งเมื่อข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อ ๆ กันไปเป็นจำนวนมาก   ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อกับเจ้าของโพสต์ ทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ คือลูกสาวอายุ 14 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม ซึ่งคุณแม่ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ น้องอาศัยอยู่กับคุณยาย และขณะนี้น้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม และแพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว   โดยยายของน้อง เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยยายได้รับโทรศัพท์จากคุณครูว่าน้องได้รับอุบัติเหตุ อยู่ที่โรงพยาบาลยางสีสุราช โดยทางโรงพยาบาลยางสีสุราช ได้ทำเรื่องส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด    จากการสอบถามน้องเล่าให้ฟังว่า ในวันเกิดเหตุ ทางโรงเรียนมีกิจกรรม โดยมีการใช้ลิปสติกวาดที่หน้าของนักเรียน หลังจากเสร็จกิจกรรม เด็ก ๆ ก็ได้มาล้างหน้าที่ด้านข้างหอประชุม ซึ่งใกล้บ้านพักครู โดยเพื่อของน้องเห็นขวดโซดาวางอยู่บนโต๊ะ จึงได้ชักชวนกันกิน ขณะนั้นน้องกำลังส่องกระจกอยู่ เพื่อนได้ใช้มีดปลายแหลมที่วางอยู่ข้างขวดโซดา แทงฝา ปรากฏว่า ขวดโซดาระเบิด เศษแก้วกระเด็นเข้ามาบาดที่ตาซ้ายของ ก่อนที่ครูจะพาน้องส่งโรงพยาบาล มาทราบภายหลังว่าขวดโซดา วางตากแดดอยู่ประมาณ 2 วันมาแล้ว    โดยยายได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อถามหาคนรับผิดชอบและเรียกร้องค่าเสียหาย โดยทาง ผอ.โรงเรียนบอกว่า เรื่องค่าเสียหาย ทางโรงเรียนไม่มีงบประมาณให้ ต้องไปเรียกร้องกับครอบครัวของคู่กรณี คือเพื่อนคนที่เปิดขวดกระเด็นใส่ตา ทางโรงเรียนมีแต่งบประมาณในการจัดซื้อหนังสือ และทัศนศึกษา โดยน้องนาเดียร์มีประกันอุบัติเหตุอยู่ ก็จะเป็นเรื่องของค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชยนอนโรงพยาบาลเท่านั้น   ซึ่งสิ่งที่ครอบครัวต้องการคืออยากให้ทางโรงเรียนออกมารับผิดชอบว่า เพราะเหตุใดขวดโซดาถึงไปวางอยู่ตรงนั้น มีการดื่มสุราในโรงเรียนจริงหรือไม่ ทั้งๆ ที่ในสถานศึกษาห้ามไม่ให้มีการดื่มแอลกอฮอล์ และอยากให้ทางโรงเรียนออกมารับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวของน้องด้วย   ด้านน้องที่ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ขณะนี้ตาข้างซ้ายยังมองไม่ชัด มองเห็นแต่เลือด ซึ่งกลัวว่าตาจะบอด โดยคุณหมอเปรียบเทียบให้ฟังว่า เหมือนลูกแตงโมแตก ซึ่งโอกาสที่จะกลับมามองเห็นแทบเป็นไปไม่ได้ ในใบรับรองแพทย์ระบุว่า ลูกตาแตก กล้ามเนื้อตาฉีกขาด เปลือกตาฉีกขาด ทางครอบครัวจะพาไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพราะมีแพทย์เฉพาะทาง และหวังว่าจะยังคงมีโอกาสกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม    นายศักดา สวัสดิ์สละ ผอ.โรงเรียนมัธยมยางสีสุราช เขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเขต 26 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุ คือวันที่ 18 กรกฏาคม 2562 ได้รับการรายงานจากครูว่า เกิดเหตุนักเรียนเข้าไปในฟาร์มของโรงเรียน ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ของบ้านพักครู โดยปกติเด็กทั่วไปจะทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หวงห้าม จะเข้าได้เฉพาะสมาชิกของฟาร์ม ซึ่งขวดโซดาที่อยู่บนโต๊ะใกล้บ้านพักครู    จากรายงานที่ได้รับแจ้ง ทราบว่า ครูได้มีการหมักเนื้อโดยใช้โซดาเป็นส่วนประกอบ ทำให้มีขวดโซดาตั้งวางอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยขวดโซดาได้วางตากแดดไว้ 2 วัน เมื่อเด็กนักเรียนมาพบ และอยากดื่มน้ำโซดา เพื่อนจึงเปิดให้ โดยใช้มีดงัดแบบเฉียง ทำให้เกิดแรงอัด และเกิดระเบิด ปากขวดแตกและกระเด็นเข้าใส่ตาของน้อ   ส่วนกรณีที่ว่ามีการดื่มเหล้าในโรงเรียน ขอชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุ ไม่มีครูคนไหนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงเรียน แต่ตาม พรบ.แอลกอฮอร์ ก็มีข้อยกเว้นเรื่องการดื่มเครื่องดื่มในสถานศึกษา เช่น บริเวณบ้านพัก สโมรสร หรืองานประเพณี เป็นต้น    อย่างไรก็ตามเพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมสืบสวนข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอทราบผลโดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องการเยียวยานั้น ทางโรงเรียนได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ ซึ่งจะได้ดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้กับนักเรียน และจะได้ไปเยี่ยมเยือนหากออกจากโรงพยาบาล พร้อมบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีอีสาน แต่หากจะให้โรงเรียน และเพื่อนนักเรียนที่เป็นคู่กรณี รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงต้องมีการไกล่เกลี่ยต่อหน้าบุคคลที่สาม ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือคณะกรรมการการศึกษาต่อไป

