ค้นหา :

ผลการค้นหา "สาวใช้"

สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

รอผลตรวจ dna ศพ 'น้องน้ำ' แม่ผวาโดนโทรขู่ สาวทอมแฉเคยโดน 'โมนา' ทำร้ายเหมือนกัน

จากกรณีพบศพ น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 16 ปี ถูกฆ่าแล้วฝังดินอำพรางนาน 5 ปี จนมีการสืบสวนจับกุม น.ส.กฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อายุ 45 ปี อดีตนายจ้างของน้องน้ำ ซึ่งเบื้องต้นสารภาพว่าทุบตีจริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ถึงเสียชีวิต ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกไปนั้น   ล่าสุดความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอผลตรวจหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ที่เก็บได้จากจุดที่ขุดพบศพของน้องน้ำ เช่น ผ้าขาวห่อศพ และถุงดำ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังใช้เทคนิคเพื่อตรวจหาลายนิ้วมือแฝงจากหลักฐานที่เก็บได้ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์โครงกระดูกของผู้เสียชีวิตที่กรามด้านซ้าย และบริเวณซี่โครงด้านขวาที่หัก ว่าเกิดจากสาเหตุใด และรอยหักดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนหรือหลังการเสียชีวิต ซึ่งเมื่อผลตรวจทั้งหมดออกมาแล้ว รูปคดีก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น   อย่างไรก็ตามจากคำให้การของน.ส.กฤษณา ที่ให้การซัดทอดไปยัง น.ส.ปรารถนา สาวทอมคนสนิทว่าเป็นผู้ที่ลงมือทำร้ายร่างกายน้องน้ำจนเสียชีวิตนั้น โดยเรื่องดังกล่าวมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่เคยนำตัวน.ส.ปราถนามาสอบปากคำก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งก็ให้การซัดทอดไปยังน.ส.กฤษณา ว่าเป็นผู้ที่ลงมือทำร้ายน้องน้ำจนเสียชีวิตตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย   สำหรับ น.ส.ปรารถนานั้น ทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่บ้านของ น.ส.กฤษณามาตั้งแต่อายุ 19 ปี ปกติจะทำหน้าที่ติดตามและคอยดูแลเรื่องส่วนตัวให้กับน.ส.กฤษณา ที่ผ่านมายังมีรายงานด้วยว่า น.ส.ปราถนาเองก็ยังเคยถูก น.ส.กฤษณา เอากระป๋องสเปรย์ทุบตีตามร่างกายจนถึงกับหน้าผากแตกด้วยเช่นกัน   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ติดต่อไปยัง น.ส.ปรารถนา เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่ถูกให้การซัดทอดว่าเป็นคนร้ายตัวจริง ก็ได้รับตอบเพียงสั้น ๆ ว่า ขณะนี้ยังไม่สะดวกคุย ส่วนเรื่องคำให้การซัดทอดนั้น ก็อยู่ระหว่างกำลังปรึกษากับผู้ใหญ่ ที่ตนให้ความนับถือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป   ด้านแม่ของน้องน้ำ ระบุถูกโทรศัพท์ข่มขู่ รวมถึงผู้ที่จะให้เบาะแสหรือเป็นพยานด้วย ทำให้ขณะนี้แม่ของน้องน้ำหวาดกลัว ต้องอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TBUAW3i3qY8  

