ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลูกจ้าง"

เศรษฐกิจ
19 ม.ค. 61

ลูกจ้างวิจารณ์ ค่าแรงขั้นต่ำเกณฑ์ใหม่ไม่เป็นธรรม พาณิชย์ขู่ห้ามฉวยขึ้นราคาสินค้า ชี้ไม่กระทบต้นทุน

จากมติการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่ายของรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง ในคณะกรรมการค่าจ้าง ได้ข้อสรุปร่วมกันในการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ระดับ คือ  308 บาท 310 บาท 315 บาท 318 บาท 320 บาท 325 บาท และ 330 บาท ค่าเฉลี่ยในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 315.97 บาท โดยอัตราการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 5-22 บาท ก่อนนำเข้า ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า และมีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป   ทั้งนี้มีการตั้งข้อสงสัยถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่ามีการเหลื่อมล้ำ เช่น ทำไมกรุงเทพมหานคร ถึงไม่ได้รับเกณฑ์ค่าจ้างสูงสุด และทำไม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงได้รับค่าจ้างต่ำสุด ทำให้ทางกลุ่มลูกจ้างเตรียมยื่นเสนอให้ทบทวนมติใหม่   ด้านกระทรวงพาณิชย์ ระบุจะมีการได้เชิญกลุ่มผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่และภาคเอกชนทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมาประชุมหารือถึงผลกระทบจากการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะกระทบต่อต้นผลิตสินค้าและบริการ สูงสุดจะอยู่ที่ร้อยละ 0.1 และต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 0.0008 เท่านั้น ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์เห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้นตามอัตราแรงงานที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้แต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mxRBcBrtyfc    

 15,177
เศรษฐกิจ
18 ม.ค. 61

เคาะแล้ว! ค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ หลังประชุมมาราธอน 7 ชม. 'ภูเก็ต-ชลบุรี-ระยอง' ได้สูงสุด 330 บาท

การพิจารณาเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ซึ่งใช้ระยะเวลาประชุมยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปว่า จากการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่ายของรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง ในคณะกรรมการค่าจ้าง ได้ข้อสรุปร่วมกันในการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ   แบ่งออกเป็น 7 ระดับ คือ  308 บาท 310 บาท 315 บาท 318 บาท 320 บาท 325 บาท และ 330 บาท ค่าเฉลี่ยในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 315.97 บาท โดยอัตราการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 5-22 บาท ก่อนนำเข้า ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า และมีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป โดยแบ่งได้ดังนี้   1.ค่าจ้าง 308 บาท มี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา   2.อัตรา 310 บาท มี 22 จังหวัด คือสิงห์บุรี ตรัง ลำปาง ลำพูน ตาก ราชบุรี ระนอง ชุมพร สตูล หนองบัวลำภู พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย เชียงราย อุทัยธานี ศรีสะเกษ ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ แม่ฮ่องสอน นครศรีธรรมราช มหาสารคาม   3.อัตรา 315 บาท มี 21 จังหวัดคือ ร้อยเอ็ด ประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ สระแก้ว พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ น่าน กาญจนบุรี อ่างทอง   4.อัตรา 318 บาท มี 7 จังหวัด คือ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ ปราจีนบุรี   5.อัตรา 320 บาท มี 14 จังหวัด คืออุบลราชธานี สุพรรณบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา หนองคาย ลพบุรี ตราด ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา พังงา   6.อัตรา 325 บาท มี 7 จังหวัด คือ กทม. นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา   7.อัตรา 330 บาท มี 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wPDxVBcD26w    

 362,120
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 60

อดีตลูกจ้างกรมสรรพาวุธวัย76 ถูกคนร้ายบุกฆ่าชิงทรัพย์คาบ้าน

เกิดเหตุ นายละเอียด อุดมรักษ์  อดีตลูกจ้างกรมสรรพาวุธวัย 76 ปี ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์เสียชีวิตคาบ้านพักที่ จ.นนทบุรี ส่วนภรรยาถูกทำร้ายได้รับเจ็บสาหัส     ด้านลูกชายของผู้ตายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ เพราะบ้านของตนตั้งอยู่ในซอยกลางชุมชนแท้ๆ คนร้ายยังกล้าลงมือกับพ่อแม่ได้                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tOhwkgWb7L0

