ค้นหา :

ผลการค้นหา "กองปราบ"

สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 62

รวบหนุ่มสุรินทร์ยิงอริกลางงานบวช เจ็บสาหัส อ้าง ป้องกันตัว-ช่วยน้องชาย หนีกบดาน กทม.

วันที่ 8 พ.ค. 62 ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ  ภูริเดช  ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม  ผกก.4 บก.ป.  และ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย  พ.ต.ต.จักรี  กันธิยะ  สว.กก.4 บก.ป.จับกุมนายธนวัฒน์ หรือ ‘กอล์ฟ’  จันทรารักษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ 5/2562 ลง  9 มกราคม 2562 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควร   โดยวันเกิดเหตุเมื่อประมาณต้นปี 2562 นายมิ๊ก น้องชายของผู้ต้องหาได้ไปร่วมงานแห่นาค ที่บ้านสะเดากอง ต.หนองเหล็ก อ.สีขอ  จ.สุรินทร์ ซึ่งในงานมีรถยนต์บรรทุกดนตรีสดแห่กันอย่างสนุกสนาน ต่อมานายมิ๊ก ได้เกิดมีเรื่องทะเลาะชกต่อยกันกับวัยรุ่นเจ้าถิ่น    เมื่อผู้ต้องหาทราบว่าน้องชายไปเที่ยวงานหมู่บ้านดังกล่าวแล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน จึงได้ยกพวกไปตามหาน้องพร้อมกับพกอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ติดตัวไปด้วย เมื่อไปถึงงานผู้ต้องหาได้เข้าไปช่วยเหลือน้องชาย แต่ปรากฎถูกปาระเบิดปิงปองใส่ ผู้ต้องหาจึงใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่พกไปด้วย ยิงใส่เข้าไปยังกลุ่มวัยรุ่น แล้วพาน้องชายกลับบ้าน เป็นเหตุให้กลุ่มวัยรุ่นคู่อริได้รับบาดเจ็บสาหัส    หลังเกิดเหตุได้หนีกบดานเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ  จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ     หลังการจับกุมผู้ต้องหาให้การว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวและช่วยน้องชาย ไม่ได้มีเจตนาถึงกับที่จะฆ่ากลุ่มวัยรุ่นฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  

 798
สังคม-อาชญากรรม
25 เม.ย. 62

กองปราบ รวบหนุ่มใหญ่ อดีตนายหน้าขายบ้าน ขืนใจเด็กหญิงลูกครึ่ง นาน 7 ปี

วันที่ 25 เม.ย. 62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1บก.ป. พร้อมกำลัง  เข้าจับกุม นายเอนก ศรีสุวรรณ หรือนายบุญเนียม พันเลิศสุวรรณ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน  โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยถูกจับกุมได้ที่ห้องพักแมนชั่นใน ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี   สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 50 นายเอนกมีอาชีพเป็นนายหน้าขายบ้านมือสอง ระหว่างนั้นได้รู้จักกับ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 13 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน  โดยนายเอนก ทำทีตีสนิทในเชิงชู้สาว ก่อนจะล่อลวงมาที่บ้านพักแล้วบังคับข่มขืน ผู้เสียหายจึงจำยอมคบหากับผู้ต้องหาและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยกันอีกหลายครั้งเป็นเวลานานกว่า 7 ปี   จนกระทั่งมารู้ความจริงว่านายเอนก มีภรรยาแล้ว แถมยังตั้งท้องกำลังจะคลอดลูก จึงเกิดความไม่พอใจ เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิด    เบื้องต้นสอบสวนนายเอนกให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือขืนใจ ด.ญ.ลูกครึ่งจริง ตำรวจจึงคุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป  

 10,726
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 62

เสี่ยใหญ่เมาแล้วขับ ชนเก๋ง รอง ผกก.กองปราบเสียชีวิตพร้อมภรรยา ลูกสาววัย 16 รอดชีวิต