 45,738
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

รอง ผบช.ภ.7 จำลองเหตุการณ์การตายสาวใช้พม่า ยังไม่สรุปถูกฆาตกรรม-ฆ่าตัวตายเอง

พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ชี้แจงการจำลองเหตุการณ์นางสาวหวาน สาวใช้ชาวเมียนมาวัย 17 ปี ที่เสียชีวิตในบ้านนายจ้าง   โดยชี้ว่าหากถูกฆาตกรรม คนร้ายจะต้องยิงนางสาวหวาน ที่ขมับจากด้านซ้าย แล้วใช้มือของผู้ตาย มาจับที่กระบอกปืน ตื่นแล้วยิงอีกหนึ่งนัด เพื่อให้มีคราบเขม่าดินปืนที่มือ แต่สมมุติฐานนี้ก็ขัดแย้งกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ประเด็นแรกคือ ในห้องไม่พบร่องรอยของบุคคลอื่นที่เข้ามาขยับ หรือแตะต้องศพ โดยสังเกตได้จากเลือด และน้ำเหลืองของผู้ตาย ซึ่งเป็นการไหลออกตามธรรมชาติ และไม่พบว่ามีการถูกเคลื่อนย้าย และก็ไม่พบเขม่าดินปืนของบุคคลในบ้านทั้งห้าคน แต่กลับพบที่มือทั้ง 2 ข้างของผู้ตายเพียงคนเดียว โดยเฉพาะที่มือข้างซ้าย ซึ่งหากคนร้ายจับมือของผู้ตายแล้วยิงกระสุน ก็จะไม่พบเขม่าดินปืนมากขนาดนี้   แต่หากเป็นการฆ่าตัวตาย ก็อาจเป็นไปได้ว่านางสาวหวาน นำปืนของนายจ้างชาย ที่อยู่ในห้องนอนลงมา ซึ่งนายจ้างให้การไว้ว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุประมาณ 15 วัน มีสัญญาณดังขึ้นในบ้าน ตนเองจึงขึ้นลูกเลื่อนปืน แต่ก็ไม่พบคนร้ายจึงได้เซฟปืน และเก็บเข้าที่เดิม จึงเป็นไปได้ว่ากระสุนนัดแรก น่าจะถูกยิงในลักษณะท่ายืน จากความพยายามที่จะยิงปืนนัดแรก โดยการจำลองเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้ใช้สุภาพสตรีที่มีความสูง 153 เซนติเมตร เท่ากับผู้ตายมาลองถือปืนระดับหน้าอก ก็จะเป็นไปตามวิถีกระสุน ที่สูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร 12 เซนติเมตร ซึ่งกระสุนไปทะลุหน้าต่างและไปโดนบ้านคุณหมอที่อยู่ใกล้เคียง   จากนั้นนางสาวหวานจึงนั่งลง และใช้ปืนจ่อขมับยิง ซึ่งก็เป็นไปตามวิถีกระสุน โดยเชื่อว่าผู้ตายใช้มือซ้ายเหนี่ยวไกปืนและใช้มือขวาประคองปืน ซึ่งก็สอดคล้องกับเขม่าดินปืนที่พบ รวมถึงสอดคล้องกับคำให้การของนายจ้าง ที่ได้ยินเสียงปืนนัดที่หนึ่งและสองห่างกัน 5 วินาที และปืนชนิดดังกล่าว จะคัดปลอกกระสุนออกทางด้านขวา ก็ตรงกับปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ   ส่วนประเด็นที่อาวุธปืนตกบริเวณระหว่างขาทั้งสองข้าง ทางนิติเวชได้ชี้แจงว่า เมื่อกระสุนตัดสมอง ร่างกายคนเราจะมีอาการช็อก และจะปล่อยทุกอย่าง จึงเป็นได้ว่าปืนตกลงไปที่บริเวณระหว่างขา   อย่างไรก็ตามยืนยันว่าคดียังไม่ถึงที่สุด และไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย โดยหลังจากนี้ยังต้อง รอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเตรียมไปสอบปากคำพ่อเลี้ยงและน้องสาวของผู้ตาย รวมถึงการนำคำถามจากทางครอบครัวของผู้ตาย ไปหาคำตอบ โดยเฉพาะเหตุใดจึงไม่พบดีเอ็นเอของบุคคลอื่นที่อาวุธปืน ทั้งที่ก่อนหน้านี้นายจ้างชาย เคยหยิบกระบอกปืนมาก่อน รวมถึงประเด็นต่างๆที่ยังสงสัยและตั้งข้อสังเกต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1O-AUciAeaM    

 5,301
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 60

เปิดผลชันสูตรศพ 'น้องหวาน' สาวใช้เมียนมา ถูกยิงจากซ้ายไปขวา แต่ไม่ยัน ฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม

นิติเวชวิทยา เผยผลชันสูตรศพสาวใช้ชาวเมียนมา ใช้อาวุธปืนยิงจากซ้ายไปขวาเพียง 1 นัด แต่ยังไม่ยืนยันเป็นการฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม ต้องรอหลักฐานจากพนักงานสอบสวนประกอบอีกครั้ง   ครอบครัวของนางสาวหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี สาวใช้ชาวเมียนมา พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าพบพันตำรวจเอกภวัต ประทีปวิศรุต รักษาราชการแทน ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับฟังผลการชันสูตรพลิกศพ หลังญาติขุดศพของนางสาวหวาน มาให้สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพราะยังติดใจสาเหตุในการเสียชีวิต เนื่องจากครอบครัว เชื่อว่านางสาวหวาน ปาเปียว ถูกฆาตกรรม หลังถูกพบว่า เสียชีวิตจากการใช้ปืนของนายจ้างตัวยิงตัวตายในบ้านพัก ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี   จากการชันสูตรศพนางสาวหวาน ว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงจากซ้ายไปขวาเพียง 1 นัด แต่พนักงานสอบสวน ตรวจพบปลอกกระสุน 2 ปลอก และลูกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ซึ่งแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อข้างรูกระสุนไปตรวจสอบหาเขม่าดินปืน ซึ่งคาดว่า จะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์ แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นการกระทำจากตัวเอง หรือมีผู้อื่นกระทำ เนื่องจาก สภาพศพมีลักษณะเน่าเปื่อย และของเหลวภายในร่างกายแห้งไปแล้ว จึงยากต่อการพิสูจน์   แต่การตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยบาดแผลอื่น มีเพียงรอยกระสุน ส่วนข้อสงสัยว่า ผู้เสียชีวิตยิงตัวเองถึง 2 นัดนั้น ก็มีความเป็นไปได้ เพราะในอดีต เคยมีผู้ยิงตัวเองถึง 5 นัด เพราะไม่ถูกจุดตาย โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบระยะการยิง คาดว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์จะทราบผล ขณะเดียวกัน แพทย์ได้มีการตรวจสอบร่องการถูกกระทำชำเรา แต่ยังรอผลการตรวจสอบเช่นกันพันตำรวจเอกภวัต ยืนยันด้วยว่า การชันสูตรศพ เป็นไปตามหลักสากล ไม่เลือกปฏิบัติชนชาติ หรือศาสนา แต่ผลอย่างเป็นทางการ ต้องอาศัยผลการตรวจหลักฐานจากพนักงานสอบสวน และกองพิสูจน์หลักฐานประกอบกันด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hj2wUUPXy5Y    

 8,264
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 60

ศาลให้ประกันตัว 'โมนา' เจ้าตัวกลับคำโบ้ยสาวทอมฆ่า 'น้องน้ำ' เพื่อนบ้านเผยนิสัยชอบเก็บตัวเงียบ