 1,176
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ค. 62

มหาสารคามวิฤกติ เหลือน้ำดิบทำการประปาใช้ได้อีกเพียงแค่ 20 วัน - พิจิตรต้องหยุดจ่ายน้ำเวลากลางคืน

พิจิตร - การประปาส่วนภูมิภาคพิจิตร หยุดจ่ายน้ำในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากระดับน้ำดิบในแม่น้ำน่านลดลง ทำให้แรงดันน้ำในการสูบน้ำไม่สอดคล้องกับการใช้น้ำ เตรียมนำอุปกรณ์เพิ่มแรงดันน้ำผลิตประปาคาดว่า 1 สัปดาห์สามารถจ่ายน้ำตลอดช่วงเวลา    ปริมาณฝนที่ทิ้งช่วง ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบของการผลิตน้ำประปาส่วนภูมิภาคสาขาพิจิตร ที่ดำเนินผลิตน้ำให้กับประชาชน ในอำเภอเมืองพิจิตร และ อำเภอสากเหล็ก ต้องประกาศหยุดทำการส่งจ่ายน้ำประปาชั่วคราว    ในช่วงเวลา ตั้งแต่ 23.00น. ถึง 03.00 น. เนื่องจากแม่น้ำน่าน ลดระดับลง จน อุปกรณ์การสูบน้ำ ที่ทำงาน ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่    นายสุทธิรักษ์ กาบแก้ว ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพิจิตร ระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบ ในการผลิตประปา ในช่วงนี้ลดระดับลง ประกอบกับความต้องการการใช้น้ำของประชาชน เพิ่มมากขึ้น ในช่วงฝนที่หยุดตกทิ้งช่วง    ส่งผลทำให้ ทางประปาส่วนภูมิภาคสาขาพิจิตร ต้องหยุดจ่ายน้ำชั่วคราวในเวลากลางคืน เพื่อทำการผลิตน้ำในช่วงที่หยุดส่งจ่าย ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในช่วงเวลาปกติ    ซึ่งทางประปา เตรียมดำเนินการแก้ไข โดย นำอุปกรณ์สูบน้ำจากการอนุมัติจากส่วนกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ให้ต่ำกว่าระดับน้ำที่ลดลง คาดว่า จะใช้เวลา 1 สัปดาห์ จะสามารถส่งจ่ายน้ำได้ปกติ    ขณะที่การประปาที่ จ.มหาสารคาม น้ำดิบทำการประปาใช้ได้อีกเพียง 20 วันเท่านั้น เพราะระดับแม่น้ำชีลดลงวันละ 3 เซนติเมตร ประกอบกับแม่น้ำชีบางวันลดมากกว่าวันละ 3 เซนติเมตร          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/o2IYJk_xNNA