เกิดอุบัติเหตุ เสี่ยคนหนึ่งเมาแล้วขับรถไปชนรถเก๋งของ รอง ผกก. ที่นั่งมากับภรรยา และลูก ทำให้  รอง ผกก. กับ ภรรยา เสียชีวิต ส่วนลูกอายุ 16 บาดเจ็บสาหัส   เหตุเกิดที่อยู่ซอยงามธรรมชาติ ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก กทม. สภาพพบรถเก๋งของ รอง ผกก. ล้อหลังเกยขึ้นไปอยู่บนราวกั้นสะพาน หน้ารถและด้านข้างรถฝั่งขวาพังยับเยิน   พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. ถูกคอนโซลรถกดทับร่างเสียชีวิตคาเบาะที่นั่งคนขับ ขณะที่ภรรยา อาการตอนแรกสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหลือลูกสาววัย 16 ปีที่รอดชีวิต   รถต้นเหตุคือรถเบนซ์ ขับโดย นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาพูดจาไม่รู้เรื่อง อยู่ระหว่างการสอบสวน 

 5,782
สังคม-อาชญากรรม
08 เม.ย. 62

กองปราบฯ จับแก๊งต้มตุ๋นหลอกซื้อเพชร มูลค่ากว่า 7 ล้าน

วันที่ 8 เม.ย. 62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.แถลงผลงานตำรวจ กก.4 กองปราบปราม จับกุมตัว น.ส.จุฑารัตน์ นาวารัตน์ อายุ 54 ปี  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ‘ร่วมกันฉ้อโกง’ ตามหมายจับศาลศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.752/2561 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2561   สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ เดือน ม.ค 60 ถึง เดือน พ.ค. 60 น.ส.จุฑารัตน์ นาวารัตน์ ผู้ต้องหา ได้ร่วมกับพวกรวม 4 คน ติดต่อซื้อขายเครื่องประดับเพชรพลอยกับผู้เสียหาย รวม 18 รายการ เป็นเงินกว่า 7 ล้านบาท โดยขอเอาของไปก่อน และจะจ่ายเงินให้ผู้เสียหายในภายหลัง เมื่อผู้ต้องหากับพวกได้เครื่องประดับเพชรพลอยจากผู้เสียหายไป และได้มีการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ผู้ต้องหากับพวกมูลค่าเกือบ 5 แสนบาท    จากนั้นผู้ต้องหากับพวกไม่ได้มีการชำระเงินค่าเครื่องประดับเพชรพลอย และโอนเงินคืนผู้เสียหายที่ผู้เสียหายได้โอนไปให้ เมื่อผู้เสียหายทวงถามผู้ต้องหากับพวก ผู้ต้องหากับพวกก็ผัดผ่อนเรื่อยมา         ผู้กล่าวหาจึงเชื่อว่าตนเองผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันหลอกลวงเพื่อให้ได้ทรัพย์สินของตนไป และได้รับความเสียหาย จึงเดินทางแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม    ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ติดตามผู้ต้องหากับพวกเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา แต่ น.ส.จุฑารัตน์ฯ ไม่ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก พนักงานสอบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องขอหมายจับ    โดยผู้ต้องหาอีก 3 คน ภายหลังที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาและปล่อยตัวไป ได้หลบหนีไม่มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อนำตัวส่งอัยการ พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 3 คน ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดี    จากนั้นเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2562 เวลาประมาณ 13.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามตัว น.ส.จุฑารัตน์ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ที่ จ.นครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณหน้าดังกล่าว โดยผู้ต้องให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา      