คืบหน้าคดีที่นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา ผู้ต้องหาตามหมายจับจากศาลอาญารัชดา ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายนางสาวจริยา หรือน้องน้ำ ศรีศักดิ์ ลูกจ้างสาวอายุ 16 ปี จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต   โดยมีรายงานว่า น.ส.กฤษณา ได้ให้การซัดทอดว่าคนฆ่าน้องน้ำคือสาวทอมคนสนิทชื่อ น.ส.เมาท์ อายุ 32 ปี โดยเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ขณะที่น.ส.เมาท์ แวะมาพักที่บ้านของ น.ส.กฤษณา ได้ลงมือทุบตีน้องน้ำจนฟกช้ำดำเขียวไปทั่วตัวโดยไม่รู้ว่าเด็กทำผิดอะไร กระทั่งเช้าวันที่ 11 เม.ย. จึงพบว่าน้องน้ำนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เมื่อเข้าไปดูว่าพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว ด้วยความกลัว น.ส.กฤษณา จึงโทรศัพท์ไปหาน้องชายชื่อ นายบอย เพื่อปรึกษาว่าจะทำอย่างไรก็ศพ   ภายหลังตกลงกันได้ว่าให้นำไปฝังไว้ในที่ดินบ้านแม่ที่ จ.เพชรบุรี โดยว่าจ้างนายดำซึ่งเป็นคนในพื้นที่ให้ขุดหลุมเตรียมไว้ ก่อนจะอ้างว่าจะนำลูกวัวไปฝัง ซึ่งแท้จริงคือศพของน้องน้ำที่ห่อไว้อย่างมิดชิดนั่นเอง อย่างไรก็ตาม น.ส.กฤษณา ระบุว่าเคยตีน้องน้ำบ้าง เพราะเด็กซุกซนชอบปีนกำแพงเล่น แต่ไม่ได้ทำร้ายแบบทารุณกรรม ด้วยการจับขังล่ามโซ่ อย่างที่สื่อนำเสนอข่าวกันอย่างครึกโครม   ขณะที่ความเคลื่อนไหวล่าสุด ศาลอาญารัชดาให้ประกันตัว นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา นายจ้าง ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายน้องน้ำ วงเงินหลักทรัพย์ 250,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางนอกประเทศ    ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ลงพื้นไปพูดคุยกับเพื่อนบ้าน ที่อยู่บ้านติดกับบ้านหลังเก่าของ นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือ โมนา ย่านประชาชื่น ที่เคยอาศัยอยู่ แต่ตอนนี้ขายให้กับคนอื่นไปแล้วนั้น   โดยเพื่อนบ้านระบุ อยู่ที่นี่มา 4 ปี เคยคุยกับโมนาแต่ไม่สนิท ซึ่งโมนาก็พูดคุยดีเหมือนปกติ ส่วนเรื่องที่เคยคุยกันคือ บ้านโมนาน้ำรั่วซึมมาที่บ้านตน ซึ่งก็ผ่านมาประมาณ 1-2 ปีแล้ว ตอนที่ตนเข้าไปดูห้องน้ำภายในบ้าน ก็ไม่พบว่าภายในบ้านจะมีความผิดปกติอะไร ส่วนน้องน้ำตนไม่เคยเห็น ตนเคยเห็นว่าโมนาอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ลักษณะเป็นคนผิวคล้ำ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร   อีกทั้งโมนา จะอยู่แต่ภายในบ้าน ไม่ออกมาคุยกับใครเลย จะออกจากบ้านแค่ตอนกลางคืนหรือเย็นๆเท่านั้น แต่จะมีคนนำอาหารมาส่งไว้ที่หน้าบ้านเป็นประจำ ที่ผ่านมาตนเคยเห็นว่ามีผู้ชายมาที่บ้านแต่ไม่รู้ว่าใคร และก็มีสาวประเภทสองซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้บ่อยๆ   ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าที่ผ่านมาเคยได้ยินเสียงหรือเห็นอะไรผิดปกติบางหรือไม่ นางสาวิตรี บอกว่า ไม่เคยได้ยิน เพราะว่าหมู่บ้านนี้ค่อนข้างเงียบ   