 8,955
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 60

โจรถือปืนบุกจี้เจ้าของร้านขายข้าวสาร ลูกจ้างฮึดสู้จนมุมถูกจับ

สุรินทร์-ภาพเหตุการณ์โจรชักปืนเข้าจี้ร้านขายข้าวสาร กลางวันแสกๆ ก่อนที่เจ้าของร้านร้องโวยวาย คนงานข้างร้านวิ่งมาช่วยจับกุมคนร้ายได้ ถูกรุมประชาทัณฑ์สะบักสะบอมใช้เชือกมัดมือเท้า ก่อนแจ้ง ตร.นำตัวไปดำเนินคดีและรักษาตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DoOjDBb9Utg

 8,022
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 60

3 ผู้ต้องสงสัยแฉน้องสาวผู้ใหญ่บ้านฆ่าลูกจ้างวัย16 ก่อนเอาศพฝังดิน หลังแม่ออกตามหา 5 ปี

ความคืบหน้าจากกรณีที่แม่ชาวจังหวัดเพชรบุรีเข้าร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาววัย 16 ปี ได้หายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี โดยล่าสุดได้เบาะแสว่าถูกทำร้ายเสียชีวิตและนำศพมาซุกซ่อนอำพรางไว้ที่ไร่บริเวณซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสนอ.เมือง จ.เพชรบุรี     เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดค้นหาบริเวณใต้ต้นตาลท้ายไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งเบาะแส ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขุดลึกไปประมาณ 1 เมตร พบห่อผ้าพลาสติกขนาดใหญ่ เปิดดูพบผ้าห่มห่อหุ้มถุงขยะพลาสติกดำ คลี่ออกพบโครงกระดูกมนุษย์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกางเกงในสีเนื้อ ไม่พบเสื้อผ้าและหลักฐานอื่น แพทย์ชันสูตรศพเบื้องต้นพบกรามด้านซ้ายหัก ซี่โครงขวาหัก      ในเวลาต่อมาคุณแม่ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ แสดงความมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกของลูกสาวจริง เพราะจำฟันและผมได้ พร้อมเล่าย้อนว่าในปี 55  เพื่อนของตนได้มาบอกว่ามีคนที่รู้จักต้องการเด็กไปทำงานบ้านในกรุงเทพฯ ตนจึงได้อนุญาตให้ลูกสาวเดินทางไปทำงาน โดยได้พาไปส่งไว้ที่บ้านของแม่ของ น.ส.โมรา (นามสมมติ) นายจ้างในอำเภอเมืองเพชรบุรี โดยนายจ้างสัญญาว่าจะดูแลลูกสาวตนเป็นอย่างดี และจะพากลับมาหาทุกสัปดาห์ แต่ปรากฏว่านายจ้างไม่เคยพาลูกสาวกลับมาสักครั้ง   ในช่วง 2 เดือนแรกตนได้ติดต่อกับลูกสาวเพียงโทรศัพท์ 2 ครั้งผ่านเบอร์ของนายจ้าง ครั้งสุดท้ายวันที่ 13 เมษายน 2555 ลูกสาวบอกว่าคิดถึงแม่ จากนั้นโทรศัพท์ได้ตัดไป ตนพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมานายจ้างอ้างว่าลูกสาวตนได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงเข้าแจ้งความคนหาย ไว้ที่ สภ. เมืองเพชรบุรี ที่ผ่านมาตนพยายามตามหาลูกมาโดยตลอด และยังมักจะฝันเห็นลูกสาว ได้ยินเสียงร้องไห้ ขอความช่วยเหลือ    กระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน มีพลเมืองดีมาแจ้งเบาะแสตนว่าลูกสาวตนถูกนายจ้างซ้อมจนเสียชีวิตและนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของแม่นายจ้าง ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่ตนฝันเห็นลูกสาว จึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณา เพื่อช่วยเหลือ เนื่องจาก ครอบครัวของนายจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเป็นธรรม     ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก. 5 กองบังคับการปราบปราม ประสาน เจ้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมหลักฐาน และจะได้ส่งกระดูกดังกล่าวไปพิสูจน์ DNA และจะติดตามสืบหาผู้กระทำความผิด ส่วนทางแม่ของผู้เสียชีวิต ได้ร้องขอให้โอนคดีให้กองปราบดำเนินคดีหวั่นคดีไม่คืบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 ราย กลับมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม โดยหลังจากสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง มีข้อมูลล่าสุดออกมาว่า ทั้ง 3 คนให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการอำพรางซ่อนเร้นศพ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการตาย เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกัน ส่วน น.ส.โมรา น้องสาวผู้ใหญ่บ้าน ที่กำลังหลบหนีเคยเข้าร่วมประกวดนางงาม เป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาไม่พอใจมักจะทำร้ายผู้ตายเป็นประจำ โดยก่อนหน้าจะเกิดเหตุได้ใช้กระป๋องสเปรย์ตีผู้ตายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อนจะนำศพไปฝังดินใต้ต้นตาลเพื่ออำพรางคดี                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/j0nLO3ACvIs  