 1,172
สังคม-อาชญากรรม
08 เม.ย. 62

ไม่รอด! กองปราบฯ รวบชายวัย 51 หนีคดีฆ่าคนตาย 19 ปี ก่อนขาดอายุความ

วันที่ 8 เม.ย. 62 กองบังคับการปราบปรามฯ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายกิติศักดิ์ คุณเจริญ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพรที่. 226/2548 ลงวันที่ 20 พ.ค 2548 ข้อหา ‘ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา’ โดยจะขาดอายุความวันที่ 15 พ.ย 2563   สืบเนื่องจาก ก่อนเกิดเหตุ นายกิติศักดิ์ และนายลูกกรอก ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ได้มีปัญหาขัดแย้ง ส่วนตัวกับผู้เสียชีวิต คือ นายชาตรี เมืองพรหม อายุ 48 ปี ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พ.ย 2543 เวลาประมาณ 23.20 น. ขณะที่นายชาตรี กำลังอยู่ที่บริเวณปั๊มน้ำมันพินิจ หมู่ 4 ต.หาดพันไกร อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร นายกิติศักดิ์ และนายลูกกรอก ได้ร่วมกันวางแผนฆ่านายชาตรี โดยใช้อาวุธปืนสั้น ขนาด .45 มิลลิเมตร ยิงนายชาตรี จำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้นายชาตรีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ ทราบว่าได้หลบหนีมาประกอบอาชีพรับซ่อมและทาสีรถยนต์อยู่ที่ จ.ชุมพร โดยหลบหนีคดีนี้ประมาณ 19 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในวันที่ 7 เม.ย 62 เวลาประมาณ 16.30 น.    เบื้องต้นนายกิติศักดิ์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมตัวในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายลูกกรอก ยังไม่ได้มีออกหมายจับผู้ต้องหา โดยอยู่ระหว่างการสืบสวนว่า นายลูกกรอกคือใคร        

 5,331
สังคม-อาชญากรรม
06 เม.ย. 62

ญาติร้องกองปราบ คดี 'ผู้กองวัชรินทร์' ไม่คืบ เชื่อคนมีสีในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

จากกรณีคนร้ายตามประกบยิง ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อายุ 48 ปี อดีตรอง สว.กก.สส.ภ.จว.สงขลา เสียชีวิต ภายในรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ที่หน้าบ้านพัก ถนนประสานมิตร ซอย 2 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่า ร.ต.อ.วัชรินทร์ ร่วมกับกลุ่มทนายอาสาออกมาช่วยเหลือคดีอาญาให้กับผู้เสียหายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   นางสาวตรีสุคนธ์ คงระวะ พี่สาว และนายสุชาติ คงระวะ พี่ชายของร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้คดีไม่มีความคืบหน้า และล่าช้า จึงได้เข้าร้องเรียนขอให้กองปราบปรามช่วยทำคดี    สำหรับคดีนี้ญาติสงสัยปมขัดแย้งว่าอาจมีข้าราชการมีสีในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หลังมีปัญหากันมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาท และผู้ตายได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับความประพฤติของคู่กรณี จนทำให้คู่กรณีถูกไล่ออกจากราชการ ซึ่งในช่วงที่มีปัญหากัน ผู้ตายก็ถูกข่มขู่หลายครั้ง ทั้งรู้สึกเหมือนมีคนติดตาม และถูกกลั่นแกล้งเจาะยางรถ ซึ่งก่อนจะเสียชีวิต ผู้ตายก็ได้ปรึกษาทนายความเรื่องคดีความ และให้ทำพินัยกรรม เพราะเชื่อว่ามีคนพยายามปองร้าย ซึ่งตัวทนายความเชื่อว่าตำรวจ สภ.เมืองสงขลา มีเบาะแสคนร้าย แต่อาจไม่ยอมเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องในสำนวนคดี    เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 6 กองปราบปราม ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยก่อนหน้านี้ตำรวจกองปราบปรามก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว โดยหลังจากนี้ครอบครัวจะเดินทางไปร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษอีกทางหนึ่ง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/lyQiiv4l1ro

