ค้นหา :

ผลการค้นหา "หนองคาย"

สังคม
21 ก.พ. 63

สลด! พ่อเฒ่าวัย 87 เข้าป่าตัดไม้ไผ่ ทิ้งก้นบุหรี่จนเกิดไฟไหม้ลุกลาม หนีไม่ทันถูกไฟคลอกดับ

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 20 ก.พ. 63 ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บุญโชติ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เวียงคุก อ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งคนถูกไฟคลอกเสียชีวิต ที่สวนป่าใกล้กับวัดป่าช้าบุ่งเล ต.เวียงคุก จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.เวียงคุก แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคาย และ หน่วยกู้ภัยร่วมศรัทธา สภ.เวียงคุก     บริเวณจุดเกิดเหตุเพลิงได้ลุกไหม้หญ้าและกอไผ่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านได้ช่วยกันดับไฟ พอเพลิงสงบลงจึงพบศพนายแสวง จัตกุล อายุ 87 ปี ถูกไฟคลอกตามร่างกายจนไหม้เกรียม เสียชีวิต     จากการสอบถาม นายเต็ม ศรีสวัสดิ์ อายุ 81 ปี เพื่อนผู้ตาย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุนายแสวง ได้มาชวนตนไปตัดไม้ไผ่ไปทำงานจักสาน ที่สวนใกล้กับวัดป่าช้าบ้านบุ่งเล แต่ตนบอกให้นายแสวงล่วงหน้าไปก่อน ตนทำธุระเสร็จจึงจะตามไป ไม่นานตนก็ตามมา พบว่าไฟไหม้หญ้าและกอไผ่อยู่แล้ว จึงแจ้งชาวบ้านและกู้ภัยมาช่วย แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นนายแสวงถูกไฟคลอก คาดว่านายแสวงซึ่งมักจะสูบบุหรี่เวลาทำงาน จะทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นซึ่งมีหญ้าแห้งปกคลุมอยู่ จนเกิดไฟไหม้ลุกลามหญ้าและกอไผ่ นายแสวงอาจจะหนีออกมาไม่ทันทำให้ไฟคลอกเสียชีวิต เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการตายและจะได้นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3uWC-twBJa8

 203
ข่าวภูมิภาค
17 ก.พ. 63

คุมตัวมือปืนฆ่า 'กำนันเตี้ย' ทำแผน ปฏิเสธขอขมาผู้ตาย ลูกสาวช็อกคนจ้างวานสนิทกับครอบครัว

หนองคาย-จากกรณีคนร้ายลอบยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ หรือ กำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ต่อมาตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายสามารถ ทิพย์ศักดิ์, นายสำริต สังข์สิงห์ ทั้งสองคนนี้เป็นผู้จ้างวาน, นายประสิทธิ์ อินทร์เนื่อง เป็นคนรับงานและดูแลมือปืนในพื้นที่, นายธนภูมิ พรหมมาตร มือปืน และ น.ส.พนิดา จุนเด็น แฟนสาวนายธนภูมิ เป็นคนพาหลบหนี   ล่าสุดได้คุมตัวนายธนภูมิ พรหมมาตร มือปืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนคนอื่น ๆ ยังให้การปฏิเสธ โดยคุมตัวไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุ, เส้นทางการหลบหนี และ จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งมีชาวบ้านให้ความสนใจมาดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก และตะโกนด่า สาปแช่ง ผู้ต้องหา อีกทั้งยังพยายามจะกรูเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหาด้วยแต่ถูกตำรวจกันตัวไว้ก่อน   สำหรับการทำแผนในครั้งนี้จุดที่สำคัญคือที่บ้านเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้เข็นรถจักรยานยนต์ ประกอบเหตุการณ์ โดยทำทีโฉบไปยังร้านขายน้ำแข็งใส ก่อนจะขี่เข้ามาจอดที่หน้าบ้านกำนันเตี้ย ทำทีมาซื้อของ แล้วเดินตามกำนันเตี้ยไปที่ห้องครัว ระหว่างนั้นกำนันเตี้ยอยู่ในครัว ผู้ต้องหายืนห่างจากกำนันเตี้ยประมาณ 4 เมตร แล้วเรียกว่า “กำนัน”   พอกำนันหันหน้ามา ผู้ต้องหาก็ชักปืนจากขอบกางเกงด้านหลัง ขึ้นมายิงใส่ศีรษะกำนันเตี้ย 1 นัด ทำให้กำนันเตี้ยล้มลงจมกองเลือด จังหวะที่กำลังจะหลบหนีผู้ต้องหาได้ทำปืนลั่นลงพื้นอีก 1 นัด จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งนายธนภูมิ ผู้ต้องหา ปฏิเสธที่จะขอขมาต่อหน้ารูปกำนันเตี้ย และไม่ขอขมาญาติผู้ตายด้วย   พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ผู้ต้องหาในคดีนี้ให้การรับสารภาพว่าได้เข้าก่อเหตุยิงผู้ตายจริงและยินดีจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็เลยนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนตามที่ให้การว่า ผู้ต้องหาทำอะไรที่ไหนบ้าง ซึ่งเกรงว่าประชาชนจะโกรธแค้น จึงได้นำกำลังควบคุมฝูงชนมาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งการสอบสวนผู้ต้องหาเป็นประโยชน์ ทั้ง 4 คนที่เหลืออยู่ในช่วงการสอบสวนอยู่ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยังไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ ส่วนจะมีเพิ่มหรือไม่นั้นขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนก่อน   ด้านนายพิเดช วงค์ศิริ สามีกำนันเตี้ย กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมาก คนที่รู้จักเป็นคนใกล้ชิดเป็นจ้างวานฆ่าภรรยา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ไม่มีความโกรธแค้นเคืองใจ คนที่ทำกับภรรยาทำเพื่ออะไร สนิทกัน คุยกันมาก่อน ตนและภรรยาทำงานเพื่อชาวบ้านเพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน สิ่งที่เสียใจมากที่สุดคือ ทำไมถึงฆ่าภรรยาของตน   ขณะที่ น.ส.ศศิภา วงค์ศิริ อายุ 22 ปี ลูกสาวกำนันเตี้ย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับคนร้ายได้ และอยากถามถึงเหตุผลในการฆ่า เมื่อรู้ว่าคนที่จ้างวานเป็นคนที่สนิทกับพ่อแม่มากก็ช็อค เพราะทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกัน โดยส่วนตัวเรียกว่าลุง และไม่คิดว่าจะมาทำร้ายแม่ของตน หลังเกิดเหตุได้จุดธูปบอกแม่ว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วให้แม่ไปสู่สุขคติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tqkSThHQP-M

 1,395
อาชญากรรม
17 ก.พ. 63

คุมตัวมือปืนฆ่า 'กำนันเตี้ย' ทำแผน ปฏิเสธขอขมาผู้ตาย ลูกสาวช็อกคนจ้างวานสนิทกับครอบครัว