 10,773
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 พ.ค. 62

หนุ่มกู้ภัยจับงูกรี๊ดเสียงหลง เปิดใจไม่เคยจับงูมาก่อนแต่อยากช่วย ยันแมน 100%

มหาสารคาม-จากกรณีที่เพจ อบต.หัวขวาง ได้โพสต์คลิป เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ชัยกำลังจับงูชนิดหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นงูสิงห์ บริเวณด้านหลัง อบต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ก่อนที่หางงูจะพันเข้าที่แขนของเจ้าหน้าที่ และด้วยความตกใจ จนท.คนดังกล่าวก็กรีดร้องออกมา สร้างเสียงหัวเราะทั้งโซเชียล   นายวิศรุต แถนสีแสง ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น องค์การบริหารส่วนตำบลหัวขวาง อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนในคลิป เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ทางศูนย์เพิ่งจะประดิษฐ์ไม้จับงูเสร็จ พอดีกับเพื่อนๆ ในศูนย์ เห็นงูเลื้อยผ่านไปทางด้านหลังของ อบต.พอดี จึงได้พากันทดลองใช้ไม้จับงู ที่เพิ่งจะทำขึ้นมาใหม่ โดยมี จนท.คนหนึ่ง เอาที่โกยขยะทับงูไว้ จังหวะนั้นหางงูได้ไปพันที่ขาของพี่เจ้าหน้าที่   ตนเองด้วยความที่อยากจะช่วย ทั้งๆที่ไม่เคยจับงูมาก่อน จึงได้จับหางงูดึงไว้ แล้วงูก็มาพันที่แขนของตน ตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ปล่อยๆ พี่เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เข้าใจว่าตนบอกให้พี่เค้าปล่อยงู พี่เค้าเลยปล่อย แล้วหัวงูมันก็จะวกกลับมาฉกตน ด้วยความตกใจ จึงร้องออกมาตามคลิปที่เห็น   ซึ่งตนเองเพิ่งจะเข้ามาทำงานได้เพียง 1 เดือน ไม่เคยจับงู และไม่เคยมีประสบการณ์ในการจับงูมาก่อน แต่ด้วยความอยากช่วยพี่เจ้าหน้าที่ในศูนย์ ประกอบกับงูสิงห์ที่กำลังจับ เป็นงูไม่มีพิษ จึงทดลองจับดู ซึ่งขอยืนยันว่าตนเองนั้นแมนทั้งแท่ง แต่ที่ร้องกรี๊ดออกไปเพราะตกใจ และตนเองก็ยังโสด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kr3F4nuFe4c

 12,486
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ค. 62

หนุ่มกู้ภัยกรี๊ดลั่น เปิดใจไม่เคยจับงูมาก่อน แต่อยากช่วย ยันแมนทั้งแท่ง ยังโสดนะจ๊ะ