 816
สังคม-อาชญากรรม
04 เม.ย. 62

กองปราบ รวบหนุ่มใหญ่ขับแท็กซี่ ติดพนันเชิดรถเช่าจำนำบ่อน หลบหนีมา 7 ปี

วานนี้ ( 3 เม.ย.62)  ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภ ภูริเดช ผบก.ป. , พ.ต.อ.สันติ  ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 4   กก.๒ บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายธนบูรณ์ ตลับงา อายุ 49 ปี ผู้ต้อหาตามหมายจับ ศาลแขวงนครปฐม ที่ 27/2556 ลงวันที่ 11 ม.ค.2556 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานยักยอกสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณภายในซอยเทพารักษ์ 80 ถ.เทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ส่ง สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมาย   โดยมีพฤติการณ์คือ  ผู้ต้องมีอาชีพขับรถเท็กซี่โดยสาร เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2555 เวลา 18.00 น. นายธนบูรณ์ ได้มาเช่ารถที่อู่แทกซี่ใน ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้ยักยอกทรัพย์ (รถแท็กซี่ สีส้ม)แล้วหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลอนุมัติหมายจับให้จับกุมมาดำเนินคดี   ต่อมาชุดสืบสวนของ กก.2 บก.ป. และชุดสืบสวนของ สืบสวนจังหวัดนครปฐม สืบสวนพบว่า นายธนบูรณ์ หลบมาขับรถแท็กซี่ อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ จึงได้ตรวจสอบจนมาพบว่า นายธนบูรณ์ หลบมาอยู่ภายในซอยเทพารักษ์ 80 ถ.เทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและจับกุมผู้ต้องหา มาดำเนินคดี โดยผู้ต้องหารู้ว่าตนเองมีคดีและมีหมายจับจึงได้หลบหนีมาตลอด และได้มาอาศัยอยู่กับภรรยาใหม่ ซึ่งหมายจับนี้อีก 3 ปี จะหมดอายุความ   นายธนบูรณ์ ให้การรับสารภาพว่าตนเริ่มขับรถแทกซี่โดยสารมาตั้งแต่ ปี 2552 โดยขับอยู่ในเขตจังหวัดนครปฐม และได้รู้จักกับอู่รถแท็กซี่ ที่เป็นผู้เสียหาย ตั้งแต่ปี 2553 และได้เช่ารถยนต์เรื่อยมา แต่ก่อนเกินเหตุ ได้รู้จักนายตี๋ ซึ่งเป็นผู้โดยสารให้พาไปส่งตามสถานที่ต่างๆ โดยโทรศัพท์ใช้บริการอยู่หลายครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายคือวันเกิดเหตุ (20 ก.ย. 2555) นายตี๋ได้ให้นายธนบูรณ์ ไปส่งที่บ้านหลังหนึ่งมีคนแอบเล่นการพนันอยู่ประมาณ 5 คน และนายตี๋ได้ให้เงินจำนวน 10,000 บาทเพื่อเล่น ต่อมา นายธนบูรณ์ ได้เล่นการพนันจนติดหนี้จำนวนมาก ไม่มีเงินใช้หนี้จึงได้นำรถยนต์แทกซี่คัน ไปจำนำเอาไว้ ต่อมาทางอู่ได้ติดต่อเพื่อขอรถแทกซี่คืน ตนเองกลับบ่ายเบี่ยง ว่าเดี๋ยวจะนำเงินค่าเช่าที่ขับเกินไปให้แต่ก็ไม่นำเงินไปให้ทางอู่ แต่ได้หลบหนี และไม่ติดต่อไปทางอู่นั้นอีกเลย แต่ได้หลบไปขับแท็กซี่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ และได้อาศัยอยู่กับภรรยาใหม่ ซึ่งหลบหนีเรื่อยมา 7 ปี จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และสืบสวนจังหวัดนครปฐม ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด   

 1,217
สังคม-อาชญากรรม
19 มี.ค. 62

รวบหน้าเรือนจำ! 2 ผัวเมีย โกงแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก 50 ล้าน พบคดีเก่า ตุ๋นไป 120 ล้าน

วันที่ 19 มี.ค. 62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ปิยพร แส่สันเทียะ อายุ 28 ปี และนายทศพล บุญมานุช อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลมีนบุรี ข้อหา ‘ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน’ โดยจับกุมได้ที่หน้าเรือนจำพิเศษธนบุรี แขวงและเขตบางบอน กรุงเทพฯ   ก่อนการจับกุมผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน หลังก่อเหตุชักชวนเหยื่อร่วมลงทุนเล่นแชร์ลูกโซ่ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 20-50 ต่อสัปดาห์ และยังได้ชักชวนให้เพื่อนในเฟซบุ๊ก ร่วมเล่นแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ มีผู้หลงเชื่อกว่า 100 คน สร้างความเสียหาย คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2559-2560   จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้งคู่เคยถูก ตำรวจ บก.ปอศ. จับกุมในคดีลักษณะเดียวกัน มียอดความเสียหายประมาณ 120 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า น.ส.ปิยพร และนายทศพล จะเดินทางมาทำธุระที่หน้าเรือนจำพิเศษธนบุรี จึงนำกำลังจับกุมดังกล่าว อ่านข่าว รวบ 2 ผัวเมียใช้กรรไกรตัดกำไล EM กลัวติดคุกคดีโกงแชร์ สุดท้ายก็หนีไม่รอด   ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า ช่วง 2 เดือนแรก มีผู้ร่วมลงทุนเล่นแชร์จำนวนมาก มียอดโอนเงินเข้ามาร่วมเล่นแชร์กว่าวันละ 5 ล้านบาท จากนั้นมีคนมาร่วมลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดงูกินหางไม่สามารถนำเงินมาจ่ายให้ผู้ลงทุนได้อีก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 8,025
สังคม-อาชญากรรม
07 มี.ค. 62