หนองคาย-จากกรณีคนร้ายลอบยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ หรือ กำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ต่อมาตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายสามารถ ทิพย์ศักดิ์, นายสำริต สังข์สิงห์ ทั้งสองคนนี้เป็นผู้จ้างวาน, นายประสิทธิ์ อินทร์เนื่อง เป็นคนรับงานและดูแลมือปืนในพื้นที่, นายธนภูมิ พรหมมาตร มือปืน และ น.ส.พนิดา จุนเด็น แฟนสาวนายธนภูมิ เป็นคนพาหลบหนี   ล่าสุดได้คุมตัวนายธนภูมิ พรหมมาตร มือปืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนคนอื่น ๆ ยังให้การปฏิเสธ โดยคุมตัวไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุ, เส้นทางการหลบหนี และ จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งมีชาวบ้านให้ความสนใจมาดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก และตะโกนด่า สาปแช่ง ผู้ต้องหา อีกทั้งยังพยายามจะกรูเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหาด้วยแต่ถูกตำรวจกันตัวไว้ก่อน   สำหรับการทำแผนในครั้งนี้จุดที่สำคัญคือที่บ้านเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้เข็นรถจักรยานยนต์ ประกอบเหตุการณ์ โดยทำทีโฉบไปยังร้านขายน้ำแข็งใส ก่อนจะขี่เข้ามาจอดที่หน้าบ้านกำนันเตี้ย ทำทีมาซื้อของ แล้วเดินตามกำนันเตี้ยไปที่ห้องครัว ระหว่างนั้นกำนันเตี้ยอยู่ในครัว ผู้ต้องหายืนห่างจากกำนันเตี้ยประมาณ 4 เมตร แล้วเรียกว่า “กำนัน”   พอกำนันหันหน้ามา ผู้ต้องหาก็ชักปืนจากขอบกางเกงด้านหลัง ขึ้นมายิงใส่ศีรษะกำนันเตี้ย 1 นัด ทำให้กำนันเตี้ยล้มลงจมกองเลือด จังหวะที่กำลังจะหลบหนีผู้ต้องหาได้ทำปืนลั่นลงพื้นอีก 1 นัด จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งนายธนภูมิ ผู้ต้องหา ปฏิเสธที่จะขอขมาต่อหน้ารูปกำนันเตี้ย และไม่ขอขมาญาติผู้ตายด้วย   พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ผู้ต้องหาในคดีนี้ให้การรับสารภาพว่าได้เข้าก่อเหตุยิงผู้ตายจริงและยินดีจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็เลยนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนตามที่ให้การว่า ผู้ต้องหาทำอะไรที่ไหนบ้าง ซึ่งเกรงว่าประชาชนจะโกรธแค้น จึงได้นำกำลังควบคุมฝูงชนมาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งการสอบสวนผู้ต้องหาเป็นประโยชน์ ทั้ง 4 คนที่เหลืออยู่ในช่วงการสอบสวนอยู่ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยังไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ ส่วนจะมีเพิ่มหรือไม่นั้นขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนก่อน   ด้านนายพิเดช วงค์ศิริ สามีกำนันเตี้ย กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมาก คนที่รู้จักเป็นคนใกล้ชิดเป็นจ้างวานฆ่าภรรยา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ไม่มีความโกรธแค้นเคืองใจ คนที่ทำกับภรรยาทำเพื่ออะไร สนิทกัน คุยกันมาก่อน ตนและภรรยาทำงานเพื่อชาวบ้านเพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน สิ่งที่เสียใจมากที่สุดคือ ทำไมถึงฆ่าภรรยาของตน   ขณะที่ น.ส.ศศิภา วงค์ศิริ อายุ 22 ปี ลูกสาวกำนันเตี้ย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับคนร้ายได้ และอยากถามถึงเหตุผลในการฆ่า เมื่อรู้ว่าคนที่จ้างวานเป็นคนที่สนิทกับพ่อแม่มากก็ช็อค เพราะทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกัน โดยส่วนตัวเรียกว่าลุง และไม่คิดว่าจะมาทำร้ายแม่ของตน หลังเกิดเหตุได้จุดธูปบอกแม่ว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วให้แม่ไปสู่สุขคติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tqkSThHQP-M

 1,395
อาชญากรรม
17 ก.พ. 63

ตร.คุมตัวมือปืนยิงดับกำนันเตี้ยทำแผนฯ ปฎิเสธขอขมา ลูกสุดช็อกพบผู้จ้างวานฆ่าเป็นคนที่ตนเรียกว่าลุง

จากกรณีชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ไปทำทีซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านของนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ หรือ กำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืน ขนาด 11 มม. ยิงศีรษะกำนันเตี้ยจนเสียชีวิตในห้องครัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ.63    หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายสามารถ ทิพย์ศักดิ์, นายสำริต สังข์สิงห์ ทั้งสองคนนี้เป็นผู้จ้างวาน , นายประสิทธิ์ อินทร์เนื่อง เป็นคนรับงานและดูแลมือปืนในพื้นที่, นายธนภูมิ พรหมมาตร มือปืน และ น.ส.พนิดา จุนเด็น แฟนสาวนายธนภูมิ เป็นคนพาหลบหนี   ความคืบหน้าในคดีนี้ เวลาประมาณ 16.20 น. วันที่ 16 ก.พ. 63 พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคายพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 200 นาย กำลัง อส. อีกจำนวนหนึ่ง ได้คุมตัวนายธนภูมิ พรหมมาตร มือปืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนคนอื่น ๆ ยังให้การปฏิเสธ โดยคุมตัวไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุ, เส้นทางการหลบหนี และ จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งมีชาวบ้านให้ความสนใจมาดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก และตะโกนด่า สาปแช่ง ผู้ต้องหา อีกทั้งยังพยายามจะกรูเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหาด้วยแต่ถูกตำรวจกันตัวไว้ก่อน   สำหรับการทำแผนในครั้งนี้จุดที่สำคัญคือที่บ้านเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้เข็นรถจักรยานยนต์ ประกอบเหตุการณ์ โดยทำทีโฉบไปยังร้านขายน้ำแข็งใส ก่อนจะขี่เข้ามาจอดที่หน้าบ้านกำนันเตี้ย ทำทีมาซื้อของ แล้วเดินตามกำนันเตี้ยไปที่ห้องครัว ระหว่างนั้นกำนันเตี้ยอยู่ในครัว ผู้ต้องหายืนห่างจากกำนันเตี้ยประมาณ 4 เมตร แล้วเรียกว่า “กำนัน” พอกำนันหันหน้ามา ผู้ต้องหาก็ชักปืนจากขอบกางเกงด้านหลัง ขึ้นมายิงใส่ศีรษะกำนันเตี้ย 1 นัด ทำให้กำนันเตี้ยล้มลงจมกองเลือด จังหวะที่กำลังจะหลบหนีผู้ต้องหาได้ทำปืนลั่นลงพื้นอีก 1 นัด จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป    นายธนภูมิ ผู้ต้องหา ปฏิเสธที่จะขอขมาต่อหน้ารูปกำนันเตี้ย และไม่ขอขมาญาติผู้ตายด้วย   พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ผู้ต้องหาในคดีนี้ให้การรับสารภาพว่าได้เข้าก่อเหตุยิงผู้ตายจริงและยินดีจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็เลยนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนตามที่ให้การว่า ผู้ต้องหาทำอะไรที่ไหนบ้าง ซึ่งเกรงว่าประชาชนจะโกรธแค้น จึงได้นำกำลังควบคุมฝูงชนมาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งการสอบสวนผู้ต้องหาเป็นประโยชน์ ทั้ง 4 คนที่เหลืออยู่ในช่วงการสอบสวนอยู่ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยังไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ ส่วนจะมีเพิ่มหรือไม่นั้นขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนก่อน   ด้านนายพิเดช วงค์ศิริ สามีกำนันเตี้ย กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมาก คนที่รู้จักเป็นคนใกล้ชิดเป็นจ้างวานฆ่าภรรยา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ไม่มีความโกรธแค้นเคืองใจ คนที่ทำกับภรรยาทำเพื่ออะไร สนิทกัน คุยกันมาก่อน ตนและภรรยาทำงานเพื่อชาวบ้านเพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน สิ่งที่เสียใจมากที่สุดคือ ทำไมถึงฆ่าภรรยาของตน   ขณะที่ น.ส.ศศิภา วงค์ศิริ อายุ 22 ปี ลูกสาวกำนันเตี้ย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจจับคนร้ายได้ และอยากถามถึงเหตุผลในการฆ่า เมื่อรู้ว่าคนที่จ้างวานเป็นคนที่สนิทกับพ่อแม่มากก็ช็อค เพราะทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกัน โดยส่วนตัวเรียกว่าลุง และไม่คิดว่าจะมาทำร้ายแม่ของตน หลังเกิดเหตุได้จุดธูปบอกแม่ว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วให้แม่ไปสู่สุขคติ