ขณะที่เพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไปจากบ้านหลังเก่าของโมนา 1 หลัง บอกว่า ตนไม่เคยเห็นโมนา เพราะบ้านโมนาจะปิดเงียบ ประตูบ้านก็ไม่เปิด ส่วนมากก็จะได้ยินเสียงขับรถกลับบ้านมาตอนดึกๆ ส่วนแม่บ้าน ตนคิดว่าน่าจะมี เพราะตนขับรถผ่านเคยเห็นมีการทำความสะอาดพื้นบ้าน   ด้านพนักงานขายนมเปรี้ยวยี่ห้อหนึ่ง ที่เคยมาส่งให้ที่บ้านหลังนี้เป็นประจำ บอกว่า นางโมนา จะโทรสั่งให้ตนมาส่งนมเปรี้ยว โดยจะให้แขวนไว้ตรงรั้วบ้าน แล้วประมาณ 2-3 วัน ก็จะโทรตามให้ตนเข้ามาเอาเงินค่านมเปรี้ยว ซึ่งคนที่จ่ายเงินก็จะเป็นนางโมนา บางทีก็เป็นลูกสาว ส่วนลูกจ้างตนไม่เคยเห็น แต่สังเกตว่าในบ้านจะมีคนเดินอยู่ แต่ไม่รู่ว่าเป็นใคร   พนักงานขายนมเปรี้ยว ยังบอกอีกว่า นางโมนา เคยติดเงินค่านมเปรี้ยวถึง 2,200 บาท โดยบอกว่าขอขายบ้านก่อนเดี๋ยวจะคืนให้ ส่วนเหตุผลที่ไม่มีเงินจ่าย นางโมนา จะบอกว่าไม่สะดวก และไม่ได้อยู่บ้าน จนสุดท้ายโมนา โทรมาบอกว่าขายบ้านได้แล้ว ก็ได้นัดให้ตนมารับเงิน ที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน   เมื่อถามว่านางโมนาเป็นคนลักษณะนิสัยอย่างไร พนักงานขายนมเปรี้ยว บอกว่า สำหรับตน ตนรู้สึกว่าเป็นกันเอง เหมือนลูกค้าปกติ บางทียังโทรฝากให้ตนซื้ออาหารเข้าไปให้ พอตนมารู้ข่าวว่าเขาฆ่าคนใช้ ตนก็ตกใจ   ส่วนบ้านหลังเก่าที่นางโมนาเคยอาศัยอยู่ และขายให้กับเจ้าของใหม่ไปแล้วนั้น ทีมข่าวสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้าน ปรากฎว่าไม่พบคนเข้าออกบ้านหลังดังกล่าว และภายในบ้านก็ไม่มีคนอยู่  สอบถามเพื่อนบ้านบอกว่าเจ้าของบ้านออกไปทำงาน จะกลับมาช่วง 18.00-19.00 น. ทีมข่าวรอจนกระทั่ง 19.30 น. ก็ไม่พบว่าเจ้าของบ้านกลับเข้ามา   ขณะที่ผู้สื่อข่าวเพชรบุรีเดินทางไปที่ซอย 4 บ้านศาลาลอยตำบลหนองโสน อำเภอเมืองเพชรบุรี บริเวณที่พบโครงกระดูกน้องน้ำ ที่อยู่ติดกับบ้านผู้ต้องหา พบกับ นายสมนึก สายสร้อย เข้าไปเช่าใช้ประโยชน์เลี้ยงไก่ชน และทำการเกษตร โดยนายสมนึก บอกว่าเมื่อคืน (5 พ.ย.) ขณะกำลังออกไปปัสสาวะ รู้สึกเหมือนบ้านที่อยู่จะลอยขึ้น รู้สึกเหมือนกับช่วงแรกๆที่มาอยู่ตรงนี้ ตนคิดว่าวิญญาณยังอยู่ไม่ได้ไปไหน   สำหรับที่ผ่านมาดวงวิญญาณที่เห็น เป็นผู้หญิง ผมหยักศก นุ่งขาวห่มขาว นั่งตัวสั่นอยู่หน้าบ้าน ตนก็เลยเรียกให้ขึ้นบ้าน และให้กินข้าว หลังจากนั้นก็ซื้อเครื่องเซ่นไหว้ ทั้งหัวหมู และไก่ โดยเรียกให้วิญาณทั้งใหม่และเก่า ผีไม่มีญาติ เจ้าที่เจ้าทางมากิน ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามีศพอยู่ในบ้าน พอวันที่เจ้าหน้าที่มาขุดศพและได้กลิ่น ก็รู้ทันทีว่ากลิ่นนั้น คือกลิ่นที่เคยได้กลิ่นมาตลอดระยะเวลาที่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้   ขณะที่พี่ชายและญาติของน้องน้ำที่เดินทางมายังบริเวณที่พบศพ บอกว่า หลังจากที่ตำรวจ ตรวจโครงกระดูกเรียบร้อยแล้ว ก็จะนิมนต์พระมาเชิญดวงวิญญาณน้องน้ำกลับบ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z9_-osulkrU    