กองปราบรวบสาวสองตุ๋นเหยื่อถ่ายคลิปลามก ก่อนโพสต์ขายในทวิตเตอร์

กองปราบรวบสาวประเภทสองแสบ หลอกเหยื่อให้ถ่ายคลิป ลามกเพื่อแลกกันดู เหยื่อสุดช็อกพบคลิปของตัวเองโพสต์ขายทางทวิตเตอร์   โดย พ.ต.ต.ณธัชพงศ์  สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับตัว นายภูมระพี หรือพี นาควิจิตร อายุ 20 ปี สถานที่จับกุม ได้ที่บ้านพัก   เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป.สืบทราบว่า มีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ รายหนึ่งนำภาพและคลิปลามกเด็กชายออกจำหน่าย  จึงวางแผนล่อซื้อ โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์รายดังกล่าวได้แจ้งราคาภาพและวีดีโอลามกเด็ก 2 คน ในราคา 300 บาท พร้อมทั้งแจ้งให้ชำระค่าใช้จ่าย หลังจากชำระเงินตามเงื่อนไขแล้ว ได้รับลิงค์ที่อยู่ จำนวน 2 รายการ เพื่อกดรับรูปภาพและวีดีโอลามกเด็กชาย จากผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ที่เก็บไว้ใน Google drive   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 34/2562 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2562  เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายภูมระพีผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือพบมีภาพลามกและวีดีโอลามกของเด็กชาย อยู่เป็นจำนวนหลายรายการ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง   โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน เผยแพร่,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้,ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อความประสงค์แห่งการค้า นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่ง พงส.สภ.บางพลี จว.สมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ในชั้นจับกุม นายภูมิระพีฯ ให้การรับสารภาพและยอมรับว่านำภาพและคลิปวีดีโอลามกเด็กผู้ชาย มาจากเพื่อนในเฟซบุ๊ก ที่มีรสนิยมแบบเดียวกัน เลือกกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กนักเรียนหน้าตาดี ใช้วิธีถ่ายภาพและวีดีโอลามกของตนเอง นำมาแลกกันแล้วเก็บไฟล์ภาพทั้งหมดไว้ใน google drive และเก็บบางส่วนไว้ในโทรศัพท์มือถือ แล้วใช้ทวิตเตอร์ในการจำหน่ายภาพและคลิปวีดีโอลามกเด็กให้กับลูกค้าทั่วไป ในราคารายละ 150-450 บาท                                                                