จากกรณีเพจ อบต.หัวขวาง ได้ลงโพสต์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ชัยกำลังจับงูชนิดหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นงูสิงห์ บริเวณด้านหลัง อบต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ก่อนที่หางงูจะพันเข้าที่แขนของเจ้าหน้าที่ และด้วยความตกใจ จนท.คนดังกล่าวก็กรีดร้องออกมา สร้างเสียงหัวเราะทั้งโซเชียล   (22 พ.ค. 62) นายวิศรุต แถนสีแสง ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น องค์การบริหารส่วนตำบลหัวขวาง น้องอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนในคลิปเปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุ (17 พ.ค. 62) ทางศูนย์เพิ่งจะประดิษฐ์ไม้จับงูเสร็จ พอดีกับเพื่อน ๆ ในศูนย์ เห็นงูเลื้อยผ่านไปทางด้านหลังของ อบต.พอดี จึงได้พากันทดลองใช้ไม้จับงูอันใหม่ โดยมี จนท.คนหนึ่ง เอาที่โกยขยะทับงูไว้ จังหวะนั้น หางงูได้ไปพันที่ขาของพี่เจ้าหน้าที่ ตนเองด้วยความที่อยากจะช่วย ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยจับงูมาก่อน จึงได้จับหางงูดึงไว้ แล้วงูก็มาพันที่แขนของตน ตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ปล่อย ๆ พี่เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เข้าใจว่าตนบอกให้พี่เค้าปล่อยงู พี่เค้าเลยปล่อย แล้วหัวงูมันก็จะวกกลับมาฉกตน ด้วยความตกใจ จึงร้องออกมาตามคลิปที่เห็น   ซึ่งตนเองเพิ่งจะเข้ามาทำงานได้เพียง 1 เดือน ไม่เคยจับงู และไม่เคยมีประสบการณ์ในการจับงูมาก่อน แต่ด้วยความอยากช่วยพี่เจ้าหน้าที่ในศูนย์ ประกอบกับงูสิงห์ที่กำลังจับ เป็นงูไม่มีพิษ จึงทดลองจับดู ซึ่งขอยืนยันว่าตนเองนั้นแมนทั้งแท่ง แต่ที่ร้องวิ๊ดว้ายออกไปเพราะตกใจ และตนเองก็ยังโสด    ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิปกู้ภัยมหาสารคามถูกงูรัดแขน ตกใจเบอร์แรง ร้องกรี๊ดลั่น  

 9,040
ข่าวสีสัน
22 พ.ค. 62

คลิปกู้ภัยมหาสารคามถูกงูรัดแขน ตกใจเบอร์แรง ร้องกรี๊ดลั่น

ภาพฮาของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มหาสารคาม กำลังช่วยกันจับงู ปรากฎว่ากู้ภัยคนหนึ่งจับไปที่หางงู แล้วงูเอาหางมาพันแขน จนหนุ่มกู้ภัยแมนๆคนนี้ ถึงกับร้องกรี๊ดลั่น แล้ววิ่งหนีด้วยความตกใจ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนกู้ภัยและถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lXMRXtxdZZg

 13,701
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 62

จับแล้ว 2 ผู้ต้องหา 'เกาะใต้ท้องรถเอกซเรย์' หลบหนีจากเรือนจำ สารภาพทนคิดถึงแฟนไม่ไหว

มหาสารคาม - มีการโพสต์ข้อความบนโลกออนไลน์ ว่า มีนักโทษชาย 2 คน หลบหนีออกมาจากเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม โดยคาดว่าจะมีการหลบซ่อนตัวบนรถเอกซเรย์ ที่เข้าไปในเรือนจำเพื่อตรวจคัดกรองวัณโรค   ทราบชื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่หลบหนี คือ นายณัฐวุฒิ มีโชติ หรือก้อง อายุ 26 ปี และนายอนุชิต บุญทัน หรือกี้ อายุ 25 ปี โดยบ้านเกิดของนายณัฐวุฒิ อยู่ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม ส่วนนายอนุชิต มีบ้านเกิดอยู่ที่ อ.บรบือ    จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คนหนึ่ง ทราบว่า เหตุหลบหนีออกเรือนจำเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 26 เมษายน 2562 โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเช็คยอดเพื่อขึ้นเรือนนอน พบว่านักโทษชายทั้ง 2 หายตัวไป จึงได้ออกติดตาม ซึ่งในวันดังกล่าวมีเพียงรถเอกซเรย์เท่านั้น ที่เข้ามา ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบซ่อนตัวอยู่ในรถและรถได้ขับออกจากเรือนจำไป    ด้านเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกติดตาม โดยเมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (27 เมษายน 62) เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปปิดล้อมรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม หลังจากทราบว่า นายณัฐวุฒิ ได้มาเปิดห้องหลบซ่อนตัวอยู่ในรีสอร์ทดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้นำญาติ และแฟนสาวของผู้ต้องขัง มาเกลี่ยกล่อมให้มอบตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าไปในห้องพัก แต่ไม่พบตัวนายณัฐวุฒิ มีโชติ ซึ่งภายในห้องพบพัดลม และเครื่องปรับอากาศเปิดอยู่ คาดว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีออกไปก่อนเจ้าหน้าที่จะมีถึงเพียงเล็กน้อย   จากนั้นเจ้าหน้าที่อีกชุดได้นำกำลังไปดักซุ่มอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ซึ่งเป็นหอพักของแฟนสาวนายณัฐวุฒิ เจ้าหน้าที่ได้มีการวางกำลังไว้บริเวณโดยรอบ จากนั้นไม่นานนายณัฐวุฒิได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้าประตูทางขึ้นหอพัก เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่นายณัฐวุฒิขัดขืนพยามยามขับรถหลบหนีการจับกุม เป็นเหตุให้รถจักรยายนต์ชนกับเสาระเบียง ทำให้รถล้ม เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวแต่นายณัฐวุฒิได้ต่อสู้ชัดขืน จึงเกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขึ้น จนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่ง   จากการสอบถามนายณัฐวุฒิ ทราบว่า นายอนุชิต ผู้ต้องหาอีกรายอยู่ที่ไหน และทราบว่านายอนุชิต ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งบนถนนศรีสวัสดิ์ดำเนิน เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว และพบตัวนายอนุชิต นอนอยู่ที่เปลญวนที่ผูกไว้ในบ้าน และนำตัวมาสอบสวนต่อที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมาสารคาม โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหลบหนีการควบคุม   ทั้งนี้จากการพูดคุยกับผู้ต้องหาทราบว่า สาเหตุที่หลบหนีออกจากเรือนจำมหาสารคาม เป็นเพราะทนคิดถึงแฟนไม่ไหว จึงได้ชวนกันก่อเหตุขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/57xdPtBy9jI