 76,838
สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 60

ศาลสั่งจำคุกหญิงไก่ 3 ปี ไม่รอลงอาญา คดีค้ามนุษย์ลูกจ้างหญิง พร้อมชดใช้เงิน 5.9 แสนบาท

ศาลอาญารัชดาฯ อ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551   สืบเนื่องจากต้นเดือน มิถุนายน 2549 ถึง ปลายเดือน ตุลาคม 2553 จำเลยได้หลอกนางสาวดาลิน หล้าคำ ผู้เสียหายที่ 1 นางสาวกาญจนา ปองลาภสุนทร ผู้เสียหายที่ 2 และนางสาวขวัญจิรา จิรสกุลโชคชัย ผู้เสียหายที่ 3 มาทำงานเป็นคนรับใช้ บังคับใช้แรงงานตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 22.00 น. โดยไม่มีวันหยุด และไม่จ่ายค่าจ้าง แล้วยังข่มขู่ผู้เสียหายหากไม่ยอมทำงานจะแจ้งตำรวจจับบิดามารดา   โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยรับผู้เสียหายทั้ง 3 คน มาทำงานเป็นแม่บ้านจริง ระหว่างทำงานมีการให้เงินค่ายังชีพเล็กน้อย แต่ไม่จ่ายเงินเดือน ขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 และ 3 ศาลรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีพฤติการณ์ข่มขู่ เนื่องจากไม่มีการยึดบัตรประชาชน และการทำงานเป็นไปด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานรับฟังไม่ได้ ส่วนที่จำเลยบอกกับบิดาของผู้เสียหายที่ 3 ว่า หากลูกสาวไม่ยอมทำงานต่อ จะดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ศาลเห็นว่าไม่มีหลักฐานแน่ชัด ฟังไม่ได้ว่าเป็นการข่มขู่เพื่อแสวงหาจากการบังคับใช้แรงงาน   ส่วนผู้เสียหายที่ 2 จำเลยได้ยึดบัตรประชาชน มาเก็บไว้ และไม่จ่ายค่าจ้างตามที่ตกลงกันไวั เดือนละ 6,000 บาท รวมถึงไม่ส่งให้เรียนพยาบาลตามที่จำเลยเสนอ โดยแม้งานจะไม่มาก ผู้เสียหายเพียงคนเดียว สามารถกระทำได้ แต่การยึดบัตรประชาชนไว้ จำเลยมีเจตนาหาประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้แรงงาน จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาท ซึ่งภายหลังศาลได้อ่านคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวหญิงไก่ เพื่อส่งไปควบคุมยังทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ROgTkBf4v-8    

 3,525
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 60

ก.แรงงานขอความร่วมมือสถานประกอบการ ให้ลูกจ้างหยุดงานถวายดอกไม้จันทน์ 26 ต.ค.60

กระทรวงแรงงาน ขอความร่วมมือนายจ้าง สถานประกอบกิจการอนุญาตให้วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นวันหยุดงาน เพื่อให้ลูกจ้างทั้งไทยและต่างด้าวได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์   ในโอกาสงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับปวงชนชาวไทย รวมทั้งเป็นการรวมใจกันถวายความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ตามสถานที่ที่กำหนดใกล้บ้านพร้อมกันทั่วประเทศ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D3auK8h6IKc  