 28,547
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 60

'โมนา' สารภาพพลั้งมือฆ่า-ฝังสาวใช้ แม่เหยื่อถาม "ฆ่าลูกสาวฉันทำไม" ชาวบ้านเผยเรื่องลึกลับก่อนขุดพบศพ

กองปราบรวบตัว โมนา นายจ้างทำร้ายน้องน้ำ สาวใช้จนตาย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเข้าสอบปากคำด้วยตนเอง ขณะที่เจ้าตัวยังภาคเสธอ้างไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ไม่ตอบทำไมไม่แจ้งครอบครัวผู้เสียชีวิต   ตร.แถลงการจับกุม นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา นายจ้างและเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายนางสาวจริยา ศรีศักดิ์ อายุ 16 ปี หรือ น้องน้ำ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย หลัง พันตำรวจเอกภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับการกอง 5 กองปราบปราม นำทีมชุดสืบสวนตามจับกุมไว้ได้เมื่อช่วง 2 นาฬิกา ของคืนที่ผ่านมา ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จังหวัดฉะเชิงเทรา   จากการสอบปากคำเบื้องต้น นางสาวกฤษณารับว่าทุบตีน้องน้ำจริง แต่ไม่ได้รุนแรงจนเป็นเหตุให้น้องน้ำถึงแก่ความตาย และปฏิเสธไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการตาย รวมถึงไม่ตอบว่าเหตุใด เมื่อน้องน้ำเสียชีวิตจึงไม่แจ้งครอบครัวเมื่อน้องน้ำเสียชีวิต   ขณะที่ทางด้านตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐาน และพยานบุคคลชัดเจน ที่สามารถระบุได้ว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมการทำร้ายน้องน้ำอย่างชัดเจน ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลศพ หรือ ดีเอ็นเอ ที่พบที่บริเวณบ้านพักใน จังหวัดเพชรบุรี ว่าตรงกับน้องน้ำหรือไม่นั้น คาดว่าผลจะออกในเร็วๆนี้   ด้านแม่น้องน้ำเล่าทั้งน้ำตาว่า ช่วงปี 2554 ได้รับการติดต่อจากเพื่อน รายหนึ่งว่ามีนายจ้างต้องการคนไปทำงาน ที่บ้าน ในจังหวัดกรุงเทพโดยจะให้จ้างเดือนละ 6000 บาท จึงมีการพูดคุยกับลูกสาวและลูกสาวตกลงที่จะไปทำงาน ซึ่งขณะนั้นลูกสาวอายุ 16 ปี จึงพาไปส่งที่บ้านของมารดานายจ้าง ในจังหวัดเพชรบุรี และต่อมานางสาวโมนา ได้มารับลูกสาวไปทำงานที่กรุงเทพ โดยอ้างว่าจะพากลับมาเยี่ยมบ้านที่เพชรบุรีทุกอาทิตย์ แต่ไม่เคยพากลับมาเยี่ยมตามที่อ้าง ทั้งการติดต่อสื่อสารก็ไม่สามารถติดต่อได้ และพอ 2 เดือนก็ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ จนต่อมานางสาวโมนา ได้ติดต่อมาช่วง เมษายน 2555 ว่าน้องน้ำหนีออกจากบ้านไป ก่อนที่จะตัดสายและติดต่อไม่ได้ ตนเองจึงเริ่มตามหาน้องน้ำตั้งแต่ตอนนั้น   และเมื่อช่วง 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากลูกสาวของนางสาวโมนา มาเล่าเหตุการณ์ระหว่างที่น้องน้ำโดนมารดาแท้ ๆ ของตนเองทุบตี ทำร้ายร่างกายทุกวัน และยังมีการล่ามโซ่น้องน้ำไว้ที่ระเบียงบ้าน จนน้องน้ำขาดใจเสียชีวิตขณะถูกล่ามโซ่ ซึ่งทางลูกสาวของนางสาวโมนา รู้สึกสงสารจึงพยายามติดต่อมารดาน้องน้ำผ่านทางน้าสาว เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือเพราะขณะนั้นลูกสาวของนางสาวโมนาเองก็ถูกนางสาวโมนา มารดาแท้ๆ กักขังบริเวณทำให้ออกไปไหนไม่ได้ ซึ่งในวันนี้ที่ความจริงเปิดเผยก็อยากถามนางสาวโมนาว่า “ฆ่าลูกสาวฉันทำไม” และยืนยันว่าจะไม่ยอมใดๆทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้มีใครต้องถูกทำร้ายแบบนี้อีก   ทั้งนี้มีรายงานว่า นางสาวโมนา เป็นคนมีอารมณ์ร้อน เคยประกวดนางนพมาศใน จ.เพชรบุรี เมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นนักพนันตัวยงขนาดมีบ้านใหล้ชายแดน และในขณะถูกจับกุมมีอาการมึนเมา พูดจาวกวน เหมือนติดยาเสพติด หลังทรมานน้องน้ำจนตาย ได้นำร่างไปติดต่อให้วัดใกล้เคียงฌาปนกิจ โดยอ้างว่าเป็นคนงานต่างด้าว แต่ทางวัดไม่ยินยอม จึงนำร่างมาฝังในที่ดินของบ้านแม่ใน จ.เพชรบุรี ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านใกล้เคียงอ้างได้เห็นวิญญาณวนเวียนหลายต่อหลายครั้ง     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งต่อจากนี้จะขยายผลไปยังผู้ที่ร่วมดำเนินการกระทำผิด ที่มีการให้การถึงบุคคลอื่นเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด เพราะเกรงว่าผู้ต้องหารายอื่นจะหลบหนี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y68DFAC8Rjw  

 167,483
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 60

นิติเวชรับศพสาวใช้เมียนมาผ่าพิสูจน์ หลังญาติติดใจหวั่นถูกฆาตกรรม

ความคืบหน้าจากกรณี น.ส.น้ำหวาน (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สาวใช้ชาวเมียนมายิงตัวตายเสียชีวิตภายในบ้านของนายจ้าง จ.ราชบุรี แต่ญาติติดใจการตายว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรม จึงออกมาร้องขอความเป็นธรรมต่อกองปราบปรามให้รื้อฟื้นคดี    ล่าสุดได้มีการขุดศพของผู้ตายให้ทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ทำการตรวจสอบแล้ว โดยประเด็นถูกข่มขืนแล้วฆ่าที่ญาติติดใจนั้น เบื้องต้นทางแพทย์แจ้งว่า เนื่องจากเก็บศพมานานกว่า 3 เดือน ทำให้สภาพศพและอวัยวะภายในเน่าเปื่อย แต่ทางแพทย์จะทำงานอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ได้คำตอบในประเด็นที่ญาติสงสัย                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zt-mv4_kRy4    

 2,902
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ย. 60

ญาติไม่เชื่อสาวใช้พม่าฆ่าตัวตาย ขุดศพส่งนิติเวชชันสูตร

ราชบุรี-เจ้าหน้าที่สถานทูตพม่าพร้อมกับแม่ และครอบครัวของสาวใช้พม่า ได้เดินทางมานำร่างไร้ชีวิตของนางสาวหวาน สาวใช้ชาวพม่า เพื่อนำไปตรวจสอบที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากไม่ปักใจเชื่อถึงสาเหตุการเสียชีวิต หวั่นถูกจัดฉากการฆ่าตัวตาย   ทั้งนี้ ตร.สภ.บ้านโป่ง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์ ได้ชี้แจงในหลักฐานต่างรวมทั้งได้นำอาวุธปืนกระบอกที่ผู้ตายใช้ยิงตัวเอง ซึ่งเป็นอาวุธปืนของ นายเกรียงศักดิ์ ศิริรัตน์ประเสริฐ นายจ้าง มาแสดงประกอบ ซึ่งปกติ นายเกรียงศักดิ์ นายจ้างจะเก็บไว้ที่ห้องนอนชั้น 2 โดยผู้ตาย จะเป็นผู้ทำความสะอาดภายในบ้านทั้งหมด ซึ่งผู้ตายจะทราบดีว่าอาวุธปืน เก็บอยู่ที่ใด ส่วน น.ส.ลูกหว้า ซึ่งเป็นพี่สาวของผู้ตาย จะเป็นผู้รับผิดชอบในการทำความสะอาดภายนอกบ้านทั้งหมด รวมทั้งยังได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ที่จับภาพช่วงเกิดเหตุ นายเกรียงศักดิ์ นายจ้าง กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระน้ำหลังบ้าน อีกด้วย   ทั้งนี้ทางทางญาติๆของผู้ตายและเจ้าหน้าที่สถานทูตพม่า นั้นยังต้องการให้มีการไปขุดศพของน.ส.หวานไปผ่าพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jYslxHTNOgw    