 20,490
อาชญากรรม
16 ก.พ. 63

รวบมือปืนพร้อมแก๊งฆ่า ‘กำนันเตี้ย’ ปมทวงคืนผืนป่าขัดผลประโยชน์ ชาวบ้านร้องต้องโทษประหารเท่านั้น

จากกรณีคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์ ทำทีไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี หรือ กำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงศีรษะจนเสียชีวิตคาห้องครัว เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา   ล่าสุด ตำรวจจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้ว 5 ราย คือ นายสามารถ ทิพยศักดิ์ อายุ 57 ปี ผู้จ้างวาน, นายสำริด สังข์สิงห์ อายุ 59 ปี ผู้จ้างวาน, นายประสิทธิ์ อินทร์เนื่อง อายุ 55 ปี คนรับงานและดูแลมือปืนในพื้นที่, นายธนภูมิ พรหมมาตร อายุ 37 ปี มือปืน และน.ส.พนิดา จุนเด็น อายุ 31 ปี ภรรยาของมือปืนและเป็นคนพามือปืนหลบหนี   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างสอบปากคำ นายธนภูมิ มือปืน สารภาพว่าก่อเหตุจริง แต่นายประสิทธิ์ซึ่งเป็นคนรับงาน ยังคงให้การปฏิเสธไม่รู้เห็น ทำให้นายธนภูมิโกรธมากถึงกับลุกขึ้นทุบตัวนายประสิทธิ์ทั้งที่ยังใส่กุญแจมือ เจ้าหน้าที่ชุดหนุมาน จึงเข้าห้ามให้ทั้งสองคนสงบสติอารมณ์   พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายสามารถ ทิพยศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จ้างวานฆ่า เคยเป็นอดีตกำนันตำบลสมอทอง จังหวัดสุราษฏร์ธานี ส่วนนายสำริดและนายประสิทธิ์ ถูกจับกุมได้ที่หนองคาย ขณะที่นายธนภูมิและน.ส.พนิดา ถูกจับได้ที่กรุงเทพฯ ระหว่างพากันหลบหนี   ส่วนมูลเหตุเกิดจากนางกรรณิการ์ ผู้ตาย ได้ทำหน้าที่ทวงคืนผืนป่าจำนวน 120 ไร่ ในพื้นที่ซึ่งผืนป่าดังกล่าวนายสามารถกับนายสำริดได้ปลูกสวนยางพาราไว้ เมื่อถูกทวงคืนจึงทำให้ทั้งสองคนเสียผลประโยชน์มหาศาล จึงจ้างวานฆ่านางกรรณิการ์ โดยนายสามารถติดต่อนายประสิทธิ์ให้ไปหามือปืนในราคา 2 แสนบาท นายประสิทธิ์จึงว่าจ้างนายธนภูมิ ซึ่งเคยต้องโทษคดียาเสพติด ติดคุกมา 7 ปี โดยวิธีก่อเหตุ คือให้แฟนสาวขับรถไปรับหลังก่อเหตุเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่   ขณะนี้ มีเพียงนายธนภูมิ มือปืนเพียงคนเดียวที่รับสารภาพ จึงแจ้งข้อหาประสิทธิ, นายธนภูมิ และนางสาวพนิดา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยนายธนภูมิยังโดนข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองด้วย ส่วนนายสามารถและนายสำริด ถูกแจ้งข้อหา รวมกันเป็นผู้จ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง โดยในวันนี้ จะพานายธนภูมิไปทำแผนชี้จุดก่อเหตุ และในวันที่ 17 ก.พ. จะคุมตัวทั้งหมดส่งศาลจังหวัดหนองคายเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน   หลังจากมีการจับกุมคนร้ายได้แล้ว ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของกำนันเตี้ย ซึ่งพบว่ามีนายพิเดช วงค์ศิริ สามีกำนันเตี้ย และญาติพี่น้องได้ทำการฌาปนกิจศพกำนันเตี้ย ไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา และเพิ่งจะมีการเก็บเถ้ากระดูก ทำบุญอุทิศส่วนกุศล และเก็บบ้านเมื่อเช้าวานนี้ (15 ก.พ.)   นายพิเดช วงค์ศิริ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวหลังจากทราบว่าตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาฆ่าภรรยาของตนเองได้แล้ว โดยพูดทั้งน้ำตาว่า “ภูมิใจมากที่ตำรวจติดตามคดีนี้จนสามารถจับคนร้ายได้ ตนอยากให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิต ตนคอยจุดธูปบอกกำนันเตี้ยตลอดให้ช่วยดลใจตำรวจให้จับคนร้ายได้ อยากรู้ว่าใคนเป็นคนบงการฆ่า จิตใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงทำกับภรรยาอย่างนี้ อยากให้มาขอขมาต่อหน้ารูปภรรยาและต่อหน้าตนเอง ส่วนปมสังหารยังไม่อยากพูดถึง ขอฟังจากปากตำรวจก่อนว่าจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง”   ขณะที่ชาวบ้านดงต้องที่ทราบว่าตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้วนั้น ต่างพากันดีใจและขอบคุณตำรวจ ชื่นชมการทำงานของตำรวจที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง อยากให้คนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต เนื่องจากกำนันเตี้ยเป็นคนดี แต่ต้องมาตายเพราะการทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน หลังจากเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันชาวบ้านไม่กล้าที่จะไปสวนยางพารา ไม่กล้าไปทำไร่ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่เมื่อจับคนร้ายได้แล้วก็โล่งใจมาก     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/k2kb845YEqE  