 4,863
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.พ. 62

กองปราบฯ รวบเกย์วัย 50 ข่มขืน ด.ญ.วัย 14 อ้างเด็กเข้ามาเล้าโลมจนเกิดอารมณ์

วันที่ 17 ก.พ. 62 เวลาประมาณประมาณ 14.45 น. ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้จับกุมตัว นายบุญส่ง  เลื่อนลอย  อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 35/2560 ลง 7 ก.พ. 2560  คดีอาญา ที่ 230/2560 ลง 30 ม.ค. 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่อการอนาจาร, พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันสมควร”   โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ  ใกล้กับบริษัทขนส่งเคอรี่ สาขาบางปลา ต.บางปลา อ.บางพลี  จว.สมุทรปราการ   พฤติการณ์กล่าวคือ  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่านายบุญส่ง เลื่อนลอย ผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีมาอยู่แถวบริเวณสถานที่จับกุม จึงได้เดินทางไปซุ่มสังเกตการณ์เพื่อทำการจับกุม จนกระทั่งพบผู้ต้องหารายนี้ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้นายบุญส่งฯดูพร้อมทั้งได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ จากนั้นจึงได้ทำการจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร จว.สมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   จากการซักถาม นายบุญส่งให้การว่าได้ร่วมเพศกับเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) จริง แต่ไม่ได้ข่มขืน เนื่องจากตนเองมีนิสัยเป็นชายรักชาย โดยในวันที่เกิดเหตุเด็กหญิงเอมาหาลูกชายที่บ้านพัก แต่ลูกชายไม่อยู่บ้าน ขณะนั้นตนเองนอนหลับอยู่ เด็กหญิงเอได้เข้ามาลวนลามทำให้ตนเองมีอารมณ์จึงได้ร่วมหลับนอนกับเด็กหญิงเอจนสำเร็จความใคร่ และต่อมาได้มีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิงเออีก 2 ครั้ง จนกระทั่งพ่อ แม่ของเด็กหญิงเอทราบเรื่องจึงได้ไปแจ้งความ ตนเองจึงได้หลบหนีมาอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ   จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร จว.สมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 10,955
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

รวบ ‘เจ๊เก่ง พัทยา’ แม่เล้าค้ากามเด็กชาย หนีศาลกบดานเชียงใหม่

วันที่ 12 ก.พ. 62 ตำรวจกองปราบจับกุมตัว นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 820/2561 ลงวันที่ 14 ก.พ. 2561 ได้ริมถนนหัสดิเสวี ปากซอย 4 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจารเพื่อให้บุคคลนั้นค้าประเวณี, พรากเด็กไปเพื่อหากำไรเพื่ออนาจาร, พรากผู้เยาว์เพื่อหากำไรเพื่อการอนาจาร    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 61 ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สืบทราบว่า นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง หรือ หนานเวิ้น หรือ เจ๊เก่ง พัทยา มีพฤติกรรมจัดหาเด็กชาย สนองความใคร่ให้กับแขกที่มีรสนิยมไม้ป่าเดียวกัน    จึงวางแผนให้สายชาวต่างชาติทำการล่อซื้อ โดยให้นายอนันต์สิทธิ์ นำเด็กมาส่งให้จำนวน 5 คน ในราคา 14,000 บาท ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพัทยา ต่อมา เวลาประมาณ 12.30 น.นายอนันต์สิทธิ์ ได้เดินทางมาพร้อมกับเด็ก 5 คน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม และพบว่าเด็กที่นายอนันต์สิทธิ์ นำมานั้นมีอายุ 14 ปี 1 คน , 15 ปี 2 คน , 16 ปี 1 คน และ 18 ปี 1 คน    ต่อมาศาลมีคำสั่งพิพากษาให้จำคุก นายอนันต์สิทธิ์ จึงได้หลบหนีไปจากการสืบสวนของ บก.ป. ทราบว่า ผู้ต้องหาหลบมาอยู่กับเพื่อนใน จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบต่อมาสามารถจับกุม โดยนำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีต่อไปต่อไป   นายอนันต์สิทธิ์ ให้การว่าตนได้กระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยหลังจากศาลอาญาให้ประกันตัวแล้ว ก็ได้ไปขึ้นศาลตามนัดหลายครั้งภายหลังเห็นว่า ต้องติดคุกแน่นอน จึงตัดสินใจหลบหนี โดยหนีมาอยู่กับพรรคพวก ย่านสันติธรรม จ.เชียงใหม่ และถูกตำรวจกองกำกับการ 2 กองปราบปราม ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามคำพิพากษาของศาลที่ให้จำคุก 12 ปี  