 1,732
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ย. 60

ญาติร้องกองปราบ รื้อคดีสาวใช้เมียนมาเสียชีวิต เจอพิรุธหวั่นถูกจัดฉากฆ่าตัวตายคาบ้านนายจ้าง

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย พาครอบครัวของนางสาวหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้สืบสวนคดีใหม่ เนื่องจากทางสถานทูตเมียนมาร์ มีข้อสงสัยว่าน้องหวานอาจถูกฆาตกรรม และจัดฉากเป็นฆ่าตัวตาย โดยเหตุเกิดวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา   นางสาวพิว พิว เวน พี่สาวของนางสาวหวาน เปิดเผยว่า ตนและน้องสาวได้มาทำงานเป็นแม่บ้านให้กับนายจ้างรายหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แต่ถูกนายจ้างกดดันว่ากล่าวอยู่ตลอดเวลา ตนจึงหลบหนีออกมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นทราบว่าน้องสาวยิงตัวตายในบ้านของนายจ้าง ทั้งที่น้องสาวใช้ปืนไม่เป็น   ด้านนายอง โค ทัน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านแรงงาน สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากญาติของนางสาวหวาน จึงตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น พบพิรุธอยู่หลายประการคือ นางสาวหวานเป็นคนถนัดมือซ้าย แต่บาดแผลพบว่าถูกยิงที่ขมับด้านขวา อีกทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ 2 ปลอก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ว่าคนฆ่าตัวตายจะยิงปืนถึง 2 นัด อีกทั้งยังเชื่อว่ามีการเปลี่ยนปืนของกลาง เพราะปืนที่พบในที่เกิดเหตุเป็นสีดำ แต่ภายหลังพบว่าปืนของกลางที่อยู่ในสำนวนของตำรวจกลับเป็นสีเทาเงิน นอกจากนี้ยังพบว่าไม่มีการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน   ซึ่งที่ผ่านมาตัวแทนสถานทูตเมียนมา ได้พยายามไปสอบถามและขอข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ที่สรุปสำนวนคดีนี้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่กลับไม่เคยได้รับคำตอบหรือคำชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียว จึงมาร้องเรียนกองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรมช่วยรื้อคดีนี้ให้ปรากฎความจริง ซึ่งได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ มาประกอบด้วย   ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผกก.สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุ จนท.ได้เก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และ DNA ของทุกคนไปตรวจสอบ ก็พบว่าไม่มี DNA ของบุคคลในบ้านติดอยู่ที่อาวุธปืนและเสื้อผ้าหรือร่างกายของ น.ส.หวาน แต่พบ DNA ของ น.ส.หวาน ติดอยู่ที่กระบอกปืน และแม๊กซีนปืน รวมไปถึงตรวจสอบพบคราบเขม่าปืนที่มือของ น.ส.หวานอีกด้วย   ส่วนปลอกกระสุนปืน ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการส่งตรวจวิเคราะห์รอยขีดข่วนที่ปลอกกระสุนและจานท้ายกระสุน เทียบเคียงกับอาวุธปืนที่ตกในที่เกิดเหตุ ก็พบว่าเป็นกระบอกเดียงกัน สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ เกิดจาก น.ส.หวาน ได้มีปากเสียงกับพี่สาว กระทั่งพี่สาวได้หนีหายออกจากบ้านนายจ้างไปในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ จึงเกิดความน้อยใจ และก่อเหตุขึ้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการด้วยความรอบครอบ โดยได้ใช้กระบวนนิติวิทยาศาสตร์ และหากญาติ น.ส.หวาน ต้องการขอตรวจสอบสำนวนคดี ทาง สภ.บ้านโป่ง ก็ยินดีอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QYXt5GstwFM    

 7,400
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ย. 60

จับสาวใช้ชาวเมียนมาแสบลักทรัพย์นายจ้างกว่า 3 ล้าน หลังยอมสาบานต่อหน้าพระพุทธรูป แต่ไปไม่รอด

ตำรวจ สน.บางขุนเทียน รวบตัวสาวใช้ชาวเมียนมาสุดแสบ ก่อเหตุลักทรัพย์โรเล็กซ์และแหวนเพชรนายจ้างมูลค่ารวมกว่า 3,000,000 บาท หลังยอมสาบานต่อหน้าพระเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน ก่อนจะขอลาออกหวังเผ่นหนี แต่ไปไม่รอดถูกค้นตัวจนพบของกลางซุกอยู่ในกระปุกยา ถูกจับกุมตัวไปดำเนินคดี ขณะที่ผู้ต้องหายังได้กราบขอขมาพระพุทธรูปบนหิ้งในห้องฝ่ายสืบสวนด้วยเพื่อถอนคำสาบาน เนื่องจากเกรงว่าเจ้าตัวจะพบกับความหายนะเพราะพูดจาโป้ปดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/biK_kE-Pxdw

 12,225
ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 60

จับได้แล้ว! สาวใช้เมียนมามหาภัย ใช้มีดจี้นายจ้างบังคับเปิดเซฟ อ้างหาเงินรักษาแม่ป่วย