 85,957
สังคม-อาชญากรรม
24 ส.ค. 60

ตั้งสอบวินัยร้ายแรง ข้าราชการ สธ.ลวนลามลูกจ้างสาว อ้างแค่หยอกล้อ ไม่มีเจตนาชู้สาว

ความคืบหน้าผลสอบข้อเท็จจริง กรณีข้าราชการ ระดับหัวหน้ากลุ่มงาน ลวนลามลูกจ้างสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยพบว่าเหตุดังกล่าวมีมูล ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาให้การยอมรับว่า มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาจริง แต่เป็นในเชิงหยอกล้อ ไม่ได้มีเจตนาชู้สาว และไม่ได้มีการคุกคามทางเพศ แต่ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังก่อเหตุในสถานที่ราชการ สวมใส่ชุดข้าราชการ   และที่ผ่านมายังมีพฤติกรรมวางอำนาจข่มขู่ เมื่อถูกขัดใจ ถือว่ามีความผิดการคุกคามทางเพศ ทางกระทรวงสาธารณสุข จึงสั่งให้ตั้งกรรมสอบวินัยร้ายแรง โดยให้ระยะเวลาในการสอบ 120 วัน ซึ่งความผิดอาจถึงขั้นให้ออกจากราชการ แต่หากผู้ถูกกล่าวหา สามารถแก้ต่างได้ หากมีน้ำหนักก็อาจลดหย่อนโทษ เหลือแค่ภาคทัณฑ์ลดเงินเดือน     ส่วนการขยายผลไปถึงผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหา ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเอื้อประโยชน์ให้ และเคยไปไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายนั้นพบว่า ไม่มีมูล แต่เห็นว่ามีความผิดฐานเพิกเฉย ต่อการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างสาวถือว่า มีมูลกระทำความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เเพื่อเป็นแบบอย่างไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kpYqw_QoLEI    

 1,081
สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 60

สธ.เผยผลสอบหัวหน้างานลวนลามลูกจ้างสาว เบื้องต้นพบมีมูล แต่ยังไม่ฟันธงผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่

ความคืบหน้าจากกรณีลูกจ้างสาวสุดทนหอบคลิปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี หลังถูกหัวหน้างานลวนลามในที่ทำงานซึ่งเป็นสถานที่ราชการมาตั้งแต่ปี 2557 พร้อมกับข่มขู่หากขัดขืนจะไม่ต่อสัญญาว่าจ้างงาน ในขณะที่เพื่อนร่วมงานก็ไม่กล้าช่วยเพราะใช้อำนาจข่มขู่ ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีคำสั่งย้ายหัวหน้างานบุคคลที่ปรากฎในคลิปและได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วนั้น     ล่าสุด นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากกาารตรวจสอบพบว่ามีมูลแต่จะเป็นวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงนั้นยังตอบไม่ได้ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาให้ข้อมูลค่อนข้างมาก จึงจะสามารถสรุปได้ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ และหากพบการกระทำผิดทาง สธ. จะไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวลอย่างแน่นอน                  ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/RvmD1Dsu2ls

 3,224
สังคม-อาชญากรรม
18 ส.ค. 60

ขรก.สธ.ย่องมอบตัวคดีลวนลามลูกจ้างสาว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอสู้คดีในชั้นศาล

จากกรณีที่นายอัศม์เดช รัตนวรประเสริฐ อายุ 40 ปี หัวหน้าส่วนของกลุ่มงานภารกิจอำนวยการสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถูกนางโชติกา อู่คงคา อายุ 30 ปี พนักงานสาวแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลวนลาม ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพวีดีโอ โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกหนังสือเรียกให้นายอัศม์เดช มารับทราบข้อกล่าวหา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ยอมมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ล่าสุดนายอัศม์เดช ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมาที่สภ.เมืองนนทบุรี เข้าพบตร.เจ้าของคดีเพื่อรับทราบตามข้อกล่าวหา ซึ่งได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวไปให้ผู้เสียหายชี้ตัว และส่งศาลจังหวัดนนทบุรี โดยผู้ต้องหารายนี้ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น   ด้านตำรวจเจ้าของคดี กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายอัศม์เดช ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อหา จึงนำตัวเข้าห้องชี้ตัวผู้ต้องหา โดยนางโชติกาผู้เสียหายได้ชี้ตัวยืนยันได้อย่างถูกต้อง จากนั้นจึงนำตัวนายอัศม์เดช ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนที่ศาลจะให้ประกันตัวในวงเงิน 2 แสนบาท สำหรับคดีนี้ได้สอบปากคำผู้เสียหายพร้อมสอบปากคำเพื่อนร่วมงานไว้เป็นพยานไปแล้วจนครบถ้วน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_kb8OwtYfFc   