 1,678
ข่าวภูมิภาค
29 มี.ค. 62

ไฟไหม้คอกแพะ สลดแพะตายกว่า 40 ตัว เจ้าของลำบากไม่มีเงินใช้หนี้ ธกส.

มหาสารคาม-เกิดเหตุไฟไหม้คอกแพะ ของนายชัยณรงค์ ลาภมูล อายุ 38 ปี แพะที่เลี้ยงไว้กว่า 40 ตัว ถูกไฟคลอกตายเกือบทั้งหมด ทำให้มีแพะที่รอดจากการถูกไฟคลอกเพียง 5 ตัว ตัวที่เล็กสุด ชื่อ จูเลียต อายุ 2 เดือน ซึ่งชาวบ้านช่วยไว้ได้ โดยสภาพของเจ้าจูเลียตถูกไฟคลอก มีแผลพุพองที่หู ขนไหม้ ปากลิ้นพอง ตาลืมไม่ขึ้น ส่วนตัวอื่นที่ตัวใหญ่กว่า ไม่ได้รับบาดเจ็บ   เจ้าของคอกแพะ เล่าว่า เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่้ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนเองมาจุดไฟสุมเพื่อไล่ยุงที่คอกแพะเหมือนเช่นปกติทุกวัน แต่เกิดมีลมพัดแรง ตนเองจึงออกมาทำแนวกันไฟและดับไฟให้มอด ก่อนจะเข้าไปนอนที่บ้าน ตกกลางดึกเพื่อนบ้านไปตามที่บอกว่าคอกแพะของตนถูกไฟไหม้ จึงได้ออกมาดูก็พบว่า ไฟไหม้คอกแพะอย่างรุนแรง ก่อนหาไม้มากระทุ้งคอก ให้แพะหนีออกมา ก็สามารถช่วยเหลือได้เพียง 5 ตัว จากทั้งหมด 48 ตัว ในจำนวนนี้ 12 ตัวเป็นแพะสาวที่ตั้งท้อง สภาพแต่ละตัวถูกไฟคลอก สภาพเอนจ อนาจ แม่แพะบางตัวลูกทะลักออกมาตายนอกท้องอย่างน่าสงสาร   ซึ่งแพะคอกนี้ตนลงทุนไปกว่า 200,000 บาท เป็นเงินกู้จาก ธกส. ในโครงการของรัฐบาล เป็นการปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าวไม่เหมาะสม และปีนี้เป็นปีแรกที่ต้องผ่อนชำระคืน ทำให้ตอนนี้มืดแปดด้าน ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ธกส.   ด้านประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมืองเพ็งแพะเพิ่มพูน กล่าวว่า ทางกลุ่มมีสมาชิก 9 คน มีแพะจำนวนกว่า 300 ตัว ซึ่งแพะคอกนี้ ถือว่าเป็นแพะที่กำลังจะขายได้ ราคาขายตัวละประมาณ 2,500-4,000 บาท หากขายหมดจะได้เงินกว่า 100,000 บาท แต่ก็มาถูกไฟไหม้ไปทั้งหมด อีกทั้งปีนี้เป็นปีแรกที่ต้องใช้หนี้ ธกส. ทำให้ไม่มีทุนที่จะไปใช้หนี้แน่นอน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือสมาชิกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/osWpnTGj5QU