 1,878
สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 62

รวบอดีตคนขับรถ ‘หนึ่ง จักรวาล’ หลอกซื้อบิ๊กไบค์ สบโอกาสขี่เชิดหนี เอาไปขาย

วันที่ 8 ม.ค. 62 พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม แถลงจับกุมนายพีรวัฒน์ แซ่เต็ง อายุ 29 ปี อดีตคนขับรถนักดนตรีและนักแต่งเพลงชื่อดัง โดยจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก หลังก่อเหตุหลอกซื้อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ และหลอกเช่ารถจักรยานยนต์ก่อนจะเชิดรถหนีไปขาย    โดยหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกหลอก เปิดเผยว่า ตนลงประกาศขายรถบิ๊กไบค์ที่เว็บไซต์แห่งหนึ่ง นายพีรวัฒน์โทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายตามเบอร์โทรศัพท์ที่ลงในเว็บไซต์ โดยขอนัดวันเวลาขอดูรถ และทำสัญญาซื้อขายในวันถัดไป ตนเองหลงเชื่อจึงส่งตำแหน่งพิกัดสถานที่ให้นายพีรวัฒน์ ให้มาหาที่บ้านพัก    นายพีรวัฒน์ได้ขอทดลองขับขี่ทดลองรถบิ๊กไบค์ แต่ตนเองขอซ้อนท้ายไปด้วย คนร้ายได้หลอกว่าจะขับไประยะทางใกล้ๆ เมื่อนายพีรวัฒน์ ทดลองขับรถซักพักหนึ่ง สบโอกาสได้ขับเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ของผู้เสียหายออกไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก    เช่นเดียวกับผู้เสียหายอีกหลายคนที่ถูกหลอก ยอมรับว่า นายพีรวัฒน์ก่อเหตุโดยมีพฤติกรรมคล้ายกันหมด และด้วยความที่แต่งตัวดี ดูมีฐานะจึงไม่คิดว่าจะเป็นคนร้ายมาหลอก   จากการสอบสวนพบว่า นายพีรวัฒน์ เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตามหมายจับ ของศาลจังหวัดชลบุรี ในความข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ได้ประกันตัวจากศาลจังหวัดชลบุรี ด้วยเงินสด 200,000 บาท ก่อนจะกลับมาก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ซ้ำอีก โดยได้ลักทรัพย์ไปจำนวน 6 คัน ใน 5 จังหวัด   จากการสอบปากคำนายพีรวัฒน์ ให้การรับสารภาพ โดยต้องการนำเงินไปเล่นการพนัน และเที่ยวเตร่  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และวิ่งราวทรัพย์ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    

 1,491
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 62

กองปราบ แชร์ภาพหมายจับผู้ต้องหาคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

กองปราบ แชร์ภาพหมายจับผู้ต้องหาคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส   จากข้อมูลสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์  เป็นคดีที่มีสถิติสูงสุดมาโดยตลอด กองปราบได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากภาคประชาชน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไข   จึงได้นำเสนอภาพผู้ต้องหาตามหมายจับคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่เป็นคดีสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ    หากพบเห็นบุคคลตามหมายจับเหล่านี้ โปรดแจ้ง กองบังคับการปราบปราม หรือติดต่อไปยังสถานีตำรวจท้องที่ทุกท้องที่ เพื่อดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับเหล่านี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม    