 1,763
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.ค. 60

ตร.ชี้นายจ้างทำเกินกว่าเหตุ ให้ลูกจ้างกราบ-ล้างหน้า-บ้วนปากด้วยน้ำมัน หลังจับได้ลักน้ำมันไปขาย

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปจากเฟซบุ๊กสุวิทย์ พงษ์รัตน์ ที่มีนายจ้างจับได้ว่า ลูกจ้างชาวเมียนมา 3 คน ขโมยน้ำมัน 6,000 ลิตร ซึ่งทางนายจ้างได้ให้อภัย แต่ก็ยังมีอารมณ์โมโห จึงบังคับให้ลูกจ้างทั้ง 3 คนกราบน้ำมัน ใช้น้ำมันล้างหน้าและบ้วนปาก จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชี่ยลว่าอาจเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและละเมิดสิทธิมนุษยชน   ด้านทาง พล.ต.ต.ทรงพล ธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ในกรณีที่ลูกจ้างทำผิดและนายจ้างบังคับให้ใช้น้ำมันล้างหน้าและบ้วนปาก แถมยังให้กราบน้ำมัน ถือเป็นการกระทำและลงโทษลูกน้องที่เกินกว่าเหตุ เพราะไม่ว่าจะเป็นกรณีนี้หรือกรณีอื่นนายจ้างก็ไม่สมควรกระทำเช่นนี้ ซึ่งความจริงควรมาแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย และไม่มีสิทธิลงโทษลูกจ้างในลักษณะนี้   พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวอีกว่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น ลูกจ้างก็มีสิทธิแจ้งความเอาผิดนายจ้างได้ เพราะเข้าข่ายฐานบังคับขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ แต่ในอีกทางนายจ้างก็มีสิทธิแจ้งความเอาผิดลูกจ้างฐานขโมยน้ำมันได้ด้วยเช่นกัน โดยจากเหตุนี้จึงฝากไปยังนายจ้างทุกคนว่าไม่ควรทำลักษณะนี้ ทางที่ดีควรมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nrUUQcqeUE0    

 10,507
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ค. 60

แบงค์ย่องมอบเงินเยียวยา 4 หมื่น หลังฝาก 8 หมื่นแต่เงินเข้าไม่ครบ แลกกับขอยอมความ-งดให้ข่าว

จากกรณีลูกจ้างร้านอาหารสัตว์ที่ จ.ชัยนาท นำเงินนายจ้างไปฝาก 8 หมื่น แต่เงินเข้าแค่ 4 หมื่นบาท เมื่อตรวจสอบวงจรปิด พบว่าสาวพนักงานธนาคารที่รับเงิน นำเงินปึกหนึ่งเข้าเครื่องนับ ส่วนอีกปึกหนึ่งดึงลงใส่ลิ้นชัก ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่โปร่งใส   ล่าสุดมีรายงานว่าทางธนาคารได้มอบเงินเยียวยาให้แก่เจ้าของร้าน 4 หมื่นบาท พร้อมนำเอกสารฉบับหนึ่งมาให้ทางหนุ่มลูกจ้างและเจ้าของร้านได้อ่านรายละเอียด และเซ็นยินยอมว่าต้องงดให้ข่าวกับสื่อมวลชน และต้องถอนแจ้งความ   ซึ่งทางเจ้าของร้านไม่สบายใจในเงื่อนไขที่ทางธนาคารกำหนดมา จึงติดต่อไปยังธนาคารดังกล่าว เพื่อขอยกเลิกสัญญา แต่ทางธนาคารไม่ยินยอม จากนั้น เจ้าของร้านจึงปรึกษาทนายความ ซึ่งทนายความได้ให้คำแนะนำว่า ให้นำเงินไปคืนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจระบุว่ายังไม่มีผู้ใดนำเงิน 4 หมื่นมาฝากกับทางตำรวจ อย่างไรก็ตามเมื่อสอบไปทางเจ้าของร้านอาหารสัตว์ ก็ระบุว่าไม่ขอให้ข่าวใดๆเพิ่มเติม ส่วนทางหนุ่มลูกจ้างก็ขอปรึกษากับทนายก่อน ทั้งนี้ทาง ตร.ยืนยันว่าเป็นคดีลักทรัพย์เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zAU3hlxkGvw  