 286
อาชญากรรม
05 ก.พ. 63

ตร.มุ่งประเด็นทำงานเพื่อส่วนรวม ชนวนสังหารกำนันหญิง จ.หนองคาย

ตำรวจหนองคาย เจอล้อรถจักรยานยนต์สองข้างของคนร้ายฆ่ากำนันหญิงนักพัฒนาที่ถูกถอดแล้วทิ้งลงอ่างเก็บน้ำ พบเป็นวัยรุ่นคะนอง เห็นรถจมน้ำ พากันยกขึ้นมาแล้วถอดล้อออก   จากกรณีคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทำทีไปขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี กำนันตำบลผาตั้ง หรือ กำนันเตี้ย ที่บ้าน ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงขมับกำนันเตี้ยเสียชีวิตคาห้องครัว เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา   ต่อมาวันที่ 3 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อคของคนร้ายถูกทิ้งในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ห่างจากจุดเกิดเหตุฆ่ากำนันประมาณ 21 กิโลเมตร ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงบ่ายวันนี้ (5 ก.พ.63) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า หลังจากตำรวจพบรถจักรยานยนต์ถูกถอดล้อทั้งสองล้อ ชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น ท่อไอเสีย กระจกมองข้างซ้ายหายไป ชุดประดาน้ำกู้ภัยประจักษ์หนองคายได้ดำน้ำค้นหาก็พบเพียงกระจกมองข้าง และดุมล้อ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าคนร้าย ได้พบหลักฐานสำคัญที่หายไป คือ ล้อรถจักรยานยนต์ของคนร้ายทั้งสองล้อ    โดยเป็นกลุ่มวัยรุ่นในละแวกบ้านใกล้กับอ่างเก็บน้ำ ไม่ทราบจำนวนมาเจอรถจักรยานยนต์ของคนร้ายในช่วงเย็นวันที่ 2 ก.พ.63 ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้พากันขี่รถจักรยานยนต์จะนำไปล้างที่อ่างเก็บน้ำ แล้วไปพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายถูกทิ้งอยู่ในน้ำก่อนแล้ว จึงพากันนำรถขึ้นมาจากน้ำ โดยเห็นว่าล้อรถทั้งสองข้างเป็นล้อแต่งซิ่ง จึงได้ถอดล้อทั้งสองข้างออก พร้อมเอาท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ไปด้วย จากนั้นก็นำรถจักรยานยนต์คนร้ายทิ้งไว้ในน้ำตามเดิม   ขณะนี้ตำรวจได้เก็บล้อของกลาง และท่อไอเสียไว้ที่ สภ.สังคม.

 551
สังคม
03 ก.พ. 63

ระทึก! ไฟลุกท่วมรถยนต์ เคราะห์ดีคนขับไม่เป็นอะไร แต่กว่าจะดับไฟได้ เล่นเอาเหนื่อย

ริมถนนเข้าเมืองหนองคาย สุภาพสตรีท่านหนึ่ง ขับรถไปทำสวนในตอนเข้า ตกเย็นขับกลับบ้าน แต่ดันเกิดเพลิงไหม้ที่ห้องเครื่องรถยนต์ และไฟลุกลามไปทั่วทั้งคัน   เคราะห์ดีที่คนขับสามารถหนีออกมาได้ ไม่มีอาการบาดเจ็บ ยืนดูรถดับเพลิงฉีดน้ำช่วยดับไฟ ดับตั้งแต่อาทิตย์ยังไม่ตกดิน จนฟ้ามือก็ยังดับไม่เสร็จ ใช้เวลาดับไฟในครั้งนี้นานมาก เหตุที่ใช้เวลานานเพราะสายดับเพลิงนั้นมีรอยรั่วตลอดสายเลย ทำให้น้ำไหลได้ไม่เต็มที่     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : youtu.be/W26VEpRQJ-c

 426
อาชญากรรม
03 ก.พ. 63

ฆ่าโหด คนร้ายลั่นไกใส่กำนันหญิงดับคาบ้าน สามีตั้งปมโดนผู้มีอิทธิพลสั่งฆ่า เหตุเป็นตัวกลางปรามขัดแย้งที่ดิน

หนองคาย - เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ร.ต.อ.อุบล วงศ์คำชัย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สังคม จ.หนองคาย รับแจ้งคนถูกยิงเสียชีวิต ที่บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ ตันดี ผกก.สภ.สังคม, พ.ต.ท.ปัตตะพงษ์ พัฒนิบูลย์ รองผกก.สส., พ.ต.อ.ญ.เพียงหทัย สุพล ผกก.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย, น.ส.ศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม แพทย์เวรโรงพยาบาลสังคม และหน่วยกู้ภัยประจักษ์หนองคาย       ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำ บริเวณห้องครัว ด้านข้างของบ้าน พบศพนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี เป็นกำนันตำบลผาตั้ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ‘กำนันเตี้ย’  นอนหงายเสียชีวิต เลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก และหัวกระสุน 11 มม. 1 หัว ชันสูตรพบว่านางกรรณิการ์ ถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตทันที       เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.27 น. ขณะที่นายพิเดช วงค์ศิริ สามีผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาหลานสาวออกจากบ้าน จังหวะที่สามีผู้ตายขี่รถออกไป ได้มีคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีน้ำเงิน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง กลางเก่ากลางใหม่ มีคันเบ็ดอยู่หน้ารถ ขี่รถมาวกเข้าทักทายร้านน้ำแข็งใส เยื้องกับบ้านผู้ตาย แล้วขี่รถมาจอดหน้าบ้านต่อจากรถของสามีผู้ตาย       จากนั้นคนร้ายได้ทำทีเข้าไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง พอนางกรรณิการ์ ผู้ตาย เดินมาขายของให้ แล้วเดินกลับไปในครัว คนร้ายได้เดินตามไปแล้วใช้อาวุธปืนที่พกไว้บริเวณเอวข้างซ้าย ยิงไปที่นางกรรณิการ์ 2 นัด แล้วเดินออกจากบ้าน ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป โดยมุ่งหน้าไปทางบ้านลาดหอคำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี       ด้านนายพิเดช วงค์ศิริ สามีผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนจะพาหลานสาวไปบ้านญาติท้ายหมู่บ้าน ภรรยาอยู่บ้านคนเดียว ไม่นานญาติก็โทรศัพท์มาบอกว่าภรรยาถูกยิงเสียชีวิต จึงรีบกลับบ้าน ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายกับภรรยา ซึ่งภรรยาเป็นกำนันตำบลผาตั้งมาได้ 3 ปี ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน       ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 ที่วัดถ้ำดินเพียง มีการทำบุญกฐิน ตนกับภรรยาเป็นกรรมการวัด แล้วเกิดมีปัญหาเงินหายไป 85,000 บาท ก็ได้สอบถามและพยายามติดตามเงินกลับมา จนเรื่องจบไปแล้ว ต่อมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทราบว่าภรรยาไปช่วยชาวบ้านเจราจากับเจ้าของที่ดินรายหนึ่งซึ่งปิดถนนทางเข้าสวนของชาวบ้าน จนเกิดมีปัญหากันขึ้น       ขณะที่นางสาวธนภา สาวิกัน น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อปี 2562 มีชาวบ้านมาร้องเรียนขอให้กำนันช่วยเหลือเพราะถูกเจ้าของที่ดิน อ้างสิทธิ สปก. ปิดทางสัญจรชาวบ้านที่ใช้เดินทางผ่านไปไร่นา ไม่ให้ชาวบ้านผ่านทาง ทั้งที่เคยสัญจรไปมานานหลายสิบปี พี่สาวก็ไปช่วยพูดเจรจา จนมีการนัดเจ้าหน้าที่สปก. มาตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้าน       จนล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการนัดพูดคุยหาทางออกที่ อบต.ผาตั้ง วันนั้นพี่สาวมาเล่าให้ฟังว่า เกิดการทะเลาะกับเจ้าของที่ดิน จนเจรจากันไม่ได้ แก้ปัญหาไม่สำเร็จ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นชนวนเหตุให้พี่สาวถูกฆ่าตาย เพราะพี่สาวไม่ได้มีปัญหาเรื่องอื่นแต่อย่างใด       หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ณรงค์ ตันดี ผกก.สภ.สังคม เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นกำนันนักพัฒนา ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวบ้านรักใคร่ดี ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่บ้านผู้ตายติดตั้งไว้ 6 ตัว แต่ไม่มีตัวไหนหันภาพไปทางห้องครัว ทำให้จับภาพขณะคนร้ายก่อเหตุไม่ได้ เห็นเพียงจังหวะก่อนหน้าที่คนร้ายขี่รถเข้ามา แล้วมาทำทีซื้อของ แล้วขี่รถออกไป       ซึ่งได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สังคม และประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายมาช่วยอีกทางหนึ่ง โดยจะมีการเช็คเส้นทางหลบหนี ประสานกับพื้นที่ สภ.บ้านผือ ซึ่งอยู่ใกล้กัน ตรวจสอบช่วยอีกทางหนึ่ง เบื้องต้นให้น้ำหนักปมสังหารไปที่การขัดแย้งเรื่องที่ดิน กับปัญหาทางวัดเป็นหลักก่อน และจะสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีประเด็นอื่น ๆ อีกหรือไม่       คดีนี้ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญของประชาชนในพื้นที่ ต้องเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้           เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันนี้(2ก.พ.63)ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งเป็นบ้านของ นางกรรณิการ์ วงศ์ศิริ หรือ กำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์หนองคาย ได้นำร่างไร้วิญญาณของกำนันเตี้ยกลับมาจากการผ่าเอากระสุนออกจากศีรษะ ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น มาทำพิธีทางศาสนาที่บ้าน โดยบรรดาญาติและชาวบ้าน ต่างส่งเสียงร้องไห้ ทั้งน้ำตาหลังจากนำศพลงจากรถและได้ตั้งบำเพ็ญกุศล ที่บ้านที่เกิดเหตุโดยได้ประดับตกแต่งดอกไม้และเตรียมสวดพระอภิธรรมเป็นวันแรก           ทางญาติบอกว่า ขอตั้งสวดไปเรื่อยๆ ยังไม่มีกำหนด และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะให้คนร้ายได้เข้ามาขอขมาศพ ก่อนถึงจะทำพิธีฌาปนกิจ