ความคืบหน้ากรณีสาวใช้ชาวเมียนมาที่เพิ่งรับเข้าทำงานได้เพียง 2 วัน ใช้มีดจี้นายจ้างคนไทยบังคับให้เปิดเซฟเอาเงิน แต่ผู้เสียหายฉวยจังหวะที่คนร้ายร้ายเผลอผลักออกจากบ้านและโทรแจ้งตำรวจทำให้คนร้ายหลบหนีไปนั้น   ล่าสุด ตำรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก จับกุมตัว สามารถจับกุมตัว นางซานมิน ม่า อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาได้แล้ว ขณะกำลังหลบหนี บริเวณท่าข้ามบ้านท่าอาจ ติดแนวชายแดนอำเภอแม่สอด พร้อมเงินของกลาง 600 บาท ที่ได้มาจากการก่อเหตุ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เพราะต้องการหาเงินไปเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่ที่ป่วยหนักที่ประเทศเมียนมา ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ และส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lcZlRTdsiWk

 26,615
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ค. 60

ตร.ตากเร่งล่าตัวสาวใช้เมียนมามหาภัย ใช้มีดจี้นายจ้างบังคับเปิดเซฟแต่ไม่สำเร็จก่อนเผ่นหนี

ตำรวจเมืองตากเร่งล่าตัวสาวใช้มหาภัย ก่อเหตุใช้มีดจี้นายจ้างบังคับให้เปิดเซฟเอาเงินที่แม่สอด หลังรับเข้าทำงานได้เพียง 2 วัน ก่อนผู้เสียหายฉวยจังหวะที่คนร้ายร้ายเผลอผลักออกจากบ้านและโทรแจ้งตำรวจทำให้คนร้ายหลบหนีไป               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/PVkmFhTnTGc

 4,356
สังคม-อาชญากรรม
16 ธ.ค. 59

ตรวจจับสัญญาณมือถือสาวใช้พม่าลักทรัพย์ 7 ล้าน ล่าสุดอยู่ในฝั่งเมียนมา

ความคืบหน้าคดีสาวใช้พม่าลักทรัพย์นายจ้างมูลค่ากว่า 7 ล้านหลบหนี ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าสัญญาณโทรศัพท์ศัพท์อยู่ที่ชายแดนไทย เมียนมา ฝั่งไทยบ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด แต่ต่อมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สัญญาณได้หายไป จากนั้นตำแหน่งสัญญาณอยู่ในฝั่งเมียนมาเขต จ.เมียวดี แล้ว ทั้งนี้ ตร.อยู่ในระหว่างตรวจสอบ และวิเคราะห์ย่างรอบคอบ เพราะเกรงว่าอาจเป็นแผนลวง จนท. ด้าน ตร.สน.บุคคโล ระบุว่า ได้ส่งหมายจับผู้ต้องหาไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ โดยเฉพาะด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด ที่ผู้ต้องหาใช้เดินทางเข้ามาในประเทศ ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะที่ชุดสืบลงพื้นที่สมุทรปราการ สมุทรสาคร หาเบาะแสที่คาดว่าอาจจะไปหลบซ่อนตัว อยู่กับญาติหรือเพื่อน -พฤติกรรมของคนร้าย น่าเชื่อทำเป็นขบวนการ เลือกเหยื่อที่มีฐานะดี ก่อนจะเข้าไปสมัครงาน เมื่อสบโอกาสก็จะลักทรัพย์นายจ้างหลบหนี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zoKR8836x4Q    

 85,240
ปากท้องร้องทุกข์
14 ธ.ค. 59

ตั้งรางวัล 1 แสน ล่าสาวใช้พม่าแสบ ลักทรัพย์ 7 ล้านหลังทำงานได้ 2 วัน

โลกออนไลน์แชร์ข้อมูลจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thanapak Alcotec ที่โพสต์ข้อความเพื่อช่วยกันตามหา คนร้ายสาวชาวพม่าที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในบ้านได้เพียง 2 วัน ก่อนจะฉกทรัพย์สินมีค่าทั้งเครื่องเพชร เงินสกุลไทยและเงินยูโร ต่างประเทศมูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาทหายตัวไป ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยเจ้าของบ้านระบุว่าได้รับ น.ส.ขิ่น เมียท อู ปู ชาวพม่า อายุ 30 ปี มาทำงานได้ 2 วัน สังเกตได้ว่าทำงานดี ขยัน จากนั้นเช้าวันเกิดเหตุวันที่ 12 ธ.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. สาวใช้ได้มาขออนุญาตไปเยี่ยมแฟนหนุ่ม ซึ่งถูกรถชนอยู่โรงพยาบาล คนในบ้านจึงอนุญาต ก่อนที่ น.ส.ขิ่น จะออกไปพร้อมกับถุงพลาสติก 2 ใบ ทางเจ้าของบ้านยังเป็นห่วงจะให้คนขับรถไปส่ง แต่สาวใช้ปฏิเสธ บอกจะขึ้นรถไปเอง จึงได้ให้ค่ารถไป จากนั้นสาวใช้ไม่กลับมาอีกเลยและติดต่อไมได้ ช่วงเย็นได้สำรวจทรัพย์สินในห้องนอนพบว่าแหวนเพชร 2 วง สร้อยคอเพชร 2 เส้น สร้อยข้อมือเพชร 2 เส้น สร้อยทองคำ พร้อมพระเครื่อง ที่เป็นสินสอดแต่งงาน เงินสดสกุลยูโร 1 ล้านบาท และเงินสดสกุลไทยอีก 8 หมื่นบาท รวมกว่า 7 ล้านบาท สูญหาย เมื่อครวจสอบไปยังนายจ้างเก่าพบว่าสาวใช้พม่ารายนี้เคยก่อเหตุลักขโฒยมาแล้วเช่นกัน  ล่าสุดได้เข้าแจ้งความที่ สน.บุคคโล ขณะนี้อยู่ระหว่างการตามตัว ทั้งนี้ทางผู้เสียหายประกาศมอบเงินให้ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับตัวคนร้ายได้ 1 แสนบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Du2npDtmd04    