 1,598
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 62

ชายเสียสติคว้าไม้ตีพระชราวัย 81 มรณภาพข้างเมรุเผาศพ

มหาสารคาม-เกิดเหตุชายอายุ 44 ปี ใช้ไม้ฟาดพระสมบัง กองบุตร อายุ 81 ปี มรณภาพคาที่พัก ข้างเมรุเผาศพ ป่าช้าวัดบ้านแก่นเท่า หมู่ 6 ต.โพธิ์ชัย อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม   ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณป่าช้ามีเมรุ และศาลาพักศพ พบผู้ถูกทำร้ายนอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นข้างแคร่นอน ในศาลาพักศพ ลักษณะนอนหงายห่มจีวร มีร่องรอยการถูกตีด้วยของแข็งบริเวณศีรษะและใบหน้า ตามร่างกายมีบาดแผลและกระดูกหักผิดรูป   เมื่อตรวจสอบเอกสารทราบชื่อผู้ตาย คือ พระสมบัง กองบุตร อายุ 81 ปี ซึ่งเป็นพระภิกษุจำพรรษาเดินทางมาพัก และปฏิบัติธรรมที่วัดบ้านแก่นเท่า ใกล้กันพบจอบพร้อมด้ามจับ มีดตะขอท่อนไม้ที่เปื้อนเลือดตกอยู่ และกระป๋องกาวในจุดเกิดเหตุ ตำรวจจึงเก็บเป็นหลักฐาน   บริเวณที่เกิดเหตุยังพบนายอิ่นอ้อย ชัยโชค อายุ 44 ปี เดินวนเวียนอยู่บริเวณข้างเมรุ เสื้อผ้าที่สวมใส่มีคราบเลือดติดอยู่ทั่วตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับให้การวกวน พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายคนเสียสติ ตำรวจจึงควบคุมตัวไปที่ สภ.วาปีปทุม และสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง จนในที่สุดนายอิ่นอ้อยเริ่มพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายอิ่นอ้อย เดินทางมาเยี่ยมพี่ชายที่อยู่หมู่บ้านแก่นเท่า และได้มาขอพักอาศัยที่ศาลาภายในป่าช้า และรู้จักกับผู้ตายตอนที่มาขออาศัยอยู่ที่วัด ก่อนที่จะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และยังไม่ทราบแรงจูงใจว่าก่อเหตุไปเพราะเหตุใด แต่ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาไม่ได้ดื่มสุรา แต่เจ้าหน้าที่พบกระป๋องกาวอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาอาจจะดมกาวจนเสียสติ เกิดอาการหลอนและก่อเหตุขึ้น   ด้านผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า พระภิกษุสมบัง ที่มรณภาพได้เดินทางมาอาศัยและปฏิบัติธรรมอยู่ที่ป่าช้าวัดแห่งนี้มานานกว่า 7 ปีแล้ว โดยจำวัดอยู่เพียงรูปเดียว ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นทราบว่าเคยบวชเป็นพระ และสึกเองอยู่หลายครั้ง จนล่าสุดได้เดินทางจากจังหวัดเลยมาเยี่ยมพี่ชายที่อยู่หมู่บ้านแห่งนี้ และมาขออาศัยหลับนอนที่ศาลาภายในป่าช้า ซึ่งก่อนเกิดเหตุไม่เคยเห็นผู้ก่อเหตุและพระสมบังมีเรื่องทะเลาะหรือผิดใจกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vs-qhsMWRc0