 1,586
อาชญากรรม
02 ก.พ. 63

ฆ่าโหด คนร้ายลั่นไกใส่กำนันหญิงดับคาบ้าน ญาติตั้งปมโดนผู้มีอิทธิพลสั่งฆ่า

หนองคาย - เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ร.ต.อ.อุบล วงศ์คำชัย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สังคม จ.หนองคาย รับแจ้งคนถูกยิงเสียชีวิต ที่บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ ตันดี ผกก.สภ.สังคม, พ.ต.ท.ปัตตะพงษ์ พัฒนิบูลย์ รองผกก.สส., พ.ต.อ.ญ.เพียงหทัย สุพล ผกก.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย, น.ส.ศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม แพทย์เวรโรงพยาบาลสังคม และหน่วยกู้ภัยประจักษ์หนองคาย   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำ บริเวณห้องครัว ด้านข้างของบ้าน พบศพนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี เป็นกำนันตำบลผาตั้ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ‘กำนันเตี้ย’  นอนหงายเสียชีวิต เลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก และหัวกระสุน 11 มม. 1 หัว ชันสูตรพบว่านางกรรณิการ์ ถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตทันที   เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.27 น. ขณะที่นายพิเดช วงค์ศิริ สามีผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาหลานสาวออกจากบ้าน จังหวะที่สามีผู้ตายขี่รถออกไป ได้มีคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีน้ำเงิน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง กลางเก่ากลางใหม่ มีคันเบ็ดอยู่หน้ารถ ขี่รถมาวกเข้าทักทายร้านน้ำแข็งใส เยื้องกับบ้านผู้ตาย แล้วขี่รถมาจอดหน้าบ้านต่อจากรถของสามีผู้ตาย   จากนั้นคนร้ายได้ทำทีเข้าไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง พอนางกรรณิการ์ ผู้ตาย เดินมาขายของให้ แล้วเดินกลับไปในครัว คนร้ายได้เดินตามไปแล้วใช้อาวุธปืนที่พกไว้บริเวณเอวข้างซ้าย ยิงไปที่นางกรรณิการ์ 2 นัด แล้วเดินออกจากบ้าน ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป โดยมุ่งหน้าไปทางบ้านลาดหอคำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี   ด้านนายพิเดช วงค์ศิริ สามีผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนจะพาหลานสาวไปบ้านญาติท้ายหมู่บ้าน ภรรยาอยู่บ้านคนเดียว ไม่นานญาติก็โทรศัพท์มาบอกว่าภรรยาถูกยิงเสียชีวิต จึงรีบกลับบ้าน ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายกับภรรยา ซึ่งภรรยาเป็นกำนันตำบลผาตั้งมาได้ 3 ปี ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน   ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 ที่วัดถ้ำดินเพียง มีการทำบุญกฐิน ตนกับภรรยาเป็นกรรมการวัด แล้วเกิดมีปัญหาเงินหายไป 85,000 บาท ก็ได้สอบถามและพยายามติดตามเงินกลับมา จนเรื่องจบไปแล้ว ต่อมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทราบว่าภรรยาไปช่วยชาวบ้านเจราจากับเจ้าของที่ดินรายหนึ่งซึ่งปิดถนนทางเข้าสวนของชาวบ้าน จนเกิดมีปัญหากันขึ้น   ขณะที่นางสาวธนภา สาวิกัน น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อปี 2562 มีชาวบ้านมาร้องเรียนขอให้กำนันช่วยเหลือเพราะถูกเจ้าของที่ดิน อ้างสิทธิ สปก. ปิดทางสัญจรชาวบ้านที่ใช้เดินทางผ่านไปไร่นา ไม่ให้ชาวบ้านผ่านทาง ทั้งที่เคยสัญจรไปมานานหลายสิบปี พี่สาวก็ไปช่วยพูดเจรจา จนมีการนัดเจ้าหน้าที่สปก. มาตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้าน   จนล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการนัดพูดคุยหาทางออกที่ อบต.ผาตั้ง วันนั้นพี่สาวมาเล่าให้ฟังว่า เกิดการทะเลาะกับเจ้าของที่ดิน จนเจรจากันไม่ได้ แก้ปัญหาไม่สำเร็จ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นชนวนเหตุให้พี่สาวถูกฆ่าตาย เพราะพี่สาวไม่ได้มีปัญหาเรื่องอื่นแต่อย่างใด   หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ณรงค์ ตันดี ผกก.สภ.สังคม เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นกำนันนักพัฒนา ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวบ้านรักใคร่ดี ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่บ้านผู้ตายติดตั้งไว้ 6 ตัว แต่ไม่มีตัวไหนหันภาพไปทางห้องครัว ทำให้จับภาพขณะคนร้ายก่อเหตุไม่ได้ เห็นเพียงจังหวะก่อนหน้าที่คนร้ายขี่รถเข้ามา แล้วมาทำทีซื้อของ แล้วขี่รถออกไป   ซึ่งได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สังคม และประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายมาช่วยอีกทางหนึ่ง โดยจะมีการเช็คเส้นทางหลบหนี ประสานกับพื้นที่ สภ.บ้านผือ ซึ่งอยู่ใกล้กัน ตรวจสอบช่วยอีกทางหนึ่ง เบื้องต้นให้น้ำหนักปมสังหารไปที่การขัดแย้งเรื่องที่ดิน กับปัญหาทางวัดเป็นหลักก่อน และจะสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีประเด็นอื่น ๆ อีกหรือไม่   คดีนี้ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญของประชาชนในพื้นที่ ต้องเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/3jOmbB2A5xg