 111,602
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ค. 59

อดีตสาวใช้แจ้งความจับนายจ้าง แอบนำชื่อเช่าซื้อรถยนต์-ฉ้อโกง เสียหายกว่า 10 ล้าน

อดีตลูกจ้างมาแจ้งความกับกองปราบ ให้จับกุมนายจ้างที่นำชื่อไปเช่าซื้อรถยนต์ แล้วไม่ผ่อนส่ง และยังหลอกให้ผ่อนที่ดินเสียหายกว่า 10 ล้านบาท นางสาวสุพัตรา แก้วกงพาน อายุ 27 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ขอให้ดำเนินคดีกับอดีตนายจ้างในข้อหาฉ้อโกง โดยระบุว่า ตนเองเป็นแม่บ้าน ทำงานบ้านให้กับนักธุรกิจหญิงรายหนึ่งมานานกว่า 10 ปี โดยนายจ้างได้นำชื่อตนเองไปทำธุรกรรมหลายอย่าง ทั้งนำชื่อไปเป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อเช่าซื้อ และเช่ารถยนต์จำนวน 7 คัน มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่ไม่ชำระเงินให้บริษัทไฟแนนซ์ ทำให้ตนเองถูกไฟแนนซ์แจ้งความดำเนินคดี นอกจากนี้ยังหลอกให้ผ่อนที่ดินในจังหวัดขอนแก่น มูลค่ากว่า 1 แสนบาท แต่หลังจากผ่อนหมดกลับไม่โอนที่ดินให้ และยังนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองกับผู้อื่น โดยหลังจากทราบว่าถูกหลอกลวง ก็ได้ลาออก และพยายามทวงถาม ไปยังนายจ้างหลายรอบ แต่กลับถูกข่มขู่ และยังพบข้อมูลว่า นายจ้างมีการทำประกันชีวิตให้กับตนเอง วงเงินประกัน 4 ล้านบาท โดยมีนายจ้างเป็นผู้รับผลประโยชน์ จึงเกรงว่าจะเกิดอันตราย ซึ่งทางตำรวจได้รับเรื่องไว้เพื่อตรวจสอบต่อไป หากผิดจริงก็จะดำเนินคดีฐานฉ้อโกง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/l1p44_m3zYI

 1,709
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ค. 59

ศาลปล่อยตัว 'แม่น้องมีน' หลังถูกยัดข้อหาลักทรัพย์ 'หญิงไก่' พร้อมให้สอบฐานแจ้งความเท็จ ยันไม่หนี

ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนางสุกัญญา ศิริม่วง อายุ 54 ปี แม่น้องมีน อดีตลูกจ้างหญิงไก่ จำเลยในคดีลักทรัพย์หญิงไก่ อดีตนายจ้าง ตีราคาประกัน 2 แสนบาท หลังเจ้าหน้าที่กองทุนจากกระทรวงยุติธรรม นำหลักทรัพย์ยื่นต่อศาล โดยมีเงื่อนไขให้มารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้งตามนัด ยืนยันไม่ได้ลักทรัพย์หญิงไก่หลายล้านบาทตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าหยิบเงินไป 6,000 บาทจริง ซึ่งเป็นค่าแรงที่เธอต้องได้รับในการทำงานบ้านและดูแลแมว ก่อนถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ และถูกข่มขู่ให้รับสารภาพ ในลักษณะเดียวกันกับอดีตลูกจ้างอีกหลายคน ขณะที่นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ เปิดเผยภายหลังศาลอาญารัชดาภิเษก ยกคำร้องขออนุมัติหมายจับในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ว่า ไม่ขอออกความเห็นกรณีดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการดำเนินคดีตนไม่เคยหลบหนีและพร้อมให้ความร่วมมือมาตลอด พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ และเชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรม และขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยืนยันว่าตนมีหลักฐานสำคัญทั้งกล้องวงจรปิดขณะถูกอดีตลูกจ้างลักทรัพย์ และมีพยานบุคคล แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในเวลานี้ รอให้อีกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวก่อน ถึงจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด ขณะที่กรณีพาสปอร์ตข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกให้เนื่องจากต้องไปทำภารกิจที่ประเทศเยอรมันในขณะนั้น เป็นที่ปรึกษาให้บุคคลสำคัญหลายคนจริงในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมยืนยันถึงกรณีที่นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ อ้างว่า หญิงไก่เคยถูกฟ้องล้มละลายและนำทองปลอมและรถยนต์ไปจำนำในจังหวัดนครสวรรค์นั้นไม่เป็นความจริงและไม่เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาก่อนจนกระทั่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ หญิงไก่ยังระบุว่าจะเดินทางไปทำบุญ 9 วัดที่จังหวัดเชียงราย และอาจจะปลงผมเพื่อบวชชีเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับคู่กรณี พร้อมยืนยันไม่หลบออกนอกประเทศเพราะพาสปอร์ตหมดอายุ และหากกองปราบออกหมายเรียกก็พร้อมจะเดินมาเข้าพบพนักงานสอบสวนทันที ขณะที่ทางกองปราบปราบได้ออกหมายเรียกหญิงไก่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ ในวันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 10.00น. โดยให้พนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่นส่งหมายเรียกไปยังที่พักของหญิงไก่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UUez2aNkKC0    

 7,907

Top