 58,088
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 60

รวบอดีตลูกจ้างชาวเขมรฆ่าโหด 'เจ๊สั้น' เจ้าของแผงตลาดไท อ้างโกรธโดนไล่ออกเพราะเสพยาบ้า

ปทุมธานี-ตร.คุมตัวแรงงานชาวกัมพูชา อายุ 29 ปี ที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายจ้างคือนางพรพรรณ แสนประสิทธิ์ หรือเจ๊สั้น อายุ 42 ปี แม่ค้าขายผักในตลาดไทเสียชีวิต โดยจับกุมได้ที่ จ.สระแก้ว ขณะขึ้นรถทัวร์หลบหนีจะกลับไปยังกัมพูชา   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำไปด้วยความมึนเมา และโกรธที่ถูกผู้ตาย ซึ่งเป็นนายจ้างไล่ออกจากงาน เมื่อ 3 วันก่อน จึงย้อนกลับมาฆ่าเพื่อหวังทรัพย์สิน ทั้งนี้ระบุว่าทำลงไปด้วยความเมา สำหรับสาเหตุที่ถูกนายจ้างไล่ออก เนื่องจากตนเองเสพยาบ้า จึงถูกนายจ้างไล่ออก   สำหรับผู้ตาย หรือเจ๊สั้น เป็นภรรยาของนายตำรวจ ระดับรอง ผกก.รถไฟ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯอีกด้วย โดย รอง ผกก.รถไฟสามี ของผู้ตายได้เปิดเผยกับทางตำรวจ สภ.คลองหลวง ว่าขณะขับรถอยู่บนทางด่วน ยังโทรศัพท์พูดคุยอยู่กับภรรยา จู่ๆ ได้ยินภรรยาร้องมาทางโทรศัพท์ว่า อย่าฆ่าฉันๆ แล้วก็เงียบเสียงไป หลังกลับถึงบ้านจึงพบว่าภรรยาถูกฆ่าตายแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_e6f2UuWCYg

 21,960
เศรษฐกิจ
24 มี.ค. 60

เปิด 5 อันดับกิจการที่มีการเลิกจ้างมากสุด สายการผลิต-จำหน่ายครองอันดับ 1

              กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยสถานการณ์การเลิกจ้าง ในภาพรวมของประเทศ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งประเภทกิจการที่มีการเลิกจ้างมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.กิจการประเภทการผลิตและจำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 41  2. กิจการประเภทอื่นๆ เช่น จัดทำเอกสาร ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ คิดเป็นร้อยละ 15   3. กิจการโรงแรม/สถานบันเทิง/งานบริการ คิดเป็นร้อยละ 11  4. กิจการสื่อสารคมนาคม คิดเป็นร้อยละ 9 และ 5. กิจการก่อสร้าง คิดเป็นร้อยละ 7    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G-ecOG6IYCw  

 40,480
ต่างประเทศ
24 ก.พ. 60

หนุ่มจีนโชว์ลีลาสาวเส้นบะหมี่ขั้นเทพ ดึงดูดลูกค้าในเสฉวน

คลิปหนุ่มลูกจ้างชาวจีนโชว์ลีลาสาวเส้นทำบะหมี่เส้นยาวพิเศษของร้านดังในมณฑลเสฉวน เมืองเฉิงตู ประเทศจีน ที่บอกเลยว่าไม่ธรรมดา สามารถดึงดูดลูกค้าได้จำนวนมาก ก่อนเผยความฝันอยากมีร้านบะหมี่เป็นของตัวเองในอนาคต    

 48,207

Top