 483
อาชญากรรม
02 ก.พ. 63

อุกอาจ! มือปืนบุกฆ่ากำนันหญิง ทำทีมาซื้อของก่อนยิงหัวดับ ตร.พุ่งเป้าปมขัดแย้งที่ดิน

หนองคาย-มือปืนบุกฆ่ากำนันหญิงตำบลผาตั้ง ทำทีมาซื้อของ ก่อนยิงหัวดับ ตำรวจพุ่งเป้าปมขัดแย้งที่ดิน   กล้องวงจรปิดภายในบ้านของ นางกรรณิการ์ วงค์ศิริ กำนันตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ จับภาพขณะที่สามีของนางสาวกรรณิการ์ ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาหลานสาวออกจากบ้าน ในจังหวะที่สามีของนางกรรณิการ์ขี่รถออกไป ก็เห็นชายคนร้ายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟสีแดง ทำทีเข้าไปขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง   เมื่อนางกรรณิการ์ เดินมาขายของให้ แล้วเดินกลับเข้าไปในครัว คนร้ายเดินตามแล้วใช้ปืนที่พกไว้ที่เอวด้านซ้าย ยิงใส่นางกรรณิการ์ 2 นัด แล้ววิ่งหนีไป ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางบ้านลาดหอคำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี   หลังได้รับแจ้งเหตุจากสามีผู้ตาย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่านางกรรณิการ์ ถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตทันที ส่วนที่พื้นบ้านพบปลอกกระสุนขนาด 11 มม.ตกอยู่ 1 ปลอก และหัวกระสุน 11 มม.อีก 1 หัว   สามีของนางกรรณิการ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุจะพาหลานสาวไปบ้านญาติที่ท้ายหมู่บ้าน โดยภรรยาอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว สักพักมีคนโทรศัพท์มาแจ้งว่าภรรยาถูกยิงเสียชีวิต จึงรีบกลับบ้านมาด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น สามีบอกว่า ภรรยาเป็นกำนันตำบลผาตั้งมานาน 3 ปี เป็นกำนันนักพัฒนาและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภรรยาเพิ่งไปช่วยชาวบ้านเจรจากับเจ้าของที่ดินรายหนึ่ง ที่ปิดถนนทางเข้าสวนของชาวบ้าน จนเกิดมีปัญหากันขึ้น   ด้าน น้องสาวผู้ตาย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 2562 มีชาวบ้านมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือ เพราะถูกเจ้าของที่ดินอ้างสิทธิ สปก.ปิดทางสัญจรของชาวบ้านที่ใช้เดินผ่านไปไร่นา ทั้งที่เคยใช้เส้นทางกันมาหลายสิบปี พี่สาวซึ่งเป็นกำนันจึงไปช่วยพูดเจรจา จนนัดเจ้าหน้าที่ สปก.มาตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อหาทางช่วยชาวบ้าน จนกระทั่งวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ได้นัดพูดคุยหาทางออก ที่ อบต.ผาตั้ง แต่พี่สาวเล่าว่า เกิดทะเลาะกับเจ้าของที่ดิน จนเจรจากันไม่ได้ ซึ่งน้องสาวเชื่อว่า นี่คือมูลเหตุที่ทำให้พี่สาวถูกฆ่า   ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบ้าน พบว่ากล้องทั้ง 6 ตัว ไม่มีตัวไหนหันไปทางครัว ทำให้จับภาพขณะก่อเหตุไม่ได้ เห็นเพียงจังหวะคนร้ายเข้ามาทำทีซื้อของและหนีออกไป แต่ขณะนี้ระดมกำลังพร้อมประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เร่งไล่ล่าคนร้าย โดยเบื้องต้นให้น้ำหนักปมสังหารไปที่ปมขัดแย้งที่ดิน และจะสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีประเด็นอื่นหรือไม่           ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/cxkFfQt72jU  