 4,542
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 61

กองปราบรวบ 3 ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับเพศ ยกระดับความปลอดภัยให้ปชช.ในช่วงปีใหม่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ บก.ป. ตรวจสอบผู้ต้องหาที่มีหมายจับค้างเก่าพร้อมทั้งผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ได้ลุยจับผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีเพศ รวดเดียว 3 ราย ดังนี้   1. นายสุวรรณ แสนวันนา อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ที่ จ.32/2561 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ข้อหา พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่บริเวณริมถนน ซ.สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2560 นายสุวรรณ หรือดุ่ย แสนวันนา ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยได้ชักชวน เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) ออกอุบายชวน ด.ญ.เอ ไปเที่ยวเล่นที่บริเวณบ่อน้ำท้ายหมู่บ้าน ใกล้ที่เกิดเหตุ บริเวณหมู่บ้านภายใน ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อสบโอกาสจึงได้ลงมือข่มขืนกระทำชำเรา จากนั้นขู่ว่าหากนำเรื่องไปบอกพ่อแม่ จะทำร้ายพ่อแม่ของผู้เสียหาย ต่อมาผู้ปกครองสังเกตเห็นเด็กมีท่าทีผิดสังเกต ไม่ค่อยพูดจา เก็บตัวเงียบ จึงสอบถามจนทราบเรื่องราว และได้พาเด็กเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี นำไปสู่การออกหมายจับในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบประวัติ พบผู้ต้องหามีหมายจับที่ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีก 1 หมายจับ ในท้องที่ สภ.กบินทร์บุรี และจากการประสานงานกับฝ่ายสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี ทราบว่ายังมีเด็กหญิงอีกประมาณ 5 ราย ซึ่งถูกผู้ต้องหาก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน และกำลังเตรียมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป   2. นายมะณี จีนซอ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.38/2557 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 โดยกล่าวหา กระทำอนาจารบุคคลอื่น โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ สถานที่จับกุมบริเวณหน้าบริษัทตะวันแดง 1999 ต.หนองแซง อ.หันคา จว.ชัยนาท   ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน พ.ย. ปี 56 นายมะณี ได้นั่งกินเหล้าในหมู่บ้าน เวลาประมาณกลางวัน จนพบน้องเมย์ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กไม่สมประกอบ อายุประมาณ 18 ปี เดินผ่านมาที่วงเหล้า และได้กระทำอนาจารผู้เสียหายที่เดินผ่านมา แล้วหลบหนีไป จนถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าวในเวลาต่อมา    3. นายธวัชชัย ว่องไว อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.511/2561 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันควรเพื่อการอนาจาร, พาบุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยา หรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม   โดยจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนสาย 13 หน้าโรงงานบริดสโตน จำกัด ต.มะขามพูด อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง พฤติการณ์คือเมื่อประมาณปี 2560 ผู้ต้องหาได้คบหากับ น้องสาวเอ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี คบหากันมาประมาณ 1 ปี จนกระทั่งถูกหมายจับในเวลาต่อมา 

 2,135
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 61

รวบ ‘หรั่ง สุรชัย’ อดีตมือขวา ‘เสธแดง’ ฆ่ารัดคอแฟนสาว ปมหึงหวง พบคดีติดตัวเพียบ

วันที่ 30 พ.ย. 61 ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัว นายสุรชัย หรือ ‘หรั่ง’ เทวรัตน์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ลงวันที่ 25 พ.ย.2561 ในข้อหา ‘ฆ่าผู้อื่น’ โดยจับกุมได้ที่กระท่อมสวนยางพารา บ.ทางสายลวด ม.9 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จว.ศรีสะเกษ   สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา นายสุรชัยได้ก่อเหตุฆ่า น.ส.แววดาว ภูวงค์ อายุ 23 ปี แฟนสาว ซึ่งเป็นพนักงานร้านคาราโอเกะ โดยใช้สายแก๊สรัดคอจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ก่อนจะเขียนข้อความขอโทษวางไว้หน้าอกผู้ตาย แล้วหลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่ห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พื้นที่ สภ.จอหอ   จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า ทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้งในเรื่องความหึงหวง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาดังกล่าวพบว่า เคยต้องโทษคดีอาญามาจำนวนหลายคดี ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีพฤติการณ์ก้าวร้าว หัวรุนแรง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่า นายสุรชัยได้หนีไปซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมสวนยางของญาติ จึงวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว   สอบสวนเบื้องต้น นายสุรชัย ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงฆ่า น.ส.แววดาว เพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ด้วยความโกรธ จึงลงมือฆ่าผู้ตาย จากนั้น จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ จว.นครราชสีมา ดำเนินคดีต่อไป   สำหรับประวัติของ นายสุรชัย เคยเป็นลูกน้องคนสนิทและเป็นอดีตมือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ในช่วงเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองปี 2553    ที่ผ่านมาเคยก่อคดีก่อการร้าย และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีอาญาอีกหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ก่อนจะหลบหนีไปตามพื้นที่ต่างๆ และจากการได้รับเบาะแสพบว่าเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ เร่ร่อน พักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง อาศัยช่องทางโซเชียลในการตีสนิทกับหญิงสาว และมีพฤติกรรมติดต่อและคบกับหญิงสาวหลายคน ระหว่างคบหากัน ก็มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายร่างกาย ขู่เข็ญ  

 3,063

Top