 768
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 62

สลด ชายวัย 44 คว้าไม้ฟาดพระจนมรณภาพ ตร.คุมตัวให้การวกวนคล้ายคนเสียสติ

วันที่ 19 ก.พ. 62 ที่ สภ.วาปีปทุม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ร.ต.อ. สุพล อุณาภาค ร้อยเวรสอบสวน สภ.วาปีปทุม ได้เบิกตัว นายอิ่นอ้อย ชัยโชค อายุ 44 ปี มาสอบปากคำเพิ่มเติม ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) เวลาประมาณ 16.00 น. นายอิ่นอ้อย ได้ก่อเหตุใช้ไม้ฟาดพระสมบัง กองบุตร อายุ 81 ปี มรณภาพ ข้างเมรุเผาศพ ป่าช้าวัดบ้านแก่นเท่า หมู่ 6 ต.โพธิ์ชัย อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม   ร.ต.อ. สุพล เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่าเกิดเหตุฆ่ากันตาย จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณป่าช้ามีเมรุ และศาลาพักศพ พบผู้ถูกทำร้ายนอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นข้างแคร่นอน ในศาลาพักศพ ลักษณะนอนหงายห่มจีวร มีร่องรอยการถูกตีด้วยของแข็งบริเวณศีรษะและใบหน้า ตามร่างกายมีบาดแผลและกระดูกหักผิดรูป    เมื่อตรวจสอบเอกสารทราบชื่อผู้ตาย คือ พระสมบัง กองบุตร อายุ 81 ปี ซึ่งเป็นพระภิกษุจำพรรษาเดินทางมาพัก และปฏิบัติธรรมที่วัดบ้านแก่นเท่า ใกล้กันพบจอบพร้อมด้ามจับ มีดตะขอท่อนไม้ที่เปื้อนเลือดตกอยู่ และกระป๋องกาวในจุดเกิดเหตุ ตำรวจจึงเก็บเป็นหลักฐาน   โดยบริเวณที่เกิดเหตุยังพบนายอิ่นอ้อย ชัยโชค อายุ 44 ปี เดินวนเวียนอยู่บริเวณข้างเมรุ เสื้อผ้าที่สวมใส่มีคราบเลือดติดอยู่ทั่วตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายอิ่นอ้อยกลับให้การวกวน พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายคนเสียสติ ตำรวจจึงควบคุมตัวไปที่ สภ.วาปีปทุม    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายอิ่นอ้อย เดินทางมาเยี่ยมพี่ชายที่อยู่หมู่บ้านแก่นเท่าและได้มาขอพักอาศัยที่ศาลาภายในป่าช้า และรู้จักกับผู้ตายตอนที่มาขออาศัยอยู่ที่วัด ก่อนที่จะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และยังไม่ทราบแรงจูงใจว่าก่อเหตุไปเพราะเหตุใด แต่ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาไม่ได้ดื่มสุรา แต่เจ้าหน้าที่พบกระป๋องกาวอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาอาจจะดมกาวจนเสียสติ เกิดอาการหลอนและก่อเหตุขึ้น    ด้านนายศักดิ์ศิลป์ แก้วสังข์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านแก่นเท่า ต.โพธิ์ชัย อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เล่าว่า พระภิกษุสมบัง ที่มรณภาพได้เดินทางมาอาศัยและปฏิบัติธรรมอยู่ที่ป่าช้าวัดแห่งนี้มานานกว่า 7 ปีแล้ว โดยจำวัดอยู่เพียงรูปเดียว ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นทราบว่าเคยบวชเป็นพระ และสึกเองอยู่หลายครั้ง จนล่าสุดได้เดินทางจากจังหวัดเลยมาเยี่ยมพี่ชายที่อยู่หมู่บ้านแห่งนี้ และมาขออาศัยหลับนอนที่ศาลาภายในป่าช้า    ซึ่งก่อนเกิดเหตุไม่เคยเห็นนายอิ่นอ้อยและพระสมบังมีเรื่องทะเลาะหรือผิดใจกัน จนเมื่อชาวบ้านมาบอกว่า นายอิ่นอ้อยเป็นผู้ลงมือก่อเหตุก็รู้สึกสะเทือนใจไม่คิดว่าจะเกิดเหตุสลดดังกล่าวในหมู่บ้านได้    

 2,583

Top