 5,957
อาชญากรรม
02 ก.พ. 63

มือปืนโหด! จ่อยิงขมับขวากำนันหญิงดับคาร้านของชำ คาดปมที่ดิน

หนองคาย - เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ.63 รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สังคม จ.หนองคาย รับแจ้งคนถูกยิงเสียชีวิต ที่บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ เลขที่ 152 หมู่ 6 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำ บริเวณห้องครัว ด้านข้างของบ้าน พบศพนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี เป็นกำนันตำบลผาตั้ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า กำนันเตี้ย สวมเสื้อแขนยาวสีม่วง กางเกงขายาวสีดำ นอนหงายเสียชีวิต เลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก และหัวกระสุน 11 มม. 1 หัว ชันสูตรพบว่านางกรรณิการ์ ถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตทันที เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.27 น. ขณะที่นายพิเดช วงค์ศิริ อายุ 53 ปี สามีผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พาหลานสาวออกจากบ้าน จังหวะที่สามีผู้ตายขี่รถออกไป ได้มีคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีน้ำเงิน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง กลางเก่ากลางใหม่ มีคันเบ็ดอยู่หน้ารถ ขี่รถมาวกเข้าทักทายร้านน้ำแข็งใส เยื้องกับบ้านผู้ตาย แล้วขี่รถมาจอดหน้าบ้านต่อจากรถของสามีผู้ตาย จากนั้นคนร้ายได้ทำทีเข้าไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง พอนางกรรณิการ์ ผู้ตาย เดินมาขายของให้ แล้วเดินกลับไปในครัว คนร้ายได้เดินตามไปแล้วใช้อาวุธปืนที่พกไว้บริเวณเอวข้างซ้าย ยิงไปที่นางกรรณิการ์ 2 นัด แล้วเดินออกจากบ้าน ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป โดยมุ่งหน้าไปทางบ้านลาดหอคำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ด้านนายพิเดช วงค์ศิริ สามีผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนจะพาหลานสาวไปบ้านญาติท้ายหมู่บ้าน ภรรยาอยู่บ้านคนเดียว ไม่นานญาติก็โทรศัพท์มาบอกว่าภรรยาถูกยิงเสียชีวิต จึงรีบกลับบ้าน ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายกับภรรยา ซึ่งภรรยาเป็นกำนันตำบลผาตั้งมาได้ 3 ปี ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 ที่วัดถ้ำดินเพียง มีการทำบุญกฐิน ตนกับภรรยาเป็นกรรมการวัด แล้วเกิดมีปัญหาเงินหายไป 85,000 บาท ก็ได้สอบถามและพยายามติดตามเงินกลับมา จนเรื่องจบไปแล้ว ต่อมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทราบว่าภรรยาไปช่วยชาวบ้านเจราจากับเจ้าของที่ดินรายหนึ่งซึ่งปิดถนนทางเข้าสวนของชาวบ้าน จนเกิดมีปัญหากันขึ้น ขณะที่นางสาวธนภา สาวิกัน อายุ 38 ปี น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อปี 2562 มีชาวบ้านมาร้องเรียนขอให้กำนันช่วยเหลือเพราะถูกเจ้าของที่ดิน อ้างสิทธิ สปก. ปิดทางสัญจรชาวบ้านที่ใช้เดินทางผ่านไปไร่นา ไม่ให้ชาวบ้านผ่านทาง ทั้งที่เคยสัญจรไปมานานหลายสิบปี พี่สาวก็ไปช่วยพูดเจรจา จนมีการนัดเจ้าหน้าที่ สปก.มาตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้าน จนล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการนัดพูดคุยหาทางออกที่ อบต.ผาตั้ง วันนั้นพี่สาวมาเล่าให้ฟังว่า เกิดการทะเลาะกับเจ้าของที่ดิน จนเจรจากันไม่ได้ แก้ปัญหาไม่สำเร็จ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นชนวนเหตุให้พี่สาวถูกฆ่าตาย เพราะพี่สาวไม่ได้มีปัญหาเรื่องอื่นแต่อย่างใด นางสาวเฟื่องฟ้า สาวิกัน อายุ 31 ปี หลานสาวผู้ตาย ซึ่งเห็นเหตุการณ์ บอกว่า ตนเห็นรถจักรยานยนต์สีแดง มาจอดอยู่หน้าบ้าน นึกว่าเป็นลูกค้ามาซื้อของตามปกติ ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จากนั้นเห็นผู้ชายสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจากบ้าน ตนจึงรีบวิ่งมาดู ก็เห็นกำนัน ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นกำนันนักพัฒนา ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวบ้านรักใคร่ดี ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่บ้านผู้ตายติดตั้งไว้ 6 ตัว แต่ไม่มีตัวไหนหันภาพไปทางห้องครัว ทำให้จับภาพขณะคนร้ายก่อเหตุไม่ได้ เห็นเพียงจังหวะก่อนหน้าที่คนร้ายขี่รถเข้ามา แล้วมาทำทีซื้อของ แล้วขี่รถออกไป ซึ่งได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สังคม และประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายมาช่วยอีกทางหนึ่ง โดยจะมีการเช็คเส้นทางหลบหนี ประสานกับพื้นที่ สภ.บ้านผือ ซึ่งอยู่ใกล้กัน ตรวจสอบช่วยอีกทางหนึ่ง เบื้องต้นให้น้ำหนักปมสังหารไปที่การขัดแย้งเรื่องที่ดิน กับปัญหาทางวัด เป็นหลักก่อน และจะสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีประเด็นอื่น ๆ อีกหรือไม่ คดีนี้ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญของประชาชนในพื้นที่ ต้องเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้       ชมผ่านยูทูปที่นี่ :  https://youtu.be/WjKt1zOIk0g  

 376
สังคม
30 ม.ค. 63

พิทบูลขย้ำเด็กเจ็บหนัก แม่วิ่งเข้าช่วยถูกกัดซ้ำแผลทั่วร่าง เจ้าของสุนัขขอเจรจาอีกรอบหลังโดนเรียก 1 แสนบาท

คืบหน้า กรณีเด็กชายวัย 2 ขวบ ที่ถูกสุนัขพิทบูลของเพื่อนบ้านขย้ำกัดศีรษะ จนสาหัส ขณะที่แม่วิ่งเข้าช่วยถูกกัดไปด้วย ด้านญาติแจ้งความเรียกค่าเสียหาย 1 แสนบาท     โดยผู้บาดเจ็บ 2 แม่ลูกที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้เด็กชายวัย 2 ขวบเศษ พบมีบาดแผลหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ศีรษะหนักสุด มีผ้าพันแผลปิดไว้หลายจุด ส่วนนางสาวพรทิพย์ ผู้เป็นแม่ มีบาดแผลที่แขน ขา ท้อง และศีรษะ      นางสาวพรทิพย์ บอกว่า ในวันเกิดเหตุเธอกำลังตากผ้าอยู่ ซึ่งขณะนั้นลูกชายขี่รถของเล่นอยู่หน้าบ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงลูกชายกรีดร้อง พอหันไปดูก็พบว่ามีสุนัขพิทบูลกำลังขย้ำลูกชาย เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย สุนัขจึงหันมาทำร้ายเธอแทน จนมีเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือ และรีบพาเธอและลูกชายส่งโรงพยาบาล      ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฯ อบต.หนองกอมเกาะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทราบชื่อเจ้าของสุนัข คือ น.ส.ชนนิกานต์ พิมพ์คำ อายุ 23 ปี ไม่อยู่บ้าน แต่ยังพบสุนัขพิทบูลเพศเมียอยู่ ส่วนตัวผู้ที่ก่อเหตุไม่อยู่แล้ว จากการสอบถาม เพื่อนบ้าน บอกว่าสุนัขพิทบูลทั้งสองตัวนี้มีนิสัยดุร้าย เคยกัดสุนัขของตนจนบาดเจ็บปางตาย และยังเคยวิ่งไปเล่นที่โรงเรียน ก็ยังกลัวว่าจะไปกัดเด็ก      ส่วนทางคดี ญาติของผู้บาดเจ็บ ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สภ.เมืองหนองคาย พร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1 แสนบาท ส่วนเจ้าของสุนัขขอดูอาการผู้บาดเจ็บก่อน และจะขอเจรจาอีกครั้งในภายหลัง   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ERadf9UZvyM  

 140
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 63

หมาพิทบูลโหด ขย้ำเด็ก 2 ขวบแผลเหวอะ หนังหัวเปิด แม่เข้าช่วยถูกกัดด้วย

หนองคาย-เกิดเหตุสุนัขพันธุ์พิทบูลกัดเด็กชายวัย 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ ตามร่างกายมีบาดแผลหลายแห่งที่แขน แผ่นหลัง โดยเฉพาะที่หนักสุดอยู่บริเวณศีรษะ มีผ้าพันแผลปิดไว้หลายจุด ขณะที่แม่ซึ่งเข้าไปช่วยลูก ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลแขน ขา ท้อง และศีรษะ   ด้านแม่ของเด็กเล่าว่า ขณะที่ลูกชายขี่รถของเล่นอยู่หน้าบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงลูกชายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พอหันไปดูก็พบว่ามีสุนัขพิทบูลของเพื่อนบ้านกำลังขย้ำลูกชายอยู่ แล้วลากลูกชายเข้าไปในป่ากล้วย ประมาณ 70 เมตร ด้วยความตกใจตนรีบวิ่งเข้าไปช่วยลูก คว้าลูกชายมากอดไว้ สุนัขจึงหันมาทำร้ายตนแทนจนถูกสุนัขกัดหลายแห่ง ต่อมามีเพื่อนบ้านเข้ามาช่วยเหลือ เมื่อไล่สุนัขไปได้แล้วปรากฏว่าลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะที่ศีรษะ หนังศีรษะเปิดจนเห็นกะโหลก เพื่อนบ้านจึงได้รีบนำตนและลูกชายส่งโรงพยาบาลหนองคายทันที   สำหรับสุนัขพิทบูลที่กัดเด็กนั้น ทราบว่าเพื่อนบ้านเลี้ยงไว้ 2 ตัว ตัวผู้และตัวเมีย โดยตัวที่กัดเด็กเป็นตัวผู้ หลังเกิดเหตุเจ้าของได้นำไปไว้ที่อื่น เหลือแต่ตัวเมียยังอยู่ที่ห้องเช่า ลูกชายตนยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอนสะดุ้งบ่อยครั้ง ตนต้องคอยปลอบใจ คลายความหวาดกลัวลง   หลังเกิดเหตุเจ้าของสุนัขได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล เบื้องต้นได้พูดคุยกันเจ้าของสุนัขบอกว่ายินดีจะช่วยค่ารักษาพยาบาลและดูแลจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตามตนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานด้วย ขณะที่เจ้าของห้องเช่าหลังเกิดเหตุขอให้เจ้าของสุนัขนำสุนัขออกไปจากห้องเช่า ไม่อนุญาตให้เลี้ยงอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9n6t4672JhU  

 3,415
สังคม
29 ม.ค. 63

หมาพิทบูลโหด ขย้ำเด็ก 2 ขวบแผลเหวอะ หนังหัวเปิด แม่เข้าช่วยถูกกัดด้วย

หนองคาย-เกิดเหตุสุนัขพันธุ์พิทบูลกัดเด็กชายวัย 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ ตามร่างกายมีบาดแผลหลายแห่งที่แขน แผ่นหลัง โดยเฉพาะที่หนักสุดอยู่บริเวณศีรษะ มีผ้าพันแผลปิดไว้หลายจุด ขณะที่แม่ซึ่งเข้าไปช่วยลูก ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลแขน ขา ท้อง และศีรษะ   ด้านแม่ของเด็กเล่าว่า ขณะที่ลูกชายขี่รถของเล่นอยู่หน้าบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงลูกชายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พอหันไปดูก็พบว่ามีสุนัขพิทบูลของเพื่อนบ้านกำลังขย้ำลูกชายอยู่ แล้วลากลูกชายเข้าไปในป่ากล้วย ประมาณ 70 เมตร ด้วยความตกใจตนรีบวิ่งเข้าไปช่วยลูก คว้าลูกชายมากอดไว้ สุนัขจึงหันมาทำร้ายตนแทนจนถูกสุนัขกัดหลายแห่ง ต่อมามีเพื่อนบ้านเข้ามาช่วยเหลือ เมื่อไล่สุนัขไปได้แล้วปรากฏว่าลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะที่ศีรษะ หนังศีรษะเปิดจนเห็นกะโหลก เพื่อนบ้านจึงได้รีบนำตนและลูกชายส่งโรงพยาบาลหนองคายทันที   สำหรับสุนัขพิทบูลที่กัดเด็กนั้น ทราบว่าเพื่อนบ้านเลี้ยงไว้ 2 ตัว ตัวผู้และตัวเมีย โดยตัวที่กัดเด็กเป็นตัวผู้ หลังเกิดเหตุเจ้าของได้นำไปไว้ที่อื่น เหลือแต่ตัวเมียยังอยู่ที่ห้องเช่า ลูกชายตนยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอนสะดุ้งบ่อยครั้ง ตนต้องคอยปลอบใจ คลายความหวาดกลัวลง   หลังเกิดเหตุเจ้าของสุนัขได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล เบื้องต้นได้พูดคุยกันเจ้าของสุนัขบอกว่ายินดีจะช่วยค่ารักษาพยาบาลและดูแลจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตามตนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานด้วย ขณะที่เจ้าของห้องเช่าหลังเกิดเหตุขอให้เจ้าของสุนัขนำสุนัขออกไปจากห้องเช่า ไม่อนุญาตให้เลี้ยงอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9n6t4672JhU  

 3,415
สังคม
29 ม.ค. 63

ผู้ว่าฯ รุดตรวจสอบโรงงานให้ลูกจ้างใช้ปากแทะขาไก่ พร้อมสั่งให้ใช้คีมเลาะกระดูกแทน

หลังจากมีการเผยแพร่คลิปลูกจ้างใช้ปากแทะขาไก่เพื่อเอาส่วนที่ไม่ต้องการออก จนขาไก่ออกมาสวยงามกลายเป็นสินค้าที่วางขายตามท้องตลาด มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ล่าสุด ผู้ว่าฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าว พร้อมสั่งให้ใช้เครื่องมือในการเลาะกระดูกแทนการใช้ปากแทะขาไก่    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ม.ค. 63 นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย, ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย และเทศบาลตำบลบ้านเดื่อ ได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ เลขที่ 175 หมู่ 11 ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย มีนางนงลักษณ์ พยัคพรม อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของ ซึ่งมีการพบว่าที่โรงงานแห่งนี้ได้ทำการแปรรูปขาไก่ หรือ เล็บมือนาง โดยให้คนงานนั่งแทะกระดูกไก่ออกจากขาไก่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้นำชุดตรวจสอบสารปนเปื้อนมาทำการตรวจด้วย ซึ่งไม่พบสารปนเปื้อนหรือสารอันตรายในขาไก่แต่อย่างใด   นางนงลักษณ์ พยัคพรม เจ้าของโรงงาน กล่าวว่า ตนทำโรงงานแปรรูปขาไก่มา 5 ปี รับซื้อชิ้นส่วนขาไก่และโครงไก่ มาทำการแปรรูปเลาะกระดูกออก ครั้งละประมาณ 3 ตัน ขายให้กับลูกค้าวันละประมาณ 400-500 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อก่อนเคยใช้คีมเลาะกระดูก พบว่าใช้เวลานาน 1 ขา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที แถมลูกค้าไม่รับซื้อ เพราะบอกว่าขาไก่เละ และตีกลับทั้งหมดทำให้ต้องทิ้งเสียเปล่า แต่พอให้คนงานแทะกระดูกทำเวลาได้เร็วกว่าใช้คีมถึง 5 เท่า แถมขาไก่ยังสวยได้รูป   แต่หลังจากตกเป็นข่าวก็ได้ฝึกให้คนงานใช้คีม และยืนยันจะเลิกใช้ปากแทะกระดูกอีกต่อไปแล้ว เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับโรงงานในลักษณะเดียวกันก็ต้องปรับเปลี่ยนเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้ได้ทำการปิดโรงงานชั่วคราวจนกว่าจะคนงานจะพร้อมในการใช้เครื่องมือ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/D7ffCUkS2uk  

 1,636

Top